วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วุฒิฯมะกันหวังไทยกลับสู่ปชต. จัด ‘เลือกตั้ง’

วุฒิฯมะกันหวังไทยกลับสู่ปชต. จัด ‘เลือกตั้ง’

  • Share:

จับมือโพสต์หมิ่นนายกฯ

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯตอกยํ้าหวังเห็นไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตย เดินหน้าจัดเลือกตั้ง “บิ๊กป้อม” ยันได้เลือกตั้งแน่ ก.พ.62 “วิษณุ” ขีดเส้น 11 เดือนเข้าคูหา ฮึ่มพรรคไหนไม่ร่วมวงอย่ามาโวยทีหลัง ตัดหาง “ธนาธร” ไม่ฟัง คำเตือน “พรเพชร” โล่งศาล รธน.ไฟเขียว ส่งร่างฯ ส.ว.ถึงมือนายกฯ “เสรี” จวก กรธ.ทำป่วนไปทั่ว “วันชัย” ถามหาความรับผิดชอบจาก “มีชัย” “อ๋อย” ย้อนแสบสมุนบริวารดาหน้าพิทักษ์ รธน. “องอาจ” มองคำว่าฉีกอยู่ที่ตีความไกลแค่ไหน คสช.รีบไฟเขียว รปช.ทำการเมือง กกต.เผยเพิ่งขอเปลี่ยนสถานที่ปุบปับก็อนุญาตแล้ว แอมเนสตีฯไล่บี้ยุติดำเนินคดีคนเห็นต่าง แต่ คสช.เมินอ้างยึดตัวกฎหมาย แจ้งความเพิ่ม 41 คนอยากเลือกตั้ง “ศรีวราห์” จ่อเอาผิด ม.116 รัฐบาลชงงบปี 62 พุ่งกระฉูด 3 ล้านล้าน

ทุกฝ่ายจับตามองโรดแม็ปเลือกตั้ง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นกฎหมายลูกฉบับสุดท้ายไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ล่าสุดวุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ยังกล่าวด้วยความหวังว่าไทยจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตยด้วยการจัดเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่วางไว้

สหรัฐฯย้ำไทยคืนสู่ประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนายคอรี การ์ดเนอร์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านเอเชียตะวันออกแปซิฟิก และนโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์ระหว่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางเยือนประเทศ ไทย นายคอรีกล่าวภายหลังการหารือว่า อยากให้ประเทศไทยรุ่งเรือง และมีเสรี หวังเห็นประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง เพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศต่อไป เมื่อถามถึงปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอมที่เกิดขึ้น นายคอรีตอบว่า ไม่ได้เกิดขึ้นที่ไทยที่เดียว ที่สหรัฐฯก็มีเช่นกัน สิ่งสำคัญต้องมีข่าวน่าเชื่อถือ ส่งเสริมให้เกิดข่าวที่โปร่งใสเชื่อถือได้ เมื่อถามถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ นายคอรีตอบว่า จะไปร่วมประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ หวังว่าผู้นำในเอเชียจะหารือกันในประเด็นนี้ และเข้าใจร่วมกัน เพื่อพัฒนาระบบการใช้กฎหมายเป็นพื้นฐานร่วมกัน เพราะการก่อการร้ายด้านไซเบอร์ และความมั่นคงทางดิจิทัล เป็นเรื่องใหม่มีความสำคัญ

“ป้อม” ยันได้เลือกตั้งแน่ ก.พ.62

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ยืนยันว่าโรดแม็ปเลือกตั้งจะไม่เลื่อน และทันเดือน ก.พ.2562 เมื่อถามว่า คสช.เบาใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “สบายแล้ว โอเค ถ้า คสช.หมดหน้าที่ ก็เป็นไปตามโรดแม็ป หวังให้การเลือกตั้งเรียบร้อย” เมื่อถามว่ากฎหมายกำหนดกรอบเวลา 150 วันก่อนการเลือกตั้ง ควรปรับเวลาเป็น 90 วัน เพื่อให้ทันเดือน ก.พ.62 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ปรับ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย 150 วันก็ต้อง 150 วัน เมื่อถามย้ำว่าถ้ากำหนด แบบนั้นจะไม่ทันเดือน ก.พ. อาจต้องเลื่อนไปเดือน เม.ย.62 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาพยายามทำให้ทัน และคิดว่าไม่ต้องใช้มาตรา 44 ส่วนการหารือร่วมกับพรรคการเมืองเชื่อว่าไม่เลื่อน คาดว่าจะประมาณปลายเดือน มิ.ย. จะหารือเท่าที่พรรค การเมืองตอบรับมาเท่านั้น

“วิษณุ” ขีดเส้น 11 เดือนเข้าคูหา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า สภาฯต้องรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มของศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นต้องแจ้งมายังรัฐบาล สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้จัดพิมพ์ร่างกฎหมายดังกล่าวไว้แล้วเมื่อสภาฯแจ้งมา 1-2 วันก็สามารถทูลเกล้าฯ คาดว่าจะทูลเกล้าฯได้ก่อนปลายเดือน มิ.ย.นี้ เมื่อถามว่าหากทูลเกล้าฯ กฎหมายลูกการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว จะมีการเลือกตั้งภายใน 11 เดือนหลังจากนั้นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ มีกรอบเวลาตามโรดแม็ป 11 เดือน แต่ตนไม่ขออธิบาย เพราะพูดไปมากแล้ว โรดแม็ปดังกล่าวไม่สามารถเลื่อนออกไปจากนี้ได้ แต่ทำให้สั้นลงได้

ขู่ไม่ร่วมวงอย่ามาว่ากันทีหลัง

นายวิษณุยังกล่าวถึง กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 วันที่ 5 มิ.ย. ว่า ไม่ว่าจะวินิจฉัยอย่างไรก็ไม่มีผลกระทบ กับโรดแม็ปเลือกตั้ง ส่วนการพิจารณาปลดล็อกพรรค การเมืองอยู่ที่ คสช. โดยหลักควรปลดล็อกก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง เป็นที่รู้แน่ว่าช่วง 150 วันในการเตรียมจัดการเลือกตั้งต้องปลดล็อกแล้ว ไม่เช่นนั้น จะหาเสียงไม่ได้ แต่จะปลดล็อกเมื่อไหร่ไม่ทราบ ส่วนการทำไพรมารีโหวตสามารถดำเนินการได้ทันทีหลัง คสช.ประกาศปลดล็อก เมื่อถามว่าบางพรรคยืนยันจะไม่เข้าร่วมหารือกับ คสช. นายวิษณุตอบว่า ถ้ามาคุยกันจะได้ตอบคำถาม ถ้าไม่มาก็คุยกันเอง ประกาศวันเลือกตั้งเองฝ่ายเดียว เราเตือนคุณแล้ว จะฟังความทุกฝ่าย แต่ถ้าไม่มาก็คงต้องฟังกันเอง แล้วอย่ามาว่ากัน

ตัดหาง “ธนาธร” ไม่ฟังคำเตือน

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ว่า เคยตอบไปแล้วไม่รู้จะพูดอย่างไร เตือนไปแล้วเขาก็รับทราบ ดีแล้วช่วยกันเตือนให้ระมัดระวัง ไม่ได้บอกว่าผิดหรือไม่ผิด แค่บอกว่าให้ระวัง เพราะกรรมเป็นเครื่องแสดงเจตนา วันนี้พูดอย่างนี้ก็ไม่นึกว่า จะนำไปสู่อะไร พอวันหนึ่งไปทำอะไรเข้าเขาก็เอาแพะไปชนกับแกะ แล้วจับมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน เดี๋ยวมันจะมีปัญหาเท่านั้นเอง เมื่อถามว่าแต่ถ้าเตือนแล้วไม่ฟัง นายวิษณุตอบว่า ไม่ได้ว่าอะไรจะไปว่า อะไรได้

