ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณพ่อหวานแหวว

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

คุณพ่อหวานแหวว ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ทรงยศ เจ้าของโรงแรมเจสเตอร์ เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว เขามีลูกชายคือวัลลภและลูกสาวคือนัยนา

ทรงยศโกรธจัดเมื่อรู้ว่านัยนาท้องกับสุเทพเชฟของโรงแรม เขาตบหน้าในห้อง "ประธานกรรมการ" ซึ่งเป็นห้องทำงานของเขา ด่าว่าลูกไม่รักดี ใฝ่ต่ำ ประกาศิตว่าถ้ายังเห็นว่าตนเป็นพ่อก็ต้องเลิกยุ่งกับสุเทพแล้วจะส่งเธอไป อยู่เมืองนอก ไปคลอดลูกแล้วค่อยกลับมา ที่สำคัญคือ เมื่อกลับมาแล้ว "แกจะต้องแต่งงานกับคนที่ฉันเลือกให้เท่านั้น"

นัยนาอ้อนวอนพ่อว่าตนรักสุเทพ จะแต่งงานกับสุเทพเท่านั้น ทรงยศยิ่งโกรธสั่งวัลลภให้เอานัยนากลับบ้านจัดคนเฝ้าไว้และให้ไล่เชฟสุเทพ ออกทันที

"ครับคุณพ่อ...ไปยัยนา แกไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่" วัลลภยิ้มสะใจดึงแขนนัยนาไป แม้เธอจะดิ้นรนขอร้องพ่อแต่ก็ถูกวัลลภดึงออกไปจนได้

นัยนาถูกขังอยู่ในห้องนอน จนเย็นวันต่อมา แจ่มจันทร์ สาวใช้คนสนิทยกอาหารมาให้อ้อนวอนให้เธอทานอะไรสักหน่อยเพราะตั้งแต่เมื่อวาน เธอยังไม่แตะอาหารเลย

"ฉันกินไม่ลงหรอกแจ่ม" นัยนานัยน์ตาเหม่อเศร้า เธอหยิบจดหมายบนโต๊ะยื่นให้แจ่มจันทร์ "เอาไปให้คุณสุเทพนะแจ่ม อย่าให้ใครเห็น ถ้าไม่เจอที่โรงแรม ก็เอาไปให้ที่บ้านเขา"

เมื่อแจ่มจันทร์รับจดหมายเดินออกไปแล้ว นัยนาน้ำตาเอ่อเอ่ยอย่างเจ็บปวด...

"นาขอโทษค่ะคุณพ่อ..."

แล้วเธอก็เอากระดาษมาเขียนจดหมายอีกฉบับหนึ่ง น้ำตาไหลพราก...

ooooooo

เมื่อสุเทพได้รับจดหมายของนัยนาแล้ว เขาไปคอยเธอที่สวนรื่นรมย์ที่เธอนัดไว้ คอยนานจนนึกว่าเธอไม่มาแล้ว แต่แล้วจู่ๆ ก็เห็นนัยนาถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้ามาอย่างระแวดระวัง เมื่อพบกันต่างโผเข้ากอดกันด้วยความรักความห่วงใย สุเทพถามว่า "คุณนา...คุณคิดดีแล้วนะครับ"

"มันเป็นทางเดียวที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน รีบไปเถอะค่ะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" นัยนาตอบอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วทั้งสองก็พากันเดินออกไปอย่างระแวดระวัง

กว่าทรงยศจะได้อ่านจดหมายของนัยนาก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้น เขาโกรธแทบกระอักเลือดสั่งให้ลากตัวนัยนากลับมาให้ได้ วัลลภเสนอว่าคนไม่รักดีพรรค์นั้นให้พ่อตัดหางปล่อยวัดไปดีกว่า ถูกสุรีย์ผู้เป็นแม่ท้วงติงว่าทำไมพูดอย่างนั้น รีบไปตามน้องกลับมาเถอะ

"จะให้ผมไปตามที่ไหนล่ะครับคุณแม่ หนีเตลิดไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ผมว่าไปแจ้งตำรวจดีกว่า"

"ไม่ได้" ทรงยศเสียงเข้ม "แกนี่คิดอะไรโง่ๆ เป็นข่าวขึ้นมา ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเราจะย่อยยับขนาดไหน...แกต้องหาตัวยัยนาให้เจอ กี่วันกี่เดือนหรือเป็นปี แกก็ต้องเอาตัวน้องกลับมาให้ได้!"

วัลลภเลยจำต้องเดินเซ็งๆ ออกไป

ooooooo

สุเทพพานัยนาไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน จนนัยนาคลอดลูกสาวออกมาได้ 2 เดือนแล้ว สุเทพใช้ความสามารถในการทำอาหาร เปิดร้านอาหารกุหลาบขาวเลี้ยงครอบครัว

คลอดลูกมาได้ 2 เดือนแล้ว นัยนาชวนสุเทพว่า พรุ่งนี้ไปหาหลวงพ่อที่วัดดีไหม ไปถวายสังฆทานและให้ท่านช่วยตั้งชื่อให้ลูกสาวเรา สุเทพยิ้มอย่างเห็นด้วย แต่นัยนากลับมีสีหน้ากังวลบ่นกับเขาว่า

"ฉันรู้สึกแปลกๆใจคอไม่ค่อยดีเลย"

นัยนาพูดไม่ทันขาดคำ ลูกน้องของวัลลภ 3 คนก็บุกเข้ามาบอกว่า "คุณนาต้องกลับไปกับผม" สุเทพเข้ายื้อยุดนัยนาไว้ แต่เขาถูกลูกน้องวัลลภล็อกแขนรุมต่อยจนทรุดลงไปกองกับพื้น

"สุเทพ...ปล่อยเขาอย่าทำอะไรเขา" นัยนาหวีดร้อง ดิ้นรนจะไปช่วยสุเทพแต่ถูกลูกน้องวัลลภรุมทำร้ายจนหมอบ พวกมันพังข้าวของในร้านจนพินาศก่อนลากนัยนาออกไป

นัยนาถูกพากลับถึงบ้าน เห็นแม่นอนซมล้มป่วยอยู่บนเตียง ทรงยศบอกลูกสาวว่า

"แม่แกตรอมใจล้มป่วยก็เพราะแก ยัยนา! แกนึกถึงหัวอกพ่อแม่มั่งไหม...ถ้าแกคิดหนีอีกคราวนี้ฉันขังแกแน่ ไปเจ้าลภ หาเวรยามมาเฝ้าไว้"

นัยนาเข้าไปจับมือแม่ไว้เอ่ยขอโทษน้ำตานองหน้า สุรีย์ถามลูกน้ำตาไหลว่า "ไม่รักแม่แล้วเหรอลูก" นัยนาบอกแม่ว่าตนรักทั้งคุณแม่และคุณพ่อยิ่งกว่าชีวิต สุรีย์มองหน้าลูกนิ่งเอ่ยอย่างอ่อนแรง "อย่าหนีแม่ไปอีกนะนา...รับปากแม่สิลูก...สัญญากับแม่ได้ไหม"

นัยนานิ่งอึ้งตกอยู่ในความทุกข์ใจอย่างหนัก ทั้งเครียด สับสน และว้าวุ่นใจ...

ooooooo

หลายวันต่อมา สุเทพได้รับจดหมายของนัยนาที่แจ่มจันทร์เอามาให้ที่บ้านเช่า อ่านจดหมายจบ สุเทพดีใจจนน้ำตาคลอ หันไปหาลูกน้อยที่นอนอยู่ในเปล บอกลูกราวกับหนูน้อยรับรู้ได้ว่า

"คุณนา...ลูก ยัยหนูลูกพ่อ แม่จะกลับมาอยู่กับเราแล้วนะลูก...ดีใจไหม คนดีของพ่อ..."

เมื่อถึงวันนัดหมาย สุเทพไปรอที่เดิมจนเลยเวลาไปเป็นชั่วโมงนัยนาก็ยังไม่มา สุเทพมองลูกในอ้อมกอด บอกลูกว่ารออีกหน่อยเดี๋ยวแม่ก็มาแล้ว

ทันใดนั้นลูกน้องวัลลภ 3 คน ก็โผล่มา คนหนึ่งด่าสุเทพว่า

"ไอ้หน้าโง่ คุณนาจะแต่งงานอยู่วันสองวันนี้ เขาจะมาหาเอ็งทำไม"

สุเทพไม่เชื่อบอกว่าไม่จริงเพราะนัยนาเป็นคนนัดให้มารับเธอ มันหัวเราะหยันย้อนว่านัดให้มาตายสิไม่ว่า แล้วหันไปสั่งลูกน้อง "เฮ้ย เก็บมัน"

สุเทพถูกลูกน้องวัลลภรุมเล่นงานทั้งที่อุ้มลูกอยู่ เขากอดลูกไว้แนบอกเอาตัวบังลูกไว้ เขาโดนมันเตะจนลงไปกองกับพื้น ขณะที่คนหนึ่งชักปืนออกมา จะยิงทิ้งนั่นเอง เสียงมอเตอร์ไซค์สายตรวจก็แว่วเข้ามา มันชะงัก สุเทพอุ้มลูกวิ่งหนีซมซาน ส่วนลูกน้องวัลลภทั้งสามคนต่างหนีไปคนละทิศละทาง ตัวใครตัวมัน

ooooooo

20 ปีผ่านไป...

สุเทพเปิดร้านอาหารในทำเลใหม่แต่ชื่อเดิม คือ ร้านกุหลาบขาว เขามีผู้ช่วยที่ทะมัดทะแมงคือ รมิดา ลูกสาวตัวน้อยที่เลี้ยงมาจนเป็นสาวแล้ว ร้านกุหลาบขาวมีลูกค้าประจำคือ ชาญศักดิ์กับลูกชายวัย 5 ขวบ ชื่อแมนยู ลูกค้ากับเจ้าของร้านให้บริการและใช้บริการกันมาจนสนิทสนมกันมาก เมื่อสุเทพว่างจากงานในครัวก็จะมานั่งคุยกับชาญศักดิ์เสมอ

ชาญศักดิ์เป็นเจ้าของที่ดินและอาคารพาณิชย์หลายแห่ง เขาโชคดีที่มีสุริยนที่เป็นน้องชายคอยช่วยดูแลงานอีกแรง แต่โชคไม่ดีนักที่สีดาภรรยาหย่ากับเขาตั้งแต่คลอดแมนยูได้ไม่นาน เขาจึงเป็นพ่อที่เลี้ยงลูกคนเดียว ไปไหนมาไหนจึงมีแมนยูติดตัวไปด้วยเสมอ

วันนี้ สุเทพมานั่งคุยกับชาญศักดิ์เพราะคุ้นเคยกันมาก ปล่อยให้รมิดาซึ่งมีฝีมือการทำอาหารไม่แพ้พ่อเข้าครัวแทน สุเทพเห็นอาหารที่ชาญศักดิ์สั่งยังไม่ครบ จึงตะโกนบอกรมิดา ถามว่าเสร็จหรือยัง

"ค่ะพ่อ เสร็จแล้ว...เสร็จแล้ว มาแล้ว หมูทอดกระเทียมพริกไทยสูตรเด็ด" รมิดาเอาจานอาหารมาวางตรงหน้าแมนยู ถามหยอก "ของใครเอ่ย"

"ของแมนยูครับ" แมนยูตอบเสียงใสยิ้มกว้างแล้วตักชิม ชมว่า "อร่อยที่สุดเลยครับแม่ดา" ทำเอารมิดายิ้มเจื่อนแก้ให้ว่า ต้องเรียกน้าดาไม่ใช่แม่ดา แมนยูอ้อนว่า "ให้แมนยูเรียกแม่ดาเถอะครับ แมนยูอยากมีแม่...นะครับแม่ดา ขอร้อง...ขอร้อง..."

รมิดายิ้มเขินๆหันไปมองชาญศักดิ์เขาก็ยิ้มกริ่ม มองไปทางสุเทพก็ยิ้มชอบใจ สุดท้ายเธอบอกแมนยูเขินๆว่าโอเค แม่ดาก็แม่ดา ชาญศักดิ์ยิ้มดีใจชวนทานข้าวด้วยกัน

"ยังไม่หิวเลย คุณศักดิ์ทานเถอะค่ะ เดี๋ยวดาทานพร้อมพ่อ...แมนยูครับเด็กฉลาดต้องทานผักด้วยนะครับ จะได้แข็งแรง" รมิดาตักผักใส่จานให้แมนยู หนูน้อยตักกินทันทีอย่างเอาใจ ดีใจที่ได้เรียกเธอว่า "แม่ดา"

ooooooo

ชาญศักดิ์มีความสุขมากที่เห็นรมิดากับแมนยูสนิทสนมกันเหมือนแม่ลูกจริงๆ แมนยูดีใจที่ได้รมิดามาช่วยดูแลเล่นด้วยทั้งยังสอนทำการบ้านด้วย จนในที่สุด ชาญศักดิ์ขอแต่งงานกับรมิดา

แต่ก่อนถึงวันแต่งงานเพียง 3 วัน ชาญศักดิ์ก็ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต รมิดาช็อก รับไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งเป็นลมไป

ในคืนสวดศพชาญศักดิ์ รมิดามองรูปเขาที่วางอยู่ข้างศพนิ่ง น้ำตาคลอ บอกกล่าวสัญญากับเขาว่า

"ไปสู่สุคตินะคะคุณศักดิ์...ดารักคุณ ดาสัญญาว่าจะรักและเลี้ยงดูแมนยูให้เหมือนลูกแท้ๆของดาค่ะ"

รมิดานั่งมองรูปชาญศักดิ์อยู่อย่างนั้น ในความรู้สึกยังแว่วเสียงของเขาที่พูดก่อนหน้านี้ว่า

"ดาครับ...คุณคือผู้หญิงที่ผมรักที่สุด อีกไม่กี่วันเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ความฝันของผม...ฝันที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่นใกล้จะเป็นจริงแล้ว เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก..."

หลังจากงานศพของชาญศักดิ์แล้ว รมิดาและสุริยนเข้ามาที่ห้องทำงานของชาญศักดิ์ที่บ้าน มีจดหมายที่เขาเขียนไว้ ก่อนประสบอุบัติเหตุ บรรยายไว้อย่างกินใจว่า

"ถึงดาจะไม่ใช่แม่แท้ๆของแมนยู แต่คุณก็รักแมนยูยิ่งกว่าแม่แท้ๆที่ทิ้งลูกผมไปเสียอีก..." เขาบรรยายถึงความสังหรณ์ใจว่าไม่อยากไปทำงานเลยรู้สึกเหมือนไปแล้วจะไม่ได้ กลับมาอีก  ฝากฝังว่า  "ถ้าผมเป็นอะไรไป  คุณรีบติดต่อทนายประจำตัวผมนะดา  เพราะผมทำพินัยกรรมไว้ เรียบร้อยแล้ว...ฝากแมนยูด้วยนะดา...รักคุณที่สุด...ชาญศักดิ์"

รมิดาเม้มริมฝีปากอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ กระนั้นน้ำตาก็ยังไหลรินจนสุริยนจับมือให้กำลังใจว่า "เข้มแข็งไว้คุณดา..."

ooooooo

ขณะที่ชีวิตกำลังเริ่มลงตัว รมิดาดูแลแมนยูเหมือนแม่คนหนึ่ง เวลานี้เอง สีดา แม่แท้ๆของแมนยูที่ทิ้งแมนยูไปตั้งแต่เพิ่งคลอดไม่นานและย้ายไปอยู่อเมริกา เธอประสบอุบัติเหตุ ก่อนเสียชีวิตได้สั่งเสียศัลย์น้องชายให้เอาแมนยูกลับมาเลี้ยงให้ได้ ดังนั้น ศัลย์จึงจ้างนักสืบเอกชน สืบจนรู้ว่าแมนยูอยู่ที่ไหน กับใคร และเรียนโรงเรียนไหน เข้าออกบ้านกี่โมง จากนั้นเขาลงมือติดตามเอง

หลังจากได้ข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว ศัลย์เอารูปของรมิดามาดูที่ห้องรับแขกคอนโดฯที่เขาพักอยู่ พูดกับรูปอย่างเยาะหยันว่า

"รมิดา...สงครามเริ่มแล้ว...และเธอต้องเป็นฝ่ายแพ้!"

การเริ่มต้นของศัลย์คือ เขาไปขอรับแมนยูที่โรงเรียนแต่ช้าไปเพราะรมิดาไปรับตัดหน้าไปก่อนแล้ว เขาจึงตามไปที่บ้าน กระทั่งปีนรั้วเข้าไป

แมนยูกำลังจะออกมาเล่นบอลที่สนามเห็นมีคนปีนรั้วเข้ามาก็ตกใจร้องบอก "ขโมย!!" รมิดากับเหมียวสาวใช้เห็นศัลย์กำลังปีนรั้วเข้ามาพอดี รมิดาให้เหมียวดูแลแมนยูไว้ ส่วนตัวเองไปคว้าท่อนไม้แถวนั้นย่องไปหวดใส่ไม่ยั้ง ปากก็ร้อง "ไอ้หัวขโมย...ไอ้หัวขโมย..."

ศัลย์ปัดป้องจนกระทั่งคว้าไม้ไว้ได้ เลยยื้อกันอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเสียงนกหวีดตำรวจดังขึ้น ศัลย์เป็นฝ่ายฟ้องตำรวจว่า รมิดาจะฆ่าตน สุริยนวิ่งเข้ามาเห็นรมิดากระชากไม้จากศัลย์ไปได้กำลังเงื้อจะฟาดเขาพอดี สุริยนร้อง "คุณดา!!"

แต่ช้าไปแล้ว รมิดาฟาดหัวศัลย์จนเขาทรุดลงเห็นดาวเต็มฟ้าแล้วคอพับไป

เมื่อพากันไปถึงโรงพัก ศัลย์อ้างว่าเขาไม่ได้เป็นหัวขโมยแต่เป็นคนที่มีสิทธิ์ในบ้านนี้เหมือนกัน เพราะเขาคือน้องชายของสีดาแม่ของแมนยู และพี่ชายของสุริยนคือชาญศักดิ์ก็คือพี่เขยเขานั่นเอง

พอเอ่ยชื่อสีดา รมิดาก็อึ้งไปทันที ศัลย์แจ้งแก่ทั้งสองว่า

"พี่สีดามอบหมายให้ผมมารับแมนยูไปอยู่ที่อเมริกาครับ พูดตรงๆก็คือผมมาทวงหลานชายคืน"

รมิดาเย็นวาบไปทั้งตัวแล้วโวยวายว่าหัวเด็ดตีนขาด ตนก็ไม่ยอมให้แมนยูไป ทั้งไม่เชื่อว่าศัลย์เป็นน้องชายสีดาด้วย จนศัลย์ต้องอ้างหลักฐานและท้าให้ไปตรวจค้นทะเบียนราษฎรดู

"ทำไมพี่สาวคุณไม่มารับลูกด้วยตัวเองล่ะครับ" สุริยนถามหลังจากดูหลักฐานของศัลย์แล้วศัลย์จึงเล่าเรื่องที่สีดาประสบ อุบัติเหตุและขอให้เขามารับแมนยูไปอยู่อเมริกา เขารับปากก่อนพี่สาวสิ้นใจว่า

"ครับพี่...ผมจะไปรับหลานมาอยู่กับผม"

เล่าแล้วศัลย์ย้ำว่าตนต้องรับแมนยูไปให้ได้ แมนยูต้องไปรับมรดกที่พี่สาวทำพินัยกรรมไว้ให้ รมิดาเถียงว่าแมนยูได้รับมรดกของพ่อมากพอแล้วไม่จำเป็นต้องไปรับมรดกของแม่ อีก

"คุณตัดสินใจแทนหลานผมได้ยังไง" ศัลย์จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

"ได้สิ ก็ฉันเป็นแม่" รมิดาเถียงเต็มปากเต็มคำ ทั้งยังอ้างชาญศักดิ์ว่าเขาฝากแมนยูไว้กับตน พอศัลย์แย้งว่าเขามีสิทธิ์ในตัวแมนยูมากกว่าเธอ รมิดาตัดบทไล่เขาไปให้พ้นหน้าตนเดี๋ยวนี้

"เราต้องเจอกันอีก จนกว่าผมจะได้หลานชายคืน ถ้าคุยกันดีๆไม่ได้ก็คงต้องเจรจากันด้วยกฎหมาย...เตรียมตัวไว้นะ คุณ...รมิดา"

ศัลย์เดินยิ้มเย้ยออกไปแล้ว ทิ้งให้รมิดากับสุริยนนั่งกังวลเป็นทุกข์กันอยู่ตรงนั้น

เมื่อคุยกันแล้ว รมิดายอมรับว่าที่จริงศัลย์มีสิทธิ์ในตัวแมนยูมากกว่าตน แต่สุริยนเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะ "อย่าลืมสิว่าแมนยูรักคุณ ติดคุณมาก ผมว่าแมนยูไม่อยากไปอยู่กับคนอื่นหรอก"

ooooooo

คืนนี้ รมิดาไปนั่งเล่านิทานก่อนนอนให้แมนยูฟังตามปกติ แต่คืนนี้แมนยูไม่อยากฟังนิทานบอกรมิดาว่าฟังจนท่องได้แล้วงดสักวันได้ไหม แล้วถามถึงผู้ชายที่ปีนรั้วเข้ามาว่าเป็นหัวขโมยหรือ

รมิดาไม่อยากให้แมนยูรู้เรื่องเกี่ยวกับศัลย์ บอกว่าเขาไม่ใช่หัวขโมยแต่นิสัยไม่ดีเพราะเข้าบ้านเราโดยไม่ได้รับอนุญาต แมนยูสงสัยต่อไปอีกว่าแล้วเขาจะเข้ามาทำอะไร หนูน้อยถามจนรมิดาอึดอัดปรามว่า

"แมนยู ไม่ต้องถามแล้ว ช่างสงสัยจริง นอนเถอะ พรุ่งนี้ ต้องไปโรงเรียนแต่เช้านะครับ" พูดแล้วกู๊ดไนต์กับแมนยูก่อนเดินออกไป

แต่แมนยูยังนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง สมองยังเต็มไปด้วยคำถามว่า น้าคนนั้นมาทำไม...แล้วทำไม????

ooooooo

ดุสิตเป็นหลานปู่ของทรงยศ และเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกันกับศัลย์ วันนี้เขาพาศัลย์ไปไหว้ ทรงยศที่บ้าน

ลำดับเรื่องราวกันจนทรงยศจำศัลย์ได้ถามว่าหายไปไหนเสียตั้งนานไม่เห็นหน้ามา สิบกว่าปีได้แล้ว ศัลย์จึงเล่าให้ฟังว่าตนไปเรียนที่อเมริกาพอจบก็ทำธุรกิจที่นั่นต่อจากคุณ พ่อ

ปาริชาตินั่งร่วมสนทนาอยู่ด้วยเธอมองศัลย์อย่างสนใจ เอ่ยขึ้นเหมือนเรียกความสนใจจากเขาว่า ทำงานเยอะคงเหนื่อยแย่เลย ทรงยศถามว่าไปๆ มาๆ คงเหนื่อยแย่แล้วนี่จะอยู่เมืองไทยนานแค่ไหน

"คงนานครับคุณปู่...จนกว่าผมจะทวงหลานชายคืนสำเร็จ" เห็นทุกคนทำหน้างงเขาจึงเล่ารายละเอียดให้ฟัง

เย็นนี้เอง ปาริชาติทำทีเจอเขาขณะเขาลงมาจะไปที่รถ ถามว่าช่วงนี้ว่างไหม ไม่ได้อยู่เมืองไทยนานอยากจะเป็นไกด์พาเขาเที่ยวห้างหรูๆ ผับเก๋ๆ ร้านอาหารเลิศๆ

ศัลย์ตอบรับทันที ปาริชาติพึมพำตาเป็นประกาย "หล่อขั้นเทพ รับรองไม่หลุดมือแน่"

ooooooo

วันนี้รมิดาไปรับแมนยูตามปกติ เห็นแมนยูกำลังต่อยอยู่กับบอยเด็กชายที่มักมีเรื่องทะเลาะกับแมนยูอยู่บ่อยๆ รมิดาเข้าไปร้องห้ามแล้วแยกแมนยูออกมาดุว่า "ทำไมเกเรอย่างนี้!"

เมื่อกลับถึงบ้าน รมิดาเรียกแมนยูมาสั่งว่าพรุ่งนี้ต้องไปขอโทษน้องบอย แมนยูไม่ยอมเพราะตนไม่ผิด รมิดาฉุนขึ้นมาสั่งเหมียวให้เอาไม้เรียวมา ถามแมนยูว่าถ้าดื้อกับแม่ดาต้องโดนกี่ที แมนยูตอบเสียงสั่นน้ำตาคลอว่าสามทีครับ แล้วกอดอกกลั้นน้ำตา

รมิดาฟาดไม้เรียวไปหนึ่งที แมนยูร้องโอ๊ย...ด้วยความเจ็บแล้วร้องไห้ฮือๆ บอกรมิดาว่า

"แม่ดาตีให้ตาย แมนยูก็ไม่ขอโทษบอย แมนยูไม่ผิด บอยเขาล้อแมนยูว่าไม่มีพ่อ อยู่กับแม่สองคนอีกหน่อยก็ต้องเป็นตุ๊ด อยู่บ้านใส่กระโปรง"

รมิดาใจหายแว้บ ไม้เรียวตกจากมือสงสารแมนยูจับใจ โผเข้ากอดหนูน้อยไว้ลูบหัวปลอบ

"แม่ดาขอโทษ...อย่าร้องครับ ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง แม่ดาสัญญานะว่าแม่ดาจะเป็นทั้งแม่และพ่อให้แมนยู รักแม่ดาไหมครับ" แมนยูพยักหน้าทั้งที่สะอื้นฮัก "ถ้ารักก็ต้องเป็นเด็กดี ต้องอดทน ใครล้อก็ช่างเขาเราอย่าไปสนใจ อีกหน่อยเขาก็หยุดล้อเองแหละ"

ปลอบแมนยูแล้ว รมิดาเองกลับไปนั่งคิดหนักอยู่คนเดียว จนสุริยนถามว่าเป็นอะไร เธอจึงเล่าเรื่องที่แมนยูถูกเพื่อนล้อให้ฟัง สุริยนหัวเราะบอกว่าเรื่องเล็กน่า

"แต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนเป็นแม่ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆของเด็กผู้ชายอย่างแมนยู" สุริยนยังบอกว่าอย่ากังวลไปเลยคิดมากน่า "ไม่คิดได้ยังไง ดาไม่อยากเห็นลูกมีปมด้อย"

สุริยนปลอบใจว่าตนยังไม่เห็นแววเป็นตุ๊ดอะไรจากแมนยูเลย ถ้าเป็นก็ต้องส่อเค้าแต่ตอนนี้แล้ว เขาพูดหัวเราะๆว่า "นี่ผมก็ยังเห็นหลานชอบเตะบอล วันก่อนยังชกมวยกับผมอยู่เลย"

"ชกมวย..." รมิดาทวนกีฬานี้อย่างสะดุดใจ

ooooooo

เพื่อให้หลานได้ชกมวยสมเป็นชาย รมิดาพาแมนยูไปซื้อนวมสีสดใสที่ห้างฯ โดยนัดสุริยนมาด้วย แต่ซื้อของแมนยูแล้วสุริยนยังไม่มา เธอจึงพาแมนยูไปเที่ยวสวนสนุกกันก่อน

ขณะจูงมือแมนยูเดินไปทางสวนสนุกนั่นเอง ศัลย์ที่ปาริชาติพามาเดินห้างฯกำลังเลือกเสื้อเห็นเข้า เขาวางเสื้อแล้วตามรมิดากับแมนยูไปทันที พอปาริชาติหันมาก็ไม่เห็นเขาแล้ว

ศัลย์ตามรมิดาไปแต่คลาดสายตาไปแล้วบ่นกับตัวเองพลางชะเง้อมองหา

"หายไปไหนนะ ไวเป็นลิงเมื่อกี้ยังเห็นหลังไวๆอยู่เลย" แล้วเขาก็เดินชะเง้อหาต่อไป

ooooooo

ศัลย์ตามไปจนเจอรมิดานั่งดื่มกาแฟดูหนังสือรอแมนยูเล่นที่สวนสนุกอยู่ เขาเข้าไปขอนั่งด้วยตั้งใจมา กวนประสาทเต็มที่ พอนั่งก็เอานามบัตรของตัวเองให้ รมิดารับไปขยำทิ้งทันที เขาทำหน้าล้อๆพูดยิ้มแสยะว่าใจร้ายมากเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทิ้งเบอร์เขา

รมิดาลุกขึ้นถามว่าเขาต้องการอะไร ศัลย์ทำหน้ากวนๆ บอกว่าเธอก็รู้อยู่แล้ว พอรมิดาพูดอย่างมั่นใจว่าเขาต้องกลับอเมริกามือเปล่าแน่ ศัลย์เลยเสนอเงินให้ 5 ล้าน, 10 ล้าน หรือ 20 ล้าน

"ฮึ ตีค่าเด็กเป็นเงิน แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณเป็นคนประเภทไหน คนใจหยาบอย่างคุณ ไม่มีวันเลี้ยงเด็กให้ดีได้หรอก" รมิดาด่าใส่หน้า

ศัลย์ย้อนถามว่าเงินที่ตนให้น้อยไปใช่ไหมถ้าเทียบกับมรดกของแมนยู ปรามาสเธอว่าถ้าไม่มีมรดกของแมนยู เธอก็คือคนตัวเปล่าหมายจับพี่เขยตน เยาะเย้ยว่าถ้าพี่เขยตนไม่รวยเธอจะสนหรือเปล่า และถ้าหลานตนไม่มีมรดกกองโตเธอจะสนแมนยูไหม

รมิดาโกรธสุดขีดด่าเขา "ปากเลว!" คว้าขนมเค้กบนโต๊ะโปะหน้าเขา เท่านั้นไม่พอยกแก้วกาแฟเย็นสาดใส่ตัวอีกแล้วปรามว่า นี่คือรางวัลสำหรับคนปากร้ายใจสกปรกอย่างเขา จากนั้นเดินหนีไป พอดีแมนยูเล่นเครื่องเล่นเสร็จ เธอเลยคว้าแขนแมนยูพาเดินอ้าวไป

ศัลย์ตามไปแต่รมิดาพาแมนยูหลบฉากอยู่แถวหน้าห้องน้ำ ศัลย์หาไม่เจอเลยเข้าไปล้างคราบสกปรกในห้องน้ำจนตัวเปียกปอน ออกมาเจอปาริชาติถามว่าทำไมตัวเปียกอย่างนี้ เขาปดว่าง่วงนอนเลยเข้าไปล้างหน้า ก๊อกเสียน้ำกระจาย จนเลอะเทอะไปหมด ปาริชาติเลยพาไปหาซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน

แต่ขณะกำลังเลือกเสื้อนั่นเอง เขาเห็นรมิดาจูงแมนยู อยู่ไกลๆ เขาวางทุกอย่างลงแล้ววิ่งตามไปจนปาริชาติงงว่าไปไหนของเขานะ

ตามไปจนเจอรมิดาพาแมนยูไปเลือกเสื้อผ้าเด็ก เขาเข้าไปแทรกแซงทันทีบอกแมนยูว่าตนจะเลือกให้เอง รมิดากีดกันเต็มที่เลยเถียงกันฝ่ายหนึ่งอ้างว่าแมนยูเป็นหลาน อีกฝ่ายอ้างว่าตนเป็นแม่ รมิดาตัดสินใจพาแมนยูเดินหนีปัดเสื้อผ้าที่กองอยู่บนชั้นวางสร้างสิ่งกีดขวางไม่ให้ศัลย์ตามไป

ศัลย์วิ่งตามทำให้เหยียบเสื้อทางร้านเสียหายเลยต้องจ่ายเงินชดใช้ให้เลยตามรมิดากับแมนยูไม่ทัน พอออกมาก็จ๊ะเอ๋กับปาริชาติที่เดินตามหาเขาอยู่พอดี พอเธอรู้ว่าเขาวิ่งตามหลานชายเธอถามว่ายังตกลงกันไม่ได้หรือ แนะว่าให้ใช้กฎหมายดีกว่าขืนวิ่งตามอย่างนี้เหนื่อยเปล่า แล้วจูงมือศัลย์เดินออกไป

ooooooo

รมิดาพาแมนยูหนีศัลย์ไปถึงประตูห้างฯเจอสุริยนเพิ่งมาถึงเธอเร่งให้รีบหนีไปจากที่นี่เพราะเพิ่งเจอศัลย์ ไม่อยากให้มาวุ่นวายกับแมนยู แค่รู้ว่าเขาจะมาทวงหลานตนก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว

"ผมบอกคุณแล้วไงว่าให้เผชิญความจริง ไม่เอาๆอย่าหนี ถ้าหนีคุณก็ต้องหนีไปเรื่อยๆจนแมนยูโตมั้ง...ไหวเหรอ" สุริยนพูดอย่างใจเย็น สุขุม จนรมิดาคล้อยตาม


"ครับผม...แม่ดาก็รักแมนยูเท่าฟ้าเหมือนกัน" รมิดายิ้มอย่างโล่งใจ ชื่นใจ

ด้วยความรักและอยากเติมเต็มในชีวิตให้กับแมนยูที่ถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อ รมิดาจึงแอบไปติดหนวดและใส่วิกผมสั้นปลอมเป็นผู้ชายมาเป็นพ่อให้แมนยู บอกแมนยูว่าให้เรียกตนว่าพ่อดาบก็แล้วกัน

แม้จะเป็นเพียงการล้อเล่นแต่ก็ทำให้แมนยูมีความสุข ทั้งสองตกลงกันว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสองคนเท่านั้น

แต่ขณะที่ทั้งสองคือแมนยูกับพ่อดาบกำลังเตะบอลกันอย่างสนุกสนานอยู่หน้าบ้านนั่นเอง รถของศัลย์แล่นเข้ามา รมิดา รีบหลบไปแกะหนวดถอดวิกออก แต่พอออกมาอีกทีเจอศัลย์กำลังเล่นรถบังคับอยู่กับแมนยู เธอก้าวฉับๆจะไปเอารถบังคับทิ้ง สุริยนมาขวางเตือนสติว่า

"ทำแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา" รมิดาบอกว่าความสะใจ เขาย้อนถามว่า "แล้วความรู้สึกของแมนยูล่ะ คุณได้ความสะใจแต่ลูกคุณจะเสียใจแค่ไหน...คิดดูให้ดี"

การเตือนสติของสุริยนทำให้เธอชะงักเมื่อนึกถึงความรู้สึกของแมนยู

แต่เรื่องไม่จบแค่นี้ เพราะเมื่อเธอเข้าครัวทำอาหารให้แมนยู ศัลย์ตามเข้าไปก่อกวนอีก พอเห็นหน้าศัลย์เธอก็ไล่ให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ ศัลย์ยิ้มกวนประสาทอ้างว่านี่มันบ้านหลานชายตนต่างหาก รมิดาโกรธจนไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหันไปคว้าปังตอเงื้อง่าเข้าใส่

ศัลย์ถอยกรูดทำท่ากลัวปังตอมาก แต่ก็ยังกล่าวโทษให้เธอต้องรับผิดชอบเสื้อผ้าเขาที่เปื้อนกาแฟเขาถอดใส่มาในถุงทั้งชุด มีเสื้อ กางเกง กระทั่งกางเกงใน ขู่เธอว่าต้องเอาไปซักเพราะเป็นคนทำเปื้อน รมิดาขว้างถุงใส่เขาบอกว่าตนไม่ซักไล่ไปให้พ้น

เสื้อผ้าในถุงหล่นลงมาที่พื้น รมิดาโมโหจะหนีออกไปก้าวพลาดเหยียบเสื้อผ้าพวกนั้นลื่นพรืดหงายจะล้ม ศัลย์ก้าวเข้าไปรับร่างเธอไว้แกล้งกอดไว้แน่น หน้าต่อหน้าเกือบชนกัน ตาต่อตามองกันใกล้แค่ฝ่ามือกั้น เลยต่างตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่ง พอได้สติรมิดาสะบัดตัวออกมาทั้งโกรธทั้งอายเลยพูดผิดๆถูกๆ

"เออ...ฉัน...ฉันจะซัก เอ๊ย...ไม่ใช่ หัวเด็ดตีนขาดฉันก็ไม่ซัก คุณกลับไปได้แล้วไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจมาลากคุณออกไป" พูดแล้วเดินสะบัดปึงปังออกไป

ศัลย์ก้มหยิบเสื้อผ้าตัวเองขึ้นมาส่ายหน้ายิ้มๆบ่นว่า เอามาเสียเที่ยวจริงๆ แต่พอนึกได้ก็ยิ่งยิ้มกว้างกวนๆพูดเองแก้เองว่า "ฮื้อ...ไม่เสียเที่ยวหรอก..."

ส่วนรมิดากลับเข้าไปที่ห้องนอน ก็ทั้งลูบทั้งปัดเนื้อตัวที่ถูกศัลย์กอดเมื่อกี้อย่างขยะแขยงบ่นตัวเองว่าน่าจะชกสักเปรี้ยง สุดท้ายทนไม่ไหวลุกไปอาบน้ำรอบที่สองล้างรอยถูกกอด แต่ก็ยังล้างความรู้สึกไม่ได้อยู่ดี...

ooooooo

ตอนที่ 2

เพราะร้านกุหลาบขาวถูกไฟไหม้ไปแล้ว รมิดาจึงให้สุริยนช่วยหาทำเลตั้งร้านใหม่ สุริยนหาได้ที่บริเวณพลาซ่าของโรงแรมสยามคอสโม

พอได้ยินชื่อโรงแรมสยามคอสโมเท่านั้น รมิดาก็สะอึกอึ้ง เรื่องในอดีตพลุ่งพล่านขึ้นในความทรงจำทันที...

