สมาชิก

วังนางโหง

ตอนที่ 6

ooooooo

ศิตาเดินกระวนกระวายหน้าห้องตรวจในโรงพยาบาล ดานุกับพรรวีวิ่งมาถามอาการดาริกาอย่างเป็นห่วง ศิตาบอกยังไม่รู้เพราะตนเพิ่งมาถึงก่อนหน้าสักครู่ รู้แค่ว่าดาริกาถูกดักทำร้าย

ดานุตกใจถามใครทำร้ายแม่ และถูกทำร้ายที่ไหน ศิตาตอบว่าดาริกามีนัดรับปีเตอร์กับเธอไปดูที่ดิน แต่รอนานจนผิดสังเกต กระทั่งดาริกาโทร.มาบอกว่าถูกทำร้าย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลเพราะตัวแทนประกันไปเจอแล้วพามาส่ง ตนถึงได้รู้เรื่อง

ครู่หนึ่งประตูห้องตรวจเปิดออก พยาบาลเข็นรถ ที่ดาริกานั่งออกมา นักธุรกิจม่ายสาวขอบคุณพยาบาลบอกตนเดินไหวแล้วลุกยืน ทุกคนเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง

ดานุซักถามอาการ แม่ตอบว่าโดนต่อยแค่ทีสองที ตรวจละเอียดแล้วไม่เป็นอะไรมาก ลูกชายถามต่อรู้ไหมว่าฝีมือใคร ดาริกาไม่รู้ เล่าว่ามันแกล้งขับรถชนท้ายแล้วจะลากเข้ารถตู้ จากนั้นแม่ก็สลบไป

ศิตาสงสัยว่าต้องเป็นฝีมือเกลียวกมลศัตรูหมายเลขหนึ่งของดาริกาเพราะหล่อนรู้ว่าปีเตอร์ต้องไปดูที่ดินวันนี้ แล้วพรุ่งนี้ต้องกลับสิงคโปร์

ดานุไม่ยอมปล่อยผ่าน อยากให้แม่แจ้งความ ส่วนพรรวีอาสาลงข่าวประจาน ดาริกาขอบใจแต่ไม่อยากเป็นข่าว อีกทั้งไม่มีหลักฐาน และตอนนี้ห่วงเรื่องธุรกิจมากกว่า

ศิตารายงานว่าแจ้งข่าวปีเตอร์เรียบร้อย เขาพยายามโทร.เลื่อนประชุมที่สิงคโปร์แต่เหมือนจะไม่สำเร็จ ดาริกาบอกเลขาว่าจะจัดการเอง ช่วยจ่ายค่ารักษาแล้วกลับไปก่อน ศิตารับคำรีบออกไป

ดานุยืนกรานต้องแจ้งความ แต่ดาริกาบอกลูกชายว่ากฎหมายช่วยไม่ได้ทุกเรื่อง ถ้าวันนี้รอตำรวจ เธอคงตายไปแล้ว พรรวีได้ยินชื่อไม่คุ้นหูเกิดสงสัย ถามดานุว่าพิกุลคือใคร

ฝ่ายผีอีแก้วกลับไปแจ้งผลงานกับพิกุลที่โรงเก็บเรือของบ้านเรือนไทยธนารักษ์ หญิงลึกลับชมบริวารสาว แต่ตำหนิผีไอ้ทองที่ทำงานพลาด

“ข้าผิดไปแล้ว แต่ข้าเข้าร่างนังนั่นไม่ได้ ขอข้ากลับไปแก้ตัวอีกคราเถิด”

“ไม่ต้อง เราต้องรอเวลา เวลาที่นางโหงมีพลังมากขึ้น และวันนั้นต่อให้จิตกล้าแข็งแค่ไหน มันก็จะไม่มีทางต้านทานได้”

ผีร้ายทั้งสองก้มหน้ารับคำสั่ง พร้อมกับที่เรือมาด และพิกุลหายวับไป

ooooooo

หลังออกจากโรงพยาบาล ดาริกาซึ่งคาใจเรื่องฝันประหลาดและผู้หญิงหน้าเหมือนตนตัดสินใจไปหาพิกุลที่บ้านพ่อแม่ ยงยืนยันว่ายังไม่เห็น แต่เรือมาดของพิกุลที่ผูกไว้ตรงท่าน้ำก็ทำให้ดาริกา ได้คำตอบ

ที่ห้องนอนดาเรศ เจ้าของห้องอวดพิกุลว่าวิ่งได้แล้วเพราะแผนการของพรรวีที่แกล้งให้ตกใจ เธอจึงรู้ตัวไม่ต้องนั่งรถเข็นไปจนตาย

พิกุลแค่นชม “คนรักของคุณนุเก่งนะคะ ไม่นานก็ทำให้คุณดาเรศหายโกรธได้”

“ก็ไม่เชิงค่ะ ลองมองกันดีๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ แย่เกินไปนัก”

“เป็นเรื่องดีจริงๆค่ะ ฉันจะได้หมดหน้าที่เสียที”

“ไม่นะคะ ที่ฉันดีขึ้นก็เพราะหมอพิกุล มีหมอพิกุล ผีพวกนั้นก็ไม่กล้ามารบกวนฉัน”

พิกุลตัดพ้อเสียงเย็น “สักวันเราก็ต้องจากกัน อย่าลืมนะคะ ฉันไม่ใช่คนในครอบครัวของคุณ”

ดาเรศชวนพิกุลมาเป็นคนในครอบครัว แต่พิกุลตอบว่าเป็นไปไม่ได้ ทันใดนั้นดาริกาก็โผล่เข้ามาขอคุยกับพิกุลโดยไม่ฟังคำทัดทานของน้องสาว

ดาริกาจูงมือพิกุลเดินผ่านหน้าพัวไปทางสวน หญิงรับใช้เก่าแก่อดแอบดูด้วยความสอดรู้ไม่ได้

เมื่อถึงมุมสงบในสวน ดาริกาจะเล่าเรื่องวันนี้ แต่พิกุลบอกรู้แล้วว่าอีกฝ่ายถูกปองร้าย ม่ายสาวไฮโซแปลกใจ พิกุลให้เหตุผลว่าเป็นเพราะจิตของเธอกับดาริกาสื่อถึงกัน และเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องปลอดภัยเพราะบูชานางโหง

“ที่แปลกก็คือฉันฝันถึงพิกุลด้วย”

“บางทีอาจจะไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว เพียงแต่คุณลืมเลือนไป”

ดาริกาไม่เข้าใจคำพูดนั้น พิกุลไม่ขยายความ แต่เปลี่ยนไปถามถึงความกังวลเรื่องธุรกิจของคู่อีกฝ่าย

“ใช่ ถ้าฉันตกลงกับปีเตอร์เรื่องเรือนไทยที่ระยองไม่ได้ ฉันต้องแพ้คู่แข่งฉันแน่ๆ”

“คุณจะไม่แพ้ค่ะ เรื่องบางเรื่องต้องรอเวลา เหมือนผลไม้ต้องสุกคาต้นรสชาติถึงจะหอมหวาน เมื่อคุณมีนางโหงคอยคุ้มครอง คุณต้องได้ในทุกสิ่งที่คุณปรารถนา”

ooooooo

ดาราเห็นกล่องของขวัญบนโต๊ะในห้องนอนจึงถามพัวที่ถือน้ำมาว่าของใคร สาวใช้คนสนิทตอบว่าของพรรวีนำมาให้ พัวเล่าว่าวันนี้ทั้งคู่ช่วยกันฝึกดาเรศจนวิ่งได้ เป็นที่ชื่นชมของทุกคน

ดาราไม่ชอบพรรวีจึงพาลไม่อยากรับของ ยกให้พัว สาวใช้เปิดกล่องเห็นเป็นผ้าไหมผืนงาม ดาราเหล่มองและดึงกลับด้วยความเสียดาย แล้วถามถึงดาริกาเพราะเห็นรถจอด พัวรีบรายงานว่าแอบคุยกับพิกุลอยู่ในสวน

ดาราเข้าสวนตามคำบอกของพัว เห็นพิกุลกำลังกระซิบข้างหูดาริกาจึงปรี่เข้าหา พูดแดกดัน

“มายืนหลบมุมคุยอะไรกันตรงนี้คะพี่ดาริ”

“หลบบ้าหลบบออะไรของเธอ ดูซะด้วยดารา นี่มันกลางแจ้ง”

“แล้วทำไมถึงไม่นั่งคุยในบ้าน ธุระอะไรสำคัญนักหนา ถึงต้องออกมาคุยตรงนี้”

ดาริกาเริ่มรำคาญ “ไม่รู้สักเรื่องเนี่ยมันจะตายไหมดารา”

“ฉันก็แค่กลัวว่า พี่ดาริจะถูกมนต์ดำของพวกแม่มดหมอผี”

“เธอนั่นแหละดาราที่จะโดน ชอบพูดให้ร้ายคนไปเรื่อย ระวังจะถูกสาปให้เป็นใบ้พูดไม่ได้”

สิ้นเสียงดาริกา พิกุลอมยิ้มจ้องปากของดารา หญิงสาวขี้อิจฉาจะตอกกลับพี่สาวแต่เสียงหาย ชี้หน้าตะโกนด่าพิกุลก็ไม่มีเสียง จำต้องวิ่งหนีไป ทั้งที่ไม่เข้าใจ ดาริกาตกใจอาการของน้องสาว พิกุลตอบเป็นนัยๆว่าเพราะดาริกาไม่ใช่คนธรรมดา

คุณทับกับคุณดวงกลับจากซื้อของมาที่ห้องอาหาร คุณทับขอน้ำดื่มจากพัว จู่ๆดาราก็วิ่งมาคว้าแก้วจากมือพ่อไปดื่มและพยายามฟ้องพ่อว่า ตนถูกพิกุลทำร้ายทั้งที่เสียงแหบแห้งฟังไม่รู้เรื่อง เลยเติมน้ำดื่มอีกจนสำลัก ทั้งไอและอาเจียน

พัวช่วยลูบหลัง ดาราฟ้องคุณดวงว่าถูกพิกุลกับดาริการวมหัวกันทำคุณไสยให้พูดไม่ได้ คุณทับโกรธจัดที่ลูกสาวคนกลางไม่เลิกใส่ร้ายพิกุล ดาราโมโหมากย้อนว่าควรทำตัวอย่างไร ทุกคนถึงจะเชื่อสิ่งที่เธอพูด ผู้เป็นพ่อสวนทันควัน ให้หัดอยู่เงียบๆเสียบ้าง

ดาริกาเดินนำพิกุลเข้ามาได้ยิน เห็นด้วยทันที “คุณพ่อพูดถูกค่ะ ถ้าเธอไม่จุ้นจ้านเรื่องคนอื่น มันก็ไม่มีเรื่องวันเว้นวันอย่างนี้หรอกดารา”

ดารามองดาริกากับพิกุลอย่างโกรธแค้น พูดอาฆาต “พวกแกมันเล่นสกปรก อย่าคิดว่าฉันจะตามไม่ทันนะ”

“ผู้บริสุทธิ์ไม่กลัวเรื่องสกปรกหรอกค่ะ เว้นเสียแต่คนพูดจะทำเสียเอง” พิกุลตอกกลับ จ้องดารานิ่ง

ดาราจ้องตอบ แต่กลัวพิกุลแฉเรื่องหมอผีเวกจึงแกล้งหงุดหงิดเดินหนี ทุกคนระอานิสัยของดารามาก

ooooooo

ดาเรศมาที่ห้องอาหาร สวนกับดาราที่กำลังโมโหเพราะถูกพิกุลแกล้ง พี่สาวพาลเดินชนน้องสาว และตวาดว่าดาเรศเป็นต้นเหตุให้พิกุลเข้ามาวุ่นวายในบ้าน พอดาราได้ระบายอารมณ์สาแก่ใจก็กระทืบเท้าปึงปังออกไป

พันประคองดาเรศมานั่งเก้าอี้ในห้องอาหาร ยังสงสัยท่าทีของดารา ดาริกาหันไปพูดกับพ่อว่าคนที่ควรพบแพทย์น่าจะเป็นดารามากกว่า แล้วหันมาตักกับข้าวให้พิกุลเพื่อขอบคุณที่คอยช่วยเหลือ ดาเรศดีใจที่ดาริกาไม่อคติกับพิกุล

ดาเรศมองรอบโต๊ะไม่เห็นดานุจึงถามหา ดาริกาตอบว่าค้างบ้านเพราะพรุ่งนี้ต้องไประยองกับพรรวีแต่เช้า พิกุลได้ยินแล้วโมโห ส่วนคุณดวงถามถึงพรรวีด้วยความห่วงใย ดาริกาตอบตามตรงว่าแฟนดานุเป็นคนน่ารัก ไม่ก้าวร้าว แค่ปรู๊ดปร๊าดแบบนักเรียนนอก ดาเรศแย้งว่าหลานเหมาะกับผู้หญิงอ่อนหวานเหมือนพิกุลมากกว่า

ทุกคนกระอักกระอ่วน แต่พิกุลตอบเรียบๆว่า ตนเป็นคนโบราณเชยๆ อย่าเอาไปเปรียบกับพรรวีเลย ดาริกาสนับสนุนคำตอบของหญิงสาวว่าเติบโตกันมาคนละสังคม จะเปรียบเทียบกันไม่ได้

