สมาชิก

วังนางโหง

ตอนที่ 2

ooooooo

ห้องเรียนชั้นประถมหกทับสองในโรงเรียนซึ่งเป็นที่ทำงานของดารา เธอยืนถือไม้เรียวอยู่หน้าห้องกำลังอธิบายให้นักเรียนในชั้นฟังว่าทำไมต้องลงโทษเด็กห้าคนที่ยืนจ๋อยตรงนี้ เพราะพวกเขาทำผิดกฎ หนึ่งในสามข้อของเธอคือ ไม่ส่งการบ้าน เสร็จแล้วหันไปถามเด็กชายพุฒที่ยืนอยู่ ไม่มีคำตอบ ดาราจึงถามซ้ำ

เด็กชายพุฒพึมพำ “กูไม่กลัวมึง”

ดาราขมวดคิ้ว เสียงแหว “ว่าอย่างไรนะ”

เด็กชายพุฒเงยหน้าสบตา เสียงที่พูดออกมาเป็นเสียงชายหนุ่ม “เฆี่ยนเลย กูไม่กลัวมึงหรอก”

ดาราโกรธเงื้อไม้เรียวตี เด็กชายพุฒจับไว้แล้วบิดแขน ทันใดนั้นหน้าเด็กชายกลายเป็นปิศาจ เธอตะลึงจนถูกผลักล้ม เด็กชายเดินเข้าหาดาราที่ตกใจถอยหนีไปคว้าไม้เรียวมาฟาดไม่ยั้งมือ ครูหนึ่งเดินผ่านมาเห็นจึงเข้าห้ามจนเธอได้สติ เห็นเด็กชายพุฒที่ถูกเฆี่ยนยับนั่งร้องไห้กับพื้นและสายตาหวาดกลัวของนักเรียนในห้อง

ผู้อำนวยการเรียกดาราและครูหนึ่งไปพบที่ห้อง ดาราถูกตำหนิเรื่องการลงโทษนักเรียนโดยใช้อารมณ์ เธอแย้งว่านั่นไม่ใช่เด็กแต่เป็นผี ผอ.คาดว่าอาจเป็นความ เครียดที่น้องสาวป่วย อนุญาตให้เธอลาพักร้อนสองสามวัน

ดาราหงุดหงิดที่ถูกลงโทษ เธอไปเข้าห้องน้ำเปิดก๊อกที่อ้างล้างหน้า...แต่น้ำไม่ไหล เธอได้ยินเสียงน้ำจากห้องส้วมจึงเปิดประตูเห็นน้ำไหลปกติ หันกลับมาเปิดก๊อกอีกแต่น้ำก็ยังไม่ไหลเลยจะเดินออก จู่ๆดาราเอะใจหันกลับเห็นผีผู้ชายนั่งอุดก๊อก...ผีไอ้ทองนั่นเอง เธอตกใจกรีดร้องวิ่งหนีออกประตู แต่ผียื่นมือไปปิดดังปัง

ดาราตกใจถอยจากประตูจนติดผนัง ผีไอ้ทองยิ้มเดินเข้าหา สองมือดึงโซ่จะรัดคอ เธอหลับหูหลับตาคว้าอุปกรณ์ทำความสะอาดที่อยู่ตรงนั้นเขวี้ยงใส่มันและสาดน้ำไปโครมหนึ่ง เมื่อลืมตากลับเห็น ผอ.ยืนเปียกปอน ด้านหลังมีเด็กนักเรียนมุงดูอย่างตกใจ

ที่บ้านธนารักษ์ พัวกำลังถูพื้น คำเข้ามาหลอกผี ภรรยาบอกไม่กลัวเพราะเชื่อดานุว่าผีไม่มีจริง ทั้งคู่หยอกเอินกันตามประสาผัวเมีย จู่ๆต้องตกใจที่ดารากลับบ้านก่อนโรงเรียนเลิก พัวรีบผลักคำออกห่างแล้วตามไปประจบเจ้านาย

เมื่อเห็นดารานั่งกำพระไว้ที่อกหน้าซีด พัวถามด้วยความห่วงใย เจ้านายเล่าว่าถูกผีที่พิกุลเลี้ยงไว้ตามไปเล่นงานที่โรงเรียน หญิงรับใช้จึงควักสายสิญจน์จากสำนักหมอเวก คะยั้นคะยอให้ดาราเก็บไว้ เธอมองสายสิญจน์ในมืออย่างไม่แน่ใจ

ooooooo

เวลาใกล้เที่ยงคืนที่บ้านธนารักษ์ ดาเรศไม่ยอมนอน อารมณ์ดีใจจดจ่อรอหมอพิกุล คุณดวงเห็นยิ้มดีใจพากันชมจันทร์และร้องเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้ากล่อม

“เรศไม่เคยขอแหวน ขอช้างขอม้า ขอทรัพย์สมบัติอะไรเลย เรศขอแค่ชีวิตใหม่เท่านั้น...แล้ววันนี้พระจันทร์ก็ให้พรเรศแล้ว”

“จ้ะ ลูกแม่เป็นเด็กดี พระจันทร์จะใจร้ายกับเรศได้อย่างไร นอนเถอะเดี๋ยวถ้าหมอพิกุลมา แม่ปลุกเรศแน่ ไม่ต้องกลัว”

ดาเรศยิ้มตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง ค่อยๆล้มตัวนอน

เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านดาริกา ดานุนอนหลับบนโซฟา แสงจันทร์สาดส่องใบหน้า เขารู้สึกตัวตื่นขึ้น เห็นดอกพิกุลดอกหนึ่งร่วงอยู่บนพื้น เมื่อหยิบมาดูก็เห็นดอกพิกุลอีกหลายดอกโปรยเป็นทาง เขาเดินตามไปจนถึงสระว่ายน้ำ เห็นเท้าเปล่าของหญิงสาวคนหนึ่ง พอไล่สายตาขึ้นดูเห็นเป็นพิกุลก็ตกใจร้องเรียก

พิกุลหันมาช้าๆ “เห็นว่าคุณกำลังตามหาดิฉันอยู่ ดิฉันก็เลยมาหาคุณอย่างไรล่ะคะ”

“คุณรู้จักบ้านผมได้อย่างไร ไม่สิ แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าวันนี้ผมตามหาคุณ”

“เพราะคุณตามหาฉันตลอดมา เนิ่นนานมาแล้ว”

“ผมว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะครับ”

“แน่ใจเหรอคะ”

พิกุลตอบเสียงเย็นแล้วหันเดินลงสระ ปลายผมสะบัดโดนหน้าดานุทำให้เขาเคลิ้มฝันเหมือนต้องมนตร์สะกด เธอเดินลงสระไปเรื่อยๆจนน้ำลึกถึงหน้าอก

ดานุตามไปห้าม ทันทีที่เขากระชากมือพิกุล ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะเสียงพรรวีร้องเรียก

สิ้นเสียงพรรวี ดานุรู้สึกตัวว่ายืนอยู่ในสระน้ำที่ลึกแค่หน้าอก ส่วนพรรวียืนหน้าตื่นอยู่ขอบสระ เขาขึ้นจากไปนั่งที่เก้าอี้ พรรวีเอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้พลางต่อว่าที่เขาไม่โทร.หาเธอเลย ดานุหยอกแฟนสาวจนหายงอน ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันอยู่ริมสระที่มีดอกพิกุลดอกหนึ่งลอยอยู่นั่นเอง

ทางบ้านธนารักษ์ ยงชะเง้อคอยพิกุลอยู่ที่ท่าน้ำ ส่วนที่ห้องนอนดาเรศ คุณดวงไม่เป็นสุขเพราะผิดเวลานัดมากแล้ว หันมองลูกสาวที่หลับสนิทบนเตียงแล้วตัดสินใจออกไปหาคุณทับที่ห้องรับแขก ปลุกพันสั่งให้ดูแลเจ้านาย พันขยับเข้ามาข้างเตียง เห็นดาเรศนอนหันหลังให้ ลมพัดม่านหน้าต่างปลิวช้าๆ

คุณดวงปลุกคุณทับที่นั่งหลับในห้องรับแขกแล้วถามถึงพิกุล คุณทับบอกว่าให้นายยงไปรอที่ท่าน้ำแล้ว ทั้งสองคนกังวลเพราะกลัวพิกุลผิดนัด

ส่วนดารากุมสายสิญจน์ที่พัวให้ไว้เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ลมพัดหน้าต่างปิดปัง เธอกล้าๆกลัวๆลุกไปเปิด แต่ไม่เจออะไรจึงโล่งอก ช่วงเวลาเดียวกันที่ห้องดาเรศ พันเห็นลมพัดผ้าห่มของดาเรศเลื่อนหลุดจึงอ้อมไปด้านหน้าตั้งใจจะจัดผ้าห่มให้ แต่คนที่นอนอยู่กลับเป็นผีผู้หญิง...ผีอีแก้วนั่นเอง พันตกใจร้องวิ่งออกจากห้อง

ดาราสะดุ้งสุดตัวที่ได้ยินเสียงวิ่งและเสียงร้องของพัน ด้วยความรำคาญเลยนอนตะแคงเอาหมอนปิดหู แต่จู่ๆหมอนถูกดึงออกก็ยิ่งหงุดหงิดลุกตวาด เห็นผีตนเดิมที่ห้องน้ำโรงเรียนนั่งอยู่ข้างๆ เธอตกใจโยนสายสิญจน์ใส่ ผีไอ้ทองหายตัวแว่บ เธอก้มเก็บสายสิญจน์แต่เท้าของผีร้ายกลับเหยียบไว้ก่อน ดาราหวีดร้องสุดเสียง

ขณะนั้นยงเข้ามาในห้องรับแขก รายงานคุณทับกับคุณดวงว่าพิกุลคงไม่มาแล้ว จู่ๆพันก็วิ่งเตลิดมาคุกเข่าจับขาคุณดวงไว้พลางละล่ำละลักว่าโดนผีหลอก ทุกคนตกใจวิ่งไปที่ห้องดาเรศทันที

ดาเรศรู้สึกตัว หันไปมองนาฬิกาเห็นว่าเลยเที่ยงคืนแล้ว ลุกขึ้นเกาะผนังเดินไปที่ประตู...แต่เปิดไม่ออกจึงร้องเรียกแม่ คุณทับกับยงวิ่งมาพอดีพยายามเปิดประตูแต่ไม่ออก คุณทับจึงสั่งให้ยงไปเอาชะแลงมางัดพลางร้องบอกให้ลูกสาวใจเย็น ยังไม่ทันเปิดประตูห้องดาเรศ ทุกคนก็ได้ยินเสียงร้องของดาราเสียก่อน

ผีไอ้ทองเหยียบสายสิญจน์สีหน้าเจ็บปวด ก้มมองเท้ามีสีแดงควันขึ้นก่อนจะหายตัวไป ดารามองตะลึง ทางดาเรศนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกประกอบกับพยายามเปิดประตูจนเหนื่อยหอบจึงหันหลังพิงประตูหลับตา แต่พอลืมตากลับต้องตกใจสุดขีดเพราะเห็นผีผู้หญิงพุ่งใส่

ooooooo

เช้าวันใหม่ที่บ้านดาริกา โทรศัพท์ที่หัวเตียงนอนดานุดัง เขายื่นมือไปรับเมื่อรู้ว่าเป็นคุณตาโทร.มาจึงรีบให้แม่บ้านโอนสายขึ้นมาทันที คุณทับส่งเสียงมาอย่างร้อนรนให้หลานชายกลับไปหาด่วน ดานุงงแต่ก็รีบลุก

ที่เรือนคนใช้ ยงกับคำยืนมองพันที่คลุมโปงครางฮือๆเพราะโดนผีหลอกเมื่อคืน พ่อตากับลูกเขยถามถึงพัวที่ไปนอนเฝ้าดาราทั้งคืน เจ้าตัวเดินเข้ามาพอดีบอกคำให้เตรียมรถให้ดารา และหันมาพูดกับพันว่า

ไม่ต้องกลัว จะไปหาของดีมาให้ แล้วเดินออกไปพร้อมลูกเขย ยงมองตามสงสัย

คำขับรถพาดารากับพัวออกไปข้างนอกสวนกับดานุที่ขับรถเข้ามา เขาตรงไปที่ห้องนอนดาเรศ พบคุณตาคุณยายอยู่ด้วย ดาเรศจะลุกไปหาหลานแต่เขาเข้าประคองก่อน เธอตัดพ้อว่าไปทำให้พิกุลไม่พอใจหรือไม่ เมื่อคืนหญิงสาวถึงไม่มา ดานุงง คิดถึงเหตุการณ์ที่ท่าน้ำเมื่อคืน

“มีอะไรจะถามดิฉันก็ถามมาได้เลย”

“ผมคงไม่ถามอะไรคุณเพราะผมไม่ได้อยากรู้เรื่องผีสางหรือกรรมเวรอะไรที่คุณพูด แต่ผมอยากจะบอกว่า คุณไม่ควรจะหากินกับความทุกข์ของคน ไม่ว่าคุณจะเป็นหมอดูหมอเดาอะไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณช่วยคุณน้าผมไม่ได้จริง ก็อย่าให้ความหวังลมๆแล้งๆกับครอบครัวผม มันบาป”

ดานุเล่าให้ดาเรศฟังว่าสนทนากับพิกุลด้วยเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผล และคิดว่าหญิงสาวไม่น่าโกรธด้วยเรื่องแค่นี้ ดาเรศยังคงตัดพ้อหลานว่าทำลายความหวังเดียวของเธอ เขาพยายามอธิบายว่าเมื่อกลางวันได้ไปตามหาพิกุลในตลาดริมน้ำ แต่ไม่มีใครรู้จักเธอเลย คุณทับตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ หลานชายแย้งว่าเธออาจจัดฉากนั่งรถมาลงที่ท่าน้ำใกล้ๆแล้วพายเรือมา

ดาเรศไม่เห็นด้วย และเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังว่าเธอรอดตายจากผีผู้หญิงด้วยคาถาที่พิกุลให้ ดานุไม่เข้าใจ ผู้เป็นน้าไม่อยากอธิบายต่อ ดื้อเข็นรถจะไปตามพิกุล คุณดวงกอดลูกสาวร้องไห้ คุณทับทนเห็นไม่ไหวรับปากจะตามให้ ดานุเสียใจ สัญญากับน้าว่าเขาจะตามหาพิกุลให้เอง ดาเรศยิ้มดีใจ

ดานุไปที่ท่าน้ำเพื่อพายเรือตามหาพิกุล ยงเดินตามมาบอกว่าตนพายเรือตามหาพิกุลทุกท่าน้ำแล้วแต่ไม่เจอ ไม่อยากให้เจ้านายเหนื่อยเปล่า ดานุยังคงเชื่อมั่นความคิดตัวเองว่าครอบครัวกำลังถูกพิกุลหลอกจึงอยากมีหลักฐานเรื่องนี้ ส่วนเรื่องผีเป็นเรื่องไร้สาระ ดานุถามยงว่าเชื่อเรื่องผีไหม

“จะว่าไม่เชื่อก็พูดได้ไม่เต็มปากนะครับ ป่านนี้นังพันมันยังนอนจับไข้อยู่เลย คุณดาราเธอก็ไม่ใช่คนที่จะกลัวอะไรง่ายๆ แต่เมื่อคืนก็โดนเข้าเต็มๆ อีกอย่าง...”

ดานุไม่รอให้ยงพูดจบ ถามทันควัน “อะไร”

“คุณท่านเคยเล่าเรื่องอาถรรพณ์เรือนไทยที่ระยองให้คุณนุฟังไหมครับ”

ดานุสงสัยจึงซักต่อ แต่ยงตัดบทโดยบอกว่าตนจะนั่งเรือไปด้วย ชายหนุ่มไม่ยอม บอกให้ชายชรารอ อยู่ที่นี่เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน แล้วลงเรือพายไปอย่างรวดเร็วจนยงมองตามด้วยความประหลาดใจ

ดานุพายเรือตามลำน้ำที่สองฝั่งปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ เรือแล่นเร็วทั้งที่เขาไม่ได้ออกแรงพายจนน่าประหลาดใจ เขามองเห็นศาลาท่าน้ำมีเรือมาดของพิกุลจอดอยู่ ดานุพายไปจอดเทียบอย่างผู้เชี่ยวชาญ เอาเชือกคล้องเสาแล้วก้าวขึ้นท่าน้ำ คล้อยหลังดานุ ผีไอ้ทองค่อยๆโผล่ขึ้นข้างเรือ มันลากเรือมาที่นี่นั่นเอง

ดานุออกจากศาลาท่าน้ำ ไม่รู้จะไปไหนต่อเพราะรอบตัวมีแต่ต้นไม้ใหญ่ เขาได้ยินเสียงดนตรีไทยลอยตามลมจึงมุ่งตรงไปยังต้นเสียงคือสิ่งก่อสร้างคล้ายโบสถ์ เมื่อเดินพ้นแนวไม้จึงเห็นชาวบ้านแต่งชุดไทยโบราณถือตะกร้าที่บรรจุดอกไม้และเครื่องเซ่นเดินแซงหน้าไป เขาดึงมือหญิงชราคนหนึ่งแล้วถามว่ามีงานอะไรกัน หญิงชราตอบว่างานบูชาเจ้าแม่วารีที่แสนศักดิ์สิทธิ์

ดานุส่ายหน้าจะหันหลังกลับ แต่พอเห็นชาวบ้านกระวีกระวาดจึงเปลี่ยนใจตามไปดู เดินไปจนเห็นต้นไทรใหญ่ มีชาวบ้านถือกระทงใบตองนั่งล้อมวง ด้านหน้าต้นไทรมีศาลขนาดกลางที่สร้างจากไม้อย่างงดงาม ด้านข้างต้นไทรมีวงมโหรีขนาดเล็ก

ดานุเดินเข้าไปหยุดดูในกลุ่มชาวบ้าน มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อชมเดินแซงชนจนเขากระเด็น ดานุถามว่าข้างหน้ามีอะไรกัน ชมไม่ทันตอบ วงมโหรีก็เริ่มบรรเลง นางรำคนหนึ่งรำออกมาจากหลังต้นไทร พอดานุเห็นหน้าก็จำได้...พิกุลนั่นเอง

ดานุตะลึงมองพิกุลร่ายรำดังต้องมนตร์ หญิงสาวชม้ายมาทางชายหนุ่มเหมือนกับว่าเห็นเขามองอยู่ เมื่อพิกุลรำจบก็หายไปทางหลังต้นไทร ชาวบ้านลุกเอากระทงไปวางไว้ที่ศาล เขาถามชมเรื่องที่พักของพิกุลแต่ไม่ได้คำตอบ จึงอ้อมไปหลังต้นไทร...แต่ไม่พบใครเลย

ooooooo

พัวให้นายคำขับรถพาดาราไปตำหนักหมอเวกเพื่อขอของขลัง ฝ่ายเวกเก็บตัวเงียบเพราะกลัวดานุแจ้งตำรวจ แต่เมี้ยนซึ่งเห็นแก่เงินไม่ยอม ลากหมอผีออกมาจนได้ ดารารอไม่ไหวลุกจะกลับ พัวฉุดมือไว้ เมี้ยนลากเวกออกจากห้องทันพอดี พัวรีบก้มกราบ ส่วนดารามองเหยียดจนพัวต้องส่งสัญญาณ เธอจึงยอมยกมือไหว้

เวกทักดาราว่าหน้าตาหมองคล้ำเหมือนโดนของแต่โชคดีได้สายสิญจน์ของเขาช่วยไว้ แต่คราวนี้ต้องใช้ของแรงกว่าเพราะผีร้ายนัก พัวกับเมี้ยนพยักพเยิดหยิบพานค่ายกครูมาวางไว้หน้าดารา เธอยื่นสายสิญจน์ไหม้ให้หมอผีพร้อมต่อว่าถ้าศักดิ์สิทธิ์จริงคงไม่เป็นแบบนี้ เวกหยิบมาดูตกใจ

ดาราบอกเวกว่ามีเงินให้ถ้าของขลังนั้นปราบผีได้จริงๆ เพราะเธอไม่ใช่คนที่ใครหลอกได้ง่ายๆ เมี้ยนโอดว่าเวลาไปหาหมอไม่ว่าจะหมอยา หมอผี ก็ต้องมีค่ารักษาทั้งนั้น พัวถามถึงค่ายกครู เมี้ยนบอกห้าพัน ดาราไม่จ่ายลุกกลับ ต่อรองกันจนเวกขอแค่ร้อยเดียวและสัญญาว่าจะปราบผีให้ได้ เมี้ยนถลึงตาใส่แต่เขาไม่สนใจ

ดาราเดินออกมาหยุดยืนหน้าตำหนัก ขอดูเครื่องรางที่เวกให้จากพัวที่เดินตาม เธอยิ้มภูมิใจมองขวดแก้วที่บรรจุน้ำมันเอาไว้เกือบเต็มขวดและมีไม้แกะสลักเป็นรูปเด็กลอยอยู่ในน้ำมันที่ค่าบูชาแค่ร้อยเดียว พัวชื่นชม ดาราพูดกับคนสนิทว่าถ้าตนไล่ผีได้ ทุกคนจะได้เลิกบูชาพิกุลที่เป็นแค่หมอผีธรรมดา ไม่ใช่หมอวิเศษ

ที่ห้องพิธีหมอเวก เมี้ยนแค้นใจมากที่ได้เงินแค่ร้อยเดียว ต่อว่าหมอผียกใหญ่ แต่เวกไม่ใส่ใจเพราะกำลังกังวลเรื่องปราบผีที่ทำให้สายสิญจน์ของเขาไหม้ได้

ooooooo

ดานุเดินตามพิกุลจนเหงื่อโชกมาถึงโบสถ์ จึงตัดสินใจเข้าไปกราบพระประธานพร้อมอธิษฐานให้พบพิกุล จู่ๆเสียงพิกุลก็ดังขึ้นข้างตัว เขาหันขวับเห็นเธอนั่งพนมมือไหว้พระในชุดธรรมดา เครื่องสำอางแบบนางรำถูกลบออกหมดแล้ว

พิกุลกระเซ้าดานุว่าอยากพบเธอถึงขั้นอธิษฐานขอพระ แต่เขาปฏิเสธ หญิงสาวบอกว่าการโกหกต่อหน้าพระนั้นบาปเป็นสองเท่า ดานุย้อนว่าแล้วเธอไม่ได้มุสาอย่างนั้นหรือ

พิกุลไม่ตอบ ก้มกราบพระแล้วเดินออกจากโบสถ์ ดานุตามไปสารภาพว่าเขากำลังตามหาเธอเพื่อพาไปรักษาน้า แต่พิกุลย้อนว่าเขาเป็นคนไม่อยากให้เธอไปที่นั่นเอง ดานุตอบเธอว่าคนที่บ้านไม่ได้คิดเหมือนเขา สำหรับดาเรศ เธอเหมือนขอนไม้ขอนสุดท้ายที่คว้าได้ก่อนจมน้ำ พิกุลแนะนำดานุบอกให้ดาเรศปล่อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมโนธรรมของเขา

“คุณกำลังขู่ผม”

“มนุษย์ทุกคนกลัวความจริง”

พิกุลเดินหนี ดานุคว้ามือ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรยอมรับความจริงว่าคุณกำลังพยายามจะปั่นหัวผม คุณรู้ว่าผมตามหาคุณ คุณจงใจปรากฏตัวให้ผมเห็น ทั้งที่ตลาดแล้วก็ที่นี่ เพื่อล่อให้ผมมาหาคุณ”

พิกุลเหลือบมองมือตัวเองที่ถูกดานุจับเอาไว้ก่อนจะจ้องตาเขา ยิ้มเย็น “ถ้าอย่างนั้นคุณลองปล่อยมือฉันครั้งนี้สิคะ แล้วฉันสัญญาว่าคุณจะตามหาฉันไม่พบอีกเลย”

ดานุปล่อยมือ สายตาพิกุลมีแววผิดหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง ทันใดนั้นเขาพูดขึ้นว่า

“ผมต้องทำอย่างไร คุณถึงจะยอมกลับไปกับผม”

ดานุกลับถึงบ้านธนารักษ์ พบคุณทับกับยงรออยู่ที่ห้องรับแขก คุณตาถามถึงพิกุล เขาลำบากใจจะตอบ จึงพากันไปที่ห้องนอนดาเรศ

ดาเรศผิดหวังมากที่ดานุพาพิกุลมาไม่ได้ หลานชายบอกว่าหญิงสาวจะมาที่นี่เองเมื่อถึงเวลา และรู้สึกว่าเธอพยายามยื้อเวลาเพื่อต่อรอง คุณทับยินดีให้เงินทองตามที่พิกุลเรียกร้อง ดานุไม่เห็นด้วยที่คุณตาจะเชื่อพวกหมอผีต้มตุ๋น จึงเล่าเรื่องที่เขาเห็นหญิงสาวรำแก้บนเจ้าแม่วารีให้ฟัง ดาเรศร้องไห้หมดหวังจนคุณดวงใจเสีย

ดาราเดินเข้ามาบอกน้องสาวให้เลิกร้องหาพิกุลได้แล้ว เธอจะปราบพวกผีพวกนั้นเอง คุณทับตกใจและซักถาม ดาราตอบว่าเราต่างมีอาจารย์ มาลองดูกันว่าอาจารย์ของใครจะเก่งกว่ากัน

ทุกคนงง ดานุได้แต่ส่ายหน้าเซ็งความงมงายของคนบ้านนี้

ที่ห้องนอน ดาราหยิบขวดแก้วจากกระเป๋าออกมาไหว้ “ทำหน้าที่ของแกได้แล้วส้มจุก” แล้วดึงฝาจุกออก วางขวดไว้บนขื่อหัวนอน...ปรากฏร่างกุมารทองนุ่งผ้าเตี่ยวแดง สวมกำไลข้อมือข้อเท้านั่งยองๆบนขอบหน้าต่าง

ooooooo

วังนางโหง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด