สมาชิก

วังนางโหง

ตอนที่ 4

ooooooo

สมาชิกครอบครัวธนารักษ์เดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก ดาเรศถามพิกุลว่านางโหงให้อภัยพวกตนแล้วใช่ไหม พิกุลไม่รับปาก บอกได้เพียงช่วงนี้จะไม่มีวิญญาณมารบกวนสมาชิกในบ้านได้อีก

ดาราวิ่งเข้ามาในสภาพกระเซอะกระเซิง ร้องลั่นว่าพิกุลเป็นคนส่งผีมาทำร้ายเธอ คุณทับเบื่อหน่ายดาราที่ชอบหาเรื่อง แต่เธอยังฟ้องพ่อ

“เมื่อสักครู่มันเพิ่งส่งผีไปแกล้งหนู ขังหนูไว้ในห้องไม่ให้ออกมา”

“แต่คุณไม่ต้องการมาร่วมพิธีเองไม่ใช่เหรอคะ”

ดาราทนไม่ไหวกับถ้อยคำยอกย้อนของพิกุล

เงื้อมือวิ่งไปหมายตบตี แต่ดาเรศลุกจากรถเข็นเข้าขวางเลยถูกตบกระเด็น ดานุเข้าประคองน้า พิกุลมองตาวาว ไม่พอใจ

ดาราตกใจยืนอึ้ง แต่พอสบตาพิกุลที่จ้องกลับก็ต้องชะงัก จู่ๆเธอก็ยกแขนขึ้นบีบคอพิกุล คุณทับและพัวร้องห้ามเสียงหลง ดานุเข้าไปช่วยแกะมือ ส่วนคนอื่นๆเข้าไปดึงดารา แต่ดึงอย่างไรก็ไม่ออก พิกุลยิ้มเยาะดาราก่อนแสร้งหลับตาลงอีกครั้ง

ทันใดนั้นดาราก็ปล่อยมือ พิกุลล้มลงในอ้อมแขนดานุ คุณทับกับพัวกระชากดาราออกพอดี คุณทับบอกให้ดาราหยุด แต่เธอไม่หยุดแถมยังโต้เถียง ทำให้ผู้เป็นพ่อโมโหถึงกับตบหน้าลูกสาว

ทุกคนอึ้งอย่างคาดไม่ถึง ดาราร้องกรี๊ดว่าพ่อต้องเสียใจที่พาพิกุลเข้าบ้าน แล้วร้องไห้วิ่งออกไป พัวตามประกบนายของตนด้วยความเป็นห่วง ส่วนดานุประคองพิกุลไปห้องรับรองตามคำสั่งดาริกา

ดานุวางพิกุลลงบนเตียงนอน คุณทับเดินมายืนข้างเตียงถามอย่างเป็นห่วง คุณดวงเข็นรถพาดาเรศเข้ามาติดๆ คุณดวงขอโทษแทนดารา ส่วนดาเรศบอกว่าพี่สาวคงไม่อยากให้ตนหายดีเลยทำแบบนี้

พิกุลบอกว่าที่ดาราเป็นแบบนี้เพราะถูกคุณไสย ไม่เข้าร่วมพิธีบูชานางโหง จึงไม่มีใครคุ้มครอง ถูกผีซ้ำ ด้ำพลอย คุณดวงถามถึงวิธีแก้ คุณทับตัดบทให้พิกุลพักผ่อน ดาเรศขออยู่เป็นเพื่อน พิกุลปฏิเสธ แต่ขอให้ดาริกาอยู่เป็นเพื่อนแทน

ooooooo

ดานุไปส่งดาเรศแล้วกลับเข้าห้องนอนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กพิมพ์ค้นหาคำว่าการสะกดจิตหมู่

ส่วนที่ห้องรับรอง ดาริกาบอกพิกุลว่าตนดูแลผู้ป่วยไม่ค่อยเป็น อยากให้ช่วยอะไรก็บอก แต่พิกุลกลับย้อนถามเธอว่ามีอะไรอยากให้ตนช่วยหรือเปล่า

“ฉันเหรอ...ไม่มีนี่ ฉันไม่ชอบดูดวงดูหมออะไรทั้งนั้นล่ะ”

“เรื่องราวในอนาคตไม่จำเป็นสำหรับคุณหรอกค่ะ เรื่องราวในอดีตต่างหากที่สำคัญ”