คืนหนึ่ง ที่สุเทพนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่รมิดาได้ยินชื่อแม่จากปากพ่อ

"แม่ของดาชื่อนัยนา เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณทรงยศกับคุณสุรีย์เจ้าของโรงแรมเจสเตอร์โรงแรมที่พ่อเคยเป็นเชฟนั่นแหละ"

เวลานั้นเธอรู้สึกเสียใจกับการกระทำของแม่จนกระทั่งบอกพ่อว่า "ดาเกลียดแม่ ไม่อยากได้ยินชื่อเขาด้วยซ้ำ" แต่สุเทพก็ยังพยายามเล่าด้วยเสียงแห้งปร่าอ่อนแรงว่า

"แต่ลูกต้องฟังนะดา พอนัยนากลับไปอยู่กับพ่อแม่ พ่อก็ได้ยินข่าวว่าเธอแต่งงานกับนายศิริ ทายาทคนเดียวของเจ้าของโรงแรมสยามคอสโม...จากนั้นไม่นาน เธอก็เข้าไปบริหารโรงแรมสยามคอสโมเต็มตัว...ดา...ลูกอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนในตระกูลนี้นะลูกมันอันตราย"

คิดถึงเรื่องในอดีตแล้วแววตาของรมิดาก็เจ็บช้ำโกรธแค้นขึ้นมาอีก ถามสุริยนว่าไม่มีที่อื่นแล้วหรือ สุริยนบอกว่าพอมีแต่ทำเลที่นี่ดีที่สุดเปิดร้านอาหารไม่เจ๊งแน่ รมิดาก็ยังอยากให้เขาช่วยหาทำเลใหม่อยู่ดี

แต่สุริยนก็หาทางพาเธอไปที่นั่นจนได้โดยอาศัยแมนยูบังหน้าบอกว่าพาแมนยูไปเที่ยวสวนสนุก แมนยูดีใจมากสะพายเป้ที่ใส่ของใช้กระจุกกระจิกไปด้วย แต่พอไปถึงรมิดารู้ว่ามาโรงแรมสยามคอสโมก็ไม่พอใจจะไม่ลงไป สุริยนขอร้องว่าไหนๆก็มาแล้วลงไปดูหน่อยก็แล้วกัน

จู่ๆแมนยูก็เกิดปวดท้องจู๊ดๆขึ้นมาราวกับนัดกันไว้กับสุริยน รมิดาจึงจำต้องรีบพาแมนยูเข้าไปในโรงแรม

ooooooo

ระหว่างนั้นศัลย์ไปที่บ้านเจอเหมียวถามว่าพวกเขาไปไหน ทีแรกเหมียวก็ไม่ยอมบอก พอศัลย์อ้างว่าเขาเป็นน้าของแมนยู การโกหกพรากลูกพรากหลานคนอื่นเป็นบาป เหมียวกลัวบาปเลยยอมบอกว่ารมิดากับแมนยูไปไหน

ระหว่างจะหาที่นั่งรอรมิดากับแมนยูนั้น สุริยนเดินไปชนเดือนฉายสาวสวยแต่งตัวเลิศหรูลูกสาวเจ้าของโรงแรมเข้าอย่างจัง หญิงสาวตกใจร้องเสียง "ว้าย!!" สุริยนรีบขอโทษ เดือนฉายเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากเลยเดินเลยไป แต่สุริยนยังอดไม่ได้ที่จะมองตามไปจนเหลียวหลัง

เมื่อรมิดาพาแมนยูกลับมาแล้ว เขาจึงพาไปดูสถานที่ที่เขามาดูไว้ซึ่งเป็นส่วนที่ทางโรงแรมจัดแบ่งเป็นห้องๆให้ลูกค้ามาเช่าทำกิจการ มีห้องว่างอยู่ล็อกหนึ่ง รมิดาดูแล้วพอใจชวนกันเข้าไปดูข้างใน ส่วนแมนยูวางกระเป๋าเป้ลงแล้ววิ่งเล่นไปตามประสาเด็กจนถึงบริเวณสระน้ำมีปลาว่ายอยู่อย่างสวยงาม เห็นปลาใหญ่อยู่อีกฟากหนึ่งของสระ แมนยูลุกวิ่งจะไปดูใกล้ๆชนเอาเดือน
ฉายเข้าอย่างจัง กระเป๋าราคาแพงของเดือนฉายตกลงไปในสระ แมนยูตกใจรีบลงไปเก็บมาคืนให้พร้อมกับขอโทษ แต่เดือนฉายเอาแต่เต้นเร่าๆ โวยวายเสียดายกระเป๋าราคาแพง จนกระทั่งรมิดากับสุริยนเดินมาตามหาแมนยูเจอเข้าเดือนฉายด่าว่าเป็นพ่อแม่ประสาอะไรไม่รู้จักสั่งสอนลูก เมื่อสุริยนกับรมิดาขอชดใช้ค่าเสียหาย เดือนฉายยื่นคำขาดทันทีว่า นี่เป็นกระเป๋านอก สุริยนก็จะสั่งซื้อจากเมืองนอกมาคืนให้แต่ต้องรอนานหน่อย

"ไม่ได้...ฉันต้องการกระเป๋ายี่ห้อนี้ สีนี้ รุ่นนี้ แบบนี้ และเดี๋ยวนี้!!"

เป็นเงื่อนไขที่ทั้งรมิดาและสุริยนเหลือที่จะรับได้ แต่ เดือนฉายไม่ยอมทำท่าจะเข้าไปทำร้ายรมิดา แมนยูเข้าไปช่วยแม่ดาเลยเหยียบเท้าเดือนฉายเข้าให้อีก เธอเลยยิ่งโวยวายเอากระเป๋าฟาดหัวแมนยู  รมิดาพุ่งเข้าไปผลักเดือนฉายออก  ทั้งคู่ เผชิญหน้ากัน สุริยนเลยรีบเข้าไปหย่าศึก รมิดาขอจัดการเอง แล้วเธอก็จับแขนเดือนฉายหักเบาๆเป็นการสั่งสอน แค่นั้นเดือนฉาย ก็ร้องกรี๊ดๆโรงแรมแทบแตก

นัยนากับตะวันแม่และน้องชายของเดือนฉายเดินมาได้ยินเสียงเธอร้องจึงรีบมาดู ทันทีที่ตะวันเห็นหน้ารมิดาก็รู้สึกถูกใจมาก ส่วนเดือนฉายก็ยังอาละวาดจะให้รมิดากับสุริยนชดใช้ให้ตามเงื่อนไขของตน

สุริยนยกมือไหว้นัยนาทำให้รมิดารู้ว่านั่นคือนัยนา แม่แท้ๆของตน แต่เธอก็ทำนิ่งตั้งสติ ยกมือไหว้ตามมารยาท พอสุริยนแนะนำตัวเองนัยนาก็จำได้ว่าเป็นคนที่มาวางมัดจำเช่าพื้นที่เปิดร้านอาหารบริเวณพลาซ่านั่นเอง

ตะวันระอาใจกับความเอาแต่ใจตัวของเดือนฉายที่เรียกร้องให้ชดใช้ด้วยเงื่อนไขที่ทำไม่ได้ เขาขอให้พี่สาวมีเหตุผลหน่อยก็ถูกตวาดว่า "แกไม่ต้องมายุ่ง" พอนัยนาเตือนว่าอย่าเอาแต่อารมณ์ เธอก็หาว่าแม่เข้าข้างน้อง เดือนฉายเปิดกระเป๋าเอาของออกแล้วขว้างกระเป๋าใส่สุริยนยื่นคำขาดว่าต้องหามาใช้ตนให้ได้ไม่อย่างนั้นตนเอาเรื่องแน่

ระหว่างนั้น นัยนามองดูแมนยูชมว่าลูกน่ารักน่าเอ็นดู ไม่น่าเชื่อว่าแม่ดูยังเด็กแต่มีลูกโตแล้ว

"แมนยูไม่ใช่ลูกคุณดาหรอกครับ แกเป็นลูกพี่ชายผม พี่ผมเสียชีวิตไปแล้ว แกติดคุณดามาก คุณดาก็รักเหมือนลูกแท้ๆ อืมม์...ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ" สุริยนเอ่ย

แต่พอจะออกจากโรงแรม แมนยูนึกได้ว่าลืมกระเป๋าเป้ไว้ที่บริเวณห้องให้เช่า รมิดาจึงให้สุริยนอยู่กับแมนยูส่วนตัวเองเดินย้อนกลับไปเอากระเป๋าเป้ของแมนยู

ooooooo

ปรากฏว่ากลับไปเจอศัลย์มาที่นั่นพอดี ศัลย์ตามมากระแนะกระแหนเธอตามเคย จนรมิดาฉุนขาดที่ดูถูกกันไม่เลิกเลยชกหน้าเข้าเต็มหมัดเล่นเอาศัลย์กุมหน้าเซไป พริบตานั้นเขาก็กระชากตัวเธอเข้าไปกอดไว้แน่น รมิดายิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดแน่น จนเธอร้องบอกว่าหายใจไม่ออกแล้ว

ศัลย์กลัวเธอจะเป็นลมเลยคลายมือ พริบตานั้นรมิดาขึ้นเข่าผ่าหมากเข้าเต็มเป้าจนศัลย์กุมเป้าลงไปนั่งตัวงอ แล้วเธอก็เดินหนีไปอย่างสะใจถามเย้ยว่าจะให้เรียกป่อเต็กตึ๊งไหมจะให้ไปส่งเมรุไหน

พอสุริยนรู้ว่ารมิดาขึ้นเข่าผ่าหมากจนศัลย์หน้าเขียวก็ตกใจจะไปดู เธอสั่งเข้มว่าให้ขึ้นรถเลย สุริยนจึงต้องเดินไปขึ้นรถกลับ

ooooooo

ตะวันเหมือนต้องมนตร์รักเขาคิดถึงแต่ใบหน้าของรมิดาอย่างมีความสุข กระทั่งกลัวว่ามีเรื่องกันแบบนี้รมิดาจะยกเลิกการเช่าพื้นที่ จนนัยนาถามหยอกว่าลูกคิดอะไรอยู่หรือเปล่า?

ส่วนสุริยนกับรมิดากลับมาถึงบ้านก็พูดกันถึงนัยนาโดยสุริยนเห็นว่านัยนาดู เป็นผู้ใหญ่น่านับถือดูท่าทางน่าจะใจเย็น แต่รมิดาเชื่อว่านั่นคือภาพลวงตา ตัวตนจริงๆของเธอก็เหมือน อย่างที่พ่อบอกนั่นแหละ

"เริ่มกลัวแล้วใช่ไหม" สุริยนถาม แล้วบอกเธอว่า "งั้นพรุ่งนี้ผมโทร.ไปยกเลิกใบจองนะ ลองหาทำเลที่อื่นก็ดีเหมือนกันคุณจะได้สบายใจ"

พอสุริยนจะยกเลิกการจอง รมิดากลับสับสนลังเลขึ้นมา...

เย็นนี้เอง รมิดาขับรถออกไป ปรากฏว่าศัลย์ขับรถสวนเข้ามาเขารีบกลับรถตามเธอไปปรากฏว่ารมิดาเอากุหลาบขาว ไปไหว้สุเทพที่สุสาน บอกกล่าวพ่อว่าตนเจอผู้หญิงคนนั้น คนที่ส่งคนมาฆ่าพ่อกับตนแล้ว

รมิดานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ฝังความเจ็บแค้นไว้ในชีวิตอย่างไม่รู้ลืม เพราะพ่อจำได้แม่นยำว่าแม่ชอบดอกกุหลาบสีขาว ไม่ว่าจะเปิดร้านกี่ที่ ย้ายกี่หนก็ยังตั้งชื่อร้านกุหลาบขาวทุกครั้ง แต่พ่อก็ถูกตามล่าตามฆ่าไม่หยุดหย่อน จนเธอถามพ่อว่าทำไมแม่ต้องส่งคนมาฆ่าพ่อกับตนด้วยทั้งๆที่พ่อก็รักแม่มาก

คำอธิบายของพ่อเวลานั้นคือ "เธอคงกลัวสามีใหม่รู้อดีตของเธอมั้ง อดีตที่หนีไปอยู่กินกับสามีซึ่งเป็นแค่เชฟโรงแรมจนๆ มันเป็นอดีตที่เธออยากลืม"

คิดถึงอดีตแล้วรมิดาก็ยิ่งเกลียดผู้หญิงคนนั้นกระทั่งปฏิเสธว่าไม่ใช่แม่ตน ถามพ่อตรงหน้าเจดีย์ว่าจะทำอย่างไร ตนไม่อยากอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนั้นแต่ก็อยากเจอคนตระกูลนี้อยากรู้ว่าจิตใจของ พวกเขาทำด้วยอะไร

ศัลย์ตามมาเห็นรมิดาไหว้และพึมพำอะไรอยู่คนเดียว ตรงหน้าเจดีย์ เขาคาดว่าถ้าไม่ใช่พ่อก็ต้องเป็นพี่เขยตน รมิดา รู้สึกมีคนตามมาจับตาดูอยู่ เธอจึงลุกล่อเข้าไปในสุสาน ศัลย์ หลงกลเดินตามไปในสุสาน รมิดาผลุบโผล่จนเขามองตามไม่ทัน

พอดีเจอสัปเหร่อกวาดใบไม้อยู่ศัลย์เลยเข้าไปถาม ลุงสัปเหร่อเห็นเขามาค่ำๆก็เชื่อว่าต้องเป็นพวกหัวขโมยมาขโมยโกศกระถางธูป ทองเหลืองไปขายแน่ๆเลยเงื้อไม้กวาดในมือฟาดไม่ยั้ง สุดท้ายศัลย์ก็วิ่งหนีไป

รมิดาแอบดูอยู่หัวเราะสะใจ "สมน้ำหน้า...ฮิๆ เล่นกับใครไม่เล่น" แล้วเธอจึงเดินกลับไปที่รถ เห็นศัลย์วิ่งตับแลบออกมาจากสุสานพอดี เธอโบกมือบ๊ายบายเยาะเย้ย ศัลย์ยืนหอบแฮ่กพึมพำ

"เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป โอ๊ย...เหนื่อย หายใจไม่ทันแล้ว... ฮึ่ม ฝากไว้ก่อน ยัยแสบเอ๊ย..."

ooooooo

ศิริ สามีใหม่ของนัยนา พ่อของเดือนฉายและตะวัน ติดการพนันจนถอนตัวไม่ขึ้น งานที่โรงแรมจึงตกหนักที่นัยนาคนเดียว เดือนฉายก็เอาแต่เที่ยวเตร่ใช้เงินเป็นเบี้ย  จะมีก็แต่ตะวันที่เห็นอกเห็นใจแม่  พยายามจะเรียนให้จบเร็วๆ  เพื่อกลับมาช่วยแม่ทำงาน

ทีแรกตะวันก็อยากไปฝึกงานที่โรงแรมอื่น แต่พอรมิดามาเช่าพื้นที่ทำร้านอาหารเขาก็เปลี่ยนใจบอกนัยนาว่าจะฝึกงานที่ โรงแรมของเราเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ด้วย

เพราะรมิดาไปตกแต่งห้องกับสุริยนจึงไปรับแมนยูช้ากว่าทุกวัน ปรากฏว่าศัลย์ไปก่อนแล้วเขาถามแมนยูว่าอยากไปอยู่อเมริกากับตนไหม แมนยูบอกว่าไม่ไปจะอยู่กับแม่ดา แล้วขอไปวิ่งเล่นกับเพื่อน

ขณะที่แมนยูเล่นอยู่กับกำไลเพื่อนร่วมห้องอยู่นั้น บอยก็เข้ามาก่อกวนล้อแมนยูเรื่องตุ๊ดเรื่องแต๋วอีก ถูกแมนยู ผลักอกอย่างโมโห เลยถูกบอยผลักอย่างแรงจนแมนยูล้มหัวแตกเป็นแผลลึก ศัลย์เห็นว่าต้องพาไปโรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันไปรมิดาก็มาถึง เธอไม่ยอมให้พาแมนยูไปโรงพยาบาล จนศัลย์ดุว่าแผลลึกขนาดนี้ไม่ไปโรงพยาบาลได้อย่างไร

ในที่สุดรมิดาต้องขึ้นรถเขาไปโรงพยาบาลด้วยกัน ระหว่างทางจนถึงโรงพยาบาล ทั้งสองปลอบและให้กำลังใจแมนยูต่างกัน รมิดาปลอบอย่างอ่อนโยนโอ๋เอาใจ ในขณะที่ศัลย์ สอนแมนยูให้ต้องเข้มแข็งลูกผู้ชายหัวแตกแค่นี้ไม่เท่าไหร่ ต้องแมนๆหน่อย ตนเคยหัวแตกตั้งหลายครั้งไม่เห็นจะกลัวเลย

ศัลย์ปลอบใจปลุกใจจนแมนยูเข้มแข็งขึ้นมา เมื่อสุริยนตามมาถึงถามแมนยูว่าเจ็บไหม คำตอบคือไม่เจ็บครับ ทำให้สุริยนชื่นชมว่าหลานตนเข้มแข็ง ชมเลยไปถึงศัลย์ว่าสอนหลานเข้าท่า แต่รมิดายังหมั่นไส้และมีอคติกับเขาตลอดเวลา ไม่ยอมรับและมองไม่เห็นส่วนดีของเขาอย่างที่สุริยนชมเชย

พออยู่คนเดียวรมิดาก็ยิ่งคิดแค้นที่ศัลย์คอยยั่วโทสะหาเรื่องตลอดเวลา พึมพำกับตัวเองว่า

"นายศัลย์...ฉันจะจัดการกับนายยังไงดี?"

ooooooo

คืนนี้ที่โต๊ะอาหารบ้านทรงยศ ดุสิตลูกชายของวัลลภคุยที่โต๊ะว่าบริษัทแกรนด์จิวเวลรี่จะจัดงานแฟชั่นโชว์ เครื่องเพชรประจำปีที่โรงแรมเรา แต่ขอใช้สถานที่ฟรีเพราะเป็นการกุศล เขาถามวัลลภผู้เป็นพ่อว่าคิดอย่างไร วัลลภอยากให้เขาจ่ายให้เราสักครึ่งก็ดี แต่ทรงยศไม่เห็นด้วยให้ถือเสียว่าเป็นการโปรโมตกระตุ้นยอดขายของโรงแรมเราก็ แล้วกัน

ปาริชาติน้องสาวดุสิตได้ยินว่าจะมีการเดินแฟชั่นโชว์ก็อยากเดินด้วย ใครทักท้วงก็ไม่ฟังมุ่งมั่นจะเป็นนางแบบที่โดดเด่นที่สุดในงานนี้

เวลาเดียวกันเธอก็พยายามจะจับศัลย์ให้ได้ วันนี้ก็ชวนไปเดินห้างทานอาหารกัน ระหว่างนั้นศัลย์เห็นรมิดาเดินหาซื้อของตกแต่งร้านอยู่ เขามองตาไม่กะพริบ ปาริชาติถามว่าเป็นคนที่กำลังแย่งหลานกับเขาใช่ไหม ศัลย์พยักหน้า พอดีมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา เป็นสายจากลินน้องสาวเขา ศัลย์รับสายขอตัวกับปาริชาติครู่หนึ่ง แล้วลุกเดินคุยโทรศัพท์ออกไป ปาริชาติจ้องจิกรมิดาแล้วยิ้มร้าย

อึดใจเดียวปาริชาติก็แกล้งเข้าไปชนรมิดาที่กำลังก้มดูของในร้านจนเธอหัวคะมำ ไม่เพียงไม่ขอโทษยังดูถูกว่าตนไม่เคยขอโทษคนที่ต่ำกว่า หางตาใส่อย่างดูถูกว่าสารรูปเหมือน ผู้หญิงต้นทุนต่ำ

พอดีตะวันมาเห็นรมิดาหกล้มอยู่รีบเข้ามาถามว่าเจ็บไหม เงยขึ้นเห็นปาริชาติเลยทักว่า

"อ้าว...พี่ปา มาซื้อของเหรอครับ"

"จ้ะ พี่มากับพี่ศัลย์ นั่นไงมาพอดี ตะวัน นี่พี่ศัลย์เพื่อนพี่ดุสิตค่ะ" แล้วแนะนำตะวันว่า "นี่น้องชายยัยเดือนลูกชาย คนเล็กของอานัยนา อื้ม...พี่ศัลย์ไม่แนะนำคนที่แย่งหลานไปให้ปารู้จักเหรอคะ คุ้นๆว่าชื่อดาๆนะ"

รมิดาขัดขึ้นทันทีว่าไม่จำเป็นตนไม่อยากรู้จักคนไร้มารยาทอย่างเขา พูดใส่หน้าทั้งคู่ว่ารู้จักกัน มิน่านิสัยแย่พอกันถึงได้คบกันได้ พูดแล้วสะบัดไปจนศัลย์ทำหน้าเหวอ ปาริชาติมองอย่างเจ็บใจ ส่วนตะวันรีบตามรมิดาไป

ศัลย์ถามปาริชาติว่ารมิดาพูดแปลกๆ เมื่อกี้มีอะไรหรือเปล่า เธอแหลว่ารมิดาเหยียบเท้าตนแล้วล้มเอง ตนอุตส่าห์เข้าไปช่วยไม่เพียงไม่ขอบคุณยังด่าฉอดๆด้วย คนอะไรน่ารังเกียจจริงๆ

ooooooo

ตะวันพารมิดาไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารในห้าง เขาพูดถึงปาริชาติว่านิสัยเหมือนเดือนฉาย เอาแต่ใจตัวเองชนเธอแท้ๆ แทนที่จะขอโทษ รมิดาบอกว่าช่างเถอะตนก็ไม่ได้เจ็บอะไร ถามเขาว่าเมื่อกี้ได้ยินปาริชาติ พูดถึงดุสิต เขาเป็นใครหรือ

"อ๋อ พี่ชายพี่ปาไงครับ สองคนนี้เป็นลูกของลุงวัลลภทายาทเจ้าของโรงแรมเจสเตอร์ครับ"

รมิดาสะดุดหูชื่อวัลลภ ตะวันบอกว่าเป็นพี่ชายแท้ๆของแม่ตนเอง ทำให้รมิดาเริ่มลำดับญาติคนรุ่นที่สองที่เกี่ยวข้องกันได้เป็นลำดับ

ขณะนั้นเอง ศัลย์กับปาริชาติก็ควงกันเข้ามาเฉี่ยวศัลย์ถามกวนๆว่า นั่งด้วยคนได้ไหม ปาริชาติรีบลากเขาไปอ้างว่าที่แคบ บอกตะวันว่าตามสบายนะพี่ปาไม่เป็นก้างหรอก ตะวันส่ายหัวบอกรมิดาว่าอย่าไปถือสาเลย รมิดาเบ้ปากพึมพำ "ฮึ! ไร้สาระ" แต่พอตะวันถามเธอกลับบอกว่าไม่มีอะไร

ศัลย์ยังตามราวีรมิดาไม่เลิก จังหวะที่เธอลุกเดินไปห้องน้ำก็ไปพูดแขวะต่างๆนานา เพราะเชื่อตามที่ปาริชาติเล่าว่ารมิดามาชนตนล้มไปเองแล้วยังไม่ขอโทษสักคำ

"แฟนคุณนี่แต่งเรื่องเก่งมากนะ น่าไปแต่งนิยายน้ำเน่าขาย ตัวคุณเองก็เหมาะจะเป็นพระเอกนิยายน้ำเน่าเหมือนกันเพราะหูเบา เชื่อคนง่าย โดนหลอกง่าย แหม...ไม่อยากจะพูดเลยว่าโง่!"

