ข่าว

วิดีโอ

สัมผัสชีวิตไทย ในสวนสามพราน

การแสดงของช้าง ในหมู่บ้านไทย

ช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวสงกรานต์ที่ไหนแต่ได้รับเชิญจาก คุณสุชาดา ยุวบูรณ์ เจ้าของสวนสามพราน ให้ไปพักผ่อนนอนเล่นที่โรงแรมริมแม่น้ำท่าจีน โดยมอบหมายให้ลูกน้องดูแลต้อนรับผมเป็นอย่างดี

ผมรู้จักสวนสามพรานตั้งแต่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง จึงรู้สึกคุ้นเคยมานานสมัยนั้นถนนหนทางยังไม่สะดวกสบายเหมือนเดี๋ยวนี้ เวลาจะเดินทางไปสวนสามพรานต้องขับรถไปทางถนนเพชรเกษม ตอนนั้นดูมันไกลมาก สองข้างทางไม่มีตึกรามบ้านช่อง คุณชำนาญ และ คุณหญิงวลี ยุวบูรณ์ ผู้ก่อตั้งสวนสามพราน ชวนผมมาเที่ยวตั้งแต่เริ่มบุกเบิกใหม่ๆ ประมาณปี 2505 หลังจากนั้นก็ได้ไปอีกหลายครั้งตามโอกาสต่างๆ


ครั้งแรกที่ไปจำได้ว่ากินก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกับไอศกรีมกะทิสด ซึ่งทำขายเพียงสองอย่างเท่านั้น รสชาติอร่อยถูกปาก เพราะผัดก๋วยเตี๋ยวทีละกระทะ ไอศกรีมก็ปั่นเองด้วยมือเป็นไอศกรีมกะทิสดแบบคนไทยโรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วรสชาติหอมหวานมัน

หลังจากนั้นผมก็ได้แวะเวียนไปพักผ่อนและรับประทานอาหารอยู่เสมอ เดี๋ยวนี้มีอาหารเพิ่มขึ้นมากมายหลายอย่าง ล้วนเป็นอาหารไทยที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี ถือได้ว่า สวนสามพรานเป็นผู้อนุรักษ์อาหารไทยที่ได้มาตรฐานแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยผู้บริหารรุ่นพ่อสืบทอดมาถึงรุ่นลูก และปัจจุบันถึงรุ่นหลานแล้ว ผู้บริหารทุกรุ่นดูแลใส่ใจสภาพโดยรอบของสวนสามพราน ให้ปราศจากมลพิษและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนภูมิทัศน์ได้เป็นอย่างดี โดยได้น้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาบริหารงาน

ดังนั้น สวนสามพรานจึงมิได้เป็นแค่สถานที่ที่จะมารับประทานอาหารหรือพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แต่ยังเป็น แหล่งการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของคนไทย ตลอดจน การทำเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน ที่จะให้เยาวชนผู้สนใจและนักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ จึงไม่แปลกใจเลยที่สวนสามพรานได้รับรางวัลเกียรติยศต่างๆมากมายทั้งในและต่างประเทศ ขอให้รักษาสิ่งที่ดีๆนี้เอาไว้ ปัจจุบัน คุณสุชาดาได้เวียนหน้าที่ต่างๆไปให้ลูกชายทั้งสามช่วยกันดูแลอนุรักษ์และสานต่อมรดกที่มีคุณค่านี้ไว้ สวนสามพรานยุคใหม่จึงเปลี่ยนชื่อเป็น สามพราน ริเวอร์ไซด์ (Sampran Riverside) และสืบสานเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งไว้อย่างเหนียวแน่น

ช่วงสงกรานต์ที่ผมอยู่ที่สามพราน ริเวอร์ไซด์ เป็นช่วงแห่งความสุขของครอบครัว หรือจะเรียกว่าวันครอบครัวก็ได้เพราะมีลูกหลานพาพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พี่ป้า น้าอา มานอนที่โรงแรมจนเต็มทุกห้อง และมาทำกิจกรรมร่วมกันในวันสงกรานต์ ซึ่งผมก็ได้ร่วมกิจกรรมกับเขาด้วยคือ เป็นผู้ใหญ่ให้ลูกหลานมารดน้ำดำหัวขอพร นอกจากนี้  ยังได้ สรงน้ำพระ ตักบาตรทำบุญ ก่อเจดีย์ทราย และสาดน้ำ สงกรานต์พอให้ตัวเปียกเย็นชื่นฉ่ำทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ในอดีตสวนสามพรานมีชื่อเสียงเรื่อง ดอกกุหลาบ การจัดสวนและพันธุ์ไม้ต่างๆ ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย จนเป็นเอกลักษณ์ที่คนไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันดี เพราะบริษัททัวร์ต่างๆได้บรรจุการท่องเที่ยวสวนสามพรานเป็นหนึ่งในโปรแกรมเที่ยวเมืองไทยตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน

มรดกวิถีชีวิตของคนไทย ที่สวนสามพรานอนุรักษ์ไว้และกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่มีมากมายหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิถีไทย เช่น ร้อยมาลัย วาดร่ม ทอผ้า เครื่องปั้นดินเผา ทำลูกประคบ รำลาวกระทบไม้ ศิลปะป้องกันตัว ทำอาหารไทย หรือจะขี่ช้างก็ไม่ผิดกติกาใดๆ มีเจ้าหน้าที่คอยสาธิตให้คำแนะนำตลอดเวลาการทำกิจกรรม สำหรับผู้ที่ชอบการผจญภัยก็สามารถขี่จักรยานชมวิวทิวทัศน์ภายในสวนสามพรานได้ตามอัธยาศัย

สาเหตุที่ทำให้สวนสามพรานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะบรรยากาศความเป็นไทยที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้าเขียวขจี มีทั้งสวนดอกไม้ และสวนเกษตรพื้นบ้านไทยที่สามารถนำผลผลิตมาใช้ในการทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนมและยังนำมาตกแต่งภายในโรงแรมให้สวยงาม คุณสุชาดา เล่าให้ฟังว่า ไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นไม้พื้นบ้านของไทยหลายชนิด เช่น กุหลาบ มะลิ ชบา ดาวเรือง เข็ม บานชื่น บาน ไม่รู้โรย กล้วยไม้ ฯลฯ เมื่อเวลาออกดอกบานสะพรั่งจะดูสดใสสวยงาม และดอกไม้หลายชนิดจะส่งกลิ่นหอมชื่นใจ สามารถตัดดอกมาร้อยมาลัย มาทำเครื่องหอม นำมาจัดแจกันพานดอกไม้ประดับในห้องพักของโรงแรมไม่ต้องเสียเงินไปซื้อหาดอกไม้แพงๆ จากที่ไหน

สำหรับ สวนเกษตรก็ได้ซื้อที่ 40 ไร่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำท่าจีนปลูกไม้ผลจำพวก กล้วย ขนุน มะม่วง ชมพู่ ส้มโอ มะพร้าว ฝรั่ง และแบ่งทำแปลงปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เช่น พริก ข่า ตะไคร้ โหระพา กะเพรา มะกรูด มะนาว ต้นหอม ผักชี คะน้า ผักบุ้ง บวบ ดอกแค เห็ด สะระแหน่ และผักที่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารอีกมากมาย โดยเน้นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ไม่มีสารเคมี เมื่อผลผลิตมีมากก็นำมาขายที่ตลาดริมคลอง เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงคิดทำตลาดขึ้นโดยชวนชาวบ้านให้นำผลผลิตในสวนมาขาย แต่มีข้อตกลงว่า ต้องเป็นผัก ผลไม้ปลอดสารพิษและผลผลิตที่ชาวบ้านและชุมชนทำจากครัวเรือนเท่านั้น โดยแบ่งที่ริมถนนเพชรเกษมจัดทำเป็น ตลาดชื่อ “ตลาดสุขใจ” ขายเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ นอกจากผัก ผลไม้แล้วยังมีสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน ร้านอาหารชาวบ้าน ร้านขนมไทยโบราณ เครื่องดื่ม/กาแฟโบราณ และร้านขายต้นไม้ เป็นต้น ไม่น่าเชื่อว่าตลาดสุขใจเพิ่งเปิดมาได้ 3 ปี จะขายดีมีเงินหมุนเวียนสะพัดทำให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ผู้บริโภคก็ได้รับอานิสงส์ได้กินของดีของปลอดสารพิษชีวิตยืนยาว

จากความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหารสวนสามพรานและการดำเนินงานของตลาดสุขใจที่ช่วยกันยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงให้การสนับสนุนตลาดสุขใจในเรื่องการนำสินค้าการเกษตรที่ดีมีคุณภาพและปลอดสารพิษมาขาย จึงทำให้ ตลาดสุขใจได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ระดับสากลจาก International Federation of Organic Agriculture Movements(IFOAM) และ EU และได้รับรางวัล Asia Responsible Enterpreneurship Awards (AREA) ด้าน SME CRS จาก Enterprise Asia องค์กรกลางของธุรกิจชั้นนำส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม

นอกจากนี้ สวนสามพรานยังได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้จัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาเกษตรกรเกษตรอินทรีย์สุขใจ” โดยสวนสามพรานเป็นแกนกลาง ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ กระทรวงเกษตรฯ จัดอบรมความรู้ให้แก่เกษตรกรทั้ง 17 ตำบลในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องระบบการผลิตพืชอินทรีย์แบบบูรณาการและเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในพื้นที่ ให้มีความสามารถในการผลิตพืชอินทรีย์และพัฒนาช่องทางการตลาด เพื่อกระจายผลผลิตที่มีคุณภาพไปสู่ประชาชนแบบยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวอย่างแท้จริง

ผมอยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจแบบสวนสามพรานหันมาเป็นหลักในการช่วยเหลือสังคม ชุมชนรอบข้าง และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ปราศจากมลพิษ ถ้าทุกคนช่วยกันเมืองไทยของเราก็จะน่าอยู่ อยากเชิญชวนผู้ที่ยังไม่เคยไปเที่ยวที่สวนสามพรานหรือเคยไปแล้วแต่ยังไม่ได้ร่วมกิจกรรมและโครงการดีๆที่มีมากมายหลายอย่างไว้บริการ โดยเฉพาะเกษตรกรทั้งหลายสามารถมาศึกษาหาความรู้เพื่อนำไปเป็นต้นแบบ หรือต่อยอดในการทำตลาดดีๆ เช่นนี้ก็ได้

ถ้ามีเวลามากพอก็ลองไปพักที่โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ ทำกิจกรรมพื้นบ้านไทย ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย รับประทานอาหารไทยดั้งเดิมและผ่อนคลายกับบรรยากาศสวนงามริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน

ก็จะทำให้ชีวิตของท่านยืนยาวไปอีกหลายปี สวัสดี.

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

27 เม.ย. 2556 09:11 27 เม.ย. 2556 11:10 ไทยรัฐ