“กองทัพ พีค” ลูกไม้ใต้ต้น “ปราบ ยุทธพิชัย ”ขึ้นแท่น “พระเอกป้ายแดง”

ข่าว

    “กองทัพ พีค” ลูกไม้ใต้ต้น “ปราบ ยุทธพิชัย ”ขึ้นแท่น “พระเอกป้ายแดง”

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    24 ก.ค. 2564 08:01 น.

    แจ้งเกิดภายในชั่วข้ามคืน สำหรับกองทัพ พีค เจ้าของฉายา “ไอ้เด็กหน้ามึน” ไอดอลระดับเอเชีย ดีกรีทายาทลูกไม้ใต้ต้นของปราบ ยุทธพิชัย ที่เปิดซิงการแสดงครั้งแรกในละครรักของนักกฎหมาย “Dare To Love ให้รักพิพากษา” ทางช่อง 3 กด 33 ผลิตโดยชลลัมพี โปรดั๊กชั่น ประกบคู่นางเอกซุปตาร์รุ่นพี่ เบลล่า-ราณี แคมเปน เรียกว่าขึ้นแท่นพระเอกป้ายแดงสุดฮอตคนใหม่ แต่กว่าจะเดินทางถึงเส้นทางนี้ไม่ง่ายอย่างฝัน ต้องผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย ต่อสู้และยืนด้วยแข้งขาของตนเอง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก “เด็กพี่เบลล่า” ให้มากขึ้น ใน “คนดังนั่งคุย”

    หลายคนอาจจะสงสัยว่าพีคเข้าวงการมาได้ยังไง

    “พีคไปเรียนที่อังกฤษตอน 11 ขวบ ตอนนั้นเรียนเกี่ยวกับศิลปะการแสดง มีการร้องการเต้นการแสดงอยู่แล้ว เมื่อตอนอายุ 13 พีคได้เจออาปิ๊ก ฌาณฉลาด ผจก. พีคตอนนี้ ซึ่งตอนอายุ 15 มีโอกาสได้กลับมาช่วงซัมเมอร์ ลุงปิ๊กก็จัดคลาสการแสดงให้ ได้ฝึกอะไรหลายๆ อย่างในช่วงเวลา 1 เดือน แล้วพีคกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษเหมือนเดิม จนอายุ 16 ได้กลับมาที่เมืองไทย เริ่มต้นตั้งแต่ตอนนั้น ได้เข้ามาร่วมงานกับทางช่อง 3”

    ความรู้สึกแรกที่ได้แสดงละคร?

    “หวิวๆครับ (หัวเราะ) นอกจากความตื่นเต้น พีคเพิ่งกลับมาจากรายการ PRODUCE X 101 เหมือนได้กลับมาสู่โลก มันหวิวๆนิดนึง เพราะต้องปรับตัวเยอะมาก เหมือนอยู่เกาหลีแล้วมาที่ไทยเวิร์กช็อปเลย เรื่องภาษาด้วย อากาศด้วยที่มันช็อกมาก พีครู้สึกต้องปรับตัวเยอะมากในช่วงแรก แต่พอได้มาเล่นวันแรก เหงื่อท่วมไม่หยุด ตื่นเต้น พยายามบอกตัวเองว่าชิลๆ ทำได้อยู่แล้ว แต่ร่างกายตรง กันข้าม ต้องอาศัยแรง สมาธิเยอะมาก ต้องขอกำลังใจจากพี่เบลและทีมงานเยอะมาก”

    เรื่องแรกก็หนักเลยต้องรับบทเป็นทนาย เป็นยังไงบ้าง

    “ด้วยความเป็นทนายความ ต้องพูดกระชับ และมีเหตุผล เป็นผู้ใหญ่ในตัว ต้องทำการบ้านเยอะมาก บทพูดรวดเดียวปรื๊ดๆ ต้องมานั่งทำความเข้าใจว่าเขาพูดอย่างนี้ หมายความว่าอย่างนี้ ด้วยความภาษาเราไม่แข็งแรงด้วย ก็เตรียมตัวนาน ก่อนมารับบทเรื่องนี้ไปเวิร์กช็อปเป็นเดือน และต้องปรับภาษาไทย ไปเรียนแอ็กติ้งเพิ่ม มีทนายเจมส์ ทนายนิด้า ประกบเราตลอด ตัวบทสมบูรณ์อยู่แล้ว แค่ต้องมาปรับเอาหน้างานกับตัวละครและการพูดของเรา”

    เป็นพระเอกเต็มตัวแล้ว ผลตอบรับละครเป็นยังไง “ทุกคนเอ็นดูเด็กหน้ามึน คิวหน้ามึนทุกครั้งที่เจอนางเอก ด้วยความที่ตัวละครเป็นนักกฎหมาย ต้องพูดชัด พูดยาวมาก ยาวจนพีคหันไปมองคนเขียนบทว่ายาวใช้ได้เลยนะครับพี่ (หัวเราะ) มันยาวจริงๆ แต่ก็ขอบคุณเขาด้วยเพราะท้าทายตัวเอง”

    เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ

    ได้เรียนรู้อะไรจากละครเรื่องนี้

    “เรียนรู้เยอะมาก หลักๆน่าจะเป็นเรื่องมุมมองที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ลองทำ อย่างการแสดง รวมทั้งคิวขับมอเตอร์ไซค์ พีคขับไม่เป็น คิวไม่กลัวหมา แต่พีคกลัวหมา คิวทำกับข้าวได้ พีคเข้าใจคนมากขึ้น ยังไงตัวละครก็เป็นคนคนนึง เหมือนพีคได้เติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเขา ทำให้พีคโตไปพร้อมกับคิว เหมือนไม่ใช่ละคร เหมือนชีวิตคนจริงๆ มีสิทธิ์เกิดขึ้นได้มาก”

    กระแสดีตั้งแต่ตอนแรกก็ติดเทรนด์ทวิตเตอร์เลย “ใช่ครับ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ด้วย คนก็แชร์เยอะมาก พีคบอกตลอดว่าพีคหาคำไหนไม่เจอนอกจากคำว่าชื่นใจ คนทำงานเองที่ถ่ายมา 1 ปี 8 เดือน ทีมงานทุกคนเหนื่อยมากกับละครเรื่องนี้ พอเห็นกระแสตอบรับดีแบบนี้ พีคเชื่อว่าทุกคนหายเหนื่อย ทุกคนดีใจมากครับ”

    เล่นเรื่องแรกก็ประกบนางเอกเบอร์ 1 อย่างเบลล่าเลยเป็นยังไงบ้างล่ะ

    “สำหรับพี่เบลตั้งแต่วันแรกที่เจอกันพี่เบลก็บอกว่าไม่ต้องเกร็งนะ ทำให้เต็มที่ วันแรกที่เปิดกล้องเราก็ให้กำลังใจ ส่งพลังให้กันไปมา พีคเล่นกับพี่เบลแล้วสนุก ช่วงที่ถ่ายพี่เบลก็ซื้อกับข้าว ขนมมาฝากกองตลอด เป็นอะไรที่น่ารัก เป็นเหมือนพลังบวกให้กับกองละคร”

    มันเป็นเรื่องราวของรักต่างวัย มันค่อนข้างห่างจากตัวเรามั้ย “ถามว่าห่างตัวเรามั้ย ก็ไม่เพราะพี่เบลหน้าเด็กมาก ไม่ต้องรู้สึกพยายามอะไรเลย เมื่อเข้าคู่กันเหมือนเราเป็นตัวละครนั้นเลย ความสัมพันธ์ก็ดำเนินไปอย่างสมูทมาก ชีวิตจริงหลายอย่างเราก็คล้ายกัน เราพูดคุยและแชร์กันตลอดว่าทำงานเสร็จปุ๊บ ซีนนี้ปรับตรงนี้ดีมั้ย ต่อบทตลอดทำให้ทุกอย่างสมูทมากขึ้น”

    แล้วเคยมีความรักต่างวัยแบบนี้มั้ย

    “ไม่เคยมีครับ แต่สมัยก่อนปั๊บปี้เลิฟ แต่ถ้าแฟนไม่เคยมี”

    ชอบผู้หญิงยังไง ต้องนิสัยเหมือนแม่มั้ย? “พีคว่านิสัยคล้ายๆคุณแม่ ที่เป็นคนตลก ลุยๆ ถึงไหนถึงกันเป็นคนชัดเจน จะมีความเป็นผู้ชายอยู่ในตัว เข้าใจพีคด้วย”

    อยากมีแฟนเหมือนคนอื่นหรือเปล่า “พีคมุ่งหน้ากับตรงนี้มานาน โฟกัสมานาน เดินทางกันมานาน อยากทำให้เต็มที่ก่อน อนาคตค่อยว่ากันอีกที”

    5–6 ปีกว่าจะมีละคร มีช่วงท้อหรือบั่นทอน

    “มีอยู่แล้ว ด้วยความที่เราทำงานตรงนี้มันใช้เวลามานาน ไม่ใช่แค่ 5-6 ปี แต่ 8-9 ปี ตั้งแต่ไปเรียนที่อังกฤษจนถึงวันนี้ มันผ่านอะไรมาเยอะมาก ระหว่างทางเจออะไรเยอะมาก เราก็ท้อ”

    เราสู้และผ่านอุปสรรคมาได้ยังไง “แค่บอกว่าเราทำเพื่อใคร ทำเพื่ออะไรอยู่ พีคแค่คิดว่าพีคทำเพื่อคนที่รักเรา และคนที่เรารัก มันมีแรงมาก ตอนอยู่เกาหลีพีคท้อมาก แต่แค่คิดว่าคนที่รักเราเขาจะได้เห็นผลงานเรา พีคก็สู้แล้ว ที่สำคัญอันไหนไม่มีแรงก็กินไปก่อน กินแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเองสำหรับพีค”

    หลายคนรู้อยู่แล้วเราลูกพ่อปราบ พ่อถ่ายทอดวิชาอะไรให้เราบ้างมั้ย

    “พ่อพูดมาประโยคนึงคือ...ตัวใครตัวมัน พีคน้ำตาไหลเลยได้ยินประโยคนี้ คุณพ่อบอกว่าอยากให้ไปหาประสบการณ์ด้วยตัวเอง เขาเลยไม่ได้สอนอะไรเยอะ เขาแค่แนะนำว่าซีนนี้ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง เรื่องเทคนิคไม่บอกอะไรเลย ถ้าพีคมีอะไรอยากถามเขาพีคก็ถาม แล้วก็แยกย้ายไปทำงาน”

    ด้วยความที่เราเป็นลูกไม้ใต้ต้น คุณพ่อเป็นลมใต้ปีกตลอด รู้สึกยังไง “คุณพ่อก็คือคุณพ่อ มันคือความรักของพ่อ ไม่มีทางไม่เป็นห่วงไม่แคร์ลูกอยู่แล้ว ลมใต้ปีกสำหรับพีคคือครอบครัวของพีคและแฟนคลับของพีคมากกว่า คือมันจะบินไม่ได้ถ้าไม่มีลมใต้ปีก จะเดินด้วยตัวคนเดียวได้ไง”

    สนิทกันแบบนี้เคยทะเลาะกับพ่อมั้ย

    “ปกติเลยครับ ด้วยความที่คุณพ่อเลี้ยงพีคเหมือนเพื่อน คุณแม่ก็เลี้ยงพีคเหมือนเพื่อนมาก เราคุยเรื่องอะไรหลายๆอย่าง จะมีมุมที่เราคิดต่างกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญเราแค่สื่อสาร และพูดคุยกันมากกว่า”

    พ่อผลักดันเราจนได้เป็นพระเอกป้ายแดงของช่อง 3 พ่อเลี้ยงดูเรามายังไง “พ่อก็อยากให้พีคเลือกเส้นทางเดิน ไม่เคยบังคับว่าต้องเป็นแบบนี้ตามที่เขาวางไว้ เขาแค่บอกว่าพีคอยากทำอะไรก็แล้วแต่พีค เดี๋ยวเขาจะซัพพอร์ตเท่าที่เขาทำได้”

    อยากบอกอะไรคุณพ่อคุณแม่บ้าง “อยากขอบคุณและอยากบอกว่าพีคมีทุกวันนี้ได้เพราะเขาทั้งสองคนแน่นอนอยู่แล้ว พีคได้ดูละครกับเขาทั้งสองคน เขารู้สึกแฮปปี้มาก เห็นตาเขาเลยว่าเขาแฮปปี้มากทุกๆวันกับการดูละครเรื่องนี้ ก็คิดว่าความสุขของพ่อแม่ก็เป็นความสุขของพีคด้วยครับ”

    เป้าหมายในชีวิตวางไว้จะเดินยังไงต่อ

    “ก็ทำให้ดีที่สุดสำหรับทุกๆ ผลงาน และทุกๆ วันที่ทำ เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เราทำให้ดีที่สุด ณ โมเมนต์นี้ เวลานี้”

    อยากจะบอกหรือฝากอะไรถึงแฟนละครบ้าง

    “ขอฝากละครเรื่องนี้ด้วย กว่าจะถึงวันนี้ได้ผ่านอะไรมาเยอะมาก อยากให้ทุกคนมีความสุขกับละครเรื่องนี้ และได้ยิ้มหัวเราะไปกับตัวละคร และขอฝากเพลง Promise You และเพลงทุกนาทีด้วย ทุกนาทีจะถูกปล่อยมากลางๆเรื่อง คอนเซปต์คือถ้าไม่กล้าบอกรักใคร ให้หยิบกีตาร์มาเล่นบอกรักให้เขาฟัง”.

    เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยาน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กองทัพ พีคให้รักพิพากษาเบลล่า ราณีปราบ ยุทธพิชัยปราบ ยุทธพิชัย ลูกชายคนดังนั่งคุยดารา

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 14:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์