“พรเพชร” โล่งศาล รธน.ไฟเขียว

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ตีความยึดมั่นในหลักกฎหมาย และนิติธรรม แม้จะยังไม่มีคำพิพากษาออกมาอย่างเป็นทางการ การตีความกฎหมายไม่ใช่ตีความตามตัวหนังสือ หรือถ้อยคำตามความเข้าใจในภาษาธรรมดา แต่ต้องคำนึงถึง หลักกฎหมาย สนช.ทำงานด้วยความรอบคอบ โดย เฉพาะการตรากฎหมายไม่ให้ขัดรัฐธรรมนูญ ผ่านการทดสอบของศาลรัฐธรรมนูญหลายครั้ง เช่น คำถามพ่วงในการออกเสียงประชามติ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. สนช.จะยึดมั่นการทำงานด้วยหลักกฎหมาย

ส่งร่างฯ ส.ว.ถึงมือนายกฯแล้ว

นายพรเพชรกล่าวอีกว่า ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ให้นายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ค. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการมาให้ สนช.สัปดาห์หน้า เมื่อ สนช.ได้รับเอกสารคำวินิจฉัยแล้ว จะรีบส่งต่อนายกฯทันที เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญทราบอยู่แล้วว่าต้องเร่งรัดส่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการมาให้ สนช. เพื่อให้ทันโรดแม็ปเลือกตั้ง

กกต.ขยับท่ารอจัดเลือกตั้ง

ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า จากนี้ต้องรอว่าร่างกฎหมายจะประกาศให้มีผลบังคับใช้เมื่อใด กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 150 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาจใช้เวลาไม่เต็มกรอบเวลา เพราะที่ผ่านมาเคยใช้เวลาจัดการเลือกตั้งทั้ง 60 วัน และ 90 วันมาแล้ว ดังนั้นจึงมีความพร้อม ได้ยกร่างระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายลูก ส.ส. และ ส.ว. คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 คาดว่าภายใน 1 เดือนจะเสร็จ รวมทั้งเตรียมบุคลากรรองรับ ไว้แล้วเชื่อว่าไม่มีปัญหา ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นไปได้ทั้งสองทางคือก่อนและหลังเลือกตั้ง ส.ส.

“เสรี” จวก กรธ.ทำป่วนกันไปทั่ว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ทำให้เห็นว่าหลายเรื่องที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่เห็นด้วย จะอ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตลอด ทั้งที่ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญทำให้เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ กระบวนการเลือกตั้งต้องสะดุดหยุดลง ถูกมองว่ายื้อการเลือกตั้ง จนมีคนออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งวุ่นวายไปหมดจนถูกดำเนินคดีกันไปหลายคน สภาพการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ เป็นผลพวงจากการไม่รับฟังคนอื่นบ้าง เอะอะอะไรก็ขัดรัฐธรรมนูญ มันเลยยุ่งทั้งประเทศ

“วันชัย” ถามหาความรับผิดชอบ

นายวันชัย สอนศิริ อดีตโฆษก กมธ.ปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า เราเสียเวลากับเรื่องนี้มา 2-3 เดือน ทั้งหมดเกิดจากประธาน กรธ.โดยแท้ ทั้งที่ทุกฝ่ายพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ แต่ประธาน กรธ.ดูเหมือนมีความรู้สึกว่าอะไรไม่ตรงใจตามที่ กรธ.คิด น่าจะขัดรัฐธรรมนูญไปหมด ทำตัวเสมือนเป็นเจ้าแห่งความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ สนช.และทุกฝ่ายเห็นว่าถูกต้องแล้ว เหมือนต้องการตบหน้า สนช. แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ใครกันที่ถูกตบหน้า หน้าแหก บางครั้งดูเสมือนว่าตีรวนดึงเวลา โรดแม็ปที่ยืดไปหดไปอยู่ที่ กรธ. งานนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าคนคิดคนเขียนรัฐธรรมนูญใช่จะถูกเสมอไป ที่สำคัญรัฐธรรมนูญเป็นของทุกคน มิใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง มีบางคนเคยพูดว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ใครจะรับผิดชอบ แล้ววันนี้คนที่พูดจะรับผิดชอบอย่างไร หรือสักแต่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นเท่านั้น

