ในเมื่อหน่วยงานรับผิดชอบช่วยไม่ได้ ประชาชนก็ต้องช่วยตัวเอง?! โดยเฉพาะภัยที่มาจากโลกออนไลน์ ที่ตอนนี้ถึงไม่ชอบไม่อยากใช้ ก็ไม่ได้แล้ว เพราะมันวนเวียนอยู่รอบตัวเรา ใครไม่ใช้อินเตอร์เน็ตตอนนี้ คงอยู่ในโลกนี้ลำบาก?คอลัมน์นี้เคยเตือนเรื่องภัยจากโลกออนไลน์หลายครั้ง จนผู้อ่านมีคำถามว่า แล้วจะให้ระวังมันยังไง เอาอะไรมาวัดว่า เว็บนี้ แอปฯนั้นปลอดภัยคำตอบที่เคยให้ไปคือ ให้เชื่อถือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เป็นทางการ ส่วนใหญ่เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ผ่านการปรับปรุงการใช้งานมานาน มันน่าจะมีมาตรฐานการปิดกั้นมิจฉาชีพดีกว่า?แต่คำตอบที่ได้คือ ไม่รอด!ยกตัวอย่างการซื้อของผ่านเฟซบุ๊ก แพลตฟอร์มใหญ่ยักษ์ระดับโลก มีคนไทยเป็นสมาชิกกว่า 51-60 ล้านบัญชี (บางคนมีมากกว่า 1 บัญชี) ยังมีมิจฉาชีพเข้ามาเปิดร้านขายของ ชวนลงทุน หลอกลวงเหยื่อกันเกร่อแถมเอาเงินฟาดหัวจ้างยิงโฆษณา ปั้นตัวเลขความน่าเชื่อถือเข้าไปอีก!เคยส่งเรื่องให้ตำรวจที่รับผิดชอบตรวจสอบ คำตอบที่ได้รับคือ ตำรวจเองต้องประสานงานกับเมตา (Meta บริษัทแม่เฟซบุ๊ก) ผ่านระบบร้องขอข้อมูลสำหรับฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย ด้วยบัญชีอีเมลทางการของหน่วยงาน เพื่อเข้าไปยื่นเอกสารทางกฎหมาย เช่น หมายเรียกพยานเอกสาร หรือหมายศาลไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ข้อมูลกลับมา!?ล่าสุดสภาผู้บริโภค นำผู้เสียหายฟ้องศาลแพ่งกราวรูด ตั้งแต่กลุ่มแพลตฟอร์ม ได้แก่ บริษัทเมตา เจ้าของแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ไลน์ประเทศไทย บริษัทแอปเปิล ฐานะเจ้าของ App store และกูเกิลประเทศไทย เจ้าของ Play store ส่วนอีกกลุ่มเป็นธนาคารสถาบันทางการเงินกล่าวหาว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้ปากว่าตาขยิบ ไม่ช่วยสกัดกั้นมิจฉาชีพจริงจัง!แล้วเรามาดูกันว่า ช่องทางการเรียกร้องความเป็นธรรมของประชาชนจากกระบวนการศาลบ้านเรา จะได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง?สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม