ตามปกติการประชุมวุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลจะอภิปรายติชมกันพอหอมปากหอมคอ
แล้ววุฒิสภาจะโหวต "เห็นชอบ" ร่าง พ.ร.บ.งบ ประมาณฯประเคนให้รัฐบาล
เอาไปใช้จ่ายได้อย่างสะดวกโยธิน
แต่สำหรับปีนี้ มันไม่สะดวกสะดือด่วนอย่างที่คาดไว้เลย
เพราะวุฒิสภาได้อภิปรายโจมตีการจัดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลไม่แพ้ การอภิปรายของฝ่ายค้านในสภาฯ
ตอนที่ "แม่ลูกจันทร์" ปล่อยต้นฉบับไหลเข้าแท่นพิมพ์ ยังไม่ทราบผลการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯของวุฒิสภา??
แต่มั่นใจว่า ส.ว.ส่วนใหญ่จะโหวตผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณฯอย่างแน่นอน!!
เพราะถึงแม้วุฒิสภาจะโหวตคว่ำ พ.ร.บ.งบประมาณฯของรัฐบาล ก็ไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
เพราะรัฐบาลสามารถนำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยัน
เมื่อสภาผู้แทนฯลงมติยืนยัน พ.ร.บ. งบประมาณฯก็จะมีผลบังคับใช้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับไปที่วุฒิสภาให้เมื่อยตุ้มอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม "แม่ลูกจันทร์" เห็นว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องน้อมรับเสียงโจมตีของวุฒิสภาเกี่ยวกับการใช้เงินอีลุ่ยฉุยแฉกของรัฐบาลแบบไม่มีข้อแก้ตัว
เพราะสิ่งที่ ส.ว.เอามาชำแหละในสภาฯเป็นเรื่องจริงทุกประเด็น
สรุปสั้นๆชัดๆ คือ วุฒิสภาเห็นว่ารัฐบาลนี้มีปัญหากู้เงินมากเกินความจำเป็น สร้างหนี้สินเป็นภาระประเทศมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
การที่รัฐบาลจัดงบประมาณขาดดุลเพิ่มมากขึ้นทุกปี ก็เป็นประเด็นที่ ส.ว.หลายคนไม่สบายใจ
ปี 2552 รัฐบาลจัดงบขาดดุล 340,000 ล้านบาท
ปี 2553 รัฐบาลจัดงบขาดดุล 350,000 ล้านบาท
ปี 2554 รัฐบาลจัดงบขาดดุล 420,000 ล้านบาท
ยังไม่รวมหนี้เงินกู้โครงการไทยเข้มแข็งอีกสี่แสนล้านบาท และหนี้เงินกู้ในโครงการต่างๆอีกบานตะเกียง
ทำให้ยอดหนี้สาธารณะของประเทศ เพิ่มจาก 42 เปอร์เซ็นต์ เป็น 52 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี
อีกประเด็นที่วุฒิสภาอภิปรายกันมาก คือ การที่รัฐบาลเน้นนโยบายประชานิยมเพื่อหวังผลทางการเมือง กลายภาระผูกพันให้รัฐบาลต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอีกก้อนโต
ทำให้งบรายจ่ายประจำของรัฐบาลบานทะโร่ถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินงบ ประมาณแผ่นดิน
รัฐบาลจึงเหลืองบที่จะใช้ลงทุนจริงๆเพียง 345,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง
การที่รายจ่ายประจำสูงกว่างบลงทุนถึง 5 เท่าตัว ทำให้ประเทศไทยกลายสภาพเป็นลิงอุ้มแตง
ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือ ยอดหนี้สาธารณะ 4.1 ล้านล้านบาท กลายเป็นภาระหนักที่รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง "หนึ่งแสนล้านบาท" ต่อปี
แต่ใน พ.ร.บ.งบประมาณฯของรัฐบาลปีหน้า จัดงบชำระหนี้ไว้แค่ 30,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง
อุแม่เจ้า...สามหมื่นล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยอย่างเดียวยังไม่พอ
ถามว่า สภาพลิงอุ้มแตงอย่างนี้ รัฐบาลจะสามารถชำระหนี้เงินต้นได้อย่างไร??
และถ้ารัฐบาลยังกู้เงินไม่บันยะบันยัง ยอดหนี้สาธารณะก็จะยิ่งก้อนโตขึ้นๆ ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นๆ เป็นเงาตามตัว
นี่คือสิ่งที่ ส.ว.หลายคนแสดงความห่วงใยอภิปรายเตือนสติรัฐบาล
ข้อสำคัญ...ในเมื่อรัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นทุกปี รัฐบาลจึงต้องควบคุมการใช้เงินที่กู้มาให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
นายกฯอภิสิทธิ์ ต้องพิสูจน์ความเป็นผู้นำด้วยการกวาดล้างขบวนการทุจริตโกงกินที่กำลังเป็นข่าวฉาวโฉ่ทั่วบ้านทั่วเมือง
นายกฯอภิสิทธิ์ไม่โกงก็ดีแล้ว แต่ยังดีไม่พอ...
ถ้าจะดีให้พอ "อภิสิทธิ์" ต้องไม่ปล่อยให้คนในรัฐบาลฟาดเก๋าเจี๊ยะกันสะดือบวม
อันนี้ "แม่ลูกจันทร์" ไม่ได้พูดเอง แต่ ส.ว.หลายคนเค้าฝากมาเตือน.
"แม่ลูกจันทร์"




















