advertisement

พฤติกรรมแบบไหน ทำให้ชายวิ่งหนี?

โดย เมอร์ลิน 5 ก.พ. 2555 05:00

มีคำถามลอยมาให้ได้ยินว่า  คนเรามักเจอแฟนที่ไหนมากกว่ากัน ระหว่างที่ทำงานกับสถานศึกษา? โห ถามได้ ที่จริงน่าจะเดากันได้นะว่า ทั้ง 2 แห่งนั่นแหละ มีโอกาสที่คนเราจะคว้าใครสักคนมาเป็นแฟนได้ง่ายเหลือเกิน ซึ่งรักในวัยเรียนก็ออกแนวใสๆ คิกขุๆ แต่รักในวัยทำงานค่อนข้างจริงจังและมองการณ์ไกลไปถึงขั้นหมั้นหมายและวิวาห์มากกว่า ทว่าบางคู่กลับเจอกันอย่างไม่คาดฝัน และไม่น่าเชื่อก็มี

อย่างคู่นี้เจอเพราะเป็นเพื่อนบ้านกัน “วันนึงฉันออกจากบ้านมาทำงานด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะไม่รู้ว่า ทำกุญแจบ้านหายไปไหน จึงคิดว่า คงลืมหยิบกุญแจออกมาจากบ้านมั้ง จึงรีบกลับไปที่บ้าน แต่ปัญหาคือ ถ้าฉันลืมเอากุญแจออกมาจากห้อง จริงๆ แล้วจะกลับเข้าไปในบ้านได้ไง ในช่วงที่คิดอะไรไม่ออกอยู่นั้น ฉันควักกระเป๋าเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือกะโทร.ไปปรึกษาเพื่อน ให้ช่วยตามช่างกุญแจให้หน่อย เผอิญชายคนนึงเดินผ่านมาและได้ยินเรื่องที่ฉันเล่าให้เพื่อนฟัง เขาจึงรีบแนะนำตัวและบอกว่า เป็นเพื่อนบ้าน ที่อยู่ติดกับห้องในคอนโดฯของฉันนี่เอง ทันใดนั้นเขาก็ยื่นกุญแจบ้านของฉันให้ แล้วบอกว่า เจอมันเสียบคาไว้ที่ประตู จึงเก็บไว้ให้ แต่ที่ทำให้ฉันอึ้งคือ เขาไม่ได้คืนกุญแจอย่างเดียว แต่ยังซื้อขนมมาฝากฉันด้วย และสารภาพว่า อยากรู้จักฉันมานานแล้ว ฉันปลื้มมาก เราจึงคุยกันว่า จะลองออกเดทด้วยกัน” น้องบี พนักงานบริษัทวัย 25 เล่า

ส่วนอีกคู่ พบกันตั้งแต่เด็ก แต่เก็บใจไว้บอกตอนโต “พอลเป็นเพื่อนของพี่ชาย และรู้จักฉันตั้งแต่เด็ก พอพวกเราโตขึ้น ต่างก็แยกย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยคนละแห่ง หลังจากฉันเรียนจบ ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน ปรากฏว่าพอลกลับมาเป็นแขกประจำบ้านของเราอีกครั้ง แต่มาหาพี่ฉันบ่อยจัง ทำให้ฉันสงสัยว่า ทั้ง 2 จะเป็นคู่เกย์กันละมั้ง แต่จู่ๆวันนึงเขาก็ชวนฉันไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน พอเราไปถึงโต๊ะอเนกประสงค์ในสวน ก็มีอาหารกลางวันตั้งอยู่ พร้อมกับกีตาร์ของเขา ฉันมารู้ทีหลังว่า พี่ชายแอบช่วยพอลเตรียมข้าวของทั้งหมด เขาเริ่มด้วยการร้องเพลงแอบรักมานาน และสารภาพว่า แอบชอบฉันมาเป็นปีแล้ว ทำเอาฉันงงไปเลย” ดาว-สาวผู้โชคดีเล่าอย่างตื่นเต้น

อันที่จริง ใครจะชอบใครที่ไหนนั้นยังไม่สำคัญเท่าเมื่อได้ลองคบกันแล้ว ทำอย่างไรจึงจะคบกันไปได้นานๆ กระทั่งการคบหาได้พัฒนาจนกลายไปเป็นแฟนกันอย่างจริงจัง....ตรงนี้น่าจะสำคัญกว่า

ส่วนจะคบกันนานแค่ไหน ถึงจะจับจองเป็นแฟนกันนั้น ไม่มีเวลาระบุไว้แน่ชัด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคู่ใครคู่เค้ามากกว่า แต่ถ้าเป็นผู้ชาย เกิดชอบพอ หรือรักใครขึ้นมา ส่วนมากจะอยากรีบจีบเพื่อขอเป็นแฟนเร็วๆ มากกว่าจะอ้อยส้อยอ้อยอิ่งนะ กระนั้นอารมณ์นี้ของฝ่ายชายจะเกิดก็ต่อเมื่อถูกใจฝ่ายหญิงเข้าอย่างจัง ฉะนั้น ถ้าคุณเป็นหญิงที่มีหนุ่มขอนัดออกเดทเพื่อคบหาดูใจกันละก็ หากคุณสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นในระหว่างคบหากันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็เป็นไปได้ที่จะถูกเขาชวนมาเป็นแฟนตัวจริงของแท้

แต่...แต่ฝ่ายหญิงจะทำอย่างไรน้า เพื่อให้ การออกเดทของพวกคุณเป็นไปด้วยดี และไม่ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ทันรู้จักกันอย่างจริงจัง?

เอ้า ถามแค่เนียะ ไม่ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวด หรือซีเรียส เพราะได้ฉุกคิดขึ้นมาว่า เออเนอะ เวลาถูกหนุ่มชวนไปออกเดทเพื่อคบหาดูใจกันก็ควรทำให้อีกฝ่ายประทับใจสิ เพราะไม่งั้น เขาอาจไม่อยากคบคุณอีกต่อไปก็ได้ สาวๆคงไม่อยากเห็นคนที่ตัวเองชอบวิ่งหนีไปซะก่อนตั้งแต่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ทันไรใช่ปะ

งั้นเอางี้สิ เราก็มีวิธีป้องกันไม่ให้การคบหากันต้องหยุดชะงักลงกลางคัน ด้วยการ....ระมัดระวังคำพูดคำจา และพฤติกรรมดังต่อไปนี้ เช่น.....

1. ไปเดทก็จริงแต่แทนที่จะชวนคุยกัน ก็ไม่หรอก กลับให้ความสนใจกับโทรศัพท์มือถือ หรือไอแพด แท็บเล็ตที่พกติดตัวไปมากกว่า ด้วยการหยิบมันขึ้นมาดู มาเช็กเมล์บ้าง มาส่งข้อความหรือส่งภาพไปให้ใครต่อใครบ้าง อย่างนี้แสดงออกชัดเจนไปหน่อยนะว่า คุณนั้นหมกมุ่นอยู่กับเจ้าเทคโนโลยีนี้เหลือเกิน ขนาดคู่เดทของคุณหน้าตาดีออกอย่างนั้น....โอมเพี้ยง ขอให้เป็นอย่างนี้จริงๆเถอะ คุณยังสนใจอย่างอื่นมากกว่าเขาเลย ดังนั้น ในใจเขาก็คงคิดเหมือนกันว่า สมควรปล่อยคุณไว้กับเจ้าเครื่องเหล่านี้ดีกว่ามั้ง จึงเตลิดหนีไปเลย

2. ถ้าเขาสืบรู้ว่า คุณ (ฝ่ายหญิง) มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักกับพ่อของตัวเองละก็ เป็น ไปได้ว่า เขาคงจะคบกับคุณได้เพียงประเดี๋ยว ประด๋าวเท่านั้น

ทำไมน่ะเหรอ? เพราะผู้ชายส่วนใหญ่เชื่อว่า ลูกสาวที่สนิทกับพ่อนั้น น่าคบมากกว่าลูกสาวที่ไม่ค่อยสนิทกับพ่อน่ะสิ แต่พูดแบบนี้ หากสาวคนใดไม่สนิทกับพ่อก็อย่าเพิ่งเสียกำลังใจ เพราะผู้ชายบางคนก็ยอมรับได้ถ้าเธอจะเป็นแบบนี้ แต่ควรมีเหตุผลที่ดีมารองรับละกัน เช่น ไม่สนิทกับพ่อ เพราะพ่อทิ้งครอบครัวตั้งแต่เธอยังเด็ก หรือพ่อชอบแกล้งแม่ เธอจึงไม่ค่อยรักพ่อ...ก็ว่ากันไป

3. ถ้าหล่อนเอาแต่หงุดหงิด หรือห้ามปรามไม่ให้เขาไปสมาคมกับเพื่อนฝูง โอ้ยโหยว...พฤติกรรมอย่างนี้ ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบนะ เพราะถ้าเขาจะมีแฟนก็ยังอยากมีเพื่อนต่อไป ไม่ใช่ให้ตัดขาดกับเพื่อนฝูงซะเลย ก็รับไม่ได้เหมือนกัน

แหม ถ้าเขายังอยากจะไปมั่วสุมดูบอลกันก็ปล่อยเขาไปเถอะ

4. ถ้าสาวพร่ำบ่นเรื่องทำงานบ้านว่า เบื่อ ไม่อยากทำ ให้เขาฟังบ่อยๆ ทั้งที่ฝ่ายหญิงนั้นยังโสดและอยู่ตัวคนเดียวนะนั่น โอ้อย่างนี้ ฝ่ายชายคงคิดแหละว่า ควรจะชวนเธอมาเป็นแฟนดีรื้อ ขืนเป็นแฟนกันสงสัยหล่อนจะทิ้งงานบ้านให้เป็นงานของเขาเพียงลำพังแหงๆ

5. ถ้าเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ทันไร หล่อนก็พูดถึงงานแต่งงานกับเขาแล้วละก็ เขาคงไม่อยู่ให้คุณพูดถึงอนาคตที่เขาไม่อยากเสี่ยงด้วยหรอกนะ.

@ @ @

เมอร์ลิน

โหวตข่าวนี้