นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์
เผยว่าได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2553 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกปีที่ 60 สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อเป็นการถวายพระราชกุศล เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์ แก่ประเทศชาติสืบไป
คุณสมบัติของผู้ต้องขังที่จะได้รับการปล่อยตัว เช่น ต้องเหลือโทษไม่เกิน 1 ปี หรือผู้ต้องขังหญิงกระทำผิดครั้งแรกต้องโทษมาแล้วครึ่งหนึ่ง, ผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปี ที่เหลือโทษไม่เกิน 3 ปี ฯลฯ
มีผู้ต้องขังที่เข้าหลักเกณฑ์ประมาณ 3 หมื่นคน
ภายในอาทิตย์หน้า ทุกเรือนจำทั่วประเทศ จะดำเนินการ ปล่อยตัวผู้ต้องขังได้หมด
นับว่าสร้างความยินดีให้แก่ครอบครัว ญาติพี่น้องของผู้ต้องขังทั้งหลายที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาใช้ชีวิตประกอบอาชีพอยู่ในสังคมเดียวกันกับผู้อื่นต่อไป
ขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่มีการ "อภัยโทษ" ก็จะมีเสียงบ่นแสดงความหนักใจออกมาจากทางด้าน ตำรวจ
จากอดีตที่ผ่านมา มักจะมีผู้ต้องขังที่ได้รับการปลดปล่อยออกมาแล้ว หวนกลับไปก่อคดีทำความผิดอีก เพราะไม่มีอาชีพและสังคมมักจะไม่ยอมรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสำหรับผู้ที่ได้รับการปลดปล่อยและตำรวจที่ต้องทำคดี
ยืนยันความจริงได้จากที่เกิดขึ้นวันก่อน พ.ต.อ.สังวาลย์ ฤกษ์ศรี-ลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.ท.ศุภกร ธัญญกรรม สว.สส. ได้นำตัว นายเทวัญ หรือปาล์ม พิมพ์จันทร์, นายอภิชาติ หรือบอย น้อยปรางค์ และนายพูนลาภ หรือต่าย อินทร์บุญ มาแถลงข่าว
จากการที่ทั้ง 3 คนขี่ จยย.ซ้อนท้าย ขับปาดหน้า นายคมเพชร หอมมีกลิ่น สาวประเภทสอง ที่กำลังขี่ จยย. แล้วกระชากสร้อยคอหนัก 2 บาท ขับหนีไปในหมู่บ้านบดิพัฒน์ อ.เมืองสมุทรปราการ นายคมเพชรได้ขี่ จยย.ไล่ตามไป กลับถูก 2 คนที่ซ้อนท้ายลงจากรถมายืนขวางใช้มีดจี้ และชิงเอารถ จยย.ของนายคมเพชรไปอีก
ตำรวจได้สืบสวนจนกระทั่งสามารถจับกุมทั้ง 3 คนได้ พร้อมรถของกลาง
ผู้ต้องหาบอกว่า เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดออกมาจากเรือนจำได้เพียง 10 วัน ไม่มีงานทำ จึงรวมหัวกันก่อคดีปล้นชิงทรัพย์ไปทั่ว
นี่เป็นตัวอย่างความจริงที่ตำรวจยอมรับหนักใจกับคดีที่เกิดขึ้นจากผู้ที่พ้นโทษออกมา.
สหบาท




















