ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หงส์สะบัดลาย

SHARE
ตอนที่ 13

ในตลาดคลองถม ดลเดินเข้าเดินออกร้านขายเครื่องเสียงหลายแห่ง แต่ยังหาเครื่องเล่นเทปตามต้องการไม่ได้ จู่ๆ คำเที่ยงโทร.เข้ามาบอกเรื่องโทร.ติดต่ออ้อไม่ได้ หนุ่มน้อยจำใจโกหกว่าอ้ออาจทำกิจกรรมอยู่ และรับปากจะโทร.หาน้องเอง แต่เมื่อวางสายแล้ว เขาก็ลืมเรื่องอ้อเสียสนิท

ดลพบเจ้าของร้านใจดีคนหนึ่ง แนะนำให้ลองไปหาเครื่องเล่นเทปในร้านสุดซอย พร้อมการันตีว่าน่าจะมีเครื่องเล่นแบบที่ดลต้องการ

เวลา เดียวกัน อิทธิหาญให้ชูศักดิ์กับโปรยพาอ้อขึ้นไปส่งในห้องนอนบนโกดังหวังจะย่ำยี แต่พงษ์เลิศเข้ามาปราม เพราะอยากให้งานเรียบร้อยก่อน อ้อหันมาถามจอมมาเฟียว่าจับตัวเธอมาทำไม

“อยากรู้ก็จะบอก ว่าเธอคือพาสปอร์ตออกนอกประเทศของพวกฉัน” อิทธิหาญตอบแทน เพราะเชื่อว่า ศิวัชคงไม่ยอมให้คนรักของน้องชายแฟน ตายไปต่อหน้าต่อตาแน่

พงษ์เลิศสะใจบอกต่อ “แล้วถ้ามันเซ็นให้เราเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาที่เราจะส่งไอ้สองพี่น้องนั่น ลงไปพบกับพ่อแม่มันในนรกซักที”

“ผม คันไม้คันมืออยากฆ่าพวกมันเต็มทีแล้ว เห็นที ต้องส่งตัวเร่งให้พวกมันมาที่นี่ไวๆซะแล้ว” อิทธิหาญหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้ๆ อ้อ แต่เธอดิ้นหนี เขาหันมาสั่งโปรยกับชูศักดิ์ให้ช่วยกันจับตัวอ้อไว้ แล้วฉีกเสื้อออก เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนอ้อถูกข่มขืน แล้วกดบันทึกภาพส่งไปให้เนติมา

เวลาเดียวกัน ระบิลนั่งทานอาหารฝีมือเนติมาอยู่หน้าบ้าน เขาได้รับโทรศัพท์จากจิ๊ก เธอโทร.มาร้องไห้ร้องห่มบอกกับน้องสามีว่า ปานเป็นคนฆ่าก้อง เพราะว่าก้องแอบได้ยินปานคุยกับพงษ์เลิศถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งปานให้ ก้องมาช่วยงานฆ่าวิเชียรกับครอบครัว แต่ก้องปฏิเสธจึงถูกปานฆ่าปิดปาก ระบิลยืนกำโทรศัพท์แน่น ไหล่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ เนติมาเดินออกมาเห็น ปราดเข้ามาถามสาเหตุของอาการ

“มันฆ่าพี่ชายผม ผมจะฆ่ามัน” ระบิลวิ่งไปเปิดลิ้นชักจะหยิบปืน แต่เนติมาขวางพลางเตือนสติ

“ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น ผมจะฆ่ามัน ผมจะแก้แค้นให้พี่ชายผม มันทำกับพี่ชายผมยังไง มันต้องเจ็บกลับกว่าสิบเท่า มันฆ่าคนที่รักผม ตอนนี้ผมไม่เหลือความหวังอะไรอีกแล้ว ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว...”

“นายยัง เหลือฉันไง ฉันอยู่ตรงนี้นายไม่เห็นเหรอ ตอนนี้ฉันเหลือแค่นายจริงๆ นายอย่าไปนะ...อย่าทิ้งฉันไป ถ้านายเป็นอะไรไปฉันจะอยู่ยังไง” เนติมากอดระบิลร้องไห้

ระบิลได้คิด เขารับปากจะไม่ทิ้งเธอไปไหน และขอโทษที่วู่วาม

“ฉันเข้าใจนายทุกอย่าง เพราะฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากนาย ฉันสัญญานะว่าจะช่วยนายจับพวกนั้นเข้าคุกให้ได้ แต่นายต้องสัญญาว่าจะไม่วู่วามแบบนั้นอีก ฉันกลัว ฉันไม่อยากเสียนายไป”

“คุณจะไม่มีวันเสียผมไป ผมจะอยู่กับคุณเท่าที่คุณต้องการ ผมสัญญา อย่าร้องไห้เพราะผมเลยนะ” ระบิลค่อยๆเช็ดน้ำตาให้เนติมาอย่างแผ่วเบา

หนุ่มสาวประสานตากันนิ่งนาน ก่อนระบิลจะค่อยๆ ก้มหน้าลงไปจูบเนติมา แต่ไม่ทันที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกัน ศิวัชก็เปิดประตูเข้ามา เขาช็อกกับภาพที่เห็นตรงหน้า

เนติมามองออกไป เห็นศิวัชยืนกำมือแน่นท่าทางโกรธจัด เธอรีบผละออกจากระบิล ขยับจะอธิบาย แต่ศิวัชหันหลังเดินหนีออกไปเสียแล้ว

ระบิลรีบดึงเนติมาตามไป ศิวัชหันมาตัดพ้อคนรัก เนติมายืนอึ้งพูดไม่ออก ระบิลว่าเป็นการเข้าใจผิด

“เข้าใจผิดงั้นเหรอ...” ศิวัชหันมาจะเอาเรื่อง

เสียงสัญญาณข้อความของโทรศัพท์เนติมาดังขึ้น เธอกดดูแล้วต้องช็อกสุดขีด รีบบอกระบิลกับศิวัช

“แย่แล้ว เกิดเรื่องแล้วค่ะ พวกนายพงษ์เลิศ มันจับตัวอ้อไปแล้ว” สองหนุ่มชะงักหันมา เนติมายื่นมือถือให้ดูภาพ

ooooooo

ดลหิ้วถุงเครื่องเล่นเทปออกจากร้านอย่างอารมณ์ดี เขาจะโทร.บอกพี่สาว แต่เนติมาโทร.เข้ามา เธอบอกดลว่า อ้อถูกอิทธิหาญจับตัวไปและส่งภาพอ้อในสภาพเกือบเปลือยมาให้ดูด้วย ดลโกรธมากจะบุกไปช่วยอ้อ แต่เนติมาปรามไว้ เร่งให้ดลกลับไปแจ้งข่าวกับคำเที่ยง แล้วติดต่อขอกำลังผู้กำกับวิเชษฐ์ให้มาช่วย แล้วเธอจะรีบตามไปสมทบ

“ครับ ผมเข้าใจ” ดลกดวางสายโทรศัพท์ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าฝูงคนมากมายบนถนนนั้นออกไป

ส่วนเนติมา เธอหันมาบอกระบิลและศิวัชที่ยังมองหน้ากันอย่างอึดอัดใจว่า จะไปช่วยอ้อ ระบิลขอตามไปด้วย เขาวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบอาวุธและกุญแจรถ

จากนั้นก็ชวนเนติมาไปขึ้นรถและไม่ลืมหันมาบอกศิวัชที่ยืนตีหน้าขรึม ว่าเรื่องอื่นค่อยมาจัดการทีหลัง ตอนนี้ชีวิตคนสำคัญกว่า

ระบิลกับเนติมาเดินออกไป ศิวัชมองตามอย่างครุ่นคิด ก่อนตัดสินใจวิ่งตามไป เขาบอกทั้งสอง “พวกคุณไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคนที่พวกมันต้องการเจอก็คือผม”

นายกฯหนุ่มฯเดินไปไขกุญแจรถที่จอดอยู่ข้างๆรถระบิล ก่อนจะหยิบปืนออกมาเหน็บที่เอวอย่างเตรียมพร้อมแล้วเดินไปเปิดประตูรถระบิลขึ้นไปนั่ง เนติมากับระบิลรีบเข้าประจำที่
รถแล่นออกไป ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของคนในรถ

ooooooo

ที่บ้านกันต์ ทุกคนพากันขวัญเสียเมื่อรู้ข่าวอ้อ กันต์กับเจือจันทร์หันมาถามขวัญชนกว่าโทร.บอก ผู้กำกับวิเชษฐ์แล้วใช่ไหม หล่อนพยักหน้ารับ และบอกว่าวิเชษฐ์กำลังจะตามไปช่วย เจือจันทร์ชวนทุกคนไปสมทบกับเนติมา แต่ดลว่างานนี้เขาขอไปคนเดียวดีกว่า ถึงเวลาต้องปิดบัญชีแค้นแล้ว

คำเที่ยงขอตามไปช่วยอ้อด้วย เขาลุกเดินนำดลออกไป ทิ้งให้ครอบครัวกันต์มองตามด้วยความเป็นห่วง

ด้านวิเชษฐ์เมื่อทราบเรื่องอ้อถูกจับตัว ก็รีบเช็กข้อมูลก่อนโทร.ไปบอกระบิล ว่าโกดังแห่งนั้นเป็นโกดังร้างที่พงษ์เลิศใช้เก็บอาวุธเถื่อน เขากับลูกน้องเข้าไปตรวจค้นหลายครั้งแต่ก็ไม่เจออะไร เพราะสายภายในคอยแจ้งข่าวให้รู้ตัวก่อน และผู้กำกับก็ย้ำก่อนวางสายว่า ให้ทุกคนระวังตัวให้มาก ห้ามทำอะไรบุ่มบ่ามก่อนที่เขาจะไปถึง เพราะภายในโกดังมีการป้องกันอย่างดี

ระบิลรับคำแล้วหันมาแจ้งกับเนติมาและศิวัช นายกฯหนุ่มพึมพำว่า เรื่องนั้นเขาทราบดีอยู่แล้ว ระบิลพยักหน้าหันไปหยิบปืนกระบอกหนึ่งส่งให้เนติมาไว้ป้องกันตัวพลางกำชับ

“ปืนมีไว้ป้องกันตัว ไม่ได้มีไว้ตัดสินชีวิตใคร ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเลวร้ายกับเรามากแค่ไหน ต้องรู้จักอดทน ข่มใจ อภัย”

“รู้แล้วน่า” เนติมามองหน้า สายตาดื้อรั้นเหมือนไม่เชื่อ ทำให้ระบิลเริ่มลังเลจะเก็บปืนเข้าที่ แต่เนติมา กลับคว้ามันไปถือไว้อย่างคล่องแคล่ว

ไม่นานนัก ทั้งสามก็มาถึงหน้าโกดัง พวกเขาไปสมทบกับดลและคำเที่ยงที่ซุ่มดูอยู่ ส่วนในโกดังอิทธิหาญเดินวนไปมาด้วยความหงุดหงิดก่อนหันมาบ่นกับพ่อ

“ที่จริงเราไม่น่าให้พวกมันมาที่โกดังนี่เลย ถ้าไอ้ศิวัชมันรู้เรื่องค้าอาวุธเถื่อนของเรา มันจะไม่แย่เหรอ”

“รู้แล้วจะทำอะไรเราได้ แผนนี้เราเป็นคนคุมเกม มันเป็นแค่ตัวเบี้ยที่ต้องเล่นไปตามคำสั่งเราเท่านั้น แล้วถ้าเราออกไปนอกประเทศได้ อย่าหวังเลยว่าพวกมันจะทำอะไรเราได้อีก” จอมมาเฟียหัวเราะชอบใจ

โปรย ทนง ชูศักดิ์ที่ฟังอยู่ก็พลอยยิ้มไปด้วย แต่เมื่อหันมาเห็นปานยืนหน้าเครียดจึงแกล้งล้อเรื่องจิ๊ก ปานฟังแล้วปวดใจรีบเดินหนี

ooooooo

ดลซุ่มดูลาดเลาอยู่หน้าโกดัง เขาเห็นข้างในเงียบผิดปกติจึงหันมาปรึกษาระบิลว่าจะบุกไปช่วยอ้อเอง แต่ระบิลไม่เห็นด้วย เขาว่าให้รอกำลังเสริมจากวิเชษฐ์ก่อน ศิวัชเสริมว่าพวกพงษ์เลิศจะยังไม่ทำอะไรอ้อ จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ แต่เขายังเดาไม่ถูกว่า พวกมันต้องการอะไร

ดลทำท่าจะค้าน แต่คำเที่ยงรีบตัดบท “ทำตามอย่างที่ทุกคนพูดน่ะถูกต้องแล้ว พ่อรู้ว่าดลเป็นห่วงน้อง แต่ดลก็ต้องห่วงความปลอดภัยของคนอื่นๆด้วย เราจะยังไม่ทำอะไรทั้งนั้นจนกว่าผู้กำกับวิเชษฐ์จะมา”

ดลหน้าเครียดมองทุกคนอย่างขัดใจ ก่อนหันไปมองที่โกดังร้างเหมือนมีแผนการอะไรบางอย่าง

ส่วนอ้อที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าอยู่ในห้อง เธอพยายามแกะเชือกที่มัดมือออกอย่างทุลักทุเล จนในที่สุดมันก็ขาดออกจากกัน สาวน้อยไม่รอช้ารีบแก้เชือกที่เท้าต่อ แล้วลุกวิ่งออกไปจากห้องขัง ตรงไปที่ประตูใหญ่และพยายามเปิดมันออก แต่ทำไม่ได้

“คิดจริงๆเหรอว่าฉันจะปล่อยให้เธอหนีออกมาง่ายๆ โลกสวยเกินไปรึเปล่าน้อง” อิทธิหาญกับลูกน้องย่างสามขุมเข้ามาหา

“นี่แกแกล้งฉันเหรอ”

“ฉันกับเธอก็ไม่มีอะไรทำทั้งคู่ เล่นเกมวิ่งไล่จับแบบนี้ระหว่างรอแฟนเธอมาช่วยมันก็สนุกเร้าใจดี

ไม่ใช่เหรอจ๊ะ ฉันมีอะไรทำให้เธอสนุกได้มากกว่านี้อีก” อิทธิหาญทำหน้าหื่น ก่อนจะวิ่งเข้าไปจับตัวอ้ออุ้มพาดไว้บนบ่า แล้วแบกกลับเข้าห้องขัง ในขณะที่อ้อทั้งร้อง ทั้งดิ้นด้วยความกลัวสุดขีด

“ปล่อยฉันนะ...อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อย ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยด้วย”

ระบิล เนติมา ศิวัช และคำเที่ยงที่อยู่ด้านนอกชะงักมองหน้ากัน เพราะจำเสียงอ้อได้ ระบิลร้อนใจบ่นว่าคงรอผู้กำกับวิเชษฐ์ไม่ได้แล้ว ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วลุกจะไปช่วยอ้อ แต่ต้องชะงัก เมื่อศิวัชร้องถามว่า ดลหายไปไหน

ระบิลหันมามองไม่เห็นดลก็หัวเสีย กลัวจะถูกจับตัวไปอีกคน เขาให้ศิวัชกับเนติมารอกำลังเสริมจากวิเชษฐ์ก่อน ส่วนตัวเองกับคำเที่ยงจะตามดลไป

เนติมาไม่ยอม จะไปด้วย ระบิลทำเสียงเข้มใส่ “ไม่มีแต่ ถ้าคุณไปกับผมอีกคน ผมจะห่วงหน้าพะวงหลัง ตอนนี้คุณต้องเชื่อใจผมว่า ผมจะช่วยอ้อและดลกลับมาให้ได้ ฝากด้วยนะครับ”

“ผมจะไม่ยอมให้เนติมาหายไปไหนอีกคนแน่” ศิวัชรับปาก

ระบิลเดินนำคำเที่ยงออกไป เนติมามองตามด้วยความเป็นห่วง แต่ทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ศิวัชเองก็กังวลกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่น้อยไปกว่าเนติมา

เวลาเดียวกัน ดลเดินด้อมๆมองๆอยู่แถวๆหน้าประตูทางเข้าโกดัง เขาได้ยินเสียงร้องโวยวายของอ้อดังออกมา จึงวิ่งเข้าไปลุยกับยามที่ยืนเฝ้าหน้าประตู แต่สุดท้ายก็พลาด เพราะมีสมุนอิทธิหาญอีกสี่คนเข้ามาสมทบ

จังหวะที่ดลเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ระบิลกับคำเที่ยงตามมาทันพอดี ทั้งสองเข้าไปช่วยดล

ครั้นล้มเหล่าสมุนได้แล้ว ระบิลไล่ให้ดลกลับออกไปพร้อมคำเที่ยง เพราะเขาจะบุกเข้าไปช่วยอ้อเอง แต่ดลไม่ยอมจะขอเข้าไปด้วย ระบิลหันมาดุแล้วพลันชะงัก เมื่อคำเที่ยงสะกิดให้ดูปานที่เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องกลุ่มใหญ่

พวกมันใช้ปืนจี้บังคับพาระบิล ดล และคำเที่ยงเข้าไปให้พงษ์เลิศ จอมมาเฟียออกอาการไม่พอใจที่ลูกชายหละหลวม ปล่อยให้ศัตรูเข้ามาเหยียบถึงหน้าประตู จึงพาทั้งหมดเข้าไปหาอิทธิหาญในห้องขัง พบมาเฟียน้อยกำลังเอามีดปลายแหลมกรีดไปบนเสื้อของอ้ออย่างคนโรคจิต

พงษ์เลิศต่อว่าลูกชายก่อนหันมาสั่งให้พวกปานผลักระบิล ดล และคำเที่ยงเข้ามากองรวมอยู่กับอ้อ อิทธิหาญเสียหน้าขอโอกาสแก้ตัว อาสาไปตามล่าเนติมากับศิวัชมาให้พ่อเอง เพราะมั่นใจว่าทั้งสองต้องมากับระบิลแน่

มาเฟียน้อยกับลูกน้องกลุ่มหนึ่งเดินออกไป พงษ์เลิศ มองตามก่อนหันมาสั่งปานว่าให้จัดการทุกคนเพราะไม่ใช่ คนที่เขาต้องการ

ปานถ่ายทอดคำสั่งไปยังทนงและขอจัดการกับระบิลเอง ทนงส่งยิ้มร้ายทำท่าจะชักปืนมายิงดล อ้อ และคำเที่ยง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจบอกว่า จะให้ทุกคนตายอย่างช้าๆ และทรมาน ด้วยการค่อยๆเฉือนด้วยมีดทีละชิ้น แล้วหันกลับไปยืนลับมีดอย่างใจเย็น

ระบิลมองมีดในมือทนงพลางครุ่นคิดหาทางออก ขณะที่ปานเริ่มอึดอัดใจเร่งให้ทนงจัดการฆ่าทุกคนให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ทนงยังท่ามากคุยโวไปเรื่อย เท่ากับเปิดโอกาสให้ระบิลได้แกะเชือกที่มือตัวเอง ขณะที่ปากก็ต่อว่าดลเรื่องไม่ยอมเชื่อฟังตน เพื่อเบี่ยงประเด็น

ตอนที่ 12

ระบิลหนีปัญหารักสามเส้ากลับบ้านสวน ภาพในอดีตเมื่อครั้งพาเอมมิกามาเที่ยวและให้สัญญากับเธอว่า จะกลับมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ผุดพรายขึ้นมา

บอดี้การ์ดหนุ่มถอนใจก่อนรำพึง “สุดท้ายก็เหลือแค่พี่คนเดียวนะเอม เฮ้อ...นี่เราจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่นี่หว่า”

ตอนที่ 11

เนติมาวิ่งนำ ดล อ้อ และคำเที่ยงเข้าหลบหลังกองวัสดุก่อสร้าง พลางมองไปรอบๆบริเวณอย่างระวังตัว เสียงปืนเงียบหายไปพักใหญ่ อ้อชวนหนีต่อ แต่คำเที่ยงเอ่ยอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า เป็นการเงียบเพื่อให้ทุกคน ออกไปเป็นเป้ากระสุนปืน

ขณะนั้นดลหันไปเห็นลูกน้องอิทธิหาญคนหนึ่งซุ่ม อยู่ เขากระชับท่อนไม้ในมือปรี่ออกจากที่กำบัง พลันกระสุนปืนนัดหนึ่งพุ่งมาเฉี่ยวขาจนเสียหลักล้มลง อ้อกับคำเที่ยงปราดเข้าประคอง

เนติมาวาดปืนไปรอบๆ พลางร้องท้าพวกเหล่าร้าย ด้วยความโมโห “แน่จริงออกมาสู้ซึ่งๆหน้าสิ ออกมา...ออกมา” ขาดคำกระสุนปืนหลายนัด ก็ระดมยิงเข้ามาโดนกองวัสดุก่อสร้างที่พวกเนติมาหลบอยู่ เหมือนเป็นการข่มขวัญให้กลัว

อิทธิหาญยืนมองเหตุการณ์อยู่บนบ้านร้างหลัง หนึ่ง เขาสะใจที่เห็นกลุ่มของเนติมาหลบอยู่หลังกองวัสดุก่อสร้างด้วยความหวาดผวา ปานยืนขนาบข้าง เขาไม่สบายใจนัก

“กลับกันไหมครับเสี่ย พวกมันขวัญหนีดีฝ่อกัน หมดแล้ว”

“กลับเหรอ ฉันจะกลับต่อเมื่อพวกมันเป็นศพ”

“เสี่ยครับ แต่...”

“เชื่อ สิ งานนี้พ่อต้องเห็นด้วยกับที่ฉันทำแน่ๆ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะถ้าพวกมันไม่ตาย มันต้องเอาเราตายแน่” อิทธิหาญยกปืนขึ้นเล็งไปยังกลุ่มของเนติมา แล้วลั่นกระสุนออกไป

กระสุน นัดหนึ่งเฉียดหัวเนติมาไปโดนกองวัสดุอย่างเฉียดฉิว อ้อกลัวจนตัวสั่น ดลฉุนจัดตะโกนท้าเหล่าร้ายให้ออกมาสู้กันซึ่งๆหน้า แล้วพลันชะงักเมื่อได้ยินเสียงอิทธิหาญดังก้องมาอย่างน่ากลัว

“จะซึ่งหน้าหรือซึ่งหลัง ผลลัพธ์มันก็เหมือนกัน คือ พวกแกจะออกไปจากที่นี่ได้ต่อเมื่อเป็นศพออกไปเท่านั้น”

“อิทธิหาญ” เนติมาจำเสียงได้ เธอตะโกนสวนกลับไป “แกนี่ลูกไม้หล่นใต้ต้นจริงๆเลยนะ ชั่วเหมือนพ่อ ลอบกัดเก่งเหมือนหมา”

“คุณเนติ์” คำเที่ยงปรามเนติมา เพราะกลัวทุกคนจะเป็นอันตราย

“ไม่ต้องกลัวค่ะคุณลุง มันมีปืนเราก็มีปืนเหมือนกัน ขออย่างเดียวอย่ารุม อย่าลอบกัดแบบนี้ มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

จังหวะนั้นเองดลหันไปเห็นอะไรบางอย่าง เขาบอกพี่สาว “มันไม่สนใจคำพูดพี่เนติ์หรอกครับ”

เนติ มา อ้อและคำเที่ยง มองตามดลไปเห็น โปรย ชูศักดิ์และลูกน้องอิทธิหาญอีกสี่ห้าคน เดินดาหน้าอย่างย่ามใจออกมาจากมุมต่างๆ ทั้งหมดถือปืนสั้นปืนยาวพร้อมระเบิดกระสุน

“เลวที่สุด!” เนติมาสบถ

อ้อ หน้าเสีย ขณะที่เนติมามองไปรอบๆ ก่อนสั่งให้ทุกคนหนีไปอีกด้านก่อน แต่คำเที่ยงว่าคงไม่ทัน เพราะเห็นทนงและลูกน้องอีกกลุ่มถือปืนเดินอาดๆ เข้ามา

เมื่อโดนปิดล้อมหมดทุกด้าน ดลตัดสินใจจะออกไปลุยทั้งๆ ท่ีมีเพียงท่อนไม้ท่อนเดียว อ้อรีบดึงไว้พลางเตือนสติ เนติมามองลูกน้องของอิทธิหาญที่ขนาบเข้ามาทั้งสองด้านด้วยสีหน้าเครียดคิดหา ทางออก

เวลาเดียวกัน ในห้องทำงานของศิวัช ธำรงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานของลูกชายอย่างไม่มีทีท่าร้อนรนกับ เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนัก ผิดกับศิวัชที่เดินกลับไปกลับมาอยู่กลางห้องด้วยความเป็นห่วงคนรัก

“แกอย่าแสดงอาการแบบนี้ให้นักข่าวหรือประชาชนเห็นนะ”

“แต่เนติ์เป็นแฟนผมนะครับคุณพ่อ”

“แกยิ่งต้องเก็บอาการ อย่าลืม...แกคือความมั่นใจของคนทั้งประเทศ”

“ผมชักเบื่อหัวโขนที่สวมอยู่เต็มทีแล้ว”

ธำรง มองศิวัชด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพยายามเก็บความรู้สึก ลุกขึ้นเดินไปโอบไหล่พลางเตือนสติ “ละครยังไม่จบ จะถอดหัวโขนได้ยังไงล่ะลูก ลืมภารกิจที่เรากลับมาเมืองไทยไม่ได้แล้วเหรอ จะเป็นใหญ่ใจต้องกล้านะลูก พ่อก็เป็นห่วงหนูเนติ์ไม่น้อยไปกว่าแกเหมือนกัน ผู้กำกับวิเชษฐ์นำกำลังออกตามหาแล้วและพ่อก็เชื่อว่าหนูเนติ์ต้องไม่เป็น อะไร”

“คุณพ่อมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“เพราะพ่อมั่นใจหนูเนติ์ หนูเนติ์เป็นคนเก่ง แล้วก็เก่งกว่าที่แกคิดมากด้วย” ธำรงพูดด้วยความมั่นใจ ศิวัชมองพ่อด้วยความสงสัยแต่ไม่กล้าเอ่ยถาม

ooooooo

อิทธิหาญมองลงมา เห็นพวกเนติมาตกอยู่ในวงล้อมก็หัวเราะสะใจ หันมาบอกกับปานที่ยืนหน้าเครียด “ไม่มีความสุขอะไร เท่ากับการเห็นคนจนตรอกโดนล้อมฆ่า โดยเฉพาะคนจนตรอกที่ว่าคือพวกนางเนติมา ฮ่าๆ”

เสียงโทรศัพท์มือถือของปานดังขึ้น เขากดรับแล้วรีบยื่นให้เจ้านายเพราะพงษ์เลิศโทร.มา

“คราวนี้คงไม่ด่าผมอีกใช่ไหมครับพ่อ” อิทธิหาญอมยิ้ม

“ถ้าจะทำ อย่าให้เหลือกลับมาเป็นเสี้ยนย้อนกลับมาตำเราเด็ดขาด”

“พ่อ ก็รู้ว่าผมไม่ธรรมดา ที่สำคัญวันนี้ไอ้ระบิลไม่ได้มาเป็นการ์ดให้นางเนติมา เท่ากับวันนี้งานของเราง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ผมไม่อยากโม้ เอาเป็นว่าผมเก็บภาพการล้อมฆ่าที่คลาสสิกที่สุดกลับไปฝากพ่อดีกว่า” อิทธิหาญหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้องเล็งถ่ายคลิปพวกของเนติมาอย่างย่ามใจ

พงษ์เลิศกดวางสายจากลูกชาย ก่อนหันมาเห็นชลกรยืนมองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอติงว่าอิทธิหาญทำแบบนี้อาจทำให้เสียเปรียบมากขึ้น

“แต่ฉันไม่มีวันปล่อยมันเล่นงานข้างเดียวแน่ เพราะมันต้องการเอาเราตายเหมือนกัน”

“ลอง เจรจาอีกสักครั้งไหมคะ ในทางการเมือง ถ้าเอื้อประโยชน์ที่ต้องกัน ดำก็เปลี่ยนเป็นขาวได้ตลอดเวลานะคะ” ชลกรพยายามโน้มน้าวเพราะไม่อยากปะทะ แต่พงษ์เลิศสวนอย่างหงุดหงิด

“เอื้อประโยชน์ หึ...แล้วมันเคยเอื้อประโยชน์อะไรที่ถวายพานส่งไปให้มันบ้างไหมล่ะ เธอถวายพานให้ไอ้ธำรงตั้งกี่รอบมันยังไม่เห็นเอื้ออะไรมาให้เลย เสน่ห์เธอตก แม้แต่ฉันยังรู้สึกเลย”

“ตกลงความผิดอยู่ที่ฉัน...” ชลกรพูดด้วยความรู้สึกน้อยใจ ขณะที่พงษ์เลิศยิ้มเยาะ

“หรือจะปฏิเสธ ว่าทางที่เธอเดินบนเส้นทางชีวิตทุกวันนี้ ไม่ได้บริหารด้วยเสน่ห์กับเรื่องบนเตียง”

ชลกรฉุนขาดเงื้อมือขึ้นมาจะตบ แต่พงษ์เลิศไวกว่า เอื้อมมือขึ้นคว้ามือเธอกำแน่นพลางตะคอกใส่

“ลูกกวางอย่างเธอ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกชลกร ทางที่ดีอยู่เชื่องๆ ทำตามจังหวะหายใจที่ฉันกำหนดให้แล้วเธอจะสบาย เพราะยังไงขั้วของฉันก็ไม่มีวันแพ้แน่นอน”

“คุณกับลูกชายไม่ต่างกันเลยจริงๆ”

“ไม่อย่างนั้นจะเป็นพ่อลูกกันได้ยังไงล่ะ แต่เห็นอย่างนี้...ฉันโหดกว่าลูกชายฉันเยอะ ฮ่าๆ” พงษ์เลิศกระชากตัวของชลกรเข้ามาหอมแก้มอย่างได้ใจ ก่อนเดินหนี ทิ้งให้ชลกรนิ่งงัน รู้สึกอึดอัดจนต้องร้องไห้ออกมา

ด้านเนติมา เธอยังคงกำปืนแน่น คิดหาทางออก เพราะลูกน้องอิทธิหาญยังคงปิดล้อมอยู่ทั้งสองด้าน ดลมองอ้อนั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องกลัวนะอ้อ พี่ไม่ยอมให้พวกมันทำอันตรายอ้อเด็ดขาด”

คำเที่ยงมองลูกสาวด้วยความสงสาร ก่อนมองไปรอบๆ เขาคิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง แล้วหันไปบอกเนติมา

“ผมจะวิ่งล่อพวกมันออกไปทางโน้น จากนั้นคุณหนูพา...”

“ไม่นะจ๊ะพ่อ หนูไม่ยอมให้พ่อเสี่ยงอันตรายอย่างนั้นนะจ๊ะ” อ้อร้องไห้พลางโผเข้ากอดคำเที่ยง

เนติมาพยายามทำใจให้เป็นปกติ หันไปอธิบายให้ คำเที่ยงฟัง “ถึงคุณลุงจะล่อพวกมันไปที่อื่น แต่พวกมันมีตั้งเยอะ มันคงไม่ตามคุณลุงไปทั้งหมดหรอกนะคะ”

“อีกอย่าง จากตรงนี้อีกตั้งไกลกว่าจะถึงถนนใหญ่...” ดลพูดค้างไว้แค่นั้น แล้วหันไปสบตากับพี่สาวอย่างปรึกษา

เสียงโทรศัพท์มือถือของเนติมาดังขึ้น เธอกดรับสายได้ยินศิวัชเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เนติ์...เป็นอะไรรึเปล่า ไหนว่าจะติดต่อกลับมาไงจ๊ะ แล้วเสียงปืนเมื่อกี้ล่ะเนติ์ ตกลงเกิดอะไรขึ้น แล้วตอนนี้รู้รึยังว่าเนติ์อยู่ที่ไหน ผู้กำกับวิเชษฐ์กำลังพาเจ้าหน้าที่ออกตามหาเนติ์อยู่นะจ๊ะ”

เนติมาครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่งก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอบอกคนรักว่าแค่นี้ก่อน แล้วกดวางสาย

“เดี๋ยวสิจ๊ะเนติ์ อย่าเพิ่งวางสาย เนติ์...เนติ์...โธ่เอ๊ย” ศิวัชถอนใจด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นธำรงนั่งมองอยู่ด้วยสายตาตำหนิ

ooooooo

เนติมาหาพิกัดที่ตัวเองอยู่จากโทรศัพท์มือถืออย่างเร่งรีบเพื่อจะส่งไปให้วิเชษฐ์ตามมาช่วย แต่ไม่ทันติดต่อได้ก็ถูกสมุนอิทธิหาญระดมยิงใส่ เธอใช้ปืนพกยิงตอบโต้ กระสุนถูกสมุนอิทธิหาญล้มไปหลายคน

อิทธิหาญยืนมองด้วยความเจ็บใจที่สมุนยังจัดการกับพวกเนติมาไม่ได้ ครั้นเห็นกระสุนของเนติมาหมดมาเฟียน้อยก็หัวเราะร่วน ตะโกนสั่งลูกน้อง “ถึงเวลาส่งพวกมันไปหาพ่อแม่ในนรกแล้ว”

โปรยยกปืนเล็งไปที่เนติมาเตรียมเหนี่ยวไก แต่จู่ๆ กระสุนปืนนัดหนึ่งก็พุ่งมาเฉียดมือโปรยจนได้เลือด กระสุนปืนของโปรยพลาดเป้า ปืนในมือกระเด็นตกพื้น จนพรรคพวกตกใจ เช่นเดียวกับพวกเนติมาที่กำลังมองหาว่าเจ้าของกระสุนเป็นใคร

“เกิดอะไรขึ้นวะ!” อิทธิหาญหันมาถามปาน

ปานกวาดตามองไปรอบๆแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เป็นเวลาเดียวกับที่ทนงสั่งให้ลูกน้องถล่มพวกเนติมาเพื่อแก้แค้นให้โปรย แต่ไม่ทันได้ขยับตัวระเบิดเพลิงก็ระเบิดตูมด้านหน้าเหล่าวายร้าย ทำเอาทุกคนชะงักก่อนล้มระเนระนาดไปตามแรงระเบิด

อิทธิหาญกับปานตะลึงกับภาพที่เห็น มาเฟียน้อยหัวเสียรีบลงไปคุมเกมด้วยตัวเอง ปานมองเหตุการณ์ด้านนอกด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก ก่อนตามเจ้านายลงไป

ส่วนทนง โปรย ชูศักดิ์ และสมุน เมื่อตั้งหลักได้ก็พากันยืนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วต้องงงอีกรอบ เมื่อมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์พุ่งเข้ามาขวางพร้อมกับคนขับชักปืนขึ้นมายิงใส่กลุ่มลูกน้องอิทธิหาญอย่างรวดเร็ว หลายคนล้มลงสิ้นใจทันที ขณะที่ทนงหลบได้อย่างเฉียดฉิว

โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอีกกลุ่มเห็นดังนั้นก็ระดมยิงเข้าใส่บุรุษลึกลับที่ใส่หมวกกันน็อกขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาช่วยพวกเนติมา แต่เขาไวกว่า ชักปืนอีกกระบอกลั่นกระสุนสวนเข้าใส่ ถูกลูกน้องอิทธิหาญสองสามคนร่วงลงอย่างแม่นยำ ส่วนพวกที่เหลือก็วิ่งหาที่กำบัง

เนติมา ดล อ้อ คำเที่ยง ต่างตะลึงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าคนที่มาช่วยเป็นใคร จังหวะเดียวกันคนที่เสี่ยงตายเข้ามาช่วยหันขวับมาเร่งเนติมา

“รออะไร รีบหนีไปสิ เร็ว”

เนติมายังอึกอัก ชายลึกลับถอนใจ รีบลงมาจากรถแล้วปรี่ไปดึงเนติมาขึ้นรถ สาวแกร่งรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น เธอกระชับมือเขาแน่น ทั้งสองคนสบตากันค้างนิ่ง ก่อนจะสะดุ้งเพราะได้ยินดลร้อง

“โอ๊ย!” ทั้งสองหันไปเห็นดลถูกอ้อกับคำเที่ยงประคองขึ้นมายืน เนติมารีบเข้าไปประคองน้องชายด้วยความเป็นห่วง

ลูกน้องของอิทธิหาญสองสามคนโผล่จากที่กำบังจะยิงปืนใส่กลุ่มของเนติมา แต่ชายหนุ่มวาดปืนยิงเข้าใส่จนพวกมันต้องหลบกลับเข้าไปในที่กำบังอีกครั้ง ชายผู้นั้นหันกลับมาคุยกับดล

“ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ใช่ไหม”

“เออ...ได้ครับ”

“พาคนแก่กับผู้หญิงออกไปหน้าหมู่บ้าน เดี๋ยวจะมีคนมารับ”

“ใคร” เนติมาถามด้วยความสงสัย

“ไม่ต้องถามมาก อยากตายกันหมดนี่รึไง เร็ว” ชายหนุ่มพูดด้วยความร้อนใจ พร้อมกับยิงปืนสกัดลูกน้องอิทธิหาญไปด้วย เขาดันหลัง ดล อ้อ คำเที่ยง ไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ใกล้ๆ

คำเที่ยงหันไปถามคนมาช่วยด้วยความเป็นห่วงเนติมา “เดี๋ยว...แล้วคุณหนูล่ะ”

“เดี๋ยวผมพาออกไปเอง ไปเร็ว”

ดลหันมามองเนติมาด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอพยักหน้ารับปากว่าจะรีบตามไป ขณะที่ชายลึกลับช่วยยิงคุ้มกันให้สองสามนัด ก่อนที่ดลจะขึ้นรถพาอ้อกับคำเที่ยงซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไป

ทนงกับชูศักดิ์เห็นว่าพวกดลหนีไปได้จึงให้ลูกน้องระดมยิงใส่ระบิลกับเนติมาแทน ชายหนุ่มพาเนติมาเข้าไปหลบหลังกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ พลางเปลี่ยนแม็ก กระสุนปืนอย่างรวดเร็ว

“ผมไม่รู้ว่าพวกมันมีเท่าไหร่ แต่คุณเตรียมวิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดตั้งแต่คุณเกิดมา”

“นายเป็นใคร ว้าย” เนติมาถามพลางจ้องหน้าบุรุษลึกลับผ่านช่องว่างของหมวกกันน็อก แต่ต้องตกใจเมื่อเขาเอื้อมมือไปจับเท้าเธอขึ้นมา แล้วจัดการหักส้นรองเท้าออกทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว

“จะได้วิ่งถนัดๆ รองเท้าซื้อใหม่ได้ แต่ชีวิตซื้อใหม่ไม่ได้นะคุณ” ชายหนุ่มมองปืนในมือเนติมา แล้วดึงมาถือไว้ ก่อนจะยัดเก็บในกระเป๋าของเธอพร้อมสายตาตำหนิ

“ฉันไม่สนว่ามันเป็นใคร ฉันสนแต่ว่าพวกแกต้องเอากระสุนฝังในหัวพวกมันให้หมด” เสียงอิทธิหาญตะโกนก้อง

เนติมาหันมามองหน้าชายหนุ่ม เขาพยักหน้าให้อย่างมั่นใจแล้วพาเธอวิ่งออกมาจากที่กำบัง ทนง โปรย ชูศักดิ์และสมุนระดมยิงใส่แต่ไม่โดน ระบิลเอี้ยวตัวไปด้านหลังยิงปืนสวนกลับไปเป็นการขัดจังหวะพวกเหล่าร้าย ก่อนพาเนติมาวิ่งต่อไป

ooooooo

ดลขี่รถมอเตอร์ไซค์พาอ้อมาถึงถนนใหญ่ เขาได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องมาจากหมู่บ้านร้าง จึงตัดสินใจหยุดรถหันมาปรึกษาคำเที่ยงว่า จะกลับไปช่วยเนติมา คำเที่ยงลังเลเพราะทั้งห่วงดลกับอ้อและเป็นห่วงเนติมาเช่นกัน

อ้อมองไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นถนนโค้ง เธอร้องลั่นเมื่อเห็นรถของผู้กำกับวิเชษฐ์วิ่งเลี้ยวเข้ามาด้วยความเร็ว เพราะกลัวจะเบรกไม่ทัน ส่วนวิเชษฐ์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาเหยียบเบรกตัวโก่ง โชคดีที่รถเบรกได้ทัน ผู้กำกับหนุ่มรีบลงมาหาทุกคน พลางถามหาเนติมา ไม่ทันได้คำตอบ เสียงปืนอีกชุดก็ดังขึ้น

วิเชษฐ์พาทุกคนไปขึ้นรถแล้วขับเข้าด้านในเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่ถูกสมุนของอิทธิหาญที่ซุ่มอยู่ระดมยิงใส่ เขาตัดสินใจรอหน่วยสวาทมาช่วยเสริมทัพ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน แต่พอหันกลับมาดลก็หายตัวไป ผู้กำกับหนุ่มสั่งให้ลูกน้องพาอ้อกับคำเที่ยงหลบออกไปก่อน แล้วตามไปช่วยดล

ด้านคนมาช่วย เขาจูงมือเนติมาเลี้ยวเข้าหลบหลังผนังบ้านร้างหลังหนึ่ง จังหวะเดียวกับที่กระสุนหลายนัดสาดเข้ามา เนติมาชักสีหน้าด้วยความโมโหเมื่อมองไปรอบๆ เธอสะบัดมือหนีพลางต่อว่า

“เข้ามาในนี้ก็เท่ากับมาหาทางตันน่ะสิ”

“ก็ยังดีกว่าวิ่งล่อเป้าอยู่ข้างนอกน่า” ชายหนุ่มพูดพลางเดินมองไปรอบๆเพื่อหาทางออก

ขณะที่เนติมามองด้วยความสงสัยก่อนเอ่ยถามว่า นายเป็นใคร แต่ชายลึกลับไม่ตอบ เนติมาพุ่งเข้าไปจะถอดหมวกกันน็อกเพื่อดูหน้า แต่เขาคว้ามือของเนติมาไว้ได้

“เวลาอย่างนี้สนใจเรื่องความปลอดภัย มากกว่าผมเป็นใครดีกว่ามั้ง” ชายหนุ่มเสียงเข้มใส่ แล้วรวบตัวเนติมาดันเข้าหลบที่ข้างฝาเพราะเห็นเงาชูศักดิ์ยกปืนขึ้นเล็งอยู่จากด้านนอก
กระสุนพลาดเป้าถูกกระจกแตกกระจาย เนติมาร้องลั่น ชายลึกลับกระซิบสั่ง “ถ้าไม่อยากตาย ทำตามที่ผมบอก” เนติมาไม่อาจโต้แย้ง ชายผู้นั้นยื่นปืนให้เนติมาถือไว้ พลางกระชับมือแน่นเพื่อสร้างความมั่นใจ เนติมายอมเชื่อฟังเพราะมั่นใจในตัวเขาเช่นกัน

“นางเนติมามันหนีเข้าไปในนั้นครับเสี่ย” ทนงรายงานเมื่ออิทธิหาญลงมาสมทบ

“วิ่งไปหาทางตัน ในนั้นล่ะที่ตายของแก เฮ้ย...รออะไรอยู่วะ เข้าไปล่ามันสิวะ” มาเฟียน้อยสั่งการ

“ครับเสี่ย” ทนงหันไปพยักหน้าให้โปรยกับชูศักดิ์อย่างรู้งาน ก่อนทั้งสามคนจะพาลูกน้องเดินเข้าไปอย่างได้ใจ จังหวะเดียวกันนั้น ปืนนัดหนึ่งก็ลั่นออกมาจากในบ้าน กระสุนถูกลูกน้องอิทธิหาญอย่างจัง มันล้มลงสิ้นใจ เหล่าสมุนต่างชะงักด้วยความตกใจ

“มึง! เฮ้ย ไปลากมันออกมา วันนี้มันต้องตาย...วันนี้มันต้องตาย เร็ว” อิทธิหาญมองเข้าไปในบ้านร้างตรงหน้าด้วยความโมโห

ส่วนเนติมา เธอโวยใส่ชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องยิงก่อนด้วย ชายผู้นั้นอธิบายว่านาทีนี้ใครยิงก่อนได้เปรียบ แล้วชวนเนติมาหนีต่อ

“นายจะพาฉันไปไหน”

“ถามได้ ก็พาออกไปจากที่นี่ไงคุณ ออกไปทางพื้นดินไม่ได้ก็เหาะไป เร็ว” บุรุษลึกลับเร่งฝีเท้าพาเนติมาขึ้นบันได แต่ต้องชะงักเมื่อเนติมาโพล่งขึ้นมา

“นายระบิล”

ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะรวบตัวเนติมาเข้ามาหลบที่ผนัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กระสุนสองนัดเฉียดตัวเธอไปนิดเดียว

“ถามมาก อยากตายรึไง” ระบิลมองเนติมาในอ้อมกอดอย่างตำหนิ

ขณะที่เนติมามองตาระบิลอย่างรู้สึกอบอุ่น ระบิลเอื้อมมือไปกระชับปืนในมือเนติมาแน่น พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พร้อมนะครับ”

เนติมาพยักหน้าด้วยความมั่นใจ ก่อนจะได้ยินเสียงเดินเข้ามา ระบิลเอี้ยวตัวลั่นกระสุนเฉียดชูศักดิ์ไปนิดเดียว ทนงกับโปรยลั่นกระสุนสวนมาแต่ไม่ทัน เพราะระบิลพาเนติมาวิ่งขึ้นไปด้านบนแล้ว

“ตาม!” ทนงวิ่งนำทุกคนขึ้นไป

ระบิลกับเนติมาวิ่งขึ้นมาชั้นบน ทั้งสองคนมองไปรอบๆ เพื่อจะหาทางหนี บอดี้การ์ดชะโงกมองไปทางหน้าต่างด้านหลังบ้าน แล้วหันมาบอกเนติมา

“ทางนี้ครับ หลังบ้านมีทางออกอีกซอย”

เนติมาหันขวับไปทางหน้าต่างบานหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ เหมือนได้ยินเสียงอะไรดังมาจากด้านนอก เธอชะโงกเป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกน้องอิทธิหาญคนหนึ่งปีนขึ้นมาถึงพอดีและกำลังจะชักปืนออกมา เนติมาตัดสินใจยิงสวนออกไป ลูกน้องอิทธิหาญร่วงลงไปสิ้นใจตาย เธอถอนใจด้วยความโล่งอก

ขณะที่ระบิลหันไปเห็น ทนง โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอิทธิหาญอีกจำนวนหนึ่งก็ตามขึ้นมาทางบันไดจึงยิงสกัดไปสองนัด ก่อนจะออกแรงคว่ำถังน้ำมันสองร้อยลิตรที่มีน้ำบรรจุอยู่เต็มเข้าใส่ เพื่อขัดจังหวะอีกด่านหนึ่ง

“ทางนี้ เร็ว!” ระบิลรีบคว้ามือเนติมาวิ่งออกไป

ลูกน้องอิทธิหาญซุ่มดูอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นระบิลกับเนติมากำลังจะหนีไปที่บ้านอีกหลังจึงชวนกันไปสกัด แต่ถูกดลดักเล่นงาน เหล่าร้ายเปลี่ยนเป้าหมายหันมารุมดลแทน หนุ่มน้อยพลาดท่า เกือบโดนยิงตาย โชคดีที่วิเชษฐ์มาช่วยไว้ทัน จากนั้นสองหนุ่มก็ชวนกันไปช่วยเนติมาในบ้านร้าง

ooooooo

ระบิลกับเนติมาวิ่งเข้ามาหลบหลังกำแพงปูน พร้อมกับกระสุนหลายนัดสาดตามเข้ามา ทนง โปรย ชูศักดิ์ และสมุนตามเข้ามายืนมองไปยังผนังปูนที่ยังก่อไม่เสร็จดีนักอย่างชอบใจ
“หนีไปก็เท่านั้น สุดท้ายก็ตายอยู่ดี ฮ่าๆ” ทนงหัวเราะร่วน

ระบิลมองไปที่ระเบียงบ้านที่อยู่ไม่ห่างไปนักนิดหนึ่ง ก่อนชี้ให้เนติมาดู แต่เธอไม่เข้าใจถามว่า จะให้ทำอะไรกันแน่

“เห็นไหมที่ระเบียงมีเชือกที่ใช้โรยวัสดุก่อสร้างอยู่”

“นายอย่าบอกนะ ว่าจะให้ฉันโรยตัวลงไป”

“ทางเลือกเดียวที่จะรอด วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วใช้ปืนในมือให้เป็นประโยชน์”

“แต่...”

“อยู่กับผมคุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ระบิลเอื้อมมือไปกุมมือเนติมา เธอสบตาเขาพลางกระชับมือระบิลตอบอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนตัดพ้อออกมา

“เกลียดฉัน ขนาดหน้ายังไม่ยอมให้ฉันเห็นเลยเหรอ”

ระบิลถอนใจก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออก เนติมามองระบิลด้วยความดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า

“นายไม่ทิ้งฉันจริงๆ”

ระบิลพยายามตัดใจไม่ยอมตอบอะไร ก่อนจะดึงเนติมาขึ้นมาแล้วออกวิ่ง พร้อมกับยิงสกัดลูกน้องอิทธิหาญ พวกมันหลบกันระนาว เพราะยังไม่ทันตั้งตัว

ทั้งสองวิ่งไปยังระเบียงบ้านได้สำเร็จ ระบิลรีบเช็กเชือก เขาเอื้อมมือจับรอกแน่น ก่อนหันไปพูดกับเนติมาด้วยความมั่นใจ

“เชือกน่าจะแข็งแรงพอ กอดผมให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ แล้วคอยยิงคุ้มกันให้ด้วย”

“อะไรนะ...”

“ไม่มีเวลาแล้ว เร็ว” ระบิลเร่ง

เนติมาเข้าสวมกอดระบิลแน่น จนใบหน้าชนกัน ทั้งสองสบตากันด้วยความรัก ก่อนชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากในบ้าน

ตอนที่ 10

หลังเสร็จภารกิจในตอนเย็น ศิวัชรีบมาที่ลานจอดรถ หวังไปรับเนติมาตามสัญญา เขาถามหากุญแจรถกับบอดี้การ์ด พลางกำชับให้ขับรถตามไปห่างๆ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว บอดี้การ์ดรับคำพลางยื่นกุญแจรถให้

ศิวัชรับไปไข แล้วต้องชะงักเมื่อพบปฏิพรนั่งส่งยิ้มรอยู่บนเบาะหลัง แถมตัดพ้อว่ามารอตั้งนาน นายกฯหนุ่มแปลกใจถามว่ามาได้อย่างไร ก่อนหันขวับไปมองทีม การ์ด ทุกคนรีบหลบตาด้วยความกลัว ชายหนุ่มจะเข้าไปต่อว่า แต่ปฏิพรรั้งแขนไว้ รีบอ้างว่าธำรงเป็นคนอนุญาตเอง

“คือ คุณอาเห็นพี่ศิวัชเหนื่อย เลยให้ตี้ชวนพี่ศิวัชไปดินเนอร์ ทีนี้ตี้อยากเซอร์ไพรส์ให้พี่ศิวัช ตี้เลย...เอ้อ พี่ศิวัชโกรธตี้เหรอคะ” จอมมารยาแกล้งตีหน้าเศร้าอย่างรู้สึกผิด

ศิวัชถอนใจด้วยความอึดอัด พยายามอธิบายว่ามีนัดกับเนติมา แต่เธอชิงตัดบท “ดินเนอร์กับตี้แป๊บเดียวเอง ตี้จองเรือเพื่อนตี้ไว้แล้วด้วยนะคะ นะค้าคุณอาธำรงอนุญาตแล้วด้วย”

ศิวั ชได้ยินชื่อพ่อก็พูดอะไรไม่ออก จำใจต้องไปดินเนอร์กับปฏิพร แต่ก็แอบโทร.ไปสอบถามธำรงว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทั้งๆ ที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดเนติมา

“ทำไมพ่อจะจำไม่ได้ เนติ์ก็เหมือนลูกพ่อเหมือนกันนะ แล้วพ่อก็รู้ด้วยว่าเนติ์ต้องเข้าใจ” ธำรงตอบกลับ

“เนติ์ เขาต้องทำใจ เข้าใจเรื่องนี้มานานแล้วนะครับคุณพ่อ แล้วที่สำคัญน้องตี้พาผมมาในที่ๆ ผมจัดเตรียมไว้สำหรับดินเนอร์กับเนติ์” ศิวัชมองไปรอบๆ บริเวณอย่างไม่สบายใจนัก เขาถามย้ำ “ทำไมน้องตี้รู้เรื่องนี้ แล้วทำไม...”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น แต่ทั้งแก ทั้งหนูเนติ์ยังทำเป้าหมายของตัวเองไม่สำเร็จ เรายังต้องการแรงสนับสนุนจากท่านทวีอยู่นะ แกก็รู้ว่าภาพลักษณ์ที่ดีของท่านช่วยงานเราได้มาก”

“เมื่อไหร่เกมจะจบครับคุณพ่อ บอกตรงๆว่าผมอยากแต่งงานกับเนติ์เต็มทีแล้วนะครับ เอาเนติ์มาแขวนไว้อย่างนี้ผมสงสารเขา”

“แล้วคิดเหรอว่าแต่งตอนนี้ทุกอย่างจะจบ ตั้งสติหน่อย อย่าให้ความรู้สึกชั่ววูบทำลายทุกสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต”

“แต่ความรู้สึกผม ไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบนะครับ”

“ไม่มี นักรบคนไหนฉลองชัยชนะทั้งๆที่สงครามยังไม่จบหรอกนะศิวัช เล่นตามบทบาทที่แกสวมหัวโขนให้ดี ถ้าไม่อยากให้ทุกอย่างพัง อย่าเล่นนอกบทเด็ดขาด” ธำรงพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแล้วกดวางสาย จังหวะเดียวกันนายพลทวีขยับเข้ามาพูดกับธำรงด้วยความเป็นห่วง

“กระตุกบังเหียนแรงขนาดนี้ ม้าไม่พยศเอาเหรอคุณธำรง”

“ถึง ม้าตัวนี้จะฉลาด เก่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ม้าตัวนี้จะไม่กล้าทำ คือวิ่งออกนอกเส้นทางที่จ็อกกี้อย่างผมสั่งเด็ดขาด” ธำรงตอบอย่างใจเย็นพลางส่งยิ้มมั่นใจ

ด้านศิวัช เขาค่อยๆลดโทรศัพท์ในมือลงด้วยความเศร้าสร้อย ครุ่นคิดถึงชีวิตรักของตนกับเนติมาที่ถูกตีกรอบไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ปฏิพรหันมาเห็น เธอเข้ามาอ้อนชวนชายหนุ่มไปนั่งโต๊ะ เขาฝืนใจส่งยิ้มให้ก่อนเดินตามไปอย่างรักษามารยาท

ooooooo

ค่ำแล้ว เนติมาเดินวนไปมารอศิวัชอยู่ในสวนหย่อมหน้าบ้าน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดโทร.ออก แต่ต้องชะงักเพราะเสียงระบิลห้าม

“คุณพยายามเป็นสิบๆรอบแล้วนะครับ”

เนติมาลดโทรศัพท์ลงพลางหันมาบอกระบิลที่เดินเข้ามา “ฉันผิดเอง ฉันควรทำใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว”

“คุณศิวัชอาจทำภารกิจยังไม่เสร็จ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าวันนี้มีภารกิจที่คุณศิวัชต้องทำตั้งเยอะแยะ”

“ฉัน โทร.ถามที่พรรคแล้ว พี่ศิวัชเสร็จงานทุกอย่างตั้งแต่เย็นแล้ว” สาวเจ้าเสียงสั่นน้ำตาคลอ ก่อนจะตัดใจ ขยับเดินกลับเข้าในบ้าน แต่ระบิลเอื้อมมือไปจับแขนไว้บอกให้เข้มแข็ง เจ้าหล่อนหันมาสวนว่าที่ผ่านมายังไม่เข้มแข็งพออีกหรือ

“พอครับ แล้วก็เก่งมากๆ ด้วย ไม่เอาน่าใจเย็นๆ” บอดี้การ์ดเอื้อมมือไปจับไหล่นายสาว ค่อยประคองให้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆอย่างใจเย็น “ผมว่ารอฟังเหตุผลของคุณศิวัชก่อนดีกว่านะครับ คุณศิวัชไม่ใช่คนเหลวไหล ที่สำคัญเขารักคุณนะครับ”

เนติมายอมรับฟังและอยู่รอศิวัชต่อไป ระบิลเบาใจเดินกลับเข้ามาในบ้าน วิเชษฐ์และขวัญชนกรออยู่ทั้งสองเข้ามาถามถึงเนติมาด้วยความเป็นห่วง บอดี้การ์ดว่าเธออยากอยู่คนเดียวสักพัก

“รู้งี้สั่งเค้กเตรียมไว้ให้ก็ดี จะได้ซื้อเวลาไว้ก่อน คุณเนติ์จะได้ไม่คิดมาก” วิเชษฐ์นึกโกรธตัวเอง

“เราไม่รู้นี่ครับว่าจะเป็นอย่างนี้ อีกอย่างผมว่า ตอนนี้เอาเค้กก้อนเท่าภูเขามาวางตรงหน้า คุณเนติ์ก็ไม่สนใจหรอกครับ”

ผู้กำกับหนุ่มคิดตาม ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ขณะที่ขวัญชนกชะเง้อมองเพื่อนรักก่อนหันมาถาม “แล้วถ้าวันนี้คุณศิวัชไม่มารับเนติ์ล่ะคะ”

ระบิลไม่รู้จะตอบอย่างไร มีเพียงสายตาที่บ่งบอกว่าเป็นห่วงเจ้านายเกินร้อย

เวลาเดียวกัน ศิวัชไม่อาจฝืนตัวเองต่อไปได้ เขาถามปฏิพรตรงๆ ว่า เธอรู้ใช่ไหมว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเนติมา แม่จอมแอ๊บชะงักอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนกลบเกลื่อนว่าเธอไม่รู้เรื่องเลย

“แล้วที่นี่ พี่เตรียมสถานที่ไว้สำหรับดินเนอร์กับเนติ์”

ปฏิพรทำตกใจทั้งๆที่รู้หมดทุกอย่าง เธอตีหน้าเหมือน สำนึกผิด “ตายจริงตี้ขอโทษนะคะตี้ไม่รู้จริงๆ ที่ตรงนี้ตี้ให้ลูกน้องคุณลุงจัดให้ สงสัยเขาต้องเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ งั้นพี่ศิวัชรีบไปรับคุณเนติ์มาที่นี่เถอะนะคะ เดี๋ยวตี้อธิบายกับคุณอาธำรงเอง พี่ศิวัชรีบไปหาคุณเนติ์เถอะนะคะ”

ศิวัชยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายอย่างนี้ เขารีบโทร.หาเนติมายืนยันว่าจะไปรับเธอออกมาดินเนอร์แน่นอน

เนติมาตอบรับเสียงใสก่อนหันมาบอกระบิล วิเชษฐ์และขวัญชนกที่ออกมายืนลุ้น ทุกคนยิ้มได้ พลอยดีใจไปกับเธอด้วย

เวลาเดียวกัน ศิวัชเดินนำปฏิพรมาที่รถเพื่อจะส่งเธอกลับบ้าน เจ้าหล่อนสวมบทรุกเอ่ยลอยๆ ว่า ที่ยอมทำแบบนี้ก็เพราะรักศิวัช เล่นเอาชายหนุ่มชะงักหันมามองอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“แหม...ก็รักแบบน้องสาวรักพี่ชายไงคะ” ปฏิพรส่งยิ้มอายๆ

“งั้น รีบไปกันเถอะครับ พี่ส่งตี้เสร็จแล้วจะได้รีบไปหาเนติ์” ศิวัชถอนใจโล่งอก ก่อนจะเดินนำออกไป แต่จังหวะเดียวกันปฏิพรแกล้งสะดุดล้มลงกับพื้น ทำที่เป็นว่าเจ็บข้อเท้ามากเหลือเกิน จนศิวัชต้องพาส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เนติมายังคงรอศิวัชอยู่ในสวน เธอพยายามโทร.หาคนรัก แต่ติดต่อไม่ได้ สาวเจ้าถอนใจเซ็งหันมาบ่นกับระบิลและวิเชษฐ์ที่ออกมานั่งเป็นเพื่อน สองหนุ่มให้กำลังใจ ขวัญชนกเดินออกมาบอกว่า คุณพ่อคุณแม่ให้เข้าไปนั่งรอในบ้านเพราะดึกมากแล้ว

“ขอฉันอยู่คนเดียวสักพักนะขวัญ” เนติมาตอบเศร้าๆ ขวัญชนกขยับจะพูดต่อ แต่ระบิลยกมือห้ามพร้อมส่งสายตาบอกขวัญชนกเป็นเชิงขอร้อง

วิเชษฐ์รู้โดยนัย เขาชวนขวัญชนกเข้าไปนั่งในบ้านด้วยกันก่อน หนุ่มสาวเดินตามกันออกไป ระบิลมองนายสาวด้วยความเป็นห่วง แต่เนติมาพูดออกมาทั้งๆที่ไม่มองเขาด้วยน้ำเสียงเศร้า

“ไม่เข้าใจที่ฉันพูดเหรอ”

“ผมจะดูแลคุณ”

“นายดูแลความปลอดภัยร่างกายฉันได้ แต่นายดูแลหัวใจฉันไม่ได้หรอก”

“ที่ผ่านมาก็ดูแลมาหลายรอบแล้วนะ หรือคุณจะเถียง”

ตอนที่ 9

“ถูกใจเหรอครับเสี่ย” ทนงเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้านายจ้องสาวน้อยไม่วางตา เขาอาสาจะช่วยจัดการให้ แต่อิทธิหาญยกมือห้ามไว้ บอกให้ใจเย็น

“นี่มันศูนย์การค้านะโว้ย เดี๋ยวก็เป็นเรื่องให้ฉันโดนพ่อด่าอีกหรอก ที่สำคัญฉันอยากตามดูนางเด็กคนนี้ เพราะมันจะพาเราไปหาเสี้ยนหนามอีกคนที่มันอาจเล่นงานเราได้” มาเฟียน้อยจ้องไปที่อ้ออย่างมีแผน

จากนั้นเขาก็เข้าไปตีสนิทพี่เอิง เจ้าของโมเดลลิ่ง ขอทาบทามอ้อมาเป็นพริตตี้ประจำแนะนำสินค้าให้ พี่เอิงรีบมาบอกข่าวดีกับอ้อ สาวน้อยไม่ทันเฉลียวใจรีบตอบตกลงเพราะอยากได้เงินไปช่วยดล

ในตอนเย็น ทุกคนมาพร้อมหน้าที่บ้านกันต์ หนุ่มสาวออกไปตั้งวงทานอาหารในสวนหย่อม ส่วนกันต์ เจือจันทร์ และคำเที่ยงนั่งทานอยู่ในบ้าน ระบิลทยอยยกอาหารออกมาวางบนโต๊ะ พลางคุยว่า มื้อนี้ได้เนติมากับขวัญชนกเป็นผู้ช่วย สองสาวตอกกลับว่า ระบิลหวงวิชาไม่ยอมให้พวกเธอลงมือทำอะไรเลย นอกจากล้างผัก

“วิชาไม่หวง แต่ผมห่วงคุณสองคนจะหั่นนิ้วตัวเองแทนหั่นหมูมากกว่า”

“แหม...ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ” เนติมาเชิดใส่

“รับรอง ดูไม่ผิดแน่ครับ” ระบิลลอยหน้าลอยตาตอบ พลางส่งสายตาจ้องเนติมาอย่างไม่ยอมกัน ขวัญชนกลอบมอง รู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของทั้งคู่

ขณะที่กันต์ เจือจันทร์ และคำเที่ยงนั่งทานอาหารอยู่ในบ้าน ทั้งสามคุยกันถึงเรื่องในอดีต ต่างหวังว่าเรื่องราวทุกอย่างจะจบลงด้วยดี

“ผม เคยเจ็บปวด ที่ผมไม่สามารถปกป้องลูกเมียผมได้ แต่วันนี้ผมมีความหวัง มีเพื่อนร่วมต่อสู้อีกหลายชีวิต ผมจะกลับมาเดินให้ได้ เพื่อเป็นหลักที่สมบูรณ์ให้ครอบครัวของผมอีกครั้ง” กันต์เอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับขาตัวเองอย่างมีความหวัง

“กำลังใจดีอย่างนี้ คุณกันต์ต้องทำได้แน่นอนครับ”

“เรา สองคนหายใจอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะเป็นห่วงขวัญเท่านั้น ขวัญถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน ถ้าเราสองคนเป็นอะไรไปไม่รู้ลูกจะอยู่ยังไง” เจือจันทร์พูดพลางมองขวัญชนกที่นั่งอยู่ในสวนด้วยความเป็นห่วง

“กำลังใจคุณกันต์กับคุณเจือจันทร์ดีอย่างนี้ หนูขวัญผ่านฝันร้ายนี้ไปได้แน่นอนครับ”

“ทุกคนครับคุณคำเที่ยง ทุกคนต้องผ่านฝันร้ายนี้ไปด้วยกัน” กันต์พูดด้วยความมั่นใจ

เจือจันทร์กับคำเที่ยงยิ้มให้กันแล้วพากันมองออกไปยังกลุ่มหนุ่มสาวที่นั่งอยู่กลางสวนด้วยความหวัง

ครู่ต่อมา วิเชษฐ์ตามมาสมทบเพราะเพิ่งเสร็จงาน เขาหันมาสบตากับขวัญชนก สาวเจ้าเขินอายหันไปตักข้าวส่งให้ แล้วรีบหลบตา เนติมากับดลหันไปเห็นพอดี จึงสะกิดให้ระบิลกับอ้อดู
หลังทานอาหารเสร็จครอบครัวของคำเที่ยงก็ลากลับ เนติมากับระบิลไปส่งทั้งสามที่คอนโดฯ ส่วนวิเชษฐ์รับอาสาล้างจานให้เอง ขวัญชนกลงมาเห็นก็เกรงใจที่ต้องให้แขกมาช่วยล้างจาน จึงเข้ามาช่วย แต่เพราะมัวแต่เขินผู้กำกับจ้อง จึงเผลอทำจานในมือหลุดลงไปในซิงค์ล้างจาน น้ำกระเด็นเข้าหน้าเข้าตาตัวเอง

“อ้าว...มาครับเดี๋ยวผมเช็ดให้” วิเชษฐ์รีบเช็ดมือแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาช่วยเช็ดหน้าให้ขวัญชนกอย่าง อ่อนโยน หญิงสาวอึ้ง นาทีนั้นทั้งสองคนสบตากันนิ่ง ก่อนขวัญชนกจะตั้งสติได้ รีบผละออกมา

“ขอบคุณค่ะ ขวัญไม่เป็นไรแล้ว เออ...ขวัญขอตัวก่อนนะคะ” ขวัญชนกเดินหนีขึ้นห้องอย่างอายๆ ผู้กำกับหนุ่มอมยิ้มมองตาม

ขณะ ที่ความสัมพันธ์ระหว่างวิเชษฐ์กับขวัญชนกเริ่มดีขึ้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเนติมากับศิวัชกลับแย่ลง เพราะศิวัชมีงานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาให้เนติมา และเกือบทุกครั้งที่เขาจะโทร.หาคนรัก ปฏิพรก็จะเข้ามาขัดจังหวะแถมชวนไปออกงานสังคมต่างๆ ตามแผนรักโปรโมตของธำรง ซึ่งศิวัชไม่อาจปฏิเสธได้

ooooooo

รถของเนติมาแล่นมาจอดหน้าคอนโดฯ คำเที่ยงรีบชวนอ้อขึ้นห้อง เพราะอยากเปิดโอกาสให้พี่น้องได้คุยกันตามลำพัง เนติมาได้ช่องหยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้น้องชาย เพราะอยากทำหน้าที่ของพี่สาวบ้าง แต่ดลปฏิเสธพลางหันมามองระบิลอย่างขอตัวช่วย

“เก็บเงินคุณไว้เถอะครับคุณเนติ์” ระบิลคว้ามือเนติมาไว้ไม่ให้เธอยัดเยียดเงินใส่มือน้องชาย

สาวเจ้าหันมาตวาดแหวว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย ระบิล อมยิ้มบอกดลว่า เดี๋ยวเคลียร์ให้ หนุ่มน้อยยิ้มแทนคำขอบคุณแล้วเดินกลับขึ้นห้อง เนติมามองตามอย่างไม่ชอบใจนัก

เมื่อเข้ามาในห้อง ดลเล่าเรื่องเนติมาให้อ้อฟัง สาวอ้อว่า เธอเข้าใจความรู้สึกของเนติมาดี เธอคงเป็นห่วงดลเหมือนกับที่ตนห่วง ดลหันมายิ้มให้อ้ออย่างขอบคุณ แล้วต้องอึ้งเมื่อสาวน้อยหยิบเงินประมาณสี่พันบาทส่งให้พลางขอร้องแกมบังคับ

“แต่พี่ดลคงไม่ปฏิเสธความเป็นห่วงของอ้อใช่ไหมจ๊ะ เพราะเราตกลงกันแล้ว”

“แต่...”

