แด่! ทมยันตี

ข่าว

    แด่! ทมยันตี

    กิเลน ประลองเชิง

      16 ก.ย. 2564 05:06 น.

      ชื่อทมยันตี ในใจคนรักหนังสืออย่างผมเหมือนเขาพระสุเมรุ...ยิ่งใหญ่เสียจนไม่รู้ว่า จะมองมุมไหน

      ผมขอเลือกเหลี่ยมมุมเล็กๆมุมนี้ คิดว่าน่าจะดีกว่า

      แล้วในวันหนึ่ง ผมหลงเหลี่ยมนักเลงเรืออวน...ของตัวเอง ตกปากรับงาน ตัดสินงานเด็กนักเรียน...จากคุณเบ...เพื่อนในเอไอเอส...

      ไม่ดูไม่ถามสักคำ ใครบ้างกรรมการ กลัวเพื่อนดูแคลนหัวใจ นายทักษิณไม่อยู่แล้วทำเป็นเมิน

      ไปถึงงาน...เจอท่านกรรมการ แต่ละคน...แค่อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก...ผมก็หนาว หันไปนั่น ก็อาจารย์วิมล “ทมยันตี”

      ไหนๆก็ไหนๆ ผมตั้งใจต้องเล่นให้เป็น

      เดินไปน้อมไหว้ทมยันตี แนะนำชื่อ นามปากกา เล่นบทน้องเล็กฝากเนื้อฝากตัวพี่ใหญ่...คงพอไปรอดละหวา! งานนี้

      นั่งสักครู่ มีไมค์จ่อปาก ผมก็พูด พอจบ มีเสียงทัก “นี่พ่อกิเลน ฉันนี่นึกว่าเธอจะเก่งแต่เขียน ปากเธอก็เก่งเหมือนกัน”

      เสียงพี่อี๊ดดัง ผมใจชื้น นี่คือสัญญาณเริ่มต้นไมตรี แบบวัฒนธรรมกล้วยไม้ทองของจีน

      เวลาบนโต๊ะอาหาร ฟ้าดินบันดาล ผมได้นั่งติด “พี่อี๊ด” ส่วนจอมยุทธ์อื่น ท่านก็รับคู่เสวนาทางใครทางมัน ขนาดคุณประสงค์ ประธานของงานเดินมาร่วมโต๊ะ ยังแทบจะหาคู่คุยไม่เจอ

      ตอนหนึ่งของบทสนทนา “นี่เธอรู้ไหม พี่อี๊ดน่ะใจดำ เกลียดใคร พี่จะเขียนให้เลิศลอย ถึงตอนจบ พี่ก็เชือด...”

      ผมหลับตามโนภาพ...ชื่อนางเอก ทมยันตี ตัวจริงโหดนี่หว่า...ผมนึกถึงนิยายทั้งที่อ่านจากหนังสือ ดูหนังดูละคร เรื่องไหนหว่า คู่กรรม หรือทวิภพ ฯลฯ อยากหาประเด็นสานต่อ

      แต่ไม่มีโอกาส นี่เป็นบทที่ “ทมยันตี” เพิ่งเริ่มต้น

      “พ่อกิเลน เธอรู้ตัวด้วย...พี่น่ะอ่านคอลัมน์ของเธอ...” ผมเริ่มรับรู้ นี่คือบทสัมโมทนียกถา “เธอน่ะเป็นคนมีวาสนา รักใครเกลียดใคร ก็หาเรื่องเก่าๆเสกสรรค์ปั้นแต่ง หาเรื่องชมด่าคนเขา ไปได้ทุกวัน”

      “แล้วเธอรู้ตัวไว้นะ พี่น่ะเอาเรื่องที่เธอเขียน ไปวางพล็อตเขียนนิยายไปแล้วเป็นสิบๆเรื่่อง”

      บทสรุปของ “ทมยันตี” สำหรับผม ยิ่งกว่าดาบอัศวิน...ที่กษัตริย์อาเธอร์ยื่นให้เซอร์ลานสลอต

      นี่คือคำชม ที่นักข่าวหนังสือพิมพ์ตัวเล็กๆได้จากจักรพรรดินีแห่งจักรวาลอักษรอันไพศาล ที่ผมเสียบไว้กลางหัวใจ เอาไว้ชดเชย ในยามที่ไร้เรี่ยวแรงไร้น้ำยาปั้นตัวหนังสือซึ่งต้องทำอยู่ทุกวัน

      อารมณ์นี้ ผมเชื่อว่าพี่อี๊ดเองก็รู้ หลายปีต่อมา ผมแวะไปไหว้ ที่บูธขายหนังสือ พี่อี๊ดยื่นนิยายสั้น ในพ็อกเกตบุ๊กเล่มเดียว พูดดักใจ “พี่ว่าเล่มนี้ เธอไม่อ่าน”

      เรื่องนั้น เป็นการต่อสู้แบบการนั่งทางใน ผมตั้งใจสวนคำท้า อ่านต่อไป แต่หาเงื่อนเขียนคอลัมน์ไม่ได้

      หากวันนี้ พี่ยังอยู่ เจอกันอีกครั้ง ผมจะสารภาพ “ผมอ่านแล้วครับ แต่อ่านไม่จบ ผมขอโทษ!”

      งานเขียนนั้น ไม่ว่านิยาย หรือคอลัมน์ สำหรับคนเขียน รางวัลที่สูงค่าที่สุดได้จากคนอ่าน อ่านแล้วจะชมจะด่า มีค่ามากกว่า การไม่มีปฏิกิริยาอะไรกลับมาเลย

      ผมพอรู้ สวรรค์ชั้นทมยันตีอยู่สูง แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ชั้นไหน

      สัญญากับพี่อี๊ดว่า จะพยายามทำบุญตามไป วันนั้นผมแน่ใจ ผมอ่านหนังสือเรื่องที่พี่ยื่นให้จบเล่มแล้วจริงๆ.

      กิเลน ประลองเชิง

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ทมยันตีทมยันตี เสียชีวิตทมยันตีผลงานคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์นักเขียนนวนิยายกิเลน ประลองเชิงชักธงรบ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 10:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์