อนาคตใหม่เสี่ยงถูกยุบพรรค

นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช. กล่าวว่า แนวคิดของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศนโยบายแก้รัฐธรรมนูญ 60 เป็นเรื่องที่พูดได้แต่ทำยาก โดยเฉพาะการแก้ไขในประเด็นสำคัญต้องผ่านการทำประชามติเห็นชอบจากประชาชนก่อน ที่สำคัญการชูนโยบายที่หมิ่นเหม่ต่อการคว่ำรัฐธรรมนูญที่มาจากประชามติประชาชน อาจเข้าข่ายมีความผิดได้ แต่ดูพฤติการณ์ขณะนี้เป็นการพูดอย่างเดียว ยังไม่เข้าข่ายความผิด แต่ถ้านำไปปฏิบัติเมื่อใด อาจมีคนไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเอาผิดให้ยุบพรรค เพราะเข้าข่ายฐานล้มล้างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ควรนำมาใช้เป็นเฮชสปีด พูดหาเสียง สร้างความแตกแยกในสังคมอีก

“อ๋อย” ย้อนแสบขี้ข้ารัฐประหาร

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ที่ทำโดยกระบวนการทางรัฐสภาไม่ผิดกฎหมาย และเคยทำมาแล้ว หากจะทำอีกย่อมทำได้ แต่การฉีกรัฐธรรมนูญโดยการใช้กำลังอาวุธ หรือกองทัพเข้ายึดอำนาจทำรัฐประหาร หากทำไม่สำเร็จจะผิดกฎหมายฐานเป็นกบฏ แต่ถ้าทำสำเร็จแม้เป็นเรื่องเลวร้ายก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะระบบยุติธรรมของไทยรับรองว่าพวกนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ส่วนพวกที่ทำเป็นฮึดฮัดจะเอาเรื่องกับคนที่ประกาศจะฉีกรัฐธรรมนูญ ทำเป็นเคารพกติกาขึ้นมาอย่างฉับพลันนั้น บ้างก็มีส่วนร่วมกับการทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญมาก่อน บ้างก็ได้ดิบได้ดีจากการเป็นสมุนบริวารพวกที่รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญมา แต่ไม่ละอายเลยสักนิด

พท.ชี้โจทย์ไม่นิ่งยังไม่รู้เอาไง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับออกมาแล้ว ยังต้องรอการวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะคำสั่งนี้เกี่ยวโยงกับกฎหมายลูก ส.ส.หลายประเด็น ทั้งเรื่องสมาชิกพรรค เรื่องสาขาพรรค คำวินิจฉัยที่ออกมาไม่ว่าจะแนวทางไหนล้วนมีผลต่อการดำเนินการของพรรคเพื่อไทย วันนี้ยังไม่แน่นอนว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร โจทย์ยังไม่สะเด็ดน้ำ ไม่รู้ต้องเริ่มต้นแบบไหน และเรายังทำอะไรไม่ได้จนกว่า คสช.จะปลดล็อก ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าถ้าพรรคการเมืองไม่ร่วมพูดคุย ก็อย่ามาว่ากันทีหลังนั้น เรามีเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมพูดคุยตามที่เคยแสดงความชัดเจนไปแล้ว แล้วแต่ผู้มีอำนาจจะตกลงอย่างไรก็ว่ากันไป มีอำนาจจะทำอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ขอให้ทุกอย่างชอบธรรม และถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เราไม่ว่าอะไร

ปชป.ไม่มีปัญหาเลื่อนถก คสช.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีรัฐบาลเลื่อนนัดหารือกับพรรคการเมืองเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งออกไปนั้น เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ทุกอย่างดำเนินการไปตามโรดแม็ป ถ้านับตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดใช้เวลาเต็มที่ทุกขั้นตอน จะไปตกประมาณเดือน พ.ค.2562 แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกขั้นตอนต้องใช้เวลาเต็มพิกัด เมื่อถามว่าต่างกันหรือไม่ระหว่างการเลือกตั้งเดือน ก.พ. กับเดือน พ.ค. นายองอาจตอบว่า ไม่มีอะไรต่างกันมาก บวก ลบ 2-3 เดือน ก็มีความเป็นไปได้ แต่คิดว่าถ้ายังอยู่ในเดือน ก.พ.ก็ยังอยู่ได้ ส่วนอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปร่วมกับพรรคที่ตั้งใหม่คือรวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ถือว่ามีไม่มาก อดีต ส.ส.เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ยังอยู่กับเรา โดยเฉพาะอดีตแกนนำ กปปส. ภาพรวมไม่มีอะไรน่าหนักใจ

ฉีก รธน.อยู่ที่ตีความไกลแค่ไหน

นายองอาจกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศจุดยืนจะฉีกรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ทราบว่าความหมายคำว่าฉีกรัฐธรรมนูญ ไปไกลถึงขั้นไหน แต่เข้าใจว่าผู้พูดคงไม่ได้หมายถึงว่าจะเป็นผู้นำการรัฐประหาร แล้วฉีกรัฐธรรมนูญ คงไม่ใช่อย่างนั้น เข้าใจว่าคงต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมากกว่า การเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนคนไทย ไม่ใช่แค่สิทธิ์ของนักการเมือง เพราะประชาชนคนไทย 5 หมื่นคน ถ้าเข้าชื่อร่วมกันก็มีสิทธิ์ยื่นญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว หรือ ส.ส. หรือ ส.ว. ก็มีสิทธิ์ยื่นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เช่นกัน

“นิกร” ยังหวัง ลต.ไม่เกิน ก.พ.

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา ในทางกฎหมายถือว่านิ่ง และคิดว่าการเลือกตั้งจะไม่เกินเดือน ก.พ.62 หรือเร็วกว่านั้น สามารถร่นจาก 150 วันได้ แต่ไม่สามารถเลยไปไกลกว่า ก.พ.2562 เพราะมีหมุด 3 ตัวปักรัฐบาลอยู่ คือ 1.การเคาต์ดาวน์รัฐบาลหลังอายุครบ 4 ปี 2.ตัวเร่งจากการขับเคลื่อนของฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะแนวร่วมคนอยากเลือกตั้งที่เข้มข้น และ 3.คำมั่นสัญญาเรื่องโรดแม็ปเลือกตั้ง หากผิดไปจากนี้จะเกิดความเสียหายเกินกว่าจะรับได้ แรงกดดันจะกลับไปที่ คสช.การคลี่คลายด้วยการปลดล็อกทางการเมืองจะช่วยผ่อนคลายได้ ทั้งภาคเศรษฐกิจ ประชาชน หรือแม้แต่ คสช.เอง

“โสภณ” หนุนโมเดล ส.ส.ร.ปี 40

นายโสภณ เพชรสว่าง รองหัวหน้าพรรคพลังพลเมือง กล่าวว่า เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ควรแก้เฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา อาทิ การให้ ส.ว.มามีส่วนร่วมโหวตคนเป็นนายกฯ และคนที่จะมาเป็นนายกฯควรกลับไปใช้แบบเดิม คือต้องเป็น ส.ส.เท่านั้น รวมถึงการตัดสิทธิสมัครรับราชการผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และการลงคะแนนแทนผู้พิการ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสมัยปี 40 ถือว่าบรรยากาศขณะนี้เอื้อแล้วที่จะแก้รัฐธรรมนูญหลังการเลือกตั้ง แต่สำคัญอยู่ที่ผู้นำจะเอาอย่างไร โดยนำโมเดล ส.ส.ร.ของปี 40 เป็นตุ๊กตา ถ้าเร่งทำกันจริงๆไม่เกิน 3 เดือนน่าจะแล้วเสร็จ

คสช.ไฟเขียว รปช.ทำการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธาน ได้ส่งหมายงานทางสื่อออนไลน์ถึงสื่อมวลชนสายการเมืองประจำรัฐสภา เชิญสื่อมวลชนร่วมงานการประชุมผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต คาดว่าจะมีนายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดมหาดไทย และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้าร่วมประชุมด้วย

นายประสาร มฤคพิทักษ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. กล่าวว่า ได้รับอนุญาตจาก คสช.เรียบร้อยแล้ว เพื่อประกาศอุดมการณ์และแนวทางพรรคต่อสาธารณชน รวมถึงการชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินให้ถูกต้องตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ จะเป็นหนึ่งในผู้ขึ้นเวทีชี้แจงแนวนโยบายของพรรค คาดว่าจะมีทั้งผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 500 คน

กกต.โบ้ยอำนาจอยู่ที่ คสช.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การนัดประชุมของกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. ทั้งที่เพิ่งยื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคต่อ กกต. เมื่อวันที่ 25 พ.ค.นั้น อำนาจการพิจารณาอนุญาตอยู่ที่ คสช. โดยหลักการหากหนังสือของกลุ่มการเมืองระบุข้อมูลวัน เวลา สถานที่ และวัตถุประสงค์ในการจัดประชุมชัดเจน ส่วนใหญ่จะได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 30 พ.ค.กลุ่ม รปช.เพิ่งแจ้งขอเปลี่ยนสถานที่จัดประชุม จากสวนลุมพินีเป็นมหาวิทยาลัยรังสิต กกต.เพิ่งส่งหนังสือขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ให้ คสช.พิจารณา ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่ม รปช.ได้รับอนุญาตจาก คสช.เร็วกว่าพรรคอื่นนั้น เป็นอำนาจของ คสช. กกต.เป็นเพียงผู้นำส่งหนังสือขออนุญาต

ยกวาทะ “อับราฮัม ลินคอล์น”

อีกเรื่อง นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการปรากฏภาพนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ไม่ทราบว่าทั้งสองคนไปปฏิบัติภารกิจอะไร แต่จากภาพที่เห็นเป็นภาพถ่ายที่อนุสรณ์สถานลินคอล์น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ที่ผู้มีอำนาจต้องคิดถึงประชาชน ทำบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ตามวาทะสำคัญของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ที่ระบุลักษณะของรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย คือ รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

บัวแก้วไม่มีข้อมูลสองพี่น้อง

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงภาพข่าวนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่หน้าอนุสาวรีย์อับราฮัม ลินคอล์น ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ว่า ทราบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ยืนยัน “ปู” ได้วีซ่าอังกฤษ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯได้วีซ่าประเทศอังกฤษว่า ข้อมูลยังไม่ได้รับการยืนยัน ส่วนจะมีผลต่อการจับกุมหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องนอกประเทศ ต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ตำรวจมีอำนาจแค่ในราชอาณาจักรเท่านั้น เราทำทุกวิถีทางตามอำนาจหน้าที่แล้ว ด้าน พ.ต.ต.นิยม กาเซ็ง สว. ฝ่ายตำรวจสากล 2 กล่าวว่า กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำหนังสื่อสอบถามไปยังตำรวจสากล ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการสอบถามเรื่องนี้เป็นระยะ โดยสิ่งที่สอบถามเป็นประเด็นการเข้าออกเมือง และหากมีการเข้าออกเมืองจริง มีการใช้หนังสือเดินทางเล่มใด และประเด็นมีการพำนักในประเทศที่ร้องขอหรือไม่

แอมเนสตีฯบี้ยุติคดีคนเห็นต่าง

วันเดียวกัน สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล กรุงลอนดอน อังกฤษ ออกปฏิบัติการด่วนเชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม และผู้สนับสนุนกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก ร่วมส่งจดหมายเรียกร้องให้ทางการไทยยุติการดำเนินคดีต่อกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 15 คน และทุกการดำเนินคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ ตลอดจนยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายไปจนถึงคำสั่งต่างๆ เช่น คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ รวมถึงอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิโดยไม่ถูกข่มขู่หรือคุกคาม เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีของไทยที่มีต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ การรณรงค์นี้จะมีไปจนถึงวันที่ 5 ก.ค. แอมเนสตียังระบุด้วยว่ากลุ่มอยากเลือกตั้ง 15 คน ถูกดำเนินคดีแตกต่างกันถือเป็นการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ โดยทั้งหมดมีกำหนดรับการพิจารณาคดีของศาลในวันที่ 11 ก.ค. หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง อาจรับโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี

คสช.เมินแรงกดดันต่างชาติ

ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามอธิบายข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจหลักกฎหมายและหลักการปฏิบัติ ยืนยันว่า คสช.และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตลอดจนฝ่ายกฎหมาย ดำเนินตามกรอบกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ใคร หรือเลือก ปฏิบัติกลั่นแกล้งใคร ข้อเรียกร้องใดขัดกฎหมาย คสช. จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไม่ได้ การเคลื่อนไหวของกลุ่ม คนอยากเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเราอธิบายทำความเข้าใจกับคนทั้งประเทศว่าบ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ ขอเวลาที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งในต้นปี 2562 แต่ยังมีคนไทยจำนวนไม่มากอยากให้เลือกตั้งเร็ว

แจ้งเพิ่ม 41 คนอยากเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม แจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกลุ่มบุคคลที่มาร่วมชุมนุม กระทำความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และถูกดำเนินคดี ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ การชุมนุมขัดต่อ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ความผิดตาม ป.วิอาญามาตรา 215 มั่วสุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป กระทำผิด พ.ร.บ.จราจรและยังถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่รวม 41 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.สุนันทรัตน์ มุกตรี 2.นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ 3.นายโชคดี ร่มพฤกษ์ 4.นายประนอม พูลทวี 5.นายกรกช แสงเย็นพันธุ์ 6.นายพันธุ์ศักดิ์ ศรีเทพ 7.นายชเนศ ชาญโลหะ 8.นางพรวลัย ทวีธนาณิชย์ 9.นางจิดาภา ธนหัตถชัย 10.นายสมชาย ธนะโชติ 11.นายปัญญารัตน์ นันทภูตานนท์ 12.นายวิรุฬห์ นันทภูตานนท์

ทั้งแกนนำแดง-พลเมืองโต้กลับ

13.นางพรนิภา งามบาง 14.นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา (พ่อไผ่ดาวดิน) 15.นางอิซะร์ เสาะหมาน 16. นายอนุศักดิ์ แสงเพชร 17.น.ส.นีรนุช เนียมทรัพย์ 18.นางวาสนา เคนหล้า 19.นายอ๊อด แอ่งมูล 20.นางสิริเรือง แก้วสม 21.นางมาลี เมืองไหว 22. นางเกษณีย์ ชื่นชม 23. นายบริบูรณ์ เกรียงวรางกูร 24. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 25. นายชญานิน คงสง 26. นายพรชัย ประทีปเทียนทอง 27. นายหนึ่ง เกตุสกุล 28.นางภัสสร บุญรีย์ 29.นางมัทนา อัจจิมา 30.น.ส.อลิสา บินดุส๊ะ 31.นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ 32.นายนันทพงศ์ ปานมาศ 33.น.ส.วลี ญาณะหงษา 34.นายมนัส แกล้ววิกย์กิจ 35.นางยุภา แสงใส 36.นายไพศาล จันปาน 37.น.ส.วาสนา กองอุ่น 38.นายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี 39.นายวันชนะ จันทร์มณี 40.นายสมนึก นาคขำพันธ์ 41.นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ทั้งนี้ พบว่ามีบุคคลที่เข้าร่วมชุมนุมหลายคนเป็นแกนนำ-แนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ

“ศรีวราห์” จ่อ ม.116 เอาผิดม็อบ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คสช.มอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายเข้าร้องทุกข์เพิ่มเติม ในข้อหาความผิดตาม ป.อาญามาตรา 116 จำนวน 21 รายม็อบคนอยากเลือกตั้ง ซึ่งซ้ำของเดิม 15 ราย ที่ทางตำรวจร้องทุกข์ไปแล้ว เท่ากับมีการร้องทุกข์ตามความผิดมาตรา 116 เพิ่มอีก 6 ราย จากนี้พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกต่อไป และดำเนินการตาม ป.วิ.อาญา

นายกฯเปิดทำเนียบรับแขก

ช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล นายซูรับ โปโลลิคาซวิลลี เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization : UNWTO) เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในโอกาสมาเยือนไทยเข้าร่วมงาน The 4th UNWTO World Forum on Gastronomy Tourism ต่อมานางชามฉัด อัคตาร์ เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯในโอกาสพ้นจากหน้าที่ จากนั้นนายคอรี การ์ดเนอร์ วุฒิสมาชิกรัฐโคโลราโด พรรครีพับลิกัน และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านเอเชียตะวันออก แปซิฟิก และนโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์ระหว่างประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือว่า นายกฯยินดีและหวังว่าไทย-สหรัฐฯจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในอนาคต

งบประมาณ 62 พุ่งกระฉูด 3 ลล.

ที่รัฐสภา นายยุทธนา ทัพเจริญ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า การประชุม สนช.วันที่ 7 มิ.ย. มีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณปี 2561 จำนวน 1 แสนล้านบาท โดยมีทั้งหมด 61 มาตรา แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 2.2 ล้านล้านบาท รายจ่ายลงทุน 660,305 ล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 78,205 ล้านบาท และวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 450,000 ล้านบาท กระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุด คือ 1.กระทรวงศึกษาธิการ 489,789 ล้านบาท 2.งบกลาง 468,032 ล้านบาท 3.กระทรวงมหาดไทย 373,519 ล้านบาท

แบ่งใช้ตามยุทธศาสตร์ 7 ด้าน

นายยุทธนากล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 จำแนกตามยุทธศาสตร์ 7 ด้านได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 329,273 ล้านบาท 2.ยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศ 406,564 ล้านบาท 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน 560,896 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตจากภายใน 397,501 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำและการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 117,266 ล้านบาท 6.ยุทธศาสตร์การปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 838,388 ล้านบาท 7.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ 350,109 ล้านบาท โดยที่ประชุม สนช.จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 50 คน เป็นสมาชิก สนช. 40 คน และตัวแทน ครม. 10 คน

“บิ๊กโจ๊ก” บุกเขมรรวบมือโพสต์

อีกเรื่อง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมคณะ เดินทางไปกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เข้าพบนายเซา ซก คา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของกัมพูชา ประสานให้ตำรวจกัมพูชาควบคุมนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา หลังศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับกรณีโพสต์แอบอ้างเป็นคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “บิ๊กตู่” ฟิวส์ขาด ด่ากราดประชาชนไล่ให้เติม “น้ำเปล่า” แทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” จากการสอบสวนทราบว่านายรัตนะ จบการศึกษาด้านไอทีและทำงานด้านการค้าอัญมณี รวมถึงบิทคอยน์ และพบว่ามีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับรัฐบาลไทยและนายกรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง อยู่ระหว่างการสืบสวนว่านายรัตนะ เฮง มีส่วนพัวพันกับการยุยงปลุกปั่นให้เกิดปัญหาความมั่นคงในประเทศ ไทยหรือไม่ และมีใครอยู่เบื้องหลังในการจ้างวานให้โพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่

กกต.ชงศาล รธน.ฟัน “ดอน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กกต.ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุม กกต.มีมติเสียงข้างมาก เห็นว่าการถือครองหุ้นของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 จึงมอบหมายให้สำนักกฎหมายของสำนักงาน กกต. ยกร่างคำร้องเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป กรณีดังกล่าวมาจากการที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2560 ขอให้ กกต.ตรวจสอบการถือครองหุ้นสัมปทานของ 9 รมต.หลังรัฐธรรมนูญ 60 มีผลบังคับใช้ กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นตรวจสอบและรายงานว่าคณะอนุกรรมการได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบว่า การถือครองหุ้นของรัฐมนตรี 8 คน ไม่มีปัญหา มีเพียงกรณีนายดอนที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในธุรกิจอยู่เกินกว่าร้อยละ 5 และไม่มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช. ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด

อุทธรณ์แก้ไม่จำคุก “อภิชาต”

เวลา 10.00 น. ที่ศาลแขวงปทุมวัน ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครั้งที่ 4 คดีหมายเลขดำ อ.363/2558 พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิชาต พงษ์สวัสดิ์ นักวิชาการด้านกฎหมาย เป็นจำเลย ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. กระทำผิดต่อ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215, 216, 368 วรรคแรก กรณีวันที่ 23 พ.ค.2557 จำเลยกับพวกอีก 500 คน ชุมนุมคัดค้านการรัฐประหารของ คสช. ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 เดือน รอลงอาญา 1 ปี ปรับ 6,000 บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษที่หนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ไม่ลงโทษจำคุก ยกฟ้องข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 นอกนั้นให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา คือปรับ 6,000 บาท

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้