ดาริกานึกสนุกขอให้พิกุลดูเรื่องราวในอดีต ถ้าแม่นจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ พิกุลขอแตะมือเธอและบอกให้หลับตา ครู่เดียวดาริกาก็เห็นเรื่องราวในอดีตที่กำลังขับรถวนหาที่ดินตามคำบอกของศิตา พลันสายตาเหลือบเห็นป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้านวังลุ่มที่เป็นบ้านเก่าของคุณปู่ บอกเลขาฯที่อยู่ในสายโทรศัพท์ว่าจะเข้าไปแล้วกดวาง ขับรถไปตามทางทันที เมฆฝนมืดครึ้มก่อตัวอยู่ข้างหน้า

ดาริกาขับรถเข้าไปตามถนนเล็กๆที่มีต้นไม้ร่มครึ้มทั้งสองข้าง ถนนแคบลงเรื่อยๆ ขับไปจนถึงหน้าซุ้มประตูไม้ขนาดใหญ่ที่มีไม้เลื้อยคลุมรก เธอจอดรถลงไปผลักประตู แต่เปิดไม่ได้เพราะมีโซ่คล้องไว้ จึงเดินเลาะรั้วแหวกหาช่องโหว่แล้วมุดเข้าไปเจอต้นพิกุลใหญ่

เธอหยิบดอกพิกุลที่ลมพัดร่วงมาดมแล้วแหงนมองเรือนไทยที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า คว้าโทรศัพท์มาถ่ายรูป พลันได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก เธอหันมองอย่างหวาดๆ คว้าท่อนไม้แถวนั้นมาถือแล้วเดินเข้าไปดู เห็นเป็นแมวก็โล่งใจ จู่ๆลมพัดจนหมวกปลิว เธอตกใจรีบเดินตาม

หมวกปลิวไปตกหน้าโรงเก็บเรือ ดาริกาก้มเก็บและเห็นว่าตนอยู่หน้าโรงเก็บเรือก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ พอได้สติจึงหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป จู่ๆประตูก็สั่นเหมือนถูกเขย่าแล้วนิ่งเงียบ เธอตกใจเดินไปดูใกล้ๆ เห็นผ้ายันต์เก่าๆแปะอยู่ ทันทีที่แกะออกมาดู ฟ้าผ่าเปรี้ยงและฝนโปรย

ดาริกาตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปหลบด้านใน เห็นเรือมาดลำหนึ่งมีผ้าสามสีผูกหัวเรือ สายสิญจน์ผูกรอบเรือและโยงเข้ากับกำแพง เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เดินเข้าไปหาเรือเก่าแก่ที่มีอักขระเขียนด้วยดินสอพองเต็มไปหมด และเผลอเอามือลูบจนตัวอักษรเหล่านั้นเลือนหาย

จู่ๆดาริกาน้ำตาไหล ศิตาโทร.เข้ามา เธอตอบว่ามาดูเรือนไทยริมน้ำของคุณทวด แล้วสัญญาณโทรศัพท์ก็หายไป ดาริกาเซลฟี่ให้แม่น้ำเป็นฉากหลัง แต่เห็นชายสองคนกำลังแบกชายอีกคนที่ถูกมัดมือมัดเท้าและยังมีโซ่ล่ามอยู่ลงจากท่าน้ำไปบนเรือมาด เธอตกใจหันไปดู กลับไม่เจออะไร

ในโรงเก็บเรือมีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งประตูเปิดปิดเอง และเห็นว่ามีคนเดิน แต่พอหันไปดูกลับไม่เห็นใคร เธอจึงตัดสินใจวิ่งออกมาหน้าบ้าน แต่หันไปถ่ายรูปโรงเก็บเรืออีกครั้ง ฟ้าแลบลงมาเห็นพิกุล ผีไอ้ทอง และผีอีแก้วยืนอยู่หน้าโรงเก็บเรือ

ดาริกาที่นั่งแตะมือพิกุลอยู่สะดุ้งเหมือนถูกไฟช็อตลุกพรวดพราด พิกุลถามว่า นึกออกแล้วหรือยังว่าจะให้ตนช่วยอะไร ดาริกามองพิกุลอย่างทึ่งปนสับสน

ทางฝ่ายดานุยังคงจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กก่อนจะบันทึกสิ่งที่ค้นหา แล้วเดินออกจากห้องสวนกับดาริกาที่เดินหน้าเครียดกำของบางอย่างไว้ในมือเข้ามาอีกทางหนึ่ง

ooooooo

พิกุลลุกจากเตียงไปที่หน้าต่าง เธอมองผีไอ้ทองกับผีอีแก้วกำลังมูมมามกินของเซ่นสดๆ ผีทั้งสองรู้ว่าถูกจ้องก็หยุดกินและแหงนมองพิกุล สักพักได้ยินเสียงฝีเท้ามุ่งมาทางท่าน้ำจึงหันไป โกรธจัดที่ถูกขัดจังหวะ

