วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อมูลที่สนับสนุนทฤษฎีของไอน์สไตน์เพิ่มขึ้น

ในปี พ.ศ.2459 นักฟิสิกส์ทฤษฎีชาวเยอรมัน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ทำนายเกี่ยวกับคลื่นความโน้มถ่วง (gravitational waves) ว่าเป็นส่วนหนึ่งจากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (general theory of relativity) ที่เขาเสนอว่าแรงโน้มถ่วงเป็นเหมือนความบิดเบี้ยวของพื้นที่และเวลา ที่เกิดจากการปรากฏตัวของวัตถุบางอย่าง ต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันได้ค้นพบว่าทำนายนั้นเป็นจริง หลังจากหอสังเกตการณ์คลื่นแรงโน้มถ่วงด้วยแสงเลเซอร์อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์หรือไลโก (Laser Interferometer Gravitational Wave Observatory-LIGO) ตรวจพบระลอกคลื่นความโน้มถ่วงเล็กๆ ที่เกิดจากการควบรวมของ 2 หลุมดำที่อยู่ในอวกาศห้วงลึกเมื่อปี พ.ศ.2558

ล่าสุดนักดาราศาสตร์จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียนในสหรัฐอเมริกาและจากยุโรป ได้ร่วมกันเสนอทฤษฎีที่ช่วยสนับสนุนความคิดของไอน์สไตน์ นั่นคือเชื่อว่าคลื่นความโน้มถ่วงกับสายฟ้ามาจากเหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นในอวกาศ โดยอธิบายเปรียบเทียบว่าหากคลื่นโน้มถ่วงเป็นเหมือนฟ้าร้อง นี่คือครั้งแรกที่ได้เห็นสายฟ้าแลบออกมา ทั้งนี้ คลื่นเกิดจากการชนกันของ 2 ดาวนิวตรอนเมื่อราว 130 ล้านปีที่แล้ว เมื่อหอสังเกตการณ์ไลโกตรวจพบครั้งแรกรวมถึงครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จากหอสังเกตการณ์เวอร์โกในอิตาลี ซึ่งหลังจากการตรวจจับคลื่นเพียง 2 วินาทีก็พบว่ามีการระเบิดของรังสีแกมมาด้วย

นักวิทยาศาสตร์เผยว่า การค้นพบใหม่นี้ช่วยยืนยันทฤษฎีของไอน์สไตน์เพิ่มขึ้น และระบุว่าแสงเดินทางด้วยความเร็วที่เท่ากันประมาณ 299,792 กิโลเมตรต่อวินาที มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ อันเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้เล็งเห็นความสำคัญของข้อมูลที่เพิ่มขึ้น จึงเตรียมสนับสนุนเงินราว 37,400 ล้านบาทให้แก่หอสังเกตการณ์ไลโกสำหรับการวิจัยเป็นเวลามากกว่า 40 ปี.