วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุม‘โชกุน’ฝากขัง ทนายอ้างไม่มีค่าประกัน เหยื่อดักตะโกน เอาเงินกูคืนมา

พงส.กองปราบ นำตัวซินแสโชกุน ฝากขังศาลอาญาแล้ว ทนายรอประกันหลังสงกรานต์ เนื่องจากไม่มีเงิน โดนอายัดหมด เจ้าตัวสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน ตัวแทนผู้เสียหาย-แม่ข่ายแจ้งความ เรียกร้องขอคืนกว่า 6 ล้าน ตะโกนลั่น เอาเงินกูคืนมา...

เวลา 10.20 น.วันที่ 14 เม.ย. ตำรวจกองปราบปราม ได้คุมตัว น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ภาลิศ หรือซินแสโชกุน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน ปล่อยลอยแพนักท่องเที่ยวอ้างว่าจะพาไปเที่ยวเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ออกจากห้องขังภายในกองบังคับการปราบปรามเพื่อไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก ที่ศาลอาญารัชดา โดย น.ส.พสิษฐ์ แต่งกายด้วยเสื้อยืดโปโลสีขาว กางเกงสีฟ้า รองเท้าผ้าใบ ที่ข้อมือมีผ้าสีฟ้าคลุมข้อมือทั้งสองข้าง สีหน้าไม่ได้แสดงความวิตกกังวล อยู่ในสภาพยิ้มแย้ม เหมือนไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำ พร้อมปฏิเสธที่ไม่ให้สัมภาษณ์หรือพูดคุยกับผู้สื่อข่าว ระหว่างที่ตำรวจกองปราบปรามนำตัวซินแสโชกุนเดินไปขึ้นรถนั้น ได้มีผู้เสียหายกว่า 20 คน ที่ทราบข่าวว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหารายนี้ไปฝากขังได้มายืนตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำไม่สุภาพเช่น "เอาเงินกู คืนมา" พร้อมบางส่วนได้ถือป้ายมีใจความว่า "มันนี่เกม ทำลายอาชีพทำลายชาติ" "เศรษฐกิจไม่ดี แต่จิตใจต้องดี" "ปลุกพลังคนดีสู้คนเลว" เป็นต้น ทั้งนี้ต้องรอในช่วงบ่าย ว่าศาลจะรับคำร้อง และอนุญาตให้ฝากขังหรือไม่

นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความซินแสโชกุนเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ติดต่อเข้าเยี่ยมซินแสโชกุน เพื่อชี้แจงสิทธิตามขั้นตอนของกฎหมายและการฝากขังในวันนี้ พร้อมแจ้งว่าว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว โดยคาดว่าจะยื่นต่อศาลหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งวันนี้หากศาลรับคำร้องฝากขังจะต้องถูกส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำก่อน เนื่องจากทรัพย์สินถูกเจ้าหน้าที่อายัดไปแล้วบางส่วนทำให้ทรัพย์สินที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ญาติของซินแสโชกุนทั้งหมด ยังถูกควบคุมตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ มทบ.11 ทำให้ยังติดต่อญาติไม่ได้ ประกอบกับรอผลสรุปของสำนวนคดีว่าจะมีการแจ้งข้อหาอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งซินแสโชกุน ก็เข้าใจแต่มีความกังวลเล็กน้อยถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ ตามจากการพูดคุยกับซินแสโชกุนยังยืนยันว่าไม่มีเจตนาหลอก การจัดทัวร์เป็นการพาไปเที่ยวคล้ายกับโปรโมชั่นที่แถมให้สมาชิกและยินดีชดใช้เงินคืนให้กับผู้เสียหายทั้งหมดด้วย

