ตอนที่ 5 (ต่อจากวานนี้)
"สันติเหรอ นี่อั๊วเองนะ ธงไท...สบายดี ไม่ได้เจอกัน ซะนาน ก็เกือบ 10 ปีได้ ว่าแต่ตอนนี้ลื้อยังอยู่กองพิสูจน์หลักฐานหรือเปล่า อั๊วมีเรื่องอยากรบกวนลื้อหน่อย ลื้อพอจะตรวจดีเอ็นเอ หาตัวบุคคลให้ได้ไหม"
ตลอดเวลานั้น ธงไทถูกจับจ้องด้วยกล้องสอดแนมซึ่งโรสซ่อนไว้บนชั้นหนังสือ ภาพทั้งหมดถูกส่งมายังจอโน้ตบุ๊กตรงหน้าอำนาจกับโรส อำนาจตำหนิโรสว่าไม่น่าทำพลาดทิ้งรอยเลือดไว้ ถ้าธงไทตรวจพบว่าเธอเป็นใคร อาจสาวมาถึงหน่วยเขี้ยวพยัคฆ์ หน่วยของเราจะถูกเปิดเผยสถานะไม่ได้เด็ดขาด
"ค่ะผู้พัน...ฉันจะพยายามทุกอย่างเพื่อป้องกันเรื่องนี้เอง"
อำนาจหวังว่าเธอจะไม่ทำพลาดอีก โรสพยักหน้ารับคำ ก่อนเดินออกไป...
หลังจากตำรวจยกกำลังกลับไปหมด แสงระวีเดินมาส่งสิงห์หน้าบ้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล บ่นกับสิงห์ว่าถ้าคนร้ายบุกเข้ามาเพราะเรื่องที่เธอกำลังทำ นั่นก็หมายความว่าทุกคนที่หมู่บ้านดอนควายกำลังตกอยู่ในอันตราย โดยที่เธอไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ สิงห์ขอร้องว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น
"แสงระวีต้องคิดค่ะ เพราะแสงระวีเป็นความหวังของพวกเขา"
ooooooo
บ่ายวันเดียวกัน หลังจากกำนันฉ่ำถูกอำนาจตำหนิอย่างรุนแรงที่ปล่อยแสงระวีให้รอดชีวิตกลับกรุงเทพฯพร้อมหลักฐาน เขาหันไปโวยใส่ศรอีกทอดที่ดันคุยโม้ว่าระเบิดนังนั่นไม่เหลือซากไปแล้ว
"ฉันจัดการไปแล้วจริงๆนะพ่อ มันเละคาตาฉันจริงๆ ฉันจะไปโกหกพ่อทำไม"
"งั้นแกก็โดนพวกมันหลอกแล้ว คนที่โดนระเบิดตายในรถไม่ใช่นังนักข่าวนั่น"
ศรเถียงไม่ออก ระหว่างนั้นเห่าดงวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า ไอ้เสือบุกมาถึงที่นี่แล้ว...