ศัลย์ฉุนขาดที่ถูกด่าว่าโง่เลยกระชากมือรมิดาไว้ แต่แรงไปหน่อยเธอเลยเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดเขาเต็มตัว ทั้งคู่สบตากันนิ่ง ปาริชาติมาเห็นพอดี แว้ดทันทีว่า

"พี่ศัลย์!! มีคำอธิบายไหมคะ" เธอเดินอาดๆเข้าหา รมิดาเลยเลี่ยงเข้าห้องน้ำไปแต่ปาริชาติก็ตามเข้าไปหาเรื่องจนได้ แสดงความหึงหวงศัลย์ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของศัลย์ จนรมิดาได้ทีแกล้งแสดงความสนใจที่จะแย่งศัลย์ ก่อนออกไปยังสะบัดน้ำในมือที่เพิ่งล้างเสร็จใส่ปาริชาติ แล้วพูดเย้ยว่าตนไม่ขอโทษเพราะเมื่อกี้เธอชนตนก็ไม่ได้ขอโทษเหมือนกัน ถือว่าเจ๊ากันไป

"นังรมิดา...แกยังรู้จักฉันน้อยไป" ปาริชาติคำรามในคออย่างแค้นใจ

ooooooo

ตะวันช่วยรมิดาขนของที่เธอซื้อไปไว้ที่รถ รมิดา ถามว่าแล้วเขากลับอย่างไร ตะวันบอกว่า ขสมก. เพราะวันนี้ไม่ได้เอารถมากะจะแวะไปหาคุณแม่ด้วย รมิดาจึงชวนไปด้วยกัน ตะวันอาสาขับรถให้

ระหว่างทางตะวันยังได้รับรู้เรื่องราวของรมิดากับศัลย์ ที่จะมาแย่งแมนยูไปด้วย เธอเล่าละเอียดจนถึงเรื่องพ่อกับแม่ของแมนยู และมรดกที่แมนยูจะได้รับด้วย ตะวันฟังแล้วคิดตามแต่ไม่ออกความคิดเห็นอะไร บอกเธอแต่ว่าถ้ามีอะไรจะให้ตนช่วยได้ให้บอกเพราะ "เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ"

ตะวันขับรถมาส่งและขนของไปให้รมิดาถึงบริเวณที่เช่าแล้วขอตัว สุริยนอยู่ที่นั่นเห็นสีหน้าแววตาของตะวันแล้วบอกรมิดาว่าตะวันปิ๊งเธอแน่ๆ รมิดาทำตาโตแย้งว่า ตะวันเป็นน้องชายตนนะอย่าลืม สุริยนแย้งว่า "แต่เขาไม่รู้ว่าคุณเป็นพี่สาวเขานี่"

ครั้นตกเย็นขณะรมิดาลงมาที่ลานจอดรถของโรงแรม ก็เจอศัลย์มาดักหาเรื่องอีก หาว่าเธอทำไม่งามควงเด็กรุ่นน้องลูกเจ้าของโรงแรมแบบนี้หวังจะเปิดร้านอาหาร ฟรีๆไม่ต้องเสียค่าเช่าใช่ไหม เลยถูกรมิดาด่าแล้วไปขึ้นรถ เขาก็แกล้งดึงประตูไว้ไม่ให้ปิด ท้าว่าแน่จริงให้ลงมา ยื่นคำขาดว่าให้ส่งแมนยูคืนตนเสียแล้วเธอจะไปอ่อยใครก็ไม่ว่า หลานตนจะได้ไม่ซึมซับพฤติกรรมแย่ๆของเธอ

"ผู้ชายอย่างคุณมันน่าจะสูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้วนะ คิดอะไรตื้นๆ คิดแค่เห็น ไอคิวต่ำอย่างนี้จะเรียกว่าโง่ก็ได้นะ โง่ตัวพ่อซะด้วย"

โดนด่าแบบนี้ ศัลย์เลยจะสั่งสอนด้วยการจูบ กระชากเธอลงจากรถ แต่ไม่ทันทำอะไรก็ถูกรมิดาต่อยเข้าที่ท้องอย่างจังจนตัวงอแล้วกระแทกประตูรถ ใส่อีกทีคราวนี้เขาเซไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น

พอรมิดาขับรถออกไป ศัลย์ก็ทำได้แค่ตะโกน "ฝาก ไว้ก่อน ยัยจอมแสบ...โอยย"

ooooooo

สุริยนเอาการ์ดเชิญไปงานแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรคืนนี้มาชวนรมิดาเพราะเพื่อน ที่รับตกแต่งเวทีดีไซน์ฉากได้มา เขากล่อมจนเธอยอมไปโดยพาแมนยูไปด้วย

ที่ห้องบอลรูมโรงแรมเจสเตอร์อันเป็นสถานที่จัดงาน ปาริชาติควงแขนศัลย์เข้ามาอย่างคิดว่าตัวเองสวยเริ่ดที่สุดแล้ว เธอขอตัวไปแต่งตัวย้ำว่าอย่าลืมมาดูตอนตนเดินแฟชั่นบนแคตวอล์ก

พอแยกจากปาริชาติ ศัลย์ก็ไปสวัสดีทรงยศและวัลลภกับลัดดาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของวัลลภ ดุสิตแนะนำนัยนากับศัลย์ว่าเป็นพี่สาวของพ่อตน นัยนาจึงชวนไปนั่งด้วยกัน ศัลย์ขอตัวสักครู่เดี๋ยวจะตามไป เพราะเหลือบเห็นสุริยน รมิดาและแมนยูเดินเข้ามาพอดี

ส่วนนัยนาพาทรงยศผู้เป็นพ่อไปและดุสิตนำญาติๆของเขาไปนั่งที่หน้าเวที

ooooooo

พอรมิดาเห็นศัลย์เท่านั้นเธอชวนสุริยนกลับกันดีกว่า สุริยนถามว่าจะกลัวเขาทำไม เธอบอกว่าไม่ได้กลัวแต่เกลียด ศัลย์เข้าไปลูบหัวแมนยูอย่างเอ็นดู แต่แขวะรมิดาว่าได้การ์ดเชิญด้วยหรือ สุริยนไม่ตอบแต่ถามเขาว่ามาคนเดียวหรือ

"มากับปาริชาติน้องสาวดุสิตเพื่อนผมครับ"

"อ๋อ...คุณดุสิต ลูกชายคุณวัลลภทายาทเจ้าของโรงแรมเจสเตอร์" สุริยนจำได้

ทักทายสุริยนแล้วศัลย์ก็หันไปแขวะรมิดา แต่ด่ากันไม่ทันได้อารมณ์ เดือนฉายก็เข้ามาทักศัลย์พอเห็นสุริยนกับรมิดา เธอก็ชักสีหน้าใส่พูดดูถูกแล้วทวงกระเป๋าราคาแพงของตน ศัลย์ถามงงๆว่ากระเป๋าอะไรหรือ เดือนฉายเล่าให้ศัลย์ฟังแต่แว้ดใส่แมนยูว่า

"ก็ไอ้เด็กบ้าเนี่ยมันทำกระเป๋าเดือนตกน้ำ ใบนั้นน่ะเหยียบแสนนะคะพี่ศัลย์"

"นี่หลานทำกระเป๋าเดือนตกน้ำเหรอ" ศัลย์หันไปถามแมนยู

พอรู้ว่าแมนยูเป็นหลานศัลย์เท่านั้น เรื่องใหญ่กลายเป็นขี้ประติ๋วไปทันที เธอพูดออกตัวว่าที่จริงตนก็ไม่อยากเอาเรื่องหรอก แต่หมั่นไส้ผู้ใหญ่นิสัยแย่ๆดูแลเด็กไม่ดี

สุริยนกับรมิดาฟังแล้วได้แต่มองหน้ากันเซ็งๆ

งานนี้ แจ่มจันทร์ที่เป็นอดีตคนใช้แต่เป็นเมียเก็บของวัลลภแต่งตัวกรีดกรายมาในงาน ด้วย เธอพยายามแสดงตัวเจ้ากี้เจ้าการเหมือนเป็นเจ้าของงาน จนวัลลภมาเจอชักสีหน้าใส่ปรามว่าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาออกงาน แต่ไหนๆก็มาแล้วคอยหลบๆให้ดีอย่าให้คุณพ่อเห็นก็แล้วกัน

ooooooo

ที่ห้องแต่งตัว เกิดตึงเครียดขึ้นมา เมื่อจูดี้ผู้ช่วยสไตลิสต์วิ่งเข้ามาบอกติ๋มว่าทำอย่างไรดีเพราะแพทที่จะ แต่งชุดฟินาเล่คืนนี้เกิดอาหารเป็นพิษลุกไม่ไหว ปาริชาติเสนอตัวทันทีว่าตนเดินให้ก็ได้ ติ๋มสไตลิสต์ชายหัวใจหญิงไม่เห็นด้วยย้ำว่า

"แบบชุดฟินาเล่ของฉัน ลุคต้องดูดี คล่องตัว ทะมัดทะแมงออกทอมบอยนิดๆสไตล์เวิร์กกิ้งวูแมนย่ะ"

เลยไม่รู้จะหาใครมาแทน พริบตานั้นติ๋มก็ตาโตดีใจบอกจูดี้ว่าสวรรค์โปรดแล้ว พลางมองไปทางหนึ่งเพ้อว่านางฟ้าของติ๋ม

จูดี้มองตามสายตาติ๋มไปเห็นรมิดาเข้าก็ดีใจไม่น้อยกว่ากัน ทั้งคู่รีบวิ่งไปหารมิดาที่กำลังชวนสุริยนกลับกันดีกว่า อ้อนวอน

"คุณน้องขา...คุณน้องได้โปรด...พรีสสสสส" ติ๋มอ้อนวอนเต็มที่ รมิดาถามว่าอะไรกัน จูดี้ตัดบทว่าอย่าเพิ่งถามเลย ให้ไปกับตนก่อน ไม่ต้องกลัวไม่ได้เอาไปฆ่าแกงหรอก ว่าแล้วก็จูงแขนรมิดาวิ่งออกไป

ทุกคนมองตามด้วยสีหน้างงๆแกมตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น...

ooooooo

แต่พอรมิดารู้ว่าจะให้ตนไปเดินแบบ เธอบอกว่าเดินไม่เป็นแล้วจะเดินหนี ทำเอาติ๋มกับจูดี้หน้าซีดเผือด พอรมิดาจะเดินหนี จูดี้ก็ส่งสัญญาณให้ติ๋มแกล้งเป็นลมแล้วโวยวายเป็นการใหญ่

จูดี้ทำเป็นลืมรมิดาหันไปประคองติ๋มคร่ำครวญบอกเพื่อนว่างานจะพังก็ให้มัน พังไปเถอะ เพราะยังไงรมิดาเขาก็ช่วยเราไม่ได้  พอแอบดูเห็นรมิดาสีหน้าอึ้งๆ  ลังเล  ติ๋มก็ขยิบตาให้จูดี้ เล่นต่อ

ในที่สุดรมิดาก็ยอมเดินแบบให้ แต่ระหว่างแต่งหน้าอยู่นั้น นางแบบคนหนึ่งก็เข้ามากระแนะกระแหนว่าเจ๊ติ๋มไปขุดมาจากไหนหรือ ส่วนปาริชาติก็ยิ้มเยาะว่า "เอาอีกามาแปลงโฉมเป็นหงส์"

เจ๊ติ๋มเดินเข้ามาถามช่างแต่งหน้าว่าเสร็จหรือยัง พอเห็นหน้ารมิดาที่แต่งเสร็จแล้วเจ๊อุทาน

"โอ้โฮ เริ่ดดดด...มาทางนี้ค่ะ นังจูเร็วเข้า"

จูดี้เร่งติ๋มว่าเหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีเท่านั้น ติ๋มก็ยังอยากเทรนให้รมิดาก่อนบอกให้จูดี้รีบเลย จูดี้จัดแจงบอกรมิดาให้ดูตนเป็นตัวอย่างแล้วเดินบิดซ้ายบิดขวาสุดฤทธิ์ทั้ง สะบัดหน้าเชิดหน้าแต่ละทีคอแทบหลุด

รมิดาทำตามแบบทุกอย่าง ถูกปาริชาติที่ยืนดูอยู่หัวเราะเยาะว่าอย่างกับม้าดีดกะโหลก

รมิดาฟังแล้วเจ็บใจแต่พยายามระงับอารมณ์ จนติ๋มมาเรียกให้ไปเตรียมขึ้นแคตวอล์กพร้อมทั้งเรียกคนอื่นด้วย พอไล่ นางแบบคนอื่นออกไปหมดแล้ว ติ๋มบอกกับรมิดาว่า

"อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกา เจ๊เชื่อว่าหนูทำได้ แต่น้องดาต้องตั้งสติมั่นใจในตัวเอง มั่นใจว่าเราสวยที่สุดบนแคตวอล์ก ต้องเชื่อว่าเราเป็นนางพญา เครื่องเพชรที่อยู่บนตัวเรานั้นเลิศหรูอลังการสวยที่สุดในโลก โชว์ให้ทุกคนเห็น" ติ๋มปลุกเร้าใจเต็มที่

"เดี๋ยวพี่จะเดินให้ดูอีกนะคะ" จูดี้ขยับจะยักย้ายส่ายสะโพกอีก ถูกติ๋มตวาดแว้ด

"ไม่ต้องแล้วนังจู ท่าหล่อนอุบาทว์มาก ให้น้องดาเดินด้วยตัวเอง เราสอนแค่เทคนิคก็พอ...โอเคไหมน้องดา"

รมิดานึกถึงคำเยาะเย้ยของปาริชาติเมื่อครู่ เธอฮึดขึ้นมาตอบอย่างมั่นใจว่า

"ค่ะ ดาต้องทำได้!"

ooooooo

งานไดมอนด์ไนต์เริ่มแล้ว นางแบบในชุดดำแต่ละคนกรีดกรายออกมาพร้อมกับเพชรส่องประกายวูบวาบ แขกในงานจ้องนางแบบและเครื่องเพชรกันตาไม่กะพริบ วัลลภชมลูกสาวว่าสวยมาก ทรงยศพยักหน้าเห็นด้วย

แต่พอรมิดาออกมาในชุดโอเวอร์โค้ตสีขาวใส่วิกผมสั้นดูเก๋มาก ทุกคนเปลี่ยนเป็นมองรมิดาเป็นตาเดียว ศัลย์ถึงกับอุทาน "รมิดา..." แมนยูดีอกดีใจชมเสียงใสว่า "แม่ดาสวยจัง"

เดือนฉายนั่งดูอยู่มองอย่างคาดไม่ถึง ส่วนปาริชาติที่ยืนโพสท่าอยู่แม้ปากจะฉีกยิ้มแต่แววตาและสีหน้านั้นโกรธ เครียด

คนที่ดีใจที่สุดคือเจ๊ติ๋มกับจูดี้ ทั้งสองบอกกันด้วยความดีใจว่าถ้าไม่ได้รมิดามาช่วยชีวิตไว้ เราสองคนต้องตายแน่ๆ พอรมิดากลับเข้ามาก็รีบเข้าไปขอบคุณเป็นการใหญ่ ส่วนรมิดาก็แค่ยิ้มๆ บอกว่าทีแรกก็กลัวๆแต่พอเดินจริงๆก็ตื่นเต้น สนุกดี ได้ประสบการณ์ใหม่ๆเยอะ

"แต่ฉันว่าเธออยากดังมากกว่า แม่นักฉวยโอกาสต้นทุนต่ำอย่างเธอมันก็ฟลุกได้แค่งานเดียวนี่แหละ" ปาริชาติค้อน รมิดาตาแทบกลับ

จูดี้ขยับตั้งท่าจะจิกกลับ ถูกเจ๊ติ๋มเอามือปิดปากไว้บอกว่านั่นน่ะลูกเจ้าของโรงแรมที่นี่นะ  แล้วเอานามบัตรให้รมิดา บอกว่า "ถ้าสนใจเป็นนางแบบก็กริ๊งมาได้เลย เดี๋ยวโทร.เข้าเครื่องเจ๊นะจะได้เมมไว้"

พอลงจากเวทีมาพบแมนยู หนูน้อยเข้ากอดชมอย่างปลื้มอกปลื้มใจว่าแม่ดาสวยมาก เดินแบบเก๊งเก่ง นัยนาก็ชมว่า แขกในงานชอบเธอมาก ชมกันไม่หยุดเลย ตะวันยิ้มกว้างพูดอย่างทึ่งว่าไม่ยักรู้ว่าเธอเป็นนางแบบด้วย จนรมิดาต้องชี้แจงว่า

"แค่นางแบบจำเป็นค่ะ ตัวจริงเขาป่วย พี่สไตลิสต์ เขามาขอให้ช่วย"

"เหรอครับ นึกว่าไปขอเขาเดินเอง" ศัลย์ที่เงียบเหมือนจะไม่จิกกัดอะไรเธอแล้ว ไม่วายแทรกขึ้นมาจนได้ พอทุกคนหันมองอย่างตำหนิ แปลกใจ เขาก็ทำเป็นยิ้มเก้อๆบอกว่า "ผมล้อเล่นน่ะครับ"

สุริยนตัดบทว่าดูท่าทางรมิดาเหนื่อยมากแล้วชวนกลับไปพักผ่อนดีกว่า ทั้งสามยกมือไหว้นัยนาก่อนเดินไป ตะวันมองตามรมิดาด้วยสีหน้ายิ้มปลื้มจนศัลย์ดูออกว่าเขากำลังคิดอะไรกับเธอ อยู่...

ooooooo

ในที่สุด รมิดากับสุริยนก็ตกแต่งห้องเสร็จ เธอตั้งชื่อร้านสืบทอดจากสุเทพผู้เป็นพ่อว่า "กุหลาบขาว" ตะวันมาดูเห็นเธอกำลังดูแลแมนยูอยู่ เขาบอกให้รมิดา ไปทำงานต่อก็ได้ ตนจะเล่นกับแมนยูเอง

เห็นแมนยูเล่นรถบังคับอยู่คนเดียว ตะวันเลยไปซื้ออีกคันเพื่อมาเล่นด้วย แต่ระหว่างนั้นปาริชาติกับเดือนฉายเดินคุยกันผ่านมาเห็นแมนยูกำลังเล่นอยู่ คนเดียว   เดือนฉายบอก

ปาริชาติว่าเด็กนั่นแหละที่เป็นหลานของศัลย์และทำกระเป๋าตนตกน้ำ พูดแล้วเดินลิ่วเข้าไปหาแมนยู แกล้งแย่งรถบังคับของแมนยูจะโยนทิ้งสระน้ำ

ตะวันกลับมาพอดีถามพี่สาวว่าจะทำอะไร พอเห็น พี่สาวจะขว้างรถลงสระเขาตะโกนไม่ให้โยนเอารถมานี่ รมิดาหันมองพอเห็นว่าใครยืนอยู่แถวนั้นก็เดาได้ว่าต้องมีเรื่อง เธอรีบออกมาหาแมนยู ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นจังหวะที่เดือนฉายสะบัดตัวหลุดจากตะวันขว้างรถบังคับลงสระน้ำทันที

การกระทำของเดือนฉายแม้แต่ปาริชาติก็รับไม่ได้ รมิดาโกรธจัดเข้ามาต่อว่าที่เธอใจดำแก้แค้นได้กระทั่งกับเด็ก ถามว่าทำร้ายจิตใจเด็กอย่างนี้ได้ยังไง ส่วนตะวันรีบลงไปงมรถบังคับเอามาคืนให้แมนยู

"สะใจใช่ไหมที่ได้แก้แค้นเด็ก" ตะวันถาม เดือนฉายแสยะยิ้มบอกว่าใช่ มันจะได้จำตนได้ไปจนโต ทำให้ตะวันยิ่งโมโหเดินเข้าหา "ผมก็อยากให้พี่จำเหตุการณ์วันนี้เหมือนกัน" ว่าแล้วเดินก้าวเข้าไปเรื่อยๆ เดือนฉายเริ่มกลัวกับท่าทางจริงจังของน้องชายค่อยๆถอยหลังไปจนกระทั่งตกสระ น้ำไปเอง

แต่พอกลับบ้านเธอฟ้องศิริผู้เป็นพ่อว่าถูกตะวันผลักตกน้ำ ดังนั้น เมื่อตะวันกลับถึงบ้านจึงถูกศิริตบอย่างโกรธจัด นัยนาพยายามเข้าห้ามศิริก็ยังตบตะวันอีกสองสามฉาดแล้วไล่ไป ด่าตามหลังว่า

"จำไว้นะไอ้วัน ถ้าแกรังแกพี่สาวแกอีกละก็ ฉันเอาแกตายแน่" แล้วหันมาว่านัยนา "คุณก็เหมือนกันชอบให้ท้ายปกป้องมันอยู่เรื่อยๆ ไปเดือน....ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลูกเลอะไปหมดแล้ว"

เดือนฉายแอบยิ้มสมน้ำหน้าตะวันเย้ยว่า "หัวเราะทีหลังมันดังกว่า"

ตะวันมองหน้านัยนาผู้เป็นแม่อย่างเสียใจ ถามว่า "พี่เดือนเป็นฝ่ายผิด แต่คุณพ่อไม่ว่าพี่เดือนสักคำ ผมเป็นลูกคุณพ่อหรือเปล่าครับคุณแม่"

"โถ...ลูก พ่อเขากำลังโกรธ อย่าไปถือสาเลยลูก...แม่รู้ว่าวันทำในสิ่งที่ถูกที่ควร แม่เข้าใจลูกชายของแม่เสมอ...."

ตะวันโผเข้ากอดแม่ด้วยความตื้นตันใจ นัยนากอดลูกชาย สงสารที่เป็นลูกชังของพ่อ

ooooooo

ตอนที่ 3

แม้ปาริชาติจะสนิทสนมกับเดือนฉายแต่เธอก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเพื่อน แต่ก็กระหน่ำรมิดาให้ศัลย์ฟังว่าร้ายน่าดู แทนที่จะช่วยไกล่เกลี่ยให้พี่น้องปรองดองกันกลับไปด่าเดือนฉายฉอดๆ จนตะวันของขึ้นผลักพี่สาวตกน้ำไปเลย

ศัลย์บอกว่ารมิดาไม่ยอมใครอยู่แล้ว ปาริชาติยุว่าอย่างนี้ต้องรีบเอาหลานคืน ขืนปล่อยไว้กับรมิดาโตขึ้นแมนยูต้องเป็นเด็กก้าวร้าวเสียคนแน่ๆ คำยุยงของปาริชาติทำให้ศัลย์ยิ่งคิดหนัก

ตกเย็นขณะรมิดากำลังถอยรถออกจากซอยอย่างลำบากเพราะมีรถขวางอยู่นั้น เธอได้รับโทรศัพท์จากศัลย์ที่กำลังขับรถเข้ามาในบริเวณนั้นแต่ไม่เห็นกัน พูดจากวนประสาทกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ศัลย์รีบพูดกลัวรมิดาจะโมโหแล้ววางสายเสียก่อนว่า

"ผมอยากจะเตือนคุณให้ดูแลหลานผมดีๆ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นมารังแก เอารถไปขว้างทิ้งน้ำได้อย่างนี้" รมิดาถามว่าเขารู้เรื่องนี้ได้ยังไง ศัลย์ไม่ตอบบอกกวนๆ "รู้ก็แล้วกัน อย่าลืมทำตามที่ผมสั่งไม่งั้นเตรียมรับหมายศาลได้เลย"

รมิดาฉุนกึกทันทีถามว่าขู่ตนหรือ ท้าให้เขาเอาหมายศาลมาเลย ตนจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว และสุดท้ายแมนยูต้องอยู่กับตนไม่ใช่น้านิสัยแย่ๆอย่างเขา พูดพลางถอยรถอย่างแรงเพราะกำลังฉุนเลยชนรถของศัลย์ที่กำลังขับเข้ามาอย่าง จัง คราวนี้เลยได้ลงไปปะทะคารมกันซึ่งหน้า

ปรากฏว่ารถรมิดาลืมต่อประกันเลยพาลว่าเขาทำให้ตนเสียสมาธิในการขับรถ เพราะฉะนั้นต้องไปซ่อมรถเอง ว่าแล้วรีบขึ้นรถอ้างว่าต้องไปธุระ ศัลย์ได้ทีหาว่าเธอชนแล้วหนี พอดี รปภ.เดินมาไม่ทันที่ศัลย์จะอ้าปากพูดอะไร รมิดาก็โวยวายขึ้นก่อนว่า

"พี่ช่วยด้วย ผู้ชายคนนี้ขับรถชนหนู หนูบอกให้เขารับผิดชอบ เขาก็ผลักหนูล้ม ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย"

ศัลย์เหวอไปอึดใจแล้วจะเข้าไปเอาเรื่องรมิดาถูก รปภ.ล็อกตัวไว้หาว่าจะรังแกผู้หญิง รมิดาได้โอกาสจ้ำอ้าวขึ้นรถขับออกไปเลย ศัลย์ยังดิ้นโวยวายเพราะถูก รปภ.ล็อกตัวไว้ ไม่ยอมปล่อย

ส่วนตะวันเอารถบังคับที่ตกน้ำไปซ่อมจนเสร็จเอาไปให้แมนยูเล่นในวันรุ่งขึ้น รมิดาเรียกทุกคนคือแมนยู ตะวัน และสุริยนมากินของว่างกัน สุริยนถามว่าเดือนฉายเป็นอย่างไรบ้าง เห็นตกน้ำกลัวเธอจะเจ็บ ตะวันหัวเราะเซ็งๆก่อนจะตอบอย่าง ขื่นใจว่า

"คนที่เจ็บน่ะผมครับ โดนคุณพ่อตบงี้หน้าชาไปเลย พี่เดือนน่ะลูกคุณพ่อ คุณพ่อโอ๋มาตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่ยังแตะไม่ได้เลยครับ"

รมิดาฟังแล้วนึกในใจว่านัยนาคงหนักใจกับเดือนฉายไม่น้อย แล้วก็แอบสะใจนิดๆว่า

"ฮึ...นี่แหละกรรม...กรรมที่คุณทำไว้กับพ่อสุเทพและฉัน..."

ooooooo

เพื่อจะฝึกแมนยูให้แมนๆ วันนี้รมิดาแต่งเป็นพ่อดาบออกมาชกมวยกับแมนยูที่สนามหน้าบ้าน พอดีศัลย์มาเห็นได้ยินเสียงพูดและเข้าใกล้จึงรู้ว่าที่แท้ รมิดาแต่งเป็นผู้ชาย เขาหัวเราะขำพูดเยาะว่า แบบนี้ต้องเรียกว่า "คุณพ่อหวานแหวว" เพราะหน้าหวานไม่ สมกับที่จะมาเป็นผู้ชายเลย

ศัลย์ล้อและหัวเราะขำจนรมิดาทั้งเขินทั้งฉุนรำมวยเข้าหา แต่ศัลย์หลบได้ทั้งซ้ายทั้งขวาอย่างคล่องแคล่ว เขาระวังเป็นพิเศษตรงหว่างขาเพราะเคยโดนมาแล้ว และรมิดาก็เตะผ่าหมากจริงๆ แต่เขาเอามือปิดไว้ทันหัวเราะเยาะว่า "อย่า....ฝึกมาดี ปิดทัน"

รมิดาโมโหเลยทำเป็นหันหลังเดินหนี ศัลย์รีบตามไปยั่วอีก พริบตานั้นเธอหันกลับเตะเข้ากลางเป้าจังๆ คราวนี้ปิดไม่ทันเลยตัวงอกุมเป้าลงไปร้องโอดโอยที่สนามหญ้า

รมิดาหัวเราะเยาะเย้ยว่านี่หรือฝึกมาดี แล้วเดินเข้าบ้าน พออยู่ในห้องคนเดียวเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้ทำไมปากจัดยิ่งกว่าตุ๊ด แต๋วเก้งกวางเสียอีก แค้นใจที่ถูกล้อว่าเป็น "คุณพ่อหวานแหวว" เลยมุ่งมั่นที่จะฝึกมวยให้ดีให้คล่องเอาไว้อัดคนปากมอมเสียให้เข็ด

คิดแล้วลุกขึ้นมาชกลมเตะซ้ายเตะขวา เผลอไปเตะเอาขอบเตียงเข้าเลยร้องจ๊าก

ooooooo

ร้านอาหาร "ดอกบัวขาว" ตกแต่งเสร็จแล้ว นอกจากรมิดาและสุริยนแล้วยังได้ตะวันมาช่วยอย่างแข็งขัน จากนั้นหาแม่ครัว และเด็กเสิร์ฟมาช่วยงานอีกสามคน

ในวันเปิดร้าน ตะวันแต่งหล่อเป็นพิเศษจนนัยนาทัก เขาบอกว่าจะไปแสดงความยินดีกับรมิดาในวันเปิดร้าน ชวนแม่ไปด้วย แต่นัยนาต้องเคลียร์งานบอกให้เขาไปก่อนเดี๋ยวจะตามไปทีหลัง

ตะวันสั่งกุหลาบขาวช่อใหญ่ไปแสดงความยินดี เขามองกุหลาบในมืออย่างมีความสุข...

เมื่อเอากุหลาบขาวช่อสวยไปให้ รมิดาชมว่ากุหลาบสวยจัง ตะวันถามยิ้มๆว่าเธอคงชอบกุหลาบขาวมากถึงได้ตั้งชื่อร้านว่ากุหลาบขาว

"ก็...ชอบค่ะ แต่ไม่ถึงขนาดฝังใจเหมือนใครบางคน" รมิดาพูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนชวนเขาออกไปนั่งข้างนอก ดีกว่า แล้วพาเขาไปนั่งที่หน้าร้าน เธอเอากุหลาบขาวช่อนั้นไปวางไว้ที่มุมหนึ่ง

เมื่อนัยนาเคลียร์งานเสร็จก็ไปแสดงความยินดีที่ร้าน เหลือบเห็นกุหลาบขาวช่อนั้นเธอพลั้งปากอุทาน "กุหลาบขาว" รมิดาจ้องจับพิรุธทันทีถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าซีดๆ

"เออ...เปล่าจ้ะ ทำไมหนูตั้งชื่อร้านว่ากุหลาบขาวล่ะ" นัยนาถาม รมิดาตอบว่าตนชอบแล้วย้อนถามว่าคุณนัยนาก็ชอบเหมือนกันหรือ "จ้ะหนู...กุหลาบขาวเป็นดอกไม้ที่ฉันรักมาก กุหลาบขาวทำให้ฉันคิดถึงใครคนหนึ่ง...เป็นความรู้สึกดีๆที่ฉันไม่มีวันลืม"

ตะวันนั่งฟังอยู่พูดแซวขึ้นว่า "ผู้หญิงคุยกัน...ดอกไม้ และความหลัง...ผมว่ากุหลาบขาวต้องเป็นพอพพี้เลิฟของคุณแม่แน่ๆเลยใช่ไหมครับ"

"ช่างแซวแม่...ลูกคนนี้" นัยนายิ้มกลบเกลื่อน รมิดามองหน้านัยนาอย่างอยากหยั่งลึกถึงหัวใจของผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน...

ooooooo

บ่ายๆรมิดารู้สึกใจไม่สงบ เธอจึงไปนั่งที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ข้างๆโรงแรม คิดถึงอดีต...คิดถึงเรื่องราวที่พ่อเล่าเกี่ยวกับแม่ ที่ให้คนมาทำร้ายพ่อกับตนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งคับแค้นใจ สงสารพ่อและรู้สึกว่าแม่ใจร้ายมาก กระทั่งมองว่านัยนาเป็นนักสร้างภาพที่ทำให้วันนี้ใครๆดูเธอเป็นคนดีมีเมตตา แต่สำหรับรมิดาแล้วเธอปฏิเสธไม่อยากแม้แต่จะเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า "แม่"

คิดถึงอดีตแล้วก็อดสะเทือนใจจนน้ำตาไหลไม่ได้ ทันใดนั้นเองศัลย์ซึ่งโทร.ไปที่บ้านแล้วเหมียวบอกว่าไม่มีใครอยู่บ้านเลย เขานึกในใจว่าเปิดร้านทั้งทีไม่บอกกันเลย แล้วเดินทางมาที่ร้านตามมาจนเจอรมิดานั่งเหม่อน้ำตาไหลอยู่คนเดียว

ศัลย์แกล้งเข้าไปทักกวนๆ หาว่าเธอเอามรดกของหลานมาผลาญเล่น รมิดาไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วย แต่เขาก็ยังหาเรื่องจะทะเลาะให้ได้ จนรมิดาโมโหไล่ไปให้พ้น ทันใดนั้นตัวเองก็กลับเป็นลม ศัลย์ประคองไว้ถามอย่างไม่แน่ใจว่าเป็นลมจริงๆ หรือลูกไม้กันแน่

ตะวันมาเห็นศัลย์กอดประคองรมิดาพอดี เขาโกรธมากเข้ามาถามว่าจะทำอะไร ปล่อยรมิดาเดี๋ยวนี้ พอรู้ว่าเธอเป็นลมเลยกลายเป็นตกใจช่วยกันพาเข้าไปในโรงแรม

ตะวันพารมิดาเข้าไปพักในห้องทำงานของนัยนา สองแม่ลูกช่วยกันเอายาดมมารอที่จมูกนัยนาถามศัลย์ว่ามีเบอร์ที่บ้านรมิดาไหม จะได้โทร.บอกทางบ้านไม่ต้องเป็นห่วง

"ที่บ้านมีแต่เด็กรับใช้ครับ รมิดาอยู่กับแมนยูแค่สองคน ตอนนี้แมนยูคงยังไม่กลับจากโรงเรียน"

นัยนาถามถึงคุณพ่อคุณแม่ของรมิดาพอรู้ว่าเธอไม่มีแล้วก็บ่นสงสาร ถามศัลย์ว่าแล้วรู้จักกับรมิดาได้อย่างไรเพราะเขาเองก็เพิ่งมาจากอเมริกา ไม่ใช่หรือ

"เออ...ก็...พี่สาวผมเป็นอดีตภรรยาของคุณชาญศักดิ์พี่ชายคุณสุริยนไงครับ"

นัยนารู้แค่นั้นก็ลำดับความสัมพันธ์ได้ไม่ติดใจถามอะไรอีก

ครู่หนึ่งรมิดารู้สึกตัว เธอพ้อเบาๆ "พ่อคะ...ดาสงสารพ่อ...แม่ไม่รักพ่อเลย ทำไม...ทำไมแม่ต้องทำแบบนี้"

นัยนาพยายามเรียกรมิดาให้รู้สึกตัว พอเธอรู้สึกตัวก็ลุกขึ้นถามว่าอยู่ที่นี่ได้ยังไง พอรู้ว่าตัวเองเป็นลมและศัลย์ กับตะวันพามาพักที่ห้องนี้ รมิดาไหว้ขอบคุณนัยนาแล้วก็นึกเป็นห่วงแมนยูขึ้นมาขอตัวกลับ ศัลย์จับตาดูอยู่เขาลุกมาขอตัวกับนัยนาแล้วตามรมิดาไป

อึดใจเดียวตะวันก็เข้ามาถามว่ารมิดาหายไปไหน นัยนาบอกว่าไปแล้วสงสัยจะรีบไปรับลูกชาย

ooooooo

จูดี้กับเจ๊ติ๋มก็มาอวยพรวันเปิดร้านพร้อมกับเช็คของขวัญที่รมิดามีแก่ใจ ช่วยงานในวันนั้น แต่รมิดาไม่อยู่ สุริยนบอกว่าสงสัยเธอไปเดินเล่นแถวนี้  เชิญทั้งสองนั่งแล้วออกไปตาม

ออกไปเจอศัลย์กำลังเดินตามรมิดากลับเข้ามาที่ร้านทั้งสองเดินเถียงกันมาตาม เคย สุริยนถามว่ากำลังลับฝีปากกันอยู่หรือเปล่า ศัลย์บอกว่าตนจะไปรับแมนยูแต่รมิดาไม่ยอมทั้งที่ตัวเองเพิ่งเป็นลม สุริยนเลยตัดสินให้ศัลย์ไปรับแทน ศัลย์ได้ทีขู่ว่า อาทิตย์หน้าค่อยเอาแมนยูมาส่ง ทำให้รมิดาเกือบไม่ยอม สุริยนปลอบว่าศัลย์แกล้งแหย่เล่นอย่าไปบ้าจี้กับเขาเลย

"แล้วถ้าเขาเกิดทำจริงๆขึ้นมาล่ะ" รมิดาอดกังวลไม่ได้อยู่ดี

เมื่อเห็นเช็คที่เจ๊ติ๋มกับจูดี้เอามาให้แล้ว รมิดาตกใจไม่ยอมรับ จนทั้งสองต้องบอกว่านี่แค่ให้แบบงานการกุศลเท่านั้นนางแบบจริงๆได้มากกว่า นี้เยอะ ขอให้เธอรับไว้เสียขู่ว่า "ไม่งั้นเจ๊โกรธนะ" รมิดาเลยจำต้องรับไว้

ooooooo

ศัลย์ไปรับแมนยูถือโอกาสชวนไปอยู่ด้วยกันไหมที่คอนโดฯตนมีของอร่อยๆกินเยอะ แยะ แมนยูไม่ไปเพราะแม่ดาก็ทำของอร่อยๆให้กินอยู่บ่อยๆ และที่สำคัญก่อนนอนแม่ดาต้องเล่านิทานให้ฟังและหอมแก้มด้วย

"เฮ้อ...ติดกันเป็นปาท่องโก๋ จะไปอยู่อเมริกาได้ไหมเนี่ย" ศัลย์แอบหนักใจ

ศัลย์พาแมนยูกลับมาถึงร้าน "กุหลาบขาว" เจ๊ติ๋มกับจูดี้ยังไม่กลับ สุริยนเชิญศัลย์นั่งคุยด้วยกันก่อนพลางแนะนำให้รู้จักกันว่า

"คุณศัลย์ครับ นี่คุณติ๋ม คุณจูดี้ ดีไซเนอร์กับสไตลิสต์ ที่จัดงานแฟชั่นโชว์คืนนั้นไงครับ"

ศัลย์ยิ้มทักทาย เจ๊ติ๋มทำตาปริ๊บๆ แอบกระซิบจูดี้ว่า "อื้อหือ...หล่อจัง" แต่พอสุริยนแนะนำว่าศัลย์เป็นน้าชายของแมนยูหลานตน จูดี้กับเจ๊ติ๋มก็หันขวับมองหน้ากันงงๆ จูดี้ทำเสียงแหลมลำดับญาติว่า

"โอ๊ย...จูงงฮ่ะ แมนยูเป็นหลานคุณยน แต่คุณศัลย์เป็นน้าของแมนยู แมนยูเป็นลูกน้องดา นี่น้องดาเป็นพี่สาวคุณศัลย์ เหรอคะ"

สุริยนหัวเราะขำๆ บอกว่าไปกันใหญ่แล้วเดี๋ยวตนจะลำดับญาติให้ฟังเอง

ขณะนั้นเอง ที่หน้าร้าน เดือนฉายที่รู้ว่ารมิดาเป็นลมอยู่ที่ห้องทำงานของแม่ก็โทร.ไปบอกปาริชาติชวน กันมาป่วนมาถึงร้านพอดี แต่เห็นเจ๊ติ๋มกับจูดี้นั่งเจ๊าะแจ๊ะอยู่ในร้านก็สงสัยว่าสองคนนี้มาทำอะไร

"อ๋อ...ก็วันนี้นังรมิดาเปิดร้านวันแรกไงคะ คงจะมาอวยพรกัน" เดือนฉายบอก

"ฮึ...เปิดร้านเหรอ เดี๋ยวฉันจะเช็กบิลปิดร้านให้ดู" ปาริชาติยิ้มร้าย คอยอยู่จนสองเจ๊ออกไปก็ชวนกันเข้าไปลุย

พอเข้าไปเจอศัลย์ ปาริชาติก็ทำท่ารังเกียจว่าร้านกระจอกชวนศัลย์ไปหาอะไรกินกันดีกว่าตนหิวแล้ว

ส่วนสุริยนก็เข้าไปหาเดือนฉายถามว่าหิวไหม เธอทำหน้าบอกบุญไม่รับทำหน้าเบ้บอกว่าถึงหิวจนตาลายก็กินไม่ลง ว่าแล้วลุกสะบัดไปเลย

"ญาติคุณแต่ละคนแรงๆทั้งนั้น" สุริยนถอนใจมองตามเดือนฉายไป

"เปิดร้านวันแรกก็งานเข้า...สงสัยเราไม่ได้ดูฤกษ์นะคุณยน" รมิดายิ้มเซ็งๆ

ooooooo

ปาริชาติฉกศัลย์ออกจากร้านแล้วพาไปเข้าผับฟังเพลงและชวนเต้นรำกัน ระหว่างเต้นรำเธอมองตาเขาหวานฉ่ำชมว่าตาเขาสวยหวานดูเจ้าชู้ ถามหยอกว่าเป็นเสือผู้หญิงหรือเปล่านะ

"ไม่ใช่หรอกครับ เพราะถ้ารักใครพี่ก็รักคนเดียว" ปาริชาติถามทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นตนใช่ไหม ศัลย์นิ่งไม่ตอบ เธอโมเมว่า

"ไม่ตอบแสดงว่ายอมรับนะคะ รู้ไหมปาชอบพี่ศัลย์ตั้งแต่ วันแรกที่เจอแล้วก็เผลอใจให้เรื่อยๆเผลอแป๊บเดียวตกหลุมรัก

ซะแล้วไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย"

ศัลย์ทำหน้าไม่ถูกนึกไม่ถึงว่าปาริชาติจะเป็นผู้หญิงใจกล้าก๋ากั่นขนาดนี้

ooooooo

และแล้ว วันนี้รมิดาก็ได้รู้จักกับทรงยศ ที่เธอรับรู้มาว่าเป็นตาที่พรากแม่ไปจากพ่อ เพราะทรงยศเดินผ่านมาแถวหน้าร้านแล้วเกิดขาอ่อนทรุดจะล้ม รมิดาเข้าไปประคองไว้ทัน ทำให้ทรงยศไม่ล้มกระแทกพื้น เมื่อตะวันมาเจอเขาขอบคุณเธอ และพาคุณตาของเขาเข้าไปนั่งในร้านกุหลาบขาวชวนชิมฝีมือเชฟดาดูสักมื้อ

รมิดาคิดหนักว่าจะทำอาหารอะไรสำหรับผู้สูงอายุดี สุริยนช่วยคิดว่า เอาหมูสะดุ้งไหม ทำให้รมิดาคิดได้เลยทำราดหน้าปลาให้ 2 จาน

ทรงยศกับตะวันกินราดหน้าปลาแล้วชมว่าอร่อยมาก โดยเฉพาะทรงยศรู้สึกเหมือนระลึกถึงอะไรบางอย่างในอดีต พอสองตาหลานทานกันอิ่มแล้ว ตะวันนึกได้ว่านัยนายังไม่ได้ทานอาหารกลางวันเลยให้รมิดาช่วยทำอาหารจาน เดียวให้สักที่

รมิดาคิดหนัก พลันก็นึกถึงเรื่องที่สุเทพผู้เป็นพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า อาหารจานโปรดของนัยนาคือสปาเกตตีปลาเค็ม เธอลงมือทำทันที

เมื่อตะวันเอากลับไปให้นัยนาที่ห้องทำงาน เธอชิมคำแรกก็นิ่งงันอุทาน

"สปาเกตตีปลาเค็ม..."

นัยนานึกถึงสุเทพทันที เวลานั้นเขาบอกว่าเธอชอบทานสปาเกตตีปลาเค็มเขาจำได้ขึ้นใจ พูดอย่างรักมากว่า "เพราะผมรักคุณ ทุกเรื่องของคุณผมจำได้เสมอ"

คิดแล้วนัยนานิ่งอึ้งจนตะวันเตือนให้ทานเสียเพราะเพิ่งบ่นหิวไปหยกๆ นัยนาจึงตักทาน

"อร่อยไหมครับคุณแม่"

"อร่อย...อร่อยมากลูก รสชาติเหมือนที่แม่เคยทาน...นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นฝีมือหนูดา แม่ต้องคิดว่าเป็นฝีมือเขาแน่ๆ" แต่พอตะวันถามว่าใครหรือ นัยนายิ้มเกลื่อนบอกว่า "เชฟเก่าที่โรงแรมคุณตาน่ะลูก เขาทำอาหารเก่งมาก"

ooooooo

วันนี้ศัลย์โทร.ไปถามเหมียวพอรู้ว่าสองแม่ลูกไม่อยู่ เขาก็หว่านล้อมจนเหมียวยอมบอก จากนั้นเขาตามไปที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง...

ที่นั่น รมิดามาในคราบของพ่อดาบ มานั่งอ่านหนังสือรอแมนยูว่ายน้ำอยู่ในสระ ศัลย์ตรงเข้าทักกวนประสาททันที

"แปลงร่างเสียจำแทบไม่ได้...หวัดดีครับคุณพ่อหวานแหวว"

รมิดาหงุดหงิดขึ้นมาทันที การปะทะคารมเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ศัลย์รู้ว่ารมิดาปลอมตัวติดหนวดใส่วิกมาเลยท้าลงแข่งว่ายน้ำกัน เธอไม่หลงกล รำคาญจะลุกหนีถูกเขาขวางไว้ รมิดาเลยถลกแขนเสื้อตั้งการ์ด

ศัลย์ทำเป็นกลัวบอกว่าท่าเป็นนักเลงโตแต่หน้าหวานไปหน่อย

"หน้าฉันหวานเหรอ แต่คงหวานสู้ปาริชาติของคุณไม่ได้หรอก"

เลยถูกศัลย์อำว่าคิดอะไรกับตนหรือเปล่า รมิดาค้อนควับ พอศัลย์เผลอก็ผลักเขาจะให้ตกสระ ดีที่เขาขืนตัวไว้ได้เลยไม่ตกทั้งยังคว้าแขนเธอไว้แบบถ้าตกก็ลงไปด้วยกัน รมิดาทำหน้าเจ้าเล่ห์ร้องว่า

"แมนยูจมน้ำ"

เท่านั้นแหละศัลย์ก็ปล่อยมือเธอ เป็นโอกาสให้เธอผลักเขาตกน้ำอย่างสะใจ แมนยูอยู่ในสระดีใจตะโกนถาม "น้าศัลย์ ...น้าศัลย์มาเล่นน้ำกับแมนยูเหรอครับ"

พอขึ้นจากสระศัลย์บอกตัวเองว่าโชคดีที่มีเสื้อผ้าอยู่ในรถเลยเดินไปเปลี่ยน เห็นรถของรมิดาจอดอยู่เขาวางแผนแกล้งเธอแอบไปปล่อยลมยาง จนรมิดากับแมนยูเดินมาที่รถเขาเฝ้าดูอยู่อย่างสะใจ

พอเห็นรมิดาเจอปัญหาก็โผล่ไปปรากฏตัวทำทีถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

"ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาปล่อยลมยางรถฉัน" รมิดาด่า ศัลย์สะดุ้งพอเห็นเธอหันมองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถามว่าเธอขับไปโดนตะปูรึเปล่า

รมิดาทำท่าจะเปลี่ยนยางรถ ก็พอดีแมนยูร้องบอกว่าตนหิวจนตาลายแล้ว รมิดาบอกให้อดทนก่อนเลยถูกศัลย์ด่าว่า

"นี่คุณ ใจดำไปรึเปล่า เด็กหิวไส้จะขาดยังบอกให้อดทน ไปแมนยู" ศัลย์คว้าแขนแมนยูไปที่รถตัวเอง ขอกุญแจรถของรมิดา แล้วสั่งเธอให้ขึ้นรถเขาไปกินข้าวกับแมนยู เห็นเธอลังเลก็ขู่ว่า

"มีทางเลือกที่ดีกว่านี้เหรอ อยากเห็นแมนยูหิวจนเป็นลมใช่ไหม"

สุดท้ายรมิดาก็ต้องไปกับเขา ระหว่างนั่งกินอาหารศัลย์บอกว่าเห็นเธอดูแลหลานของเขาดีอย่างนี้ก็ค่อยเบาใจ หน่อย รมิดาบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็เลิกคิดเอาแมนยูไปอยู่อเมริกาได้แล้ว ศัลย์ส่ายหน้าเธอเลยท้าว่า "เอาชนะฉันให้ได้ก็แล้วกัน"

บังเอิญจริงๆที่ปาริชาติกับเดือนฉายเดินผ่านมาเห็น ทั้งสองสงสัยว่าศัลย์นั่งกินข้าวกับใครเป็นผู้ชายหน้าหวานๆ เอะใจว่าหรือศัลย์จะเปลี่ยนรสนิยมเสียแล้ว เลยพากันเข้าไปดูให้ชัดๆ

ทั้งสองเข้าไปทักแล้วจ้องหน้ารมิดา ทำให้เธอรำคาญเลย ลุกไปเข้าห้องน้ำ สองสาวดูออกแล้วว่าเป็นรมิดา เลยส่งสัญญาณ วางแผนร้าย ตามไปที่ห้องน้ำ

ooooooo

ที่ห้องน้ำหญิง รมิดารู้ว่าถูกปาริชาติกับเดือน-ฉายตามมา ก็เข้าห้องส้วมแล้วแอบดูทางใต้ประตูเห็นปาริชาติเอาสบู่เหลวในห้องน้ำมาราด พื้นหมายจะให้รมิดาเดินออกมาลื่นล้ม

พอออกจากห้องน้ำ รมิดาทำเป็นด่าลอยๆว่าใครนะนิสัยแย่มากเอาสบู่เหลวมาเทเลอะเทอะ ปาริชาติสะอึกเข้ามาหาเรื่องทันทีว่าเลยทะเลาะกัน รมิดาถามตรงๆว่าเธอต้องการอะไรกันแน่

"เลิกยุ่งกับพี่ศัลย์" ปาริชาติจ้องหน้าเขม็ง

รมิดาบอกให้เธอไปบอกกับศัลย์เอง เพราะตนไม่เคยยุ่งด้วยอยู่แล้ว เดือนฉายช่วยปาริชาติหาเรื่องรมิดา ด่าว่านิสัยเลวจ้องจับผู้ชายทั้งที่ผัวเพิ่งตาย ถูกรมิดาด่ากลับแล้วจะออกไป สองสาวไม่ยอมให้ออกทั้งยังตบหน้าเธอด้วย รมิดาเลยชกหน้าปาริชาติจนหงายแล้วรีบออกไป

เดือนฉายกับปาริชาติจะตามไปปรากฏว่าเหยียบสบู่เหลวที่ราดไว้เองลื่นหงายกัน ทั้งคู่เลยคลุกกันอยู่ตรงนั้น พอรมิดาออกไปที่รถศัลย์ถามว่าเมื่อกี้เห็นเดือนฉายกับปาริชาติเข้าห้องน้ำ ทำไมเข้าไปนานจัง รมิดาตอบขำๆว่าเห็นกำลังวัดพื้นขัดห้องน้ำกันอยู่ศัลย์ฟังแล้วเดาได้ว่าต้อง มีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้

ส่วนปาริชาติถูกชกตาเขียวกลับบ้าน รุ่งเช้าดุสิตเห็นน้องตาเขียวปั้ดถามว่าไปโดนอะไรมา เธอบอกว่าลื่นล้มในห้องน้ำ แล้วขอร้องพี่ชายให้ช่วยจีบรมิดาหน่อยเพราะชอบมาตอแยกับศัลย์อยู่เรื่อย ยุว่าจีบให้ติดแล้วสลัดทิ้ง เอาให้เจ็บแสบไปเลย

"ขอคิดดูก่อนแล้วกัน" ดุสิตไม่รับปาก

ooooooo

รมิดาต้องการสอนแมนยูให้หัดทำงานและรู้

คุณค่าของเงิน วันนี้พนักงานเสิร์ฟลาไปสอบเธอจึงสอนให้หัดเสิร์ฟน้ำให้ลูกค้า ศัลย์มาเห็นเข้าไม่พอใจมากที่เอาหลานตนมาทำงานต่ำๆ สั่งรมิดาให้เลิกใช้หลานตนมิฉะนั้นตนจะปิดร้าน ถ้าไม่มีปัญญาจ้างพนักงานก็ปิดร้านเสีย อย่าเอาหลานตนมาทำงานต่ำๆอย่างนี้

ถูกรมิดาโต้ว่าตนสอนให้แมนยูรู้จักทำงาน รู้คุณค่าของเงินมันผิดตรงไหน ตัวเขาเองเสียอีกมีแต่ใช้เงินเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

ศัลย์โกรธที่ถูกด่า ดูถูก สั่งรมิดาให้ขอโทษตนเดี๋ยวนี้ พอเธอไม่ยอมขอโทษเขาก็กระชากเธอเข้าไปกอด

ตะวันมาเจอพอดีสั่งศัลย์ให้ปล่อยรมิดาเดี๋ยวนี้และอย่ามายุ่งกับเธออีก ศัลย์ทำท่าจะเข้าไปชกตะวัน รมิดาขวางไว้ เสียงแข็งใส่ว่า

"ถ้าคุณทำอะไรตะวัน ฉันเอาคุณตายแน่" กลับถูกศัลย์ หาว่าเธอปกป้องกิ๊ก เลยถูกรมิดาไล่ออกจากร้านไปเดี๋ยวนี้ พอศัลย์ไปแล้ว ตะวันเข้ามาถามอย่างเป็นห่วงว่า

"คุณดาเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ"

พอสุริยนกลับมารู้เรื่อง ตะวันบอกรมิดาว่าไม่ต้องกลัว ถ้าศัลย์เข้ามาอีกตนจะจัดการเอง สุริยนท้วงติงว่าเขาน้าหลานกันห้ามไปมาหาสู่กันก็กระไรอยู่

"เออะ...ที่จริงมันก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย เลิกแล้วต่อกันเถอะค่ะ นะตะวันพี่...เอ้อ...เอ้อ...ฉันขอร้อง"

ตะวันจำต้องพยักหน้าแต่แววตายังกังวล

ooooooo

เพราะใช้เงินเป็นเบี้ยนี่เอง ทำให้เดือนฉายเงินขาดมือไปขอจากนัยนา แม่ไม่ให้บอกว่าถ้าอยากได้ต้องมาทำงาน ทั้งยังยกตัวอย่างที่ดีของรมิดาว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ทั้งยังต้องเลี้ยงแมนยูอีกยังทำได้อย่างดี ตำหนิลูกสาวตัวเองว่า

"แล้วเดือนล่ะ มีพร้อมทุกอย่างแต่กลับหายใจทิ้งไปวันๆ หลงระเริงอยู่กับความหรูหราฟุ้งเฟ้อ"

เดือนฉายขัดใจนักขู่ว่าจะฟ้องพ่อ ดูซิว่าแม่จะกล้าแข็งข้อกับคุณพ่อไหม

นัยนานั่งคิดแล้วเสียใจ เจ็บปวด คิดว่านี่คือผลกรรม

ที่ตนทำไว้กับสุเทพและลูก คร่ำครวญในอกว่าคิดถึงเขาและลูกเหลือเกิน

ส่วนเดือนฉายพอไม่ได้ดั่งใจก็ไประบายกับปาริชาติปาริชาติให้เอาเงินของตนไปใช้ก่อน มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน เดือนฉายแค้นใจจะฟ้องศัลย์เรื่องที่ปาริชาติถูกรมิดาชกจนตาเขียว ปาริชาติรีบห้ามกลัวว่าเล่าไปศัลย์กลับจะเห็นว่าเราสองคนเป็นนางร้ายไปด้วยซ้ำ เดือนฉายยุให้ไปตบรมิดาอีกไหม

"มันง่ายไปหน่อย สวยๆอย่างเราต้องใช้สมอง พี่เตรียมแผนเด็ดๆเอาไว้เล่นงานมันแล้ว"

ooooooo

บ่ายวันนี้ รมิดาเดินไปที่สวนหย่อมข้างโรงแรมเห็นทรงยศไปนั่งเหม่อใจลอยอยู่ดูเศร้ามาก ตะวันเดินมาเจอเธอถามว่ามาทำอะไรแถวนี้

รมิดาชี้ให้เขาดูทรงยศบอกว่าดูท่านเหงาๆ ตะวันบอกว่าท่านเป็นอย่างนี้บ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่คนเดียว คงเป็นเรื่องแหวนมรกตของคุณยายที่หายไป ตะวันเล่าว่า

"มีคนถอดแหวนมรกตจากนิ้วของคุณยายตอนที่ท่านป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล คุณยายเคยบอกว่าจะใส่แหวนวงนี้ติดตัวไปจนตายแต่มันก็หายไปเสียก่อน จนวันที่ท่านสิ้นลมก็ยังหาแหวนมรกตวงนี้ไม่เจอ"

"คุณยายคุณคงรักแหวนวงนี้มากนะคะ"

"ครับ คุณแม่บอกว่าเป็นแหวนแห่งความรักของคุณตาคุณยาย"

ฟังแล้วรมิดามองทรงยศด้วยความสงสารจับใจ

ooooooo

แผนการของปาริชาติกับเดือนฉายคือ ชวนศัลย์ไปกินอาหารร้านกุหลาบขาว ศัลย์สั่งปลาดิบ ส่วนสองสาวสั่งปลาไหลราดข้าว รมิดาบอกว่าไม่มีเลยถูกด่าว่าเป็นเชฟยังไงหรือว่าไม่มีความสามารถ รมิดาชักโมโหเลยบอกว่า

"ได้...ถ้าคุณอยากทานจริงๆฉันจะจัดให้" พูดแล้วเดินปึงๆออกไป

ปาริชาติกับเดือนฉายหัวเราะสะใจที่แกล้งรมิดาได้สำเร็จ

สุริยนถามว่าเชฟอาหารจีนอย่างเธอจะทำอาหารญี่ปุ่นไหวหรือ รมิดาตอบอย่างมั่นใจว่าไหว รับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ เดี๋ยวจะเสียชื่อร้านกุหลาบขาวหมด เธอยิ้มเจ้าเล่ห์กับแผนที่จะแก้เผ็ดศัลย์กับสองสาว

รมิดาหายไปนานมาก เมื่อเอาอาหารมาเสิร์ฟทุกจานมีฝาปิดมิดชิดสวยงาม ยกจานหนึ่งวางตรงหน้าศัลย์บอกว่าปลาดิบ ของเขา ส่วนอีกสองจานให้สองสาวบอกว่าข้าวราดปลาไหล

พอศัลย์เปิดฝา ปลาช่อนตัวเขื่องเป็นๆก็ดิ้นออกมา ส่วนสองสาวก็มีปลาไหลเลื้อยออกมา วงแตกทันที! มีแต่เสียงร้องกรี๊ดกร๊าดของสองสาวลั่นร้านไปหมด

ooooooo

เพราะคุณแฟร้งค์ต้องการนางแบบถ่ายเครื่องเพชรขึ้นปกนิตยสารของตนจึงให้เจ๊ติ๋มกับจูดี้ช่วยหานางแบบนี้ ทั้งสองไปหว่านล้อมแกมอ้อนวอนรมิดาจนสำเร็จแต่พอออกมาก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณแฟร้งค์ว่าต้องการอีกคนหนึ่งระบุว่าขอเป็นปาริชาติ เมื่อปาริชาติรู้ว่าต้องถ่ายแบบคู่กับรมิดาก็ตอบรับทันที

ปาริชาติขอให้ศัลย์ไปดูตนทำงานเป็นกำลังใจให้ด้วย ศัลย์ขอตัวเพราะติดงานกับลินน้องสาวที่อยู่ต่างประเทศ พอดีเธอได้รับสายจากเดือนฉาย  ปาริชาติจึงเล่าเรื่องงานให้ฟัง เดือนฉายเตือนว่าอย่าให้รมิดาเด่นกว่าเหมือนงานที่แล้ว

"พี่ไม่ปล่อยให้นังนั่นมันเด่นกว่าหรอก พี่มีแผนก็แล้วกัน คอยดูนะจะเหวี่ยงมันให้สะใจ เอาให้คลานกลับบ้านไปเลย เผลอๆพี่อาจจะขึ้นปกเด่นคนเดียวก็ได้"

ศัลย์เห็นท่าทางมีพิรุธของปาริชาติเลยย่องไปแอบฟังเลยรู้แผนร้ายของเธอ

ooooooo

ปาริชาติบอกสมใจสาวใช้ที่เพิ่งไปโดนหมามุ่ยมาให้ไปเก็บมาให้ตนด่วนจี๋

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเข้าไปแต่งตัวจนได้เวลาถ่ายแบบแล้ว รมิดาไปนั่งโพสท่า ตากล้องดูแล้วบอกว่าปากเธอสีอ่อนไป จูดี้บอกหนุงหนิงให้เติมปากให้รมิดาหน่อย

ระหว่างที่รมิดาออกไปนั้น เดือนฉายกับปาริชาติช่วยกันเอาหมามุ่ยเทใส่ลิปสติกทุกตลับที่มีอยู่ เมื่อหนุงหนิงเข้ามาหยิบตลับลิปสติก สองสาวก็ยิ้มร้ายให้กันอย่างสะใจ

แต่พอเจ๊ติ๋มเห็นสีลิปสติกก็ไม่ชอบบอกว่าเอาของเจ๊ดีกว่า รมิดาเลยรอดตัวไป ทำเอาปาริชาติกับเดือนฉายเจ็บใจนัก แต่ปาริชาติยังมีแผนสองอีก

ปาริชาติเอาตลับลิปสติกของตนให้ช่างแต่งหน้าเติมปากให้ตน พอดีมีโทรศัพท์เข้าจึงเดินห่างออกไปคุย ช่างทำ ตลับลิปสติกหล่นกองรวมกับที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เลยหยิบส่งๆมาตลับหนึ่ง พอปาริชาติเข้ามาก็เติมปากให้

ปรากฏว่าเป็นลิปสติกที่ใส่หมามุ่ยไว้ ครู่เดียวปาริชาติก็ปากเจ่อคันคะยอไปหมด จูดี้เสนอให้กลับไปก่อนดีกว่าพรุ่งนี้ ค่อยมาถ่ายใหม่ แต่ปาริชาติไม่ยอมกลับเพราะยังมีแผนสองที่จะแกล้งรมิดา

ขณะที่ตากล้องสั่งงานเตรียมถ่ายนั้น เห็นว่ามืดไปให้ เอาไฟเข้าใกล้อีกหน่อย ขณะนั้นเอง ปาริชาติทำเป็นสนใจงาน เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วแกล้งสะดุดสายไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียหลักล้มลง ปล่อยขาตั้งไฟหลุดจากมือ ไฟดวงใหม่กระแทกพื้นแล้วเซจะล้มใส่รมิดา

ศัลย์ที่ไปตามรมิดาที่บ้านไม่เจอวิ่งเข้ามาพอดี เขาตะโกนลั่น

"รมิดา...ระวัง!!"

รมิดาตกใจหันไปมองเห็นไฟดวงใหญ่กำลังจะล้มลงมา เธอยกมือขึ้นบังไว้กรีดร้องลั่น

ooooooo

ตอนที่ 4

ศัลย์พุ่งเข้ามากอดรมิดาเอาตัวบังโคมไฟดวงใหญ่ ที่กำลังเอียงล้มลงมา พริบตาเดียวมันก็ล้มครืนลงมาทับศัลย์ศีรษะแตกเลือดทะลักออกมา

รมิดาตกใจ ปาริชาติก็ตกใจวิ่งเข้ามาดูอาการศัลย์จับตัวเขาเขย่าร้องเรียกร้อนรน

"พี่ศัลย์...เป็นยังไงบ้างคะ ดูสิสลบไปเลย" ส่วนเดือนฉายก็บ่นว่าไม่น่าเลยมาช่วยนังนั่นทำไม รมิดาชะงักหันจ้องเดือนฉายจนฝ่ายนั้นหน้าเสีย มองปาริชาติเพื่อนก็ขยิบตาเป็นเชิงให้เงียบ

เจ๊ติ๋มกับจูดี้มัวแต่ตกใจวี้ดว้ายทำอะไรไม่ถูกทำท่าจะเป็นลม ตากล้องหงุดหงิดตะโกนว่ามัวแต่ตกใจอยู่นั่นแหละรีบเรียกรถพยาบาลเร็วๆ ทั้งคู่จึงวิ่งออกไป

รมิดาเฝ้ามองดูศัลย์อย่างเป็นห่วง ส่วนปาริชาติเขย่าร่างพร่ำเรียกไม่หยุดปาก...

ooooooo

ที่ห้องแต่งตัว เจ้าหน้าที่แสงบอกเจ๊ติ๋มกับจูดี้ด้วยความเสียใจว่าตนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ปาริชาติมาชนตนเลยเสียหลักล้มลง เจ๊ติ๋มบ่นว่าทางเดินออกกว้างทำไมต้องแทรกมาเดินตรงนี้

"เอ๊ะ! หรือว่าชีจะแกล้งให้ไฟล้มทับน้องดา" จูดี้เอะใจ รมิดาแย้งว่าคงไม่กระมัง จะทำแบบนั้นเพื่ออะไร จูดี้หันมองรมิดาพูดอย่างผู้เจนจัดในวงการว่า "ก็สกัดดาวรุ่งไงคะ ฟังเจ๊นะน้องดา วงการนี้คนดีก็มี นังพวกชะนีขี้อิจฉาก็เยอะ เห็นใครดีใครเด่นเกินหน้าไม่ได้หรอก"

"เออเจ๊...ไอ้ที่ยัยปาคันปาก ปากชีบานเป็นดอกเห็ดเนี่ยมันน่าสงสัยนะ" ช่างหน้าตั้งข้อสังเกตฉุกคิดอะไรบางอย่างหันไปหยิบตลับลิปสติกขึ้นมาดู อุทานตาโตเมื่อเห็นทุกตลับเต็มไปด้วยขน ทีมงานคนหนึ่งเข้ามาดูบอกว่านั่นคือหมามุ่ยตนเคยโดนมาแล้ว

"ต้องเป็นฝีมือยัยปาริชาติแน่ๆ มิน่าถึงต้องเอาลิปสติกของตัวเองมาให้ฉันทาปากให้ ตอนนั้นฉันก็รีบๆเลยทำลิปสติกของยัยปาหล่น แล้วก็ดันคว้าตลับไหนไม่รู้มาทาให้ แป๊บเดียวชีร้องกรี๊ด ปากบานเป็นกระด้ง เฮ้อ...เสียดายจริงๆลิปสติกฉัน" ช่างหน้ากวาดลิปสติกทั้งหมดลงถังขยะอย่างเสียดาย

จูดี้เตือนรมิดาว่าต้องระวังตัวเพราะตอนโชว์เครื่องเพชรก็โดนไปทีหนึ่งแล้ว เจ๊ติ๋มดูนาฬิกาแล้วร้องอย่างตกใจ เพราะจนป่านนี้ยังไม่ได้ถ่ายเลย ไล่ทุกคนรีบไปทำงานขู่ตามเคยว่าใครอู้จะไม่จ่าย

รมิดาไม่สบายใจนัก เธอเปิดกระเป๋า หยิบกระเป๋าสตางค์ที่มีรูปพ่อสุเทพอยู่ในนั้นออกมาบอกพ่อว่า "พ่อคะ...ดารู้สึกแย่จัง พ่อเป็นกำลังใจให้ดาด้วยนะคะ ขอให้ดาทำงานได้สำเร็จลุล่วง..."

รมิดาเก็บกระเป๋าสตางค์ ยิ้มอย่างมีกำลังใจเหมือนมีพ่อมาให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ

แล้วรมิดาก็ถ่ายแบบได้หลายชุดด้วยเวลาอันรวดเร็วราวกับมืออาชีพเลยทีเดียว...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ศัลย์ยังนอนไม่ได้สติอยู่ พอพยาบาลเข็นเขาเข้าห้องไอซียู ปาริชาติก็น้ำตาเอ่อ เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

"พี่ศัลย์...ปาขอโทษ...ปาไม่ได้ตั้งใจ...ถ้าพี่ศัลย์ไม่ฟื้นล่ะเดือน พี่จะทำยังไง พี่ต้องตายแน่ๆ"

เดือนฉายปลอบให้ใจเย็นๆ ศัลย์คงไม่เป็นขนาดนั้นหรอก ถึงมือหมอแล้วอย่าห่วงเลย เตือนให้ห่วงตัวเองดีกว่าปากบวมเจ่อขนาดนั้นไปหาหมอเสียเถอะ ปาริชาติไปหาหมอแต่ก็ยังเหลียวมองไปที่ห้องไอซียูอย่างเป็นห่วง

สุริยนรู้เรื่องนี้เข้า เขาตกใจถามว่าศัลย์ถึงกับสลบเลยหรือ รมิดาบอกว่าเขามารับเคราะห์แทนตน ถ้าเขาไม่เอาตัวมาบังไว้คนที่ต้องนอนในห้องไอซียูก็ต้องเป็นตนแน่ๆ

รมิดาเอะใจถามว่าแล้วศัลย์รู้ได้อย่างไรว่าตนไปถ่ายแบบที่นั่น สุริยนบอกว่าศัลย์มาที่ร้านตนเป็นคนบอกเอง พอรู้เขาก็รีบไปทันที

"ก็คงอยากไปกวนประสาทดาตามเคย โดนซะบ้างก็ดีเหมือนกันจะได้เข็ด" รมิดาพูดหน้านิ่งถูกสุริยนตำหนิว่าเขาเจ็บตัวเพราะเธอนะ นั่นน่ะสุภาพบุรุษเชียวล่ะ

"จริงด้วยครับ น้าศัลย์เป็นฮีโร่เลยนะแม่ดา" แมนยูฟังอยู่ด้วยร้องอย่างชื่นชมตื่นเต้น จนรมิดาหน้าแหยยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

ศิริยังคงขลุกอยู่แต่ในบ่อนเล่นเสียไปสองล้านแล้วคนคุมเสนอให้กู้อีก 1 ล้านเผื่อดวงจะขึ้น เครดิตของเขาดีเสี่ยให้กู้ไม่อั้นอยู่แล้ว ศิริพยักหน้าเห็นด้วย

ส่วนนัยนาอยู่ที่บ้าน เดือนฉายกลับมาระบายอารมณ์ด่ารมิดาว่าทำให้ศัลย์เจ็บตัว ยัยตัวซวย ตะวันฉุนกึกถามว่าทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ เลยถูกพี่สาวหันมาแหวใส่ว่า "ไม่ต้องมาเข้าข้างยัยนั่น ดูตาเดียวก็รู้ว่ากำลังแอบปิ๊งแม่นั่นอยู่" ทำเอาตะวันชะงักพูดกลบเกลื่อนว่า

"เออ...ไม่ต้องมานอกเรื่องเลย ยอมรับมาตรงๆดีกว่า พี่ไปเป็นเพื่อนพี่ปาเนี่ย เพราะอยากไปแกล้งคุณดาใช่ไหม" ตะวันถูกพี่สาวแหวใส่แล้วยังเข้ามาทุบอีก เขาได้แต่ยกมือปัดป้อง

นัยนาสั่งให้หยุด ตำหนิว่าต่อหน้าแม่ยังทำอะไรกันแบบนี้ เดือนฉายจะฟ้องแต่ถูกนัยนาปรามเลยบ่นกระปอดกระแปดว่ารู้งี้ไปเที่ยวต่อดี กว่า แล้วปึงปังขึ้นข้างบน

ฝ่ายรมิดาแม้จะหมั่นไส้และปะทะคารมกันทุกครั้งที่เจอกันกับศัลย์ แต่เธอก็แอบห่วงเขา คืนนี้จึงโทร.ไปเช็กที่โรงพยาบาลถึงอาการของเขา แมนยูมาหารมิดาเลยหยุดฟัง พอรมิดาคุยโทรศัพท์เสร็จจึงเข้าไปหา รมิดาถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ แมนยูตีหน้าเศร้าบอกว่านอนไม่หลับเป็นห่วงน้าศัลย์

"ไม่ต้องห่วงจ้ะเขาฟื้นแล้ว" รมิดาบอก แมนยูบอกว่าเมื่อกี้ได้ยินแม่ดาพูดแล้ว ถูกรมิดาทำหน้าอำๆว่า "แอบฟังผู้ใหญ่คุยโทรศัพท์ไม่ดีนะลูก"

"ก็แมนยูอยากรู้นี่ครับ...แล้วพรุ่งนี้แม่ดาจะไปเยี่ยมน้าศัลย์ไหมครับ" แมนยูถามอ้อนๆ

รมิดาไม่ตอบ นิ่งคิด สีหน้ามีกังวล

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งรมิดา สุริยน และแมนยูก็พากันไปเยี่ยมศัลย์ พอเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นศัลย์นอนหลับอยู่บนเตียง สุริยนเพิ่งนึกได้ว่าลืมกระเช้าเยี่ยมไว้ที่รถจึงลงไปเอา ส่วนแมนยูอยู่ๆก็ปวดฉี่ขึ้นมา รมิดาจึงจูงแมนยูไปห้องน้ำ

ศัลย์ตื่นพอดีลืมตาเห็นรมิดาพาแมนยูไปห้องน้ำ พอเธอกลับมาเขาก็รีบหลับตาทำเป็นหลับต่อ เธอเข้ามาดูเขาด้วยสีหน้าแววตาอ่อนโยน ถอนใจพูดเบาๆ

"คุณช่วยฉันไว้ทำไม...ขอบคุณนะคุณศัลย์"

ทันใดนั้น ศัลย์ลืมตาโพลงขึ้น รมิดาที่กำลังเอื้อมมือจะแตะมือเขาสะดุ้งเฮือกรีบชักมือกลับ ศัลย์อมยิ้มพูดล้อๆว่านึกว่าจะไม่ได้ยินคำนี้จากปากเธอเสียแล้ว ถามว่ามาเยี่ยมหรือ

รมิดาปั้นหน้าปึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ก่อนตอบกวนๆว่าเปล่าตนมาเป็นเพื่อนแมนยู แล้วพูดประชดว่า

"ที่จริงน่าจะปล่อยให้ไฟล้มใส่ฉันนะ ถ้าฉันเป็นอะไรไป คุณจะได้เอาแมนยูไปอยู่กับคุณง่ายขึ้น" พอศัลย์แกล้งถามว่าอยากตายหรือ เธอทำตาโตเอ็ด "นี่คุณ!" ศัลย์พูดต่อกวนๆตามเคยว่า

"ผมไม่ให้คุณตายง่ายๆหรอก เดี๋ยวไม่มีคนทะเลาะด้วย หมดคู่กัดก็หมดสนุก!"

"ฮึ่ย!!โรคจิต" รมิดาทำปากขมุบขมิบ พอดีแมนยูเข้ามารีบมายกมือไหว้ศัลย์ เขาถามว่ามาเยี่ยมหรือ ไม่ไปโรงเรียนหรือคนเก่ง

"วันนี้วันเสาร์ครับ น้าศัลย์หัวแตกเจ็บไหมครับ"

"โอย...เจ็บสิครับ เจ็บมากด้วย เนี่ยน้าศัลย์ปวดหัวตุ้บๆยังไม่หายเลย โอ้ยยยเจ็บ"

"ทีตอนแมนยูหัวแตก น้าศัลย์บอกว่าหัวแตกแค่นี้เรื่องเล็กน่า แมนๆหน่อย ลูกผู้ชายกลัวเจ็บได้ไง ถึงตาน้าศัลย์ หัวแตกมั่ง จะร้องเจ็บทำไมล่ะครับ แมนๆหน่อยสิคร้าบบบ"

ศัลย์เอ้ออ้าพูดไม่ออก รมิดายิ้มเย้ยพูดเบาๆ "สมน้ำหน้า! โดนเด็กย้อนรอยเข้าให้"

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน ปาริชาติชวนเดือนฉายไปเยี่ยมศัลย์ที่โรงพยาบาลเพื่อเร่งทำคะแนน สุริยนที่มาเอากระเช้าเยี่ยมที่รถเห็นสองสาวเข้ามาพอดีโดยเดือนฉายถือ กระเช้าเยี่ยมมาด้วย

คู่นี้ก็เช่นกัน เจอกันทีไรพูดจาไม่เข้าหูกันทุกที เดือนฉายนั้นตะบึงตะบอนแต่สุริยนหยอกแกมหยิก สุริยนถามว่ามาเยี่ยมศัลย์ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นไปด้วยกันเลยเพราะตนก็มาเยี่ยมศัลย์เหมือนกัน

"ไม่ต้องย่ะฉันไปเองได้" เดือนฉายกระฟัดกระเฟียด สุริยนยิ้มกรุ้มกริ่มบอกว่ากลัวเธอหลง พอถูกถามว่าหลงอะไร เขายิ้มกวนๆพูดก่อนเดินไปว่า "ก็หลงรักผมไงครับ"

เดือนฉายด่าตามหลัง แต่ปาริชาติยิ้มขำๆบอกว่าสุริยนจีบเธอแน่ๆ ดีใจที่น้องสาวจะขายออกแล้ว เดือนฉายทำเสียงงอนใส่ว่า

"พี่ปาอ่ะ...เดือนเกลียดเขาจะตาย เจอหน้าทีไรกวนประสาทได้ทุกที สักวันจะตบให้หน้าหัน"

"ระวังเขาหันมาจูบนะยะ" ปาริชาติแซวเลยถูกเดือนฉายผลักให้เดินนำไปแก้เขิน

ooooooo

แมนยูจับมือน้าศัลย์ของตนอย่างเป็นห่วงบอกให้น้าหายเร็วๆ ศัลย์ยิ้มชื่นใจชมว่าตัวแค่นี้รู้จักห่วงน้าด้วยหรือ ขอบใจนะ

สุริยนถือกระเช้าเยี่ยมเข้ามาเอาไปวางที่โต๊ะ อวยพรให้ศัลย์หายไวๆ ไม่ถึงอึดใจเสียงปาริชาติก็แจ๋เข้ามาแต่ไกล "พี่ศัลย์ขา...เป็นยังไงบ้างคะ..."   แล้วเจ้าตัวก็เข้ามาพร้อมเดือนฉาย

เดือนฉายจัดแจงเอากระเช้าไปวางที่โต๊ะ ในขณะที่ปาริชาติก็จ้องรมิดาเขม็งอย่างพร้อมจะมีเรื่อง แล้วก็เปิดฉากด่ารมิดาว่าเป็นตัวซวยทำให้ศัลย์ต้องเจ็บ ครั้นรมิดาย้อนถามว่าแล้วใครเป็นคนเดินไปชนเจ้าหน้าที่แสงจนเขาเสียหลัก หกล้ม ปล่อยขาตั้งไฟหลุดมือ

แม้จะมีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ปาริชาติก็ยังทำไขสือว่าพูดอะไรไม่รู้เรื่อง เดือนฉายประสานเสียงทันทีว่าหมดเวลาเยี่ยมของเธอแล้วออกไปเสีย

เมื่อรมิดา สุริยน และแมนยูเดินออกไปแล้ว ศัลย์ถามว่าทำไมรมิดาพูดแปลกๆ หรือว่า...ปาริชาติรีบสวนไปทันทีว่าอย่าไปฟังแม่นั่นพล่ามเลย แล้วฉอเลาะว่าเมื่อคืนตนนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงเขามาก ถามว่าแล้วยังเจ็บอยู่หรือเปล่า พลางเข้ามาจับโน่นจับนี่ที่ตัวเขาเบี่ยงเบนความสนใจ

ooooooo

ศิริเพิ่งกลับมา เดือนฉายเข้าไปฟ้องพ่อทันทีว่าเงินตนหมดเบิกกับแม่ก็ไม่ได้ ศิริเล่นเสียกลับมาฟัง

ลูกสาวแล้วตรงดิ่งไปหานัยนาที่โต๊ะทำงาน ถามว่าทำไมใจร้ายกับลูกอย่างนี้เงินแค่แสนสองแสนเอง

"ถ้าคุณคิดว่าฉันใจร้าย พ่อใจดีอย่างคุณก็หาเงินให้ลูกใช้บ้างสิ" นัยนาย้อน

"อย่ามายอกย้อนผมนะคุณนา ฮึ! เมื่อก่อนไม่มีปากเสียง ตั้งแต่ผมปล่อยให้คุณบริหารโรงแรมคนเดียวเก่งขึ้นเยอะนี่ อย่าลืมสิว่าสยามคอสโมของใคร!"

นัยนาลุกเดินมาหน้าโต๊ะจ้องหน้าศิรินิ่ง ย้ำว่าเขาถือหุ้นใหญ่แต่กลับไม่เหลียวแลทิ้งขว้างธุรกิจที่คุณพ่ออุตส่าห์ สร้างขึ้นมา ปล่อยให้ตนแบกรับภาระอยู่คนเดียวทั้งที่ทำงานและที่บ้าน

ศิริโต้อย่างไม่กระดากปากว่าเธอคือผู้บริหารโรงแรมให้มีผลกำไรมากที่สุด ต้องหาเงินมาให้ทันใช้ไม่ใช่ปล่อยให้ตนกับลูกต้องเงินขาดมืออย่างนี้

"เห็นแก่ตัว คุณไม่เหลือคราบของนักธุรกิจที่เคยประสบความสำเร็จเลยสักนิด คุณหลงมัวเมาไปกับอบายมุข ปล่อยให้ผีพนันเข้าสิงจนกลายเป็นคนสิ้นคิด!" นัยนาตอบโต้ อย่างสุดที่จะทนต่อไปแล้ว

ศิริโกรธจัดหาว่านัยนาด่าตนตรงเข้าไปเงื้อมือจะตบ ตะวันรีบเข้ามาขวางไว้ถามพ่อว่าแม่พูดแทงใจดำใช่ไหมถึงทนฟังไม่ได้ ศิริด่าตะวัน "ไอ้ลูกเลว" แล้วตบหน้าตะวันแทน แต่พอจะตามไปตบซ้ำ นัยนาถลันเข้าเอาตัวขวางไว้ไม่ให้เขาทำอะไรตะวัน พูดเฉียบขาดว่า

"ถ้าคุณทำร้ายลูกอีก ฉันจะเลิกกับคุณ"

ศิริชะงัก เดือนฉายเห็นท่าไม่ดีรีบดึงพ่อไว้ขอให้พ่อ กลับไปพักผ่อนเสีย นอนน้อยเดี๋ยวจะไม่สบาย แล้วรีบจูงพ่อออกไป

ตะวันกัดฟันน้ำตาเอ่อสีหน้าเจ็บปวดใจนัก พูดทั้งน้ำตาท้นว่า "คุณพ่อไม่รักคุณแม่เลย...ผมเกลียดพ่อ" กระนั้น นัยนายังกอดลูก บอกตะวันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

"อย่าพูดแบบนี้อีกนะลูก...นั่นคุณพ่อนะ"

ooooooo

แจ่มจันทร์ สาวใช้ที่ถีบตัวเองขึ้นมาเป็นเมียเก็บของวัลลภนับวันทะเยอทะยานเหิมเกริม หลายครั้งที่แอบอ่อยดุสิตลูกชายวัลลภเอง แต่ดุสิตไม่เล่นด้วยก็หันมากอบโกยจากวัลลภ   อ้อนวัลลภว่าเจ็บหน้าอกหมอบอกว่าพลอยสีเหลืองจะช่วยป้องกันอาการเจ็บหน้าอก ของผู้หญิงได้

วัลลภบอกว่าพลอยสีเหลืองก็คือบุษราคัม ถ้าอยากได้ ตนจะซื้อให้ แจ่มจันทร์ไม่เอาต้องการบุษราคัมล้อมเพชรที่ลัดดาเคยใส่ วัลลภบอกว่านั่นเป็นแหวนหมั้นที่ตนให้ลัดดาตอนแต่งงาน

แจ่มจันทร์ตัดพ้อว่าแหวนเก่าๆยังหวงอีกไม่รักตนแล้วใช่ไหม แล้วทำเป็นน้อยใจว่า

"เอาเถอะค่ะ แจ่มไม่อยากให้คุณลภลำบากใจ ปล่อยให้ แจ่มเจ็บหน้าอกไปอย่างนี้แหละ อกแจ่มไม่มีค่าหรอกค่ะถ้าเทียบกับแหวนวงนั้น"

สุดท้ายด้วยมารยาและเจ้าเล่ห์ของแจ่มจันทร์ วัลลภก็ไปเอาแหวนบุษราคัมล้อมเพชรวงนั้นจากลัดดามาจนได้ แม้เธอจะขอร้องว่านี่เป็นแหวนหมั้นที่มีความหมายกับตนมากเป็นตัวแทนของความ รักของเรา วัลลภกลับหัวเราะเยาะว่าคิดเลอะเทอะ ไร้สาระ คิดว่าตนยังรักเธออยู่หรือ

ได้แหวนบุษราคัมล้อมเพชรไปแล้วแจ่มจันทร์ได้คืบจะเอาศอก วันต่อมาก็พาสำลีมาชะเง้อคอยาวข้ามรั้ว พูดกับลัดดาที่กำลังรดน้ำต้นไม้และสมใจพรวนดินอยู่ใกล้ๆว่า

"คุณพี่ลัดดาขา...แจ่มขอบคุณคุณพี่ที่อุตส่าห์มีน้ำใจกัดฟันให้แหวนวงนี้กับ แจ่ม ดูสิคะคุณพี่แหวนบุษราคัมล้อมเพชรวงนี้แจ่มใส่แล้วขึ้นจัง ราศีคุณนายจับเลยอ่ะ" พูดพลางกรายนิ้วไปมา ขอบคุณและอวยพรให้เจริญๆ เกิดชาติหน้าขอให้มีวาสนาได้เป็นเมียหลวงใจบุญอย่างนี้อีก

ลัดดาตัดบทอย่างระอาใจว่าอย่าพูดประชดเลยเราต่างคนต่างอยู่เถอะขอร้อง แจ่มจันทร์ทำดีดดิ้นบอกว่าไม่ได้ ต่างคนต่างอยู่ได้ไง เรามีผัวคนเดียวกัน แล้วทำเป็นนึกออกบอกลัดดาว่า

"เอ...ฉันอยากได้อะไรอีกนะ อ๋อ...สร้อยเพชรจี้ทับทิมที่คุณพี่เคยใส่ออกงานวันเกิดคุณทรงยศปีที่แล้วไง เส้นนั้นน่ะหลายล้านเชียวนะ"

สำลีลอยหน้าถามว่าเขาจะให้หรือของเก่าราคาแพงหูฉี่ขนาดนั้น

"ไม่ให้ฉันก็จะเอา ขนาดผัวคุณพี่ฉันยังเอามาเป็นผัวฉันได้ นับประสาอะไรกับสร้อยเพชรแค่นั้น จริงไหมคะคุณพี่ขา ซ่อนเอาไว้ให้ดีๆนะคะ"

ลัดดาทนฟังไม่ไหวเดินออกไป กลับไปนั่งร้องไห้อย่างเก็บกดที่ระเบียงบ้าน ปาริชาติมาเจอถามว่าร้องไห้ทำไม

ลัดดาเช็ดน้ำตาบอกว่าไม่มีอะไร สมใจทนไม่ได้จะเล่าถูกลัดดาเรียกปรามเลยอึกอัก

"ใครทำคุณแม่! บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นแกโดน" ปาริชาติขู่จนสมใจละล่ำละลักจะเล่า

ooooooo

พอปาริชาติรู้เรื่องก็เดินอ้าวไปที่ริมรั้ว บอกให้แม่อยู่เฉยๆ ถ้ากลัวก็กลับเข้าไปในบ้านเสีย จากนั้นก็ตะโกนเรียกแจ่มจันทร์ออกมา

แม่นั่นนวยนาดมาดคุณนายออกมาถามว่ามีธุระอะไรหรือ ปาริชาติทวงแหวนแม่คืน แจ่มจันทร์เล่นแง่ว่าวัลลภเป็นคนให้ตนต้องให้เขามาเอาคืนเอง

ปาริชาติโกรธจัดกระชากแจ่มจันทร์ข้ามรั้วมาแล้วตบซ้ายตบขวานับไม่ถ้วน แจ่มจันทร์ร้องกรี๊ดๆให้สำลีช่วยด้วย สำลียืนตาเหลือกบอกให้ทนหน่อย อึดไว้ เจ็บเดี๋ยวเดียวพรุ่งนี้ก็หาย

เป็นตายอย่างไรแจ่มจันทร์ก็ไม่ยอมคืนแหวนให้ ปาริชาติให้สมใจไปเอาปังตอมาตนจะตัดนิ้วเอาแหวนคืน แจ่มจันทร์ขู่ว่าจะฟ้องวัลลภ ปาริชาติข่มว่าตนก็จะฟ้องคุณปู่ ดูซิว่าใครจะใหญ่กว่ากัน

พอเจอปังตอมาเงื้อตรงหน้าจะตัดนิ้วจริงๆ แจ่มจันทร์ก็ยอมถอดแหวนคืนให้ ปาริชาติเอากลับไปคืนให้ลัดดา บอกแม่ว่าเก็บให้ดี ปรามแจ่มจันทร์ว่า

"ถ้าเรื่องนี้ถึงคุณพ่อ แกโดนคุณปู่เฉดหัวออกจากบ้านแน่"

พอปาริชาติพากันเดินกลับไปแล้ว แจ่มจันทร์ในสภาพยับเยินมองตามคำรามด้วยความแค้นว่า

"ปาริชาติ! นังเด็กเมื่อวานซืน คอยดู ตาแก่นั่นตายเมื่อไหร่ คนที่จะโดนเฉดหัวออกไปก็คือแกกับแม่แกนั่นแหละ!"

ooooooo

ตะวันฝึกงานอยู่ที่โรงแรมตัวเอง เขาจึงมีเวลาใกล้ชิดรมิดาและครอบครัวตัวเองมากขึ้น วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เขาพาทรงยศคุณปู่ของเขามาที่ร้านกุหลาบขาว มาทานติ่มซำที่จะมีเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

ทรงยศชิมติ่มซำแล้วชมว่าอร่อยมากถามว่ารับจากไหน รมิดาบอกว่าทำเอง ทรงยศมองอย่างทึ่งชวนนั่งคุยกันก่อน ชมว่าติ่มซำของเธออร่อยไม่แพ้ติ่มซำตามภัตตาคารเลย และติ่มซำก็ไม่ใช่ของทำง่ายๆ ถามว่าไปเรียนทำมาจากไหน

"คุณพ่อสอนค่ะ พ่อหนูเคยเป็นเชฟอาหารจีนในโรงแรม" พูดแล้วเผลอจ้องหน้าทรงยศนึกในใจต่ออีกว่า "ก็โรงแรมของคุณนั่นแหละ คุณทรงยศ! คุณใจร้าย กีดกันความรักของลูกสาวตัวเอง คุณรู้เห็นเป็นใจกับลูกสาวส่งคนมาฆ่าพ่อกับฉัน ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคนในตระกูลนี้..."

ทรงยศเห็นรมิดานิ่งไปนานเลยเรียกแล้วถามว่าพ่อเธอเป็นเชฟอยู่โรงแรมไหน บางทีตนอาจรู้จัก รมิดายิ้มเกลื่อนบอกว่า พ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว

"เหรอ...ฉันเสียใจด้วยนะหนู พ่อหนูคงทำอาหารเก่งมาก หนูเองก็ทำอาหารอร่อย นี่ถ้าพ่อหนูยังอยู่เขาคงภูมิใจ ในตัวลูกสาวมากนะ"

รมิดาได้แต่ยิ้มนัยน์ตาหม่นเศร้าด้วยความคิดถึงพ่อ...

ooooooo

ในที่สุดนัยนาก็ต้องเซ็นเช็คให้เดือนฉาย แต่ บอกว่านี่จะให้เป็นครั้งสุดท้าย  ถ้าต่อไปอยากได้เงินใช้ ก็ต้องช่วยทำงานจะไม่ให้เงินเดือนใช้อีกแล้ว เดือนฉายถามขู่ๆว่าไม่กลัวตนฟ้องคุณพ่อหรือ

"อยากเห็นแม่ทะเลาะกับคุณพ่อก็เชิญ ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด ถ้าแม่หมดความอดทนเมื่อไหร่เดือนกับคุณพ่อก็ช่วยกันบริหารโรงแรมนี้แทนแม่ แล้วกัน"

สีหน้าจริงจังของนัยนาทำให้เดือนฉายใจไม่ดีรีบบอกว่าอย่าทำอย่างนั้น ถามแม่ว่าจะให้ตนทำอะไร คำตอบของนัยนาทำเอาเดือนฉายหน้าเบ้ เพราะจะให้เธอทำสวน ให้เธอหาคนมาจัดสวน ให้เขาเขียนแบบมาให้แม่ดูก่อน สั่งให้เริ่มงานเลย แล้วเดินไปทำงานต่อ

เดือนฉายเครียดขึ้นมาทันที เพราะไม่รู้จักคนจัดสวนเลยสักคน จะทำอย่างไรดี ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม เดินกระฟัดกระเฟียดไปนั่งที่ม้านั่งหน้างอ

สุริยนเดินผ่านมาเห็นอดเข้าไปแหย่ไม่ได้ถามว่ากลุ้มอะไรหรือ แล้วเดินเข้ามาใกล้แหย่อีกว่า อย่าทำหน้าบึ้งอย่างนั้น เดี๋ยวไม่สวย เดือนฉายเลยระเบิดอารมณ์ออกไปว่าช่างมัน ตอนนี้ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย  สุริยนถามว่าเรื่องอะไรตนอาจช่วยให้หายกลุ้มได้นะ

เดือนฉายถามว่าพอรู้จักคนจัดสวนบ้างไหม สุริยนตอบทันทีอย่างกระตือรือร้นว่ารู้จัก รู้จักดีเสียด้วยแล้วชี้ที่อกตัวเองบอกว่า "ก็ผมนี่ไงครับ" พูดแล้วยักคิ้วแผล็บยิ้มหน้าเป็น

พอสุริยนเดินฮัมเพลงกลับมาที่ร้านกุหลาบขาว รมิดา ถามแซวว่าอารมณ์ดีมาแบบนี้แสดงว่าไปแอบจีบสาวมาแน่เลย เขาตอบเขินๆว่า "ก็...นิดนึง" รมิดาถามว่าใครใช่คุณหนูเจ้าอารมณ์ คนนั้นหรือเปล่า

"อย่าเดาซะให้ยากเลย ไม่บอกหรอก" สุริยนยิ้มอำๆ พอดีแมนยูเข้ามาชวนไปเยี่ยมน้าศัลย์กัน  ตนอยากเอาติ่มซำไปให้น้าศัลย์กินจะได้หายไวๆ รมิดาไม่อยากไปเพราะห่วงร้าน

"ไม่ต้องห่วงหรอกคุณดา ไปเถอะ เดี๋ยวผมดูร้านให้" สุริยนรับอาสาด้วยความเต็มใจ

ooooooo

รมิดาพาแมนยูไปเยี่ยมศัลย์ไม่ทันไร ปาริชาติก็เอาอาหารมาให้เขา   เจอกันจนได้   แล้วปาริชาติก็ทำทีขอดูอาหารที่รมิดากับแมนยูเอามาให้ศัลย์ แกล้งทำหลุดมือหกหมด ทำเป็นเสียใจบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ศัลย์บอกแมนยูว่าไม่เป็นไร วันหลังจะไปชิมที่ร้านก็ได้ ปาริชาติฟังแล้วยิ่งเจ็บใจ

พอรมิดาพาแมนยูออกมา ปาริชาติก็ตามมาราวีอีกจนได้ เห็นท่าทางของปาริชาติแล้วรมิดารู้ว่าต้องมีเรื่องแน่ จึงให้แมนยูเดินไปทางอื่นก่อน

ปาริชาติหาเรื่องจนได้ว่ารมิดาตั้งใจมาจับศัลย์ สั่งว่า อย่ามายุ่งกับศัลย์  รมิดาสวนไปตามเคยว่า  ให้เธอไปบอกศัลย์ ดีกว่าว่าอย่ามายุ่งกับตน ถ้าตัวเองดีจริงผู้ชายในมือก็คงไม่ดิ้นหลุดไปไหนหรอก

ถูกว่าอย่างเจ็บแสบเข้าจังๆ ปาริชาติก็แกล้งเหยียบเท้า รมิดาขยี้อย่างแรง รมิดาสั่งให้เอาเท้าออก ไม่เพียงไม่เอาออกเธอยังจะตบหน้ารมิดาด้วย

ได้การ! รมิดาจับมือเธอไว้หักแขนไพล่หลังจนเธอร้องจ๊าก สั่งสอนก่อนไปว่า

"ถ้าคิดว่าจะรังแกฉันได้ง่ายๆ คุณคิดผิด!" รมิดาผลักปาริชาติออกไปอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น

"โอยยย...นังรมิดา! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!" ปาริชาติมองตามรมิดาอย่างแค้นใจ

ooooooo

เพราะปู่ทรงยศชมว่าติ่มซำร้านกุหลาบขาวอร่อย ตะวันจึงซื้อไปฝากนัยนาที่ห้องทำงาน บอกแม่ว่ารมิดาทำขายที่ร้านเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ให้แม่ลองชิมดู

"เหรอลูก หนูดานี่เก่งนะ มีฝีมือทำอาหาร เท่าที่แม่รู้ติ่มซำเนี่ยทำยากนะ" พอลองชิมดูก็ชมว่า "อื้อ...อร่อยมาก ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวอย่างรมิดาจะมีฝีมือขนาดนี้"

"ไม่ได้อร่อยอย่างเดียวนะครับ คุณดายังรู้ตำนานติ่มซำอีกด้วยครับ" ตะวันคุยอวดอย่างภูมิใจ เพราะได้ฟังรมิดา เล่าให้คุณปู่ทรงยศฟังมาเมื่อครู่นี้เอง เธอเล่าอย่างจำได้แม่นยำขึ้นใจว่า

"พ่อหนูเล่าให้ฟังว่า...หยำฉาหรือโรงน้ำชาจีน ถือเป็น ต้นกำเนิดของติ่มซำค่ะ สมัยโบราณชาวจีนมักจะแวะเพิงพักริมทางเพื่อดื่มน้ำชาและทานซาลาเปาเป็นของ ว่าง ต่อมาได้มีการพัฒนาอาหารว่างที่เรียกว่าติ่มซำ  ให้กลายเป็นอาหารจานด่วน มีทั้งนึ่ง ทอด สารพัดชนิด...ติ่มซำมีความหมายว่า "สัมผัสใจ" เป็นความหมายลึกซึ้งเพราะเชื่อมโยงใจของผู้ที่มาร่วมจิบน้ำชาพบปะสังสรรค์ กันค่ะ"

"สัมผัสใจ" นัยนาฟังแล้วพึมพำเสมือนหนึ่งมีความจำ ที่ฝังใจในอดีต...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 10:17 น.