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ช่วงเช้าที่ผ่านมานายอัครกิตติ์ ซิ้มเจริญ ประธานองค์การต่อต้านแชร์ลูกโซ่ นำกลุ่มตัวแทนผู้เสียหายและแม่ข่ายจำนวน 50-60 คน จากตัวแทนจำนวนผู้เสียหาย 333 คน ยอดความเสียหาย 6,299,936 บาท มาแจ้งความดำเนินคดีกับซินแสโชกุน โดยนายอัครกิตติ์ กล่าวว่า ได้นำผู้เสียหายมาแจ้งความเพื่อเรียกร้องคืนค่าเสียหาย ซึ่งการดำเนินธุรกิจแบบนี้เป็นธุรกิจอำพรางไม่ใช่ลักษณะของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือธุรกิจท่องเที่ยว พฤติกรรมมีการฉ้อโกงประชาชนทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศและธุรกิจขายตรงเกิดความเสียหาย ทั้งยังหลอกให้ประชาชนซื้อสินค้าพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เรื่องของการท่องเที่ยวมาจูงใจ โดยนำธุรกิจขายตรงมาบังหน้า เช่น มีการอ้างคำพูดว่า คนจ่ายเพียงคนละ 500 บาทเท่านั้น ไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ รับจำนวนจำกัดเพียงแค่ 40 ราย เป็นการเป็นการโปรโมตในช่วงแรกเพื่อดึงดูดให้เหยื่อให้สนใจ มีการโชว์ภาพว่าได้ไปเที่ยวจริง เพื่อให้ลูกค้าที่จะไปเที่ยวครั้งที่ 2 หลงเชื่ออย่างสนิทใจ

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของ ซินแส โชกุน ไม่ได้มีการจดทะเบียนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท อีกทั้งลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้า ก็ไม่ได้รับสินค้าตามความที่กล่าวอ้าง ซึ่งแผนธุรกิจ ทำแค่การโน้มน้าวใจ และประชาสัมพันธ์ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. คืนความสุขประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการจัดการคดีให้เร็วที่สุด และคืนเงินมาให้ผู้เสียหายโดยเร็ว เพราะการกระทำของซินแสโชกุน เป็นการทำลายความสุขของประชาชน ดังนั้น วันนี้พวกเราจึงมาเรียกร้องสิทธิ์อันชอบธรรม” ประธานองค์การต่อต้านแชร์ลูกโซ่ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.กล่าวว่า ตำรวจคุมตัว ซินแสโชกุนไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ในเวลา 10.00 น. ซึ่งขณะนี้ยังแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เพียงข้อหาเดียว พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากหากได้รับการปล่อยตัวไปเกรงว่าจะหลบหนี ประกอบกับซินแสโชกุน ยังถูกยังศาลแขวงพระนครเหนือออกหมายจับในชื่อเดิม คือ น.ส.ภวิศ ภูริภัทร์เมฆินทร์ ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ในข้อหาฉ้อโกง กรณีหลอกลวงผู้เสียหายติดต่อนำบุตรอายุ 9 ปี ไปถ่ายแบบที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเรียกเก็บค่าดำเนินการ 2.2 แสนบาท แต่ไม่สามารถพาไปถ่ายแบบได้จริง ในพื้นที่ สน.ห้วยขวางด้วย แต่ซินแสโชกุน ยังยืนยันคำให้การเดิม แต่ตำรวจพิจารณาในส่วนพยานหลักฐานและพฤติการณ์ในคดีเป็นหลัก

“ส่วนผู้เสียหายที่ถูกลอยแพทัวร์ญี่ปุ่นขณะนี้เข้าแจ้งความแล้วรวม 314 คน และในวันนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. จะเข้ามาที่กองปราบปรามเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์สินต่อไป” ผบก.ป.กล่าว.  

ข่าวเกี่ยวข้อง

"โชกุน"จ่อนอนคุก ทนายไม่ยื่นประกัน! ชี้ไม่ผิดฉ้อโกง ขาดเจตนาหลอกลวงฯ

โชกุนรับ-ไม่ได้จองตั๋วบิน ปปง.อายัดบัญชีแล้ว 3 ล้าน