สมาชิก

คุณพ่อหวานแหวว

ตอนที่ 14

เมื่อแผนหักคอซื้อโรงแรมจากนัยนาล้มเหลว วัลลภกับดุสิตจึงหันมาวางแผนโปรโมตโรงแรมเจสเตอร์ด้วยการให้จัดแข่งขันเชฟมือทอง ผู้ชนะเลิศจะได้ เงินรางวัลสูงถึงหนึ่งล้านบาท และได้ทำงานเป็นเชฟประจำที่โรงแรมเงินเดือนสูงอีกด้วย แต่มีข้อแม้ว่าผู้เข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น

รมิดาสนใจมากเพราะอยากได้เงินมาเลี้ยงดูแมนยูให้มีความสุขตัดเงื่อนไขที่ศัลย์จะถือเป็นข้ออ้างแย่งแมนยูไปเลี้ยงดูแทน เธอตัดสินใจเข้าแข่งขันโดยปลอมตัวเป็น "นายดาบ" และเธอก็ได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย แผนนี้มีแต่แมนยูกับสุริยนเท่านั้นที่รู้  และมีสัญญาใจกันว่าจะต้องไม่แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด

การแข่งขันรอบสุดท้ายเริ่มแล้ว รมิดาทั้งตื่นเต้นกับการแข่งขันและทั้งยังต้องหลบๆบังๆหน้าตัวเองกลัวมีคนจำได้ แต่แผนแตกเมื่อแมนยูออกไปเชียร์จนติดขอบเวทีทำให้ศัลย์สงสัยในที่สุดก็จำรมิดาได้ว่า ที่แท้นายดาบก็คือ "คุณพ่อหวานแหวว" นั่นเอง

ผลการตัดสินปรากฏว่ารมิดาได้ที่ 3 ทั้งๆที่อาหารของเธอเป็นที่ชื่นชอบของทรงยศ จนเมื่อไปรับรางวัลทรงยศจึงบอกเธอเบาๆว่า

"อาหารฝีมือหนูถูกใจฉันมาก แต่ฉันให้รางวัลที่หนึ่งไม่ได้เพราะเธอทำผิดกติกา เธอเป็นผู้หญิง!"

รมิดาทั้งดีใจและเสียใจ ดีใจที่ทรงยศชอบรสมือตนแต่เสียใจที่ปลอมตัวไม่แนบเนียนถูกจับได้

ศัลย์แสดงความยินดีกับเธอแต่ขู่ว่า รู้ว่าเธอปลอมตัวมาถ้าไม่ให้แฉก็ต้องมีค่าปิดปากด้วยการไปเที่ยวกับเขาหนึ่งวัน

รมิดาไม่มีทางเลือกจำต้องรับปาก

วันต่อมาศัลย์รับรมิดาไปเที่ยวด้วยกันจนกระทั่งพามาดูหนัง เขาเลือกดูหนังผีหนังน่ากลัวน่าหวาดเสียวจนรมิดากอดแขนเขาไว้แน่น ศัลย์แอบยิ้มเอ็นดูเมื่อได้เห็นอีกด้านหนึ่งของหญิงสาวที่แข็งแกร่งคนนี้

ooooooo

แจ่มจันทร์เป็นเป้าหมายคนหนึ่งที่รมิดาจะสืบเรื่องพ่อกับแม่ เพราะรู้ว่าแจ่มจันทร์คือคนสนิทของนัยนาแต่โอกาสก็ไม่อำนวยนัก จนวันนี้แจ่มจันทร์ มาที่ร้านกุหลาบขาว รมิดาต้อนรับอย่างกระตือรือร้นนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟด้วยตัวเองพยายามตีสนิทตะล่อมถามเรื่องพ่อ

ทีแรกแจ่มจันทร์ก็ทำเป็นอมพะนำ แต่เพราะดื่มเข้าไปหลายแก้วและตัวเองก็กดดันคับแค้นใจ เมื่อรมิดาหว่านล้อมหนักเข้าก็ยอมเล่า รมิดาจึงรู้จากปากของแจ่มจันทร์เองว่า เธอแค้นทรงยศที่ไม่ยอมรับเป็นสะใภ้จึงต้องเป็นเมียเก็บของวัลลภตลอดมา แจ่มจันทร์แค้นใจมากจึงแก้เผ็ดเสียจนสะใจด้วยการขโมยแหวนมรกตจากนิ้วของสุรีย์ ซึ่งแหวนนี้เป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความรักของสุรีย์กับทรงยศ แหวนหายไปทำให้ทรงยศตรอมใจจนล้มป่วยหนักถึงทุกวันนี้

