จบวิศวะไฟฟ้า แต่ไปมาพบว่า รักงานสวยงามมากกว่าสายไฟทื่อๆ คุณพอล–วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ จึงกลายมาเป็นเจ้าของโรงงานจิวเวลรี ผลิต silver costume jewelry และ fine jewelry และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และจัดประกวด Miss and Mister Supranational Thailand 2021-2024 เพื่อหาผู้ชนะไปประกวดรอบนานาชาติที่โปแลนด์ ซึ่งเป็นเวทีการประกวดความงามใหญ่ที่สุดของยุโรป เหมือนที่ฝั่งอเมริกามีเวที miss universeพอจบการประกวดที่เรียกสั้นๆว่า Miss Supra ของปี 2023 คุณพอล จึงจัดดินเนอร์เพื่อขอบคุณกรรมการ เพื่อนๆ ผู้ใหญ่และสื่อ ซึ่งทำให้ทุกคนเลิกนัดอื่นทันที เพราะเป็นที่เลื่องลือถึงอาหารจีนระดับฮ่องเต้ฝีมือ คุณพอล ซึ่งกว่าจะได้กินต้องเตรียมหาวัตถุดิบและปรุงบางส่วนล่วงหน้าหลายวัน หนึ่งในจานเด็ดคือ ซุปหูฉลาม ซึ่ง คุณพอล ทำความสะอาด ต้มหูฉลามเอง ให้มั่นใจว่าไม่มีกลิ่นคาว ที่สำคัญคือเคี่ยวน้ำสต๊อกจากส่วนผสมเป็นสิบอย่าง เช่น ขาหมู ซึ่งต้องเป็นขาหน้าเท่านั้น แฮมยูนนาน ไก่ดำต้องใช้ไก่แก่ ขาไก่ หนังหมู หอยเชลล์แห้ง รากโสม หอมใหญ่ ฯลฯ เคี่ยวไฟอ่อนๆ 3 วันจนรสชาติเนื้อสัตว์จืดสนิท เพราะรสหวานของเนื้อและกระดูกออกมาอยู่ในน้ำซุปหมดแล้ว ก็เคี่ยวอีกจนเข้มข้น ถึงนำมากรอง เป็นน้ำซุปหูฉลาม อีกจานเป็น ปลานึ่งซีอิ๊ว ซึ่งต้องมีเทคนิคนึ่งปลาสด ที่เวลาต้องพอดี ถ้า overcook ปลาจะแข็ง พอสุกได้ที่ก็เทน้ำที่นึ่งปลาทิ้ง ราดซอสที่ปรุงไว้ร้อนๆ อีกเมนูเป็น เป๋าฮื้อผัดซอส XO กับผักกาดขาวเบบี้ จากจีน ซึ่งเคล็ดลับคือต้องนำผักกาดขาวไปต้มจนได้ที่ ก่อนนำมาผัดกับ XO sauce จึงจะใส่เป๋าฮื้อ ก่อนเสิร์ฟใช้เหล้ากุหลาบจีนเหยาะบนกระทะเพื่อตัดกลิ่นคาวของหอย จานต่อไปเป็นซุปใส ที่ใช้ก้างปลาเหลือจากนำเนื้อไปทำปลานึ่งซีอิ๊ว โดยนำหัวและก้างกระดูกใหญ่มาย่างไฟอ่อนๆให้หอมกลิ่นไหม้ แล้วเคี่ยวกับน้ำซุปด้วยไฟอ่อนมากๆ 6 ชั่วโมง แล้วปรุงรส และลวกเนื้อกุ้งหรือปูใส่ ส่วน บะหมี่เป๋าฮื้อน้ำแดง ก็ทำบะหมี่สดที่ดึงเอง เคล็ดลับอยู่ที่การผสมแป้งหมักแป้งให้เส้นเหนียวนุ่ม ส่วนซุปน้ำแดง ใช้น้ำที่เคี่ยวเป๋าฮื้อจนนิ่ม มาเป็นเบสใส่เห็ดหอมและผัก กินเสร็จทุกคนก็ยุให้เปิดเชฟ เทเบิ้ล แต่ คุณพอล บอกว่าขอทำให้เพื่อนและผู้ใหญ่ที่รักนับถือกินไปอย่างนี้ดีกว่า กับไม่อยากเสียคำพูดที่บอก “อาจารย์” ไว้ว่าจะไม่ไปทำขาย เพราะตอนไปอยู่ออสเตรเลีย บังเอิญมีเพื่อนบ้านที่สนิทกันเป็นเจ้าของร้านอาหารจีนที่ได้ที่ 1 ของเมืองมา 10 ปีติดกัน จึงขอให้เขาพาไปเรียนกับเชฟจีนที่ร้าน แต่เชฟหวงสูตรมาก กลัวว่าเจ้าของร้านส่งคนมาแกะสูตรแล้วจะเลิกจ้างเขา ก็เลยไม่ยอมสอน ไม่ยอมเปิดปากบอกอะไรทั้งสิ้น จึงต้องใช้เวลา สร้างความคุ้นเคย จนเชฟไว้ใจ ว่าไม่ใช่สายลับ ไม่ได้คิดจะเปิดร้าน จึงยอมให้เข้าออกครัวได้ และอาศัย “ครูพัก ลักจำ” ซึ่งแรกๆงงมาก เพราะเชฟแต่ละคนจะมีกระบะประจำตัว แบ่งเป็นช่องๆใส่แป้งสารพัดอย่างไว้ใช้ในการปรุงอาหาร คุณพอล ต้องคอยสังเกตแอบดูว่าเมนูไหนเชฟหยิบแป้งช่องไหน จนพอจะได้สูตรทำซุป ซึ่งเป็นหัวใจในการทำอาหารจีน พอได้น้ำซุป จึงเข้าถึงอาหารจีนไปกว่าครึ่ง หลังอิ่มหนำ เพื่อนแม่ศรีเรือนหลายคนขอเข้า ไปดูครัว อยากรู้ว่า บริหารครัวอย่างไรถึงทำอาหารได้อร่อยล้ำ พอเห็นก็ทึ่งมาก เพราะทั้งครัวมีพื้นที่ให้คนยืนไม่เกิน 3 คนจะเดินไปไหนก็ไม่เกิน 5 ก้าว เพราะเต็มไปด้วยข้าวของ เครื่องปรุง อุปกรณ์ครัวแน่นขนัด ทุกตู้ทุกชั้นอัดซุกไว้ทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะภาชนะจานชามที่ตั้งซ้อนๆเป็นสิบตั้ง ประมาณพันชิ้น เพราะดินเนอร์แต่ละครั้ง มีราวๆ 7-8 เมนู แต่ละเมนูใช้จานถ้วยชาม 2-3 ชิ้น ก็คือ คนละ 25-30 ชิ้น ซึ่ง เชฟพอล เคยจัดเลี้ยงเต็มที่ 25 คน จึงใช้ภาชนะไปราว 600 กว่าใบ--และหลังจากดินเนอร์ รุ่งขึ้นแม่บ้านพม่าที่เพิ่งได้มาขอลาออกเลย เพราะกลัวว่านายที่ชอบลั้นลา น่าจะมีเลี้ยงบ่อย.โสมชบา