หน้าโรงสีข้าวของกำนันฉ่ำ หมีควายกับสมุนของกำนันฉ่ำ อีก 8 คน พร้อมอาวุธครบมือยืนล้อมกรอบเสือไว้ โดยที่กำนันฉ่ำ ศร กับเห่าดงยืนดูห่างๆ เสือแค่อยากคุยกับกำนันฉ่ำเท่านั้น ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป แทนที่หมีควายจะถอย กลับสั่งสมุนให้ลุย เสืออัดพวกนั้นคว่ำเกือบหมดเหลือหมีควายกับสมุนอีกสองคน
หมีควายเล่นเครื่องทุ่นแรง คว้าปืนขึ้นมายิงเสือไม่ยั้ง เสือไม่หลบ ใช้มือเปล่าปัดกระสุนปืนออกไปได้หมด หมีควาย ถึงกับอึ้ง สมุนยิงกระสุนใส่เสือจนหมดแมกกาซีน
เสือยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน พอคลายมือออกกระสุนที่ถูกยิงใส่ร่วงลงพื้น สมุนกลัวลนลานพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เหลือหมีควายคนเดียว
"บักเสือ...เอ็งมีของดีอะไรวะ"
เสือไม่ตอบ เดินผ่านหมีควายอย่างไม่สนใจ หมีควายคว้าไหล่เสือไว้ เสือศอกกลับอัดสลบคาที่ แล้วลากหมีควายมาโยนกองกับพื้นหน้ากำนันฉ่ำอย่างท้าทาย ศรขยับจะเข้าหาเสือ กำนันฉ่ำรั้งไว้
"เดี๋ยว...มันกล้ามาเหยียบถึงที่นี่ แสดงว่ามันพร้อมที่มาตาย ปล่อยให้มันพูดสั่งลาธุระของมันมาก่อน...มีอะไรก็รีบๆพูดมาซะบักเสือ"
"ฉันมีของจะเอามาคืน" เสือหยิบหัวกระสุนที่แงะออกจากต้นไม้ขึ้นมาชูให้กำนันฉ่ำเห็น "กระสุนนัดนี้กำนันสั่งลูกชายไปยิงขู่ฉันกับน้องสาว"
"แล้วไงวะ เอ็งจะเอามาคืนเหรอ...ฮึ เก็บไว้ดูต่างหน้าเถอะวะนัดละไม่กี่บาท พวกข้ามีอีกเพียบ"
"ของที่ลืมทิ้งไว้ยังไงก็ต้องคืนเจ้าของ" เสือพูดขาดคำ ใช้นิ้วดีดหัวกระสุนใส่ศร หัวกระสุนพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับยิงด้วยปืนกำลังสูง ศรยืนตะลึง ขณะลูกกระสุนกำลังจะถึงตัวศร ลิงลมยื่นมือเข้ามาคว้าไว้ได้ ก่อนจะโยนลงพื้น
"อย่าเพิ่งลืมข้าสิวะ บักเสือ ชาตินี้ถ้าข้าไม่ได้ส่งเอ็งไปอยู่ในหลุมกับไอ้จ่าล่ะก็ ข้าไม่ยอมตายเด็ดขาด"
ลิงลมตั้งท่าเตรียมพร้อมลุย ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่น กำนันฉ่ำตกใจ หันไปมองทางต้นเสียงเห็นโรงสีข้าว ตัวเองโดนระเบิด ประตูกับผนังรอบๆพังกระจุย
เคนวิ่งเข้ามาพร้อมกับเป้สัมภาระ หยิบระเบิดออกมาโยนใส่โรงสีของกำนันฉ่ำไม่หยุด พวกกำนันฉ่ำพากันวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
"อ้าว...หลบทำไมล่ะกำนัน ของฝากกำนันฉันยังเหลืออีกเพียบ"
"นี่เป็นคำตอบจากฉัน กำนันไม่มีทางไล่ฉันออกไปจากดอนควาย" เสือประกาศก้อง
เคนโยนระเบิดทำเองใส่รถกระบะของกำนันฉ่ำจนระเบิดไฟไหม้ลุกโชน กำนันฉ่ำก้มหัวหลบเศษเหล็กที่ปลิวว่อน พอลุกขึ้นมาอีกที เสือกับเคนหายตัวไปแล้ว กำนันฉ่ำขบกรามแน่น แค้นใจมาก...
พอหลวงพ่อเข้มรู้เรื่องเสือบุกไปอาละวาดที่โรงสีข้าวของกำนันฉ่ำ สั่งลุงมั่นไปตามตัวเสือมาพบที่วัดดอนควายทันที หลวงพ่อเข้มเอากล่องไม้เก่าๆฝุ่นจับเขรอะยื่นให้เสือ เสือเปิดดู เห็นมีปืนสั้นสองกระบอก ปืนเก่าเหมือนผ่านการใช้งานมาหลายสิบปี เสือถามว่าปืนของใคร หลวงพ่อไม่ตอบ ลุงมั่นตอบคำถามแทน
"ตามมา...หลวงพ่อกับข้าจะพาเอ็งไปหาเจ้าของปืน"
ลุงมั่นกับหลวงพ่อเข้มพาเสือไปป่าช้าหลังวัด เดินมาถึงหน้าหลุมศพเก่าๆ หลวงพ่อเข้มเดินไปดึงต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมป้ายชื่อหลุมศพออก เผยให้เห็นชื่อ "เชิด วงศ์จั่น"
"เมื่อสัก 40 กว่าปีที่แล้ว แถบทุ่งดอนควายไม่มีใครไม่รู้จักเสือเชิด จอมโจรที่ดักปล้นจี้ชาวบ้าน หลายสิบชีวิตต้องสังเวยคมกระสุนจากปืนของเสือเชิดเพราะความผยองคิดว่าตัวเองเป็นอภิมหาโจรใครก็ฆ่าไม่ได้"
"แต่สุดท้ายเสือเชิดก็ต้องโดนทางการไล่จับอย่างหนักเพราะความผิดที่ก่อเอาไว้ เสือเชิดไม่กล้ากลับไปหาลูก เมีย พ่อแม่ ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไปทางไหนก็ไม่มีใครเอาโดดเดี่ยวและโดนจับในที่สุด"
"เสือเชิดชดใช้กรรมอยู่ในคุกจนพ้นโทษออกมา แต่เมื่อกลับมาที่ดอนควาย ศัตรูที่เคยไปก่อกรรมทำเข็ญกับเขาเอาไว้ ลงขันกันจ้างคนมายิงเสือเชิด...เสือเชิดถูกยิงตรงนี้ บาปกรรมที่ทำมาทั้งหมดในชีวิต เสือเชิดได้เห็นเป็นภาพตรงหน้า พยายามจะ ขออโหสิกรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวร แต่ก็ไม่มีใครอโหสิกรรมให้ มีแต่สมเพชที่เสือเชิดต้องมาพบจุดจบแบบนี้" หลวงพ่อเข้ม เดินไปหน้าหลุมฝังศพเสือเชิด
"หลวงพ่อเป็นคนฝังศพเสือเชิดด้วยตัวเอง ปืนนั่นก็เป็นปืนของเสือเชิดทิ้งไว้ก่อนตาย" ลุงมั่นเสริม
หลวงพ่อเข้มให้เสือลองยิงปืนของเสือเชิด แต่กลับยิงไม่ออก เสือแปลกใจมาก ลองยิงอีกครั้ง ปืนก็ไม่ทำงาน ลุงมั่นขอลองยิงบ้าง ปืนกลับทำงานได้ไม่มีปัญหา เสืองุนงงว่าทำไมปืนถึงใช้ได้ หลวงพ่ออธิบายว่าปืนของเสือเชิดไม่ได้ใช้แค่มือลั่นไก แต่ต้องใช้ใจประกอบด้วย เสือยิ่งงงหนัก
"เวลานี้ใจของเอ็งมีแต่โทสะและโมหะ คิดแต่จะทำลายล้างศัตรูให้พบแต่หายนะปืนมันถึงไม่ทำงาน...เสือ...ข้าเล่าเรื่องเสือเชิดให้เอ็งฟัง เพราะเอ็งเลือกเดินทางต่อสู้ที่ถูกมาตลอด อย่าให้โทสะมาฉุดให้เอ็งเดินผิดทางเหมือนอย่าง...ที่เคยเกิดขึ้นกับเสือเชิด"
หลวงพ่อเข้มเลิกจีวรที่คลุมไหล่ขึ้น เผยให้เห็นรอยกระสุนตรงหน้าอก แม้เวลาจะล่วงเลยมานานแต่รอยแผลเป็นยังชัดเจน เสือถึงบางอ้อทันทีว่าหลวงพ่อเข้มก็คือเสือเชิด หลวงพ่อสั่งลุงมั่นฝังกล่องปืนของเสือเชิดไว้ในหลุมศพนั่นด้วย เสือหน้าสลด เพิ่งเข้าใจคำสอนของหลวงพ่อ