“ใช่ ต่างคนก็ต่างที่มา เมื่อต้องมาอยู่ด้วยกันก็ล้วนแต่ต้องปรับตัวเข้าหากันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร บรรพบุรุษของเราล่องเรือมาจากเมืองจีน อยู่ที่นี่ก็ต้องปรับตัวกับวิถีชีวิตใหม่”

คุณทับอธิบายเพิ่มเติม พิกุลมองเขานิ่ง แต่แววตาเต็มไปด้วยความแค้น

“ใช่ค่ะ แล้วก็ต้องแลกด้วยอะไรอีกหลายๆอย่าง เพื่อให้ชีวิตของตัวเองอยู่รอดปลอดภัย”

คุณทับได้ยินคำพูดของพิกุลก็นิ่งอึ้งไป

คืนนั้นคุณทับฝันประหลาด เพราะยังติดใจคำพูดของพิกุล...เขาฝันเห็นเรือสำเภาลำหนึ่งโคลงเคลงจะล่มด้วยแรงพายุอยู่กลางมหาสมุทร ชายหนุ่มชาวจีนคนหนึ่ง ...เจ้าสัวหอผู้เป็นต้นตระกูลธนารักษ์ราชภักดีเกาะกราบเรือแน่น มองท้องฟ้าก่อนจะพนมมือขอเทพวารีโปรดเมตตา ถ้ารอดชีวิตจะถวายชีวิตผู้อื่นเป็นสิ่งตอบแทน พอสิ้นคำอธิษฐาน ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางทะเลเหมือนรับรู้

ooooooo

ดานุสะดุ้งตื่นเช้าวันต่อมาเพราะเสียงปลุกที่ตั้งไว้ในโทรศัพท์ เขารีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาหาอะไรกินในครัว เห็นอนงค์เตรียมของเซ่นจึงแกล้งจับบ่า แม่บ้านตกใจนึกว่าผี เล่าให้เจ้านายหนุ่มฟังว่า ตั้งแต่ดาริกาเซ่นไหว้บูชานางโหงก็เห็นผีอยู่ในบ้าน ดานุกังวลใจแต่เฉไฉไม่ให้อนงค์กลัว

พรรวีโทร.เข้ามา ดานุรับสายบอกจะรีบไปรับ แต่แฟนสาวตอบกลับว่าที่โรงพิมพ์มีปัญหาตู้ไฟระเบิด ไฟรั่ว ทำให้เครื่องพิมพ์หยุดทำงาน เธอต้องดูแลแทนพ่อที่ไปต่างประเทศ ขอตามไประยองทีหลัง ดานุบอกให้ไปกับจิรวัฒน์ เพราะเป็นห่วงไม่อยากให้ขับรถคนเดียว หญิงสาวรับปากและขอวางสาย

เหตุการณ์วุ่นวายที่โรงพิมพ์ของพรรวีเป็นฝีมือป่วนของผีไอ้ทองตามคำสั่งพิกุล มันสิงยามแล้วทุบตู้ควบคุมไฟจนระเบิด ไฟรั่ว เครื่องพิมพ์ต้องหยุดทำงาน

เมื่อผีไอ้ทองทำงานสำเร็จ มันรีบกลับไปรายงานพิกุลที่โรงเก็บเรือบ้านเรือนไทยธนารักษ์ที่ระยองทันที หญิงสาวชมผีบริวารว่าทำดีมาก แต่มันยังอยากรู้ว่า

“เมื่อนังคนนั้นมันมาเกะกะขวางทางแก้แค้นของเรา เหตุใดจึงไม่สังหารเสียให้สิ้นเรื่อง”

“เพราะการจากตายมันไม่ทรมานเท่าการจากเป็นน่ะสิ...ผู้ชายคนนั้นต้องรู้รสชาติของการถูกหักหลัง หลอกลวงและรอคอย” พิกุลตอบเสียงเย็นเยียบ

พอพิกุลได้ยินชื่อพรรวีแฟนสาวของดานุในชาตินี้ หรือพระยาธนารักษ์ราชภักดี สามีสุดรักสุดบูชาของเธอในชาติที่แล้ว ผู้ที่เคยบอกว่ารักเธอมากกว่าใคร แต่สุดท้ายเขากลับทำร้ายเธอเพื่อปกป้องครอบครัว... หญิงสาวคิดแล้วเจ็บแค้นน้ำตาร่วงพรู

วังนางโหง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด