ทนาย “เทือก” ยื่นหนังสือ กกต. ขอจัดตั้งพรรค รวมพลังประชาชาติไทยแล้ว แนบรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง 32 คน “ธานี” น้อง “สุเทพ” ร่วมด้วย แต่ยังไร้ชื่อ “เอนก” ว่าที่หัวหน้าพรรค เผย “เทพเทือก” ร่วมเป็นแค่สมาชิก ให้คำปรึกษา “ประสาร” รับเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ลั่นเป็นพรรคมหาชน ไม่ใช่ของใครมาชี้นิ้วสั่ง พร้อมปัดเป็นนั่งร้านให้ คสช. คน ปชป.แห่ปัดร่วมหอลงโรง ยันอยู่โยงไม่ไปไหน “อภิมงคล” ลั่นไม่ไปตามพ่อ “อิสสระ-กัลยา” ประสานเสียง ปชป.อีสานยังอยู่ครบ พท.เย้ยอย่าอาย ยอมรับตรงๆว่าเป็นพรรค กปปส. กกต.เร่งออกระเบียบสรรหา ส.ว.หลังกฎหมายใกล้คลอด ยังห่วงพรรคการเมืองทำไพรมารีโหวตไม่ทัน นายกฯไม่ดูดาย ศก.ยอบแยบ เร่งกระตุ้นผ่านไทยนิยม อัยการเลื่อนคดีสกายวอล์ก “โรม” ลั่นต้องสู้กับอำนาจมิชอบความเคลื่อนไหวจัดตั้งพรรคพลังประชาชาติไทย ที่มีกระแสข่าวว่าเป็นพรรคที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. อยู่เบื้องหลังสนับสนุน โดยวางตัวนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ของรัฐบาลปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรค ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังมีการไปยื่นจดแจ้งขอตั้งพรรคอย่างเป็นทางการกับ กกต.ทนาย “เทือก” ยื่นขอจดตั้งพรรคเมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วยนายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ อดีตเลขาธิการกลุ่มกรีน เข้ายื่นจดแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง ภายใต้ชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช. พร้อมรายชื่อผู้ก่อตั้ง 32 คน ต่อ กกต. โดยหนึ่งในรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง มีนายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายนายสุเทพรวมอยู่ด้วย แต่ยังไม่มีชื่อนายเอนก เหล่า–ธรรมทัศน์ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถูกระบุก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมกันนี้ได้ยื่นขออนุญาต คสช.จัดประชุมผู้ก่อตั้ง รวมทั้งแถลงเปิดตัวพรรค ที่สวนลุมพินีในวันที่ 3 มิ.ย.อดีตเลขาฯ กปปส.เป็นแค่สมาชิกนายทวีศักดิ์กล่าวว่า แม้จะเป็นทนายความของนายสุเทพ แต่ไม่ใช่นอมินีของนายสุเทพ ไม่มีใครสั่งตนได้เพราะอายุ 75 ปีแล้ว เรื่องการจัดตั้งพรรค ที่เพิ่งมาตอนนี้ก็ไม่มีนัยอะไร แต่ยอมรับว่าการจัดตั้งพรรคครั้งนี้ได้ปรึกษานายสุเทพ และในอนาคตอาจจะเชิญนายสุเทพมาร่วมเป็นสมาชิกพรรค แต่นายสุเทพจะไม่เป็นผู้บริหารพรรค โดยจะช่วยให้คำปรึกษาเท่านั้น พรรคนี้จึงไม่ใช่พรรคของ กปปส. หรือเป็นพรรคสาขาของพรรคประชาธิปัตย์ แต่จะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง มุ่งเรื่องการปฏิรูปประเทศสืบทอดเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน“ประสาร” รับร่วมก่อตั้งพรรค รปช.นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.สรรหา ในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ส่วนความคืบหน้าเรื่องหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ให้รอความชัดเจนในการจัดประชุมผู้ก่อตั้ง รวมทั้งแถลงเปิดตัวพรรค ที่สวนลุมพินีในวันที่ 3 มิ.ย.ที่ได้ขออนุญาตทาง คสช.และ กทม.ไปแล้ว และกำลังรอคำตอบ ดังนั้น กระแสข่าวที่ว่าคนนั้นคนนี้มานั่งเป็นหัวหน้าพรรคจึงยังไม่เป็นความจริง การเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารต้องให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคทั่วประเทศเป็นผู้คัดสรร ตามขั้นตอน มิใช่จะให้ใครคนหนึ่งมาชี้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ต่างจากพรรคการเมืองแบบเก่าที่มีผู้ครอบงำสั่งการให้ใครมีตำแหน่งใดๆ ในพรรคก็ได้ ส่วนกรณีมีข้อสังเกตว่าพรรคเราจะตั้งเพื่อเป็นนั่งร้านของ คสช. หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ในการเลือกตั้งนั้น ก็ไม่จริงเช่นกัน วิเคราะห์คาดเดากันไปเรื่อย ยืนยันว่ามติสมาชิกพรรคยิ่งใหญ่กว่าคำสั่งใครคนใดคนหนึ่ง หมดยุคระบบการเมืองเก่าๆที่ขึ้นกับทุนหรือพึ่งระบบอุปถัมภ์ มาคอยชี้ต้นตายปลายเป็น ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นพรรคเผด็จการ ซื้อเสียงเข้าไปถอนทุนคืน แล้วตามมาด้วยการรัฐประหาร เป็นวงจรอุบาทว์ที่ควรฝังกลบไปแล้ว“หล่อจิ๋ว” ไม่ย้ายร่วม รปช.ตามพ่อม.ล.อภิมงคล โสณกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล บิดา เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และมีกระแสข่าวว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ว่า ยืนยันว่ายังคงจะทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป ไม่คิดที่จะไปร่วมงาน การเมืองกับพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่บิดาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เนื่องจากยังมีความมั่นใจในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ตนทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2547 เคยต่อสู้ร่วมกับพรรคในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาหลายครั้ง ซึ่งการตัดสินใจของผู้บริหารพรรคก็เดินมาอย่างถูกทาง ถูกต้อง ยึดอุดมการณ์พรรค ส่วนใครจะย้ายพรรคนั้น ก็เป็นเรื่องปกติทางการเมืองของแต่ละคน “อิสสระ” ยืนยันขอกลับค่าย ปชป.นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงการตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่สนับสนุนโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯ กปปส. ที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการแล้วว่า ตนยืนยันอยู่พรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม และนายสุเทพก็ไม่ได้ชวนให้ไปร่วมด้วย เพราะเคยได้พูดกับนายสุเทพตั้งแต่ยุติการชุมนุม กปปส.แล้วว่าจะขอกลับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะภาคอีสานตนทำพื้นที่ในนามพรรคประชาธิปัตย์มานาน การย้ายออกไปอยู่ที่อื่นคงทำให้ชาวบ้านสับสนยันอดีต ส.ส.อีสานยังอยู่ครบเมื่อถามว่า มีอดีต ส.ส.อีสานของพรรคประชาธิปัตย์ถูกทาบทามไปบ้างหรือไม่ นายอิสสระตอบว่า อาจมีอดีตผู้สมัครคนอื่นไปก็เป็นได้ แต่ส่วนใหญ่อยู่ครบหมด ถ้าคนไปจากประชาธิปัตย์คงไม่กระทบฐานเสียง เพราะเป็นความนิยมส่วนตัว ส่วนการตั้งพรรคใหม่นี้กระทบฐานสียงในภาพรวมของพรรคหรือไม่นั้น อาจจะมีบ้างแต่ไม่มาก เพราะต้องยอมรับว่าพรรคนี้พัฒนามาจาก กปปส. เวลาไปทำกิจกรรมกับ กปปส. ส่วนใหญ่ก็เป็นประชาธิปัตย์ เพราะแกนนำ กปปส.ทั้ง 9 คน เป็นประชาธิปัตย์ เมื่อต่อยอดมาเป็นพรรคก็อาจเป็นไปได้ที่กระทบ แต่คงไม่มาก เมื่อถามย้ำว่า มีอดีตแกนนำ กปปส. คนอื่นๆไปร่วมกับพรรครวมพลังประชาชาติไทยบ้างหรือไม่ นายอิสสระตอบว่า แกนนำทั้งหมดเท่าที่คิดกันตอนเลิกชุมนุม คือพวกเราทั้งหมด 8 คน ยกเว้นนายสุเทพ ยืนยันจะกลับประชาธิปัตย์เหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยังติดต่อกันไม่ได้ จึงไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร จะอยู่หรือจะไปปัดข่าว “วิฑูรย์” ซบพรรค “สุเทพ”คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวจะมีอดีต ส.ส.ภาคอีสานพรรคประชาธิปัตย์ ย้ายไปร่วมพรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน โดยคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานีว่า ได้เช็กแล้วขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งมาว่านายวิฑูรย์จะย้ายพรรค และยังไม่มีการติดต่อว่าจะย้ายไปอยู่กับนายสุเทพแต่อย่างใด นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นหลานชายของนายวิฑูรย์ ยังยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคต่อไป ขนาดนายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตแกนนำ กปปส. ที่มีความสนิทสนมกับนายสุเทพมากกว่า ก็ชัดเจนว่าอยู่กับพรรคต่อด้วย ดังนั้นตอนนี้เรื่องดูด ส.ส.ภาคอีสานของพรรคยังไม่มี เรียกว่าภาคอีสานของประชาธิปัตย์ยังเหนียวแน่นเหมือนข้าวเหนียวพท.ขอให้ยืดอกยอมรับพรรค กปปส.ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีทนายความนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ยื่นจดแจ้งขอตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยต่อ กกต.นั้น นายสุเทพประกาศมาตลอดว่าจะไม่เล่นการเมือง แต่การมอบหมายให้ทนายความของตัวเองไปจด ทะเบียนก่อตั้งพรรค ประชาชนก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามได้ว่าแบบนี้ถือเป็นการเล่นการเมืองหรือไม่ การที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาบอกปัดว่าไม่ใช่พรรค กปปส. แต่การกระทำชัดเจนว่าใครพูดอย่างทำอย่าง ใครพูดความจริงหรือปกปิดอำพรางเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง การทำงานการเมืองในยุคนี้ควรจะต้อง เปิดเผยโปร่งใสตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ ตั้งพรรคก็ยอมรับไปเลยว่าตั้ง เป็นพรรค กปปส.ก็ยอมรับไปเลย การตั้งพรรคของนายสุเทพ จะไม่กระทบกับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน แต่จะกระทบกับพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า เพราะฐานคะแนนเดียวกัน ขอเพียงตกลงกันแล้วบอกมาให้ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า จะให้ใครรับบทบอยคอต แล้วจะชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลขัดขวางการเลือกตั้งอีกหรือไม่“เสี่ยหมา” ยื่นตั้งพรรคประชาธรรมวันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. นายพิเชษฐ สถิรชวาลและคณะได้เข้ายื่นจดทะเบียนพรรคประชา-ธรรมไทยเป็นพรรคการเมืองด้วย นายพิเชษฐกล่าวว่า มีเป้าหมายจะได้ ส.ส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ และไม่ปฏิเสธว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นพันธมิตรกับพรรคเพื่อไทยหลังการเลือกตั้งหรือไม่ ทั้งนี้พรรคก็จะชูตนเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนการเข้าร่วมหารือกับ คสช.หากเชิญก็พร้อม เชื่อว่าการประชุมดังกล่าวจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนสนช.เร่งทำ ก.ม.ตามโรดแม็ปที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้คำวินิจฉัยยังมาไม่ถึงสภา เพราะปกติศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำคำวินิจฉัยส่วนกลาง เพราะสิ่งที่ออกมานั้นเป็นเพียงคำวินิจฉัยย่อเท่านั้น ศาลจึงต้องทำคำวินิจฉัยส่วนกลาง แล้วส่งมาให้สภาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้เราอยากให้ทุกอย่างเร็ว โรดแม็ปจะได้เดินไปตามกำหนดเวลาที่คาดหมายไว้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งประธาน สนช.ทำหนังสือถามศาลรัฐธรรมนูญว่า ในระหว่างนี้ถ้าเราไม่รอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ จะสามารถส่งร่างกฎหมายไปยังนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ศาลยังไม่ได้แจ้งผลมาอย่างเป็นทางการ เมื่อทุกฝ่ายได้ช่วยกันประสานงานและทำงานกันอย่างเต็มที่ ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญจะเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว อะไรที่ลัดขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้นเราก็จะทำ และในวันที่ 30 พ.ค. จะทราบผลการวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญครบ 10 ฉบับ จากนั้นสามารถเริ่มต้นนับหนึ่งได้ทันทีกกต.เตรียมออกระเบียบสรรหา ส.ว.เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมคัดเลือก ส.ว. หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า สำนักงานกกต.ได้ยกร่างระเบียบรองรับแล้ว รอแค่ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ก็จะออกระเบียบได้ทันที เพื่อเตรียมการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับก็ประกาศวันสมัครและเริ่มกระบวนการเลือกทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ก่อนส่ง 200 รายชื่อให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คน คาดว่าภายในหนึ่งเดือนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ก็จะเห็นกระบวนการเลือก ส.ว.ใหม่ได้ ส่วนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ที่ กกต.เสนอให้มีการแก้ไข คสช.ได้ส่งร่างแก้ไขมาที่ กกต.แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับกรณีที่ คสช.เตรียมเชิญพรรคการเมืองหารือนั้น พรรคการเมืองอาจไม่สะดวกหาก คสช.เป็นผู้เชิญประชุม แต่ถ้าจะให้ กกต.เป็นเจ้าภาพเชิญก็ยินดีห่วงพรรคการเมืองทำไพรมารีโหวตพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมการจัดเลือกตั้งว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต.เตรียมการใน 4 เรื่อง คือ 1.การออกระเบียบและประกาศเพื่อรองรับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ 2.การเตรียมพร้อมบุคลากร 3.การเสริมสร้างวัฒนธรรมพลเมือง โดยให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4.การสร้างพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมือง สำหรับเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือการปรับตัวของพรรคการเมืองในการทำไพรมา-รีโหวต กังวลว่าระยะเวลาการทำไพรมารีโหวตที่มีกรอบเวลา 150 วัน หลังร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศใช้จะทำได้ทันหรือไม่ แต่หาก กกต.สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งได้เร็ว พรรคก็จะมีเวลาเตรียมตัวทำเรื่องนี้ และอีกเรื่องที่ยังน่ากังวลก็คือสมาชิกพรรค ต้องไปหาสมาชิกให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถทำไพรมารีโหวตได้รบ.เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวขึ้นภาษีพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อความและภาพระบุ “ประยุทธ์ขอประชาชนจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% ถ้าไม่ขึ้นประเทศจะล้มละลาย” ว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าเมื่อเดือน มี.ค.60 นายกฯและรัฐบาลได้ชี้แจงไปแล้วว่า ไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของนายกฯเป็นการตีความที่คลาดเคลื่อน ยืนยันว่าไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวตแต่อย่างใด รวมถึงประเด็นข้อกังวลว่ารัฐบาลจะปรับขึ้นภาษีแวต 9% (รวมภาษีท้องถิ่นอีก 1% อัตรารวมคือ 10%) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61 ตามที่ได้ประกาศ พ.ร.ฎ. ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ต.ค.60 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษีแวตตามที่ระบุไว้กฎหมาย ยังคงไว้ที่อัตรา 7% เพราะไม่อยากผลักภาระให้ประชาชนเดือดร้อน จึงไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกเมินโพลไม่หนุนรอตัดสินวัน ลต.พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนหลายสำนักเผยแพร่ข่าวเพจเฟซบุ๊ก “ขอล้านไลค์สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ” ทำโพลสอบถามประชาชนในโอกาสครบรอบ 4 ปีว่ายังสนับสนุนนายกฯให้บริหารบ้านเมืองต่อหรือไม่ โดย 1 วัน มีผู้ตอบคำถาม 500,000 คน แบ่งเป็นผู้ที่สนับสนุน 11% และไม่สนับสนุน 89% นั้น นายกฯรับทราบแล้ว และไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อข้อมูลดังกล่าว เพราะที่ผ่านมามีผลโพลออกมาจากหลายสำนัก หลายประเภท ซึ่งมีทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ที่ดีสุด จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ปลื้มผู้นำภูฏานร่วมงานวิสาขบูชาที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน เข้าเยี่ยมคาราวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่ 15 โดยพล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯยินดีที่นายกฯภูฏานเดินทางเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่ 15 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และขอบคุณที่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏานเสด็จฯเยือนไทยเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายยินดีในความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกัน ทั้งระดับราชวงศ์ รัฐบาลและประชาชน ด้านนายกฯภูฏานขอบคุณที่ไทยสนับสนุนโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาภูฏาณด้วยดีมาตลอด นายกฯกระตุ้น ศก.ผ่านไทยนิยมเมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า วันที่ 29 พ.ค. เป็นวันวิสาขบูชา โดยเราเป็นชาติที่รักสงบ นิยมทำความดี มั่นใจว่ายังมีคนไทยที่นิยมทำความดีอยู่ทั่วทุกมุมโลก และต้องไม่โกง ต้องซื่อสัตย์สุจริต เคารพกฎหมาย ทั้งนี้ที่ผ่านมาการเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่กระจายลงไปในพื้นที่ชุมชน ยังไม่ไปถึงพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร หลายคนอาจบ่นว่าทำไมรายได้ยังไม่เพิ่มขึ้น ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลและ คสช.ไม่ได้นิ่งดูดาย โดยมาตรการระยะสั้น เร่งช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนนำพารายได้กระจายสู่ท้องถิ่น ผ่านโครงการไทยนิยมยั่งยืน อาทิ แก้ปัญหาปากท้องลงพื้นที่ทุกหมู่บ้าน ชุมชน ประชาชนกว่า 7 ล้านคน เข้าร่วม 97 เวทีประชาคม เกิดโครงการของหมู่บ้านและชุมชน แห่งละ 200,000 บาท รวมทั้งสิ้น 88,400 โครงการ และการปฏิรูปภาคการเกษตร รับงบฯจากงบกลาง ราว 25,000 ล้านบาท คาดจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 63,000 ล้านบาท เกษตรกรได้ประโยชน์ 4.3 ล้านรายฝากกลอนหวังประเทศสงบสุขนายกฯกล่าวด้วยว่า การปฏิรูปในภาพรวมของประเทศ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ดิจิทัล กฎหมาย ข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นส่วนสำคัญต่อการกระจายความเจริญและรายได้สู่ท้องถิ่น แต่อาจต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือกัน ต้องปรับตัว ปรับพฤติกรรม ให้สอดคล้องกับกระแสของโลก พัฒนาประเทศอยู่เสมอ มีกลอนอีกบทหนึ่งมาฝาก “จะมีไหมเมื่อไรไทยสงบ ทุกคนพบความสุขตามที่หวัง อย่าทำให้ไทยทั้งชาติขาดพลัง สิ้นความหวังหมดสุขให้ทุกคน ทั้งการเมืองบริหารต้องสานต่อ ให้เพียงพอเพื่อประโยชน์มหาศาล หากเนิ่นช้าเกินไปจะเสียการ ให้ทุกท่านทุกคนนั้นสุขใจ ขอพี่น้องผองไทยช่วยสร้างชาติ ป่าวประกาศร่วมใจไทยเข้มแข็ง ให้ยั่งยืนดีเลิศเกิดเปลี่ยนแปลง คำชี้แจงบอกไปห่วงใยจริง” “วิษณุ” คาด ก.วิจัยเสร็จรัฐบาลนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความเห็นต่างกรณีการควบรวมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยงานวิจัยของประเทศ กับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดตั้งเป็นกระทรวงวิจัยและอุดมศึกษา ว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่ไม่เห็นด้วยมาจากหลายสาเหตุแต่น่าจะทำความเข้าใจได้ สาเหตุหนึ่งคือกลัวจะพะรุงพะรังทำให้ช้าถ้ารับปากทำให้เร็วได้จะหมดปัญหา อีกส่วนคือคนที่รู้สึกเหมือนถูกรื้อบ้าน คำตอบคือจะไม่ถูกรื้อบ้านเคยอยู่อย่างไรก็จะอยู่เหมือนเดิม เคยเจริญก้าวหน้าอย่างไรจะเป็นแบบนั้นถ้าอธิบายได้จะหายวิตก ส่วนข้อดีของการควบรวมนั้นจะทำให้ทุกส่วนเชื่อมโยงกันในลักษณะบูรณาการ อาจมีการถ่ายโอนบุคลากรข้ามกรม กอง และการจัดงบประมาณถ้าหลายหน่วยงานมาอยู่รวมกันจะทำให้การดูแลง่าย ขึ้น ส่วนจะเสร็จสิ้นเมื่อใดนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มต้น ถ้าเห็นรูปร่างหน้าตาคงจะสามารถขับเคลื่อนให้เสร็จทันให้ได้ในรัฐบาลชุดนี้ค้าน ก.ม. อุดมศึกษาไร้มาตรฐานที่รัฐสภา สมาพันธ์สภาวิชาชีพ ยื่นหนังสือต่อ สนช. เพื่อนำเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นผู้รับหนังสือ นายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกสภาทนายความกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาห้ามไม่ให้สภาวิชาชีพก้าวก่ายการจัดหลักสูตรการเรียน มีผลต่อมาตรฐานในการผลิตบัณฑิตสาขาต่างๆ เพราะไม่มีการตรวจสอบและรับรองจากสภาวิชาชีพให้มีคุณภาพ จะเกิดปัญหาบัณฑิตลักลอบประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาต ดังนั้น สมาพันธ์สภาวิชาชีพจึงแสดงความกังวลและข้อคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะต่อ สนช.“พิชัย” เตือนอย่าตีปีก ศก.ยังไม่โตนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า การจัดอันดับความสามารถแข่งขันของไทย โดยสถาบัน IMD ล่าสุด ประเทศไทยถูกจัดอันดับลดลง 3 อันดับตกไปอยู่ที่ 30 เท่ากับอันดับหลังการรัฐประหาร เพราะความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล เห็นได้ชัดจากผลงานของรัฐบาลและแนวคิดของผู้นำ การขาดดุลงบประมาณมีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งในโครงการประชารัฐและไทยนิยม อีกทั้งปัญหาความล้าหลังการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นปัญหาหลักที่ IMD ชี้ว่าเป็นสาเหตุทำให้ความสามารถแข่งขันของไทยลดลง โดยแนะนำให้ไทยเร่งปรับตัว อย่างไรก็ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันแม้จะดูว่าสูงเมื่อเทียบกับอดีตที่เศรษฐกิจทรุดต่ำมาตลอด 4 ปี แต่ก็ยังไม่ได้โตมากนักเพราะประเทศเพื่อนบ้านเราเศรษฐกิจโตสูงมาตลอดหลายปีนี้ จึงอยากให้เข้าใจและอย่าดีใจมากเกินจริงอัยการเลื่อนสั่งคดีม็อบสกายวอล์กที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63 วันที่ 25 พ.ค. พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำสำนวนพยานหลักฐาน พร้อมความเห็นสมควรฟ้อง แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง MBK39 จากการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่จัดกิจกรรมรวมพลประชาชนคนอยากเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 27 ม.ค. บริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน ใกล้ห้างสรรพสินค้า MBK ส่งมอบให้นายบุญส่ง เนตรปฐมพรกิจ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 คดีนี้มีผู้ต้องหารวม 9 ราย ประกอบด้วย นายรังสิมันต์ โรม อายุ 25 ปี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ อายุ 26 ปี ฉายาจ่านิว นายอานนท์ นำภา อายุ 34 ปี นายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 43 ปี นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ อายุ 24 ปี นายเนติวิทย์ หรือแฟรงก์ โชติภัทร์ไพศาล อายุ 22 ปี น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา อายุ 39 ปี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด อายุ 50 ปี และนายวีระ สมความคิด อายุ 61 ปี ถูกกล่าวหากระทำการด้วยวิธีการใดๆ ลักษณะยุงยง ปลุกปั่นให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ที่ห้ามมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในลักษณะชุมนุมทางการเมือง และกระทำความผิดชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ โดยนายบุญส่งเผยว่า ผู้ต้องหาได้เดินทางมาพบอัยการด้วยรวม 8 คน ขาดนายวีระที่ติดนัดพิจารณาคดีที่ศาลอาญาคดีชุมนุมพันธมิตรปิดสนามบิน ตนจะตั้งคณะทำงานอัยการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ โดยอัยการนัดให้ผู้ต้องหาทั้งหมดมาฟังคำสั่งคดีครั้งแรกในวันที่ 28 มิ.ย.“โรม” ลั่นกำลังสู้กับอำนาจมิชอบผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายรังสิมันต์ โรม และกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง รายงานตัวกับอัยการรับทราบนัดสั่งคดีชุมนุมดังกล่าวแล้ว มีการเผยแพร่คำสัมภาษณ์ นายรังสิมันต์ โรม จากเว็บไซต์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน http://www.tlhr2014.com/th/?p=7590 ว่า การดำเนินคดีกับการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งล้วนเป็นคดีทางการเมือง เป็นข้อหาทางการเมืองทั้งหมด โดยผู้จัดการชุมนุมก็ทราบว่ามีโอกาสที่จะถูกดำเนินคดี และตระหนักว่าปากกาไม่ได้อยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน แต่อยู่ที่อำนาจที่ไม่ชอบธรรม จึงไม่แปลกที่จะถูกดำเนินคดีเยอะแยะมากมาย แต่ทางเราก็พร้อมต่อสู้เต็มที่ แม้คดีต่างๆ จะก่อภาระมากมาย ให้ต้องเดินทางมาต่อสู้คดี แต่อีกด้านหนึ่งเราเชื่อว่าคดีของเราจะทำให้สังคมได้เห็นว่าใครคือคนที่ถูกรังแก และใครเป็นผู้รังแก การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเวลาพูดถึงเรื่องความวุ่นวายนั้น แท้จริงความวุ่นวายไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม อย่างกรณีวันที่ 22 พ.ค. การปิดถนนเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ชุมนุมมีการแจ้งการจัดการชุมนุมต่อตำรวจ แจ้งเส้นทางที่ชัดเจน มีการขอใช้พื้นผิวถนน 1 ช่องทางจราจร และเดินขบวนไปโดยสงบ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญเด้ง ผกก.พญาไทปล่อย “โบว์” จ้อเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 25 พ.ค. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวมกิจ ผบก.น.1 เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เลขที่ 125/2561 ลงวันที่ 25 พ.ค.61 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ และให้การบริหารงานในภาพรวมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมความมุ่งหมายของทางราชการ อาศัยอำนาจตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ข้อ 8 (3) จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1) โดยขาดจากหน้าที่เดิม และให้ พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทน ตำแหน่ง ผกก.สน.พญาไท อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาด จากตำแหน่งเดิม ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีมีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศไปสัมภาษณ์ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง บริเวณหน้าห้องคุมขัง สน.พญาไท เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดภาพที่ไม่เหมาะสม ถือว่ามีความบกพร่อง ขัดต่อข้อปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