รัฐบาลโต้ ‘หม่อมอุ๋ย’ สกัดทอดอํานาจ พลังประชารัฐโบ้ยจ่าย 100 พ่วงบัตรคนจน“บิ๊กตู่” ลุยพื้นที่สมุทรปราการ-นนทบุรี เจอแม่ค้าปากน้ำบ่นใส่ขายของไม่ดี แหย่พ่อค้าอาหารทะเล “ปู” ตายหรือยัง ปัดเป็น “ซานต้าตู่” แจกกระจาย จวกบิดเบือนบ้าหรือ เปล่า จ่าย 100 แลกบัตรคนจน พูดเป็นนัยหลังเลือกตั้งอย่าให้เกิดทรยศขัดแย้งกัน “วิษณุ” แก้ต่าง ขรก.ร่วมโต๊ะจีนได้ แต่ห้ามขึ้นเวทีชักชวนบริจาค พปชร.โบ้ยไม่เกี่ยวจ่ายร้อยแลกบัตรคนจน ขู่ฟ้องคนปล่อยข่าวเท็จ “องอาจ” วอนอย่าเอาผิดหนุ่มยโสธรพลเมืองดี “ภูมิธรรม” ซัดภาพชัดส่อทุจริตเลือกตั้ง โฆษกรัฐโต้ “หม่อมอุ๋ย” ให้ร้ายนายกฯ หลังอดีตรองนายกฯทิ้งบอมบ์ 8 เหตุผลไม่อยากให้ “ประยุทธ์” เป็นนายกฯต่อ ฉะยับไม่ละอายใช้ภาษีหาเสียง เอื้อนายทุนยักษ์ใหญ่ ไร้วุฒิภาวะคุมอารมณ์ “วัฒนา-โบว์” ฟ้องรูดคนเอี่ยวคลิปฉาวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบโต้มีการบิดเบือนกรณีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียล ระบุมีการเรียกเก็บบัตรประชาชน เพื่อใช้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แลกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเงิน 100 บาท โดยระบุบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่การเมือง นักการเมืองไม่มีสิทธิไปแจก ขณะที่พรรคพลังประชารัฐส่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมขู่ฟ้องกลับคนปล่อยข้อมูลเท็จ “บิ๊กตู่” เจอผู้ค้าปากน้ำบ่นขายไม่ดีเมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 24 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อม พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สมุทรปราการ และ จ.นนทบุรี โดยจุดแรก เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ก่อนเยี่ยมชมตลาดพระประแดง พูดคุยทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาซื้อของ สอบถามการค้าขายโดยพ่อค้าแม่ค้าต่างบอกขายไม่ค่อยดี ขณะที่นายกฯกล่าวว่า วันนี้ต้องการมาเดินดูให้เห็นกับตาเพราะมีคนบอกเศรษฐกิจ ไม่ดี ขายของไม่ได้ ถ้าข้างนอกพอใจก็อยู่ได้ แต่เห็นว่าขายได้ทุกร้าน ราคาสินค้ามีขึ้นมีลงตามกลไกตลาดและฤดูกาล ไม่ใช่เศรษฐกิจไม่ดีจับ “ปู” ถามพ่อค้าต้องมัดไว้ตายรึยังจากนั้นนายกฯได้ดูแผงขายอาหารทะเลสด ได้หยิบปูม้าขึ้นมา และถามพ่อค้าว่า ปูต้องมัดไว้ใช่ไหม ตายหรือยัง พร้อมถามอีกว่า ขายดีหรือไม่ พ่อค้าตอบว่าขายไม่ค่อยดี พร้อมกับถามพ่อค้าอีกว่า ที่ขายไม่ดีแสดงว่าเราสู้เขาไม่ได้ใช่หรือไม่ ต้องประชาสัมพันธ์ ให้ครึกครื้น ต้องหาลูกค้าประจำ ขณะที่พ่อค้ากล่าวว่า ลูกค้าประจำมีน้อยพอให้เขาเชื่อสินค้าไว้ก่อนก็หนีไม่มาชำระ นายกฯได้กล่าวทีเล่นทีจริงว่าเป็นความผิดนายกฯอีกใช่ไหม จากนั้นพ่อค้าได้บอกนายกฯให้อยู่อีก 4 ปี นายกฯได้แต่ยิ้ม ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนได้นำดอกกุหลาบมามอบให้นายกฯ พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจและขอเซลฟี่ด้วย ปัดเป็น “ซานต้าตู่” แจกกระจายต่อมาเวลา 09.30 น. นายกฯและคณะไปที่สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พบปะประชาชนกว่า 2 พันคน โดยนายกฯกล่าวว่าดีใจมาพบชาวสมุทรปราการ เราต้องแก้ปัญหาประเทศ ด้วยความรักความสามัคคี อย่าขัดแย้ง รัฐบาลใดถ้าสร้างความขัดแย้งจะต้องไม่ได้รับการตอบสนองจากประชาชน วันนี้ไม่อยากพูดเรื่องการเมืองเดี๋ยวมีเรื่องอีก ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนักหนา “ใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้ว ขอจากซานตาคลอสแล้วกัน ไม่ใช่ซานต้าตู่นะ หลายคนบอกแจกๆ จะไปแจกได้อย่างไร เป็นกลไกของหน่วยงาน ใช้งบฯตามความเหมาะสม ไม่ผิดกฎหมายก็ทำไป คนมีรายได้น้อยหลายคนดีใจ อย่าไปฟังอะไรที่ผิดไปจากนี้” นายกฯกล่าวและว่าทุกคนต้องมีภูมิต้านทานรับรู้ ไม่ว่าโซเชียลมีเดียหรือหนังสือพิมพ์ตรวจสอบสักนิดอย่าไปเชื่อทีเดียว จริงๆตนน่ารักพอสมควรไม่ใช่คนใจร้าย แต่บางทีด้วยอารมณ์บ้างอะไรบ้างก็ขอโทษ พยายามใจเย็นที่สุดแล้ว ปีใหม่ใกล้มาถึงเป็นปี 62 ทุกอย่างต้อง ดีขึ้น ส่วนใหญ่ต้องการเลือกตั้งแล้วเลือกให้ดีแล้วกัน ทุกคนมีบทเรียนอยู่แล้ว ต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ร่วมมือกับรัฐบาลจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปีหน้าเป็นปีสำคัญในรัชกาลที่ 10 ต้องมีพิธีดังกล่าว จากนั้นนายกฯจึงไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราช ดำริ ณ โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดงบ้าเปล่าจ่ายร้อยซื้อบัตรสวัสดิการรัฐต่อมาช่วงบ่าย นายกฯและคณะเดินทางมายังวัดบางไผ่ พระอารามหลวง ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อพบปะข้าราชการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประชาชนมาต้อนรับกว่า 5 พันคน มีนายทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส.นนทบุรีและฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐพร้อมภริยา นางภัทธมน เพ็งส้ม รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพิมลราชมาต้อนรับ โดยนายกฯขึ้นเวทีกล่าวว่า ถือเป็นหน้าที่ของทุกนายกฯและทุกรัฐบาลที่จะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม ไม่ได้มาเพื่อการเมืองหรือหาเสียง ไม่ได้มาเพื่อให้สนับสนุนพรรคใดทั้งสิ้น เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่การเมือง นักการเมืองไม่มีสิทธิไปแจก มีไอ้พวกที่ไปบิดพลิ้วเสียตังค์ 100 บาทแล้วได้บัตรบ้าหรือเปล่า การได้บัตรไม่ใช่ง่ายๆ เรื่องสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้ทำเพื่อให้มาชอบตน ทุกอย่างทำตามขั้นตอน ไม่ใช่มาว่ากันไปมายอมรับกติกากันบ้าง วันนี้ไม่พูดว่าจะให้หรือสัญญาว่าจะให้ ต้องระวัง รัฐบาลเปิดโครงการบ้านล้านหลัง ขึ้นอยู่กับความสามารถของประชาชน ไม่ใช่ว่ารัฐบาลบอกจะให้ และหลายโครงการมีปัญหามาก่อนลั่น 4 ปีสงบไม่ได้ใช้อำนาจปืนบังคับนายกฯกล่าวอีกว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเบื่อหน้านายกฯเหลือเกิน แต่ตนกลับรู้สึกว่าเวลามันเร็ว ไม่ใช่อยากอยู่ต่อแต่เร็วเพราะการแก้ไขปัญหาหลายอย่างยังไม่จบต้องใช้เวลา วันนี้บ้านเมืองสงบมั่นคงมาตลอด 4 ปีลืมไปหรือยัง ถนนไม่ถูกปิด ตนไม่ได้ใช้อำนาจ หรือใช้อาวุธปืนไปบังคับใคร ประชาชนดูแลกันได้อยู่แล้ว รัฐบาลนี้ใช้การดำเนินการทางกฎหมาย แม้หลายคนจะบอกว่าตนมีอำนาจเยอะ แต่ไม่อยากจะใช้เพราะเป็นคนไทยทั้งสิ้น ขอให้ช่วยกันทำบ้านเมืองให้ปลอดภัยสงบเรียบร้อย ร่วมกันเป็นจิตอาสา ใครให้ตนได้ขอให้ยกมือ และยังจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวงรัชกาล ที่ 10 เราจะได้รู้การสืบราชสันตติวงศ์จากนั้นนายกฯถ่ายรูปร่วมกับประชาชนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20 คนและเยี่ยมชมร้านค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์โอทอป และลงพายเรือท้องแบน ที่นำมาแสดงตะโกนว่า “กล้วยมาแล้วจ้า กล้วยๆ” พูดเป็นนัยหลัง ลต.อย่าให้เกิดทรยศต่อมานายกฯและคณะเดินทางมายังวัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด ทันทีที่ถึงชาวบ้านได้สวมผ้าสไบมอญ สีน้ำเงินให้นายกฯและชมการแสดงรำมอญจากนักเรียนโรงเรียนวัดปรมัยยิกาวาส ก่อนปั่นจักรยานเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนและการท่องเที่ยวชุมชนเกาะเกร็ดระยะทาง 200 เมตร ก่อนเข้าสักการะพระนนทมุนินทร์ พระประจำ จ.นนทบุรี นมัสการเจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส รับฟังปัญหาข้อเสนอพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวจากชาวชุมชนเกาะเกร็ด โดยนายกฯกล่าวว่าวันนี้ประเทศกำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย เลือกตั้งขอให้บ้านเมืองสงบ หลังเลือกตั้งอย่าให้เกิดการทรยศขัดแย้งกัน กำลังจะมีงานพระราชพิธีสำคัญขัดแย้งกันอีกไม่ได้ ช่วงหนึ่งนายกฯได้ทักทายสวัสดีเป็นภาษามอญว่า “มะเงยระอาว” ก่อนเยี่ยมชมผลงานพื้นบ้านเซ็นชื่อลงบนเครื่องปั้นดินเผา จากนั้นลงเรือจากท่าเรือวัดไผ่ล้อมไปท่าเรือปากเกร็ด ฝั่งเทศบาลนครปากเกร็ด ชมอารยสถาปัตย์เพื่อให้คนพิการแล้วเดินทางกลับ โฆษกฯโต้ “หม่อมอุ๋ย” ให้ร้ายนายกฯเมื่อเวลา 17.00 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ เขียนบทความ 8 เหตุผลที่ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อว่า นายกฯทราบเรื่องแล้วถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล คงไม่มีใครไปห้ามได้ ล้วนแต่เป็นความเข้าใจคลาด-เคลื่อนจากความคิดเห็นส่วนตัว ทำให้สังคมสับสนอาจเข้าข่ายให้ร้ายบุคคลอื่นได้ เช่น การเสนอชื่อนายกฯของพรรคการเมืองขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ การจัดประชุม ครม.