“ไพศาล” ไม่ชินถูกเรียก “พระเอก” เพราะจิตวิญญาณยังเป็น “โนรา” รับมีสาวรู้ใจแล้ว

ข่าว

“ไพศาล” ไม่ชินถูกเรียก “พระเอก” เพราะจิตวิญญาณยังเป็น “โนรา” รับมีสาวรู้ใจแล้ว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

2 ก.ค. 2565 07:30 น.

บันทึก

จาก “โนรา” ขวัญใจชาวใต้สู่พระเอกหนุ่มเนื้อหอม ไพศาล ขุนหนู ตั้งใจถ่ายทอดวัฒนธรรมกีฬาภาคใต้ ในภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้เรื่อง มนต์รักวัวชน ค่าย M39 มีแต่ความตื่นเต้น ท้าทาย ได้เปิดโลกใบใหม่ดูวัวชนแบบติดขอบสนามถึงขั้นลุ้นหนัก ยืนสตั๊นอย่าง แรง ยังบอกด้วยว่าการเป็น “ลูกบุญธรรม” ของพ่อเอกชัย ศรีวิชัย ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ได้สบายอย่างที่คิด แย้มสถานะหัวใจไม่ว่าง ยังไม่คิดเปิดตัวเพียงแค่คบกัน เข้าใจกันก็เกินพอแล้ว ใน “คนดังนั่งคุย”

เล่นหนังของพ่อเอกชัย เจอบทโหดๆหนักๆตลอดเลย

“ชินแล้วครับ ทำงานจนมองตาก็รู้ว่าพ่อต้องการอะไร ยังคงตื่นเต้นเหมือนเดิม หนังของพ่อทุกเรื่อง จิตวิญญาณของพ่อเยอะมาก ความเป็นตัวตน ความเป็นอัตลักษณ์ ความเป็นวัฒนธรรมของคนใต้ ทุกๆ เรื่องพ่อจะนำมาใส่ในผลงาน”

ได้ยินว่าเป็นคนใต้แต่ไม่เคยเข้าสนามวัวชนเลย “ใช่ครับ ไม่เคยเข้าเลย ไม่เคยได้เห็นวัวชนแบบจะจะ จังๆ ที่จริงบ้านผม วัวชนอยู่คู่คนใต้มานาน แต่วัวปกติ วัวทั่วไปบ้านผมก็เลี้ยง แต่คำว่าวัวชน เราแค่เห็นโปสเตอร์ขึ้นมีวัวชน มีรถจอดติดกัน 4-5 กม. เราก็ยังตั้งคำถามจนทุกวันนี้ ทำไมคนถึงดูวัวชนเยอะขนาดนี้ ก่อนถ่ายทำภาพยนตร์ ผมกับพ่อเอกชัยเซอร์เวย์เข้าไปดูวัวชนจริงๆ วันนั้นเลยได้เห็นปฏิกิริยาคนจริงๆเป็นแบบไหนพอมาถ่ายทำ ตามเรื่องเราจะเป็นเจ้าของวัวมา ต้องคุ้นเคยกัน ทำให้คนดูเชื่อว่าเรากับวัวสนิทกัน แต่ความเป็นจริงผมไม่เคยเห็นวัวชนมาก่อน แล้วภาพแรกที่เห็นคือเขาวิ่งใส่กันแล้ว มีเลือดไหล ผมเห็นถึงความดุดัน ตกใจมาก แต่เราต้องเข้าฉากกับวัวชนจริงๆ ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เลย แล้วพี่ บ.เบิ้ล 300 คือในเรื่องเป็นเจ้าของวัว แต่หนักกว่าผมไม่กล้าเข้าใกล้เลย”

พอเป็นกีฬาวัวชนคนจะมองมีเรื่องการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“แน่นอนครับ อย่างที่บอกถ้าเข้าไปอยู่สนามวัวชนจะเห็นปฏิกิริยาหลากหลายเหมือนเราเข้าสนามมวย ภาษามือที่เราไม่เคยเห็น ศัพท์ที่เขาใช้ เพิ่งมารู้ว่าเป็นศัพท์เฉพาะทาง เรื่องนี้พ่อเอกต้องการสื่อให้รู้ว่าระหว่างนักพนันวัวชนกับนักเลงวัวชน สองสิ่งนี้มันต่างกันยังไง”

ฉากบู๊ๆเป็นยังไงบ้าง “บู๊หนักมากครับ คิวบู๊ถูกออกแบบจากครูดำ ซ้อมกันหลายครั้ง พ่อเอกไม่มีไปต่อหน้างาน ช่วงนั้นผมอยู่กรุงเทพฯเลยมีเวลาได้ซ้อมคิวบู๊ ”

ได้แผลบ้างไหมล่ะ “มีถลอกนิดหน่อยฉากต่อสู้บนถนนที่เป็นหินกรวดเล็กๆ มีพี่คนนึงในแก๊งผม เค้าเป็นนักร้องทางใต้เขาไม่เคยถ่ายคิวบู๊ ก็ต้องซ้อมต่อหน้าเซต พี่เขาเล่นแบบทุ่มตัว ไม่รู้เซฟยังไง ฉากร่วงหล่นจริง ลากไปกับพื้น ถลอก แต่เราพอมีประสบการณ์เพราะละครที่ผมเล่นก็เป็นละครบู๊อยู่แล้ว”

ได้ร่วมงานกับลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เห็นว่า เราเป็นขาแกล้งเลย

“น้องลิลลี่เป็นคนเล่นแล้วพลิ้ว ถ้าได้ดูมนต์รักดอกผักบุ้ง จะเห็นความน่ารัก ความใสของเขา เขาเล่นก็เหมือนไม่เล่น เป็นธรรมชาติ น่าหยิก น่าตี เก่ง”

ได้ยินเวลาอยู่กองไพศาลไปแหย่น้องลิลลี่ “เวลาผมเจอน้องชอบจับมือ เขาจะเขิน บิดเขินมาก ผมจะไปจับมือ ชอบไปกอดเขา เขาจะผลักออก โวย พี่ไพไม่เอา ผมชอบแกล้ง เอ็นดูเขาเหมือนน้องด้วย เรามองเค้าเป็นเด็กตลอด พอเราเห็นเขาแสดงมีความเป็นธรรมชาติ ผมมันเขี้ยวส่วนตัว อยากจะหยิกน้องเขามากครับ”

ความคาดหวังหนังเรื่องนี้

“ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอาจจะได้ยินเกี่ยวกับวัวชนแต่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นว่าการชนวัวหรือสภาพแวดล้อมในสนามวัวชนเป็นยังไง ภาพยนตร์เรื่องนี้จับทุกช็อต จับทุกมุม เล่าทุกอย่างเกี่ยวกับการเลี้ยงวัว การดูแลวัว บรรยากาศสนามวัวเป็นยังไง และคำว่าวัวชนทุกคนจะคิดถึงการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ทุกคนจะได้เห็นนักพนันกับนักเลง สองสิ่งนี้ต่างกันยังไง”

ตอนนี้ไพศาลก็ขึ้นแท่นพระเอก เวลาแฟนๆเรียกว่าพระเอก คำคำนี้เรารู้สึกยังไงบ้าง

“ไม่ชินครับ คือผมไม่ใช่อยู่ๆแล้วได้เป็นพระเอกเลย พื้นฐานเราเป็นคนง่ายๆ เดินตามพ่อ ถือรองเท้าให้พ่อ ขับรถให้พ่อ แล้วพื้นฐานของผมจริงๆ จิตวิญญาณของผมจริงๆคือโนรา ไม่ได้เป็นพระเอก ผมแค่เป็นนักแสดงที่รับบทพระเอก พ่อบอกตลอด ไพศาลไม่ใช่พระเอกนะ ตัวตนจริงๆเราคือโนรา พ่อเขากลัวผมเหลิง กลัวผมทะนงตัวผมเคยโดนมาครั้งนึงตอนถ่ายภาพยนตร์เรื่องเทริด ตอนนั้นมันเป็นซีนผมต้องปั่นรถจักรยานบนถนน มันร้อนมาก ผู้จัดการกองฯก็เรียกผม ไพศาลไปยืนร้อนๆทำไม มาหลบร้อนในรถตู้ก่อนก็ได้ ผมนั่งไม่ถึง 5 นาที พ่อเดินมาเลยเปิดประตูปั๊บ ซัดเต็มๆเลย ทุกคำที่ฟังไม่ได้เกิดในเวลานั้นหมดเลย มาจนทุกคนช็อตกันหมด”

พ่อแจกกล้วยให้เราใช่มั้ย “ถูกต้องครับ มาเป็นสวนเลยครับ มึงคิดว่ามึงเป็นใคร มึงคิดว่าเป็นพระเอกแล้วใช่มั้ย ทำไมตากแดดไม่ได้ ตั้งแต่วันนั้นผมจำถึงวันนี้ สิ่งสำคัญที่สุดเรื่องแรกๆ อันดับหนึ่งของพ่อคือเรื่องการวางตัว พ่อจะบอกตลอด คุณขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของเอกชัย ฉะนั้นคุณมาทำงานตรงนี้ อย่าทำให้ทุกคนมองว่า อ๋อ ลูกเอกชัยเหรอ? คุณมีสิทธิเหนือคนอื่น คำว่าลูกเอกชัย คุณต้องน่ารัก ต้องนอบน้อม ต้องก้มให้มากที่สุด ให้คนรัก ให้คนเอ็นดู พ่อจะเป็นคนประมาณนี้ครับ”

เล่นหนัง เล่นละคร การแสดงโนราก็ยังไม่ทิ้ง แบ่งสัดส่วนกันยังไง

“อาชีพหลักของผมคือโนรา ละครหรือภาพยนตร์ไม่ได้มีตลอด อาทิตย์นึงอาจจะถ่าย 2-3 วัน วันปกติก็รับแสดงโนรา ยังไม่ทิ้งครับ อันนี้คือรากของเรา”

ต้นตระกูลโนราเราต้องสานต่อ มีความกดดันมั้ย “ผมไม่กดดัน ผมภูมิใจมากกว่า ความเป็นโนราของผม ความเป็นพระเอกในวันนี้ ผมนำความเป็นพระเอกสร้างฐานแฟนคลับ สร้างในสิ่งที่เราอยู่ในวัฒนธรรมภาคใต้ให้คนหันกลับไปมองวัฒนธรรมของเราผ่านพระเอก แน่นอน พอเอ่ยชื่อไพศาล ทุกคนจะรู้ว่าเราเป็นโนราแค่นี้ทำให้เราภูมิใจ”

ก่อนหน้าในไอจีน้องสาวขอบคุณที่ไพศาลส่งเขาเรียนจนจบปริญญาเลย

“อ๋อครับ ใช่ครับ ภูมิใจมาก ผมไม่ได้มาจากครอบครัวร่ำรวย เมื่อก่อนผมเป็นคนรักครอบครัว พูดได้เต็มๆ ที่ผมทำทุกวันนี้เพื่อครอบครัวอย่างเดียว ไม่ใช่เพื่อผม ชีวิตผมอุทิศให้ครอบครัว ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวสบาย เมื่อก่อนไปพับรถกระดาษคันละบาทสองบาท ผมไปเล่นการโยนเหรียญ เป็นคนโยนแม่นมากได้เงินกลับบ้านมาเป็น 10-20 บาทจนครูจับได้แล้วโดนครูตี ผมส่งเสียให้น้องเรียน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างอยู่ที่ผมหมด ตอนนี้น้องเรียนจบไปคนนึงแล้ว คิดดูว่าคนเป็นพี่จะภูมิใจขนาดไหน แต่ถ้าน้องทำให้เราผิดหวัง โคตรเสียใจเลยนะ ผมจะบอกน้องรู้ไหมกว่าพี่จะหาเงินให้ได้สักบาท พี่ถ่ายละคร ถ่ายหนังเสร็จตี 5-6 โมงเช้า รู้ไหม จงเป็นเด็กดี พึงรู้ไว้ว่าพี่คนนี้อุทิศทุกอย่างเพื่อครอบครัว”

วันที่น้องเรียนสำเร็จเลยได้โมเมนต์ของไพศาลดีใจไม่แพ้คนเรียนจบ

“ดีใจมากผมส่งเสียให้เขาเรียนจบ ยิ่งผมเห็นเขาเขียนบรรยายในเฟซฯเค้าผมอ่านแล้วน้ำตาร่วงเลย แม่ยังร้องไห้ 3-4 รอบ เขารู้ผมรักเค้ายังไง ผมทำเพื่อครอบครัว ผมถึงบอก จบไปทำงานไม่ต้องมาให้เงินพี่หรอก ไม่ต้องมาตอบแทน แค่เป็นคนดีมีอาชีพการงานที่มั่นคง ตอนนี้เหลือน้องชายอีกคนก็เรียนปี 2 แล้วครับ”

เรามีอะไรที่ทำเพื่อตัวเองบ้าง “ไม่มีครับ ผมบอกแม่ตลอด ไม่มีอะไรที่ผมทำเพื่อตัวเอง ทุกวันนี้ที่ผมเป็นอยู่คือความเมตตา ความรักความเอ็นดูของผู้ใหญ่ของพ่อที่มอบให้ผม ผมได้นำสิ่งนี้ไปเป็นโปรไฟล์ของตัวเองเพื่อประกอบอาชีพ หาเงิน หางานเพื่อนำสิ่งนี้ไปซัพพอร์ตครอบครัว”

ความสุขของไพศาลในวันนี้คืออะไร “ผมอยากเห็นครอบครัวมีความสุข ผมไม่คาดหวังอะไรกับชีวิตเลยว่าผมจะต้องสุขสบาย เรามีทุกอย่างแล้วชื่อเสียง เงินทอง มันคือความสำเร็จแล้ว วางราก วางพื้นฐานให้น้องให้เขาเรียนจบมีงานทำที่ดี”

กับความรักบ้างไม่ค่อยเห็นไพศาลพูดถึงเท่าไหร่ จริงๆ มีคนคุยๆบ้างมั้ย

“มีครับ พ่อเค้าก็รู้แต่ไม่ได้บอกเป็นใคร ยังไม่เปิดตัว ต้องบอกก่อนโดยอาชีพของผมด้วย วัฒนธรรมแขนงนี้เรามีฐานแฟนคลับเหมือนกันหมด เหมือนวัฒนธรรมบ้านลิเก เขาจะมีฐานแม่ๆ พ่อเลยบอกว่าอยากให้ทุกคนจับต้องเราได้ ไม่ใช่ว่าไพศาลมีเจ้าของแล้ว คนเข้ามาหามากอด มาจูบเขาไม่กล้าเพราะเจ้าของมานั่งอยู่ข้างๆ”

คนที่เราคุยๆอยู่เขาเข้าใจเราขนาดไหน “เข้าใจครับ อันนี้ข้อสำคัญที่ผมบอกตลอดคือคุณต้องเข้าใจ มีคนคุยๆมาพักใหญ่แล้วครับ แต่เป็นคนนอกวงการ แล้วตอนนี้เราทำงานตรงนี้อยู่ด้วย ถ้าผมมาจากพระเอกหรือนักร้อง เรื่องความรักเราคงจะเปิดได้แต่วัฒนธรรมโนรา เรารู้ว่ามันเป็นยังไงเลยเลือกไม่เปิดเผยดีกว่า อีกอย่างฝั่งผู้หญิงเขาเข้าใจเราก็เลยไม่รู้จะเปิดทำไม เขาไม่ได้เรียกร้องต้องเปิดตัว เพราะฉะนั้นเราอยู่อย่างนี้ดีกว่า”

ในมุมความรักของเราในวัยนี้ เริ่มมองถึงอนาคตข้างหน้าแล้วหรือยัง “ผมอยากให้ทุกอย่างมันพร้อม สิ่งสำคัญที่สุด เขาต้องเข้าใจเรา ณ วันนี้เขาก็เข้าใจเราแล้วแต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้นเขาต้องรู้ว่าอยู่ ณ จุดตรงนี้ได้ เขารู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตเราหมด ใครอยู่รอบข้างเรา เราดูแลใคร ผมบอกเขาตลอดว่าผมรักใครคุณต้องรักคนนั้นเหมือนเราด้วย ไม่ใช่ว่ามาเอาแค่ผมคนเดียวมันก็ไม่ใช่ คุณต้องเข้าใจ รักและดูแล เคารพเหมือนที่เราทำอยู่”

พ่อเอกชัยพอรู้ว่าเรามีคุยๆ มีแนะนำเตือนเรายังไงบ้าง

“พ่อจะเตือนเกี่ยวกับโซเชียลมากกว่า เขาบอกว่าดูสิลูก มีให้เห็นบ่อยๆ เปิดตัวแล้ววันนึงเลิกกัน กับสิ่งที่เราทำ จะให้มันมาพังวันนี้เหรอ หนังสือเล่มที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตลูกไม่ต้องไปศึกษาใครหรอก ก็พ่อนี่ไง เห็นหรือเปล่า? ว่าชีวิตพ่อมันสำเร็จหรือไม่สำเร็จ คนที่อายุรุ่นเดียวกับพ่อ ดังเหมือนกัน ชีวิตเหมือนกันแต่ทุกวันนี้ความเป็นอยู่เหมือนพ่อหรือเปล่า ฉะนั้นลูกดูเอาว่าพ่อประสบความสำเร็จหรือว่าชีวิตพ่อพัง ลูกควรศึกษาหนังสือเล่มนี้หรือเปล่า”

พ่อยังพังเรื่องความรักมากๆ “ใช่ครับ พ่อยังโบราณ แล้วเขาชอบบอกว่าผ่านมาแล้ว เขารู้เป็นยังไง เขาเลยไม่อยากให้ผมผ่านแบบเดียวกับเขา”

ยุคสมัยโน้นกับตอนนี้มันก็ไม่เหมือนกันแล้วนะ “ผมไม่รู้ให้ใครไปพูดกับพ่อดี ผมอายุแค่นี้ 20 กว่า พ่อเล่าตอนอายุเท่าผมนะ โอ้โห! เขาเล่าชีวิต อย่างซ่าส์ ตีรันฟันแทง แล้วเรื่องผู้หญิงก็ไม่ธรรมดา ผมก็แย้งทำไมไม่ให้ผมใช้ชีวิตแบบนี้บ้าง พ่อก็บอกมันไม่ดีสิลูก พ่อผ่านมาแล้วไง ใครจะบอกว่าพ่อดันลูก...โอ้โห! ผมอยากให้คุณลองมาเป็นลูกพ่อเอกชัยดู จะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เราเห็นเส้นชัยข้างหน้าสิ่งที่เราทำอยู่ เส้นทางเดินออกช่องทางใด ถ้าวันนี้ผมใช้ชีวิตในแบบของผม ผมอาจจะไปเกเร เป็นเด็กแว้น มีลูกมีเมียแล้วก็ได้ แต่การปฏิบัติตัวที่พ่อวางไว้ให้แบบนี้ปลายทางมันเป็นยังไง”.

เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยาน

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

หนุ่มน้อยกำเงินเก็บเข้าร้านทอง หาของขวัญให้แม่ ถาม "เท่านี้ซื้ออะไรได้บ้างครับ"
04:26

หนุ่มน้อยกำเงินเก็บเข้าร้านทอง หาของขวัญให้แม่ ถาม "เท่านี้ซื้ออะไรได้บ้างครับ"

ApplicationMy Thairath

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2565 เวลา 01:13 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์