ส่วนอีกเรื่องที่ทำให้รมิดาถึงกับอึ้งคือ การที่แจ่มจันทร์ถูกนัยนาใช้ให้เอาจดหมายไปให้สุเทพในวันนัดพบกันแล้วแจ่มจันทร์กลับมาบอกว่าสุเทพไม่ได้มาตามนัด ทั้งที่ตัวเองไม่ออกไปพบสุเทพจนเขากลับไปอย่างผิดหวัง

หลังจากนั้นวัลลภยังส่งลูกน้องสองคนไปหมายฆ่าสุเทพกับรมิดาเสียแต่สองพ่อลูกหนีรอดมาได้ ทำให้รมิดารู้ความจริงว่าที่แท้นัยนาไม่ได้เป็นคนส่งคนไปฆ่าตนกับพ่อ

หลังจากวันนั้นแล้วแจ่มจันทร์ก็หายเข้ากลีบเมฆไป จนรมิดาตามไปดูที่บ้าน  ได้ยินเสียงชายหญิงระริกเริงรักกันในห้อง  เธอตกใจแต่เมื่อมาแล้วก็ต้องทำอะไรให้มากกว่านั้น เชื่อว่าแจ่มจันทร์จะต้องซ่อนแหวนมรกตไว้ที่ใดที่หนึ่ง   ค้นจนเจอว่ามันอยู่ก้นแจกันบนโต๊ะนั่นเอง เธอเอาแหวนไป แล้วคอยแอบดูว่าใครคือผู้ชายที่อยู่ในห้องกับแจ่มจันทร์

แล้วเธอก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นกับตาว่าเขาคนนั้นคือดุสิตนั่นเอง! พ่อลูกมีเมียคนเดียวกัน!

อันที่จริงดุสิตไม่ได้มีความเสน่หาในตัวแจ่มจันทร์เลย แต่เพราะธุรกิจล้มเหลวกำลังจะเกิดคดีความ  หาเงินมาแก้ปัญหาไม่ได้  เขาจึงมาขอความช่วยเหลือจากแจ่มจันทร์  เธอมีข้อแม้ว่าต้องทำให้ตนมีความสุขก่อน ดังนั้นทุกครั้งที่ดุสิตมาหาแจ่มจันทร์และปรนเปรอให้เธอมีความสุข เขาจะได้เงินติดตัวกลับไปเป็นค่าเหนื่อย  1  ล้านบาท  เขาจึงมาถี่ขึ้นอย่างย่ามใจ

รมิดาทนดูพฤติกรรมบัดสีบัดเถลิงนั้นไม่ได้ คิดจะบอกวัลลภแต่จำเป็นต้องมีหลักฐานแน่นหนา เธอรอจนรู้ว่าดุสิตไปหาแจ่มจันทร์อีกจึงโทร.บอกวัลลภ เมื่อวัลลภโทร.ติดต่อแจ่มจันทร์กับดุสิตไม่ได้จึงลุยไปที่บ้านเล็กพังประตูเข้าไปพบภาพทั้งคู่ระเริงรักกันอยู่บนเตียง!

รมิดากับลัดดาช่วยกันประคองทรงยศตามไปด้วย เมื่อจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ วัลลภไล่ทั้งแจ่มจันทร์และดุสิตออกจากบ้านไปให้พ้น แจ่มจันทร์พยายามขอโทษและลำเลิกที่ในอดีตตัวเองเคยช่วยวัลลภใส่ร้ายนัยนากับสุเทพจนสำเร็จตามแผน

ระหว่างที่แจ่มจันทร์ลำเลิกถึงอดีตอย่างเจ็บใจนั้น รมิดาหยิบโทรศัพท์โทร.ถึงนัยนาเปิดให้ฟังเสียงของแจ่มจันทร์

