วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บช.ทท.-191-ปปง.จับมือ ทลายแก๊ง call center

ช่วงนี้ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ระบาดอย่างหนัก ขยายเป็นเครือข่าย อาชญากรรมข้ามชาติ ขนาดใหญ่ ครอบคลุมหลายประเทศ สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับคนไทยและชาวต่างชาติ ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก มีเสียงเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด

ยังมีคนตกเป็นเหยื่อออกมาเรื่อยๆ

ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ

คนร้ายเลือกเจาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวไทยหลายแห่ง ใช้เป็นฐานกระทำความผิดของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แอบแฝงเข้ามาในคราบนักท่องเที่ยว

เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาจนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มาควบคุมสถานการณ์ก่อนบานปลาย

พล.ต.อ.จักรทิพย์มีคำสั่งจัดตั้ง ชุดปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มี พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุด วางตัว พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี รรท.ผบช.ทท. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. เป็นผู้รับผิดชอบบูรณาการทุกหน่วยงานเปิดยุทธการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์จัดชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ 191 เก็บข้อมูลเรื่องร้องเรียนของชาวต่างชาติและคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระดมชุดสืบสวนมือดี แบ่งงานกันทำ ติดตามแผนประทุษกรรมคนร้าย ประสานข้อมูลตำรวจต่างประเทศ ที่มีแก๊งหลบหนี เข้ามากบดานและลักลอบกระทำความผิดในเมืองไทย

ตำรวจท่องเที่ยวมีฐานข้อมูลมาต่อเนื่อง เพราะได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงิน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คนที่ตกเป็น “เหยื่อ” ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ กว่าจะเก็บเงินมาได้ทั้งชีวิต เพียงแค่รับสายไม่กี่นาที ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปให้จนหมดตัว

คนร้ายใช้วิธีการสุ่มหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ โทรศัพท์หลอกเหยื่ออ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขอตรวจสอบบัญชีธนาคารของเหยื่อ อ้างพัวพันยาเสพติด เป็นหนี้บัตรเครดิต ค้างชำระภาษี หากไม่ชำระจะถูกดำเนินคดี หรือได้รับรางวัลชิ้นใหญ่ แต่เหยื่อต้องโอนเงินมาก่อน

หลายหน่วยงานราชการถูกนำชื่อมาแอบอ้าง ทั้ง ตำรวจ ดีเอสไอ ศุลกากร ฝ่ายปกครอง ไปรษณีย์ โรงพยาบาล ล่าสุดแอบอ้างว่าเป็นเจ้า-หน้าที่ศาล เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ เหยื่อหลงเชื่อจะหลอกให้โอนเงินไปตามบัญชีที่มีการจ้างวานให้บุคคลอื่นเปิดบัญชีแทน หรือเรียกว่า “บัญชีม้า” รอไว้ ก่อนที่จะให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยการแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว จะกดเงินสดและนำเงินส่งออกนอกประเทศ

ความเสียหายแต่ละครั้ง มีตั้งแต่หลักแสนบาทจนถึงหลักหลายล้านบาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์สืบสวนพบข้อมูลคนร้ายส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ จีน ไต้หวัน เข้ามาเช่าบ้านพักหรือห้องเช่าสุดหรู ราคาแพง ดัดแปลงบ้านพัก ติดกล้องวงจรปิด เครื่องเก็บเสียง มีสายแปลงสัญญาณหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานรัฐเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติและคนไทยบางส่วน

คนร้ายจะเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ค่อยออกมาข้างนอก มีคนไทยร่วมด้วยเป็นผู้สนับสนุนคอยส่งข้าวส่งน้ำ เสบียงอาหาร แก๊งนี้มีฐานแหล่งกบดานอยู่ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์รวบรวมข้อมูลขออนุมัติหมายจับแก๊ง call center 107 หมายจับในพื้นที่ภาค 6 จำนวน 80 หมายจับ สน.ห้วยขวาง 10 หมายจับ สน.โชคชัย 17 หมายจับ และ สน.หัวหมาก 10 หมายจับ

ก่อนเปิด ยุทธการครั้งแรก พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รรท.ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.รอง ผบก.บก.ทท.1 พ.ต.อ.นิติธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. นำกำลังตำรวจ 191 และตำรวจท่องเที่ยว นำหมายศาลเข้าปิดล้อมตรวจค้น 43 จุดทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 50 ราย

ตรวจยึดอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องวีโอไอพี เครื่องมือสร้างหมายเลขโทรศัพท์ปลอมที่ใช้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หลายหน่วย

ยุทธการครั้งที่ 2 จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 82 ราย จากหมายจับ 107 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 25 ราย พร้อมของกลาง โทรศัพท์ โน้ตบุ๊ก สมุดรายชื่อผู้เสียหาย และบทสนทนา และได้ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลือได้อีก 25 หมายจับ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ประสาน พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานคณะกรรมการ ปปง. ประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ร่วมกับตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทันทีมีคดีมูลฐานพนักงานสอบสวนตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบสวนได้ทันที

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รรท.รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ได้บูรณาการร่วมกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ตามคำสั่งของรัฐบาล คสช. และ ผบ.ตร. ที่สั่งการให้ตั้งชุดเฉพาะกิจปราบปราม แก๊งนี้ทำเป็นขบวนการแบ่งงานกันทำเป็นโครงข่าย โทรศัพท์หลอกเหยื่อทั้งในประเทศไต้หวันและไทย จะทำหน้าที่หลอกลวงเหยื่อ, จะมีกลุ่มจัดหาบัญชีธนาคาร หรือบัตรเอทีเอ็ม มีจ้างคนเปิดบัญชีไว้รับโอนเงินที่เรียก “กลุ่มม้าถอนเงิน” และกลุ่มหัวหน้ากลุ่มคีย์แมนคอยวางแผน พฤติกรรมจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หลอกเหยื่อว่าพบความผิดเกี่ยวกับคดีอาชญากรรม ให้เหยื่อโอนเงินมา โดยใช้อุปกรณ์ในการเปลี่ยนแปลงหมายเลขที่โทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อ จากเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือโทรศัพท์พื้นฐานให้เป็นเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานรัฐ หรือที่เป็นที่รู้กันคือระบบ VoIP หรือ Voice over Internet Protocol ทำให้เหยื่อหลงเชื่อง่าย จนเกิดความเสียหายจำนวนมาก”

พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานคณะกรรมการ ปปง. ย้ำว่า “ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมมือกัน สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนผู้สุจริต จะดำเนินการด้วยความรวดเร็วทุกช่องทาง ทรัพย์สินใดเป็นของแผ่นดินต้องกลับคืนแผ่นดิน โดยไม่มีเงื่อนไข ด้วยกฎหมายฟอกเงิน”

ถือเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจท่องเที่ยว 191 และสำนักงาน ปปง. ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทั่วประเทศ ไม่ให้ไปหลอกลวงเหยื่อคนอื่นให้เกิดความสูญเสียอีก.

ทีมข่าวอาชญากรรม