ข่าว
100 year

นวัตกรรมการรักษาโรค มะเร็งกระเพาะอาหาร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

มะเร็งกระเพาะอาหาร (Stomach Cancer หรือ Gastric Cancer) เป็นมะเร็งที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของมะเร็งที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือ อาการในระยะแรกเริ่ม ซึ่งจะดูเป็นอาการที่พบได้บ่อยๆ และไม่รุนแรง เช่น ท้องอืด เรอบ่อย แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร เป็นต้น และเมื่อระยะของโรคมีการพัฒนามากขึ้นอาจทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง โดยเฉพาะช่องท้องบริเวณส่วนบนและตรงกลาง มีเลือดปนอุจจาระ อาเจียนเป็นเลือด น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรืออาจมีลักษณะคล้ายกับอาการของโรคอื่นๆ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร ไวรัสลงกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจทำให้มองข้ามสัญญาณเตือนเหล่านี้ไปด้วยเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคอื่น

ผศ.นพ.ธัชธรรม์

สำหรับการรักษา ผศ.นพ.ธัชธรรม์ สุขสมบูรณ์เจริญ หน่วยโรคมะเร็ง ภาควิชาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ความรู้แนวทางการรักษามะเร็งชนิดนี้ว่า การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารจะต้องอาศัยความร่วม มือจากทีมแพทย์ในสาขาต่างๆ เช่น ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ และอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง เพื่อวางแผนการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะประเมินวิธีการรักษาจากหลายปัจจัย เช่น ขนาด ตำแหน่ง ลักษณะของเซลล์มะเร็ง ระยะของโรคและการกระจายของเซลล์มะเร็ง รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย หากพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก ควรประเมินถึงการผ่าตัดออกทั้งหมด และในบางรายอาจจะมีการรักษาเสริม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเสริมด้วยยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) อย่างเดียว หรือเคมีบำบัด ร่วมกับการฉายรังสีรักษา (Radiotherapy) แล้วแต่ความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมาก ผู้ป่วยจึงมีตัวเลือกในการรักษามะเร็งที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ผลการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการหายขาดจากโรคและลดโอกาสในการกลับมาเป็นซ้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ รีบปรึกษาแพทย์หากพบว่าคุณหรือคนใกล้ตัวมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรคและหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายต่อไป

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญกล่าวต่อว่า ปัจจุบันเรายังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร จึงทำให้ยังไม่สามารถหาแนวทางป้องกันที่เป็นรูปธรรมได้ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยลดโอกาสและความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายนี้ได้ นั่นคือการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานผัก และผลไม้เป็นประจำ เพื่อ ช่วยเพิ่มเส้นใยอาหารและวิตามินให้กับร่างกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทหมักดอง อาหารรมควัน อาหารปิ้งย่างและอาหารที่มีรสเค็ม เพราะอาหารดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และทำให้เกิดมะเร็งได้ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และสำหรับเพศชายที่อายุ 55 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยการส่องกล้อง เพราะมะเร็งกระเพาะอาหารสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งกระเพาะอาหารโรคมะเร็งมะเร็งกระเพาะอาหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่รักษาโรคมะเร็งธัชธรรม์ สุขสมบูรณ์เจริญ

Most Viewed