"คุณว่าแจ่มเลว คุณก็เลวพอกัน เลวยิ่งกว่าแจ่มเสียอีก ตอนนั้นคุณนาคบกับนายสุเทพ คุณรังเกียจนายสุเทพ...คุณอยากให้คุณนาแต่งงานกับคุณศิริ คุณสั่งให้แจ่มทำอะไร พวกเขานัดพบกันจะหนีไปอยู่ด้วยกัน แจ่มเป็นคนกลางไปนัด คุณให้แจ่มทรยศต่อคุณนา"

ทั้งรมิดาและนัยนาที่ได้ยินพร้อมกันแทบหยุดหายใจกับความจริงที่ออกจากปากแจ่มจันทร์

ไม่เพียงเท่านั้น แจ่มจันทร์ยังระบายความแค้นที่วัลลภจะไม่ให้อะไรเธอติดตัวไปเลยว่า

"ถ้าคุณไม่ให้แจ่มขนสมบัติออกไปจากบ้าน แจ่มจะแจ้งความ คุณเคยส่งคนไปฆ่านายสุเทพกับลูก วันนั้นนายสุเทพนัดจะหนีไปกับคุณนา คุณให้แจ่มโกหกคุณนาว่าหานายสุเทพไม่เจอไม่มาตามนัด แต่คุณเป็นฝ่ายจ้างคนไปเก็บสองพ่อลูก!"

แจ่มจันทร์กล่าวอาฆาตทุกคนก่อนออกจากบ้านไปเหมือนคนบ้า

การแฉของแจ่มจันทร์ต่อหน้าทรงยศ รมิดา และนัยนาที่ตามมาในภายหลัง ทำให้วัลลภรู้สึกตัวเองผิดที่สร้างบาปกรรมทำร้ายทำลายครอบครัวของน้องเพียงเพราะต้องการให้น้องแต่งงานกับศิริผู้มั่งคั่ง

วัลลภขอโทษนัยนาในเรื่องที่ผ่านมา ซึ่งนัยนาก็ให้อภัย ความเข้าใจกันในครอบครัวดีขึ้นเริ่มเห็นถึงความอบอุ่นที่มีขึ้นในครอบครัว...

ooooooo

ในที่สุด   ความจริงก็ถูกเปิดเผยว่ารมิดาคือลูกคนโตของนัยนากับสุเทพนั่นเอง! นัยนากอดรมิดาไว้ด้วยความรักโหยหาพร่ำเรียก "ลูก...ลูกของแม่..."

รมิดายังทำตัวไม่ถูก เธอยืนตัวแข็งให้นัยนากอด แต่เมื่อนึกถึงความจริงที่แจ่มจันทร์เล่า นึกถึงความคิดถึงโหยหาลูกของนัยนา รมิดาก็กอดตอบและเอ่ยเป็นครั้งแรกด้วยความตื้นตันใจ...

"แม่...แม่ขา...หนูขอโทษ" รมิดาขอโทษที่ตนเข้าใจผิดนัยนาตลอดมา นัยนาเองก็ขอโทษลูก และในนาทีนี้ ทั้งแม่และลูกต่างก็คิดถึงสุเทพผู้เป็นพ่อเป็นสามีจับใจ...

ศิริที่เปลี่ยนแปลงเป็นคนละคนจากเมื่อก่อน  เขาดีใจที่ได้มีลูกสาวเพิ่มอีกคน  ส่วนตะวันแม้จะช็อกและเสียใจที่ผิดหวังในความรักแต่ความดีใจที่ได้มีพี่สาวที่น่ารักเพิ่มขึ้นมีมากกว่า

ทรงยศที่มีความรักและเมตตารมิดาที่ช่วยตนจากอุบัติเหตุถึงสองครั้งอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าที่แท้เธอเป็นหลานก็ยิ่งรักและเมตตา โอบกอดรมิดาไว้พร่ำพูด "หลานตา...หลานตา..."

