วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สโลว์ไลฟ์..ใน 'โทเบตสึ'

ใบไม้เปลี่ยนสีในสวนโอโดริ.

ระหว่างเดินทางร่วมกิจกรรมในหลักสูตร “การจัดระบบสนับสนุนคนพิการ” ซึ่งจัดโดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency) หรือไจก้า เมื่อเร็วๆนี้ ที่เมืองซัปโปโรของญี่ปุ่น เลยถือโอกาสแวะไปเที่ยวเมืองโทเบตสึที่อยู่ใกล้ๆกัน

โทเบตสึ เมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโรมากนัก ขับมาทางสะพานซัปโปโร โอฮาชิ ข้ามแม่น้ำอิชิการิ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของฮอกไกโด ไม่ถึงชั่วโมง เราก็มาถึงโทเบตสึ ซึ่งเป็นเมืองที่มีโรงแรมน้ำแข็ง และโรงงานช็อกโกเลตชื่อดัง ROYCE

และที่มากไปกว่านั้น คือ โทเบตสึ เป็นเมืองที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศสวีเดน ที่เริ่มต้นมาจากอดีตเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำญี่ปุ่น คนหนึ่งมาเที่ยวที่เมืองนี้ แล้วเกิดติดอกติดใจทั้งวิวที่สวยงามและอากาศที่ค่อนข้างสบาย จึงริเริ่มสร้างชุมชนบนเนินเขา ชื่อว่า “สวีเดน ฮิลล์ส” เมื่อปี 2527 และต่อมาในปี 2530 โทเบตสึก็ได้พัฒนาเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับ เมืองเลกซานด์ ใน ภูมิภาคดอลาร์นา ของสวีเดน และอีก 3 ปีต่อมา กษัตริย์แห่งสวีเดนก็ได้เสด็จเยือนโทเบตสึ...ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดมากขึ้น

การเดินทางเยือน โทเบตสึ คราวนี้ ได้มีโอกาสพบกับ คุณมาซากิ มิยาจิ นายกเทศมนตรีเมืองโทเบตสึ ด้วย คุณมาซากิไม่ใช่คนเมืองนี้โดยกำเนิดแต่เป็นนักธุรกิจในเมืองฟูกูโอกะ ที่เดินทางไปประเทศต่างๆมาแล้วไม่น้อยกว่า 70 ประเทศ เขาเล่าว่า ในช่วงที่เดินทางไปเรื่อยๆ ก็คิดว่า ตอนเกษียณอายุราชการ น่าจะมีสถานที่สักแห่ง ที่สามารถอยู่ได้อย่างสงบและเป็นสุข แถมภรรยา ยังให้โจทย์มาเพิ่มว่า ควรเป็นเมืองที่หน้าร้อนไม่ต้องเปิดแอร์ พอมาพบโทเบตสึ เลยเหมือนเจอเนื้อคู่ ตอบโจทย์ได้ แถมยังเป็นเมืองเล็กๆที่เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก จึงตัดสินใจย้ายจากฟูกูโอกะมาอยู่ที่นี่ อยู่ไปอยู่มา เลยได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรี ประมาณว่าย้ายไปไหนไม่ได้แล้ว

มาเที่ยวโทเบตสึ มีหลายที่ที่น่าสนใจ เราเริ่มต้นการเดินทางในเมืองที่ ศูนย์วัฒนธรรมสวีเดน หรือ The Swedish Center Foundation (SCF) ที่นี่มีการสาธิตการเป่าขวดแก้วของศิลปินญี่ปุ่นด้วย ดูเพลินดี

ออกจากศูนย์วัฒนธรรม ไปต่อกันที่ สวนอนุสรณ์สถานเลกซานด์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 20 ปี ของความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างโทเบตสึกับเมืองเลกซานด์ของสวีเดน เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น สวีเดน ฮิลล์ส ที่อยู่ด้านล่างแบบพาโนราม่า สะดุดตากับม้าไม้สีแดง ตัวใหญ่ในคอกไม้ ถามคนที่นี่ ได้ความว่า ม้าสีแดง เป็นสัญลักษณ์ของแคว้นดอลาร์นาของสวีเดน ซึ่งทางเทศมนตรีเมืองเลกซานด์ได้มอบให้กับโทเบตสึ เป็นของขวัญที่ชาวโทเบตสึเชื่อว่าเป็นม้านำโชค

ปกติสวนอนุสรณ์เลกซานด์จะเปิดให้ขึ้นไปชมวิวได้ในช่วงเดือน พ.ค.- ต.ค. ของทุกปี ยกเว้นช่วงหน้าหนาวแต่เพราะความสามารถพิเศษของ อีซูโกะ เดกูชิ ไกด์ของเรา ที่ไม่รู้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่แบบไหน ทำให้พวกเราได้ขึ้นไปถ่ายรูปท้าแรงลมบนจุดชมวิวเป็นที่ระลึกได้

พูดถึงไกด์ เดกูชิ บอกว่า เผื่อใครอยากจะย้ายสำมะโนครัวไปเป็นชาวโทเบตสึ ที่เมืองนี้เขาเปิดกว้าง ให้คนต่างเมืองหรือแม้แต่ต่างชาติย้ายมาอยู่กันได้ มีเว็บไซต์บอกรายละเอียด เข้าไปดูกันได้ที่ www.town.tobetsu.hokkaido.jp 

ปัจจุบัน โทเบตสึ มีคนอาศัยอยู่ราว 16,000 คน ชีวิตของผู้คนที่นี่บอกได้เลยว่า สโลว์ไลฟ์มากๆ ผู้คนอยู่อย่างเรียบง่าย เวลาเดินไปตามถนนจะเห็นคนทุกวัยมารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทั้งเล่นกีฬา เล่นเกม รับประทานอาหารร่วมกัน เราได้มีโอกาสไปร่วมวงกับกลุ่มที่มีอาสาสมัครคนไทยรวมอยู่ด้วย ได้ข้อมูลว่า คนที่นี่อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัย มีการทำกิจกรรมต่างๆทั้งปลูกผักสวนครัว ปรุงอาหาร ร่วมกันอย่างวันที่เราไป มีชาวบ้านนำเนื้อเจงกิสข่านกระทะร้อนมาต้อนรับ อร่อยจนหยุดไม่อยู่

เสร็จจากอาหารกลางวัน ช่วงบ่าย มาชิโระ กาโตะ ประธานสภาประจำเมืองโทเบตสึ อาสาพาไปสักการะศาลเจ้าประจำเมือง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ คูนินาโอะ ดาเตะ ซามูไรในยุคเอโดะ ที่อพยพครอบครัวมาสร้างบ้านแปงเมืองโทเบตสึ และพัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยในหลายๆ เรื่อง ทำให้ชาวบ้านยอมรับนับถือ และร่วมกันสร้างศาลประจำเมืองขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงท่าน คูนินาโอะ ดาเตะ ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับเมืองนี้

ศาลเจ้าแห่งนี้เพิ่งจะมีอายุครบ 120 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา โดยทุกๆปีจะมีการจัดเทศกาล 7-5-3 ที่หมายถึงอายุ 7 ขวบ 5 ขวบ และ 3 ขวบ เป็นการเฉลิมฉลองให้กับเด็กผู้หญิงที่มีอายุครบ 3 ขวบ เพื่อเป็นการขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เด็กเติบโตแข็งแรง ฉลองให้กับเด็กผู้ชายที่มีอายุครบ 5 ขวบ ซึ่งเป็นปีแรกที่เด็กผู้ชายจะได้ใส่ชุดกิโมโนของผู้ชาย และฉลองอายุเด็กหญิงครบ 7 ขวบ ซึ่งจะได้เปลี่ยนการผูกเอวชุดกิโมโนจากเชือกเป็นผ้าแถบใหญ่ที่เรียกว่า “โอบิ”

คุณมาชิโระ กาโตะ บอกว่า ขั้นตอนการไหว้พระตามแบบฉบับโบราณ จะต้องล้างมือในอ่างที่มีมังกรทองคำเป็นหัวก๊อกน้ำก่อน เพื่อเป็นการชำระล้างมลทินต่างๆ เสียก่อน จึงค่อยเข้าไปทำพิธีด้านในออกจากศาลเจ้าประจำเมือง ไกด์ร่างเล็กของเราพาไปต่อที่โมเอะเรนุมะ สวนสาธารณะประจำเมือง ซึ่งสร้างจากบ่อเก็บขยะเก่าของฮอกไกโด ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 23 ปี อิซามุ โนกูชิ คนออกแบบสวนสาธารณะแห่งนี้ ใช้การนำขยะมากกว่าหลายล้านตันถมซ้อนเป็นภูเขา ที่เรียกว่า โมะเอะเระ ที่มีขนาดความสูงถึง 62 เมตร เมื่อปีนขึ้นไปถึงยอดภูเขา จะมองเห็นเมืองซัปโปโรทั้งเมือง เรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ ในสวนยังมีพีระมิดกระจก ที่เรียกว่า ฮิดามาริ ดูสวยงามแปลกตา ก่อนกลับเมืองไทย ชะแว้บ!ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดกับสวนโอโดริ กลางเมืองซัปโปโร สีเหลืองของใบแปะก๊วย สลับสีแดง ส้มของใบเมเปิ้ลที่สะพรั่งไปทั้งต้นช่างยวนยั่วให้ผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวแห่ชื่นชมความจัด จ้านของสีที่มองมุมไหนก็สวย

สวยจนไม่อยากลบภาพไหนออกจากความทรงจำเลยจริงๆ...