“ข้าบอกให้ไปซะ เดี๋ยวนี้” พิกุลสั่งด้วยจิต

ผีไอ้ทองกับผีอีแก้วค่อยๆเลือนหาย พอดานุเดินไปถึงแล้วส่องไฟฉายไปที่ศาลาท่าน้ำ เครื่องเซ่นที่กระจัด กระจายเมื่อครู่กลับตั้งสวยงามเหมือนเดิม

ดานุนึกถึงสิ่งที่จิตแพทย์บอก คือต้องรวบรวมสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยกับคนที่มีอิทธิพลต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะคนที่เขาคิดว่าเป็นหมอผีมาหลอกน้ากับญาติผู้ใหญ่ ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้

ดานุง่วนหาหลักฐานที่อยู่บนโต๊ะเซ่นไหว้ เขาใช้มีดเล็กๆกรีดท้องเป็ดไก่สดเพื่อดูว่ามียายัดอยู่ไหม ทันใดนั้นเสียงพิกุลดังขึ้นขัดจังหวะ เธอเย้าอย่างจี้ใจดำว่าเขามาหายากล่อมประสาท ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกันไม่ลดละ

“ล้มเลิกความพยายามของคุณเถอะค่ะคุณดานุ อย่างไรคุณก็ไม่มีวันเอาชนะฉันได้”

ดานุตัดบทเพราะต้องการสืบเรื่องต่อ “โอเค คุณชนะ ตอนนี้ทุกคนในบ้านเชื่อฟังคุณหมดแล้ว”

พิกุลถึงกับคิ้วขมวดไม่เชื่อหู “ทำไมอยู่ดีๆถึงได้ยอมแพ้ง่ายๆล่ะคะ”

“เพื่อความสงบสุขของครอบครัว ผมยอมแพ้เองก็ได้”

เมื่อได้ยินคำว่าครอบครัว แววตาพิกุลแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาวูบหนึ่ง

“เพื่อครอบครัวอย่างนั้นเหรอ ใช่สิ เพื่อความสุขของครอบครัว คุณทำได้ทุกอย่าง”

พิกุลเดินไปที่ท่าน้ำ พยายามปิดหน้าไม่ให้ดานุเห็นความเกรี้ยวกราดในแววตา เมื่อเขาถามถึงครอบครัวของเธอ พิกุลยอมรับว่าเคยมี แต่นานมากแล้วจนไม่มีใครจำเธอได้ เขาเห็นแววตาเศร้า ทำให้รู้สึกผิดจนต้องขอโทษและอาสาไปส่ง พิกุลตอบรับกึ่งประชดว่า ถ้าไม่กลัวโดนล่อลวงก็ตามใจ

ดานุพายเรือโดยมีพิกุลนั่งอยู่ตรงข้าม ทั้งสองไม่พูดจา ได้แต่ลอบมองกันเงียบๆ ดานุแทบจะละสายตาจากผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ เขาเริ่มเขิน ยังไม่ทันพูดอะไรก็มีหิ่งห้อยบินมาเกาะมือพิกุล สายตาของทั้งคู่จ้องไปที่จุดเดียวกัน

ดานุตื่นเต้นเพราะไม่ได้เห็นหิ่งห้อยนานแล้ว พิกุลยกมือขึ้น หิ่งห้อยตัวนั้นบินไปเกาะกิ่งไม้ที่มีหิ่งห้อยนับร้อยตัวเกาะอยู่ ดานุตะลึง วางพายแล้วจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ แต่พิกุลท้วงว่า

“ภาพที่อยู่ในความทรงจำ มันชัดเจนกว่าภาพถ่ายมากมายนัก”

พอพูดจบพิกุลน้ำตาคลอ ดานุเห็นแล้วอึ้ง ทันใดนั้นหิ่งห้อยนับร้อยก็บินมารุมล้อมพวกเขา ตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ผมของหญิงสาว ดานุเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธอก่อนจะจับหิ่งห้อยมากำไว้

“ถ้าเก็บเอาไว้ได้ก็คงดี เสียดายที่อายุมันสั้น”

“เหมือนคำสัญญาของคนบางคน ดูสวยงามแต่ไม่นานก็ลืม”

ดานุถามพิกุลว่าหมายถึงใคร แต่หญิงสาวไม่ตอบ กลับบอกว่าถึงบ้านแล้ว

“ถึงแล้วเหรอ ทำไมเร็วจัง”

พิกุลตอบเสียงเรียบว่า “นั่นไงคะ...เวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน สำหรับคนที่ไม่มีความทุกข์ เวลาจะผ่านไปรวดเร็วเสมอ แต่สำหรับคนที่อยู่ในความเจ็บปวดทรมาน วันหนึ่งก็เหมือนยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์”

ดานุผูกเรือและขึ้นไปบนท่าน้ำรอรับพิกุล พูดอย่างจำได้ว่า “นี่มันท่าเดียวกับที่ผมเจอคุณที่วัด แสดงว่าบ้านคุณต้องอยู่ใกล้ๆวัด”

เมื่อเธอตอบรับ เขาอยากรู้ต่อไปว่าวัดนั้นคือวัดอะไร คราวนี้พิกุลตอบไม่ตรงคำถามนัก

“ขอบคุณนะคะคุณดานุ ฉันรู้ว่าคุณอยากไปเห็นบ้านฉัน คุณได้ไปแน่ค่ะ แต่ไม่ใช่วันนี้”

“ไม่ว่าจะใช้เวลาแค่ไหน ผมก็จะต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณให้ได้”

ดานุส่งตะเกียงให้พิกุลแล้ววกเรือกลับ หญิงสาวยืนมองด้วยแววตาอาลัย เธอสั่งผีไอ้ทองให้ตามไปส่งเขาถึงบ้านอย่างปลอดภัย สักพักมันหายไปปรากฏอยู่ด้านหลังดานุโดยที่เขาไม่รู้ตัว

ผีอีแก้วปรากฏกายขึ้นด้านหลังพิกุลที่ยืนนิ่งด้วยความไม่พอใจ

“ทำไมถึงไม่ฆ่ามันเจ้าคะ”

“ห้ามทำอะไรดานุเด็ดขาด จนกว่าข้าจะสั่ง”

“แต่เราปล่อยให้พวกมันเสวยสุขกันมานานเกินไปแล้วนะเจ้าคะ”

พิกุลรู้ว่าผีอีแก้วแข็งข้อจึงหันไปจ้องด้วยแววตาแดงก่ำน่ากลัว จนผีอีแก้วต้องหมอบลงกับพื้น

“เวลาที่เอ็งรอคอย เทียบกับข้ายังน้อยนิดนัก เอ็งไม่ต้องกลัวหรอก ความสุขของคนในตระกูลธนารักษ์–ราชภักดีจะสิ้นสุดในไม่ช้า” พิกุลน้ำตาไหลอาบแก้ม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความแค้น

ooooooo

ดาริกาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ประหลาดใจเมื่อกลับบ้าน ทั้งท่าทีของยามหมู่บ้านที่มาเปิดไม้กั้น ทักว่าไปงานแฟนซีมาหรือเพราะคนที่นั่งมาด้วยแต่งตัวแปลกๆ และอนงค์แม่บ้านที่บอกจะไปเอาน้ำมาเสิร์ฟแขกทั้งที่เธอกลับบ้านคนเดียว

ดาริกาเอะใจเปิดกระเป๋าหยิบเครื่องรางที่พิกุลให้มาดู นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา

“ดิฉันรู้ว่าคุณเชื่อมั่นในความสามารถตัวเอง แต่เรื่องบางเรื่องมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุม”

“ถึงฉันเอาเครื่องรางนี่ไป ฉันก็ไม่รู้จะใช้อย่างไร ฉันไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ เอาอย่างนี้ดีกว่า ตอนนี้หมอพิกุลเป็นคนโปรดของคุณพ่อ ช่วยไปเกลี้ยกล่อมคุณพ่อฉันหน่อย บอกว่าจะไปทำพิธีไล่ผีให้ที่เรือนไทย ถ้าคุณพ่อยอมขายฉันจะแบ่งค่านายหน้าให้”

“คุณไม่ต้องพึ่งดิฉันหรอกค่ะ คุณทำพิธีทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง”

“ล้อเล่นแล้ว ที่ฉันทำเมื่อสักครู่ ฉันมั่วๆเอาหรอก”

“เชื่อดิฉันเถอะค่ะ คุณเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ และคุณจะสามารถใช้มันเอาชนะใครก็ได้ที่คุณต้องการ”

“แล้วฉันต้องทำอย่างไร” ดาริกาเริ่มสนใจจึงรับมา

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณดาริกาจะต้องสวดมนต์บูชานางโหงทุกคืน...แล้วต่อไปไม่ว่าเรื่องอะไร นางโหงจะช่วยคุณ”

คำพูดชวนเชื่อของพิกุลได้ผล ดาริกาตัดสินใจสวดคาถาบูชานางโหง ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ปรากฏร่างผีอีแก้วนั่งคุกเข่าปลายเท้า แต่เธอไม่เห็น เมื่อสวดคาถาจบแล้วอธิษฐานขอพร เธอได้ยินเสียงรับคำสั่งแว่วๆ แต่พอลืมตาผีร้ายก็หายไปแล้ว

วังนางโหง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด