บ่มเพาะจนถึงเวลาก้าวเท้าเข้าวงการแบบเต็มตัว! หนุ่ม “เจ้าขุน-จักรภัทร วรรธนะสิน” ลูกชายคนกลางของคุณพ่อนักร้อง “เจ-เจตริน” ขอเดินตามรอย “เจ้านาย-จินเจษฎ์” พี่ชาย ส่งซิงเกิลแรกในชีวิต “อย่าเพิ่งคิดไปไกล (DON’T GET ME WRONG)” ศิลปินเบอร์ที่ 3 ของ “JAYMIDI (เจมีดี)” สื่อความหมายว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินอะไร ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าไปรู้จัก คล้ายกับชีวิตจริงของ “เจ้าขุน” ในวัย 16 ปีที่ผ่านดราม่าและใช้ชีวิตแบบต้องเจอเรื่องราวเองถึงได้เรียนรู้เลยเริ่มมาคุยเริ่มจาก ซิงเกิลแรกในชีวิตคำนี้ดูยิ่งใหญ่? “ครับ มันเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ตื่นเต้นครับ คอนเซปต์เพลงมันเหมือนชีวิตขุนนะ มันใช้ได้หลายแบบ เรื่องผู้หญิงก็คือบอกเค้าว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกล เราไม่ได้มองใคร หรือใช้กับชีวิตจริงก็ได้ บางคนอาจจะไม่ค่อยชอบเรา ก็อยากบอกว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกล ฟังก่อน คิดอะไรออกมาก็อยากพูด อย่างในเพลงบอกว่าผมเป็น Bad Boy แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น บางครั้งก็ Sad Boy มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดทั้งหมด คือเราเป็นคนสรุปไอเดียแล้วให้พี่ๆช่วยเขียนเนื้อให้พี่มิว MEYOU (มิว-ชิษณุชา) แต่งเนื้อร้องและทำนองให้ มี StickyRiceKillah และ Ziggavoy ช่วยเรียบเรียง กว่าจะได้เพลงนี้นานมากเลยครับ ปีกว่า เสียงขุนยังไม่ได้ อัดหลายครั้ง มีพี่เจ้านายเป็น Vocal Director มาคุมตอนอัด เราจะไม่เล่นเวลาทำงานครับ พ่อสั่งมา พวกเราชอบร้องเล่นดนตรีอยู่แล้วเวลาเข้าห้องอัดเราก็จะตั้งใจ โดนแก้บ่อยคือร้องท่อนฮุกว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลได้ประมาณ 5 พันครั้ง เยอะมาก (ยิ้ม) อัด 3 วัน พี่เจ้านายเค้าเหมือนเป็น CEO เค้าจะดูแลภาพของเจมีดี ยอมรับว่ามันก็ยากกว่าคนอื่นตรงที่เค้าเริ่มแบบเริ่มใหม่จริงๆ ยังไม่มีคนคอยจับตาดู แต่อย่างขุน เพลงแรกอาจจะร้องยังไม่แข็ง ก็อาจจะถูกจับจ้อง เราก็ต้องตั้งใจ ส่วนการถูกมองว่าเป็นลูกพ่อเจ น้องเจ้านาย จริงๆ ขุนไม่ค่อยสนการเปรียบ เทียบนะ ขุนชอบทำเพลงของขุน และมันคนละแนวอยู่แล้ว”วางแนวเพลงตัวเองไว้แบบไหน? “เราเพิ่ง 16 เอง เราก็ต้องลองอะไรหลายๆแบบ ขุนชอบร้องเพลงช้า เพลงต่อไปจะแร็ปเยอะ พอมีเพลงแรกออกมามันจะทำให้เราคิดออกว่าเพลงต่อไปควรจะเขียนแนวไหน ตอนนี้ขุนยังเขียนเนื้อไม่ค่อยเก่ง แต่เพลงใหม่ขุนเขียนเอง อยู่กับพี่ๆเค้าก็ซึมซับ หรืออยู่กับพ่อ บางทีพ่อก็ให้เราไปดูเวลาพ่อขึ้นเวที ว่าสเต็ปเอนเตอร์เทนคนดูต้องทำยังไง ถามว่าทางของเพลงที่วางไว้ของขุนยอมรับว่าตอนนี้ยังหาไม่เจอครับ ทดลองไปเรื่อยๆว่าเราชอบอันไหนที่สุด และเหมาะกับขุนที่สุด”ถึงตอนนี้ก็เติบโตผ่านเรื่องดราม่าหลายเรื่องมาได้? “จริงๆ ครอบครัวเลี้ยงแบบปล่อยให้เรียนรู้เอง ขุนจะเป็นคนที่ใครสอนไม่ฟัง ต้องเรียนรู้เอง เจอเอง ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตหรือความรัก เจอเองขุนก็เข็ดเลยครับ อย่างตอนชกมวยขุนก็ไม่ได้แพลนว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ด้วยขุนเป็นคนชอบเล่นกีฬา อยากลองไปแข่งชกมวยครั้งหนึ่งในชีวิต ขออนุญาตพูดถึงเรื่องราววันนั้น ลองคิดดูว่าใครจะไปทำเรื่องไม่ดีกับแฟนคลับที่มาเชียร์เรา ตอนนั้นผมแค่รู้สึกผิดหวังในตัวเองที่ทำได้ไม่ดี เลยหันไประบายอารมณ์กับรุ่นพี่ตรงนั้น แต่แค่เสี้ยววินาที จบเลย เลยต้องบอกว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกล (ยิ้ม) ตอนนั้นผมก็กลับไปเรียนต่อ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเรา ถ้ามีคนชอบก็มีคนไม่ชอบได้ เราอาจจะต้องคิดก่อนพูดมากขึ้น เราห้ามให้เค้าคิดไม่ได้ แต่อยากให้คนที่ตัดสินผมไปแล้วลองได้มารู้จักขุนจริงๆ เราก็กลับไปปรับปรุงส่วนที่เราผิด แต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็ใช้ชีวิตต่อไป ชีวิตขุนตอนนี้สิ่งที่ต้องโฟกัสคือการทำเพลงกับเรียน มี 2 อย่าง ตอนนี้ก็คือเราก้าวเข้ามาเต็มๆแล้วจริงๆ ก่อนหน้านี้เหมือนหย่อนขาเข้ามา เรียกว่าพร้อมครับ พร้อมทำเพลง พร้อมเข้าใจ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ครับ”แพลนงานอื่นๆ ในวงการ? “งานแสดง มีติดต่อมา แต่เพราะขุนยังเรียนอยู่เลย เรื่องเวลาเลยยังไม่ได้ ขุนกลับมาเมืองไทยแค่ 1-2 เดือน”แล้วอย่างเรื่องหัวใจตอนนี้ล่ะ? “ตอนนี้ไม่มีครับ”สาวไม่มีเพราะเข็ดที่เป็นข่าวรึเปล่า? “เปล่านะครับ แต่เรื่องความรักมันบังคับกันไม่ได้”คนมองเราเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ต้องมีสาวๆเยอะ? “ไม่มีเลยครับ ช่วงนี้เหงามาก”สเปกล่ะ? “ต้องนิสัยเข้ากับเราก็ได้หมด ไทยฝรั่ง ตอนนี้ไม่ได้พยายามหา ใช้ชีวิตทำงานไป ช่วงนี้งานยุ่งมากเลย”แฟนคลับสะใภ้มโนก็ยังเหนียวแน่น? “แฮปปี้ครับที่มีคนชอบผลงานของเราด้วย มีทุกรุ่น ผมชอบนะครับ อายุ 40 กว่าก็ไม่ติด ชอบให้ดูแลครับ (ยิ้ม)”.