นอกสถานที่ไม่ใช่การหาเสียง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยึดความต้องการของประชาชนเป็นหลัก ยึดหลักวินัยทางการเงินการคลัง รักษาดุลยภาพระหว่างประเทศ นายกฯไม่ใช่คนเห็นแก่พวกพ้องเอื้อประโยชน์คนบางกลุ่ม ปฏิเสธการทุจริตทุกรูปแบบ สั่งการให้ลงโทษเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นผู้นำที่รับฟังความคิดเห็นออกมาขอโทษโดยไม่กลัวเสียหน้า หากประชาชนไม่เห็นด้วย ยืนยันว่านายกฯไม่หวั่นไหนต่อการให้ร้ายใดๆยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป8 ข้อขวาง “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้เผยแพร่บทความเหตุผล 8 ข้อไม่ต้อง การให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อผ่านสื่อบางสำนัก อาทิ การบริหารงานขาดวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อนร่วมรุ่นกลุ่มบุคคลที่สนิทสนม พล.อ.ประยุทธ์ร่วมกันกระทำการไม่โปร่งใส กระทำการหลายอย่างทำให้เห็นว่าทหารมีอภิสิทธิ์เหนือพลเรือน ระหว่างทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นความสนิทสนมใกล้ชิดกับนายทุนเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่บางรายถึง ขนาดเชิญนักธุรกิจคนหนึ่งมาให้ความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจกลัวเสียคะแนนนิยมการปฏิรูปในเรื่องต่างๆจะเดินหน้าต่อไปได้ยาก ปีหน้าไทยจะเป็นประธานการประชุมอาเซียนมีความเสี่ยงที่คนไทยจะต้องขายหน้าเหมือนที่เคยเกิดมาแล้วในปี 2558ที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดนอกบทใช้เวที G77 ที่สิงคโปร์ด่าทอสื่อมวลชนนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามและนักวิชาการให้คนต่างชาติฟัง ทั้งเป็นคนที่ไม่มีวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ส่วนนโยบายต่างประเทศผูกมิตรกับจีนมากกว่าประเทศอื่นไม่มีการถ่วงดุลที่เหมาะสมเป็นต้น “บิ๊กป้อม” ปัดบัตรคนจนพ่วง พปชร.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงคลิปเรียกเก็บบัตรประชาชนเพื่อใช้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแลกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเงิน 100 บาทว่า เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่เรื่องของตน เพราะไม่รู้เรื่องด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบก่อนว่าจริงหรือไม่ เมื่อถามว่าเพราะพรรคการเมืองไปแอบอ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เห็นจากข่าวและได้สั่งให้ตรวจสอบ แล้ว เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐทำอะไรก็ส่งผลกระทบถึงรัฐบาล จะแยกบทบาทอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาแบ่งแยกบทบาทอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่าเป็นเพราะ 4 รัฐมนตรีที่อยู่ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่ากฎหมายไม่ได้บอกว่าให้ลาออกก็ทำทุกอย่างตามกฎหมาย เมื่อถามว่าแล้ว 4 รัฐมนตรีจะแสดงสปิริตลาออกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าต้องไปถาม 4 รัฐมนตรีมาถามตนไม่ได้ “วิษณุ” ชี้ ขรก.ไปได้ห้ามขึ้นเวทีชวนบริจาคเมื่อเวลา 10.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวถึงข้อสังเกตว่า การจัดระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐอาจผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่าไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ถ้าถามว่าทำแบบนี้มันผิดหรือไม่ ต้องถาม กกต. เพราะ กกต.กำลังตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่านายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่ามาตรา 73 ของกฎหมายพรรคการเมือง ห้ามไม่ให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไรหรือชักชวนบริจาคให้พรรคการเมือง นายวิษณุกล่าวว่าไม่เกี่ยวกับว่าเป็นข้าราชการการเมือง แต่กฎหมายเขียนว่าไปร่วมระดมทุนได้ แต่จะไปปราศรัยอะไรไม่ได้ ตรงนี้ได้เตือน 4 รัฐมนตรีไปจริงเพราะเขา มาถาม จึงบอกไปว่าทั้ง 4 คน ไปร่วมงานระดมทุนได้อย่างเดียว แต่ห้ามขึ้นปราศรัย เช่นเดียวกับข้าราชการการเมือง หรือแม้แต่ข้าราชการประจำก็ไปร่วมได้ เมื่อถามย้ำว่าการที่มีชื่อนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐจองโต๊ะ แต่ให้คนอื่นไปนั่ง ทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ กกต.จะเป็นผู้ตอบได้พปชร.โบ้ยไม่เกี่ยวแลกบัตรคนจนเมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรค แถลงข่าวถึงกรณีการเผยแพร่คลิปทางโซเชียล ระบุว่ามีการเชิญชวนให้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในพื้นที่ จ.ยโสธร โดยต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยนายวิเชียรกล่าวว่า การรับสมัครสมาชิกพรรค มีวิธีการดังนี้ 1.ผู้สมัครเดินทางมาสมัครเองที่สำนักงานใหญ่ของพรรคที่ กทม. และที่ทำการสาขาพรรค 4 ภาค คือ จ.เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด สิงห์บุรี และกระบี่ เท่านั้น 2.การรับสมัครสมาชิกผ่านสมาชิกตัวแทนของพรรคแต่ละจังหวัดดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว พรรคได้ให้ทีมกฎหมายลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีสมาชิกของพรรคคนใดจูงใจให้กระทำผิด ฝ่าฝืนหลักการจะลงโทษอย่างเฉียบขาดตามข้อบังคับพรรค ผลการตรวจสอบน่าจะเสร็จสิ้นก่อนการรับสมัคร ส.ส. ถ้าพบว่ากระทำผิดถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค เพราะมีข้อกำหนดระบุไว้ชัดเจน หากทำผิดจริงต้องตัดสิทธิจากการเป็นผู้สมัครของพรรคแน่นอนขู่ฟ่อฟ้องคนปล่อยข่าวเท็จนายสุรพรกล่าวว่า เหตุการณ์ที่ จ.ยโสธร หลักฐานในคลิปมีเพียงเสียงเจ้าของคลิปบอกว่ามาดูการรับสมัครและโชว์ใบสมัครสมาชิกพรรค พร้อมมีเสียงพูดว่าสมัครแล้วได้เงิน 100 บาท ยังไม่ปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่สำคัญยังไม่มีภาพการแจกเงิน 100 บาท ตามที่กล่าวอ้าง เพื่อให้เป็นธรรมทั้งต่อพรรคพลังประชารัฐ สมาชิกพรรคที่ถูกกล่าวอ้างและเจ้าของคลิป จะส่งให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พรรคเข้มงวดและเคร่งครัดมากให้สมาชิกพรรคปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ หากฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดว่าเป็นกรณีไป ถ้าเป็นสมาชิกต้องมีบทลงโทษหรือถ้าทำให้พรรคเสียหายจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนที่มีผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ขอนแก่นเข้าไปถ่ายภาพในงานแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ.ขอนแก่นเป็นหน้าที่นายอำเภอชี้แจงผู้สมัคร ส.ส.ยโสธรแจ้งจับมือแพร่คลิปวันเดียวกัน นายพิกิฏ ศรีชนะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร ที่ถูกพาดพิงในคลิปดังกล่าวได้ลงบันทึก ประจำวันดำเนินคดีผู้เผยแพร่คลิปตามความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไว้ที่ สภ.เลิงนกทา จ.ยโสธร แล้ว“ธนกร” โวยมีขบวนการจ้องทำลายนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าขณะนี้มีกระบวนการโจมตีพรรคพลังประชารัฐรายวัน ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สอดรับกันหลายฝ่าย อยากให้ประชาชนสังเกตให้ดี จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนรับฟังปัญหาอย่างต่อเนื่องและได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก ส่งผลให้กระแสของพรรคดีวันดีคืน หากพรรคเปิดนโยบายอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาสพรรคแน่นอน อยากฝากไปยังทุกพรรคให้ทำการเมืองสร้างสรรค์ เน้นการนำเสนอนโยบายที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนที่เบื่อหน่ายการตอบโต้ไปมารายวันผวจ.ชี้จัด 2 งานที่เดียวข่าวเลยเคลื่อนเมื่อเวลา 11.00 น.ที่ศาลากลาง จ.ยโสธร นายนิกร สุกใส ผวจ.ยโสธร นายสุพิช สามารถ นอภ.เลิงนกทา และนางยุรดา ทองธนฐากุล ผอ.สนง.กกต.จ.ยโสธร ร่วมกันแถลงข่าวกรณีมีคลิปวิดีโอระบุมีเจ้าหน้าที่มาเก็บตกผู้ที่ยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรียกเก็บบัตรประชาชนให้สมัครสมาชิกพรรคพปชร.แลกกับการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเงิน 100 บาท โดยนายนิกรกล่าวว่า การแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่วัดโชติการาม อ.เลิงนกทา แจก ในเวลา 09.00-15.00 น. วันที่ 22 ธ.ค. 761 ราย จากทั้งหมด 815 ราย เหลือยังไม่มารับ 54 ราย ยังเก็บไว้ทีมประชารัฐอำเภอ เหตุที่เกิดวันที่ 23 ธ.ค.มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งเข้าไปเปิดรับสมัครสมาชิก อาจจะมีการให้ข่าวที่เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเกี่ยวเนื่องกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นคนละเรื่องกัน แต่พรรคดังกล่าวไปใช้สถานที่เดียวกัน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ลงไปแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย การดำเนินการของพรรคดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ กกต.จะดำเนินการ ถ้าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.ต้องมีทีมสืบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กรณีคลิปดังกล่าวทำให้เสียหาย ไม่ว่าพรรคการเมืองหรือตัวบุคคล สามารถดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายได้ ปชป.เร่งนายกฯสอบสารพัดเอาเปรียบเมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดระดมทุนโต๊ะจีนและมีชื่อส่วนราชการบางแห่ง มีระดับนายอำเภอไปแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ จ.ขอนแก่น รวมถึงการเก็บบัตรประชาชนที่ จ.พัทลุงและสุโขทัย อ้างนำไปทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่านายกฯ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือตั้งกรรมการพิจารณาความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องให้เป็นรูปธรรม รัฐธรรมนูญที่ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐเอ่ยไว้ว่าออกแบบมาเพื่อพวกเขา ออกแบบมาเพื่อให้คนในราชการมาช่วยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่ ประชาชนจะเข้าใจว่าเมื่อจะเป็นนายกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ หน่วยงานของรัฐจะเข้ามา ช่วยเหลือ ถ้าไม่ตรวจสอบจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นจริงถือว่าผิดกฎหมาย ข้าราชการไม่สามารถมาช่วยพรรคใดพรรคหนึ่งได้ ผิดทั้งวินัยและระเบียบราชการ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ถามหาหลักฐานหรือใบเสร็จการเก็บบัตรประชาชน ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐต้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่อ้างว่าขอหลักฐาน พูดแบบนี้ไม่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง “องอาจ” วอนอย่าเอาผิดพลเมืองดีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายเกียรติบุรุษ พันธ์เลิศ ชาวบ้าน จ.ยโสธร เผยแพร่คลิปทางโซเชียลมีเดีย เนื้อหาระบุมีการเชิญชวนให้มารับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่ จ.ยโสธรแต่ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า ใครก็ตามที่กล้าออกมาเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลที่อาจจะนำไปสู่การทุจริตเลือกตั้ง กกต.ควรขอบคุณบุคคลนั้นและเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรไปดำเนินคดีหรือดำเนินการใดๆกับพลเมืองดี ขอชื่นชมความกล้าหาญที่กล้าออกมาเปิดโปงการเอารัดเอาเปรียบ กรณีนี้เป็นพยานชั้นดีมีตัวตนมีคำพูด อยากให้ กกต.จับตาพรรคการเมืองบางพรรคที่สนับสนุนผู้มีอำนาจในปัจจุบันเป็นพิเศษ“ภูมิธรรม” จวกภาพชัดส่อทุจริต ลต.นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวการใช้กลไกรัฐทับซ้อนกับกิจกรรมของบางพรรค ไม่ว่าการจัดเลี้ยงระดมเงินทุนเข้าพรรค นายอำเภอนำว่าที่ผู้สมัครบางพรรคร่วมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกรณีเรียกเก็บบัตรประชาชนให้สมัครสมาชิกพรรคแลกกับการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเงิน 100 บาท ทำให้สัญญาณความไม่ชอบมาพากลจัดการเลือกตั้งจากฝ่ายผู้มีอำนาจชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ขอชื่นชมประชาชนที่คอยเป็นหูเป็นตา นำเสนอพฤติกรรมให้สังคมรับรู้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการจัดการเลือกตั้งต้องระวัง ตระหนักว่ามีสายตาประชาชนทั้งประเทศจับจ้องอยู่“บิ๊กตู่” ต้องตอบคำถาม “หม่อมอุ๋ย”นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ ระบุ 8 เหตุผลไม่ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นคนในยิ่งกว่าใน พล.อ.ประยุทธ์ต้องชี้แจงโดยเร็วว่ากำหนดนโยบายเอื้อเอกชนจริงหรือไม่ หากสั่งการให้ดำเนินการผิดกฎหมายจะรับผิดชอบอย่างไร เช่น เรื่อง พล.อ.ประยุทธ์และเพื่อนร่วมรุ่นจะแอบตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ทำให้กิจการน้ำมันของประเทศถอยหลังกลับไป หรือ พล.อ.