ตอนที่ 13
10 โมงเช้าวันรุ่งขึ้น นัยนา ศิริ และผู้ถือหุ้นของโรงแรมสยามคอสโมมากันพร้อมหน้าแล้ว แต่ยังไร้วี่แววของศัลย์ นัยนาต้องแก้สถานการณ์คาดว่ารถติด ขอให้ทุกท่านรออีกสักครู่
ไพลินไม่สบายใจที่พี่ชายหายไปทั้งคืน ยิ่งเมื่อนึกได้ ว่าศัลย์นัดเจรจาเรื่องซื้อขายหุ้นโรงแรมกับนัยนา 10 โมงเช้าวันนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งตกใจว้าวุ่น โทร.เข้ามือถือมือเป็นระวิงแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีคนรับสาย
ผู้มาร่วมประชุมที่โรงแรมเริ่มกระสับกระส่ายเพราะต่างมีธุระที่นัดกันไว้ก่อนแล้ว บางคนบ่นว่าบ่ายโมงนี้ตนต้องรีบไปประชุมบอร์ดเหมือนกัน นัยนาขอร้องว่ารออีกสักประเดี๋ยวศัลย์คงติดธุระสำคัญอยู่
ระหว่างนั้นเองเลขาฯของนัยนามารายงานว่าวัลลภมารอพบที่ห้อง นัยนาจึงขอตัวจากที่ประชุม
ไพลินร้อนใจไปที่โรงแรมเจอตะวัน เมื่อรู้ว่าศัลย์ยังไม่มาทั้งคู่เดินตามหาเจอนัยนาที่กำลังออกมาพบวัลลภ เมื่อนัยนารู้ว่าเมื่อคืนศัลย์ไม่ได้กลับบ้านโทรศัพท์หาตั้งแต่เช้าก็ไม่รับสาย นัยนายิ่งกังวลใจ
ไพลินกับตะวันไปนั่งรอที่ร้านกุหลาบขาว ทุกคนที่นั่น ร้อนใจนั่งเงียบใจลุ้น จนรมิดาตั้งข้อสังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับศัลย์หรือเปล่า เพราะเมื่อคืนศัลย์ไปงานวันเกิดของดุสิต ทำให้เดือนฉายฉุกคิดได้ร้องอย่างตกใจ
"ต้องเป็นแผนของพี่ปาแน่ๆ" สุริยนถามว่าแผนอะไร เธอคาดว่า "ก็ถ่วงเวลาไม่ให้พี่ศัลย์มาเซ็นสัญญาซื้อหุ้นโรงแรมไงคะ"
ทุกคนมองเดือนฉายเป็นตาเดียวอย่างตกใจ
ที่แท้เดือนฉายมีข้อมูลลึกที่เคยแอบได้ยินศิรินั่งคุยกับวัลลภที่ห้องรับแขกในบ้าน โดยวัลลภมาเจรจาทำทีห่วงใยอยากช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของเขากับนัยนาด้วยการขอซื้อโรงแรมสยามคอสโม
ศิริถามว่าเขาจะให้ราคาเท่าไร วัลลภพูดไม่ลังเลว่า 150 ล้านเป็นไง อ้างว่าเราเป็นพี่น้องกันตนเห็นนัยนาลำบากก็อยากช่วย ถ้าศิริขายโรงแรมให้ตนเดือนฉายกับตะวันก็ยังมีงานทำ ส่วนนัยนาก็จะหาตำแหน่งดีๆให้ เวลานั้นศิริบอกว่า ตนตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ถ้านัยนากลับมาตนจะคุยกับเธอให้ วัลลภจึงกลับไปโดยไม่ได้รับคำตอบ
ฟังจากเดือนฉายแล้วตะวันคาดว่าเมื่อครู่นี้เห็นวัลลภมาที่โรงแรมคงมาพบคุณแม่แน่ๆ ทุกคนนิ่งคิด รมิดาพูดขึ้นว่า
"150 ล้านเขากดราคามากนะคะ วางแผนจะซื้อตัดหน้าคุณศัลย์อีกด้วย ลองติดต่อคุณศัลย์อีกทีนะคะ" รมิดากดมือถือถึงศัลย์อีกครั้ง
โชคดีจริงๆ ศัลย์รู้สึกตัวลุกขึ้นมารับสาย เขาถามว่ากี่โมงแล้ว พอรู้ว่าเกือบ 11 โมงแล้วเขาตกใจบอกว่านัดนัยนาไว้ 10 โมง ฝากให้เธอช่วยบอกนัยนาด้วยว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้
พอรมิดาบอกทุกคนว่าศัลย์กำลังมาที่โรงแรม เดือนฉายเร่งให้รีบไปบอกนัยนากันก่อนดีกว่า ทุกคนพากันลุกไปด้วยความดีใจ
ooooooo
ที่ห้องทำงานของนัยนา วัลลภมาเจรจาเชิงข่มขู่ ให้นัยนาขายโรงแรมให้ตนในราคา 150 ล้านอีกครั้ง นัยนาบอกว่าราคาประเมินของสยามคอสโมไม่ควรต่ำกว่า 500 ล้าน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับที่เธอบอกวัลลภว่า
"500 ล้านนาก็ขายให้พี่ลภไม่ได้หรอกค่ะ เพราะนารับปากว่าจะขายให้คุณศัลย์แล้ว นัดเซ็นสัญญากันวันนี้ด้วยค่ะ"
วัลลภอ้างความเป็นพี่น้องอย่าปล่อยให้โรงแรมหลุดไปอยู่ในมือของคนอื่นเลย นัยนาสวนไปว่า
"เพราะคนอื่นเขาอยากช่วยนาจริงๆ คุณศัลย์เขามี
ข้อเสนอดีๆที่นาปฏิเสธไม่ได้ค่ะ" เมื่อวัลลภถามถึงข้อเสนอดีๆของศัลย์ว่ามีอะไรบ้าง นัยนาจึงเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ฟังแล้ววัลลภไม่พอใจถามว่าตกลงจะไม่ขายให้ตนใช่ไหม "นารักโรงแรมนี้มากนะคะ นายังอยากมีหุ้นและบริหารโรงแรมนี้ต่อไปค่ะ"
วัลลภโกรธมาก แต่พอจะออกไปเดือนฉายก็มาบอกนัยนาว่าศัลย์มาแล้ว นัยนาจึงขอตัวจากพี่ชายเดินออกไป วัลลภแค้นจนบอกไม่ถูกที่ทุกแผนของตนไม่สำเร็จเลยแม้แต่แผนเดียว
ศัลย์มาถึงขอโทษนัยนาแก้ตัวว่าตนติดปัญหาส่วนตัวนิดหน่อยต้องขอโทษด้วยที่มาสาย นัยนาบอกว่าไม่เป็นไรแล้วรีบพาศัลย์ไปที่ห้องประชุมทันที ท่ามกลางสายตาของพวกที่มาจากร้านกุหลาบขาวที่มองอย่างโล่งใจ
ooooooo
วัลลภเดินหัวเสียออกมาเจอรมิดา เธอยกมือไหว้ ถูกเขาปัดมือที่พนมขึ้นอย่างแรง ด่าอย่างเกรี้ยวกราดว่าตีหน้าซื่อหลอกให้ศัลย์มากู้วิกฤติของแม่ตัวเองได้ รมิดาตกใจที่วัลลภรู้ว่าตนเป็นใคร ไม่เพียงเท่านั้น วัลลภยังพูดเยาะเย้ยให้เธอโกรธแค้นอีกว่า
"เธอมันก็แค่ลูกที่แม่ไม่ตั้งใจให้เกิด ผลผลิตจากการใฝ่ต่ำของน้องสาวฉัน ดวงแข็งนี่ ขนาดยัยนาส่งคนไปเก็บเธอกับไอ้สุเทพยังรอดได้...ดวงแข็งให้ตลอดนะรมิดา!"
รมิดาช็อก ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นทันทีเมื่อแน่ใจว่านัยนาส่งคนมาฆ่าตนกับพ่อจริงๆ แต่เมื่อกลับไปเล่าให้สุริยนฟัง สุริยนกลับไม่เชื่อเพราะชิตคนที่เป็นมือปืนเป็นลูกน้องของวัลลภ
"แต่ดาเชื่อค่ะ ดาจะสืบหาความจริงให้เร็วที่สุด...คุณนัยนาจะต้องรับกรรมอย่างสาสม!"
เวลาเดียวกันนั้น ที่ประชุมซื้อขายโรงแรมสยามคอสโม ก็ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสกับผลสำเร็จ ครั้งนี้ ศัลย์ได้รับการปรบมือแสดงความชื่นชมจากที่ประชุม
แต่เมื่อศัลย์กลับมาเล่าให้ไพลินฟัง น้องสาวยินดีกับผลสำเร็จ ถามถึงเรื่องเมื่อคืนศัลย์บอกว่าจู่ๆตนก็วูบไป ไพลินเตือนพี่ชายให้ต้องระวังตัวมากกว่านี้ เชื่อว่าพี่ชายถูกวางยาแน่ๆ
"พี่ประมาทเอง พี่ต้องระวังให้มากกว่านี้...เพื่อนกันแท้ๆยังไว้ใจกันไม่ได้" ศัลย์พึมพำ
ooooooo
วัลลภแค้นที่หักคอซื้อโรงแรมไม่ได้ ดุสิตกับปาริชาติเสียดาย แต่ปาริชาติบอกพ่อกับพี่ว่า
"ยังไม่หมดหวังหรอกค่ะ...เผลอๆเราอาจจะได้สยามคอสโมฟรีๆโดยไม่ต้องลงทุนเลยก็ได้" เธอบอกพ่ออย่างมั่นใจว่า "ถ้าปาทำให้พี่ศัลย์แต่งงานกับปาได้ สยามคอสโมก็ตกเป็นของปาไงคะ"
"แกนี่ฉลาดสมเป็นลูกพ่อจริงๆ" วัลลภกับดุสิตยิ้มอย่างมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
นัยนาขอบคุณศัลย์ที่ช่วยซื้อหุ้นโรงแรมไว้ ศัลย์บอกว่าต้องขอบคุณรมิดาถึงจะถูกเพราะเธอเชียร์ตนจนใจอ่อน นัยนาจึงไปขอบคุณรมิดา ถามว่าจะคิดค่าน้ำร้อนน้ำชาเท่าไรตนยินดี ตอบแทน
"ธุรกิจเขาคิดกันแต่เรื่องเงินและผลประโยชน์ตอบแทนเหรอคะ" รมิดาไม่พอใจ นัยนาบอกว่าเกรงใจเพราะเธอมีน้ำใจช่วยตน "น้ำใจคือการช่วยเหลืออันบริสุทธิ์ อย่าตีค่าเป็นเงินเลยค่ะ"
นัยนาอดถามไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงดีกับตนอย่างนี้หรือว่าเธอเป็นลูก...รมิดาสวนไปทันทีว่าอย่าคิดแบบนี้อีกมันไม่ใช่และไม่มีวันเป็นไปได้ ตนช่วยเพราะเห็นแก่ตะวันที่เป็นเพื่อนกันต่างหาก
จากนั้น รมิดาไปบอกกล่าวพ่อที่หน้าโกศบรรจุอัฐิว่า
"พ่อคะ...ดาทำดีที่สุดแล้วใช่ไหมคะ ดาช่วยผู้หญิงคนนั้นสำเร็จแล้ว ดาจำเป็นต้องช่วยเพราะยังไงตะวันก็เป็นน้องดา ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นคงกำลังมีความสุขกับครอบครัวของเขา...นายวัลลภรู้แล้วว่าดาเป็นใคร...เขาบอกว่าน้องสาวเขาส่งคนมาฆ่าพ่อกับดา...ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนบงการหรือแค่ร่วมมือ ดาก็จะทำให้เขาเจ็บปวด คุณนัยนาจะต้องรับกรรมที่ตัวเองก่อเอาไว้..."
ศัลย์แอบตามมาจึงมั่นใจว่ารมิดาเป็นลูกของสุเทพ ถามว่าแล้วทำไมเธอไม่เรียกนัยนาว่าแม่
"ฉันจะไม่มีวันเรียกผู้หญิงใจร้ายคนนั้นว่าแม่เด็ดขาด" รมิดาระบายความเจ็บปวดในอดีตให้ฟัง ศัลย์ถามว่าแล้วทำไมนัยนาถึงทิ้งเธอกับพ่อ รมิดาขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยตนเจ็บปวดมากพอแล้ว
"ผมเข้าใจ...คุณต้องเข้มแข็งนะรมิดา ผมจะเป็นกำลังใจให้คุณ"
รมิดาสะเทือนใจโผเข้ากอดเขาร้องไห้ ปาริชาติสะกดรอยตามมาเห็นเต็มตายิ่งเจ็บใจอาฆาตว่าอย่านึกว่าจะชนะตนได้ตลอด
ooooooo
ปาริชาติจ้องเล่นงานรมิดาหมายจะให้เสียโฉมแล้วศัลย์จะได้ทิ้งรมิดาหันมาหาตน ดังนั้น คืนนี้เธอตามทั้งคู่ที่ไปดินเนอร์กันที่ร้านอาหารสวยโรแมนติก ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่สุริยนมัดมือชกรับเดือนฉายไปดินเนอร์ ที่นั่นเหมือนกัน
ระหว่างทานอาหารศัลย์เฝ้าแต่มองรมิดาที่เขาชมว่าสวยมาก จนรมิดาเขินทำซอสหกรดมือจึงขอตัวไปล้างมือที่ห้องน้ำ ปาริชาติตามไปหาเรื่องมีปากเสียงกันจนกระทั่งเธอเอามีดสปริงในกระเป๋าออกมาจะกรีดหน้ารมิดา
ขณะที่รมิดากำลังจะเสียท่าอยู่นั่นเอง เดือนฉายเข้ามาเจอพอดีช่วยรมิดาได้อย่างหวุดหวิด แต่แรงริษยาอาฆาตของปาริชาติแรงนัก เธอหันสู้ทั้งสองคน แต่ถูกรมิดาต่อยท้อง ขึ้นเข่าที่ท้องจนจุกลงไปร้องครวญคราง รมิดาจึงพาเดือนฉายออกไป เดือนฉายเตือนรมิดาว่าต่อไปต้องระวังตัวให้มากเพราะปาริชาติเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ปล่อยเธอง่ายๆแน่
พอกลับมาถึงโต๊ะสุริยนถามเดือนฉายว่ามือไปโดนอะไรมาทำไมแดงๆ เดือนฉายปดว่าลื่นล้มในห้องน้ำแล้วชวนกันกลับ
ooooooo
เย็นนี้ตะวันซื้อกุหลาบขาวช่องามจะไปให้รมิดาตอบแทนน้ำใจของเธอ เจอแต่แมนยูอยู่คนเดียวจึงเล่นกับแมนยูรอรมิดา พอแมนยูถึงเวลานอนตะวันจึงลุกไปนั่งรอที่มุมหนึ่งของบ้านกุหลาบขาวอย่างมีความสุข จนกระทั่งเห็นรมิดากับศัลย์กลับมาด้วยกัน ตะวันซุ่มเงียบกริบ
ศัลย์ทวงรมิดาว่ายังติดหนี้ตนเพราะคืนนี้ไม่ได้ฟังเพลงด้วยกัน เธอบอกว่ามันดึกแล้วกำลังจะอ้างว่าพรุ่งนี้ต้องไปส่งแมนยูแต่เช้าด้วย แต่ถูกศัลย์พูดดักคอเสียก่อนเธอเลยจะเดินเข้าบ้าน บอกให้เขาขับรถดีๆ ถูกศัลย์คว้ามือไว้บอกว่ายังไม่ได้ใช้หนี้ตน แต่ดึงแรงไปหน่อยรมิดาเลยถลำเข้าอ้อมกอดเขาพอดี
ศัลย์เคลิ้มก้มจูบรมิดาอย่างอ่อนโยน ตะวันเห็นภาพนั้นถึงมืออ่อนปล่อยช่อกุหลาบขาวตกที่พื้น
รมิดาค่อยๆดันตัวศัลย์ออกบอกให้กลับได้แล้ว เขายิ้มอย่างมีความสุขอวยพรให้เธอฝันดีแล้วเดินกลับไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างมีความสุข...
ooooooo
ตะวันออกไปดักพบรมิดาต่อว่าเธออย่างรุนแรงหาว่าเธอโกหกว่าเกลียดศัลย์แต่ที่แท้ทำอีกอย่าง บอกเธอว่าตนรักเธอมากทำไมทำอย่างนี้กับตนได้ รมิดาอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง พอตั้งสติได้ก็บอกให้ตะวันกลับไปเสีย กลับถูกตะวันจูบประชด รมิดาโกรธมากตบหน้าตะวันแล้วไล่ไปให้พ้นอย่ามาให้เห็นหน้าอีก
พอตะวันเดินคอตกกลับไป รมิดาเหลือบเห็นช่อกุหลาบขาวที่พื้นจึงก้มเก็บขึ้นมาดูรู้ว่าน้องเอามาให้ ได้แต่พึมพำกับช่อกุหลาบ "ตะวัน...พี่ขอโทษ..."
ไพลินอยู่ที่ประตูรั้ว พอตะวันเดินออกมาก็เข้าไปแสดงความเสียใจด้วย ตะวันหาว่าเสแสร้งเพราะเธอน่าจะดีใจที่พี่ชายตัวเองชนะแล้ว ไพลินได้แต่มองตามตะวันไปด้วยความสงสาร เห็นใจ
เมื่อไพลินกลับไปเล่าให้พี่ชายฟัง ศัลย์นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนบอกว่า "ตะวันต้องทำใจ!" ไพลินถามว่าพูดแบบนี้แสดงว่าพี่ชายกับรมิดารักกันใช่ไหม
"ไม่ว่าพี่กับรมิดาจะรักกันหรือไม่ รมิดาก็ไม่มีทางรักตะวัน!"
ไพลินสงสัยมากถามรบเร้าจนพี่ชายพลั้งปากบอกว่า เพราะตะวันเป็นน้องชายของรมิดา พอพูดไปแล้วก็รีบบอกไพลินห้ามพูดเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด ปิดปากให้ดี แม้ว่าไพลินจะยังช็อกๆอยู่แต่ก็รับปากพี่ชายว่าจะรูดซิปปากให้สนิทเลยทีเดียว
ตะวันเสียใจมาก จนรุ่งเช้าไม่ลงมาที่โต๊ะอาหาร นัยนาจึงขึ้นไปดูที่ห้องนอน พบว่าลูกชายยังไม่ได้นอนเพราะนั่งซึมหน้าอิดโรยอยู่บนเตียง ถามไถ่จึงรู้ว่าเสียใจที่รมิดารักศัลย์ไม่ได้
รักตน ถามแม่ว่า
"ผมไม่ดีตรงไหนครับคุณแม่...ทำไมคุณดาถึงไม่ชอบผม ผมเฝ้าทำดีกับเขาทุกอย่าง แต่เขากลับไปรักคนที่กำลังแย่งลูกชายเขา"
"แม่เข้าใจนะวัน...ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่อยู่เหนือเหตุผล...เราบังคับใครให้มารักเราไม่ได้หรอกลูก...แม่รู้ว่าการที่เรารักใครสักคนแล้วไม่ได้รับความรักตอบมันเจ็บปวด...แต่ถ้าเราไม่อยากเจ็บเราก็ต้องเลือกรักคนที่เขารักเรานะลูก"
"ผมรักคุณดามาก...ผมลืมเธอไม่ได้หรอกครับ" ตะวันหน้านิ่งแววตาเหม่อลอย
"ก็รักต่อไป...รักอย่างมีสติ...รักด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ของเรา...ไม่ต้องหวังผลตอบ...ขอแค่ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุขก็เพียงพอแล้วลูก"
ตะวันรับปากแม่ว่าจะพยายาม นัยนาให้กำลังใจว่า เชื่อว่าลูกทำได้เพราะลูกแม่เข้มแข็ง...
ooooooo
แจ่มจันทร์สาระแนไปเป่าหูยุแยงรมิดาถึงร้านกุหลาบขาว เพราะรมิดารู้ว่าแจ่มจันทร์เคยเป็นคนรับใช้ ใกล้ชิดนัยนา จึงขอให้เล่าเรื่องเจ้านายเก่าให้ฟังบ้าง
เข้าทางแจ่มจันทร์พอดี เลยเล่าบิดเบือนว่านัยนาเป็นคนใจดำ เมื่อเจอคนที่ดีกว่าสุเทพก็ทิ้งลูกทิ้งผัวไปอย่างไม่ไยดี ทำให้รมิดายิ่งโกรธเกลียดนัยนา
พอแจ่มจันทร์คล้อยหลังไป นัยนาก็เข้ามาที่ร้านเพื่อเอาของขวัญเล็กๆน้อยๆมาให้ตอบแทนน้ำใจของเธอ รมิดาแสดงท่าทีเย็นชาจะไม่ยอมรับของขวัญของฝาก แต่เมื่อนัยนาขอร้องให้รับไว้ เธอจึงรับไว้แล้วขอตัวไปทำงานทันที จนนัยนาแปลกใจว่า... "หนูดาเป็นอะไร?"
แต่พอปลีกตัวเข้าห้องครัว รมิดาก็นิ่งคิด "เมื่อไหร่คุณจะเลิกสร้างภาพเสียที! มันลบอดีตแย่ๆของคุณไม่ได้หรอก ฮึ! ขนาดคนเก่าคนแก่ของคุณยังไม่ชื่นชมคุณสักนิด คุณนัยนา! คนบาปอย่างคุณหนีเวรกรรมไม่พ้นหรอก...ชาตินี้คุณจะต้องชดใช้ให้หมด!"
ส่วนแจ่มจันทร์กลับไปเล่าให้วัลลภฟัง ถูกวัลลภเตือนว่ายังไงก็อย่าไปที่นั่นบ่อยนัก เดี๋ยวรมิดาจะสงสัย
ooooooo
เย็นนี้เอง ตะวันก็ถือช่อกุหลาบขาวเดินไปหา
รมิดาขณะเธอเดินเล่นอยู่ในบริเวณสวนของโรงแรม พอเจอหน้ากันต่างมองกันทำหน้าไม่ถูก จนตะวันเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า
"เออ...เมื่อคืน...ผมทำไม่ดีกับคุณ...คุณดาคงโกรธมาก ผมขอโทษนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้น ไม่ทำให้คุณดาเสียใจอีก ผมขอโทษนะครับ" ตะวันส่งช่อกุหลาบขาวให้
รมิดารับไว้ยิ้มๆ พลางขอบคุณ บอกตะวันว่า "ดอกเมื่อคืน ดาก็เก็บไว้"
ตะวันถามว่าเธอหายโกรธแล้วหรือยัง รมิดาตอบเต็มปากเต็มคำว่าหายแล้ว พอตะวันย้ำถามว่าจริงหรือ เธอบอกว่าจริงเพราะ... "โกรธไม่ลงหรอก ก็ตะวันเป็นน้อง..." พูดแล้วชะงัก แต่ตะวันสงสัยย้ำถามว่าน้อง...รมิดาจึงกลบ เกลื่อนว่า
"ก็น้องชายดาไง...เราเป็นเพื่อนกัน ตะวันอ่อนกว่าดา ดาก็ต้องรักตะวันเหมือนน้องไม่ใช่เหรอ..."
ไพลินมาแอบดูอยู่ยิ้มดีใจเมื่อเห็นทั้งสองปรับความ เข้าใจกันได้ ครู่หนึ่งก็เห็นตะวันขอตัวไปทำงานต่อ รมิดามองยิ้มๆ เมื่อตะวันเดินไปแล้ว เธอพึมพำ
"พี่ดีใจที่มีตะวันเป็นน้อง...พี่รักน้องนะตะวัน..."
ooooooo