รมิดาน้ำตาไหลพรากซาบซึ้งสะเทือนใจการนับญาติที่ตัวเองไม่เคยได้ยินไม่เคยสัมผัสมาในชีวิต ทรงยศยังพูดอย่างปลื้มปีติว่า

"ในที่สุด เธอก็เป็นหลานของฉัน คนเก่ง เชฟคนเก่ง เชฟที่ปลอมเป็นชาย เชฟที่ทำอาหารอร่อย ต่อไปต้องทำอาหารให้ตาคนนี้กินบ่อยๆแล้วล่ะ"

รมิดาหัวเราะทั้งน้ำตา...

ooooooo

เหตุการณ์สงบลงแล้ว บรรยากาศแห่งความรัก... อบอุ่น...โอบอุ้มรมิดาจนเธอรู้สึกถึงความสุขที่ได้รับ

วัลลภยังโกรธดุสิตแต่เห็นว่าทำไปเพราะความจำเป็นต้องใช้เงินจึงยอมอ่อนข้อให้ นัยนาจึงให้ดุสิตไปพักที่โรงแรมตนแทนการอยู่บ้าน

รมิดาเองตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ต้องคืนแหวนมรกตให้

คุณตาแล้ว   เธอให้แมนยูเป็นคนนำไปคืนให้   แมนยูรู้ว่าวันนี้คุณตาจะมาทานอาหารจีนที่โรงแรมจึงไปที่นั่น แต่แมนยูไปถึงร้านอาหารจีนปรากฏว่าทรงยศนึกอยากทานอาหารร้านกุหลาบขาวขึ้นมาจึงย้ายไปที่นั่น

ขณะมาถึงลิฟต์ทรงยศยืนพักเหนื่อย แมนยูตามมาทันทักว่าคุณทวดเหมือนจะไม่สบายหน้าซีดๆ แต่แมนยูก็ทำหน้าที่ตัวเอง ส่งกล่องกำมะหยี่ให้บอกว่า

"คุณทวดครับ  แม่ดามีธุระ  ให้แมนยูนำของมาให้คุณทวดครับ  แม่ดาบอกว่าถ้าคุณทวดเห็นจะต้องดีใจ"

ขณะแมนยูจะเปิดกล่องหยิบแหวนให้ดูนั่นเอง ก็มีชายฉกรรจ์สามคนวิ่งเข้ามาจับตัวทรงยศลากไปทางประตู แมนยูเห็นดังนั้นวิ่งตามไปช่วย เลยถูกเอาตัวไปด้วย ทั้งสองถูกจับตัวไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ตอนที่ 14    (ต่อจากวานนี้)

ทุกคนตกใจมากกับข่าวนี้ รมิดาเหมือนถูกกระชากหัวใจไปจากอก ส่วนทางวัลลภกับนัยนารวมทั้งลูกๆ และญาติต่างกังวลห่วงใยทั้งพ่อและหลาน นัยนาเสนอให้แจ้งความ แต่รมิดาทัดทานว่า

“อย่าเพิ่งค่ะคุณแม่   อย่าเพิ่ง   เรายังไม่รู้เจตนาของพวกมัน ดากลัวมันทำร้ายแมนยูกับคุณตา”

แต่ต่อมารู้ว่านั่นเป็นการจับตัวเรียกค่าไถ่ ทุกคนถามกันว่าใครทำเพราะเรียกค่าไถ่เป็นเงินถึง 10 ล้านบาท

แม้จะเป็นเงินถึง 10 ล้านบาท แต่ทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าให้เตรียมเงินไว้ก่อน  เพื่อไถ่ชีวิตของทรงยศและแมนยู

ส่วนเหตุการณ์จะคลี่คลายไปอย่างไรค่อยแก้ไขไปตามสถานการณ์

ooooooo

ระหว่างถูกกักอยู่ในห้องนั้น แมนยูถามทรงยศว่าเราถูกจับใช่ไหม ทรงยศบอกว่าเราถูกจับเรียกค่าไถ่ พูดแล้วเกิดอาการแน่นหน้าอก   แต่ก็ยังถามแมนยูว่าแหวนมรกตอยู่ไหน ตนอยากเห็น

แมนยูล้วงกล่องจากกระเป๋ากางเกงเปิดออกในนั้นไม่มีแหวนแล้ว ขณะที่หลานกับทวดมองหน้ากันงงๆนั้น เสียงแจ่มจันทร์ก็แทรกเข้ามา เธอบอกว่าแหวนอยู่ที่ตน จากนี้ไปตนจะขายทุกอย่างรวมกับค่าไถ่อีก 10 ล้าน ได้เงินแล้วก็จะพาดุสิตบินไปอยู่เมืองนอกด้วยกัน

ต่อหน้าทรงยศวันนี้ แจ่มจันทร์เปิดเผยให้ฟังว่า ตนเป็นคนขโมยแหวนจากนิ้วสุรีย์ก่อนที่เธอจะตาย แต่ที่แหวนอยู่กับแมนยูเพราะรมิดาหลอกมาใกล้ชิดกับตนแล้วขโมยไปอีกต่อหนึ่ง แต่โชคดีที่ตนได้คืนแล้ว

ทรงยศโกรธจนปากสั่นด่าแจ่มจันทร์ว่าเลว เอาแหวนมาคืนตนเดี๋ยวนี้...

ความโกรธทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ จนทรงยศแน่นหน้าอกมาก แมนยูตกใจแต่ยังมีสติพยายามช่วยคุณทวด ให้กำลังใจทรงยศว่า จะเอาแหวนมรกตคืนให้ได้เพื่อเป็นกำลังใจ

“ฉันสงสารเธอ เป็นเด็กแต่ต้องมาถูกจับเพราะฉัน” ทรงยศมองแมนยูอย่างสงสารจับใจ

“แมนยูเต็มใจอยู่เป็นเพื่อนคุณทวดครับ...ดีกว่าให้คุณทวดอยู่คนเดียว แมนยูไม่กลัวครับ เดี๋ยวแม่ดาก็มาช่วย อายนก็ต้องมาแล้วน้าศัลย์ก็ต้องมาด้วย” แมนยูมีความหวัง มั่นใจมาก

อาการของทรงยศไม่ดีขึ้น ขณะที่แมนยูพยายามดูแลและให้กำลังใจประสาเด็กอยู่นั่นเอง ดุสิตสืบรู้ที่ซ่อนของปู่กับ หลานจึงแอบปีนหน้าต่างมาช่วย บอกว่าเราต้องปีนหน้าต่างหนี

แมนยูตัวเล็กคล่องแคล่วปีนออกไปแล้ว เหลือแต่ทรงยศที่ไม่มีแรงจะช่วยตัวเอง พอดุสิตประคองช่วยพาปีนออกแต่รับน้ำหนักไม่ไหวทำท่านหล่นโครมลงข้างล่าง ทำให้พวกแจ่มจันทร์รู้ตัวพุ่งเข้ามาจับทั้งดุสิตและทรงยศไว้

ดุสิตหว่านล้อมให้แจ่มจันทร์มอบตัวเสียดีๆ เพราะตนได้โทร.บอกคุณพ่อคุณแม่แล้วว่าคุณปู่กับหลานอยู่ไหน และตนก็จะไม่ยอมทำผิดอีกแล้ว

ขณะกำลังต่อรองกันอยู่นั่นเอง ลูกน้องที่แจ่มจันทร์จ้างมาก็ตะโกนลั่น “ตำรวจมา!” แล้วพวกมันก็หนีกันกระเจิง เหลือแต่แจ่มจันทร์ที่หนีไม่ทันเลยถูกตำรวจจับได้ จากนั้นตำรวจยังตามไปจับพรรคพวกของแจ่มจันทร์ที่หนีไปรวบกลับมาได้ทั้งหมด

ความดีของดุสิตครั้งนี้เหมือนเป็นการไถ่โทษให้ตัวเอง ทุกคนให้อภัยและยอมรับเขากลับสู่ครอบครัวอย่างอบอุ่น

ooooooo

ก่อนที่แจ่มจันทร์จะถูกตำรวจเอาตัวไป แมนยูนึกได้วิ่งไล่กวดทวงแหวนมรกตของคุณทวดคืน แจ่มจันทร์ เห็นทีจะปกปิดไม่ได้จึงโยนแหวนคืนให้ แมนยูวิ่งไปเก็บแหวนเอามาคืนให้ทรงยศ

ทรงยศมองแหวนมรกตในอุ้งมือน้ำตาคลอด้วยความคิดถึงเจ้าของแหวน...