ประยุทธ์สนิทสนมใกล้ชิดกับนายทุนเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่บางราย แต่งตั้งบุคคลที่สนิทสนมกับกลุ่มธุรกิจปลอดภาษีเป็นประธานการท่าอากาศยานฯ แต่งตั้งตัวแทนกลุ่มธุรกิจใหญ่เข้าไปนั่งเป็นกรรมการในบอร์ดส่งเสริมการลงทุน เชิญนักธุรกิจคนหนึ่งเข้าไปร่วมแสดงความเห็นในที่ประชุม ครม.เอ่ยปากขอให้จัดให้กลุ่มธุรกิจกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ลงทุนและดำเนินการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน ไม่ต้องประมูล เอ่ยปากให้กรมธนารักษ์ให้เช่าที่ดินในเขตทหาร จ.กาญจนบุรี ให้เอกชนราคาถูกโอ่จะขึ้นค่าแรงมากกว่า 300 บาทผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ถึงนโยบายในการหาเสียงว่า ปัจจุบันคืบหน้าและมีความพร้อมมาก นโยบายในกลุ่มเด็กและเยาวชน จะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ผ่านแอปพลิเคชันให้เด็กนักเรียนเรียนรู้ภาษาอังกฤษและจะผลักดันให้เรียนรู้ได้ถึง 3 ภาษา ทั้งไทย อังกฤษและจีน นโยบายเอาใจผู้มีรายได้น้อยจะมีการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้มากกว่า 300 บาทต่อวัน นโยบายเอาใจเกษตรกรจะส่งเสริมให้ลดพื้นที่ปลูกยางพาราให้หันมาปลูกทุเรียนที่ได้รับ ความนิยมจากชาวจีนเป็นอย่างสูง เพราะปัจจุบันคนจีนนำเข้าทุเรียนไทยเพียงแค่ 7-10% ยังขยายตลาดอีกมาก ส่วนกลุ่มนักศึกษาผู้จบใหม่ผู้สนใจทำธุรกิจเอสเอ็มอี การค้าออนไลน์ จะแก้กฎระเบียบขั้นตอนการจดจัดตั้งบริษัท การส่งเสริมการค้าขาย“เรืองไกร” ยื่นสอบคุณสมบัติ “อุตตม”เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่าเข้าข่ายขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง มาตรา 16 หรือไม่ เนื่องจากในกฎหมายระบุว่าหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคต้องเป็นสมาชิกพรรค แต่นายอุตตมได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2561 และต่อมาวันที่ 13 พ.ย.2561นายอุตตมจึงค่อยสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค จึงเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ และถ้ามีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนจริง จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมอื่นๆที่เกิดขึ้นในนามของพรรคพลังประชารัฐกกต.ขยับสอบบัตร ปชช.แลกบัตรคนจนวันเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีคลิปที่มีการเผยแพร่อ้างว่า มีการแจกบัตรคนจนแต่โดนบังคับให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า เรื่องดังกล่าวจะยังไม่นำเข้าสู่การหารือของที่ประชุม กกต.ในวันที่ 24 ธ.ค.เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีนายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการ กกต.รับผิดชอบดูแลการสืบสวน กรณีนี้ กกต.ตรวจสอบได้เลย ไม่ต้องรอให้มีผู้มาร้อง เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าพรรคการเมืองหนึ่ง เรียกเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้าน อยู่ระหว่างตรวจสอบเช่นกันปรับโหมดปราศรัยสร้างสรรค์นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า วันที่ 25 ธ.ค.จะเปิดเวทีรับฟังประชาชนที่ อ.สัตหีบจ.ชลบุรี วันที่ 26 ธ.ค.ที่ จ.ระยองและจันทบุรี หลังจากนี้จะปรับรูปแบบเป็นเวทีปราศรัยทั้งระดับเขตและจังหวัด คณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งได้เตรียมทีมเป็นทัพหน้าผสมผสานรุ่นใหญ่กับรุ่นใหม่ จะเน้นนโยบายและแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยาเสพติด และปัญหาสังคม ภายใต้จุดยืนประชาธิปไตยไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจเผด็จการในทุกกรณี หาเสียงแบบสร้างสรรค์ไม่ใส่ร้ายกล่าวหาโจมตี หลังเลือกตั้งพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายเดินหน้าประเทศสู่แนวทางที่ถูกต้องสันติวิธีปลุกไม่อยากจนอย่าเลือกเผด็จการที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมคณะเดินสายพรรคเพื่อ-ชาติสัญจรภาคกลาง เปิดสถาบันพัฒนาการเมืองพรรคเพื่อชาติ มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และนายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรคเป็นวิทยากรหลัก โดยนายสงคราม กล่าวว่า เป้าหมายของพรรคเพื่อชาติ คือประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่เดือดร้อน ไม่ยากจน ประเทศต้องการความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความมั่นคงทางการทหาร แค่เอาเงินที่ซื้ออาวุธมาบริหารเศรษฐกิจประชาชนก็ไม่จนแล้ว จุดยืนเราคือแก้ปัญหาความยากจน ส่งเสริมให้เกิดความปรองดอง 4 ปีที่ผ่านมาเราลำบากยากจนมากขนาดไหน ถ้าไม่อยากจนอีก 4 ปี ต้องไม่เลือกพรรคที่สนับสนุนเผด็จการ ที่ไม่เข้าใจระบบเศรษฐกิจ พวกนี้ไม่ใช้สมองใช้แต่กำลังเตือน พปชร.ปลุกผีขัดแย้งยิ่งแพ้ราบนายจตุพรกล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้มีแนวคิดแปลกๆ เช่น มายั่วว่าของเขาคือความสงบ ของเราคือทางระเบิด ขอเตือนไว้ก่อน พรรคพลังประชารัฐจะแพ้หนักยิ่งกว่าเดิม ถ้าไปรื้อฟื้นเรื่องปี 53 ปี 56 ขึ้นมา ถ้าพรรคพลังประชารัฐรุกล้ำกันมากกว่านี้จะสนองจัดให้ บางคนไม่เคยลงรับสมัครเลือกตั้งแต่พอได้ปราศรัยมันมาก ถึงกับพูดว่าเลือกเราหนทางสงบ เลือกอีกทางหนึ่งหนทางระเบิด สวนกลับไปง่ายแต่บรรยากาศการเมืองจะยิ่งเลวร้าย ตระเวนไปทั่วประเทศทุกที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีทุกข์ยากปากท้อง รัฐบาลนำเงิน 500 บาทมาแจก เงิน 500 บาทจะมากพอให้เรามีชีวิตดีกันไปตลอดชาติหรือก็ไม่ใช่เลย ที่ถูกต้องคือต้องทำให้ประชาชนมีรายได้ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่เปรมศักดิ์ รีสอร์ท 223 ม.1 ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว นายสงคราม พร้อมคณะ เปิดสถาบันพัฒนาการเมืองสระแก้ว พร้อมแนะนำผู้สมัคร ส.ส.สระแก้วทั้ง 3 เขต นายจตุพรกล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อชาติต้องการให้เกิดความปรองดองในชาติ อยู่ตรงกลางคุยกับทุกฝ่ายได้ เพื่อหาทางออกให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ เศรษฐกิจประชาชนต้องอยู่ดีกินดี ไม่เดือดร้อน มีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรขายได้ ไม่ใช่เอาเงินมาโปรย โดยสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่ทางการเมืองเพิ่มขึ้น“หนูนา” หย่าศึก “จองชัย-ประภัตร”ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีนายจองชัย เที่ยงธรรม ประกาศลงชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต 3 สุพรรณบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย หลังมีข่าวขัดแย้งกับนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ชทพ.ว่าจะพูดคุยกับนายจองชัยและนายประภัตรเพื่อหาทางออก เยียวยาปัญหาภายในพรรค เมื่อถามถึงรอยร้าวหลังนายประภัตรวางตัวให้นายยุทธนา โพธสุธน หลานชายที่อยู่พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัคร ส.ส.เขต 4 สุพรรณบุรี แข่งกับนายเสมอกัน เที่ยงธรรม บุตรชายของนายจองชัย น.ส.กัญจนา กล่าวว่า รอยร้าวมีทุกพรรค อยู่ที่จะเยียวยาแก้ไขอย่างไรทุกปัญหาต้องแก้ไขด้วยการพูดคุย เชื่อว่าไม่ใช่อุปสรรคการทำงานชพน.เน้นเป็นมิตรกับทุกฝ่ายเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ จ.สกลนคร นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.)พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค เปิดศูนย์ประสานงานพรรคชาติพัฒนา จ.สกลนครพร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สกลนครทั้ง 6 เขต โดยนายสุวัจน์กล่าวตอนหนึ่งว่า นโยบายพรรคชาติพัฒนา No Problem คือ พรรคชาติพัฒนา ไม่มีปัญหาจะทำงานการเมืองที่ไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศ ไม่ทะเลาะกับใคร เดินสายกลางเป็นมิตรทุกฝ่าย เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอยากเห็นการเมืองที่เดินสายกลาง การเมืองที่เป็นทางเลือกและทางออก ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง“ยิ่งลักษณ์” อ้อนคิดถึงความรักอบอุ่นเมื่อเวลา 10.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ช่วงนี้แต่ละพรรคการเมืองเริ่มเดินสายพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น เห็นแล้วอดนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ครั้งที่เคยได้ลงไปสัมผัสถึงความรัก ความอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้จริงๆค่ะ วันนี้ถึงแม้โลกจะก้าวไกล และเปลี่ยนแปลงไปสักแค่ไหน แต่เสียงของพี่น้องประชาชนยังถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกตั้ง และเสียงนั้นยังดังอยู่ในใจของดิฉันเสมอค่ะ คิดถึงทุกคนนะคะ”ป้องกองทัพไม่เกี่ยวคลิป “โบว์-วัฒนา”อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการพาดพิงว่า คสช.และทหารเกี่ยวข้องกรณีคลิปฉาวนักการเมืองกับนักเคลื่อนไหวว่า กองทัพต้องตอบ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวใครทำก็ไม่รู้ จะฟ้องร้องทหารก็ฟ้องไป ตนไม่ใช่กองทัพ ทางกองทัพต้องออกมาปกป้อง ไม่ทราบเรื่องนี้มีเบื้องหลังหรือไม่ ไม่รู้เรื่องจริงๆ เมื่อถามว่ากองทัพได้ติดตามกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.อยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กองทัพติดตามกลุ่มเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดความแตกแยกขัดแย้ง ถ้ายังมีพฤติกรรมเช่นนั้น แต่ถ้าหาเสียงเลือกตั้ง หรือหาสมาชิกพรรคทำได้“วัฒนา” เย้ยใช้วิธีสกปรกแต่ไร้ผลนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนทุกท่านคงเห็นแล้วว่ามาจากการเมือง หลักฐานคือการใช้ โลโก้ของพรรคเพื่อไทยแปะไว้ที่คลิปทุกคลิป เจตนาคนทำคือต้องการทำลายตนและพรรคเพื่อไทย ที่มีจุดยืนอยู่ตรงข้ามกับเผด็จการ โดยเผด็จการคงคิดว่าเรื่องสกปรกที่ทำขึ้นคงทำให้ตนถอย หรือคงจะทำลายตนและพรรคเพื่อไทยได้ แต่กลายเป็นทำให้ประชาชนตาสว่างมากขึ้น นอกจากจะได้เห็นถึงการไร้ความสามารถในการบริหารทำให้คนไทยต้องยากลำบากทั่วหน้าแล้ว ยังได้เห็นเรื่องสกปรกที่คนพวกนี้กล้าทำ ตั้งแต่การโกงอำนาจ การใช้อำนาจตามอำเภอใจ การโกงการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจ ล่าสุดคือการใช้วิธีสกปรกที่สุดที่มนุษย์ไม่ทำกัน คือการแอบถ่ายคลิปในที่ลับเอามาประจานจ่อฟ้องเจ้าของโรงแรม-ผู้เกี่ยวข้องนายวัฒนาระบุว่า การฟ้องเจ้าของโรงแรมและผู้เกี่ยวข้องต้องทำแน่ จะมอบหมายให้ทนายดำเนินการ ขอเอาเวลามาพูดถึงปัญหาใหญ่ปากท้อง ประชาชน ตัวเลขเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า 4 ปีเศษที่รัฐบาลชุดนี้บริหาร ทำให้ขีดความสามารถการเสียภาษีของคนชนบทลดลง คนต่างจังหวัดขาดกำลังซื้ออย่างรุนแรง ส่งผลกระทบให้ขีดความสามารถการเสียภาษีของคนกรุงเทพฯลดลงเช่นกัน รายได้ของประเทศที่มาจากภาษีอากรของประชาชนไม่เพิ่มขึ้นตามรายจ่ายที่รัฐบาลใช้อย่างไม่บันยะบันยัง พูดแบบชาวบ้านเป็นรัฐบาลที่ใช้เป็น แต่หาไม่เป็น เงินที่นำมาใช้คือเงินกู้ที่จะเป็นภาระการคลังของรัฐบาล ต่อไปต้องหามาชดใช้ หากปล่อยให้พวกเผด็จการที่ไร้ความสามารถได้สืบทอดอำนาจต่อ อนาคตจะเป็นอย่างไรคงเดาไม่ยาก ขอเพียงประชาชนออกไปเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะถล่มทลาย อย่าปล่อยให้พวกที่หนุนเผด็จการหลุดรอดเข้ามาเป็นตัวถ่วงการแก้ไขปัญหาของประเทศเท่านั้น“โบว์” ฟ้องแน่ส่งต่อองค์กรโลกขยายผลเมื่อเวลา 08.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์ว้อยส์ทีวี ถนนวิภาวดี น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งให้สัมภาษณ์ในรายการ weak up news โดย น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า ตอนแรก บอกว่าไม่ฟ้อง คิดว่าไม่ได้ประโยชน์ แต่ขณะนี้ เริ่มสร้างเหยื่อขึ้นมาใหม่อีก เช่น กล่าวหาว่าเป็นเมียเก่ามาถ่ายแล้วปล่อย ลากเอาคนไม่เกี่ยวมาเดือดร้อนด้วย ปรึกษากันแล้วหลังได้รับการติดต่อจากองค์กรสิทธิใหญ่ที่สุดในโลกองค์กรหนึ่งว่าถ้ามีการฟ้องร้องจะเอากรณีนี้ไปทำงานต่อได้ เรื่องการละเมิดนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ถึงเป็นจุดเปลี่ยน 2 วัน น้ำหนักลด 2 กก. นอนหลับแค่ 2 ชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมาที ไปเดินศูนย์การค้ามีคนมองแบบเหลียวหลัง เดิมกังวลว่าเพื่อนนักกิจกรรมจะสูญเสียความเชื่อใจ แต่ทุกคนกลับเข้าใจ จะแจ้งความที่ไหนยังไม่ได้กำหนด ต้องเตรียมกับทีมทนายก่อนให้รัดกุม กลัวถูกฟ้องกลับข้อหาแจ้งความเท็จ เจ้าของสถานที่อาจว่าเราไปใส่ร้าย หรือตั้งกล้องถ่ายเองขออยู่กันด้วยรัก ไม่ผูกมัดแต่งงานน.ส.ณัฏฐากล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีคนเชียร์ให้ตนกับนายวัฒนาแต่งงานกันนั้น ตนอยากอยู่ ด้วยกันขณะที่มีความรัก ไม่ใช่ความรักที่ผูกพันโดยการแต่งงาน ยืนยันเคลื่อนไหวต่อแน่นอน เริ่มจาก วันที่ 27 ธ.ค. จะไปร่วมในงานกิจกรรม “รวมพลคนเช็กบิลเผด็จการ” ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา งานนี้เป็นการรวมคนที่ได้รับผลกระทบจากเผด็จการ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเช็กบิลในการเลือกตั้ง โดยไม่มีความจำเป็นต้องจัดม็อบ