ในโอกาสครบรอบ 75 ปี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเชิดชูเกียรติต้นแบบแห่งวงการแพทย์ MDCU (MDCU Medical Icons Award Ceremony) โดยมีพิธีมอบรางวัลให้แก่นิสิตเก่าดีเด่นที่สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในทุกวุฒิการศึกษา เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นิสิตเก่าที่อุทิศตนเพื่อสังคมและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ อันจะเป็นการส่งเสริมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้ใช้ความรู้ความสามารถให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมและประเทศชาติสืบไป ซึ่งจัดงานขึ้นที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆนี้ ภายในงานได้แบ่งการมอบรางวัลออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ 1.รางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬา ต้นแบบเกียรติยศ 28 ราย 2.รางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬา ต้นแบบแห่งความสำเร็จ 134 ราย และ 3.รางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬา ต้นแบบรุ่นใหม่ 28 ราย ซึ่งรางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬา ต้นแบบเกียรติยศ มีอาทิ ศ.กิตติคุณ พญ.คุณหญิงกอบจิตต์ ลิมปพะยอม, ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา, ศ.กิตติคุณ ดร.นพ. จิตร สิทธีอมร, พญ.เจรียง จันทรกมล, ศ.กิตติคุณ นพ.เฉลิม วราวิทย์, ศ.กิตติคุณ นพ.ชวลิต อ่องจิต, ศ.กิตติคุณ นพ.ชัยเวช นุชประยูร, พลเรือตรี นพ.โชคดี อินสว่าง,ศ.กิตติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เป็นต้น รางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬา ต้นแบบรุ่นใหม่ อาทิ นพ.กษมา มโนธรรมเมธา, นพ.เกรียงไกร ถวิลไพร, นพ.คมเลนส์ สุนทร, ดร.นพ.เจตน์ รัตนจีระ, นพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ เป็นต้น ทั้งนี้ พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานบริษัทในเครือบางปะกอก-ปิยะเวท และอดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ 4 สมัย หนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬา ต้นแบบเกียรติยศ กล่าวว่า ที่เรามีได้อย่างทุกวันนี้ คือพระคุณของจุฬาลงกรณ์ ดังนั้นจึงได้ตั้งใจเข้ามาตอบแทนบุญคุณสถาบัน พร้อมทั้งช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ โดยเริ่มจากอุทิศตนทำงานให้แก่สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ และมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ที่ผ่านมาทำงานช่วยเหลือสังคมมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควิด-19 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ปี 2547 หรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2554 รวมทั้งเป็นประธานฝ่ายหาทุนสำหรับผู้บริจาครายใหญ่ สร้างตึก “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” และเป็นผู้จัดทำโครงการเพื่อการกุศลต่างๆอีกมากมาย ในส่วนการทำงานผู้บริหารโรงพยาบาลบางปะกอก และโรงพยาบาลปิยะเวท เราได้เซตระบบ คนนี้ต้องทำอะไร มีหัวหน้า มีรองฝ่าย 1-2-3-4 ทุกคนมีหน้าที่จนไม่เคยเจอปัญหาและอุปสรรคเลย มีการให้ความรู้ในการดูแลคนไข้ เรามีระบบพี่ต้องสอนน้อง ผู้บริหารต้องลงไปสอนด้วยเช่นกัน.