ฉีกทุกบทของนางเอกสาวหน้าหวาน “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ลุกขึ้นมาแซ่บรับบท “ก้านแก้ว” สาวไซด์ไลน์ร้อนแรงสะท้อนกิเลสตัณหา ในเรื่องที่ 2 ของโปรเจกต์ “เดอะ ไรท์เตอร์” (The Writers) เรื่อง “หลงไฟ” ผลงานเขียนจากปลายปากกา “กฤษณา อโศกสิน” ทางช่อง GMM 25 ใบเฟิร์น เล่าความท้าทายครั้งนี้ว่า...“เป็นบทท้าทายและแรงที่สุดตั้งแต่หนูเคยเล่นมา เล่นเป็นก้านแก้ว ผู้หญิงไซด์ไลน์ เป็นนักศึกษาหัวสูง ต้องมีทุกอย่าง เอาอะไรมาแลกก็ได้ อยากได้อยากดีกว่าคนอื่น หลงราคะทุกอย่าง ถลำไป เหมือนหลงไปกับไฟ บทนี้ทั้งแรงและร้าย โฟกัส เรื่องเงิน เลยพร้อมมองข้ามความรู้สึกทุกคน”ไม่เคยเห็นใบเฟิร์นมุมนี้แน่นอน? “ใช่ค่ะ ต้องไปรีเซ็ตระบบความคิดความเชื่อใหม่ ร้องไห้เลยตอนแรกๆ กดดันเพราะความสุขของก้านแก้วคนละแบบกับเรา ความสุขของเค้าคือได้มาซึ่งสิ่งของวัตถุ เราไม่เข้าใจการเช่ากระเป๋าแล้วบอกว่าดีมากจะภูมิใจได้ยังไง ต้องไปเรียนแอ็กติ้งเพิ่ม แต่พออ่านบทไปก็อิน ถ่ายไปก็สนุก”ก่อนรับเล่นกลัวว่าบทจะแรงเกินไปมั้ยสำหรับเรา? “ก็กลัวนะ เห็นคอมเมนต์ตอนแรกๆก็ตกใจ ไอจีแทบแตก สุดท้ายแล้วเราก็คือนักแสดง อยากเป็นให้ได้ทุกแบบมากกว่าที่จะต้องอยู่ในภาพลักษณ์ผู้หญิงใสๆแบ๊วๆตลอดไป ถามว่าแรงไปมั้ย มันจะส่งผลเมื่อมันแรงจนคนไม่อยากแตะเส้นทางนี้”เรื่องนี้พัวพันกับหนุ่มๆเยอะ?“เยอะมาก ครึ่งเรื่องแรกได้ 11 คนแล้ว (ยิ้ม) มีทั้งพี่แทค-ภรัณยู พี่บอย-พิษณุ ปะทะหนักๆก็มาร์ช-จุฑาวุฒิ กับ ทอย-ปฐมพงศ์ และมีอีก” จริตยั่วยวนเยอะมั้ย?“ยั่วเยอะเลย แต่ที่ลึกซึ้งคือจริตเค้าเปลี่ยนตามผู้ชายแต่ละคน มาร์ชก็อ่อยเบอร์แรงบ้าง สงสารบ้าง ทอยก็จะแบ๊วเด็ก กับพี่บอยก็เรียบร้อย ตัวละครนี้เริ่มจากพื้นฐานคนไม่จริงใจแต่ต้องแสดงออกว่าจริงใจ ซับซ้อน เช่น ร้องไห้ตัวสั่นน่าสงสารแต่ในใจริษยา”ฉากเลิฟซีนฮือฮา?“จูบจริงด้วย (ยิ้ม) ก็เขินนะ เลิฟซีนหนักแค่กับมาร์ชที่เยอะสุด เราก็ไม่คล่องทั้งคู่ เป็นจังหวะมุมกล้อง ลงเตียงก็ตัดภาพไปกับมาร์ช ตัวละครจะทันกันเหมือนผีเน่ากับโลงผุ เค้าอยากได้ตัวเรา เราอยากได้เงินเค้า ไม่จริงใจทั้งคู่”หลายคนกลัวแทนเราว่าเล่นเรื่องนี้เปลืองตัวรึเปล่า? “เราก็มีลิมิตของเราและเราก็เชื่อมือพี่กู่-เอกสิทธิ์ ผู้กำกับ มีวิธีเล่าเรื่องสื่อความหมาย” ตัวละครนี้สอนอะไร?“สอนเยอะมาก หนูอ่านเองยังสะเทือนใจเลย มันไม่ไกลจากตัวเรา คนแบบนี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม คนที่เข้าใจว่านี่คือความสุขคือคนที่น่าสงสารนะ เค้าไม่เคยรู้เลยว่ากำลังเสียอะไรไปบ้าง คุณค่า ศักดิ์ศรี ลืมตาอีกทีไม่มีอะไรให้ตัวเองภูมิใจแล้ว เรื่องนี้แซ่บในช่วงแรกแต่จุดจบของมันต่างหากที่อยากบอก”ลุกขึ้นมาแซ่บแบบนี้ หนุ่มท็อป-จรณ ว่ายังไงบ้าง?“เค้าก็โอเค พอเป็นงานใครงานมันไม่ได้มีใครไปยุ่งอยู่แล้ว”เห็นไปเที่ยวกันแต่ลงรูปคนละที? “ก็มีบ้าง (ยิ้ม) เรื่อยๆไม่ได้ปิด ไม่ได้เปิดอะไรกัน” เราไม่ได้อยากให้คนโฟกัสความสัมพันธ์? “ใช่ ทุกคนก็มีทางที่ตัวเองเลือก มีฝันมีสิ่งที่ตั้งใจ ถ้าคุยกันสบายใจก็เอาไว้แค่นั้น ไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องที่ทุกคนโฟกัส”ท็อปก็ชอบขึ้นแคปชั่นแหย่เราหวานนะ?“ก็มีบ้าง มันเป็นพื้นที่ของเค้า”แล้วจริงๆ หวานมั้ย?“ก็ขำๆมากกว่า คุยกันสบายใจ”ว่างปุ๊บก็ชวนกันไปเที่ยว? “ก็มีบ้าง ถ้าว่างตรงกัน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยตรงกัน”แฟนๆจับเราจิ้นกันแล้วเห็นมั้ย?“ก็น่ารักดี พอเราไม่ได้ปิดเราก็สบายใจ”สบายใจกว่าช่วงแรกมั้ยที่คนยังไม่รู้ความสัมพันธ์แล้วคิดกันไปหลากหลาย?“จริงๆเราไม่ได้ไม่สบายใจกับความสัมพันธ์นี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราเฉยๆ คนอยากรู้แต่เราไม่มีอะไรให้พูดมากกว่า พอเราไม่ได้ปิด ไม่เปิด เราก็สบายใจที่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน ไม่ได้เร่งรีบอะไร” แต่รู้กันว่าคือคนที่คุยกันอยู่?“ใช่ค่ะ”เวลาไปเที่ยวกับท็อปคุณแม่ไปด้วย? “แม่หนูรู้ทุกเรื่องของหนูอยู่แล้ว บ้านเราจะสบายๆ”แล้วท็อปหวงหนุ่มๆที่รายล้อมเรามั้ย?“ไม่ค่ะ เค้าไม่ยุ่งเรื่องนี้ พอเป็นงานเราไม่ยุ่ง”คนลุ้นรอวันเปิดตัวลงรูปคู่? “ยังไม่ได้คิดว่าต้องลงหรือไม่ลง ไว้แน่นอนหรือถึงเวลาลงมันก็ลงเอง ไม่ได้ไปตัดสิน”หัวใจแฮปปี้? “ดีค่ะ”ถึงวันนี้วันที่ก้าวมาดูแลตัวเองมากขึ้น สอนให้โตขึ้นยังไงบ้าง?“ทำให้เราหัดคิดอะไรให้มันรอบคอบ พร้อมและยอมรับที่จะก้าวผิดก้าวถูก เพราะเรื่องอื่นๆเราไม่รู้อะไรเลย เรากับพี่เฟิร์นผู้จัดการก็เหมือนเริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างเริ่มที่ตัวเรา จริงใจกับงานเพราะเราไม่รู้ด้านอื่นแล้ว เราถนัดด้านการแสดง ถ้าเจอเรื่องผิดพลาดก็แก้กันไปค่ะ”.