แมนยูรีบบอกกับทุกคนว่าคุณทวดไม่ค่อยสบายให้รีบพาคุณทวดไปโรงพยาบาลก่อน ทุกคนจึงกุลีกุจอช่วยกันพาทรงยศส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ทรงยศปลอดภัยแล้ว เขาพักอยู่ในห้องพิเศษที่โรงพยาบาล บรรดาลูกและหลานปู่หลานตาพากันมาเยี่ยมเยียนด้วยความดีใจ

ในยามนี้ เมื่อเห็นลูกหลานสามัคคีกันดี ทรงยศพูดกับทุกคนว่า

“เราจะต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน...ต้องรักกัน  สามัคคีกันไว้”

ดุสิตกับปาริชาติที่รู้สำนึกและกลับตัวกลับใจแล้วยืนเคียงข้างวัลลภผู้เป็นพ่อกับลัดดาผู้เป็นแม่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น

วัลลภบอกกับลัดดาว่าเขาจะวางมือจากธุรกิจโดยให้ดุสิตกับปาริชาติช่วยกันดูแลกิจการโรงแรมต่อไป ส่วนเขาจะพาลัดดาไปเที่ยวรอบโลก

“มีคุณอยู่ข้างๆ ดิฉันก็พอใจแล้วค่ะ” ลัดดายิ้มอย่างมีความสุข

“ไม่ได้ ยี่สิบกว่าปีมานี้ ผมทำร้ายจิตใจคุณ...ผมหลงแจ่มจันทร์ ต่อไปผมชดเชยคืนคุณ...”

ดุสิตฟังพ่อแล้วเขาสัญญากับพ่อและแม่ว่า

“ต่อไปผมจะตั้งใจทำงานบริหารโรงแรม ไม่ลงทุนทำอะไรที่ตัวเองไม่ถนัดอีกแล้วครับ”

วัลลภกับลัดดามองลูกชายด้วยความปลาบปลื้ม

อีกครอบครัวหนึ่งคือศิริกับนัยนา ศิริบอกกับนัยนาด้วยความรักว่า

“ผมจะเลิกการพนันเด็ดขาดเพื่อครอบครัวของเรา“

นัยนายิ้มทั้งน้ำตาบอกเขาว่า “ฉันขอฝากชีวิตไว้กับคุณค่ะ...”

เดือนฉายเห็นพ่อกับแม่เข้าใจกันและรักกันมากขึ้นเช่นนี้ เธอดีใจหันไปยิ้มกับสุริยน ศิริกับนัยนาเห็นสายตาของลูกสาวกับสุริยนที่มองกันแล้ว ศิริเอ่ยขึ้นว่า

“เราอาจต้องจัดงานแต่งงานถึงสองคู่...ลูกสาวของเราทั้งคู่ ยัยดากับคุณศัลย์ และยัยเดือนกับคุณยน”

ooooooo

ทรงยศนอนบนเตียงมองรมิดาด้วยความรักขอบใจสำหรับแหวนมรกต  เธอขอโทษที่เอาแหวนให้ช้าเกินไป เล่าว่าตนตีสนิทกับแจ่มจันทร์เพราะอยากรู้ความจริงในอดีตและก็ได้รู้เกินคาด

“อย่าพูดถึงเรื่องแจ่มจันทร์เลย ต่อไปมีแต่อนาคตไม่มีอดีต เรื่องเลวร้ายก็ขอให้ทุกคนลืมไปเสียเถอะ” ทรงยศเอ่ย

ศัลย์ยืนอยู่นานแล้ว ยืนดูความตื่นเต้นยินดีกันของคนในครอบครัวด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน ไพลินเข้าไปสะกิดพี่ชายพูดเบาๆว่า รักรมิดาก็ให้บอกไปเลยตอนนี้โอกาสดีมากแล้ว

ศัลย์ยืนนิ่งบอกน้องสาวว่ารมิดากำลังมีความสุขกับ ครอบครัวคงไม่สนใจตนหรอก แต่แล้วแมนยูก็เป็นตัวช่วยที่

น่ารัก วิ่งเข้ามาหาศัลย์พูดเสียงเจื้อยแจ้วว่า

“แมนยูชอบน้าศัลย์ครับ น้าศัลย์มาเป็นพ่อแมนยู แมนยูก็ไม่ว่านะครับ”

สุริยนเองก็สนับสนุนขอให้ศัลย์ช่วยดูแลรมิดากับแมนยูต่อไปตนจะได้หมดห่วง พูดอย่างมั่นใจว่า

“ผมเชื่อใจคุณ...เพราะดาเองเธอก็รักคุณ”

“ฉันก็ไว้ใจจะฝากลูกสาวกับคุณ” นัยนาเสริมขึ้น

ทุกคนที่พูดมาทำให้ศัลย์มีกำลังใจ เขากลายเป็นคนสำคัญของตรงนั้นไปทันที ส่วนรมิดายังเขินๆ ยิ่งเมื่อบรรดาญาติๆพากันมองมาเป็นตาเดียว เธอก็ยิ่งทำหน้าไม่ถูกได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาเหล่านั้น

ooooooo

ศัลย์ตัดสินใจเข้าไปจับแขนรมิดามองตาบอกรัก รมิดาเฉไฉว่ามาบอกอะไรกันตอนนี้คิดจะหลอกเพื่อเอาแมนยูกลับไปใช่ไหม ทำหน้างอนๆ บอกว่าตอนนี้ตนไม่ยอมคืนให้แล้วศัลย์บอกเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรักว่า

“ผมไม่อยากโกหกคุณอีกแล้ว ไม่อยากหลอกตัวเองด้วย ผมถามตัวเองเสมอ ผมรักคุณจริงหรือ หรือจะแย่งแมนยูกับคุณเท่านั้น...ผมทุ่มเงินซื้อกิจการโรงแรมช่วยแม่คุณเพราะอะไร เพราะลึกๆผมรักคุณ...ผมรักคุณมานานแล้ว ผมสนใจชีวิตของคุณ ชะตากรรมของคุณ จนสุดท้าย ผมเห็นคุณมีความสุขมีครอบครัวที่อบอุ่น...ให้ผมดูแลคุณนะ...ทุกคนก็เชียร์ผม”

รมิดายังแง่งอนประสาหญิง จนศัลย์ตัดบทว่า

“ผมขอเผด็จการ...ผมจะแต่งงานกับคุณ จะยกหุ้นโรงแรมให้คุณ ผมต้องเดินทางบ่อยๆทางนี้ผมจะให้คุณดูแล”

“ฉันถนัดแต่เป็นเชฟ ฉันเป็นเจ้าของร้านกุหลาบขาว...”

“ร้านนี้จะเป็นอนุสรณ์ความรักของพ่อกับแม่คุณ...คุณทำเป็นงานอดิเรกได้ แต่ในฐานะคุณผู้หญิงของผม คุณจะเป็นเจ้าของโรงแรมสยามคอสโม”

รมิดายืนฟังตัวเบาหวิว...กับชีวิตที่ลงตัวอย่างสวยงาม เธอต่อสู้ฟันฝ่ามาแทบเอาชีวิตไม่รอด เพื่อพิสูจน์ความจริงที่ถูกบิดเบือนในอดีต เวลานี้ เธอพิสูจน์ได้แล้วทุกสิ่งทุกอย่าง เธอเข้าใจนัยนาผู้เป็นแม่แล้ว และตัวเธอเองก็ได้รับการต้อนรับได้รับความรักและความอบอุ่นจากทุกคนในครอบครัว...

“แต่งงานกับผมนะครับ” ศัลย์เอ่ยขึ้น

“ค่ะ” รมิดาตอบรับอย่างมีความสุข

ศัลย์โอบกอดรมิดาไว้อย่างอ่อนโยน อบอุ่น หอมแก้มเธออย่างทะนุถนอม

“นั่นแน่...น้าศัลย์หอมแม่ดา” เสียงแมนยูดังขึ้นพร้อมกับแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลาง เลยเหมือนอยู่ในอ้อมกอดของทั้งรมิดาและศัลย์

“แม่ดามีน้องอีกคนให้แมนยูนะครับ...แมนยูอยากได้ น้องสาวครับ”

“ดูพูดสิ  ยังไม่ได้แต่งงานเลย”  รมิดาพูดอย่างเอ็นดูลูกชาย

“ผมจะแต่งงานอย่างเร็วที่สุด”

“ไชโย้...” แมนยูตะโกนกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ

รมิดากับศัลย์ต่างมองหน้ากัน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างครอบครัวไปด้วยกัน

แมนยู...หนูน้อยที่รมิดากับศัลย์แย่งกันเป็นเจ้าของมาแรมปี...บัดนี้ มีแต่แย่งกันรัก แย่งกันโอบอุ้มเพราะแมนยูได้กลายเป็นโซ่ทองที่คล้องใจทั้งสองให้มาเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์...

และ...จะดูแลกันและกันตราบชั่วชีวิต...


ooooooo

-อวสาน-

คุณพ่อหวานแหวว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด