เมื่อมาเจอรักแท้ที่ตามหาทั้งชีวิต “เพลย์บอยแห่งวินด์เซอร์” เจ้าชายแฮรี่ จึงยอมถอดเขี้ยวเล็บ พร้อมสละโสดเข้าประตูวิวาห์ ตามฤกษ์ดีวันที่ 19 พ.ค.นี้ ไม่สนเสียงนกเสียงกาที่เม้าท์มอยคู่หมั้นสาวฮอลลีวูด “เมแกน มาร์เคิล” ว่าไม่คู่ควรจะเป็นหลานสะใภ้ควีนอังกฤษตามประสารักข้ามชนชั้น ก็ต้องมีอุปสรรคขัดใจอยู่บ้าง ก่อนเสกสมรสไม่กี่อาทิตย์ พี่ชายต่างมารดาของ “เมแกน” เขียนจดหมายปิดผนึกเตือนเจ้าชายแฮรี่ โดยเผยแพร่ผ่านนิตยสารทัช วีคลี่เป็นที่แรกว่า เจ้าชายจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หากแต่งงานกับน้องสาวต่างมารดาของเขา โดย “นายโทมัส” ตำหนิน้องสาวตัวเองว่า เป็นผู้หญิงน่าเบื่อ, ตื้นเขิน และหยิ่งยโส การเสกสมรสของทั้งคู่เหมือนเทพนิยายปลอมๆ และจะทำให้ราชวงศ์อังกฤษกลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก เขายังย้ำว่า “เมแกน” ไม่ใช่ผู้หญิงที่ใช่สำหรับเจ้าชายแฮรี่ ยังไม่สายเกินไปหากจะล้มเลิกพิธีเสกสมรส ที่กำหนดไว้ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ก่อนหน้านี้ พี่สาวแท้ๆของ“เมแกน” ก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์กับเดอะซันว่า น้องสาวตนมีความประพฤติไม่เหมาะสมที่จะเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ เพราะหลงตัวเองและเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ถึงจะโดนโจมตีหนักจากคนในครอบครัว และมีจุดอ่อนตรงที่เป็นลูกครึ่งอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน แถมเคยผ่านการหย่าร้างมาแล้ว แต่งานเสกสมรสของ “เจ้าชายแฮรี่” ก็ยังคงเดินหน้าไปตามแผน ขณะนี้ตระเตรียมความพร้อมไว้เกือบ 100% แล้ว สื่ออังกฤษต่างแข่งกันเจาะลึกหาข้อมูลการเตรียมงานเสกสมรสมารายงานเพื่อดึงดูดความสนใจของแฟนๆทั่วโลกโดยมีสถานีโทรทัศน์บีบีซีเป็นเซ็นเตอร์ บีบีซีรายงานละเอียดยิบว่า งานเสกสมรสของ “เจ้าชายแฮรี่” ได้ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบง่ายสมพระเกียรติ โดยพิธีทางศาสนาจะเริ่มตอนเที่ยงตรงตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา18.00 น. ของประเทศไทย) ณ โบสถ์เซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันตก 34 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ “เจ้าชายแฮรี่” เคยเข้าพิธีศีลจุ่ม โดยมีแขกได้รับเชิญมาร่วมพิธีเพียง 600 คน กระนั้น ไม่มีการเชิญนักการเมือง คณะรัฐบาล หรือแม้แต่ “นายกฯเธเรซา เมย์” ก็ไม่ได้การ์ดเชิญตามพิธีการที่สืบเสาะกันมาระบุว่า หลังจากคู่บ่าวสาวเข้าพิธีเสกสมรสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะนั่งรถม้าแอสคอท แลนเดา วิ่งผ่านใจกลางเมืองวินด์เซอร์ มุ่งหน้าสู่หน้าโถงเซนต์จอร์จ สถานที่จัดเลี้ยงรับรองแขกเหรื่อ ท่ามกลางการเฝ้าชื่นชมยินดีของประชาชนตลอดสองข้างทาง ส่วนช่วงค่ำเป็นเวลาอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของหนุ่มสาว จัดขึ้นที่ “ฟรอกมอร์ เฮาส์” ในละแวกใกล้เคียงกัน มีเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายมาร่วมยินดีมากกว่า 200 คน งานนี้บีบีซีจะรับหน้าที่ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และนำเสนอข่าวเกาะติดสถานการณ์จริงผ่านสื่อทุกช่องทาง โดยคาดว่าจะมีผู้ชมหลายร้อยล้านคนทั่วทุกมุมโลก นอกจากครอบครัวของคู่บ่าวสาวแล้ว บีบีซีเปิดเผยว่าจะมีดารา บุคคลผู้มีชื่อเสียง และประชาชนผู้ทำคุณประโยชน์กับประเทศ เข้าร่วมพิธีเพื่อเป็นสักขีพยาน โดยหนึ่งในแขกพิเศษคือ “เอลตัน จอห์น” เพื่อนสนิทของเจ้าหญิงไดอาน่า และนักเทนนิสชื่อก้องโลก “เซเรนา วิลเลียมส์” ซึ่งซี้ปึ้กกับฝ่ายเจ้าสาว เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นหลานสะใภ้เจ้า “เมแกน มาร์เคิล” ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหลายอย่าง นอกจากจะประกาศหันหลังให้วงการฮอลลีวูดอย่างถาวร เธอยังต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นเชิร์ชออฟอิงแลนด์ ตามนิกายหลักของประมุขแห่งคริสตจักรอังกฤษ โดยหลังเสกสมรสทั้งคู่จะพำนักอยู่ที่พระตำหนักนอตติ้งแฮม คอทเทจ ภายในพระราชวังเคนซิงตันหลายคนสงสัยว่าหลังพิธีเสกสมรส “เมแกน” จะได้เป็นเจ้าหญิงหรือไม่ ดูจากประวัติศาสตร์แล้วน่าจะดำรงพระยศเป็นเพียงดัชเชส เฉกเช่นเดียวกับ “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” แคทเธอรีน มิดเดิลตัน เพราะตามกฎมณเฑียรบาลของอังกฤษ พระยศ “เจ้าหญิง” สามารถใช้กับสมาชิกราชวงศ์แท้ๆ เท่านั้น สำหรับรายละเอียดปลีก ย่อยที่แฟนๆอยากรู้ และสื่อแดนผู้ดีตามเจาะมาให้ยังรวมถึง “ชุดเจ้าสาว” ซึ่งนางเอกฮอลลีวูดคนสวยไว้วางใจให้ห้องเสื้อดังของอังกฤษ “ราล์ฟ แอนด์ รุสโซ” เป็นคนออกแบบให้เป็นพิเศษ โดยสนนราคาสูงถึง 100,000 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทย 4.3 ล้านบาท ขณะที่พระราชวังเคนซิงตันออกแถลงการณ์ยืนยันว่า บิดาของนางเอกคนดัง จะมารับหน้าที่เดินนำเจ้าสาวเข้าในโบสถ์เซนต์จอร์จ เพื่อส่งตัวให้เจ้าบ่าวที่รออยู่ตรงแท่นพิธีเสกสมรส โอกาสนี้ทั้งพ่อแม่ของ “เมแกน” ยังจะได้เข้าเฝ้าฯควีนอังกฤษและใกล้ชิดเหล่าพระราชวงศ์วินด์เซอร์เป็นครั้งแรกอีกหนึ่งรายละเอียดเป็นที่จับตามองคือ ว่าที่หลานสะใภ้คนใหม่จะได้ใส่มงกุฎองค์ใดในวันเสกสมรส ทั้งนี้เมื่อครั้งพิธีเสกสมรสของ “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” นั้น สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง พระราชทานมงกุฎประดับเพชรในตำนาน “ฮาโล เทียร่า” ให้เคทยืมใส่ เป็นมงกุฎเพชรที่พระเจ้าจอร์จที่หก พระราชบิดาในควีนเอลิซาเบธที่สอง มีพระราชประสงค์ให้คาร์เทียร์ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับ “สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี” กระนั้น สื่อใหญ่ “ทาวน์ แอนด์ คันทรี” สืบเสาะได้ว่า เทียร่าองค์สำคัญนี้กำลังจัดแสดงในนิทรรศการ “Cartier : The Exhibition” ณ หอศิลป์แห่งชาติ ประเทศออสเตรเลีย และจะอยู่ถึงวันที่ 22 ก.ค.นี้ ฉะนั้น มงกุฎที่คาดว่าจะได้รับเลือกให้เข้าวินจึงเหลือ 2 องค์คือ เทียร่าอันโด่งดัง “Cambridge Lover’s Knot” ซึ่งควีนเอลิซาเบธที่สองพระราชทานเป็นของขวัญแก่เจ้าหญิงไดอาน่า และเจ้าหญิงได้ทูลเกล้าฯ ถวายคืน หลังทรงหย่าขาดจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ อีกหนึ่งเทียร่าที่ถูกหมายมั่นปั้นมือคือ “Spencer Tiara” เทียร่าเก่าแก่ของตระกูลสเปนเซอร์ ซึ่งถูกใช้ในงานแต่งงานของสุภาพสตรีตระกูลสเปนเซอร์มารุ่นแล้วรุ่นเล่า แม้จะไม่ใช่เทียร่าของราชวงศ์วินด์เซอร์ แต่มีความสำคัญยิ่งกับหน้าประวัติศาสตร์ เพราะเจ้าหญิงไดอาน่าทรงเลือกใส่เทียร่านี้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เมื่อปี 1981สำหรับประวัติความเป็นมาของ “เมแกน มาร์เคิล” เป็นนางเอกจอแก้วชื่อดังของฮอลลีวูด มีอายุมากกว่าเจ้าชายแฮรี่ 3 ปี ทั้งคู่คบกันได้ปีครึ่ง ฟันฝ่าอุปสรรคด้วยกันมาสารพัด กระทั่งได้รับไฟเขียวจากควีนอังกฤษ จึงประกาศหมั้นหมายกันเงียบๆเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว โดยเจ้าชายแฮรี่ทรงขอแฟนสาวแต่งงานขณะที่กำลังย่างไก่ในพระตำหนักนอตติ้งแฮมฯงานนี้เจ้าชายแฮรี่ตั้งใจเซอร์ไพรส์แฟนสาว และหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าของสื่อ จึงเลือกขอแต่งงานในบ้านตัวเอง ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ถึงจะเตรียมตัวอย่างดี สุดท้ายว่าที่เจ้าบ่าวก็ตื่นเต้นจนเกือบลืมสวมแหวนหมั้นให้สาวคนรัก ก็เพราะเป็นหนุ่มหัวใจกุ๊กกิ๊ก นอกจากจะวางแผนทุกอย่างไว้โรแมนติก เจ้าชายแฮรี่ยังออกแบบแหวนหมั้นด้วยตัวเอง โดยเลือกใช้อัญมณีสุกสกาวเม็ดเบ้งจากบอสวานา สถานที่แห่งความทรงจำของทั้งคู่ กระนั้นก็ไม่ลืมแสดงความรำลึกถึงพระมารดา หยิบเพชรสองเม็ดจากกรุเครื่องประดับของ “เจ้าหญิงไดอาน่า” มาประดับบ่าทั้งสองข้างของแหวนหมั้นตัวเรือนเยลโลโกลด์ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮรี่ยืนกรานว่า ครอบครัววินด์เซอร์ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ และพร้อมจะช่วย “เมแกน” ปรับตัวให้เข้ากับการเป็นสมาชิกของราชวงศ์อังกฤษ โดยเจ้าชายได้พาแฟนสาวเข้าพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมเพื่อร่วมโต๊ะเสวยพระกระยาหารกับควีนเอลิซาเบธที่สอง เพื่อสยบข่าวลือว่าพระอัยยิกาไม่โปรดหลานสะใภ้ดารา เจ้าชายยังรับสั่งติดตลกว่า แม้แต่สุนัขคอร์กี้ของควีนก็เป็นมิตรกับนางเอกสาวตั้งแต่แรกเห็น ทั้งๆที่สุนัขเหล่านี้เห่าใส่พระองค์ทุกครั้งที่เจอ เจ้าชายจึงเชื่อมั่นว่า “เมแกน” จะต้องเข้ากันได้ดีกับชาววินด์เซอร์ ที่สำคัญ ในสายตาของเจ้าชายแล้ว “เมแกน” เป็นผู้หญิงเก่ง แถมทำงานกุศลเยอะ เธอเคยเป็นทูตองค์กรเวิลด์วิชั่นในแคนาดา ร่วมรณรงค์แคมเปญจัดหาน้ำสะอาดในรวันดา และยังทำงานกับยูเอ็นต่อสู้เรื่องความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิง จะสวยเก่งเลิศวางตัวเป๊ะปังได้แค่ไหน ต้องตามติดชีวิตใหม่ในรั้ววังของหลานสะใภ้ฮอลลีวูด!!ทีมข่าวหน้าสตรี