ooooooo
รุ่งขึ้น มะลิโทรศัพท์คุยกับแสงระวีจากตู้โทรศัพท์ สาธารณะในวิทยาลัยที่เธอเรียน แสงระวีวานมะลิช่วยบอกเสือทีว่าเธอกำลังพยายามเดินหน้าช่วยเขาอยู่ แต่ติดปัญหาเรื่องหลักฐานที่ได้มาเลยทำให้ชักช้า มะลิรับปากจะพูดให้ พลันสายตาเธอเหลือบไปเห็นเห่าดงกับสมุนแอบซุ่มมองเธออยู่
"คุณแสงระวีคะ มะลิต้องวางสายแล้ว แค่นี้นะคะ"
มะลิวางสาย เดินออกจากตู้โทรศัพท์ เห่าดงกับสมุนรีบตาม มะลิเร่งฝีเท้าเพื่อหนีให้พ้น เห็นทางเลี้ยวข้างหน้า เธอวิ่งหลบ มีมือใครบางคนจับไหล่เธอไว้ มะลิตกใจร้องเสียงหลง พอเห็นว่าเป็นเสือดีใจโผเข้ากอดฟ้องว่าสมุนกำนันฉ่ำไล่ตามเธอมา เสือโผล่หน้าออกไปดู แต่ไม่เจอใคร
"แต่มะลิเห็นจริงๆนะพี่เสือ มันตามมะลิมาตลอดเลย" มะลิกลัวตัวสั่น
"ไม่เป็นอะไรนะมะลิ พี่คอยตามปกป้องมะลิอยู่ใครก็ทำอะไรน้องไม่ได้" เสือดึงน้องมากอดปลอบใจ...
ด้านเห่าดงรีบกลับไปรายงานกำนันฉ่ำว่าเล่นงานมะลิไม่ได้ เพราะเสือคอยตามประกบน้องสาวแจ ศรเชื่อว่าเสือคนเดียวไม่สามารถช่วยพ่อแม่กับน้องสาวพร้อมกันได้
ดังนั้น พวกเราควรจะเล่นงานพวกมันให้ตายยกครัวทีเดียวเลย ลิงลมเห็นด้วย กำนันฉ่ำสั่งให้จัดการตามนั้นทันที...
ขณะเดียวกัน ทันทีที่ธงไทมาถึงสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ แสงระวีปรี่เข้าไปทวงถามเรื่องหลักฐานที่ธงไทส่งไปให้ทางการตรวจสอบว่าไปถึงไหนแล้ว ธงไทดึงแสงระวีไปคุยที่มุมปลอดคน บอกว่าข้อมูลที่ส่งไปทางนั้นแจ้งกลับมาว่าเป็นหลักฐานปลอม แสงระวีว่าเป็นไปไม่ได้ หลักฐานนั้นเธอได้มาจากบ้านกำนันฉ่ำจริงๆ
"พ่อรู้ แต่ตอนนี้เราพึ่งหลักฐานพวกนั้นไม่ได้แล้ว พ่อว่าต้องมีคนพยายามที่จะปิดเรื่องนี้ไม่ให้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา คนที่มีอำนาจและมีเงินมากพอที่จะทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปิดปากเงียบได้"
แสงระวียอมไม่ได้ พรุ่งนี้เธอจะเปิดโปงพวกกำนันฉ่ำให้หมด คนชั่วจะต้องได้รับการลงโทษ แสงระวีหุนหันออกไป ธงไทมองตามด้วยความเป็นห่วง ไม่ทันสังเกตเห็นสมุนของอำนาจคนหนึ่งซึ่งปลอมตัวเป็นพนักงานสำนักพิมพ์แอบซุ่มดูสองพ่อลูกคุยกัน รีบโทร.รายงานเรื่องนี้กับอำนาจ
"ตกลงมันยังไม่ยอมเลิกจุ้นจ้านกับเรื่องนี้อีกงั้นเหรอ...
นังเด็กเมื่อวานซืน ถ้าปากมันสว่างมากนัก ก็จัดการให้พูดอะไรไม่ได้อีก" อำนาจสั่งเสียงเฉียบ ก่อนวางสาย...
ดึกแล้ว แสงระวียังขะมักเขม้นเขียนบทความอยู่ที่โต๊ะทำงานเพียงลำพัง เธออยากทำงานให้เสร็จคืนนี้ จะได้ทันตีพิมพ์ ธงไทเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก โทร.ตามสิงห์ให้มาอยู่เป็นเพื่อน สมุนของอำนาจที่ปลอมตัวเป็นพนักงานสำนักพิมพ์รอจนธงไทขึ้นรถขับออกไป ใช้ปืนเก็บเสียงสังหาร รปภ.เฝ้าตึกลากไปแอบไว้หลังเคาน์เตอร์หน้าลิฟต์ หยิบพวงกุญแจจากเอว รปภ.จัดการล็อกประตูทางเข้าตึกหยิบหมวกไอ้โม่งมาสวม กดเรียกลิฟต์ขึ้นไปหาแสงระวี บังเอิญเธอเข้าห้องน้ำ ไอ้โม่งก๊อบปี้ข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งบทความเปิดโปงกำนันฉ่ำในคอมพิวเตอร์ของแสงระวีลงธัมบ์ไดรฟ์ แล้วปล่อยไวรัสใส่คอมพิวเตอร์ของทั้งสำนักพิมพ์
ข้อมูลทุกอย่างถูกลบเกลี้ยง พอแสงระวีออกจากห้องน้ำโดนเขาฟาดต้นคอสลบเหมือด...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เสือกำลังนั่งบรรเลงพิณอยู่บนแคร่หน้าบ้าน มะลิยื่นผ้าขาวม้าผืนหนึ่งให้เขา ถามว่าจำผ้าผืนนี้ได้ไหม เสือจำได้ดีว่าเขาใช้ผ้าขาวม้าผืนนี้ทำเปลให้เธอนอนตั้งแต่เธอยังแบเบาะ พอเธอเริ่มหัดเดินเขาก็ใช้ผ้าผืนเดียวกัน ทำเป็นชิงช้าให้เธอนั่ง จนเธอติดผ้าผืนนี้ ขาดเมื่อไหร่นอนไม่หลับ
"ตอนนี้มะลิโตแล้ว มะลิก็เลยเอาผ้าของพี่มาเย็บใหม่ ซักสะอาดเรี่ยมเหมือนของใหม่เลย...ตอนที่พี่เสือไปเป็นทหาร เวลาที่มะลิคิดถึงพี่ มะลิจะเอาผ้าผืนนี้มากอดจะได้หายคิดถึง แต่ตอนนี้พี่เสืออยู่กับมะลิแล้ว มะลิก็ไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าผืนนี้อีก พี่เสือเอาคืนไปเถอะ"
"ถ้ามะลิชอบก็เก็บเอาไว้เถอะ"
"ไม่เอาหรอก...มีพี่เสืออยู่ใกล้ๆแบบนี้ มะลิชื่นใจกว่าเยอะ" มะลิว่าแล้วโผกอดแขนพี่ชายออดอ้อนราวกับเป็นเด็กๆ เสือมองน้องสาวอย่างเอ็นดู รับผ้าขาวม้ามาพาดคอไว้
ooooooo
ตอนที่ 6
แสงระวีถูกมัดมือมัดปากพามาขังไว้ในโกดังของสำนักพิมพ์ เสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงของแสงระวี ปลุกเธอให้รู้สึกตัวตื่นขึ้น เธอพยายามดิ้นรนจะรับสาย แต่ไอ้โม่งเข้ามาแย่งมือถือไปเสียก่อน แสงระวีส่งเสียงอู้อี้ๆน่ารำคาญ ไอ้โม่งดึงผ้าปิดปากออก แสงระวีขู่ทันที
"แกหนีไม่รอดแน่ มีตำรวจกำลังจะมาหาฉันที่นี่ อีกเดี๋ยวเขาก็คงจะมาถึงแล้ว"
ไอ้โม่งหัวเราะฮึๆ "ผู้กองสิงห์น่ะเหรอ...ถ้าคนอื่นจะต้องตายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็โทษนิสัยแส่ชอบยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่งของแกก็แล้วกัน" ไอ้โม่งดึงผ้าปิดปากแสงระวี แล้วราดน้ำมันก๊าดไปรอบๆโกดัง...
ขณะขับรถไปหาแสงระวี สิงห์โทร.หาเธอตลอดทาง แต่ไม่มีคนรับสายชักเป็นกังวล เร่งความเร็วรถขึ้นอีก จังหวะนั้น มีรถกระบะคันหนึ่งแล่นสวนมา พอเห็นรถของสิงห์ คนขับรถกระบะแล่นข้ามเลนเข้าหา สิงห์ต้องหักพวงมาลัยหลบ รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง หัวเขากระแทกพวงมาลัยคิ้วแตกเลือดอาบ
ไอ้โม่งสองคนลงจากรถหมายจะฆ่าสิงห์ แต่สิงห์มีฝีมือเหนือกว่ายิงไอ้โม่งคนหนึ่งตาย ส่วนอีกคนหนึ่ง เขาจับหัวกระแทกฝากระโปรงรถสลบ สิงห์ใกล้หมดแรง
แต่พยายามรวบรวมกำลังเดินมาที่รถของคนร้าย รีบขึ้นรถขับตรงไปหาแสงระวี...
ครู่ต่อมา สิงห์มาถึงสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ เห็นไฟไหม้โกดังเก็บของ รู้ทันทีว่าแสงระวีต้องอยู่ในนั้น วิ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปอุ้มหญิงสาวซึ่งหมดสติออกมาได้ทัน...
ในเวลาเดียวกัน กำนันฉ่ำส่งศรกับสมุนมาจับตัวคนในครอบครัวเสือพาแยกกันไปคนละทาง ลิงลมพามะลิไป เห่าดงคุมตัวแม่ไว้ หมีควายจับพ่อไป เสือจะตามไปช่วยแต่ศรเข้ามาขวางไว้
"เอ็งต้องคว่ำข้าให้ได้ก่อนว่ะ บักเสือ ไม่งั้น...เอ็งช่วยครอบครัวเอ็งไม่ได้แน่ๆ"
ในเมื่อศรอยากหาเหาใส่หัว เสือยินดีจัดให้ ศรไม่ได้ต่อสู้กับเสือแบบแฟร์ๆ แต่กลับใช้ปืนไล่ยิงอุตลุด เสือหลบหลีกคมกระสุนได้ว่องไวอย่างเหลือเชื่อ จนศรเองอดแปลกใจไม่ได้ ระหว่างที่ศรกำลังวาดปากกระบอกปืนไปรอบๆ เสือโผล่มาด้านหลังเอามือจับปากกระบอกปืนไว้ ขู่ตะคอกเสียงลั่น
"ไปให้พ้นบ้านข้า ไม่อย่างนั้นเอ็งต้องเสียใจ"
ศรไม่สนใจคำขู่ เหนี่ยวไกปืนขณะเสือเอามืออุดปากกระบอกปืนไว้ ปืนระเบิดใส่หน้าศรเต็มๆเลือดไหลนอง นอนดิ้นพราดๆร้องขอความช่วยเหลือลั่น เสือไม่สนใจวิ่งตามเห่าดงซึ่งลากตัวพุ่มแม่ของเสือไป อึดใจเดียว เสือโผล่มาประชิดตัวเห่าดง แย่งมีดพกไปจากมือเขาอย่างง่ายดาย แล้วสับศอกเข้าหน้าเต็มๆ เห่าดงสลบกลางอากาศ พุ่มบอกเสือให้รีบไปช่วยพ่อกับมะลิ
"ไม่ต้องห่วงจ้ะแม่ ฉันต้องช่วยพ่อกับน้องให้ได้" เสือวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุพัดผ่าน พุ่มยืนงง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกสามารถทำแบบนี้ได้...
เสือตามลิงลมจนทัน ทั้งสองคนตรงเข้าต่อสู้กัน เสือเสียท่าโดนหมัดลิงลมกระเด็นหงายหลัง มะลิคว้าไม้ใกล้มือฟาดใส่ลิงลม แต่เขาไวกว่า คว้าข้อมือเธอบิดอย่างแรง แล้วต่อยท้องน้อยมะลิหมดสติ เสือโกรธมาก ตั้งท่าไม้ตายหมัดเขวี้ยงควายจะเล่นงานลิงลม แต่หมีควายโผล่เข้ามาล็อกเขาจากด้านหลัง
ลิงลมได้ทีอัดกำปั้นใส่เสือไม่ยั้งหน้าตาแตกเลือดโชก เสือเริ่มหมดแรงคอตก ลิงลมยังไม่หยุดประเคนเข่าสั้นใส่ท้อง เสือจุกตัวงอทรุดฮวบ หน้าคว่ำลงไปกับพื้น หมีควายยื่นปืนให้ลิงลม
"จัดการมันให้จบๆไปเลย มันจะได้ไม่มาเป็นเสี้ยนหนามกำนันอีก"
ทันใดนั้น เห่าดงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกลิงลมว่าศรโดนเสือเล่นงานหนัก ถ้าไม่พาไปโรงพยาบาลมีหวังตายแน่ ลิงลมแค้นใจมาก ยิงใส่เสือเป็นชุด กระสุนพุ่งเจาะหลัง เสือนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น
ooooooo
สิงห์นั่งเฝ้าแสงระวีอยู่ในห้องพักฟื้นคนไข้จนถึงรุ่งเช้า พอจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มมาถึง สิงห์ชวนออกมาคุยกันที่โถงทางเดิน จ่าเพิ่มรายงานว่าโกดังของสำนักพิมพ์ เสียหายเกือบทั้งหมด มี รปภ.เสียชีวิตหนึ่งราย และไม่พบร่องรอยของคนที่ทำร้ายแสงระวี ส่วนไอ้โม่งสองคนที่เล่นงานผู้กองก็ไม่เจอหลักฐานอะไรให้ตรวจสอบ
"พวกมันวางแผนเอาไว้หมดแล้ว โจมตีแล้วกลบเกลื่อนร่องรอยไม่ให้ตามได้"
สิงห์ว่าแล้วถอนใจเหนื่อยใจ ยิ่งได้ฟังจ่าเพิ่มตั้งข้อสังเกตว่า ปฏิบัติการแนบเนียนขนาดนี้ ต้องมีฝีมือระดับพระกาฬ สิงห์ยิ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของแสงระวี
จังหวะนั้นธงไทเดินสีหน้าวิตกกังวลเข้ามาบอกสิงห์ว่า แสงระวีหายตัวไป หมอจะเข้ามาตรวจดูอาการไม่เห็นอยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว
"แสงระวียังบาดเจ็บอยู่ น่าจะไปไม่ไกล หมู่ จ่ารีบช่วยกันตามหา"
ไม่นานนัก สิงห์ตามแสงระวีทันตรงหน้าโรงพยาบาล พอรู้ว่าเธอจะไปช่วยเสือกับครอบครัว สิงห์ขอร้องว่ารอให้หายดีก่อนค่อยไป แสงระวีโกหกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร แต่พอก้าวเท้าเดิน เซจะล้ม สิงห์รีบเข้าไปประคอง เขาไม่อยากให้เธอเป็นกังวลเรื่องของเสือ เลยอาสาไปช่วยเสือแทนเธอ...
ด้านเสือถูกเคนกับลุงมั่นพามาให้หลวงพ่อเข้มรักษาอาการบาดเจ็บ หลวงพ่อเอาหัวกระสุนออกจากตัวเสือได้หมด บอกเคนว่าเสือมีพลังข้าวเหนียว พักไม่นานก็คงฟื้น
แต่ปลิวพ่อของเสือไม่โชคดีอย่างนั้น...
กำนันฉ่ำโกรธแทบคลั่งเมื่อรู้จากลิงลมว่าเสือยังไม่ตาย กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่วัดดอนควาย ผิดกับศรที่ต้องนอนอยู่ในห้องไอซียู เป็นตายเท่ากัน กำนันฉ่ำต้องการให้เสือชดใช้ที่ทำให้ลูกของเขาบาดเจ็บสาหัส จึงไปแจ้งความกับตำรวจว่าเมื่อคืนนี้เสือกับปลิวบุกเข้าไปขโมยของในบ้านของเขาและทำร้ายร่างกายศร เขาเลยจำเป็นต้องยิงปลิวเพื่อป้องกันตัว แถมสร้างหลักฐานเท็จเอาของมีค่าของตัวไปซ่อนในบ้านเสือ
ตำรวจหลงเชื่อส่งกำลังเจ้าหน้าที่มาจับเสือที่วัดดอนควาย หลวงพ่อเข้มรู้ทัน บอกเคนให้พาเสือไปหลบในป่าช้าหลังวัด ทั้งคู่มาซ่อนตัวอยู่แถวหลุมฝังศพของเสือเชิด
"พวกมันฆ่าพ่อข้า ทำร้ายน้องสาวกับแม่ข้า แล้วยังมายัดเยียดข้อหาให้ข้าเป็นคนผิด ความยุติธรรมมันไม่เคยมีอยู่เลยหรือวะ" เสือเคียดแค้นสุดขีด
เคนปลอบให้ใจเย็นๆก่อน ตอนนี้ตำรวจเชื่อตามหลักฐานที่กำนันสร้างขึ้น แต่ถ้าเราเอาเรื่องนี้ไปบอกแสงระวี บางทีเธออาจจะหาทางช่วยเขาได้ เสือไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้น นอกจากสองมือของเขาเอง แล้วหันไปคว้าจอบที่วางไว้แถวนั้น ขุดตรงที่ลุงมั่นฝังกล่องปืนของเสือเชิดไว้
เสือได้ปืนของเสือเชิด รีบตรงไปบ้านกำนันฉ่ำทันที เคนรู้ว่าเสือคิดจะทำอะไร พยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล โทสะบังตาจนเสือไม่ฟังอะไรทั้งนั้น...
ฝ่ายมะลิพยายามอธิบายว่าตำรวจกำลังเข้าใจเสือผิด กำนันฉ่ำกับพวกต่างหากที่บุกบ้านของเธอ และฆ่าพ่อของเธออย่างเลือดเย็น ตำรวจเกรงอิทธิพลของกำนันฉ่ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถามหาหลักฐานจากมะลิ ลุงมั่นโกรธชี้ไปบนศาลาสวดศพ บอกว่าศพของปลิวเป็นหลักฐานตำตาอยู่แล้ว แต่ตำรวจไม่สนใจ...
สิงห์พาแสงระวีกลับมาห้องพักฟื้น บอกเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะรีบไปหมู่บ้านดอนควายให้เร็วที่สุด และจะช่วยเหลือเสืออย่างเต็มความสามารถขอให้เธอพักผ่อน รักษาตัวให้หาย ธงไทเดินออกมาส่งสิงห์หน้าห้อง สิงห์บอกธงไทว่า ระหว่างที่เขาไม่อยู่จะให้จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มคอยดูแลความปลอดภัย ให้ ธงไทขอบใจสิงห์ที่คอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยแสงระวี
ooooooo
พอกำนันฉ่ำรู้ว่าเสือหนีรอดเงื้อมือตำรวจไปได้ สั่งสมุนของตนออกตามล่า แล้วสั่งเห่าดงไปเฝ้าศรที่โรงพยาบาลเผื่อเสือคิดจะตามไปทำร้าย ลิงลมขอล่าเสือ ด้วยตัวเอง ให้หมีควายกับคนอื่นๆอยู่คุ้มครองกำนันที่นี่ กำนันฉ่ำปฏิเสธว่าไม่ต้อง เขามั่นใจว่าเสือไม่กล้าเสนอหน้ามาที่นี่แน่
แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างกำนันฉ่ำคาด เสือบุกมาถึงบ้านกำนันฉ่ำพร้อมกับปืนของเสือเชิด ขู่ว่าถ้ากำนันอยากมีชีวิตรอด ต้องยอมรับผิดกับตำรวจว่าฆ่าพ่อของเขา และกุเรื่องใส่ความเขา
"ฝันกลางวันไปเถอะ เอ็งอยากทำอวดเก่งใส่ข้ามาตลอด แล้วยังทำให้ลูกข้าต้องเสียโฉม สายไปแล้วที่ข้าจะทำตามคำขอร้องเอ็ง"
(อ่านต่อพรุ่งนี้)




















