แซ่บกว่าทุกเรื่องจนแฟนๆได้แต่อ้าปากร้องซี้ดไปตามๆกัน เมื่อ ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร นางเอกสาวจากละคร “ตะวันอาบดาว” ทางช่อง 7HD เปิดศึกรักฟาดแรงกับ ยุ้ย จีรนันท์ นางเอกรุ่นพี่ และ เข้ม หัสวีร์ พระเอกรุ่นน้อง เรื่องราวกำลังเข้มข้นคลั่กมากๆ งานนี้คว้าสาวฐิสา มาเปิดใจถึง การทำงานสนุกสุดแซ่บขนาดไหนหนอ? พร้อมเปิดปากถึงสถานะหัวใจ มีหนุ่มคนไหนดามใจแล้วหรือยัง?!! ใน “คนดังนั่งคุย”บทบาทในเรื่องของฐิสา แตกต่างจากเรื่องอื่นๆมาก เรียกว่าแซ่บเลยทีเดียว“แตกต่างค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ที่ผ่านมาคนอาจจะจำภาพแบบว่าเป็นนางเอกเจ้าน้ำตา เป็นคนโดนกระทำแต่ในเรื่องนี้ได้พลิกหลายๆอย่าง ตัวคาแรกเตอร์มีความแซ่บขึ้นมาไม่ยอมคน หรือคำพูดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคน สนุกมากค่ะ ตัวฐิเองพอเห็นบทก็เริ่มทำการบ้าน ทั้งเรื่องการพูด เรื่องความคิดของตัวละครว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ แสดงออกแบบนี้ เขาคิดอะไรอยู่ ซึ่งพอเข้าใจตัวเขาเราก็เล่นออกมาได้แบบไม่ขัดความรู้สึกตัวเอง แต่ถ้าเป็นตัวเราเอง เราก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูเป็นคนไม่น่ารักหรือเปล่า เขาจะเถียงกับน้าของเขาตลอดเวลา แต่สำหรับตัวละคร เขามีที่มาที่ไปว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ ลึกๆแล้วตัวละครเป็นคนตรงๆ เด็ดเดี่ยว ไม่ยอมคน เชื่อมั่นในตัวเอง และถ้าเขาคิดว่าคนไหนดีมาเขาก็จะดีกลับ แต่ถ้าคนไหนที่ไม่ดีกับเขา เขาก็ไม่ดีกลับ เรียกว่าเป็นคนตรงๆ ทำอะไรซึ่งหน้า ไม่มีอะไรลับหลัง ตรงไปตรงมาระดับหนึ่งเลย”>> อ่านเรื่องย่อนิยายทุกเรื่อง คลิกที่นี่ <<บทต้องเชือดเฉือนทุกคน โดยเฉพาะกับยุ้ย จีรนันท์ การร่วมงานกันเป็นอย่างไรบ้าง“มันจะพีกขึ้นทุกตอนนะคะ อย่างเรื่องคำพูดในเรื่องจะไม่ได้ใช้คำหยาบแต่จะใช้คำพูดที่แบบพอฟังแล้วจะรู้สึกว่า หูย...ยยย คิดได้อย่างไรคำนี้ เราต้องชื่นชมคนเขียนบท เพราะเขาเขียนเก่งมากๆ และอยากขอบคุณพี่หนึ่ง ผู้กำกับด้วย ที่คอยเกลี่ยตัวละครให้ลงตัว ส่วนการร่วมงานกับพี่ยุ้ย ฐิกับพี่ยุ้ยเคยร่วมงานกันมาก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นจะไม่มีความเกร็ง เราก็เต็มที่กันทั้งสองฝ่าย ตัวพี่ยุ้ยเองเป็นคนที่เต็มที่อยู่แล้ว พลังงานการแสดง อินเนอร์เขาจะเยอะมากๆ เราก็เต็มที่ในส่วนของเราค่ะ” ร่วมงานกับเข้มครั้งแรกด้วยใช่มั้ย “ใช่ค่ะ ในเรื่องนี้ก็จะฟาดกันไม่หยุดเหมือนกัน แรกๆก็ต้องปรับตัวกันบ้าง ทั้งตัวเราเอง ตัวน้องด้วยเพื่อให้เข้ากับตัวละคร แต่พอมันผ่านมาได้ระยะนึงก็สนุกค่ะ แล้วก็สงสารน้องด้วยที่ต้องเจอความรุนแรงตลอด”ในเรื่องค่อนข้างมีฉากเลิฟซีนเยอะ “ปกติค่ะ ที่ผ่านมาอย่างเล่นกับพี่เวียร์ก็มีนะคะ”แต่ในเรื่องนี้ บทจะทำให้ฐิสาต้องเป็นฝ่ายเดินเกมรุก “ค่ะ แต่พอเราเข้าใจที่มาที่ไปของตัวละคร เราก็ทำได้ มันโอเค แต่ถ้าใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปมันก็จะรู้สึกแปลกๆเนอะ แต่ทั้งหมด นั่นคือการแสดงของตัวละครตัวนั้นๆ การที่เป็นฝ่ายเริ่มเกมก่อน ก็เลยไม่ได้เขิน หรืออายที่จะทำ” ตอนนี้ถือว่าฐิสาผ่านงานแสดงมาครบเกือบ ทั้งหมดแล้วนะ ยังมีบทบาทไหนที่ฐิสาอยากเล่นอีกบ้าง“จริงๆ ถ้าให้ระบุเลยคงยาก ด้วยบทบาทของตัวละคร คงบอกไม่ได้ว่าเราอยากเล่นบทแบบไหน มันต้องดูทั้งภาพรวมของละคร และองค์ประกอบทั้งหมดด้วยว่า ถ้าเราเล่นบทนี้ออกมามันจะออกมาแบบไหน คือละครเรื่องหนึ่งไม่ใช่แค่เรา มันขึ้นกับภาพรวมทั้งหมด เหมือนอย่างเรื่องนี้ เวลาอ่านเราก็คิดว่าเราจะเล่นออกมาอย่างไร ภาพรวมจะออกมาอย่างไร เราคงบอกไม่ได้ว่าเราอยากเล่นบทแบบไหน เพราะตัวละครแต่ละตัวไม่เหมือนกัน การรับละครแต่ละเรื่องเหมือนการนับหนึ่งเริ่มต้นใหม่ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณผู้ใหญ่ในการที่จะเลือกบทแต่ละตัวละครมาให้เราด้วย อย่างเรื่องนี้ เราได้บทมาก็ทำการบ้านว่าเราจะเล่นออกมาเป็นแบบไหน คือถ้าเล่นให้มันออกมาแค่แบบร้ายๆ มันก็จะออกมาอีกแบบหนึ่ง ถ้าอ่านให้ดีในเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เราเท่านั้นที่ร้าย ดังนั้นถ้าเล่นออกมาต้องไม่ให้ซ้ำกับคนอื่นด้วย”ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีโอกาสได้อยู่ติดบ้าน ฐิสาทำอะไรบ้าง“ช่วงนี้เป็นช่วงที่ได้พัก ได้หยุดจริงๆค่ะ ที่ผ่านมาเราทำงานตลอด แทบจะนับวันได้เลยว่าเราหยุดในแต่ละเดือนน้อยมากๆ การได้หยุดอยู่บ้านในช่วงนี้ ถ้ามองทั้งสองมุม มุมแรกในส่วนของการทำงานแน่นอนว่าทุกอย่างมันกระทบไปหมด ทุกคนได้รับผลกระทบทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ตัวฐิ แต่เป็นทุกอาชีพ แต่ถ้าในอีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นช่วงที่ทำให้เราได้กลับมาดูแลตัวเอง ได้กลับมาทำอะไรในสิ่งที่เราอาจจะละเลย ไม่ได้ทำเลย ได้กลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น อย่างตัวฐิก็ได้กลับไปเล่นเปียโนอีกครั้ง เหมือนกลับมาเริ่มใหม่เลยนะคะ เพราะห่างไปหลายปีมากๆ แต่ก่อนเนี่ยเราเคยเรียน เคยซ้อม วันนี้พอกลับมาเริ่ม มันเหมือนนับหนึ่งใหม่ หนึ่งวันของเราตอนที่ได้อยู่บ้าน คือการพักผ่อน ติดตามข่าวสาร ดูละคร และออกกำลังกายบ้าง ยิ่งช่วงนี้ทุกคนต้องดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าที่ผ่านมาหลายๆคนอาจจะละเลยในส่วนนี้ ตัวเราเองก็เช่นกัน แต่ตอนนี้เรารู้ว่ามันเดี๋ยวไม่ได้แล้ว อะไรที่เราทำได้พอจะดูแลตัวเองได้ต้องทำ เพราะต่อให้คนอื่นจะมาบอกให้เราดูแลตัวเองอย่างไร มันก็ไม่สำคัญกับการที่เราเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน การเริ่มต้นคือสิ่งที่ดีที่สุด”แล้วฐิสาอยู่บ้านอย่างไรให้ไม่เหงา“จริงๆแต่ละคนน่าจะมีความชอบแตกต่างกัน คือจะให้บอกไปก็อาจจะไม่โดนกันหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ส่วนตัวฐิเองเป็นคนไม่อยู่บ้านยังไงก็ไม่เบื่อ ไม่เหงา เรามีความสุขที่ได้อยู่บ้าน แต่ถ้าถามว่าจะให้อยู่บ้านตลอดเลยได้ไหม ก็ตอบว่าไม่ได้ เพราะตัวฐิเป็นคนชอบทำกิจกรรมและต้องทำงานด้วย แต่เมื่อเราต้องอยู่บ้าน เราก็หากิจกรรมที่ทำให้เราไม่เบื่อได้ อย่างเช่น ถ้าคนไหนชอบนอนก็นอน คนไหนชอบกินก็กิน อย่ามองว่าสิ่งที่เราชอบเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะ คือถ้าเราชอบและเราสามารถทำได้ก็ทำ หากิจกรรมที่ตัวเองชอบให้เจอแล้วก็เริ่มต้นทำซะ จะให้บอกหรือแนะนำคนอื่นๆให้มาทำเหมือนกับเราสิ ทำตามเรานะ ฐิว่าแต่ละคนความชอบไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องค้นให้เจอก่อนว่าเราชอบอะไร หรือหลายๆคนเคยบอกกับตัวเองอยากทำโน่นนี่ อยากอ่านนิยายแต่ยังไม่มีเวลา ตอนนี้ล่ะค่ะ คือช่วงเวลาที่เราจะได้ทำทุกอย่าง อย่างที่เราเคยตั้งใจเอาไว้” การทำงานวันนี้เรียกว่าถึงเป้าหมายในใจที่เคยวางไว้แล้วหรือยัง“ด้วยความที่เราอาจจะไม่ได้กำหนดตัวเองว่าเราจะต้องไปอยู่จุดไหน หรือว่าเราจะต้องทำแบบไหนในเรื่องการทำงานในวงการนี้ เราคิดว่าถ้ามันมีโอกาสที่ดีเราก็จะตั้งใจทำ ไม่ได้คิดจะแข่งกับใคร ไม่ได้อยากต่อสู้กับใคร แต่ถ้าฟีดแบ็กที่กลับมาเป็นอย่างไร อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เราต้องขอบคุณและพัฒนาตัวเองต่อไปมากกว่า วันนี้เรียกว่าเราโอเค พอใจในสิ่งที่เราได้ทำไปในระดับหนึ่ง ส่วนอนาคตมันก็เป็นสิ่งที่เราต้องเริ่มต้นต่อไป คืออาชีพนี้ฐิมองว่า เป็นอาชีพที่เราต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ตลอดเวลา”ในเรื่องของความรักล่ะคะ ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง“พักไปกับโควิด-19 ก่อนค่ะ (หัวเราะ) อย่าเพิ่งไปคิดเลยเรื่องนี้ ด้วยสถานการณ์ที่เราก็ไม่ได้เจอใครอยู่แล้ว และตัวเราก็ไม่อยากไปคิดมากว่าต้องมีเมื่อไหร่แต่ถามว่าอยากมีไหม มันอยากมีอยู่แล้วค่ะ ไม่ใช่แค่เรา แต่กับผู้หญิงทุกคน เราอยากเจอความรักที่ดี เคยมองเคยเห็นตัวเองอยู่ในชุดเจ้าสาว เชื่อว่าทุกๆคนน่าจะเคยคิดเหมือนกัน ทุกวันนี้ก็ยังมีนะคะความคิดแบบนี้ แต่ว่าเราไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาได้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่”งั้น รักแท้ ในคำจำกัดความของฐิสาคือแบบไหน “ถ้าไม่ได้มองในมุมของความรักในครอบครัวที่เรามีอยู่แล้ว มันก็คงจะคาดหวังไม่ได้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน แค่คิดว่าเขาน่าจะเป็นคนที่อยู่กับเราไม่ว่าจะทุกข์หรือจะสุข เขาจะอยู่ข้างๆเราและฝ่าฟันทุกอย่างไปพร้อมกับเรา สำหรับเราคือเรามองว่าโลกมีทั้งสองด้าน จะมีความสุขทุกวันมันเป็นไปไม่ได้ มันต้องมีความทุกข์ด้วย ดังนั้นความรักของเราคือขอคนที่จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราพอ”เคยคิดไหมว่า ความเป็นฐิสาทำให้ไม่มีคนกล้าเข้ามาจีบ“เคยคิดนะคะ เขาอาจจะรู้สึกว่ามันเหมือนกำแพงบางๆ แต่ในมุมนึงก็ต้องมองว่าเป็นเรื่องดีในระดับหนึ่ง ที่จะช่วยกรองคนที่จะเข้ามาหาเราได้ จริงๆ เราไม่ใช่คนที่เข้าถึงยาก หรือว่าเข้าใจยากนะคะ แต่พอคนคิดว่านี่คือฐิสา ดูเป็นคนนิ่งๆทั้งๆที่จริงๆเราธรรมดามาก เราไม่ได้สุดโต่ง เราไม่ได้เรียบร้อยซะทีเดียว และบางคนอาจจะมองว่าเราหยิ่ง แต่เราไม่ได้หยิ่ง แต่เป็นคนที่ถ้าเราไม่รู้จัก เราก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไร เราก็เป็นคนคนนึงเหมือนคนอื่นๆ ที่ถ้ารู้จักแล้วสนิท เราก็พร้อมที่จะคุยเล่นได้ปกติค่ะ”ด้วยวัยที่เติบโตขึ้น มุมมองในการเปิดโอกาสให้คนคนหนึ่ง เข้ามาในชีวิตเรามันเปลี่ยนไปไหม“สำหรับวัยและประสบการณ์ที่มากขึ้น ถามว่าสเปกของฐิสามีมั้ย จริงๆ เราไม่ได้มีสเปกอะไรพิเศษอยู่แล้ว เพียงแต่เรามองว่า ความเข้าใจในแต่ละช่วงวัยมันก็เปลี่ยนอยู่แล้ว ตัวฐิเองเป็นคนที่ไม่สามารถตัดสินคนที่เดินเข้ามาหาเราได้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ดีไหม ต้องขอศึกษานิสัยใจคอก่อน สิ่งสำคัญที่จะมองคือการมองโลกในภาพรวมของคนคนนั้น เราอยากได้คนที่มีพลังงานค่อนไปทางบวก แต่ไม่ได้หมายถึงว่า เขาจะต้องอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์คือมองโลกสวยงามอย่างเดียว แต่ว่าคนที่มีทัศนคติที่ดี มองอะไรแล้วมีเหตุและผล รวมถึงทำให้เราสบายใจได้ มันก็คงจะดี”.ทีมข่าวบันเทิง