“ถ้า พี่ดลไม่สบายใจที่จะรับเงินอ้อ งั้นเอาเป็นว่าอ้อให้ยืมก็ได้นะจ๊ะ แล้วอ้อคิดดอก พี่ดลจะได้สบายใจ” อ้อลอยหน้าลอยตาพูดอย่างอารมณ์ดี พลางยัดเงินใส่มือดล ก่อนจะหันกลับจะเดินเข้าไปด้านใน แต่ต้องชะงักเมื่อดลรั้งมือไว้ “ขอบคุณนะอ้อ ไม่รู้เป็นอะไร พี่ขัดใจอ้อไม่ได้สักที”

“ก็พี่ดลรักอ้อไง” อ้อหลุดปากออกมา แต่พอนึกได้ก็รีบกลบเกลื่อนขอตัวเข้านอน ทิ้งให้ดลมองตามอย่างไม่รู้ตัวเลยว่าความรักของทั้งคู่ได้งอกงามขึ้นมา

ด้าน ระบิล เขาเห็นเจ้านายอารมณ์บูดไม่ยอมพูดจามาตลอดทาง จึงชวนลงไปหากาแฟมาดื่ม เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น นายสาวยอมลงจากรถแต่ไม่ยอมพูด เขาจึงต้องเจรจาอีกรอบ

“ยัง โกรธน้องอยู่อีกเหรอครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าคุณดลเขาเป็นคนเก่ง เขาอยู่ได้โดยไม่มีคุณมาตั้งนานแล้วนะ นี่คุณ...นกบินได้แล้ว คุณจะจับมาป้อนอาหารอยู่ในกรงได้ไง ถึงคุณจะรักนกตัวนั้นแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีความสุขหรอกนะครับ”

“ฉันไม่ได้โกรธดล แต่ฉันโกรธนายที่ไม่เข้าข้างฉัน แต่เข้าข้างดล”

ตอนที่ 8

ครอบครัวของกันต์นั่งดูข่าวในโทรทัศน์ด้วยใจระทึก พวกเขาเห็นภาพเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ลำเลียงศพหลายศพขึ้นรถ ตามด้วยเสียงนักข่าวสาวรายงาน

“เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงศพสื่อมวลชน ตำรวจและการ์ดส่วนตัวของนายกฯศิวัช ซึ่งเสียชีวิตทั้งหมด จากการถูกกลุ่มคนร้ายซุ่มโจมตีขณะตามนายกฯศิวัชไปตรวจยึดพื้นที่ป่าคืนจาก นายทุน เบื้องต้นพบว่านายกฯศิวัชพร้อมคณะติดตามอีกจำนวนหนึ่งได้หายตัวไป ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกติดตาม และทางเราจะรีบนำความคืบหน้ามารายงานอีกครั้งค่ะ”

“ฉันนึกแล้ว ว่าวันหนึ่งต้องเกิดเรื่อง พวกมัน

ไม่ปล่อยให้ใครมาท้าอำนาจง่ายๆ อีกไม่นานภัยต้องมาถึงตัวเราแน่” เจือจันทร์เริ่มฟูมฟาย ขณะที่ขวัญชนกใจเสียนึกห่วงทุกคน

กันต์ปลอบใจลูกเมีย เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องปลอดภัย จังหวะเดียวกันวิเชษฐ์เข้ามาบอกกันต์ว่าตนได้รับมอบหมายให้สนับสนุนการตามหา คณะของศิวัชที่หายไป แต่จะส่งลูกน้องมาดูแลความปลอดภัยที่บ้านกันต์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

“ผู้กำกับไม่ต้องห่วงทางนี้หอกครับ พวกเราดูแลกันได้ เต็มที่นะครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยกลับมา”

“เป็นหน้าที่ ที่ผมเต็มใจทำอยู่แล้วครับ” ผู้กำกับหนุ่มชำเลืองมองไปทางขวัญชนกเห็นเธอหลบตาอย่างทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ยังมีแก่ใจเดินออกมาส่งชายหนุ่มหน้าบ้าน พร้อมทิ้งท้ายว่า ให้ระวังตัวด้วย

วิเชษฐ์ยิ้มหน้าบาน รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที

ด้านระบิล เขาพาเนติมา ศิวัช ปฏิพรวิ่งหลบมาหลังแนวไม้หนา ตั้งใจจะพาไปในหุบเขาเพื่ออาศัยลำธารเป็นเส้นทางหนี เหมือนครั้งที่มากับสองสาว ปฏิพรยังโวยวายไม่หยุด เธอว่าทั้งเจ็บมือและเหนื่อยจนจะไปต่อไม่ไหว ศิวัชพยายามปลอบใจและเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอยากให้เธอยอมไปต่อ

เนติมามองภาพตรงหน้าอย่างสะเทือนใจ พลางก้มมองฝ่ามือตัวเองที่มีแผลโดนกิ่งไม้ตำจนเลือดออกเช่นกัน เธอจำต้องเมินหน้าหนี พอดีระบิลหันมาเห็น หญิงสาวรีบชักมือกลับ พลันตะลึงเมื่อมีควันไฟลอยคลุ้งเข้ามาตามด้วยเสียงอิทธิหาญ

“เผามัน เผาให้เตียนทั้งภูเขา ดูสิว่าพวกมันจะอยู่ยังไงในกองเพลิง ฮ่าๆ”

ระบิล เนติมา และศิวัชมองหน้ากัน ส่วนปฏิพรทำท่าจะร้อง ศิวัชเอื้อมมือไปปิดปากเธอไว้ ขณะที่บอดี้การ์ดมองผ่านกิ่งไม้ใบไม้ลอดออกไป เห็นอิทธิหาญ ปาน  ทนง โปรย ชูศักดิ์ยืนอยู่หลังแนวไฟ โดยมีลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งที่ถือคบไฟจุดเผาป่าอยู่

เนติมาขยับเข้ามาบ่นกับระบิล “ฉันไม่รู้ว่าครอบครัวของฉันไปทำอะไรให้เขาโกรธแค้นนัก เขาถึงตามจองล้างจองผลาญขนาดนี้”

“ไม่มีเหตุผลสำหรับคนพาลหรอกครับ มือคุณ” ระบิลหันมามองนายสาว เธอก้มมองมือตัวเองข้างที่เจ็บแล้วเอ่ยอย่างมั่นใจ “ไกลหัวใจ อย่าบอกพี่ศิวัชนะ ฉันไม่อยากให้พี่ศิวัชเป็นห่วง”

“งั้นเรารีบไปจากตรงนี้กันเถอะนะครับ ไฟชักลามใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว” ระบิลพาทุกคนหนีต่อ แต่ไปได้ไม่ไกล ปฏิพรก็รั้งแขนศิวัชไว้บอกว่าไปต่อไม่ไหว เนติมาหันมาให้กำลังใจ แต่ไม่เป็นผล
ระบิลใช้ไม้แข็งขู่ว่าถ้าไม่ยอมไปต่อ ก็ตายอยู่ตรงนี้ด้วยกัน ปฏิพรลังเล จังหวะนั้นเอง เนติมาเงยหน้าขึ้นไปเห็นกิ่งไม้ที่มีไฟลุกท่วมกำลังจะหล่นมา เธอร้องเตือนทุกคนให้ระวัง แต่กิ่งไม้ดันเอนไปหาเธอพอดี

ระบิลขยับจะพุ่งไปช่วยเจ้านาย แต่ไม่ทันศิวัชที่พุ่งเข้าไปรวบตัวเนติมาให้พ้นแนวตกของกิ่งไม้ออกมาได้อย่างฉิวเฉียด บอดี้การ์ดถอนใจโล่งอก จังหวะเดียวกัน เขาก็เหลือบไปเห็นกิ่งไม้ติดไฟอีกกิ่งกำลังหล่นลงมาใส่ปฏิพร

“ระวัง!” ระบิลรีบพุ่งไปรวบตัวปฏิพรให้พ้นอันตราย กิ่งไม้จึงหล่นใส่ต้นแขนของเขาแทน

“นาย! เป็นไงบ้าง เจ็บมากไหม” เนติมาผละจากอ้อมแขนคนรักเข้ามาดูระบิลด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรครับ ไกลหัวใจ คราวนี้เชื่อที่ผมพูดแล้วใช่ไหม” ระบิลหันมาถามปฏิพรในตอนท้าย

หล่อนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่โผไปซบศิวัชร้องไห้อย่างขวัญเสีย ขณะที่ศิวัชชะงักมองเนติมาที่กำลังประคองระบิลขึ้นนั่งอย่างเอาใจใส่

ส่วนเนติมาก็มองศิวัชอย่างน้อยใจ เธอขยับลุกขึ้น กระสุนสี่ห้านัดยิงเฉียดเข้ามา ระบิลหันขวับไปยังที่มาของกระสุน เขาให้ทุกคนหมอบรออยู่ตรงนี้แล้วชักปืนวิ่งออกไป

“เดี๋ยว” เนติมาจะตามไปด้วย แต่ศิวัชเข้ามารั้งตัวไว้

ooooooo

ระบิลเดินอ้อมมาที่ชายป่าอีกด้าน เขาจัดการกับสมุนอิทธิหาญสามคนที่ยิงปืนใส่พวกตนเมื่อครู่ แต่เมื่อหันกลับมาก็พบอิทธิหาญ ปาน และสมุนอีกกลุ่มยืนดักอยู่

มาเฟียน้อยมองระบิลอย่างท้าทายพลางชักชวนให้เปลี่ยนขั้วมาทำงานด้วยกัน “ฉันเสียดายฝีมือแก ถ้าจะต้องตายไปพร้อมกับนางเนติมา คิดยังไงถึงไปทำงานให้ผู้หญิง ธรรมชาติไม่ได้ออกแบบให้ผู้หญิงเป็นเจ้านาย แต่ธรรมชาติออกแบบให้มีผู้หญิงไว้ทำเมีย ฮ่าๆ ว่าไง ฉันยินดีจ่ายให้แกสองเท่าของที่ได้จากนางเนติมา เราจะรวยทั้งเงินและอำนาจไปด้วยกัน เพราะเวลาของบอสเก่าแกมันหมดลงแล้ว”

“ก็น่าสนอยู่ แต่ฉันคิดถึงคำที่พ่อสอนอยู่คำหนึ่ง อดอย่างเสือ ดีกว่าอิ่มอย่างหมา” ระบิลตอบเย้ยๆ

“มึง!” อิทธิหาญโกรธจัด ชักปืนขึ้นมายิงใส่ แต่ระบิลหลบอย่างว่องไว แถมดึงสมุนคนหนึ่งมาเป็นโล่กำบัง ก่อนวกกลับมาเตะปืนจากมืออิทธิหาญกระเด็นหลุดมือ

ปานเห็นเจ้านายพลาดท่าจึงเข้ามาช่วย ศิวัช ที่แอบดูอยู่เห็นระบิลโดนรุมก็จะเข้ามาช่วยบ้าง แต่เนติมาดึงไว้ เธอว่า เขาเป็นผู้นำประเทศ มันไม่คุ้มกับการเสี่ยง

ปฏิพรยักไหล่บอกว่าระบิลเป็นแค่การ์ดที่จ้างมาไม่เห็นต้องสนใจ แถมโวยต่อว่า ถ้าระบิลเปลี่ยนใจไปอยู่ข้างพวกนั้น แล้วเกิดบอกที่ซ่อนของพวกตนจะทำอย่างไร

“ถ้านับจากวันที่คุณระบิลเริ่มเป็นบอดี้การ์ดให้เนติ์ กับสิ่งที่เขาทำให้เนติ์ เนติ์มั่นใจนะคะ ว่าเขาไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นแน่นอน” เนติมาเอ่ยด้วยความมั่นใจ ศิวัชฟังแล้วเริ่มรู้สึกแปลกๆ

ด้านระบิลเขาถูกปานดึงออกมากระซิบว่า คงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เพราะระบิลไม่เชื่อคำเตือนของตน

“ก็ไม่ต้องช่วย แต่ก่อนใครจะโชคร้ายตายก่อน พี่บอกผมหน่อยแล้วกันว่าพี่ก้องหายไปไหน เพราะผมไม่มีวันเชื่อ ว่าพี่ปานจะไม่รู้ไม่เห็นการหายสาบสูญของพี่ชายผม” ระบิลพูดอย่างไม่กลัวเกรง
ปานฉุนขาดชกระบิลจนหน้าหงายลงไปนอนกับพื้น ทนง โปรย ชูศักดิ์ พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งตามเข้ามาพร้อมระดมยิงใส่ ระบิลพลิกตัวหลบไปหลังต้นไม้ใหญ่

อิทธิหาญหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ “ฮ่าๆ ถ้าเมื่อกี้เลือกข้างถูก ก็ไม่ต้องหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ คราวนี้เอาไงดีวะ ปืน...หรือไฟ เลือกเอา”

ระบิลครุ่นคิดหาทางออก ก่อนหันไปเห็นท่อนไม้ท่อนขนาดเหมาะมือตกอยู่ใกล้ๆ ซึ่งรอบๆยังคงมีไฟลามไหม้อยู่ทั่ว เขาเงยหน้ามองดูทิศทางลมที่พัดกิ่งไม้ไหวอยู่ด้านบนพลางส่งยิ้ม

เนติมาเห็นระบิลหายไปก็นึกห่วง เธอหันมาปรึกษากับศิวัช เพราะอยากออกไปช่วย ปฏิพรรีบแทรกกลางชวนทุกคนหนีไป เธอว่าระบิลเป็นแค่บอดี้การ์ดไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตไปช่วย

“คุณระบิลไม่ได้เป็นแค่บอดี้การ์ดนะคะ” เนติมาตวาด แล้วหันกลับไปมองหาระบิลด้วยความเป็นห่วง

ศิวัชเห็นอาการคนรักก็ชักหวั่น เขาพยายามตั้งสติแยกแยะในสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะพูดออกมาอย่างหนักแน่น “จะไม่มีใครทิ้งใครทั้งนั้น เราจะออกจากที่นี่ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย”

เนติมายิ้มได้ ผิดกับปฏิพรที่ถอนใจออกมาอย่างขัดใจ เธอมองไปรอบๆด้วยความกลัว

ด้านอิทธิหาญ เขาเดินนำลูกน้องมายังต้นไม้ ที่ระบิลหลบอยู่หวังจัดการให้สิ้นซาก แต่ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นใครเลย

“เป็นไปได้ไงวะ เฮ้ย!” มาเฟียน้อยหงุดหงิดสั่งให้สมุนระดมหาระบิลให้พบ แต่ไม่ทันได้ขยับตัวปานก็ร้องลั่นเพราะหันไปเห็นแนวไฟลุกโชนล้อมพวกตนไว้รอบด้าน ขณะที่โปรยร้องถามลูกน้องเสียงสั่น

“เฮ้ย! ใครทะลึ่งจุดไฟล้อมกันเองอย่างนี้วะ”

“พวกฉันเปล่านะพี่” เหล่าสมุนต่างส่ายหน้าปฏิเสธ

ปานมองผ่านเปลวไฟไป เห็นระบิลถือกิ่งไม้ติดไฟมองอยู่พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน

“ฉันคงไม่ต้องถามนายนะอิทธิหาญ ว่านายจะเลือกปืนหรือไฟดี เพราะฉันเลือกให้นายแล้ว” ขาดคำระบิลก็เอากิ่งไม้ติดไฟโยนไปที่พงหญ้าแห้งตรงหน้าจนลุกโชน “ถ้าเมื่อกี้เลือกข้างถูก ก็ไม่ต้องหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ ฮ่าๆ”

อิทธิหาญฉุนขาด ยกปืนยิงใส่ระบิลไม่ยั้ง แต่ระบิลไวกว่าหลบออกไปได้อย่างรวดเร็ว ปานรีบดึงเจ้านาย “พอก่อนเถอะครับเสี่ย ผมว่าตอนนี้เราหาทางออกจากวงล้อมไฟนี่ก่อนดีกว่านะครับ”

“โว้ย” มาเฟียน้อยมองไปรอบๆเห็นเปลวเพลิงโอบล้อมทุกด้าน อารมณ์ของความโมโหยิ่งเพิ่มมากขึ้นเขายิงปืนรัวขึ้นฟ้าด้วยความแค้น ก่อนจะนำลูกน้องฝ่ากองเพลิงหนีตายอย่างทุลักทุเล

ระบิลวิ่งกลับมาหาเนติมา สาวเจ้าเห็นบอดี้การ์ดปลอดภัยกลับมาก็ดีใจจนลืมตัว ศิวัชลอบมองท่าทีของคนรัก ระบิลหันมาเห็นพอดี เขารีบเปลี่ยนประเด็นชวนทุกคนหนีต่อ

“เออ...ไปสิครับ” ศิวัชพูดกลบเกลื่อน ทั้งที่ความสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างระบิลกับเนติมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เนติมาก็ลอบมองปฏิพรที่เกาะแขนศิวัชไม่ห่างอย่างน้อยใจเช่นกัน

ooooooo

คำเที่ยงร้อนใจ เมื่อเห็นรายงานข่าวด่วนในทีวีเรื่องศิวัชกับเนติมา เพราะดลกับอ้อบอกเขาว่าจะติดรถไปเที่ยวกับเนติมาด้วย เขาพยายามโทร.ติดต่อลูกทั้งสอง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ

เวลาเดียวกัน ดลและอ้อพยายามโทร.ขอความช่วยเหลือ แต่แถวนั้นไม่มีสัญญาณ ทั้งสองชวนกันเดินไปตามเสียงปืนที่ได้ยินไม่ขาดสาย และเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งอยู่ในป่าด้านใน แต่โชคร้ายสมุนของอิทธิหาญอีกกลุ่มมาพบเข้า

พวกมันเข้ารุมดลเพื่อจะนำตัวอ้อไปให้อิทธิหาญ หนุ่มน้อยหมดสติไป หนึ่งในสมุนชักปืนออกมาหมายจะยิงดลให้ตาย แต่ไม่ทันได้เหนี่ยวไก ก็ถูกกระสุนของวิเชษฐ์เข้าแสกหน้าลงไปนอนแน่นิ่ง สมุนคนอื่นหันมายิงต่อสู้จึงถูกวิเชษฐ์กับลูกน้องวิสามัญ ก่อนวิทยุเรียกรถพยาบาลมารับตัวดล

นายพลทวีได้รับรายงานว่า ทีมช่วยเหลือพาดล กับอ้อออกมาได้แล้ว แต่ยังไม่พบพวกศิวัช ท่านถึงกับเครียดหันมาแจ้งให้ธำรงที่ยืนรอฟังข่าว เปรยว่า

“การค้นหาผมจะดูแลเอง ส่วนในทางการเมือง คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงผู้จัดการทุกอย่างมาตั้งแต่ต้นอย่างคุณหรอกนะคุณธำรง”

ธำรงพยักหน้ารับอย่างช้าๆ ขณะที่สมองครุ่นคิดด้วยความสุขุมในการหาทางออกอย่างดีที่สุด

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน อิทธิหาญกับปานในสภาพมอมแมมจากควันไฟ เดินขึ้นมาตามบันไดอย่างหัวเสีย  เพราะดันพลาดท่าให้ระบิล มาเฟียน้อยเตรียมจะอาละวาดอีกรอบ แต่ปานสะกิดเตือนเพราะเห็นพงษ์เลิศยืนหน้าบึ้งรออยู่ที่ระเบียง มีชลกรยืนอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าอึดอัดใจ

ตอนที่ 7

ดลวิ่งมาตบท้ายรถอิทธิหาญขณะจะเลี้ยวเข้าบ้าน เหล่าสมุนปรี่ลงมาดู หนุ่มน้อยอ้างว่ารถของเหล่าร้ายเฉี่ยวรถของเขา เพื่อถ่วงเวลาให้เนติมากับระบิลหนี

แต่เนติมาไม่เข้าใจจะออกไปช่วยน้อง ระบิลดึงไว้พลางอธิบาย จนเธอยอมปีนกำแพงกลับไป เมื่อดลเห็นพี่สาวปลอดภัยแล้วก็เตรียมถอย แต่อิทธิหาญไม่ยอมรามือ สั่งให้ลูกน้องรุมซ้อมสั่งสอน เนติมาซุ่มมองอยู่ในบ้านกันต์จะออกมาช่วย ระบิลอาสาจัดการเอง

บอดี้การ์ดหนุ่มเดินดุ่มๆออกไปหน้าบ้านเห็นอิทธิหาญ วาดปืนใส่ดล โดยมีปานร้องห้ามเสียงหลง วายร้ายไม่ฟัง แต่ขณะจะเหนี่ยวไก ก้อนหินลึกลับลอยมาโดนปืนกระเด็นไป

“โอ๊ย!” อิทธิหาญร้องลั่น กวาดสายตาหาคนทำ

“ใช้เครื่องทุ่นแรงกับคนมือเปล่าอย่างนี้ไม่แฟร์มั้ง” ระบิลเดินเข้ามายิ้มอย่างกวนๆ พลางชำเลืองมองดลขณะที่ปานแอบถอนใจ พลางบ่นเบาๆ “แส่หาเรื่องอีกแล้ว”

“เฮ้ย...พวกมึงยืนบื้ออยู่ทำไมวะ” อิทธิหาญให้สัญญาณ เหล่าสมุนเข้ารุมระบิล แต่ถูกซัดกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง หนึ่งในนั้นชักปืนขึ้นมาหมายจะยิงดล แต่ช้ากว่าระบิลที่ดึงตัวหนุ่มน้อยหลบออกมาก่อน แล้วตรงเข้าจัดการกับเจ้าของปืนจนมันทรุดลงไปกอง

ลูกน้องในบ้านวิ่งออกมาเสริมทัพ ปานเห็นท่าไม่ดีพุ่งเข้าไปเล่นงานระบิลเอง และแอบกระซิบให้รีบหนีไป แต่ระบิลไม่ฟัง เขาหันมาส่งสายตาให้ดลอย่างรู้กัน

ดลรู้หน้าที่ ใส่หลวงพ่อโกยวัดหน้าตั้งแจ้นออกไป หนุ่มน้อยไม่ยอมเลี้ยวเข้าบ้านกันต์ เพื่อไม่ให้อิทธิหาญสงสัย ส่วนมาเฟียน้อยเจ็บใจ สั่งให้ลูกน้องทั้งหมดเข้ารุมระบิล และหยิบปืนที่หล่นอยู่ขึ้นมาเล็งรอจังหวะลั่นไก พอดีวิเชษฐ์กับลูกน้องก็มาถึงเสียก่อน

อิทธิหาญออกอาการฮึดฮัด ปานกลัวเรื่องบานปลายรีบดึงเจ้านายเข้าบ้าน ขณะที่ระบิลถอนใจโล่งอก หันมามองรุ่นพี่ที่มาได้ทันเวลา

เมื่อต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน มาเฟียน้อยก็โวยลั่น เพราะเจ็บใจที่โดนหยามถึงถิ่น เขาหันมาพาลกับปานที่ไม่ยอมยิงระบิลทั้งๆที่มีโอกาส

“เสี่ยก็รู้นี่ครับว่ามันเป็นพวกเดียวกัน เกิดเรื่องขึ้นมาตอนนี้ เราเสียเปรียบนะครับ ผมว่าอย่าให้เรื่องเด็กบ้านั่นกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวเลยนะครับ”

“แต่กูนี่แหละ จะทำให้มันเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว”

เวลาเดียวกัน วิเชษฐ์เข้าไปดูแลสมาชิกในบ้านกันต์ ปล่อยให้ระบิลพาเนติมากับอ้อออกไปตามหาดล ผู้กำกับหนุ่มได้ยินเจือจันทร์ฟูมฟาย กลัวอิทธิหาญจะกลับมาเล่นงานครอบครัวอีก เขารู้สึกเห็นใจและเข้าใจ จึงชวนย้ายไปอยู่บ้านพักด้วยกัน

“ขอบคุณผู้กำกับมากนะครับ แต่ไม่ดีกว่า หลังเกิดเรื่องร้ายๆครอบครัวผมเคยจะไปจากที่นี่ แต่พวกมัน

ไม่ให้ผมไป ตอนนี้ผมไม่หนีแล้วครับ ผมกับครอบครัวจะอยู่รอรับความยุติธรรมในบ้านที่เป็นบ้านของเรานี่แหละครับ” กันต์ส่งยิ้มให้พลางเอื้อมมือไปกุมมือเจือจันทร์เพื่อให้กำลังใจ

จังหวะเดียวกัน ขวัญชนกก็ยกแก้วน้ำมาให้ผู้กำกับหนุ่ม มือทั้งสองสัมผัสกันโดยบังเอิญ ขวัญชนกเขินรีบดึงมือกลับ ก่อนจะแก้เก้อถามหาเพื่อนสาว

ooooooo

ระบิล เนติมา และอ้อช่วยกันมองหาดลในซอยเปลี่ยว อ้อใจคอไม่ดีเพราะโทร.หาดลแต่ติดต่อไม่ได้ ระบิลปลอบว่า เขาอาจจะแค่หลงทางเพราะไม่เคยมาแถวนี้ เนติมาถอนใจเฮือกมองออกไปทางหน้ารถแล้วร้องลั่น เพราะเห็นดลในสภาพเปียกปอนเดินออกจากพงหญ้าข้างทางอย่างหมดสภาพ

ระบิลเหยียบเบรก รถเคลื่อนเข้าไปจอดสนิทตรงหน้าดลอย่างฉิวเฉียด เนติมากับอ้อวิ่งลงไปหาหนุ่มน้อยพลางสอบถามเรื่องราวด้วยความเป็นห่วง ดลว่าตนไม่รู้ จะวิ่งไปไหน เลยหลบเข้าในพงหญ้าข้างทาง ก่อนหันไปยกมือไหว้ขอบคุณระบิลที่ตามลงมา

“ผมกับพี่สาวคุณ ก็ต้องขอบคุณคุณดลเหมือนกัน ถ้าไม่ได้คุณดลช่วยถ่วงเวลาไว้ เราสองคนคงแย่ คุณกล้าหาญมากนะครับ” ระบิลยิ้มเอื้อมมือไปตบบ่าดลเบาๆ ด้วยความชื่นชม ก่อนชวนกันขึ้นรถไปส่งหนุ่มสาวที่คอนโด

ครั้นมาถึงคอนโด เนติมาดึงน้องชายมากอดอีกรอบพร้อมกับคำขอบคุณ อ้อถอนใจออกมาอย่างเซ็งๆ บ่นว่าเสียดายที่ไม่เจอเทปลับ ดลนึกขึ้นได้ถามพี่ว่าเข้าไปหาในห้องเก็บของหรือยัง

“จริงด้วย สมัยเด็กๆ คุณพ่อชอบเอาของไปเก็บในนั้นเพราะกลัวเราแอบเอามาเล่น”

“แล้วเราก็ชอบแอบเข้าไปเล่นในนั้นได้ทุกทีไงครับ พี่เนติ์” ดลพูดๆ อย่างมีความหวัง

เนติมาหันไปขอร้องระบิลให้พาเธอกลับไปบ้านหลังนั้นอีกครั้ง แต่ระบิลว่า ไปตอนนี้ก็มีแต่พังกับพังและที่สำคัญเขากลัวเจ้านายจะไม่ปลอดภัย สาวเจ้ายอมรับฟังแต่อดเสียดายไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสได้กลับไปที่บ้านอีก

“เข้าไปก็ใช่ว่าจะเจอ อย่าลืมนะว่าของเล็กนิดเดียว ตอนนี้เราเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรกันอยู่นะครับ ตอนนี้ ช่วงรอจังหวะเข้าไปหาเทปลับอีกครั้ง เราจัดการพวกนั้นเรื่องอื่นก่อนดีกว่านะครับ” ระบิลยิ้มมีเลศนัย

เนติมานิ่วหน้าถามว่าเรื่องอะไร บอดี้การ์ดหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดคลิปที่ตัวเองแอบถ่ายอิทธิหาญกับพวกและเจ้าหน้าที่ในป่าให้ดู เนติมายิ้มออกมาอย่างได้ใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธำรงกับชลกรนอนกอดกันอยู่บนเตียง หญิงสาวทำออดอ้อนจะเจรจาเรื่องสัมปทานป่าไม้ของพงษ์เลิศ แต่ศิวัชโทร.เข้ามาขัดจังหวะ

ธำรงกดรับสายและตั้งใจฟังลูกชาย เขาพยายามซ่อนความรู้สึกไม่ให้ชลกรสังเกตได้ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างใจเย็นตอบกลับว่า เดี๋ยวเจอกัน แล้วกดวางสาย

“จะรีบไปไหนหรอคะ เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องสัมปทาน...” ชลกรจะเข้าเรื่อง แต่ธำรงชิงพูดขึ้นก่อน

“เดี๋ยวเราไปคุยกันในที่ประชุมก็ได้ คุณช่วยโทร.ตามคุณพงษ์เลิศด้วยนะ” ธำรงเดินหนีเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้ชลกรมองตามด้วยความสงสัย

สายวันเดียวกัน ศิวัชพร้อมเหล่าบอดี้การ์ดกว่าสิบคนมารอรับเนติมาที่บ้านกันต์ เพราะวันนี้เธออนุญาตให้ระบิลลาพักหนึ่งวันเพื่อตอบแทนที่เขาช่วยหาหลักฐานเด็ดมาให้ แต่ระบิลยังไม่วางใจจะขอตามนายสาวไปที่ทำการพรรคด้วย เนติมาไม่ยอมเธอขอให้ศิวัชกับวิเชษฐ์ช่วยเจรจา จนเขาต้องยอมจำนน

บอดี้การ์ดเห็นนายสาวไปกับคนรักแล้ว ก็จะไปทำบุญให้เอมมิกาบ้าง แต่บังเอ็ญได้ยินปานตะโกนสั่งลูกน้องว่า จะออกไปทำธุระข้างนอก ดูท่าทางน่าสงสัย จึงเปลี่ยนใจแอบตามปานไป

ระบิลตามปานมาถึงซอยเล็กๆ แถวชานเมือง เห็นพี่ที่เคยเคารพหิ้วของกินของใช้ลงจากรถเดินตรงเข้าไปในบ้านไม้เล็กๆ ที่ปลูกอย่างง่ายๆ แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นจิ๊กพี่สะใภ้เดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ปานแถมพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้านด้วยกัน

ระบิลตัดสินใจตามทั้งคู่เข้าไปแล้วตรงเข้าชกปานด้วยความโกรธ “นี่ใช่ไหมคือคำตอบที่พี่ปานไม่ยอมพูด พี่สองคนคือคนที่พี่ก้องไว้ใจที่สุด แต่ทำไม...ทำไม...ทำไม”

“ทำไมเหรอ นี่ไง” ปานฉุนขาดเงื้อหมัดชกสวนกลับ

ระบิลชะงักเสียหลักเซไป ปานปรี่เข้าสู้กับระบิลอย่างสูสี ข้าวของในบ้านแตกกระจาย

“แกตามฉันมาที่นี่ เพื่อต้องการคำตอบงั้นเหรอ แต่คำตอบของฉันคือไม่ ฉันไม่มีอะไรตอบแกทั้งนั้น” ปานผลักระบิลออกไปหน้าประตู

“ผมไม่ต้องการคำตอบอะไรจากปากพี่อีกแล้ว เพราะภาพที่ผมเห็นคือคำตอบที่ดีที่สุด พี่กับพี่จิ๊กชั่วมาก” ระบิลชกหมัดตรงเข้าเต็มหน้า

ปานผงะออกมาพร้อมกับชักปืนขึ้นจ่อระบิล แต่ก็ถูกระบิลชักปืนจ่ออยู่เช่นกัน จิ๊กวิ่งมาขวาง เธอสั่งให้ปานเก็บปืน แล้วหันมาขอร้องระบิลให้กลับไป และอย่ามาอีก แต่ระบิลยังข้องใจถามพี่สะใภ้ว่าพี่ก้องอยู่ไหน จิ๊กเบือนหน้าหนีพยายามกลั้นน้ำตา รู้สึกอึดอัดมากที่จะต้องตอบว่าก้องตายไปแล้ว เธอส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่รู้ ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

“เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อพี่กับพี่ก้องรักกัน ยกเว้นเพื่อนหักหลัง” ระบิลมองไปที่ปานอย่างขัดใจ ขณะที่จิ๊กเงื้อมือตบหน้าระบิลอย่างจังก่อนเอ่ยทั้งน้ำตา

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น กลับไปได้แล้ว กลับไป” จิ๊กทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ออกมาอย่างหนัก โดยมีปานเข้าไปประคองปลอบ

ระบิลมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาค่อยๆถอยกลับไปที่รถ ขณะที่ปานประคองจิ๊กเข้าไปในบ้าน พลางโทษตัวเองที่ชะล่าใจปล่อยให้ระบิล ตามมา ก่อนจะถามจิ๊กว่า ทำไมไม่บอกความจริงเรื่องที่เขากับเธอว่าไม่เคยมีอะไรกัน

“พูดไป ยังไงระบิลก็ไม่มีทางเชื่อ ช่างมันเถอะจ้ะพี่ปาน แล้ววันหนึ่งเขาจะรู้เอง” จิ๊กพูดอย่างปลงๆ ปานมองจิ๊กด้วยความรัก ก่อนตัดสินใจสารภาพว่าตนยังรักและรอจิ๊กอยู่เสมอ แต่เธอรีบออกตัวว่า ยังรักพี่ก้องอยู่ แล้วซักกลับว่า จะไม่บอกระบิลจริงๆหรือว่าก้องตายไปแล้ว ปานชะงักเพราะไม่รู้จะบอกกับน้องได้อย่างไร ว่าตนเป็นคนฆ่าก้อง

ooooooo

ในห้องประชุมพรรคฯ เนติมากับศิวัชนำคลิปที่ระบิลแอบถ่ายอิทธิหาญกับพวกและเจ้าหน้าที่ที่ดินมาเปิดให้พงษ์เลิศ ชลกร ธำรง และนายพลทวีดู

หญิงร้ายชายเลวนั่งตะลึงกับภาพที่เห็นจนพูดอะไรไม่ออก ศิวัชกดรีโมตปิดโทรทัศน์แล้วหันมาตั้ง

คำถามกับพงษ์เลิศว่าจะเอาไงดี จอมมาเฟียอึกอักอ้างว่าคนกันเอง ธำรงสวนทันควันว่าเป็นเพราะคำว่าคนกันเอง ที่ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนา พงษ์เลิศลมออกหูด้วยความโกรธ แต่ชลกรรีบเอื้อมมือไปจับไว้เป็นเชิงปราม ก่อนเปิดฉากเจรจา

“เออ...ทุกคนคะ ฉันกับคุณพงษ์เลิศก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลยนะคะ”

“ถ้าอยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต เราคงไม่เชิญคุณมาคุยเป็นการภายใน แล้วฉันคงเอาคลิปนี้ส่งให้นักข่าวไปแล้วล่ะค่ะ ทำอะไรระวังหน่อยนะคะ เพราะนรกมีตากรรมมีจริง” เนติมามองพงษ์เลิศอย่างท้าทาย

“จะเอายังไงก็ว่ามา” พงษ์เลิศเสียงขุ่น

“การทำงานให้ประเทศชาติ ความโปร่งใสเป็นสิ่ง สำคัญ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนนะครับ” นายพลทวีเอ่ย

พงษ์เลิศฉุนขาดสะบัดมือชลกรออกแล้วพูดกับศิวัชเสียงแข็ง “จะทำอะไรก็ระวัง ไม่งั้นประชุมสภาครั้งหน้าป่วนแน่”

“จะทำอะไรรึครับ ยกมือสวนทางพรรคร่วมรัฐบาล หรือว่าวอล์กเอาต์ ส.ส.แค่หยิบมือไม่มีผลต่อมติที่ประชุมหรอกนะครับ”

“หรือจะลาออกจากพรรคร่วมรัฐบาลคะ ถึงฉันจะเข้ามาทำงานไม่นาน แต่ฉันเคยได้ยินคุณพ่อพูดไว้ว่า...ไม่มีพรรคการเมืองไหนหรอก ที่อยากเป็นฝ่ายค้าน ฉันยังจำทุกอย่างได้ดี” เนติมาจ้องพงษ์เลิศนิ่ง

จอมมาเฟียชะงัก รู้อยู่เต็มอกว่าเธอจงใจพูดถึงวิเชียรให้สะกิดใจ เขาใช้กำปั้นทุบโต๊ะด้วยความอัดอั้น ขณะที่เนติมา ศิวัช ธำรง และนายพลทวี สบตายิ้มให้กันอย่างมีชัย

หลังจากพงษ์เลิศกับชลกรกลับไปแล้ว ศิวัชรีบเตือนคนรักให้ระวังตัว  เพราะดูท่าพงษ์เลิศจะโกรธมาก

“ทราบแล้วค่ะท่านผู้นำรัฐบาล แต่ยังไงเนติ์ก็ไม่กลัวหรอก ไม่ใช่เพราะความแค้นส่วนตัวนะคะ แต่เนติ์ทนไม่ได้กับคนที่เห็นประเทศเป็นขนมหวานอย่างนี้” เนติมาพูดอย่างมุ่งมั่น นายพลทวียิ้ม มองเนติมาอย่างชื่นชม ก่อนหันไปชมกับธำรงว่า เทรนมาดี

“เนติ์เขาได้เลือดพ่อเขามามากกว่าครับ คุณวิเชียรคงดีใจที่ลูกสาวรักที่จะต่อสู้กับความถูกต้องอย่างนี้” ธำรงเอื้อมมือไปลูบหัวเนติมาอย่างเอ็นดู

ศิวัชสบโอกาสขอพาเนติมาไปดูหนัง เพราะภารกิจในวันนี้หมดแล้ว ธำรงยอมตามใจ แต่แอบสบตากับ

นายพลทวีอย่างรู้กัน ท่านนายพลว่าให้เอาการ์ดติดไปสักชุดเพื่อความปลอดภัย แล้วชวนธำรงไปคุยกันต่อ สองผู้คุมเกมเดินแยกไป เนติมากับศิวัชหันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นระบิลเดินเข้ามาหน้าตามีรอยช้ำ เนติมาตกใจซักว่าไปทำอะไรมา ระบิลว่าเรื่องเล็กน้อย แล้วตัดบทขอตามไปเป็นบอดี้การ์ดให้ทั้งคู่เอง เพราะขืนเอาทีมบอดี้การ์ดไปทั้งชุด คงหมดความเป็นส่วนตัวแน่

ศิวัชเห็นด้วย เนติมายอมตามใจ เธอขออนุญาตคนรักชวนดลกับอ้อไปดูหนังด้วย เพราะอยากให้เขาได้รู้จักกับน้องชาย และอ้อลูกสาวของผู้มีพระคุณ

“อ๋อ...เอาสิจ๊ะ จะได้คุ้นเคยกัน” ศิวัชพูดยิ้มๆ เนติมาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดโทร.ออก แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงปฏิพรดังเข้ามา

“พี่ศิวัชขา”

ระบิล เนติมา ศิวัชหันไปทางต้นเสียง เห็นสาวเจ้าแต่งตัวเปรี้ยวลงจากรถมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ศิวัชยิ้มเจื่อนๆเหมือนรู้ชะตากรรมว่าปฏิพรต้องตามไปแน่ ส่วนเนติมาก็หน้าสลดลงอย่างเซ็งๆ ระบิลมองนายสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก

ooooooo

ในตอนค่ำ ทั้งหมดเข้ามานั่งเรียงกันอยู่ในโรงหนัง

เริ่มจาก ปฏิพร ศิวัช เนติมา ดล อ้อ และระบิล ดลเหลือบไปเห็นปฏิพรนั่งคล้องแขนศิวัชพร้อมเอนหัวซบไหล่อย่างมีความสุขจึงสะกิดให้อ้อดู อ้อบ่นชุดใหญ่เพราะฉุนแทนเนติมา ระบิลได้ยินหนุ่มสาวคุยกันจึงหันไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่เนติมาหันไปมองปฏิพรกับศิวัช เธอเบือนหน้าหนีแล้วมองเลยไปยังระบิล ชายหนุ่มส่งยิ้มให้กำลังใจ แล้วสะดุ้งเพราะรู้สึกเจ็บที่ชายโครงขึ้นมา

เนติมาขยับตัวด้วยความเป็นห่วง แต่ระบิลรีบส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร ศิวัชแอบชำเลืองมองระบิลกับเนติมา เห็นสายตาที่คนรักมองบอดี้การ์ดด้วยความเป็นห่วงก็เริ่มเอะใจ

หลังดูหนังจบ ศิวัชชวนทุกคนไปหาอะไรทานกันต่อ แต่ปฏิพรไม่อยากสมาคมกับพวกเนติมาจึงแกล้งป่วนอ้อนให้ชายหนุ่มพากลับบ้าน ศิวัชอึกอักหันไปมองเนติมา สาวเจ้ายอมตัดใจเอ่ยว่า ให้ศิวัชรีบพาปฏิพรไปหาหมอ เกรงจะไม่สบายหนัก

ระบิลมองเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ เพราะรู้ทันว่าปฏิพรแกล้ง เขาหันมาทางศิวัช เห็นชายหนุ่มมองมาอย่างขอตัวช่วย

“คุณศิวัชรีบพาคุณตี้กลับไปเถอะนะครับ เดี๋ยวผมดูแลทางนี้เอง หรือถ้าคุณศิวัชอยากให้ผมไปดูแลความปลอดภัยให้ก็ได้นะครับ ผมไม่มีปัญหา” ระบิลตอบสบายๆ แต่อดห่วงความรู้สึกเนติมาไม่ได้

ทุกคนแยกย้ายกันกลับ โดยระบิลตามไปดูแลความปลอดภัยให้ศิวัชที่ต้องพาปฏิพรไปส่งที่บ้าน ส่วนเนติมาแยกมากับดลและอ้อ หลังจากส่งน้องๆ ที่คอนโดฯแล้ว เนติมาก็กลับมานั่งรอระบิลที่บ้านกันต์ด้วยความร้อนใจ สักพักบอดี้การ์ดก็เดินเข้ามา พร้อมกับคำถาม

“คุณก็รู้นี่ ว่าคุณตี้ไม่ได้เป็นอะไร คุณจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ เหรอครับ”

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง เรื่องพวกนี้ฉันตบตีแย่งชิงกับเขาไม่เป็นหรอกนะ ฉันไว้ใจพี่ศิวัช” เนติมาพยายามพูดฝืนความรู้สึกตัวเอง ทั้งที่ในใจยังหวั่นอยู่มาก

“ถ้าคุณไว้ใจ ผมก็เอาใจช่วยนะครับ แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกผมได้เลยนะ เพราะผมจะจับเขาแปลงเพศเป็นผู้ชาย จะได้ไม่มายุ่งกับคุณศิวัช แต่อาจกลับมาชอบคุณนะ พอถึงตอนนั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วกันฮ่าๆ”

“บ้า...พูดอะไรบ้าๆ” เนติมาพูดพลางตีระบิลด้วยความหมั่นไส้

“โอ๊ย เจ็บนะคุณ” ระบิลสะดุ้งด้วยความเจ็บจากรอยช้ำจากการต่อสู้กับปาน

“อุ๊ย ขอโทษ เจ็บมากไหมตอนดูหนังนายก็สะดุ้งทีหนึ่งแล้ว ไหนดูสิเดี๋ยวฉันทายาให้”

“โอ๊ย ไม่เป็นไร ผมเป็นเองหายเองได้คุณ” ระบิลกับเนติมายื้อกันไปมาอย่างสนิทสนม และไม่ทันเห็นขวัญชนกแอบมองด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากเพราะแอบชอบระบิลอยู่

ooooooo

สายวันใหม่ พงษ์เลิศกับชลกรมาบอกกับอิทธิหาญว่าพวกเขาจำต้องให้ศิวัชยึดที่ดินในคลิปเพื่อเอาตัวรอด มาเฟียน้อยโวยลั่นถามพ่อว่ายอมได้ไง

“ไม่ใช่แค่ยอม แต่พ่อพูดไม่ออกด้วยซ้ำ แกนะแกทำอะไรไม่ระวังตัวเลย” พงษ์เลิศพูดด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน ขณะที่ชลกรชิงพูดต่อ

“หลักฐานจะๆขนาดนั้น ถ้าไม่ยอม พวกมันเล่นงานเราหนักแน่ค่ะ ยังไงเกมนี้คงต้องปล่อยไปก่อน”

“ก็ไหนว่าเสน่ห์เธอมัดใจมันได้แล้วไง แล้วทำไมทีอย่างงี้ไม่รู้จักใช้” อิทธิหาญโวยใส่ และทำท่าจะมีเรื่องกับชลกร

พงษ์เลิศรีบเข้ามาปราม “เอาล่ะ พอได้แล้ว ทะเลาะกันไปมีประโยชน์อะไร หมากเกมนี้คงต้องยอมมันไปก่อน ดีเท่าไหร่แล้วที่มันไม่รู้ถึงผืนป่าผืนอื่นที่เราทำไว้ด้วย ตอนนี้ปล่อยให้พวกมันทำข่าวสร้างผลงานกันไปก่อน เกมหน้าค่อยล้างตากันใหม่”

อิทธิหาญโกรธจัด เขามองไปนอกหน้าต่าง พลางบอกกับตัวเอง “ฉันไม่รอถึงเกมหน้าแน่ เพราะเกมนี้ฉันจะให้บทเรียนพวกแก”

เวลาเดียวกัน ศิวัชกับเนติมาพานักข่าวมาดูป่าที่ถูกบุกรุก หมายให้สื่อช่วยเป็นพยานในการเปิดโปง และเนติมาก็ชวนดลกับอ้อมาเที่ยวด้วย ส่วนปฏิพรแม้ไม่มีใครชวนเธอก็อ้อนขอตามศิวัชมาจนได้ แถมสร้างความอึดอัดใจให้กับทุกคนตลอดการเดินทาง

ครั้นถึงจุดหมาย ช่างภาพรีบลงไปเก็บภาพบริเวณป่าโดยรอบที่ถูกถางจนโล่ง บางส่วนมีการปลูกกล้ายางพาราบ้างแล้ว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายคอยรักษา ความปลอดภัยอยู่ และอีกมุมหนึ่งศิวัชกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องพื้นที่ที่มีปัญหาการบุกรุกป่า แต่ไม่ยอมบอกว่านายทุนเป็นใคร

ปฏิพรได้ยินแล้วหงุดหงิดบ่นว่า น่าจะแฉไปเลยว่าเป็นของพวกอิทธิหาญ

“เป็นหมากการเมืองที่คุณธำรงวางไว้น่ะครับ” ระบิลอ่านเกมออก

“เปิดโปงเรื่องนี้มันเล็กไป สำหรับความชั่วที่พวกนั้นทำไว้มากมายค่ะ” เนติมาเสริม

เวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่ดินสองคนที่ร่วมกระทำผิดกับอิทธิหาญ รู้ตัวว่าศิวัชคงไม่ปล่อยพวกตนแน่ จึงชวนกันหนี แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกอิทธิหาญตามเก็บด้วยระเบิดที่ซ่อนอยู่ในรถ

มาเฟียน้อยตามมาดูซากรถของเจ้าหน้าที่ที่ดินด้วยความสะใจ ก่อนชวนปานไปให้บทเรียนกับศิวัชต่อเพราะทนง ชูศักดิ์ และโปรย เตรียมคนไว้พร้อมแล้ว

ระหว่างที่ศิวัชยืนให้สัมภาษณ์อยู่กับนักข่าว ดลรู้สึกเบื่อจึงชวนอ้อออกมาเดินเล่น เขาพาเธอปีนขึ้นไปชมวิวบนภูเขา แถมยังเก็บดอกไม้ป่าที่ร่วงลงพื้นมามัดเป็นช่อสวยงามส่งให้ อ้อยิ้มเขินๆ ก่อนเอื้อมมือไปรับดอกไม้ ชมว่าน่ารักจัง

“ที่ว่าน่ารักน่ะ คนหรือดอกไม้” ดลถามทีเล่นทีจริง

“ก็ทั้งคนทั้งดอกไม้แหละจ้ะ โดยเฉพาะพี่ดล พี่ดลไม่เคยไม่น่ารักในสายตาอ้อเลยนะจ๊ะ” อ้อยิ้มอายๆ

ทั้งสองสบตากันยิ้มอย่างมีความสุข ความผูกพันที่มีให้กันตั้งแต่เด็ก ก่อเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว แต่จังหวะเดียวกันดลต้องตกใจเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เขารีบดึงอ้อหลบหลังต้นไม้พลางชี้ให้ดู โปรย ทนง ชูศักดิ์ และลูกน้องอิทธิหาญล้วนมีอาวุธครบมือ เดินลัดเลาะมาตามหุบเขาด้วยสีหน้าจริงจัง เสียงโทรศัพท์มือถือของทนงดังขึ้น เขากดรับสายพลางรายงานเจ้านาย

“ใกล้ถึงแล้วครับเสี่ย คนของเราอีกส่วนไปซุ่มรออยู่แล้วครับ รับรองวันนี้เสี่ยได้เห็นความพินาศเป็นของขวัญแน่ครับ”

ดลกับอ้อตะลึงมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ ทั้งสองช่วยกันโทร.หาเนติมา แต่ติดต่อไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณ จึงชวนกันกลับไปเตือนพี่สาว และหวังว่าจะไปถึงก่อนพวกวายร้าย

ด้านเนติมา เธอยืนส่งยิ้มภาคภูมิใจในตัวคนรักที่พาสื่อมวลชนดูพื้นที่รอบๆ ระบิลเข้ามายืนข้างนายสาวพลางชวนคุย

“ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดีนะครับ ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ผมว่าคุณศิวัชได้ใจคนทั้งประเทศไปแล้ว”

“พี่ศิวัชเป็นคนเก่ง ฉันมั่นใจว่าเขาทำได้ ตั้งแต่อยู่ที่ปารีสแล้วล่ะ” เนติมาหันมายิ้มให้ระบิล

“แต่มีอยู่คน ที่จะทำลายความมั่นใจของคุณ” ระบิลทำหน้าเซ็งเมื่อเห็นปฏิพรเดินเข้ามายืนข้างๆ ศิวัชและคอยซับเหงื่อให้ พร้อมเอาอกเอาใจสารพัด หวังโชว์ความหวานอวดนักข่าว

เนติมาหน้าสลดชวนระบิลออกไปเดินเล่น เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจ บอดี้การ์ดตามไปเจรจาไม่อยากให้นายสาวเดินหนีปัญหา จังหวะเดียวกันศิวัชหันมาพอดี เขาเห็นเนติมากับระบิลเดินออกไปด้วยกันก็หน้านิ่วด้วยความสงสัย

ปฏิพรแอบสังเกตอาการศิวัช แล้วรีบดึงไปหานักข่าวอีกกลุ่ม เพราะกลัวว่าเขาจะตามเนติมาไป

ooooooo

ด้านระบิลเขาพยายามโน้มน้าวให้เนติมากลับไปแสดงตัวกับนักข่าว แต่เธอยังคงปฏิเสธเพราะไม่อยากให้คนรักหนักใจ บอดี้การ์ดเห็นใจนายสาว จึงชวนคุยเรื่องขำๆ เพื่อเรียกรอยยิ้ม แล้วดลกับอ้อก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พวกเขาเล่าว่า เจอใครก็ไม่รู้มี อาวุธครบมือกำลังมุ่งมาทางนี้

ระบิลกับเนติมามองหน้ากันด้วยความสงสัย จังหวะเดียวกันทั้งหมดต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นด้านหลังศิวัชและคณะสื่อมวลชน ขณะที่ระเบิดอีกลูกหนึ่งแตกกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจสามสี่นาย จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง สื่อมวลชนต่างแตกฮือด้วยความตกใจ

นาทีนั้น ศิวัชโผเข้ารวบตัวปฏิพรให้ล้มลงกับพื้น ส่วนระบิล เนติมา ดล อ้อ วิ่งกลับเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ เนติมาจะปรี่เข้าไปหาศิวัช แต่ระบิลรั้งไว้

“เนติ์อันตรายอย่าเพิ่งเข้ามา” ศิวัชตะโกนบอกคนรักด้วยความเป็นห่วง จังหวะเดียวกันการ์ดของศิวัชกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างยิงต่อสู้กับลูกน้องของอิทธิหาญที่ซุ่มอยู่รอบๆ

ศิวัชเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและการ์ดโดนยิงตายหลายคน จึงตะโกนสั่งลูกน้องให้พาทุกคนหนีไปก่อน ส่วนระบิลรีบพาเนติมากับน้องไปซ่อนในที่ปลอดภัย ก่อนวิ่งเข้าไปช่วยศิวัชกับปฏิพร

ด้านอิทธิหาญ เขาพรางตัวบัญชาการอยู่หลังแนวไม้บนเนินเขา ครั้นเห็นคณะที่มากับศิวัชโดนยิงล้มตายไปหลายคนก็สะใจสั่งลูกน้องต่อ

ตอนที่ 6

เนติมาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย แล้วไม่อาจข่มตาหลับได้ เมื่อเดินไปยืนริมระเบียงก็เห็นระบิลนั่งเหม่อมองสายฝน สาวเจ้าขยับจะทัก แต่ชายหนุ่มชิงพูดก่อน สาวเจ้าทำหน้าเซ็งเข้ามานั่งข้างๆ พลางบ่นว่า อุตส่าห์เดินเบาแล้วยังรู้ตัวอีก ระบิลเอ่ยยิ้มๆว่า จำจังหวะการเดินของเธอได้

หญิงสาวส่งค้อนให้พลางซักว่า มานั่งทำอะไร

ดูจากสีหน้าแล้วคงมีเรื่องไม่สบายใจ ระบิลจำนนกับความช่างสังเกตของหล่อน แล้วเล่าเรื่องพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่หายตัวไป รวมทั้งเรื่องของปานให้ฟัง

“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็สิบปีแล้วล่ะครับ ผมก็ไม่ได้พบพี่ก้องอีกเลย”

“สิบปี เท่ากับบ้านฉันมีเรื่องเลยนะ”

“ตอนคุณเจอกับน้องคุณ ผมถึงสะท้อนใจไงครับ”

“ฉันเชื่อ ว่าสายใยของพี่น้องจะพานายกับพี่ชายกลับมาพบกัน อืม แล้วแฟนพี่นายกับเพื่อนสนิทพี่นายล่ะ เขาน่าจะรู้อะไรบ้างนะ”

“พี่จิ๊กย้ายบ้าน แล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย ส่วนพี่ปานคุณเคยเจอแล้ว เขาทำงานกับนายอิทธิหาญ แต่ที่สำคัญพี่ปานไม่ยอมพูดถึงเรื่องพี่ก้องอีกเลย ได้แต่เตือนให้ผมถอนตัวจากการทำงานให้คุณซะ”

“คำเตือนนี้ คงยืนยันได้ว่า พวกมันไม่ปล่อยฉันกับน้องชายไว้แน่”

“คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครทำอะไรคุณเด็ดขาด”

“ขอบคุณนะ ถึงนายจะพูดจายียวนกวนประสาทฉันบ่อยๆ แต่ฉันก็อุ่นใจที่มีนายอยู่ใกล้ๆนะ” เนติมายิ้มให้ระบิลอย่างขอบคุณ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อิทธิหาญชวนปานมาตรวจไร่ ทนงกับโปรยวิ่งออกมาต้อนรับ พลางเรียกหาชูศักดิ์คู่หูอีกคน จอมหื่นกามวิ่งออกมาในสภาพไม่น่าดูนัก ปานส่ายหน้าตำหนิว่ามูมมามเหมือนเดิม

“แหม...ก็เด็กที่เสี่ยเอามาให้มันเด็ดนี่หว่า ใช่ไหมวะพวกเรา” ชูศักดิ์หันไปพูดกับทนง โปรยและลูกน้องที่อยู่ในไร่ แต่ละคนหัวเราะชอบใจ

อิทธิหาญเดินเข้าไปในห้อง เห็นสาววัยรุ่นในสภาพสะบักสะบอมนอนตาลอยตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เขาหันมาบอกลูกน้องว่า จะเก็บไว้สนุกต่อหรือจะเอาไปทำปุ๋ยก็ตามใจ ปานนึกสมเพชพยายามทัดทาน แต่อิทธิหาญว่า สภาพแบบนี้ขายต่อก็ไม่ได้ราคา สู้เอาไว้ให้ลูกน้องแก้เหงา หรือไม่ก็เป็นปุ๋ยในไร่ยังมีประโยชน์กว่า

“ช่วยไม่ได้ ใจแตก ก็ต้องแหลกอย่างนี้ล่ะวะ ฮ่าๆๆ” มาเฟียน้อยหัวเราะสะใจ ทนง ชูศักดิ์ และโปรยรีบผสมโรง จังหวะเดียวกันลูกน้องอีกคนเข้ามาบอกว่า นายมา

อิทธิหาญชะงักหันมามองปานด้วยความแปลกใจ ก่อนชวนกันไปพบพงษ์เลิศที่บ้านพักหลังงามบนเนินเขา จอมมาเฟียนั่งรออยู่กับชลกร

พงษ์เลิศแวะมาเตือนลูกชายเรื่องแรงงานต่างด้าว เพราะนโยบายของนายกฯศิวัชเข้มงวดมาก แต่อิทธิหาญยักไหล่ไม่แคร์ จอมมาเฟียส่ายหน้าระอามองไปยังภูเขาที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ทอดตัว ห่างออกไปอย่างครุ่นคิด ก่อนหันมาถามปาน “ที่ตรงเชิงเขาลูกนั้นไปถึงไหนแล้ว”

“อีกสองวันคนงานจะเข้าไปถางแล้วครับนาย ส่วนอีกด้านที่ถางไปแล้ว คนงานเตรียมกล้ายางไว้แล้ว”

“อย่างนี้พ่อไม่กลัวพวกไอ้ศิวัชมันเล่นงานเอาเหรอ” อิทธิหาญถาม

“เราค่อยๆขยายแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ใครจะไปสังเกต อีกอย่างมองจากข้างนอกมาก็ยังเห็นเป็นป่าสมบูรณ์ ใครจะรู้ว่าด้านในมันโบ๋เป็นเขาหัวโล้น” พงษ์เลิศยิ้มอย่างใจเย็น ชลกรรีบเสริม

ตอนที่ 5

ระบิลพานายสาวมานั่งในร้านกาแฟริมทะเล สถานที่แห่งนี้เขาเคยพาเอมมิกามาเที่ยวบ่อยๆ เนติมาชื่นชมบรรยากาศรอบตัว ครั้นหันมาเห็นระบิลนั่งเหม่อจึงเอ่ยถามว่าเป็นอะไร

“เราก็เป็นแฟนกันไง”

“อะไรนะ” เจ้านายสาวสะดุ้งโหยง “ใครเป็นแฟนนาย นายไม่สบายรึเปล่าเนี่ย ฉันเรียกนายตั้งหลายทีแล้ว แต่นายมองอะไรโต๊ะโน้นอยู่ แล้วเมื่อกี้พูดอะไร...ใครแฟนใคร” เนติมาใส่เป็นชุด

ระบิลตื่นจากภวังค์รีบกลบเกลื่อน เนติมาแซวให้เขาพาแฟนมารู้จักกันบ้าง ระบิลกลับลุกหนี เนติมาตามไปคาดคั้น แต่ไม่ทันได้คำตอบ ศิวัชก็โทร.เข้ามา เธอโกหกคนรักเจอเพื่อนเก่าก็เลยออกมาทานข้าวกัน

ในตอนบ่าย ดลมานั่งเฝ้าอ้อที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สาวน้อยมาเป็นพริตตี้ยืนแจกตัวอย่างน้ำสมุนไพรให้คนที่มาออกกำลังกาย เมื่อเสร็จงานเธอนำเงินค่าจ้างมาส่งให้ดลเก็บไว้ ชายหนุ่มไม่ยอมรับ เพราะเป็นน้ำพัก น้ำแรงของเธอ สาวน้อยไม่ขัดใจ แต่มีเงื่อนไขว่า ขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเย็น แล้วขอตัวไปเปลี่ยนชุด

ดลกลับมานั่งรอ เขาหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน เห็นข่าวพาดหัวว่า“ศิวัช กิตติธร ฟอร์มทีมรัฐบาล พร้อมทำงานเต็มสูบ”

หัวข่าวทำให้หนุ่มน้อยหันมาใคร่ครวญ อนาคตของตัวเอง

ooooooo

สายวันใหม่ เนติมาเข้ามาดูความเรียบร้อยเรื่องเสื้อผ้าให้ศิวัช เพราะวันนี้คนรักจะออกแถลงจุดยืนทางการเมืองเป็นครั้งแรก

ศิวัชถือโอกาสขอเนติมาแต่งงาน เพราะต้องการสตรีหมายเลขหนึ่งมายืนเคียงข้าง สาวเจ้าตอบกลับว่า ไม่อยากเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง แต่อยากเป็นแค่ผู้หญิงคนเดียวของเขามากกว่า เพราะยังน้อยใจเรื่องปฏิพรไม่หาย

ศิวัชอึดอัดใจชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นแค่เกมการเมืองที่พ่อเขาเป็นคนจัดการ และยืนยันว่าไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับปฏิพร นอกจากเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว เนติมาฝืนยิ้มออกตัวว่า แค่ล้อเล่นเพราะไม่อยากให้คนรักไม่สบายใจ

หนุ่มสาวสบตากันด้วยความรัก พลันสะดุดเมื่อ ปฏิพรเข้ามา เธออ้างว่าธำรงให้มาตาม และนักข่าวก็มากันพร้อมแล้ว จอมมารยาฉวยโอกาสควงแขนชายหนุ่มเดินออกไป เมื่อถึงประตู แม่ร้อยเล่ห์ก็เอื้อมมือไปจัดเนกไทให้อีกครั้ง เพื่อโชว์ความหวานให้ช่างภาพ

เนติมาแอบเศร้า ปฏิพรลอบมองอาการเธอด้วยความสะใจ ก่อนเดินเกมสร้างความร้าวฉานต่อไป

หลังจากศิวัชแถลงนโยบายและตอบคำถาม

สื่อมวลชนเรียบร้อยแล้ว ระบิลสะกิดให้เนติมาเข้าไปถ่ายรูปกับศิวัชเพื่อประกาศตัวอย่างเป็นทางการ แต่เนติมายังลังเล จึงถูกปฏิพรขโมยซีนถ่ายรูปคู่กับศิวัชแทน

ธำรงยืนมองเหตุการณ์อยู่ในห้องอย่างพึงพอใจ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผน สักพักชลกรมาขอพบเธอใช้มารยาหว่านล้อมให้ธำรงยอมรับปากว่า จะเสนอที่ประชุมให้รับพงศ์เลิศเข้าร่วมรัฐบาลด้วย และชวนไปดินเนอร์ที่คอนโดฯเพื่อตอบแทน ธำรงลอบยิ้มพลางสบตากับชลกรอย่างรู้กัน

บริเวณหน้างาน ระบิลยังยุนายสาวให้ออกไปถ่ายรูปกับศิวัชไม่เลิก แต่เธอปฏิเสธ เพราะไม่อยากเห็นคนรัก ลำบากใจ ระบิลจะปลุกระดมต่อ พลันระเบิดดังตูม แขกเหรื่อกระเจิงไปคนละทิศละทาง

“ระวัง” ระบิลโผเข้ารวบตัวเนติมาให้นอนกับพื้นโดยเอาตัวเข้าบังไว้

ส่วนศิวัชกับปฏิพรเสียหลักล้มลง บอดี้การ์ดเข้ามาคุ้มกัน ชายหนุ่มลุกขึ้น รีบส่งปฏิพรให้บอดี้การ์ดดูแลแล้ววิ่งไปหาเนติมาที่ถูกร่างระบิลทับอยู่

“เนต์ิ...เนติ์เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ” ศิวัชจับมือคนรัก

“ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่คุณระบิลสิคะโอ๊ย ลุกได้แล้ว ฉันหนักนะ” เนติมาพยายามดันระบิลออก แต่ไม่สามารถทำได้ ศิวัชเข้ามาช่วย เขาร้องเรียกระบิลพลางเอื้อมมือไปพลิกตัวชายหนุ่ม แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นระบิลหมดสติ มีเลือดไหลจากศีรษะ

ooooooo

บอดี้การ์ดหนุ่มถูกส่งโรงพยาบาล เนติมาตามมาเฝ้าด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด ศิวัชเข้ามาปลอบใจ  เขาบอกคนรักว่า นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น หญิงสาวเริ่มคิดหนัก แต่ยังยืนยันขอเดินหน้าต่อ

ศิวัชดึงเนติมามากอดให้กำลังใจ แล้วต้องรีบผละออก เพราะระบิลรู้สึกตัว บอดี้การ์ดคุยโวว่าสบายดี แล้วลุกขึ้นชวนนายสาวกลับบ้านหน้าตาเฉย

เนติมาร้องห้ามเสียงหลง ขอให้พักสักสองสามวัน ศิวัชเห็นด้วย แต่ระบิลไม่ยอม เขาว่าแผลพวกนี้ไกลหัวใจ ศิวัชมองระบิลอย่างห่วงๆ ขณะที่เนติมาหน้าบึ้ง เพราะหงุดหงิดในความรั้นของชายหนุ่ม

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ระบิลเข้ามานั่งยิ้มระรื่นอยู่ในบ้านกันต์ เขายืนยันกับสองสามีภรรยาว่า ไม่เป็นอะไรมาก เนติมาตามมาส่งค้อนพลางบ่นยืดยาว ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นขวัญชนกลงมาดูอาการระบิลด้วยความเป็นห่วง

ส่วนเจือจันทร์หันมาคุยกับกันต์ “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกไหนเป็นคนทำ นี่มันชักถี่มากขึ้นแล้วนะคุณคราวก่อนหนูเนติ์ก็โดนไล่ยิง นี่ถ้าเมื่อไหร่มันคิดจะทำอะไรกับบ้านหลังนี้ ก็คง...”

ขวัญชนกได้ยินก็หน้าเสียรู้สึกกลัวขึ้นมา กันต์เอื้อมมือไปจับมือลูกและภรรยาอย่างปลอบโยน ขณะที่ระบิลกับเนติมานิ่งคิดด้วยความไม่สบายใจนัก

เวลาเดียวกัน พงษ์เลิศหวดลูกกอล์ฟออกไปอย่างหัวเสีย เพราะเกมการเมืองกำลังจะเดิน แต่ลูกชายตัวดีดันมาเตะตัดขากันเอง เขาสั่งชลกรให้โทร.หาอิทธิหาญ แต่ติดต่อไม่ได้ เพราะจอมเกเรไม่ยอมรับสาย

“เพิ่งแพ้มาหยกๆ แล้วยังมาเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก ดูสิข่าวแต่ละสำนักด่าเราทั้งนั้น นี่ถ้าไอ้ศิวัชมันเกิดจะเล่นงานเร่งขุดคุ้ยเราขึ้นมามีหวังแย่แน่”

“ใจเย็นๆสิคะ มีฉันอยู่ทั้งคน คุณจะกลัวอะไร คุณก็รู้นี่คะ ว่าฝีปากฉันกล่อมคนมานักต่อนักแล้ว แค่ฉันสบตา สัมผัสตัวคุณธำรงเขาแค่นิดเดียว ฉันก็รู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร” ชลกรอมยิ้มมีเลศนัย ก่อนเข้ามากระซิบบางอย่าง พงษ์เลิศพยักหน้าเข้าใจความหมาย และเริ่มมีหวัง

ooooooo

คำเที่ยงเห็นข่าวลอบวางระเบิดพรรคสยามพัฒนา ก็ห่วงดลถึงกับมาหาที่คอนโดฯ และชวนดลกับอ้อไปไหว้อัฐิวิเชียรกับพรรณศรีที่วัด เพื่อขอให้วิญญาณทั้งสองช่วยคุ้มครองเนติมาให้ปลอดภัย

ดลเปรยว่าอยากพบพี่สาวเร็วๆ คำเที่ยงเห็นใจและเตือนให้ระวังตัว เพราะถ้าพงษ์เลิศรู้ว่าเขาคือใคร คงไม่เอาไว้แน่

“ใช่แล้ว ยิ่งเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ อ้อว่าเรายิ่งเข้าถึงตัวพี่เนติ์ลำบากขึ้นแน่ๆ” อ้อเสริม

ดลถอนใจ ขณะที่คำเที่ยงหันไปพูดกับรูปวิเชียรและพรรณศรี

“คุณวิเชียรไม่ต้องห่วงนะครับ สัญญาที่ผมให้ไว้กับคุณจะต้องสำเร็จ เด็กสองคนโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นคนดีอย่างที่คุณอยากให้เป็น” คำเที่ยงเอ่ยทั้งน้ำตา แล้วหันมาบอกอ้อ “คุณวิเชียรมีบุญคุณกับพ่อมาก ถ้าวันนั้นพ่อไม่ได้คุณวิเชียร ชีวิตพ่อวันนี้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง”

คำเที่ยงนึกถึงความหลัง เมื่อครั้งวิเชียรให้เงินไปรักษาลูกชายที่นอนรอความตายอยู่ในห้องไอซียู ทั้งๆ ที่เขาเป็นแค่คนขับรถของพงษ์เลิศเท่านั้น

“พ่อรู้สึกว่าชีวิตเล็กๆ ของพ่อ ชดใช้อีกกี่ครั้งก็คงไม่เท่ากับความเมตตาที่คุณวิเชียรมีให้”

“แต่พ่อก็ทำทุกอย่างดีที่สุดแล้วนี่ครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพ่อ ถ้าไม่ได้พ่อ ผมคง...”

“พ่อภูมิใจที่สุด ที่พ่อมีส่วนทำให้ลูกโตขึ้นมาเป็นคนดี เออ...วันครบรอบวันเสียชีวิตคุณวิเชียรกับคุณพรรณศรีปีนี้ พ่อคงไม่ได้มา ดลจัดการเองได้นะลูก”

“ได้ครับพ่อ สบายมากครับ” ดลพูดยิ้มๆ ขณะที่อ้อแกล้งมองพ่อกับพี่ชายอย่างงอนๆ ก่อนโวยว่าไม่มีใครสนใจเธอเลย ทั้งสองหัวเราะชอบใจแล้วดึงอ้อไปกอดด้วยความรัก

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน เนติมาโทร.ไปกู๊ดไนต์คนรัก แล้วจะเดินเข้าห้อง เมื่อเห็นไฟห้องหนังสือยังเปิดอยู่ และได้ยินเสียงคนในห้องบ่นงึมงำจึงเข้าไปดู เธอเห็นบอดี้การ์ดกำลังทำแผลบริเวณขมับอย่างทุลักทุเล แถมทำผ้าก๊อซหลุดมือตกลงพื้น

ระบิลถอนใจอย่างหงุดหงิดก่อนก้มลงจะหยิบ แต่หัวไปโขกกับโต๊ะเข้าอีก “โอ๊ย...อะไรวะเนี่ย อูยเจ็บ” พ่อหนุ่มกุมหัวป้อยๆ พลางก้มลงเก็บผ้าก๊อซขึ้นมา ใช้ปากเป่าทำความสะอาดอย่างง่ายๆ แล้วจะปิดแผล

เนติมาปรี่เข้ามาแย่งไปจากมือพร้อมต่อว่าชุดใหญ่ ก่อนจะดึงกล่องยามาเปิดและช่วยทำแผลให้ พลางเอ่ย

อย่างรู้สึกผิด “ถ้าไม่ได้นาย คนที่ต้องเจ็บตัวคงเป็นฉัน”

“มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องปกป้องคุณ การที่ผมเจ็บแล้วคุณไม่เจ็บเนี่ย ถือว่าผมทำงานสำเร็จนะ”

“แต่ถ้าฉันไม่เจ็บ นายไม่เจ็บ จะดีกว่าไม่ใช่เหรอ ความจริงความรู้ความสามารถนาย ไม่จำเป็นต้องมาเป็นบอดี้การ์ดก็ได้นะ ถ้านายกลับเข้ารับราชการฉันว่านายต้องได้เป็น...” เนติมาพูดไม่ทันจบ ระบิลก็เบี่ยงหน้าหลบบอกว่า เขาไม่มีวันกลับไปรับราชการ

“อะไร...ฉันแค่พูดลอยๆ ไม่เห็นต้องหงุดหงิดเลย มีอะไรเหรอ ทำไมนายถึงไม่อยากกลับไปรับราชการ

ก็ในเมื่อ...” ระบิลขยับจะลุกจากเก้าอี้ แต่เนติมารีบรั้งไว้ “โอ๊ยๆโอเคๆไม่ถามแล้วก็ได้ อะไรเนี่ยจู่ๆ ของก็ขึ้น

มานี่ๆ มาทำแผลต่อเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” เนติมาเอามือจับหน้าระบิลให้หันกลับมา ก่อนจะทำแผลต่อด้วยความตั้งใจ

“คิดไปคิดมานายไม่ต้องไปทำงานอย่างอื่นน่ะดีแล้ว เพราะฉันจ้างนายคนเดียวเหมือนได้ตั้งหลายคนทั้งคนสวน ช่างไฟฟ้า พ่อบ้าน พ่อครัว คนขับรถ คน...”

“โอ๊ย...เบาๆสิคุณ...เจ็บ” ระบิลร้องด้วยความเจ็บพลางคว้ามือเนติมาข้างที่กำลังทายาไว้ ทั้งสองหันมาสบตากันแล้วต้องชะงักด้วยความหวั่นไหว

ระบิลตั้งสติได้ก่อน รีบปล่อยมือเนติมาพร้อม

คำขอโทษ และขอทำแผลต่อเอง แต่เนติมาไม่ยอม เธอทำแผลให้เขาจนเสร็จแล้วเดินอมยิ้มกลับห้อง ระบิลมองตามรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

วันใหม่ เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับหญิงสาว เนติมาขอยืมปืนจากเพื่อนมาบังคับระบิลให้สอนยิงปืน แต่กลับโดนบอดี้การ์ดบิดข้อมือแย่งปืน พร้อมคำเทศนาชุดใหญ่ ถึงกระนั้นเนติมาก็ไม่สน เธอยืนกรานให้ระบิลสอน ถ้าไม่สอนให้จะไปหาที่เรียนเอง

“แต่คุณมีผมเป็นบอดี้การ์ดอยู่แล้ว ถ้าคนที่ผมปกป้อง ต้องมาฝึกอาวุธคุ้มครองตัวเอง ผมเลิกเป็นบอดี้การ์ดดีกว่า ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำอันตรายคุณเด็ดขาด แล้วถ้าถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ปืน ผมจะเป็นคนสอนคุณด้วยมือผมเอง” ระบิลเสียงเข้มท่าทางเอาจริง

เนติมาหน้าจ๋อยยอมจำนน เธอรีบเปลี่ยนเรื่องชวนระบิลไปหาศิวัช เพราะมีนัดทานข้าว

ทั้งสองมาถึงหน้าคฤหาสน์หรู พบศิวัชเดินคุยอยู่กับวิเชษฐ์ เนติมาเข้าไปหาคนรัก ส่วนวิเชษฐ์หันมาทักระบิล และถามเรื่องอาการบาดเจ็บ เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องงานจึงไม่ได้ไปเยี่ยม

“โอ๊ย...สบายมากครับพี่ ผมน่ะแก่ยาก แต่ตาย ยากกว่า”

“อย่างอื่นยาก แต่โม้เนี่ยง่ายถึงง่ายที่สุดเลยล่ะ”

เนติมาหันมาต่อปากต่อคำ ก่อนจะถามหาธำรง

“คุณพ่อไปธุระข้างนอกน่ะจ้ะ ท่านบอกไม่ต้องรอ ให้พวกเราทานไปก่อนได้เลยไปทานข้าวกันเถอะครับแม่บ้านตั้งโต๊ะไว้พร้อมแล้ว” ศิวัชชวนทุกคน

เนติมามองซ้ายขวาถามหาปฏิพร ศิวัชว่าวันนี้เธอไม่มาเพราะติดธุระ สาวเจ้ายิ้มโล่งใจ ระบิลแกล้งเปรย “แหม...กลัวก้างมาขวางคอตอนทานข้าวเหรอคุณ”

เนติมาค้อนให้ก่อนหันไปจับมือคนรักเดินนำสองหนุ่มเข้าบ้าน

ooooooo

เวลาเดียวกัน ชลกรนอนกอดก่ายอยู่กับธำรงบนเตียงในคอนโดฯหรู เธอออดอ้อนถามเขาถึงข้อเสนอที่ให้ไปเพราะหนูในกรงเล็บราชสีห์อย่างเธอ ยอมทุกอย่าง ธำรงยิ้มพอใจแล้วถามกลับ

“หนูตัวนี้ กำลังจะบอกราชสีห์ด้วยใช่ไหมว่า

วันหนึ่งจะเข้ามาช่วยราชสีห์เวลาติดบ่วงนายพราน”

“เรื่องนี้ก็แล้วแต่ราชสีห์ว่าจะให้หนูตัวนี้ช่วย หรือจะให้พลีกายแทนนะคะ” ชลกรตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนก้มลงจูบธำรงอย่างเอาใจ

บ่ายวันนั้น อิทธิหาญลงว่ายน้ำในสระเพื่อดับร้อน แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เขาอดรนทนไม่ไหวว่ายน้ำเข้ามาถามพงษ์เลิศที่นั่งเช็กข่าว ว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะเข้าไปเป็นขี้ข้ารองมือรองเท้าให้ธำรงกับลูกชาย

“เราเคยเป็นใหญ่มาตั้งหลายปี จู่ๆ ทำไมจะต้องทำตัวเป็นกาฝากเกาะต้นมันกินด้วย เราไม่เห็นจำเป็นต้องง้อมันนี่พ่อ”

“เพราะนี่คือการเมืองแกลืมไปแล้วเหรอ ว่าเราทำอะไรไว้บ้าง แล้วถ้ามันขุดคุ้ยเล่นงานเราขึ้นมาแถมแกเพิ่งวางระเบิดถล่มพวกมันไปอีก อย่าลืม อำนาจอยู่ที่ใคร คำพิพากษาก็อยู่ในมือคนนั้นแหละ”

“โว้ย แล้วส่งใครไปเจรจาไม่ส่ง ดันส่งโสเภณีการเมืองไป จากแม่ค้าอาวุธ พอเราขึ้นมันก็โผมาเกาะเรา พอพวกไอ้ศิวัชขึ้นพ่อยังจะส่งมันไป ระวังเถอะมันจะสมคบกันตลบหลังเรา”

“อย่ามองฉันในแง่ร้ายอย่างนั้นสิคะ” ชลกรเดินเข้ามาแล้วหันไปยิ้มให้พงษ์เลิศอย่างอารมณ์ดี

ooooooo

ธำรงมาถึงคฤหาสน์ เขาบอกศิวัชกับเนติมาว่า จะให้พงษ์เลิศเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ศิวัชรีบค้านกลัวจะเป็นการเลี้ยงเสือไว้ในบ้าน และเนติมาจะไม่ปลอดภัย แต่ธำรงยิ้มอย่างใจเย็นหันไปถามเนติมาว่ากลัวไหม

“ไม่กลัวค่ะ ถ้าเลี้ยงเสือไว้ในบ้าน แล้วขังมันให้ดี ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันเพ่นพ่าน รอให้มันดักล่าเราไม่ใช่เหรอค่ะ” เนติมาตอบอย่างมั่นใจ

ศิวัชยังกังวลไม่หาย เขาอ้างถึงคะแนนนิยมที่อาจตกลง ถ้ามีคนอย่างพงษ์เลิศร่วมรัฐบาล

“บทบาทเขาจะมากหรือน้อย อยู่ที่เราไม่ใช่เหรอลูก” ธำรงพูด แต่สีหน้าแววตามีเลศนัย

ในตอนเย็น ศิวัชเดินหน้าเครียดออกมาส่งคนรักที่รถเพราะยังคิดเรื่องพงษ์เลิศ ระบิลสังเกตเห็นแอบกระซิบถามนายสาวว่าเกิดอะไรขึ้น เนติมาว่ากลับบ้านแล้วจะเล่าให้ฟัง แล้วหันไปชวนวิเชษฐ์ที่กำลังจะกลับไปทานข้าวเย็นต่อที่บ้านกันต์ หวังจะให้ระบิลโชว์ฝีมือ

“แหม...เคยตัว เริ่มสั่งเป็นร้านอาหารตามสั่งเลยนะคุณ ตามไปชิมด้วยกันไหมครับคุณศิวัช เดี๋ยวผมทำเมนู ผู้นำขำกระจายให้ทาน จะได้อารมณ์ดีขึ้น” ระบิลเรียกเสียงฮา

ศิวัชยิ้มเจื่อนเอ่ยว่า “เดี๋ยวคุณพ่อนัดผมคุยเรื่องจัด ตั้งรัฐบาลกับท่านทวีน่ะครับ ฝากเนติ์ด้วยนะครับคุณระบิล” ศิวัชพูดพลางเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาด้วยความเป็นห่วง

ในตอนค่ำ เจือจันทร์รู้จากเนติมาว่าธำรงจะให้

พงษ์เลิศเข้าร่วมรัฐบาล เพราะต้องการให้อยู่ในสายตา ก็ชักเครียด เธอมาปรับทุกข์กับกันต์ที่นั่งอ่านหนังสือ เพราะกลัวครอบครัวจะถูกพงษ์เลิศเล่นงานอีก

“อย่ากังวลไปเลยคุณ ผมว่าคุณธำรงเขาคงไม่ยอมให้นายพงษ์เลิศมามีอิทธิพลเหนือเขาหรอก แต่เราควรตั้งรับให้ดี ส่วนเรื่องรุกน่ะโน่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหนุ่มๆ สาวๆ เขา” กันต์มองออกไปยังสวนหย่อม

เจือจันทร์มองตามไปพลางถอนใจ ถามสามีว่า “รวมถึงลูกเราด้วยหรือ”

“วันนี้เขากล้าออกมาจากโลกส่วนตัว ที่เขาขังตัวเองมาร่วมสิบปีแล้วนะ วันข้างหน้าเขาจะต้องกล้าที่จะกลับออกไปสู่โลกกว้างอีกครั้ง ผมเชื่อว่าลูกต้องทำได้ ดูผมสิ ผมยังเอาหนังสือกฎหมายมาอ่านทบทวน ผมจะกลับไปทำงานด้านกฎหมายที่ผมรักอีกครั้ง อย่างน้อยก็สู้เพื่อความยุติธรรมของคนในบ้าน ให้ผมรู้สึกว่าผมได้สู้เพื่อลูกเมียที่ผมรักบ้าง” กันต์วางหนังสือลงแล้วดึงมือ
ภรรยามากุมไว้ เพื่อให้กำลังใจ

ส่วนที่หน้าบ้าน เนติมา ระบิล ขวัญชนก และวิเชษฐ์นั่งชมจันทร์กันอยู่บนเก้าอี้สนาม ระบิลเล่าวีรกรรมของเขาสมัยเป็นเด็กบ้านสวน ขวัญชนกชักสนุก ขอไปเที่ยวบ้านสวนของระบิลบ้าง

เนติมาแปลกใจถามเพื่อนว่าไม่กลัวแล้วหรือ ขวัญชนกยิ้มเจื่อนๆ ตอบว่าถ้ามีเนติมากับระบิลไปด้วยก็คงไม่เป็นไร

“บ้านสวนผมไม่ได้กลับมานาน ป่านนี้ต้นไม้คงขึ้นรกหมดแล้ว เอาไว้ให้ผมไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วจะพาคุณขวัญไปเที่ยวนะครับ” ระบิลรับปาก

“ค่ะ” ขวัญชนกยิ้มรับพลางชำเลืองมองระบิลอย่างอายๆ และบังเอิญว่าเนติมาหันไปเห็นพอดี เธอมองเพื่อนอย่างสังเกต แต่ไม่ทันได้ฟันธงก็หันไปเห็นวิเชษฐ์นั่งมองขวัญชนกด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

ก่อนเข้านอน เนติมาลงมาช่วยทำแผลให้ระบิล

พลางเปรยว่ามีคนแอบชอบเขาอยู่ บอดี้การ์ดทำเอียงอายถามว่าใคร แต่เนติมาว่ารอให้แน่ใจก่อนแล้วจะบอก

เธอชวนชายหนุ่มออกไปคุยกันหน้าบ้าน

เนติมาว่า เธอจะเป็นกามเทพจับคู่ให้วิเชษฐ์กับขวัญชนก เพราะแอบเห็นผู้กองมองเพื่อนรักด้วยสายตาแปลกๆ ระบิลเงยหน้ามองฟ้าแล้วเปรยว่า “ปล่อยให้เป็นไปตามลิขิตเถอะคุณ ถ้าคนเราเกิดมาเป็นของกันและกัน ยังไงก็หนีกันไม่พ้น แต่ถ้าไม่ใช่ ต่อให้รักกันแทบตาย เขาก็พรากเอาคนที่เรารักไปอยู่ดี”

“นายคิดถึงแฟนนายเหรอ ทำไมนายไม่เคยพูดถึงคนรักให้ฟังบ้างเลย ถามทีไรก็บ่ายเบี่ยงอยู่เรื่อย”

“แฟนผมเป็นนางฟ้า” ระบิลหันมาตอบแล้วรีบ ตัดบท “เรื่องของผมมันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกคุณ  ว่าแต่คุณเถอะ ตอนทานข้าวบอกว่าจะให้ผมพาไปทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่ เมื่อไหร่ครับ...ผมจะได้วางแผนถูก”

เนติมาฟังระบิลพูด ทำให้รู้สึกคิดถึงพ่อแม่ ขึ้นมาทันที

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ระบิลพาเนติมาไปซื้อของทำบุญ

ในตลาดใกล้ๆกับวัดที่เก็บอัฐิวิเชียรและพรรณศรี จังหวะหนึ่งเนติมาให้เขาแยกไปหาซื้อสังฆทาน ส่วนเธอจะเลือกดอกไม้รออยู่ที่ร้าน ระบิลจำใจเดินออกมา แต่เมื่อถึงมุมลับตา ก็ถูกปานกระชากตัวเข้าไปเตือนให้ถอนตัวจากงานนี้ แต่ระบิลยัง ยืนยันคำตอบเดิม แถมด่าฝากไปถึงพวกพงษ์เลิศ

“ไอ้ระบิล ถ้าแกไม่ใช่น้องไอ้ก้อง ฉันเอาแกตายแน่ ระวังเงาหัวตัวเองไว้ด้วย เพราะเกมนี้ ไม่เลิกก็ตาย” ปานโกรธจัดหันหลังจะเดินออก แต่ระบิลเรียกไว้ พร้อมยิงคำถามเรื่องพี่ชายที่หายตัวไป

ปานชะงักรู้สึกผิดขึ้นมา เขาตัดสินใจเดินหนีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของระบิล

“พี่ปานอยู่แถวนี้ แล้วถ้าไอ้อิทธิหาญมัน...คุณเนติ์” ระบิลเริ่มนึกได้

บอดี้การ์ดหนุ่มวิ่งกลับมาที่แผงขายดอกไม้ เนติมาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาตกใจ ถามหาเธอกับแม่ค้า ยังไม่ทันได้คำตอบ เนติมาก็เดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับถุงผลไม้ในมือ

ระบิลต่อว่านายสาวที่ไปไหนไม่บอก เธอสวนว่า แค่ออกไปซื้อผลไม้ไม่มีอะไรน่าห่วง แถมยังพาลเรื่องระบิลระแวงมากไปจนได้ของไม่ครบ ก่อนจะชวนเดินหาร้านขายสังฆทาน ระบิลกลัวจะเจอพวกปานอีก เขารีบพาเจ้านายขึ้นรถบอกว่าไปหาเอาข้างหน้า

ooooooo

เมื่อได้ของครบแล้ว เจ้านายลูกน้องก็พากันมาที่วัด ระหว่างทางไปที่เก็บอัฐิ เนติมาเปรยว่า สิบปีแล้ว แต่ดูเร็วจัง ระบิลถึงกับชะงักคิดถึงพี่ชายเพราะจากกันไปสิบปีเหมือนกัน

สาวเจ้ารำพึงต่อว่า สิบปีที่ผ่านมาเร็วเสียจนเธอไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มาได้ยังไง ระบิลว่านั่นเป็นเพราะเธอเข้มแข็ง เพราะถ้าเป็นคนอื่นเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้จะทนได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

“แหม...พูดให้กำลังใจอย่างนี้ ค่อยน่าฟังหน่อย ไป...ป่านนี้คุณพ่อคุณแม่ฉันรอแย่แล้ว” เนติมายิ้มอย่างขอบคุณ จะเดินนำระบิลออกไป แต่เห็นบอดี้การ์ดยังยืนนิ่งท่าทางเหมือนกำลังคิดถึงใคร จึงหันมาถาม “นาย เป็นอะไรน่ะ”

“เออ...ไม่เป็นอะไรครับ ไปรีบไปกันดีกว่า” ระบิลยิ้มกลบเกลื่อนรีบเดินแซงขึ้นหน้า

ทั้งสองมาถึงที่เก็บอัฐิของวิเชียรกับพรรณศรี เนติมาจุดธูปไหว้อัฐิ พลางรำพัน “หนูอยากกอดคุณพ่อ คุณแม่อีกสักครั้ง แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว หนูคงใกล้คุณพ่อ คุณแม่ที่สุดได้เท่านี้ใช่ไหมคะ”

ระบิลอดเป็นห่วงไม่ได้ เขาเข้ามานั่งข้างๆ จะปลอบใจ แต่ไม่ทันได้เอ่ยก็เหลือบเห็นปานถือถุงใบโตเดินใกล้เข้ามา จึงรีบดึงเนติมาหลบ เนติมาจะหันมาต่อว่า พอระบิลชี้ให้ดูปานก็เข้าใจ เธอสงสัยว่าปานมาทำอะไรจึงแอบตามไป บอดี้การ์ดส่ายหน้ากับความรั้นของนายสาว แล้วรีบตาม

ทั้งสองเห็นปานเข้าไปทำบุญในศาลาแล้วหยิบที่กรวดน้ำออกมาเทใต้ต้นไม้ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนรัก ระบิลกลัวนายสาวจะมีอันตรายจึงชวนกลับ แต่เนติมาว่าเธอยังทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่ไม่เสร็จ

“คุณ...จะมาดื้ออะไรตอนนี้เนี่ย เกิดพวกมัน...เฮ้ย” ระบิลชำเลืองไปเห็นลูกน้องอิทธิหาญอีกคนเดินผ่านมา เขารีบรวบตัวเนติมาเข้ามาแอบหลังพุ่มไม้ แต่พื้นที่แคบมากทำให้ทั้งสองคนแนบชิดกัน จนเนติมาเกร็งทำอะไร ไม่ถูก

สมุนอิทธิหาญเดินผ่านไปหาปานและชักชวนกันกลับ เนติมารีบตีมือระบิลที่ยังรวบเอวเธอไว้เป็นการเตือนว่าปล่อยได้แล้ว ระบิลหน้าเจื่อนรีบขอโทษ แล้วตัดบทชวนเนติมากลับไปไหว้พ่อกับแม่ต่อ

ooooooo

บอดี้การ์ดกับนายสาว เดินคุยเรื่องปานขณะกลับ เข้ามาในบริเวณเก็บอัฐิ แต่จู่ๆ ระบิลก็บอกให้เจ้านายเงียบ เพราะได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากที่เก็บอัฐิของวิเชียรกับพรรณศรี ทั้งสองย่องเข้าไปดู เห็นดลกับอ้อกำลังไหว้อัฐิอยู่และได้ยินดลบ่นว่า ข้าวของมากมายที่อยู่หน้าอัฐิพ่อกับแม่เป็นของใคร หรือว่ามีคนมาไหว้ผิดที่

“ไม่น่าผิดนะจ๊ะ ทั้งรูป ทั้งชื่อคุณพ่อคุณแม่พี่ดลก็ติดอยู่เนี่ย” อ้อมั่นใจ

เนติมายืนอึ้งหันมามองระบิล ก่อนตรงดิ่งไปหา น้องชาย

“เดี๋ยวคุณ” ระบิลลืมตัวร้องเรียกเสียงหลง

ดลกับอ้อสะดุ้งหันมามองเห็นเนติมายืนมองอยู่ โดยมีระบิลตามมายืนข้างๆ สองพี่น้องมองหน้ากันนิ่งภาพความรักความผูกพันในอดีตผุดพรายขึ้นมา ก่อนที่ทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันร้องไห้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

“พี่นึกว่าจะไม่ได้เจอวีร์อีกแล้ว” เนติมาประคองหน้าดลขึ้นมามองอย่างไม่เชื่อสายตา

“ผมคิดถึงพี่เนติ์นะครับ ผมรอเวลานี้มาทั้งชีวิตครับพี่เนติ์”

“จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนพี่น้องอีกแล้ว”

อ้อน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ ขณะที่ระบิลส่งยิ้มอิ่มใจ ก่อนเปรยกับนายสาว “คุณพ่อคุณแม่ของคุณคงอยากให้คุณสองคนพบกันซะทีนะครับ”

เนติมากับดลหันมองรูปพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึง ทั้งสองเข้าไปคุกเข่ากราบพวกท่านอีกครั้ง ก่อนชักชวนกันไปทำบุญถวายสังฆทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ และตบท้ายด้วยการปล่อยปลาลงแม่น้ำ

“เฮ้อ วันนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว เป็นวันแห่งความพลัดพราก แต่วันนี้โลกหมุนพาสิ่งที่พรากจากให้มา

พบกันจนได้นะครับ” ระบิลพลอยดีใจไปกับเจ้านาย

“ต่อไป จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนได้อีกแล้วล่ะ” เนติมาเอื้อมมือไปโอบไหล่ดล

อ้ออมยิ้มแซวว่า ไม่เคยเห็นดลมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย ดลว่า เขารอวันนี้มาทั้งชีวิต ระบิลได้ช่องชวนทุกคนไปฉลองและขอเป็นเจ้ามือ

ooooooo

บอดี้การ์ดหนุ่มพาทุกคนมาทานอาหารในร้านริมแม่น้ำ ขณะที่เนติมา ดล และอ้อนั่งคุยกันอย่างออกรส ระบิลกลับออกไปยืนเหม่อคิดถึงพี่ชาย เนติมา หันมาเห็นก็รีบลุกไปคุยด้วย แต่ระบิลทำเฉไฉ เดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร

หลังทานอาหารเสร็จแล้ว เนติมาขอให้ระบิลขับรถพาเธอ ดล และอ้อไปบ้านสวนจังหวัดสิงห์บุรีเพราะอยากจะขอบคุณคำเที่ยง และไม่ลืมโทร.บอกศิวัชพร้อมหยอดคำหวานจนระบิลอดแซวไม่ได้

“มีมดขึ้นรถรึเปล่าน่ะคุณ จิ๊จ๊ะจี๋จ๋ากันตั้งแต่หลุดเขตกรุงเทพฯ จนจะถึงสวนน้องอ้ออยู่แล้วนะคุณ แหม...หวานจนชาวบ้านแถวนี้เขานึกว่ารถคันนี้เป็นรถบรรทุกอ้อยแล้วมั้งเนี่ย”

ตอนที่ 4

เส้นทางสายอำนาจ ธำรงแผ้วถางให้ทายาทเดินเต็มกำลังสามารถ วันนี้เขาชวนปฏิพรกับศิวัชออกมาทานอาหารกลางวัน หวังให้ลูกชายสานสัมพันธ์กับทายาทนายพลทวีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ระหว่างทานอาหาร กุนซือของลูกชายเปรยว่า จะให้หญิงสาวมาทำงานที่พรรค ก่อนหันไปพูดกับศิวัช เรื่องพรรคการเมืองอีกสองพรรค ติดต่อเข้ามาขอร่วมจัดตั้งรัฐบาล

“คุณพ่อหมายความว่า เราจะโดดเดี่ยวกลุ่มของนายพงษ์เลิศ ใช่ไหมครับ”

“ไม่ใช่ เราต้องใจเย็นๆ ผลการเลือกตั้งยังไม่รู้ ว่าจะออกมายังไงเลย อย่าประมาทไพ่มันพลิกออกได้ทุกหน้านั่นแหละ จำไว้นะลูก เกมการเมืองอะไรที่ชัดเจนเกินไป บางครั้งก็เหมือนโยนตัวเองลงไปเป็นเหยื่อเสือ เหยื่อจระเข้เหมือนกัน”

ศิวัชครุ่นคิดก่อนรับคำอย่างเห็นด้วยและไม่มีทีท่าจะขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ

หลังจากทานเสร็จ ธำรงให้ศิวัชไปส่งปฏิพรที่บ้าน สาวเจ้าทำฉอเลาะ อ้อนขอตามไปหาเสียงในตอนค่ำด้วย ชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก เขาโทร. ไปปรึกษาเนติมา แต่หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวจำใจโกหกคนรักว่า คงออกไปช่วยหาเสียงไม่ได้ เพราะอยากจัดอะไรที่บ้านกันต์ให้เข้าที่เข้าทางก่อน

ครั้นได้ยินเสียงปฏิพรคุยกับคนรักอย่างจงใจ จึงเอ่ยถาม “เออ...เสียงใครเหรอคะพี่ศิวัช”

“อ๋อ...น้องตี้ไงจ๊ะ วันนี้เขาขอไปช่วยหาเสียงด้วย” ศิวัชพูดอย่างบริสุทธิ์ใจ

เนติมาหน้าสลดกดวางสาย

“เป็นอะไรไปคุณ คุยกับแฟนเสร็จถึงกับหมดพลังงานขนาดนี้เลยเหรอ” ระบิลพูดทีเล่นทีจริง เมื่อเห็นอาการนายสาว

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย” เนติมาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก ระบิลยื่นหน้าเข้ามาจ้องตาอย่างคาดคั้น เนติมาอึกอัก สุดท้ายก็ยอมเล่าเรื่องศิวัชกับปฏิพรให้ฟัง

ระบิลเข้าใจความรู้สึก ชวนเนติมาออกไปนั่งชมนกชมไม้ในสวนสวย เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและให้ข้อคิดเรื่องความรัก จนเนติมารู้สึกดีขึ้น แล้วจู่ๆ บอดี้การ์ดก็เหลือบไปเห็นปานเดินอยู่ เขารีบพาเนติมาไปหลบหลังพุ่มไม้ ก่อนออกคำสั่งเสียงเข้ม “คุณอยู่ที่นี่ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดรู้ไหม”

“ทำไม มีอะไร”

“กลับมาแล้วผมจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้คุณต้องสัญญาก่อน ว่าห้ามออกจากที่นี่เด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา เข้าใจไหม” ระบิลพูดอย่างจริงจัง เนติมาพยักหน้างงๆ มองตามระบิลที่เดินออกไปอย่างระแวดระวัง

ooooooo

ระบิลกลับมาที่ห้องพักของเนติมา แต่ไม่พบ ใคร เขารีบผละออกไปตามหาปาน จู่ๆปานซึ่งแอบอยู่ในห้องข้างๆก็ตรงเข้าล็อกคอระบิล ลากเข้าไปคุยข้างใน

ปานเตือนระบิลให้อยู่ห่างๆเนติมาก่อนจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ชีวิต แต่ระบิลยังยืนยันขอเลือกความถูกต้อง แล้วเตือนให้ปานถอนตัวจากพวกคนชั่ว

“ประโยคนี้ข้าต่างหากที่ต้องพูดกับเอ็ง วันนี้ข้ามาเยี่ยมลูกน้องเสี่ยที่โดนแทงเมื่อคืน ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าข้ามาเจอเอ็งกับผู้หญิงคนนั้น แต่วันนี้วันเดียวนะ เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องทำตามหน้าที่” ปานพูดอย่างจริงจังก่อนจะหันหลังเดินออกไป ระบิลปรี่เข้าขวางพลางถามหาพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่หายตัวไป จึงโดนปานแจกหมัดเข้าตรงมุมปาก ก่อนจะชักปืนขึ้นมาขู่ “ถ้าเอ็งพูดถึงเรื่องนี้อีก เอ็งได้กินลูกปืนแน่” ปานฮึดฮัดออกไป

ระบิลมองตามด้วยความสงสัย ก่อนตัดใจรีบกลับไปหาเนติมา แต่เธอหายตัวไปแล้ว เขาตกใจมากรีบออกตามหา สักพัก เนติมาเดินส่งยิ้มเข้ามาพลางคุยว่า เจอกระรอกน่ารักเลยเดินตามไป

“มีวินัยหน่อยสิคุณ เมื่อกี้ผมบอกให้คุณรอตรงไหน นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคุณ มันคือความปลอดภัยของชีวิตคุณเอง เพราะฉะนั้นเวลาผมสั่งอะไรให้ความร่วมมือด้วย” ระบิลพูดด้วยน้ำเสียงดุ ทำเอาเนติมารู้สึกผิดขึ้นมา

“ฉันขอโทษ แล้วนายบอกได้รึยังว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่นายไปโดนอะไรมา” เนติมาจิ้มไปที่มุมปากระบิลเพราะเห็นเลือดซึม

“โอ๊ย!” ระบิลสะดุ้งคว้ามือเนติมาไว้ ทั้งสองสบตากันนิ่งอย่างลืมตัว ระบิลได้สติรีบปล่อยมือ ชวนเจ้านายสาวกลับห้อง อ้างตากลมนานๆเดี๋ยวจะไม่สบายอีก

แต่เนติมายังข้องใจว่า ทำไมระบิลต้องให้เธอซ่อนตัวด้วย เขาจำใจหลอกว่า แค่ไปเจอเพื่อนพี่ชาย แต่จำกันไม่ได้ก็เลยระแวงจึงต้องพาเนติมาไปซ่อนก่อน

“แล้วรอยช้ำนั่นเจ็บรึเปล่า ตกลงไปโดนอะไรมา ให้หมอมาดูไหม” เนติมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ระบิลดูไม่ใส่ใจอาการของตัวเองนัก เขาพูดเฉไฉเรื่อยเปื่อย จนเนติมาฟังแล้วปวดหัวขอนอนพัก

“นี่แหละดีที่สุดสำหรับคุณตอนนี้แล้ว นอนมากๆนะครับจะได้หายเร็วๆ” ระบิลยิ้มให้เนติมาอย่างอบอุ่น แต่ในใจยังคงคิดหนักเรื่องปานอยู่ เพราะไม่เชื่อว่าปานไม่รู้ว่าพี่ก้องหายไปไหน

ooooooo

หลังเลิกงาน วิเชษฐ์กลับมานอนที่บ้านกันต์เพื่อดูแลความปลอดภัย เขายึดห้องหนังสือเป็นที่พำนัก ผู้กำกับหนุ่มมองไปรอบๆห้อง เห็นรูปขวัญชนกในช่วงมัธยมปลายยืนส่งยิ้มสดใสอยู่ในกรอบตั้งอยู่บนหลังตู้ก็ รู้สึกถูกชะตาขึ้นมา

ส่วนเจ้าของรูป เธอคุยอยู่กับเจือจันทร์ในห้อง สาวเจ้าสงสัยว่าวิเชษฐ์เป็นใคร และมาอยู่ในบ้านทำไม

“เขาเป็นรุ่นพี่ของคุณระบิลน่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนเรา เขาเป็นคนดี และแม่ก็เข้าใจลูกนะ แม่เองก็กลัว แต่เราอยู่กับความกลัวนี้มานานมากแล้ว แม่อยากเอามันออกไปจากชีวิตซะที โดยเฉพาะชีวิตของลูก ขวัญ กลับไปเรียนหนังสือไหมลูก”

“ไม่นะคะคุณแม่ ขวัญกลัว ขวัญยังไม่พร้อม คุณแม่อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับขวัญเลยนะคะ ขวัญกลัว” ขวัญชนกหลับตากระชับวงแขนกอดแม่ด้วยความกลัวที่ยังตามหลอกหลอน

ในตอนค่ำ วิเชษฐ์ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เขาเหลือบเห็นขวัญชนกแอบมองอยู่ จึงตะโกนบอกกับเธออย่างใจเย็น “น้องขวัญไม่ต้องกลัวพี่นะครับ พี่มาดูแลความปลอดภัยให้นะครับ”

ขวัญชนกพยายามควบคุมความตื่นเต้นแต่อด กลัวไม่ได้ เธอรีบหลบเข้าห้อง วิเชษฐ์มองตามอย่างเข้าใจ

ooooooo

กลางดึกคืนเดียวกัน เนติมาฝันร้ายถึงเหตุการณ์ ในอดีต เธอละเมอเรียกหาพ่อแม่เสียงลั่น ระบิลนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วงพลางเขย่าตัว ให้เจ้านายสาวตื่น

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เนติมาตื่นจากฝันร้าย เธอโผเข้ากอดระบิลร้องไห้อย่างเสียขวัญ พลางคร่ำครวญว่า ไม่อยากฝันแบบนี้อีกแล้ว มันทรมาน

ระบิลเข้าใจความรู้สึก พยายามหาเรื่องมาชวนคุยเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ทำให้เนติมาบ่นอิจฉาระบิลที่มีความสุขได้ตลอดเวลา

“ผมก็มีความทุกข์เหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยอยากจะถือมันไว้ในมือ ดอกไม้กับก้อนหินแข็งๆ เราควรเลือกนะครับว่าจะถืออะไรไว้ นอนซะนะครับดึกแล้ว” ระบิลพูดพลางห่มผ้าให้เนติมา

แต่สาวเจ้าไม่อาจข่มตาลงได้ เธอให้ระบิลไปขอยานอนหลับมาให้ทาน แต่เขาไม่ยอมอาสาร้องเพลงกล่อมให้เอง แล้วเลือกเพลงวอนลมจูบมาร้องให้เจ้านายฟัง หญิงสาวนอนอมยิ้มมีความสุข เพราะเนื้อเพลงโดนใจ และรู้สึกอบอุ่นที่มีระบิลอยู่เคียงข้าง

ooooooo

สายวันต่อมา หมออนุญาตให้เนติมาออกจากโรงพยาบาล สาวเจ้าดีใจรีบกลับมาคุยโวให้กันต์กับเจือจันทร์ฟังว่า เธอพร้อมลุยงานแล้ว จึงโดนระบิลดุ เพราะหมอสั่งให้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน

เนติมาไม่สนขอตัวขึ้นไปคุยกับขวัญชนก เพราะกลัวเพื่อนจะเป็นห่วง ระบิลจึงออกไปคุยกับวิเชษฐ์ที่กำลังจะออกไปทำงาน แต่ต้องชะงัก เพราะเห็นปานขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดประตูรั้วบ้านอิสราวัชร ทั้งสองสบตากันนิ่ง

ด้านขวัญชนก เมื่อเห็นเนติมาเข้ามารายงานตัวว่าหายดีก็เบาใจ เธอเตือนเพื่อนว่าอย่าไปตากแดดโดนฝนอีก

“โธ่ ขวัญ เธอก็รู้นี่ว่าฉันแข็งแรงหัวแข็งโป๊ก ว่าแต่เธอนั่นแหละ เมื่อไหร่จะออกไปนอกบ้านซะที ไป... ลงไปกับฉัน” เนติมาคว้าแขนขวัญชนก แต่เพื่อนรักฝืนตัวไว้บอกว่าไม่

เนติมาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนลงไปเดินเล่นด้วยกัน แต่เธอยืนยันคำตอบเดิม แล้วเดินหนีมาที่หน้าต่าง สาวเจ้ามองลงไปข้างล่าง เห็นระบิลเดินเข้ามาดูต้นไม้ในสวนอย่างมีความสุข

จังหวะนั้น ระบิลเงยหน้าขึ้นมาเห็นขวัญชนกแอบมอง จึงเรียกเสียงฮาด้วยการเด็ดดอกไม้แดงมาทัดหูพร้อมเต้นแร้งเต้นกาด้วยท่าทางตลกๆ จนขวัญชนกหลุดหัวเราะออกมา

เนติมาดีใจมาก รีบลงมาบอกข่าวดีกับทุกคนและอนุญาตให้ระบิลทำบ้าๆ บอๆต่อไปได้เพราะอยากเห็นขวัญชนกหัวเราะอีก

“แหม เห็นเพื่อนหัวเราะได้ เอาใหญ่เลยนะคุณ ผมก็กลัวเสียภาพพจน์เป็นเหมือนกันนะ” ระบิลทำเก๊ก แล้วเอ่ยกับนายสาวว่า เรามาถูกทางแล้ว จากนั้นก็หันไปหยิบถุงยามาส่งให้และบังคับให้เจ้านายกิน แถมขู่ว่า ถ้าไม่เชื่อฟังจะโทร.ไปฟ้องศิวัช

“โห...ขี้ฟ้องเป็นเด็กไปได้” เนติมาเดินงอนกลับขึ้นห้อง แล้วกดโทรศัพท์หาคนรักด้วยความคิดถึง แต่ศิวัชนั่งหลับอยู่บนเบาะหลังรถด้วยความอ่อนเพลียจากการหาเสียง ปฏิพรนั่งอยู่ข้างๆ หยิบมือถือขึ้นมาดู ครั้นเห็นชื่อเนติมาขึ้นหน้าจอก็รีบกดปิดเครื่องหวังสร้างความร้าวฉาน แต่เนติมาไม่คิดอะไร เข้าใจว่าคนรักคงเหนื่อยและหลับไปแล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศิวัชเปิดมือถือ เห็นเบอร์เนติมาโทร.เข้ามา จึงรีบโทร.กลับพร้อมกับคำขอโทษที่ไม่ได้รับสาย เนติมาไม่ว่าอะไร เธอบอกคนรักว่า วันนี้จะไปช่วยหาเสียงและจะซื้อขนมเจ้าประจำไปฝาก พลางส่งยิ้มสดใส เมื่อระบิลแซว เนติมาก็ถามกลับเรื่องคนรักของเขา ชายหนุ่มก็ทำเฉไฉถามหาร้านขนมที่เจ้านายจะซื้อไปฝากคนรัก

สายวันเดียวกัน ดลออกไปช่วยเพื่อนขายของในตลาดนัด มีอ้อตามไปด้วย จังหวะหนึ่งดลออกไปซื้อน้ำ อ้อได้โอกาสเข้าขายของแทน ดลกลับมาเห็นก็ไม่พอใจดึงแขนออกไปต่อว่า สาวน้อยทำอ้อนใส่พร้อมยกสารพัดเหตุผลมาชี้แจง จนดลใจอ่อน ยอมให้เธอทำงานพิเศษได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่กระทบผลการเรียน

“อ้อสัญญานะจ๊ะ ว่าจะไม่ทำให้พ่อกับพี่ดลผิดหวังเด็ดขาด” สาวน้อยยกนิ้วก้อยขึ้นมา ดลอมยิ้ม ก่อนเอานิ้วก้อยของตัวเองมาเกี่ยวก้อยสาวน้อย พลางยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ

ooooooo

การเลือกตั้งใหญ่ใกล้เข้ามาทุกที พรรคการเมืองต่างแข่งกันลงพื้นที่เพื่อชิงคะแนนเสียงกันอย่างดุเดือด โพลที่ออกมาระบุตรงกันว่า พรรคน้องใหม่อย่างสยามพัฒนาได้ความนิยมจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

อิทธิหาญไม่พอใจผลสำรวจนัก กลัวพ่อจะชวดอำนาจ จึงเปรยเรื่องนี้กับปาน สมุนคู่ใจเตือนให้เจ้านายใจเย็น เพราะเชื่อว่านายใหญ่มีแผนรับมืออยู่แล้ว

“ก็ปล่อยให้พ่อเขาทำตามวิธีของเขาไป ส่วนฉันแกก็รู้นี่ปาน ว่าฉันจะทำยังไง” อิทธิหาญเอ่ยอย่างเลือดเย็นสีหน้าเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง ศิวัชเห็นข่าวสังคมแซวเรื่องตนเองกับปฏิพรควงคู่กันออกงาน และลงพื้นที่หาเสียงด้วยกันอยู่บ่อยๆ เขาเริ่มห่วงความรู้สึกเนติมา จึงเข้ามาปรึกษาธำรง

ธำรงอ้างว่า เนติมาเป็นคนมีเหตุผล เธอต้องเข้าใจ แล้วแอบโทร.ไปขอบคุณปิยณีที่ช่วยกระจายเรื่องศิวัชกับปฏิพร เพราะหวังจับคู่ให้ลูกชายเพื่ออำนาจทางการเมือง

ด้านเนติมาเมื่อเห็นข่าวศิวัชกับปฏิพรก็แอบน้อยใจ ถึงกับไม่ยอมรับโทรศัพท์ของชายหนุ่ม ระบิลลอบมองอาการเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนชวนออกไปซื้อต้นไม้ด้วยกัน พลางเตือนว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าความคิดตัวเอง และตอนนี้นายสาวกำลังโดนความคิดของตัวเองทำร้ายอยู่

ตอนที่ 3

เช้าวันใหม่ ระหว่างดลออกมาส่งหนังสือพิมพ์ เขาช่วยจูงเด็กหญิงตัวน้อยข้ามถนน เจ้าของร้านเห็นเข้าก็ชอบใจ ตอบแทนด้วยค่าจ้างอย่างงาม แถมด้วยโจ๊กอีกสองถุง

ดลไหว้ขอบคุณเจ้าของร้าน แล้วรีบกลับคอนโดฯ จัดแจงเทโจ๊กใส่ชามพลางร้องเรียกอ้อมาทาน เกรงน้องจะไม่ทันโรงเรียน

อ้อในชุดนักเรียนมัธยมปลายเปิดประตูออกมา “เสร็จแล้วจ้ะพี่ดล โอ้โห...โจ๊กน่ากินจัง”

“เจ้าของร้านหนังสือเขาให้มาน่ะ เอ้า...กินซะเดี๋ยวจะได้รีบไปเรียน” ดลเลื่อนชามโจ๊กให้

อ้อนั่งทานอย่างอารมณ์ดี พลางเงยหน้าขึ้นมา “พี่ดลนี่เนื้อหอมเนอะ ได้ของฝากจากคนที่จ้างพี่ดลทำงานบ่อยๆ นี่ถ้าไปเป็นพระเอกลิเกนะ สงสัยแม่ยกตรึม”

“พี่ก็ไม่อยากรับหรอก เกรงใจเขาจะตาย”

“พี่ดลเป็นคนดีใครๆ ก็รักจ้ะ” อ้อยิ้มอารมณ์ดี ก่อนหันไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่าน เมื่อเห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งก็ชะงัก ส่งให้ดลดู

“ธำรง กิตติธร คัมแบ็ก ตั้งพรรคหนุนลูกชายชิงเก้าอี้นายกฯ” ดลถึงกับตกตะลึง

ooooooo

เช้าเดียวกัน เนติมาออกตามหาระบิล เธอพบเพียงเศษใบไม้ที่เคยกองระเกะระกะ ถูกกวาดมารวมกันไว้เป็นกองๆ หญิงสาวหงุดหงิด บ่นพึมพำว่าระบิลไปไหนทำไมไม่บอก

“ก็จะบอกทำไมล่ะครับ ในเมื่อไม่ได้ไปไหน” เสียงระบิลตอบรับ

เนติมามองหาต้นเสียง เธอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นไปข้างบน เห็นระบิลยิ้มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ในมือถือเลื่อย ตัดแต่งกิ่งไม้ “นายขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ”

“ขึ้นมาหาของกินมั้งคุณ” ระบิลประชดขำๆ แต่เมื่อเห็นนายสาวนิ่วหน้า ก็รีบออกตัว “ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะคุณผมก็ขึ้นมาแต่งกิ่งไม้น่ะสิ”

“ทำเก่งไป ระวังตกมาคอหักตาย”

“เสียใจผมเกิดปีลิง โตมากับต้นไม้ตั้งแต่เด็กแล้ว เห็นไหมคุณ โปร่งขึ้นตั้งเยอะไม่รกเหมือนวันก่อนแล้ว” ระบิลชวนคุย พลางชำเลืองไปที่หน้าต่างชั้นสองนิดหนึ่ง ก่อนปีนลงมายืนข้างๆ เนติมาแล้วกระซิบบอกว่าขวัญชนกแอบดูอยู่

เนติมาชักสีหน้ามองห้องเพื่อนรัก เห็นขวัญชนกแง้มผ้าม่านแอบมองลงมาจากห้องนอนจริง ครั้นเธอเห็นทั้งสองมอง ก็รีบหลบทันที

เนติมาตื่นเต้นดีใจจะขึ้นไปชวนเพื่อนลงมาเดินเล่น แต่ระบิลห้ามไว้อ้างว่า ขวัญชนกยังไม่พร้อมที่จะออกมาเผชิญความจริง เขาขอให้เจ้านายใจเย็นอีกนิด เพราะทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว เนติมาพยักหน้ารับยอมเชื่อตามนั้น

บอดี้การ์ดหนุ่มได้ช่องชวนเนติมาไปช่วยกวาดใบไม้ในสวน พลางอ้อนว่าอย่าไปฟ้องศิวัชเพราะกลัวโดนไล่ออกโทษฐานใช้แฟนเจ้านาย

“ฟ้องน่ะไม่ฟ้องหรอก แต่ฉันสงสัย ว่าทำไมเราไม่จ้างคนมาทำ จ้างแค่นี้เสียไม่เท่าไหร่หรอก ยังไงฉันก็เป็นคนจ่ายอยู่แล้ว”

“ผมอยากให้มีกิจกรรม ชีวิตคนที่นี่อยู่นิ่งๆ ซึมเศร้ากันมาหลายปีแล้วนะคุณ ผมอยากให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวในบ้านนี้บ้าง บ้านจะได้มีชีวิตชีวา จ้างคนมาทำเราก็ได้แต่นั่งจ๋องดูเหมือนเดิม จะมีประโยชน์อะไร”

“พูดมากจังเลยนะนายเนี่ย ถามนิดเดียวตอบซะยาวเหยียดเลย”

“ก็อธิบาย จะได้เข้าใจ เนี่ยเห็นไหมเรามากวาดแป๊บเดียวคุณขวัญก็ออกมาแอบมองเราอีกแล้ว” ระบิลชำเลืองมองขึ้นไปบนห้องนอนขวัญชนก เนติมาจะมองตาม แต่ชายหนุ่มห้ามไว้ “ไม่เป็นไรคุณ เดี๋ยวคุณขวัญจะอายปล่อยให้เธอมองตามสบายเถอะ”

เนติมาส่งยิ้มอย่างเข้าใจ พลางช่วยระบิลกวาดเศษใบไม้ต่อ

ooooooo

หลังส่งอ้อไปโรงเรียนแล้ว ดลแอบมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านอิสราวัชร แล้วพลันสะดุ้ง เมื่อคำเที่ยง โทร.เข้ามาถามข่าวธำรงเปิดพรรคการเมือง และเตือนว่าอย่าวู่วาม อันตรายมากมายรออยู่

ดลรับปากเสียงอ่อยจนคำเที่ยงสงสัยซักว่า ตอนนี้อยู่ไหน? ดลอึกอักไม่กล้าพูดความจริง แต่คำเที่ยงรู้ทัน

“อย่าบอกนะ ว่าลูกอยู่หน้าบ้าน...พ่อบอกแล้วไงดล ว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว จะมีก็แต่...”

“พ่อเดี๋ยวนะครับ” ดลเหลือบเห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านอิสราวัชร เขารีบขยับเดินห่างออกมาบริเวณหน้าบ้านกันต์

คำเที่ยงร้อนใจให้ดลรีบออกมา “ที่นั่นไม่มีใครที่ลูกอยากเจออยู่หรอก เชื่อพ่อ เวลายังมีอีกเยอะ เรายัง ไม่สมควรเสี่ยง”

“ครับพ่อ...ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้ สวัสดีครับ” ดลตัดโทรศัพท์ และจังหวะนั้นเองเขาได้ยินเสียงเนติมาคุยกับระบิลดังลอดออกมาจากบ้านกันต์ เพราะเธอทำงานจนมือพอง แต่ไม่ยอมพัก

หนุ่มน้อยมองลอดช่องว่างของรั้วเข้าไป เห็นระบิล พาเนติมากลับเข้าไปในบ้าน เขาพยายามเพ่งมองว่าผู้หญิงคนนั้นใช่พี่สาวหรือไม่ แต่น่าเสียดายที่เธอหันหลังให้ ดลจำต้องตัดใจเดินจากไป

ด้านระบิล เขาพาเนติมาเข้ามานั่งใส่ยาในบ้าน สาวเจ้าร้องลั่นเพราะแสบ จึงเผลอซัดชายหนุ่มไปสองสามที ระบิลคว้ามือเธอไว้พลางสบตานิ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวรีบปล่อยมือ แล้วหันไปเก็บยาเข้าที่พลางเอ่ยว่า จะขอเบิกเงินไปซื้อกล้องวงจรปิดมาติดตั้งรอบๆบ้านกันต์
เพื่อความปลอดภัย

ทั้งสองออกไปเลือกซื้อกล้องวงจรปิดด้วยกัน แล้วเนติมาก็อึ้งเมื่อได้ยินระบิลคุยว่าจะติดตั้งกล้องด้วยตัวเอง เธอประชดว่า ในโลกนี้มีอะไรที่ระบิลทำไม่เป็นบ้าง

“โธ่...คุณ อย่าลืมสิว่าผมเคยเป็นใคร”

“เป็นตำรวจคอมมานโดมือดีของประเทศ ได้ทุนไปเรียนต่อที่ยุโรป เป็นที่ต้องการตัวของคนระดับไฮคลาสให้ไปเป็นการ์ดส่วนตัว เป็น...”

“อ่ะพอๆไม่ต้องชื่นชมตัวผมขนาดนั้น แต่คุณขาดคุณสมบัติผมไปอีกอย่าง นั่นคือความหล่อไง ทั้งในน้ำและบนบก รวมนรกกับอีกสามโลก ก็ไม่มีใครหล่อเกิน ฮะฮ่า” นะบิลวางท่าโอเว่อร์

“ตายจริง คนอะไรหลงตัวเองที่สุด นี่เลิกเก๊กได้แล้ว ฉันอายคนอื่นเขา มาฉันช่วยถือ”

“ไม่ต้อง มือคุณยังไม่หายพองเดี๋ยวจะเจ็บไปกันใหญ่ ไป...รีบเอาของไปเก็บในรถกันเถอะคุณ ผมหิวแล้ว” ระบิลกับเนติมาขยับจะเดิน

ขณะนั้น ศิวัชโทร.มานัดเนติมาออกไปดินเนอร์ เพราะเพิ่งมีเวลาว่าง เจ้าหล่อนดีใจหันมาบอกระบิล

เวลาเดียวกัน ดลนั่งคุกเข่าอยู่หน้าอัฐิพ่อแม่ “วันที่ผมรอมาทั้งชีวิตใกล้เป็นจริงแล้ว คุณพ่อคุณแม่ช่วยให้ผมพบพี่เนติ์เร็วๆด้วยนะครับ”

หนุ่มน้อยมองรูปพ่อกับแม่ด้วยความรู้สึกอดทนรอวันที่จะพบกับพี่สาวอย่างมีความหวัง

ooooooo

ในตอนค่ำ ระบิลกับเนติมาเดินเข้ามาในร้านอาหารหรูริมน้ำ ศิวัชนั่งรออยู่ รีบออกมารับ ระบิลกวาดตามองไปรอบๆ พลางเอ่ย “คุณศิวัชรอบคอบดีมาก นะครับ ที่เอาการ์ดมาด้วย”

“การ์ด...การ์ดอะไรเหรอคะพี่ศิวัช”

“สนามการเมืองไม่น่าไว้ใจ คุณพ่อกลัวพี่ถูกลอบทำร้าย เลยจัดชุดการ์ดมาให้น่ะจ้ะ เออ...คุณระบิลรู้ได้ยังไงครับ ว่าผมมีการ์ดมาด้วย”

“ผีเห็นผีด้วยกันน่ะครับ” ระบิลอมยิ้มพลางระบุว่ามีการ์ดของศิวัชอยู่ตรงจุดไหนบ้าง ศิวัชอึ้งถามระบิลว่าการ์ดของเขามีจุดบกพร่องให้เห็นชัดขนาดนั้นเลยหรือ

“ไม่มีหรอกครับ ทุกอย่างเพอร์เฟกต์ แต่ผมบอกแล้วไงว่าผีเห็นผี”

“ไม่ต้องตกใจค่ะพี่ศิวัช คนๆนี้มีอะไรเหนือความคาดหมายเสมอแหละ” เนติมาพูดพลางส่งค้อนระบิลด้วยความหมั่นไส้

ศิวัชเบาใจชวนทั้งสองไปนั่ง แต่ระบิลขอแยกโต๊ะ เพราะอยากให้คู่รักมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันบ้าง เนติมาหันมาล้อว่าทานคนเดียวไม่เหงาหรือ

“ความเหงาคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของผมแล้วล่ะครับ ตามสบายนะครับ ผมนั่งอยู่ใกล้ๆนี่แหละ” ระบิลยิ้มให้ ก่อนแยกไปนั่งอีกโต๊ะ แล้วหยิบเมนูมาสั่งอาหาร

เนติมามองตามระบิลอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ศิวัช ระบิลชำเลืองมองเจ้านายทั้งสอง แล้วอดนึกถึงอดีตรักของตัวเองไม่ได้

หลังแยกจากคนรักแล้ว เนติมานั่งอมยิ้มมาตลอดทาง จนระบิลอดแซวไม่ได้

“เห็นความดีความชอบของผมรึยังคุณ เพราะถ้าผมยังนั่งเป็นก้างขวางคออยู่โต๊ะเดียวกัน คุณจะได้ยิ้มติดมาบนรถอย่างนี้ไหม”

“เว่อร์น่า ไม่ขนาดนั้นซะหน่อย”

“จริงๆนะคุณ คู่รักต้องการเวลาอยู่ด้วยกันสองคนบ้าง เรื่องบางอย่างในหัวใจ มันก็ไม่เหมาะที่จะมีไส้ติ่งไปนั่งรับรู้รับฟังนะ”

“กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักขึ้นมาอีกแล้ว” เนติมามองระบิลอย่างขำๆที่รู้ไปซะทุกเรื่อง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเรื่องศิวัชจะให้เป็นเลขาส่วนตัว นั่นเท่ากับว่าระบิลต้องมีงานมากขึ้น เพราะชื่อกับนามสกุลของเธอจะเป็นแม่เหล็กดูดงานมาให้

“ก็ผมมาทำงานนี่ครับ แล้วงานผมก็สั้นๆง่ายๆไม่เห็นมีอะไร แค่คุณปลอดภัยไงครับ เห็นไหมง่ายๆแค่นี้เอง” ระบิลตอบอย่างสบายๆไม่มีทีท่ากังวลใจอะไร ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปจอดในบ้านกันต์

ooooooo

เนติมาก้าวลงจากรถ ระบิลมองเข้าไปในบ้านเห็นความผิดปกติเพราะปิดไฟมืด เขาหยิบปืนพกขึ้นมาเตรียมพร้อมพลางกระซิบบอกเจ้านายให้อยู่ใกล้ๆไว้เพื่อความปลอดภัย แล้วเดินนำเข้าไปด้านใน

“ทำไมมืดอย่างนี้” ระบิลหันไปเปิดสวิตช์ไฟ

ไฟในห้องสว่างขึ้น ทั้งสองคนต้องตกใจเมื่อเห็นข้าวของในบ้านกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ระบิลรีบกระชากลูกเลื่อนปืนพร้อมใช้

“ไม่...ไม่” เสียงเจือจันทร์ดังออกมาจากห้องหนังสือ ระบิลดึงเนติมาเข้าไปดู พบกันต์นั่งกุมมือภรรยาที่ร้องไห้อยู่อย่างปลอบโยน

เนติมาถามทั้งสองว่าเกิดอะไรขึ้น เจือจันทร์เงยหน้าขึ้นมาต่อว่าชุดใหญ่ เธอโทษว่าเนติมาคือต้นเหตุของความเดือดร้อน กันต์ปรามภรรยาแล้วช่วยอธิบายแทนว่า ปกติลูกน้องของอิทธิหาญจะมาที่บ้านของเขาอยู่เรื่อยๆ บางครั้งก็เข้ามาขู่ บางครั้งก็เข้ามาสั่งให้ทำอาหารไปส่ง แต่วันนี้พวกมันมาเห็นบ้านสะอาดผิดสังเกตก็เลยพังซะเละ ทั้งๆที่เขาบอกแล้วว่ามีญาติมาขอพักด้วย

“พวกมันต้องเข้ามาอีกแน่ แล้วคราวนี้จะทำกันยังไง ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเธอจะนำความเดือดร้อนมาให้เรา ออกไป ฉันไม่อยากฟัง ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอสองคน ออกไป” เจือจันทร์ตวาด

กันต์กระชับมือภรรยาไว้แน่นเป็นการปลอบโยน ก่อนจะหันไปขอร้องระบิลให้พาเนติมาออกไปก่อน เขารับปากจะคุยกับเจือจันทร์ให้เอง ระบิลรับคำหันไปพยักหน้าให้เนติมา หญิงสาวเดินคอตกตามระบิลออกไป

ooooooo

ระบิลปลอบใจนายสาวไม่ให้คิดมาก พลางขอให้ขึ้นไปอาบนํ้าก่อน เนติมารับฟังจะเดินขึ้นชั้นบน พลันชะงักเมื่อเห็นขวัญชนกนั่งกอดเข่าซบหน้าร้องไห้อยู่บนบันได

ส่วนขวัญชนก เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นระบิลกับเนติมา ก็รีบลุกวิ่งเข้าห้องด้วยความกลัว เนติมากับระบิลตามไป และพยายามจะรั้งบานประตูไว้เพื่อจะเข้าไปข้างใน เป็นเหตุให้ระบิลถูกประตูหนีบมืออย่างจัง

“โอ๊ย” บอดี้การ์ดกุมมือด้วยความเจ็บ

เนติมาตกใจรีบเข้าไปดูอาการ  แต่ไม่ทันขวัญชนกที่ปรี่เข้าไปจับมือระบิลอย่างลืมตัว

“ฉันขอโทษ เจ็บมากไหมคะ”

“เออ...ไม่เท่าไหร่ครับ” ระบิลหันมาสบตากับเนติมาอย่างงงๆ

ขวัญชนกได้ยินเสียงระบิลก็นึกได้รีบปล่อยมือเขา แล้วจะกลับเข้าห้อง แต่เนติมาดึงตัวไว้

“ขวัญ...เธอยังกลัวฉันกับคุณระบิลอยู่อีกเหรอ”

“ฉัน...ฉันไม่ได้กลัวเธอ แต่...แต่ฉันกลัว...” ขวัญ–ชนกพูดได้เท่านั้นก็ร้องไห้โฮ

ระบิลกับเนติมามองหญิงสาวอย่างเข้าใจและเห็นใจ เนติมาดึงเพื่อนรักมากอดแล้วพาเข้าห้องไป

หลังจากขวัญชนกหลับ เนติมาเดินลงมาช่วย

ระบิลทำความสะอาดบ้านพลางชวนคุยเรื่องเพื่อนรัก

ระบิลพยักหน้าช้าๆ เอ่ยว่า ชีวิตขวัญชนกน่าสงสาร เธอควรจะพบแต่ความสดใส ไม่ใช่อับเฉาอย่างที่เป็นอยู่ เนติมาหน้าสลดรู้สึกผิดที่ครอบครัวของเธอมีส่วนทำให้ครอบครัวของขวัญชนกพบเรื่องเลวร้าย

“ผมขอโทษ” ระบิลมองนายสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก

“ที่นายพูดมันเป็นเรื่องจริงนี่นา ใครจะเชื่อ ครอบ– ครัวอดีตอัยการมือดีจะต้องมีสภาพอย่างนี้ ครอบครัวฉันเป็นต้นเหตุ ฉันถึงต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เออ...

มือนายเป็นไงบ้าง” เนติมานึกขึ้นได้

“อ๋อ...สบายมาก โอ๊ย” ระบิลร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับมือข้างที่โดนประตูหนีบ

เนติมาคว้ามือชายหนุ่มมาดู เมื่อเห็นมีรอยชํ้าก็ตกใจกลัวว่ากระดูกจะแตก จึงบังคับให้ไปหาหมอด้วยกัน หมอตรวจแล้วพบว่าแค่ฟกชํ้า ไม่มีอะไรบุบสลาย

“ไงล่ะก็แค่ชํ้า เสียเวลาขับรถมาเปล่าๆ” ระบิลถอนใจเซ็ง

“อย่างน้อยก็ได้เอกซเรย์ จะได้สบายใจ”

“ผมเพิ่งทายาที่มือคุณให้หยกๆ เผลอแวบเดียวคุณต้องพาผมมารักษามือ ขอบคุณมากนะครับ”

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นทำแกงจืดลูกรอกให้ฉันทานหน่อยได้ไหม ฉันไม่ได้ทานมานานมากแล้ว”

“แหม...เล่นแกงโบราณเลยนะคุณ”

“ก็ฉันชอบ เมื่อก่อนคุณแม่ทำให้ฉันทานบ่อยๆ” เนติมาพูดแล้วสลดลง

ระบิลหันมาเห็นรีบเปลี่ยนบรรยากาศชวนเจ้านายแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เพราะอาหารฝรั่งเมื่อตอนค่ำย่อยหมดแล้ว

ระหว่างนั่งทานก๋วยเตี๋ยว ชายหนุ่มคุยเรื่องบ้านสวนที่เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาให้ฟัง นาทีนั้น เนติมาได้ยินหนุ่มสาวโต๊ะข้างหลังคุยกันเรื่องตามหาพี่สาว เธอรู้สึกคุ้นน้ำเสียงของเด็กหนุ่มจึงหันไปมอง แต่น่าเสียดาย ดลกับอ้อเดินไปขึ้นสามล้อออกไปเสียแล้ว

ระหว่างทางกลับบ้าน เนติมายังคงข้องใจเรื่องเด็กหนุ่มที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เธอเอ่ยถามระบิลที่กำลังขับรถว่า เชื่อเรื่องสายใยพี่น้องไหม

“เชื่อ แล้วก็เชื่อด้วยว่า สายใยที่คุณว่า จะชักพาให้คุณกับน้องชายมาพบกัน โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งทำหน้านิ่วคิ้วผูกโบให้หน้าเป็นรอยพับยับถาวรอยู่เนี่ย เชื่อผมสิ  ถ้าคิดแล้วมันหาคำตอบไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคิด ผมมั่นใจอะไรอย่างหนึ่งรู้ไหม อย่างน้อยความรู้สึกที่คุณมีต่อน้องชายในตอนนี้ เขาเองก็รู้สึกไม่แพ้คุณหรอกนะ แล้วไอ้ความรู้สึกนี้จะช่วยพาคุณสองคนมาพบกัน แต่อย่าถามว่าเมื่อไหร่ เพราะผมไม่ใช่หมอดู แต่ถ้าอยากรู้ ผมจะไปเรียนหมอดูมาดูให้คุณเอง สนมะๆ” ระบิลลอยหน้าลอยตา

“ไม่ต้องเลย ขืนนายมาดูดวงให้ฉัน ชีวิตฉันคงปั่นป่วนมากกว่านี้แน่ๆ ขับรถไปเลย ฉันง่วงนอนแล้ว” เนติมาทำเข้มใส่ แต่ในใจนึกขอบคุณเพราะคำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีกำลังใจ

ooooooo

บ่ายวันต่อมา เนติมาเข้าช่วยงานศิวัชกับธำรงที่พรรค ทุกคนต่างพอใจ เมื่อผลโพลจากสถาบันต่างๆ ระบุว่าคะแนนนิยมของพรรคสยามพัฒนาสูงลิ่ว

“เรื่องนี้กลุ่มของนายพงษ์เลิศจะโทษใครไม่ได้เลย นอกจากต้องโทษตัวเอง ตอนบริหารบ้านเมืองก็คิดแต่จะทำเพื่อพวกพ้อง เขาคงคิดว่าประชาชนโง่ ไม่รู้ว่าอะไรคืออด อะไรคืออิ่ม” เนติมาพูดท่าทางจริงจัง ขณะที่ธำรงครุ่นคิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง ก่อนพูดอย่างสุขุม

“คะแนนนิยมเราสูงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพวกมันจะเล่นสกปรกอะไรบ้าง”

จังหวะนั้นเอง ระบิลยืนคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง เขากดวางสายแล้วหันมารายงานทุกคน “เป็นไปตามคาดครับ เพื่อนผมที่ประจำอยู่ชายแดนบอกว่า สายสืบแจ้งว่าจะมีอาวุธสงครามลอตใหญ่ ส่งข้ามชายแดนเข้ามาในประเทศ ทุกคนต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะครับ”

“ไอ้พวกนี้เลวจริงๆ กลัวสูญเสียอำนาจ จนไม่รู้อะไรนรกอะไรสวรรค์แล้ว” ธำรงพูดด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาด้วยความเป็นห่วงพลางเอ่ยถาม “กลัวไหมจ๊ะเนติ์”

“ไม่มีอะไรที่เนติ์ต้องกลัวค่ะพี่ศิวัช พวกเรากลับมาที่นี่ เพื่อเอาคนชั่วลงจากอำนาจไม่ใช่เหรอะ” เนติมากระชับมือคนรัก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้าหน้าที่เข้ามารายงานธำรงว่า พงษ์เลิศมาขอพบ ทุกคนอึ้งเมื่อได้ยินชื่อนี้ เพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าบุกมาถึงถิ่น

“กล้ามา เราก็กล้าต้อนรับ ไป ออกไปเล่นละครการเมืองกัน” ธำรงเดินออกไป

ศิวัชห่วงเนติมา เขาขอร้องให้เธออยู่ในห้อง แต่สาวเจ้าไม่ยอม ยืนกรานจะออกไปสบตาคนที่สั่งฆ่าพ่อแม่ด้วยตาตัวเอง เธออยากให้พงษ์เลิศรู้ว่า กรรมเดินทางมาใกล้ตัวแล้ว

ศิวัชมองคนรักอย่างหนักใจ แต่ระบิลกลับขอร้องให้ศิวัชเชื่อมั่นใจตัวคนรัก

ธำรงเดินนำระบิล เนติมา และศิวัชมาพบพงษ์เลิศกับชลกร พร้อมกองทัพนักข่าวที่หน้าห้องโถง เจ้าถิ่นเชื้อเชิญผู้มาเยือนให้เข้าไปคุยกันในห้องรับรอง แต่พงษ์เลิศว่า วันนี้เขาแค่มาแสดงความยินดี ที่จะได้ร่วมมือกันช่วยพัฒนาประเทศ แล้วพยักหน้าให้ชลกรนำกระเช้าดอกไม้ให้ธำรงพลางแนะนำ

“นี่คุณชลกร”

“คุณชลกร ผมได้ยินชื่อเสียงคุณมาบ้าง” ธำรงยิ้มรับ

ชลกรรีบโปรยเสน่ห์ ขณะที่พงษ์เลิศหันไปทักทายศิวัช ก่อนจะมองไปที่ระบิลกับเนติมา เขาจำเธอได้ แต่ทำฟอร์มว่าไม่เคยรู้จัก แสร้งถามธำรงว่า สองคนนี้คือใคร

“นั่นคุณระบิล อดีตหน่วยคอมมานโดมือหนึ่งของประเทศ เพิ่งจบหลักสูตรรักษาความปลอดภัยบุคคลมาจากฝรั่งเศสครับ เขามาดูแลความปลอดภัยให้หลานสาวผม”

ระบิลยกมือไหว้พงษ์เลิศตามมารยาท พงษ์เลิศอมยิ้มเปรยว่า ถ้ารู้มาก่อนจะจ้างระบิลมาทำงานด้วย ระบิล สวนทันควันว่า เขาเลือกเหมือนกันว่าจะทำงานให้ใคร ทำเอาพงษ์เลิศหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง แล้วหันไปทักเนติมา

“งั้นหลานสาวคนนี้ก็...”

“เนติมา อิสราวัชร ลูกสาวคุณวิเชียร คุณพรรณศรี อิสราวัชร คุณพ่อฉันนักธุรกิจมือสะอาดที่ทุ่มเททั้งชีวิต เพื่อกำจัดนักการเมืองฉ้อฉลปล้นแผ่นดิน” เนติมาแนะนำตัวเอง

“อืม...คุณวิเชียรเป็นคนดี เสียดายไม่น่า...”

“สิบปีที่ผ่านมา ฉันมีลมหายใจอยู่ก็เพื่อวันนี้ วันที่ฉันจะกลับมาทวงคืนความชอบธรรมให้กับชีวิตคุณพ่อ

คุณแม่ของฉัน บางคนอาจคิดว่าเวรกรรมเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ฉันว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่คนก่อไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” เนติมาพูดยิ้มๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

ระบิลอมยิ้มมองนายสาวอย่างชื่นชมในความกล้า ผิดกับศิวัชที่นึกห่วงคนรักจับใจ

ooooooo

พงษ์เลิศมั่นใจว่าเนติมาต้องการกลับมาประกาศสงครามกับตนแน่ ทันทีที่มาถึงบ้าน เขาเรียกลูกชายกับปานมาพบและเล่าเรื่องเนติมาให้ฟัง อิทธิหาญทำฮึดฮัดจะออกไปตามหาทายาทอีกคนของอิสรา-วัชรให้พบ เพื่อจัดการให้หมดเสี้ยนหนาม

“ก็ไม่เห็นต้องตามหาให้เหนื่อย อีกหน่อยแรงแค้น ก็จะพามันมาหาเราเองนั่นแหละลูกรัก เราแค่เตรียมเขียงเตรียมมีดไว้เชือดมันก็พอ ฮ่าๆ” พงษ์เลิศหัวเราะอย่าง อารมณ์ดี ขณะที่อิทธิหาญแววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

คํ่าวันเดียวกัน ศิวัชนัดเนติมาไปดูหนังรอบดึกหวังเพิ่มความหวาน แต่เป็นเพราะกรำงานหนัก จึงทำให้เขาเผลอหลับไป เนติมาถอนใจหันมาเรียกระบิลที่นั่งอยู่แถวหลังให้ชะโงกมาดูศิวัชนั่งหลับอย่างหมดสภาพ

ระบิลหลุดขำ ทำให้เนติมายิ่งโมโห นึกอยากจะลุกไปขยํ้าคอชายหนุ่มนัก

เมื่อหนังจบระบิลขับรถมาส่งศิวัชหน้าคฤหาสน์หรู เนติมาหันมาให้กำลังใจคนรัก

“วันหลังเหนื่อยก็บอกเนติ์นะคะ จะได้กลับไปพักผ่อน แค่เรื่องดูหนังเอาไว้วันหลังก็ได้”

“ก็พี่อยากอยู่ใกล้ๆเนติ์นี่จ๊ะ” ศิวัชพูดอย่างจริงใจ พลางเอื้อมมือไปจับมือเนติมากุมไว้ด้วยความรัก แล้วเปิดประตูให้เธอลงมานั่งคู่กับระบิลด้านหน้าก่อนจะเอ่ยว่า “ฝันดีนะจ๊ะเนติ์”

“พี่ศิวัชก็พักผ่อนเยอะๆนะคะ อย่าลืมฝันถึงเนติ์นะ”

ศิวัชเอื้อมมือไปลูบผมคนรักอย่างอ่อนโยน แล้วหันไปถามบอดี้การ์ด “คุณระบิล คุณรู้ใช่ไหมครับว่าผมจะพูดอะไร”

“ไม่ต้องห่วงครับคุณศิวัช ผมจะดูแลคุณเนติ์อย่างดี ที่สุดครับ” ระบิลพูดยิ้มๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น

ศิวัชยิ้มอย่างขอบคุณก่อนจะเดินเข้าไปในรั้วบ้านที่มีการ์ดเปิดประตูรอไว้แล้ว

เนติมามองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วหันมาปรับทุกข์กับระบิล “เมื่อก่อนพี่ศิวัชไปไหนก็ขับรถไปเองได้สบายๆ แต่แค่ลงสนามการเมืองไม่กี่วันไปไหนมาไหนก็ต้องมีบอดี้การ์ด นายไม่เห็นเหรอ”

ตอนที่ 2

เมื่อศิวัชกับปฏิพรขึ้นจากสระน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ธำรงก็เรียกทั้งคู่มาแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง สาวน้อยนั้นเป็นถึงลูกสาวนายพลทวี

“ขอโทษอีกครั้งนะครับ พี่รีบไปหน่อยเลยไม่ทันระวัง”

“ช่างมันเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการแนะนำตัวแบบใหม่ก็แล้วกันนะคะ พี่ศิวัช” ปฏิพรทำเอียงอาย

ธำรงหันมายิ้มกับนายพลทวี วาดหวังจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันในไม่ช้า นายพลรู้ใจรีบออกปาก

“ตี้น่ะ เขาเพิ่งเรียนจบและกลับมาจากอเมริกา ความจริงเราสองคนเคยเจอกันตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว แต่คงจำกันไม่ได้”

“ตี้จำได้ค่ะ ตี้จำตาพี่ศิวัชได้” ปฏิพรใส่จริต แต่ชายหนุ่มไม่ทันคิดอะไร

ส่วนเนติมา เธอเข้ามาดูห้องนอนกับระบิล พนักงานมาเชียร์ว่ากำลังมีโปรโมชั่น ซื้อบ้านแถมเฟอร์นิเจอร์แถมแอร์ พร้อมอยู่ทันที และพิเศษสำหรับคู่แต่งงานใหม่อย่างระบิลกับเนติมาเท่านั้น

ระบิลประเมินราคาแล้วสวมรอยตอบตกลงรับทันที แต่เนติมาไม่เอาด้วย เธอลากชายหนุ่มกลับไปที่รถ พลางต่อว่าเรื่องทำให้พนักงานขายเข้าใจผิด

“โธ่ แค่อำเนียนๆ เอาของแถม คุณไม่เห็นเหรอแถมเยอะซะขนาดนั้น”

“แต่ฉันไม่ชอบโกงใคร แล้วฉันก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ของแถมถึงขนาด ฮึ นายนี่บ้าที่สุดเลย เขาเข้าใจว่าฉันแต่งงานกับนายกันทั้งสำนักงานขายแล้วเห็นไหม” เนติมาชี้ไปที่สำนักงานขาย เห็นพนักงานหลายคนมายืนออที่กระจก แล้วพากันวิพากษ์วิจารณ์

“โธ่ ก็คุณไม่ยอมเนียนกับผม แล้วจู่ๆคุณเดินออกมาอย่างนี้ เขาก็นึกว่า ผัว เออ สามีภรรยาทะเลาะกันสิครับ เอางี้เดี๋ยวผมไปอธิบายความจริงให้พวกเขารู้เอง” ระบิลจะเดินกลับไป เนติมารั้งไว้สั่งให้ระบิล

ขับรถพาไปดูโครงอื่นต่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีที่ไหนถูกใจ ระบิลเสนอให้เจ้านายซื้อคอนโดฯอยู่ เพราะสะดวกสบายไม่ต้องดูแลมาก แต่เนติมาปฏิเสธ

“ฉันชินกับการอยู่บ้านมาตั้งแต่เกิด จะจับฉันไปใส่ในกล่องสี่เหลี่ยมสูงๆอย่างนั้น ฉันอึดอัดแย่ ยังไงฉันก็อยากได้บ้าน บ้าน ของฉัน” หญิงสาวหน้าสลดระบิลสังเกตเห็นรีบตัดบท

“วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว ผมว่ากลับไปพักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ยังไงคืนนี้ผมจะช่วยหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตให้อีกทาง โอเคไหมครับ”

เนติมานิ่งคิดก่อนต่อรองให้ชายหนุ่มพาเธอไปที่แห่งหนึ่งก่อนกลับคฤหาสน์ธำรง

เวลาเดียวกัน พงษ์เลิศได้รับรายงานจากลูกน้องในปารีสว่า ธำรงพาเนติมากับลูกชายหนีไปแล้ว เขาโกรธมากสั่งให้สมุนระดมคนตามหาให้พบ พร้อมจ่ายไม่อั้น ชลกรเข้ามาได้ยินเปรยขึ้น

“โดนไล่ฆ่าขนาดนั้น เป็นฉัน ฉันก็หนีค่ะ สำคัญที่ตอนนี้มันหนีไปอยู่ที่ไหนมากกว่า”

“อยู่ที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าวันหนึ่งมันต้องกลับมาแก้แค้นฉันแน่ แต่ฉันไม่มีวันปล่อยให้พวกมันมีวันนั้นเด็ดขาด” พงษ์เลิศประกาศกร้าวกับทุกคน

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านไป ธำรงพาศิวัชออกมาส่งนายพลทวีกับลูกสาวถึงรถ ท่านนายพลดูจะพอใจศิวัชมากถึงกับเอ่ยปากว่า อยากเห็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ขึ้นมานำพาประเทศไปสู่ความเจริญ

ศิวัชยกมือไหว้อย่างนอบน้อมออกตัวว่า ยังต้องเรียนรู้อีกมาก

“คนที่รู้ตัวว่าต้องเรียนรู้นั่นแหละคือคนที่น่าสนับสนุน ไอ้พวกที่ถือดีว่าเก่ง มันก็โตได้แค่คับกะลาที่ครอบมันอยู่เท่านั้นแหละ” นายพลทวีพูดให้คิด

ศิวัชหันไปลาปฏิพร หญิงสาวตั้งใจสบตา หมายทอดสะพาน

ooooooo

เวลาเดียวกัน เนติมาขอให้ระบิลพามาหน้าบ้านกันต์ เธอแปลกใจมากเมื่อเห็นตัวบ้านทรุดโทรมไร้การดูแล สนามหน้าบ้านรกไปด้วยต้นไม้ ไม่มีการตกแต่งทำให้ดูหม่นหมอง สาวเจ้าน้ำตาเอ่อ คิดถึง เรื่องราวในอดีต ระบิลยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ แต่เธอปฏิเสธ

“บ้านใครเหรอคุณ”

“บ้าน บ้านคนที่ครอบครัวของฉันทำพวกเขา...ตายทั้งเป็น” เนติมาพูดด้วยความลำบากใจอย่างที่สุด ทำให้ระบิลยิ่งสงสัย เขาขอให้เธอเล่าเรื่องราวให้ฟังบ้าง แต่ เจ้าหล่อนกลับนั่งเงียบจมอยู่ในความเศร้า แล้วจู่ๆก็ลง จากรถเดินไปหยุดหน้าประตูรั้วอย่างชั่งใจ ระบิลตามไปด้วยความเป็นห่วง พลางเอ่ยถามเจ้านายว่าคิดจะทำอะไร

เนติมาไม่ตอบแต่ขยับไปมองบ้าน “อิสราวัชร” อดีตบ้านของเธอ ดวงตาฉายแววเศร้าขึ้นมาทันที ระบิลสงสัยจะถามว่าบ้านใคร แต่เนติมากลับเดินไปยังประตูรั้วบ้าน “อิสราวัชร” ชายหนุ่มรีบตามประกบ

เนติมามองเข้าไปในบริเวณบ้าน พลันภาพวันเวลาแห่งความสุขก็ผุดขึ้นมา เธอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนเอื้อมมือไปผลักบานประตูรั้ว ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อกไว้ หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างลืมตัว

“อ้าว คุณ...เดี๋ยว” ระบิลตามไปแล้วดึงเธอออกมา ก่อนที่ลูกน้องอิทธิหาญจะเดินออกมาเพียงนิดเดียว

“เกือบเป็นเรื่องแล้วไหมล่ะ อยู่ดีๆเดินเข้าไปในบ้านคนอื่นซะอย่างนั้น เมื่อกี้คุณเป็นอะไรเหรอครับ ทำไมจู่ๆถึง...” ระบิลยิงคำถามชุดใหญ่ แต่เนติมาไม่มีคำตอบให้ เธอมองไปที่บ้านกันต์ แล้วเดินออกไปทันที

“อ้าว คุณ จะไปไหนของคุณอีกเนี่ย คุณ” ระบิล ถอนใจ

ooooooo

บอดี้การ์ดหนุ่มตามเจ้านายเข้ามาในบ้านมืดสนิทหลังติดกัน เขากระซิบสั่งให้นายสาวอยู่ใกล้ๆ เพื่อความปลอดภัย แล้วหยิบไฟฉายปากกาขึ้นมาส่องให้แสงสว่าง เนติมาเห็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไม้สอยยังคงอยู่ครบ แต่ไม่มีคนอยู่จึงชวนระบิลไปดูอีกห้อง พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นมา เนติมาตกใจรีบกดรับ ได้ยินศิวัชโทร.ตามให้กลับบ้าน เธอจำใจโกหกว่ายังดูบ้านอยู่กับระบิล แล้วยกมือเป็นเชิงบอกให้บอดี้การ์ดเงียบๆไว้

“โกหกแฟนนะคุณ” ระบิลล้อ หลังเนติมากดวางสาย

สาวเจ้าแก้ตัวว่า ไม่อยากให้ศิวัชเป็นห่วงแล้วหันไปมองรอบๆ ห้องพลางรำพึง “ข้าวของทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม แต่ความมีชีวิตชีวาหายไป” เนติมาเอื้อมมือไปสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ใกล้ๆด้วยความเศร้า

“ดูเหมือนคุณคุ้นเคยกับที่นี่มากๆ”

“ก็ฉันวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านนี้มาตั้งแต่เล็กๆนี่ แล้วบ้านที่นายเห็นข้างๆนั่น ก็เคยเป็นบ้านของคุณพ่อฉันเอง”

ก่อนที่ระบิลจะถามต่อ แต่เจือจันทร์ซุ่มอยู่ในซอกมืดด้านหนึ่งนานแล้ว เธอวิ่งออกมาพร้อมมีดทำครัวในมือตั้งใจจะแทงเนติมา แต่ระบิลคว้ามือเธอไว้ พลางกดร่างให้มือมีดนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น

“แกเป็นใคร” ระบิลถามเสียงเข้ม แต่เจือจันทร์ยังไม่ยอมพูด เขาหยิบปืนขึ้นมาขู่ ขณะที่เนติมายืนตะลึง

“ปล่อยภรรยาผมเถอะ” ไฟในห้องเปิดขึ้น เผยให้เห็นกันต์นั่งอยู่บนรถเข็น เขามองมาทางเนติมา

ด้วยสายตานิ่งซ่อนความรู้สึกปวดร้าวอยู่ภายใน

เนติมาตกใจสุดขีด เธอจำกันต์ได้แม่นยำ และต้องตกใจมากขึ้นเมื่อมองลงไปที่พื้นเห็นผู้หญิงคนที่ระบิลกดอยู่ที่พื้นคือเจือจันทร์ ซึ่งตอนนี้ร้องไห้ออกมาด้วยความปวดร้าว

“อากันต์...อาจันทร์ ระบิลปล่อย”

ระบิลรู้สึกสับสนก่อนปล่อยเจือจันทร์

“กลับมาทำไม เธอกลับมาที่นี่อีกทำไม...ออกไป... ออกไป” เจือจันทร์แผดเสียงคล้ายคนเสียสติ

กันต์มองภรรยาของตนด้วยความสงสาร เนติมายืนตะลึงความรู้สึกผิดที่มีอยู่ในใจยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ระบิลมองทุกคนด้วยความงุนงงและสงสัย

ooooooo

ลูกน้องเข้ามารายงานอิทธิหาญว่า ได้ยินเสียงเจือจันทร์เอะอะโวยวายไล่ใครไม่รู้ดังลั่นบ้าน จึงจะออกไปดู แต่อิทธิหาญว่าคงไม่มีอะไร เพราะเจือจันทร์เป็นบ้ากรี๊ดๆได้ตลอดเวลา สงสัยจะตกใจค้าง แล้วหันมาหัวเราะกับปานที่ยืนหน้าสลดด้วยจำได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อสิบปีก่อน  แม้เขาจะไม่ข่มขืนเธอก็ตาม

ด้านเนติมา เธอเข้ากราบแทบเท้ากันต์ด้วยความเสียใจ กันต์ซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นรีบห้าม

“อย่า...อย่าทำอย่างนี้ ลุกขึ้นมาเถอะลูก”

“เพราะครอบครัวของเนติ์ ครอบครัวคุณอาถึง...” เนติมาพูดอะไรไม่ออก ขณะที่เจือจันทร์ซึ่งนั่งร้องไห้อยู่หันมาไล่เนติมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอโทษว่าเนติมานำความหายนะมาให้ครอบครัวของตน

กันต์ปรามภรรยา แต่โดนตะคอกใส่ “ครอบครัวของเราอยู่กับฝันร้ายนี้มากี่ปีแล้ว คุณอาจลืม แต่ฉันไม่มีวันลืมไม่มีไอ้พวกนั้นมันมาเห็น...” เจือจันทร์พูดอะไรไม่ออก เธอมองไปรอบๆบ้านด้วยความหวาดกลัว จนระบิลสงสัยเอ่ยถามว่า ไอ้พวกนั้น เป็นใคร

เนติมากระซิบว่า เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แล้วหันไปถามหาขวัญชนกกับกันต์ แต่กันต์ยังไม่ทันพูดอะไร สายตาของเนติมาก็เหลือบไปเห็นขวัญชนกตรงบันไดชั้นสอง ภาพเพื่อนรักในวัยเด็กแวบเข้ามา เนติมาจะเรียก แต่เพื่อนรักวิ่งหนีเข้าห้องไปด้วยความหวาดกลัว

เนติมาวิ่งตามไป ไม่สนใจเสียงห้ามของอาทั้งสอง ระบิลเป็นห่วงเจ้านายรีบตามไปด้วย แถมยังช่วยดันประตูให้เนติมาเข้าไปในห้อง ขวัญชนกกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นระบิลแล้วหมดสติไป ชายหนุ่มเข้าประคองจะพาไปนอนที่เตียง แต่เจือจันทร์เข้ามาห้าม

“ไม่ต้อง ลูกฉัน ฉันจัดการเองได้ เธอกลัวคุณ”

“อาจันทร์ว่าอะไรนะคะ” เนติมากับระบิลมองหน้ากัน

“ออกไปจากห้องนี้ก่อนที่ขวัญจะตื่นมาร้องโวยวาย เพราะเห็นหน้าคุณอีก...ออกไป” เจือจันทร์เสียงแข็ง

เนติมากับระบิลจำใจเดินลงมาคุยกับกันต์ อดีตอัยการเล่าว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น นอกจากตนแล้วลูกสาวก็ไม่เคยไว้ใจผู้ชายคนไหนอีกเลย วันๆหมกตัวอยู่แต่บนห้อง ไม่กล้าไปเรียน ไม่กล้าออกไปไหน จนเขากลัวว่าวันหนึ่ง...ลูกจะเป็นบ้า

“เพราะครอบครัวของหนู” เนติมารำพึง

“ชะตากรรมต่างหากเนติ์ ชะตากรรมทำให้เราสองครอบครัวต้องเป็นอย่างนี้”

“ไม่ค่ะอากันต์ ไม่ใช่เรื่องของชะตากรรม แต่เป็นเรื่องความถูกผิดที่พวกนั้นต้องรับผิดชอบ อากันต์คะ เนติ์กลับมาที่นี่เพื่อเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อาต้องเสียไปคืนมา คนพวกนั้นต้องได้รับโทษที่เขาก่อไว้” เนติมานํ้าตาคลอเบ้า เธอมองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนตัดสินใจพูดกับกันต์

“หนูขอมาอาศัยบ้านอากันต์อยู่ได้ไหมคะ”

“อ่ะ อะไรนะคุณ” ระบิลตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว ขณะที่กันต์ก็ตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

“ขอหนูได้อยู่ดูแลครอบครัวอากันต์นะคะ หนูจะทำทุกอย่างให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม... นะคะ” เนติมาอ้อนวอน

“ไม่ได้” เจือจันทร์ลงมาได้ยินพอดี เธอเอ่ยกับเนติมาด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “เธอจะนำความตายมาให้เรามากกว่า เธอรู้ไหมว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่เธอเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ พวกเราต้องเจออะไรบ้าง เธอคิดว่าพวกฉันอยากอยู่ที่นี่เหรอ ที่นี่ไม่ใช่บ้านแล้ว แต่ที่นี่เป็นนรก ทุกวินาทีพวกเราอยากออกไปจากที่นี่ แต่พวกเราไปไม่ได้” เจือจันทร์ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น จนกันต์ต้องเอื้อมมือไปจับมือเป็นเชิงปลอบโยน

ระบิลทนไม่ไหว ขอร้องให้กันต์เล่าเรื่องในอดีต ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขา กันต์ถ่ายทอดเรื่องเมื่อสิบปีก่อนให้ฟังว่า ลูกน้องของพงษ์เลิศรู้ว่าเจือจันทร์แอบเห็นเหตุการณ์ตอนที่พวกมันฆ่าพ่อแม่ของเนติมาจึงพากันมาบ้านเพื่อจะปิดปาก แต่พงษ์เลิศอยากให้ครอบ–ครัวเขาต้องตายทั้งเป็น สั่งให้ลูกน้องข่มขืนขวัญชนก เจือจันทร์เข้าอ้อนวอน จึงโดนพวกมันลากไปข่มขืนแทน

ขวัญชนกตกใจกลัวแทบเสียสติ ส่วนกันต์จะเข้าไปช่วยภรรยาก็โดนยิงที่ขาทั้งสองข้างจนกลายเป็นคนพิการ และพวกมันยังสั่งห้ามครอบครัวของกันต์ย้ายหนีไปไหน

“พวกเอ็งต้องอยู่ที่นี่ อยู่เป็นสวนสัตว์ให้นายข้าเก็บไว้ดูเล่น ถ้าเอ็งดื้อ ครอบครัวของเอ็งจะพบฝันร้ายอย่างที่เอ็งคาดไม่ถึง ยิ่งกว่าวันนี้” เสียงทะนงกับพวกยังดังก้องอยู่ในหัว

ooooooo

เนติมาสะอื้นไห้เสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อได้ฟังเรื่องราว เธออยากจะชดเชยให้ครอบครัวของกันต์ จึงชวนระบิลไปปรึกษากับธำรงและศิวัช เรื่องจะย้ายมาอยู่ในบ้านของกันต์เพื่อดูแลทุกคนและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ แต่ศิวัชไม่เห็นด้วย เพราะเกรงคนรักจะไม่ปลอดภัย

“แต่เนติ์ต้องรับผิดชอบค่ะพี่ศิวัช ชีวิตพวกเขาต้องเป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะครอบครัวเนติ์ พวกเขาแลกกับเนติ์ด้วยชีวิต เนติ์ก็ต้องแลกกับพวกเขาด้วยชีวิตเหมือนกันค่ะ...พี่ศิวัชเข้าใจเนติ์นะคะ”

ศิวัชถอนใจเพราะรู้ถึงความมุ่งมั่นของเนติมา ธำรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามความเห็นระบิลบอดี้การ์ดหนุ่มวิเคราะห์ว่า ตอนนี้พวกพงษ์เลิศคงยังไม่กล้าทำอะไรรุนแรง เพราะอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง และอาจส่งผลกระทบต่อฐานเสียง

“คุณนี่มองเกมขาดมาก แต่ยังไงคุณดูแลหนูเนติ์อย่างใกล้ชิดนะ พวกนั้นเหมือนงูพิษ มันจะเล่นงานเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมเชื่อว่าพวกที่เล่นงานเราที่ฝรั่งเศส ต้องเกี่ยวข้องกับนายพงษ์เลิศแน่ๆ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่ยอมให้คุณเนติ์ได้รับอันตรายเด็ดขาด” ระบิลรับคำหนักแน่น ขณะที่ศิวัชหันมาพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “คุณพ่อหมายความว่า...”

“แล้วแกห้ามหนูเนติ์ได้ไหมล่ะ สมาธิของแกต้องอยู่ที่การเลือกตั้งแล้วนะศิวัช”

ศิวัชมองหน้าเนติมาเห็นความมุ่งมั่นของเธอ ก็ได้แต่ถอนใจ และยอมจำนน

“หนูเนติ์ต้องการอะไรก็บอกอานะ ไม่ต้องเกรงใจ อ้อ...แล้วนี่จะย้ายเข้าไปที่นั่นเมื่อไหร่”

“เนติ์ต้องรอคำตอบจากอากันต์ก่อนค่ะ อากันต์ขอทำความเข้าใจกับอาจันทร์ก่อน”

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์กำลังต่อว่าสามีด้วยไม่พอใจ เรื่องให้เนติมามาอยู่ที่บ้านด้วย กลัวครอบครัวจะเดือดร้อนอีก

“ผมรู้ ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ทุกวันนี้เราก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วไม่ใช่เหรอ ผมว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะกอบกู้ความสุขคืนมา ไม่ใช่เพื่อเรา แต่เพื่อลูกของเรา คุณลองคิดดีๆนะ ถ้าเราไม่สู้วันนี้ เราก็ได้แต่นั่งรอวันตาย แล้วถ้าเราสองคนไม่อยู่แล้ว ลูกของเราจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง” กันต์ให้สติ

เจือจันทร์นิ่งคิดตามสามีพูด แต่ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กันต์โทร.บอกข่าวดีกับเนติมา หญิงสาวดีใจมากรับปากว่า เมื่อทำธุระเสร็จจะรีบไปที่บ้านกันต์ทันที ศิวัชนั่งอยู่ข้างๆ สีหน้าไม่ดีเพราะเป็นห่วงคนรัก แต่เนติมาไม่ทันสังเกต เธอเดินไปหาธำรงที่คุยอยู่กับระบิลเรื่องจะจัดเซอร์ไพรส์ให้พงษ์เลิศ เพราะจอมมาเฟียยังไม่รู้ว่าพวกธำรงมาถึงไทยแล้ว

“คุณอาคะ อากันต์ตกลงแล้วค่ะ”

“งั้นหนูเนติ์ไปจัดการทางนั้นเถอะ เรื่องธุระวันนี้อากับศิวัชจัดการได้ มีอะไรก็โทร.หาแล้วกัน เดี๋ยวอาจะให้เด็กจัดรถให้หนูเนติ์ใช้คันนึงนะ” ธำรงพูดยิ้มๆ เพราะใจจริงต้องการกันเนติมาให้ห่างจากศิวัชอยู่แล้ว

หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณธำรง พลางลาคนรัก “ขยันทำงานนะคะคนเก่ง แล้วเนติ์จะโทร.ไปนะ ไป

คุณระบิล” แทบไม่ขาดเสียง นายสาวก็ก้าวฉับๆไป

“ครับ เจ้านาย แหม ใจร้อนจริง” ระบิลรีบเดินตาม

ศิวัชมองคนรักด้วยความเป็นห่วง ธำรงเอื้อมมือไปตบบ่าลูกชายเป็นเชิงปลอบใจ

เมื่อเนติมากับระบิลเดินมาถึงโรงรถพร้อมกระเป๋าเดินทาง บอดี้การ์ดหนุ่มก็ชวนเจ้านายแวะไปซื้อของบางอย่างก่อนเข้าบ้าน เนติมาหน้านิ่วคิ้วขมวด สงสัยว่าระบิลจะซื้ออะไรแต่ไม่ขัดใจ

เจ้านายลูกน้องเข้ามาซื้อของที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง สิ่งที่ระบิลเลือกซื้อเป็นของตกแต่งบ้าน ทำให้เนติมายิ่งข้องใจ เธอถามระบิลว่า จะซื้อของพวกนี้ไปทำไม

“บ้านนั้นน่ะคุณ ขาดความมีชีวิตชีวาไปซะนาน ของพวกนี้จะทำให้พวกเขามีกิจกรรมทำ...เข้าใจ น่า...อย่าบ่นนักเลย เอ๊ะ หรือว่างก น่าของแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกเจ้านาย” ระบิลแกล้งพูดดังๆ พอให้คนรอบๆได้ยินแล้วเข็นรถเดินเลี่ยงออกไปทันที

เนติมาอายหน้าแดง ตามไปเล่นงานระบิล แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นดลเดินเก็บรถเข็นเฉียดเข้ามา สาวเจ้าสั่งให้ระบิลหยุดรอก่อน แล้วรีบตามดลไป สุดท้ายก็คลาดกันอีก

ระบิลตามมาถามเจ้านายด้วยความเป็นห่วงว่า เธอกำลังตามหาใคร

“ไว้แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง” เนติมาเดินหนี ทิ้งให้ระบิลถอนใจเซ็ง

ตอนที่ 1

เส้นทางชีวิตมาเฟีย แม้จะเป็นทางสู้บนทางเสี่ยง แต่คนไม่น้อยเลือกเดินเข้ามาประกาศตัวหนึ่งในนั้นคือพงษ์เลิศ ชัยธวัช

คนหนุนพงษ์เลิศคือ วิเชียร อิสราวัชร นักธุรกิจใหญ่ เขาไม่รู้เลยว่ากำลังติดเขี้ยวเล็บให้เสือ แล้วยังสนับสนุนให้มาเฟียเข้าเล่นการเมือง ด้วยเข้าใจว่าเป็นคนดี จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้

เมื่อรู้ตัวว่าพลาด ผู้สนับสนุนคิดถอนตัว แต่ไม่ง่าย เพราะจอมมาเฟียไหวตัวทัน และเกรงภัยจากวิเชียร ที่รู้ความลับมากเกินไป จึงคิดกำจัดทั้งครอบครัว

วิเชียรรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ จึงรีบหาทางออกให้ลูกเมีย โดยขอให้คำเที่ยงมารับยศวีร์ลูกชายคนเล็กกับพรรณศรีภรรยาหนีไปก่อน แล้วโทร.ตามธำรงเพื่อนรักมารับตัวเนติมาหรือเนติ์ลูกสาวคนโตวัย 15 ปี ไปอยู่ต่างประเทศด้วย แต่พรรณศรีไม่ยอม เธอขออยู่เคียงข้างสามีจนนาทีสุดท้าย

นาทีมรณะเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว วิเชียรตระหนักได้ว่าเหลือเวลาไม่มากแล้ว ครั้นคำเที่ยงมาถึง เขาตัดสินใจหยิบกล่องไม้เล็กๆ สองกล่องยื่นให้

“คำเที่ยง กล่องนี้มีของที่ฉันต้องการให้ลูกทั้งสองคน นี่ของวีร์ ส่วนใบนี้ของเนติ์ ฉันเขียนชื่อกำกับไว้ใต้กล่อง แล้วนี่นามบัตรคุณธำรง เมื่อเรื่องทุกอย่างสงบติดต่อเขาทันที ฉันฝากเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันด้วยนะ”

“ครับ คุณวิเชียรมีพระคุณกับผมท่วมหัว ผมจะดูแลเขายิ่งกว่าชีวิตครับ” คำเที่ยงรับคำด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่พรรณศรีโผเข้ากอดยศวีร์ทั้งน้ำตา เธอพร่ำสั่งเสียลูกให้เป็นคนดี เด็กชายเห็นแม่ร้องไห้ก็พลอยร้องตาม วิเชียรยืนมองอย่างเจ็บปวด ก่อนตัดใจอุ้มยศวีร์จากอ้อมกอดของภรรยา ส่งให้คำเที่ยงพาขึ้นรถจากไป

เด็กชายร้องไห้คร่ำครวญ ขออยู่รอพี่สาวกลับจากโรงเรียนก่อน แล้วค่อยจากไปพร้อมกัน พรรณศรีแทบใจสลาย ก้าวเท้าตามลูก แต่วิเชียรรั้งไว้ ขณะพยายามกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายมิให้ไหลออกมา

รถของคำเที่ยงแล่นลับตาไปแล้ว วิเชียรโทร.ตามกันต์เพื่อนบ้านผู้อาสาไปรับเนติมาจากโรงเรียนให้เพราะเธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับขวัญชนกลูกสาวของเขา

กันต์ตอบว่าวันนี้รถติดมาก ใกล้ถึงบ้านแล้วไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนสองสาวน้อยกำลังอ่านหนังสืออยู่เบาะหลัง

ด้านวิเชียร เขานึกได้ว่ามีของสำคัญอีกอย่าง ที่ต้องฝากคำเที่ยงไป แต่เพราะรีบร้อนจึงลืมเสียสนิท

“คุณรีบโทร.หาคำเที่ยง ของคุณเก็บไว้ที่ไหน เดี๋ยวฉันจะรีบไปเอามาให้” พรรณศรีร้อนใจ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร เสียงรถก็ดังเข้ามา

พรรณศรีเข้าใจว่าเป็นลูกสาว จะก้าวออกไปรับ แต่วิเชียรดึงภรรยาไว้ แล้วมองลอดช่องออกไป เห็นรถตู้คันงามวิ่งเข้ามาจอด ทนง โปรย ชูศักดิ์ ลงมาจากรถ ตามด้วยปาน และมาเฟียจอมเนรคุณนามพงษ์เลิศ

เหล่าวายร้ายเดินเข้ามาในบ้าน พวกมันมองวิเชียรกับพรรณศรีอย่างใจเย็น ด้วยล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี เจ้าของบ้านสูดลมหายใจลึกๆ มองตอบอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

รถของกันต์แล่นมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน

อิสราวัชร เนติมาลงมาจากรถ เธอยกมือไหว้ขอบคุณกันต์ แล้วหันมาโบกมือลาเพื่อนรัก

กันต์ขับรถออกไป แล้วเลี้ยวเข้าบ้านซึ่งอยู่ติดกัน

เด็กหญิงยิ้มอารมณ์ดี ขยับจะเดินเข้าบ้านแต่ต้องชะงัก เพราะประตูเข้าบ้านเปิดค้างอยู่ เธอแปลกใจรีบเข้าข้างใน

เวลาเดียวกันนั้น พงษ์เลิศนั่งบนโซฟาหรูอย่างใจเย็น สายตามองวิเชียรกับพรรณศรีที่ถูกมัดมือไพล่หลัง และมัดปากไว้ ใบหน้าของวิเชียรเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ใกล้กันปานยืนคุมอยู่ ห้องถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย

สักครู่ ทนง ชูศักดิ์ และโปรยลงมาจากชั้นบน ทั้งสามรายงานเจ้านายว่าไม่พบของที่ต้องการ พงษ์เลิศมองวิเชียรอย่างหงุดหงิด ก่อนพยักหน้าให้ปานเข้าซ้อมวิเชียรอีกยก พลางบังคับให้บอกที่ซ่อนของ แต่วิเชียรไม่ปริปาก พงษ์เลิศหมดความอดทน หันไปสั่งให้โปรยโชว์ผลงาน

โปรยไม่รอช้า ตรงเข้าทำร้ายพรรณศรี วิเชียรสงสารภรรยาจับใจ แต่ช่วยเธอไม่ได้

“ทำกับแก อย่างมากแกก็เจ็บตัว แต่ทำกับคนที่แกรัก แกเจ็บไปถึงข้างใน มันสะใจฉันกว่า ฮ่าๆ ในเมื่อแกไม่ยอมบอกว่าของที่ฉันต้องการอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่บังคับอะไรแกล่ะ ฉันรู้ว่าความลับไม่มีวันตายแต่คนที่กุมความลับมันตายเป็น” พงษ์เลิศเอ่ยอย่างเลือดเย็น

จังหวะนั้น พรรณศรีกระเสือกกระสนพลิกตัวกลับขึ้นมา เธอต้องชะงัก เมื่อเห็นเนติมายืนช็อกอยู่มุมหนึ่งของสวนหย่อมหน้าบ้าน ผู้เป็นแม่พยายามส่งสายตาบอกลูกว่าอย่าเข้ามา โชคดีที่พงษ์เลิศไม่ทันเห็น เขาหันไปสั่งปานให้จัดการกับวิเชียรและพรรณศรี

“ครับนาย” ปานรู้งาน หยิบปืนขึ้นมาสวมลำกล้องเก็บเสียงด้วยความชำนาญ

เนติมายืนตะลึง ตกใจสุดขีด เมื่อเห็นพ่อกับแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ขณะจะร้องออกมาเพราะเกินอดกลั้น พลันมีมือเข้ามาปิดปากไว้ แล้วดึงตัวหลบออกไป เวลาเฉียดฉิวกันนั้น พงษ์เลิศกับปานเดินออกมา

“แล้วลูกของมันอีกสองคน นายจะทำยังไงครับ” ปานกวาดสายตาไปรอบๆ

“ไอ้วิเชียรมันรู้ตัวว่าจุดจบของมันจะเป็นยังไง ป่านนี้มันคงเอาลูกไปซ่อนที่ไหนสักแห่ง ตามไปจัดการเด็กสองคนนั่นให้ได้ ฉันไม่อยากให้มันกลับมาเป็นหอกข้างแคร่ในอนาคต” พงษ์เลิศพูดอย่างเอาจริงเอาจัง ก่อนเดินนำสมุนไปขึ้นรถ

ธำรงพาเนติมาหลบหลังพุ่มไม้พลางกระซิบสั่ง “นิ่งไว้นะหนูเนติ์ แล้วหนูจะปลอดภัย”

เนติมาน้ำตาไหลพราก ทั้งตกใจและเสียใจ เธอพยายามมองผ่านพุ่มไม้เข้าไปในบ้านด้วยความเป็นห่วงพ่อกับแม่

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์ภรรยาของกันต์กำลังจัดของในห้องให้เข้าที่เข้าทาง เธอขยับรูดม่านหน้าต่างให้เปิดออก แต่ต้องชะงัก เมื่อสายตามองผ่านหน้าต่างเข้าไปที่ชั้นล่างของบ้านอิสราวัชร เห็นขาของพรรณศรีนอนราบอยู่ที่พื้น ก่อนจะเลื่อนหายไป

“ว้าย” เจือจันทร์รีบปิดม่านตั้งสติ แล้วแง้มผ้าม่านมองลงไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นชูศักดิ์ยืนอยู่ แถมมองสวนขึ้นมาด้วยสายตาดุดัน

ooooooo

ธำรงพาเนติมาหลบพวกนั้นมาขึ้นรถหนีอย่าง

รวดเร็ว เขาเสียใจมากที่มาช่วยวิเชียรไม่ทัน แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือ พาเนติมาไปอยู่ต่างประเทศตามคำขอร้องของเพื่อนรัก ส่วนเนติมายังไม่หายอาการช็อก นั่งร้องไห้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ธำรงเอ่ยกับเด็กหญิงอย่างใจเย็น

“อาจะไม่บอกให้หนูพยายามลืมนะหนูเนติ์ เพราะในความเป็นจริงมันลืมไม่ได้แน่นอน แต่หนูต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นเนติมาคนใหม่ ที่จะไม่ทำให้พ่อแม่ของหนูผิดหวัง”

“แล้วน้องของหนูอยู่ไหนคะคุณอา”

“อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ไม่รู้จริงๆว่าเขาไปอยู่ที่ไหน”

เนติมาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ธำรงเอื้อมมือไปลูบหัว

“เปลี่ยนความทรงจำร้ายๆ ให้เป็นอนาคตที่สดใสให้ได้ อารู้ว่ามันยาก แต่หนูต้องทำให้ได้ คมของมีดดาบ มันยังต้องผ่านการตีตอนที่มันร้อนๆ คมของคนมันก็ลับคมด้วยความเดือดร้อนของชีวิตเหมือนกัน โตขึ้น หนูจะเข้าใจ”

เนติมากำมือแน่นพยายามกลั้นน้ำตาอย่างที่สุด ก่อนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เราจะไปไหนกัน?

“สนามบิน...” ธำรงส่งยิ้มอบอุ่น

จุดหมายปลายทางคือ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ooooooo

10 ปีผ่านไป ศิวัช กิตติธร ลูกชายคนเดียวของธำรง และเนติมา อิสราวัช เติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความใกล้ชิดก่อให้เกิดความผูกพัน แล้วกลายเป็นความรัก

ใกล้ค่ำของทุกวัน ถ้าศิวัชมีเวลา เขาจะชวนเนติมาวิ่งขึ้นบันไดหอไอเฟล เพื่อชมความงามของกรุงปารีสยามค่ำคืน กิจกรรมนี้หญิงคนรักโปรดปรานนัก เพราะได้รอลุ้นว่า หอไอเฟลจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร

“เปลี่ยนไฟสีใหม่ด้วยสวยจังเลย ถ่ายรูปกันเถอะค่ะ” เนติมาตื่นเต้นดึงศิวัชเข้ามาใกล้แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ เพิ่มความหวานให้กับชีวิตรัก

ครั้นชมความงามของแสงสีจนพอใจแล้ว ศิวัชชวนคนรักไปนั่งเรือเล่นกันต่อ ทั้งสองเดินกุมมือกันออกไป

อีกมุมหนึ่งในหอไอเฟล ระบิลอดีตตำรวจคอมมานโดฝีมือดี ยืนคุยอยู่กับรูปถ่ายของคนรักด้วยความคิดถึง

“ทายสิ วันนี้พี่พาหนูมาเที่ยวที่ไหน ทายไม่ถูกใช่ไหมล่ะ แอ่นแอ๊น...” ระบิลค่อยๆพลิกรูปให้หันออกไปยังวิวด้านนอก “หอไอเฟล สวยไหมคะเอม อึ้งๆ ชอบอ่ะดี๊” ชายหนุ่มหันรูปกลับมามอง พลางเอื้อมมือไปสัมผัสรูปเอมมิกาอย่างทะนุถนอม “พี่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเอมแล้วนะคะ เราสองคนจะไปด้วยกันทุกที่ เราจะไม่มีวันพรากจากกัน” อดีตคอมมานโดหน้าสลดไปนิด ก่อนตัดใจเก็บรูปเข้าไปในเสื้อแจ็กเกต

ด้านเนติมากับศิวัช ทั้งสองนั่งดินเนอร์อยู่ในเรือหรูกลางแม่น้ำแซนน์ หญิงสาวชื่นชมบรรยากาศอันแสนโรแมนติก พลางเปรยว่า ชอบชีวิตที่ปารีสมาก

“เนติ์ไม่อยากกลับเมืองไทยเหรอจ๊ะ”

เนติมาถอนใจ ตัดความกังวลเรื่องราวในเมืองไทยในสมอง ก่อนตอบคนรัก “อยากสิคะ ที่นั่นบ้านของเนติ์ เนติ์มีเรื่องต้องกลับไปสะสางที่นั่น”

“พี่สัญญา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะอยู่ข้างๆ เนติ์ตลอดไป” ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาว แล้วหยิบกล่องแหวนออกมาเปิด เผยให้เห็นแหวนเรียบๆประดับเพชรรูปหัวใจด้านใน

เนติมาเขินอาย ขณะที่ศิวัชพูดอย่างอ่อนโยน “แต่งงานกับพี่นะเนติ์” ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ลงมานั่งคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาว พลางยื่นแหวนให้

นักท่องเที่ยวหันมามองทั้งคู่เป็นจุดเดียว ก่อนช่วยกันปรบมือเชียร์ให้เธอตอบตกลง หญิงสาวสบตากับศิวัชอย่างอายๆ แล้วเอ่ย “มองตาเนติ์สิคะ พี่ศิวัชน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่คะ”

ศิวัชดีใจมาก หยิบแหวนสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเนติมาอย่างนุ่มนวล นักท่องเที่ยวรายรอบต่างปรบมือ แสดงความยินดี

“ขอบคุณนะคะ” เนติมาดึงศิวัชให้ลุกขึ้น

“พี่รักเนติ์นะจ๊ะ” ศิวัชโอบร่างเนติมาเข้ามากอดด้วยความรัก

ooooooo

ขณะที่เนติมาเติบโตมาด้วยความรักของธำรงกับศิวัช แต่อิทธิหาญลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพงษ์-เลิศกลับเติบโตท่ามกลางความชั่วอย่างสมบูรณ์แบบ

ทายาทมาเฟียถือว่ามีพ่อเป็นผู้ทรงอิทธิพล ไม่มีใครอยากต่อกรด้วย จึงทำตัวเป็นเพลย์บอย บ้ากาม เลือดร้อน ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง พฤติกรรมร้ายๆ สร้างความอิดหนาระอาใจพ่อยิ่งนัก

วันหนึ่งพงษ์เลิศเรียกลูกชายมาเตือนให้เพลาๆ ลงบ้าง เพราะลูกน้องเพิ่งรายงานว่า อิทธิหาญข่มขืนผู้หญิงแล้วฆ่าพร้อมกับแฟนของเธออย่างเลือดเย็น เนื่องจากไม่พอใจที่ฝ่ายชายโกงเงินในบ่อน แต่ลูกชายตัวดีกลับหัวเราะชอบใจ อ้างว่าไม่มีใครกล้าหือกับลูกนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่อย่างตน

“ใกล้เลือกตั้งแล้ว พ่อไม่อยากให้คนซุบซิบนินทาในทางไม่ดี จะทำให้เสียคะแนน ช่วงนี้แกทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน”

“พ่อกลัวเหรอ”

“พ่อมีลางสังหรณ์ว่าพวกมันจะกลับมา”

“ใคร” อิทธิหาญมองผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย

“ก็ไอ้เจ้าของบ้านอิสราวัชรที่แกเอาไปทำคลังเก็บอีหนูนั่นไง จำไว้ พวกมันเหมือนงูพิษที่เราตีไม่ตาย วันหนึ่งมันต้องกลับมาแว้งกัดเราแน่” พงษ์เลิศพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ooooooo

วันต่อมา ในกรุงปารีส ระบิลเข้าฝึกศิลปะการต่อสู้กับเพื่อนชาวยุโรปร่างใหญ่เพื่อเตรียมรับงานบอดี้การ์ด แต่ไม่มีใครสู้เขาได้สักคน ครูฝึกร่างบึ้กเข้ามาชมระบิลและชวนไปเป็นการ์ดส่วนตัวผู้นำประเทศแถวยุโรปด้วยกัน แต่เขาว่าอยากกลับเมืองไทยมากกว่า

“โอเค ผมเข้าใจ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พบกัน” ครูฝึกเดินแยกออกไป

ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนรู้สึกหิวขึ้นมา เขาหันไปมองหาร้านอาหาร พลันชะงักเมื่อเห็นเนติมานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสืออยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มมองอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปถามว่า เธอใช่คนไทยหรือเปล่า
เนติมาชะงักมองต้นเสียง เห็นชายหนุ่มยิ้มแฉ่งให้ เธอยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร “สวัสดีค่ะ”

“สุดยอด ไม่ได้คุยกับคนไทยมาเป็นเดือนจนจะเฉาตายอยู่แล้ว ผมมาเรียนที่นี่ครับ แล้วคุณล่ะ” ระบิลดีใจรีบชวนเธอคุย แต่ศิวัชเข้ามาขัดจังหวะ เขาถามคนรักว่าคุยกับใคร

“คนไทยเหมือนกันค่ะ เขามาเรียนที่นี่เหมือนกัน”

“สวัสดีครับ” ระบิลทัก

ศิวัชยิ้มรับแล้วดึงเนติมาให้ลุกออกไปด้วยกัน เพราะมีงานสำคัญรออยู่ เนติมาหันมาลาระบิล ชายหนุ่มมองตามอย่างเสียดาย เพราะไม่ทันได้รู้ชื่อหญิงสาว และแอบอิจฉาเล็กๆ เมื่อเห็นหนุ่มสาวเดินจูงมือกันออกไป คิดพลางหยิบรูปคนรักออกมาดู

“หนูไม่ต้องอิจฉาเขานะคะ หนูก็รู้ว่าพี่หวานกว่านั้นได้อีกสามพันเท่า” ระบิลยิ้มมองรูปภาพด้วยความรัก ในจังหวะเดียวกัน สายตาก็ชำเลืองไปเห็นหนังสือของเนติมาที่อ่านอยู่เมื่อครู่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นมา แล้ววิ่งตามออกไป เมื่อไม่ทันก็ได้แต่ถอนใจ

ooooooo

ศิวัชพาเนติมากลับคฤหาสน์หรูของธำรงเพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิด หญิงสาวน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันเพราะลืมวันเกิดตัวเองเสียสนิท จากนั้นหนุ่มสาวก็ออกไปหามุมสงบนั่งคุยเรื่องวันวิวาห์

“กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที” ศิวัชเอ่ยกับคนรัก เนติมายิ้มรับมีความสุขที่สุด แต่ไม่ทันเห็นธำรงที่ยืนมองอยู่ไกลๆ อย่างไม่สบายใจนัก

กลางดึกคืนนั้น เนติมาฝันถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน เธอกรีดร้องเรียกหาพ่อแม่ด้วยความหวาดกลัว

“เนติ์ เนติ์ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” ธำรงกับศิวัชเปิดประตูเข้ามา

เนติมาสะดุ้งตื่นทั้งน้ำตา เธอบอกสองพ่อลูกว่า ฝันเห็นพวกมันอีกแล้ว ศิวัชเอื้อมมือไปแตะริมฝีปาก “เรื่องมันผ่านไปแล้วนะจ๊ะเนติ์ เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว”

“แต่เมื่อไหร่ที่คนชั่วพวกนั้นยังลอยนวล ฝันร้ายของเนติ์คงไม่จบลงแน่ คุณอาคะ เนติ์อยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด” เนติมาพูดอย่างร้อนใจ

ธำรงยิ้มให้กำลังใจเพราะเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวดี

ส่วนที่เมืองไทย พงษ์เลิศออกมาพบกับชลกรสาวเสน่ห์แรงผู้ใช้เรือนร่างเป็นสะพานทอดไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ หญิงสาวขอบคุณพงษ์เลิศที่ช่วยชงให้ท่านเขมชาติอนุมัติให้บริษัทของญาติเธอได้รับเหมาก่อสร้างโครงการสร้างทาง เพราะได้ผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนมหาศาล

มาเฟียรุ่นใหญ่หัวเราะชอบใจ หันมองเหล่าคนงานซึ่งทำงานอยู่ไม่ห่างด้วยสายตาดูถูก “ต้องขอบคุณไอ้พวกนั้นไง จำไว้นะชลกร คนรากหญ้าพวกนี้เราต้องเลี้ยงไว้ เพราะตราบใดที่มีพวกมันอยู่ คนรากแก้วอย่างเรายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เฮ้อ สิบปีที่พวกเราผูกขาดบริหารประเทศมานี่ ผมมีความสุขที่สุดเลยรู้ไหมเหมือนเล่นหมากรุกอยู่ข้างเดียว จะเดินเกมให้ใครเป็นใครตายก็ได้ตามใจชอบ สะใจจริงๆ”

“แล้วคุณไม่ห่วงเหรอคะ ว่าวันหนึ่งใครนะคะ จะกลับมา...”

“แล้วคุณคิดว่าผมจะให้มันกลับมาง่ายๆเหรอ ฮึ ถ้ามันอยากกลับมา ก็ต้องนอนมาในโลงกลับมาเท่านั้น”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ณ กรุงปารีส ธำรงเรียกศิวัชกับเนติมาออกมาคุยเรื่องกลับเมืองไทย เพราะพรรค การเมืองของเขา พร้อมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

“ได้เวลาทวงความยุติธรรมคืนมาแล้วสินะคะ” เนติมามุ่งมั่น แต่ศิวัชต่อรองว่า จะขอแต่งงานกับเนติมาก่อนเริ่มงานการเมือง

ธำรงส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ เนื่องจากยังมีภารกิจสำคัญอีกมากต้องกลับไปทำ โดยเฉพาะเนติมา แล้วยกสารพัดเหตุผลมาโน้มน้าว ให้ทั้งสองเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อน

ศิวัชกับเนติมามองหน้ากันรู้สึกไม่สบายใจนัก ธำรงจึงตัดบท “เอาน่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะจัดงานแต่งงานให้ยิ่งใหญ่สมกับที่อดทนรอคอย ผลไม้สุก มันหอมหวานกว่าผลดิบเปรี้ยวไม่ใช่เหรอ”

ศิวัชกับเนติมาถอนใจพยักหน้ายอมรับในเหตุผล ก่อนศิวัชจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“แต่ถึงยังไง ผมก็ยังอดเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเนติ์ไม่ได้ครับคุณพ่อ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พ่อมีแผนไว้หมดแล้ว” ธำรงพูดด้วยความสบายใจ ขณะที่ศิวัชกับเนติมาชักสีหน้าด้วยความสงสัย

สายวันเดียวกัน ครูฝึกโทร.แจ้งข่าวดีกับระบิลว่า หางานที่เหมาะสมให้ได้แล้ว พร้อมนัดให้ไปพบธำรงนายจ้างที่ริมแม่น้ำแซนน์

“ผมดีใจที่ได้คนมีฝีมืออย่างคุณมาร่วมงานด้วย” ธำรงเข้ามาทักทาย

“คุณธำรงเห็นฝีมือผมจริงๆ คุณอาจน้ำตาตกในก็ได้นะครับ” ระบิลอมยิ้มอารมณ์ดี

“จะใช้งานคนให้เป็น ก็ต้องรู้ศักยภาพของคนๆนั้นก่อนไม่ใช่เหรอ จะทดสอบไหมล่ะ ว่าผมรู้ประวัติคุณดีแค่ไหน”

“โอ๊ยๆ ไม่ต้องครับๆ จริงจังซะขนาดนี้ สงสัยรู้ถึงชื่อปู่ผมแน่ๆ เอาเป็นว่าผมทำงานให้คุณธำรงคุ้มเม็ดเงินแน่ๆ แต่ขออย่างเดียว อย่าให้ผมทำงานผิดกฎหมายก็พอ”

“งานนี้นอกจากไม่ใช่งานผิดกฎหมายแล้ว คุณยังจะมีส่วนร่วมทำให้แผ่นดินไทยสูงขึ้นด้วย”

“แหม ยังไม่ทันเริ่มงาน ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังซุปเปอร์ฮีโร่แล้วนะครับนี่ อ้อ แล้วจะให้ผมเริ่มงานคุ้มครองท่านเมื่อไหร่ครับ”

“ทันทีที่เท้าเราสัมผัสแผ่นดินไทย อ้อ ผมลืมบอกไป คุณไม่ต้องมาคุ้มครองอะไรผมหรอกนะ โน่นคนที่คุณจะต้องคุ้มครองมาโน่นแล้ว” ธำรงมองออกไป

ระบิลมองตามไป พลันชะงัก เมื่อเห็นเนติมาเดินจูงมือมากับศิวัช ทั้งสามจำกันได้ ศิวัชบอกพ่อว่า เคยเจอระบิลที่ร้านอาหาร ธำรงยิ้มชอบใจก่อนแนะนำให้เนติมากับศิวัชรู้จักกับระบิลอย่างเป็นทางการอีกครั้งในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัวของเนติมา

ooooooo

ในตอนเย็น ระบิลนัดเนติมากับศิวัชออกมาพบที่ร้านกาแฟเพื่อคืนหนังสือให้ เนติมาดีใจมาก ศิวัชลูบหัวคนรักอย่างอ่อนโยนพลางล้อว่า เป็นโชคดีของตนที่ไม่ต้องตระเวนหาซื้อมาคืนให้เพราะหนังสือหายากมาก

ระบิลเห็นทั้งสองหวานใส่กันก็อดแซวไม่ได้ “ท่าทางงานนี้ผมทำงานไป ตาคงร้อนผ่าวๆไปแน่ๆ เพราะเป็นโรคขี้อิจฉาเวลาคนมาสาดความหวานกันตรงหน้าน่ะ อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมปิดตาก็ได้”

ศิวัชกับเนติมาหันมายิ้มให้กัน แล้วสาวเจ้าก็ชวนคนรักขึ้นไปดูวิวบนหอไอเฟล เพื่อบอกลา เธอยังใจดีชวนระบิลไปด้วย แต่ยังไม่ทันได้ออกจากร้าน ธำรงก็โทร.ตามศิวัชให้กลับไปประชุมงานด่วน

เนติมาหน้าจ๋อยเสียดายโอกาสดีๆ ศิวัชไม่อยากให้คนรักผิดหวัง เขาขอให้ระบิลพาเนติมาไปชมหอไอเฟลแทน

“ทริปพาแฟนเจ้านายเที่ยวนี่ไม่ใช่หน้าที่บอดี้–การ์ด แต่ผมถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมแถมให้ก็แล้วกันนะคุณ” ระบิลหันมาล้อ แล้วจะเดินไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ แต่เนติมารั้งไว้

“เดี๋ยว ใครว่าเราจะขึ้นลิฟต์” ขาดคำ สาวเจ้าก็วิ่งนำระบิลขึ้นบันไดหอไอเฟล เธอวิ่งมาได้สักพักก็หยุดหอบ ระบิลเดินตามมาอย่างใจเย็นพลางล้อ

“ไหวไหมคุณ นี่แหละนา มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ใช้ไม่ใช้ กว่าจะถึงข้างบน ผมว่าเป็นลมอีกหลายยกแน่ๆ เปลี่ยนใจเดินลงไปขึ้นลิฟต์ยังทันนะครับ”

“แหม ดูถูกกันมากเกินไป ฉันน่ะขึ้นแบบนี้มาหลายรอบแล้ว ไป เดี๋ยวไม่ทัน” เนติมาตั้งหลักสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดต่อ

ระบิลอมยิ้มก่อนจะวิ่งเหยาะขึ้นบันไดตามไป ไม่นานก็พบเธอยืนหอบรออยู่ ชายหนุ่มแกล้งวิ่งแซงแล้วหันมาเร่งให้เธอเดินตาม เนติมาค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้ พลางอ้างว่า ขอตั้งหลักก่อน

“โธ่ แล้วบอกขึ้นมาบ่อยๆ”

“บ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าขึ้นทุกวันนี่คุณ ใครจะฟิตวิ่งตัวปลิวเหมือนคุณล่ะ”

“อ้าว ก็ผมขึ้นบ่อยๆ แต่เป็นภูเขาทองครับ”

“คุณว่าอะไรนะคะ”

“ก็ภูเขาทองบ้านเราไง ผมน่ะขึ้นบ่อยๆ วิวข้างบนสวยนะคุณ แหม ทำมึนมาอยู่ปารีส จนนึกหน้าภูเขาทองไม่ออกล่ะสิ ฮ่าๆ”

เนติมาถอนใจเซ็งกับมุขแป้กของชายหนุ่ม เธอรีบเดินแซงหน้าไป

ระบิลมองออกไปด้านนอก พลางคิดถึงเมื่อครั้งพาเอมมิกาขึ้นไปไหว้พระ และชมวิวบนภูเขาทอง ก่อนต่อด้วยทานอาหารอร่อยๆ แถวเสาชิงช้า

“เฮ้อ อากาศดีจัง อย่างนี้ไม่ต้องไปถึงต่างประเทศก็ได้นะคะ” เอมมิกาชื่นชมกับวิวสวยๆตรงหน้า

“เอ งั้นเราก็ไม่ต้องเก็บตังค์ไปฝรั่งเศสแล้วสิคะ” ระบิลเข้ามายืนข้างคนรัก

“อุ๊ย เก็บสิคะ ครั้งหนึ่งในชีวิตเอมอยากไปที่นั่นจริงๆ เก็บเงินไปเที่ยวกันต่อนะคะๆ”

ระบิลเอื้อมมือไปลูบหัวเอมมิกาอย่างอ่อนโยนพลางให้สัญญาว่า จะไปด้วยกัน แต่ไม่อาจทำตามสัญญาได้ เมื่อวันหนึ่งเอมมิกาตามไปช่วยจับคนร้าย และเอาตัวเข้ารับกระสุนแทน

“เอม เอม” ระบิลถลาเข้าประคองร่างคนรัก เธอสิ้นใจอยู่ในอ้อมกอดของเขา

อดีตคอมมานโดหน้าสลดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเอมมิกา เนติมาหันมามองเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ยอมตามมา จึงกลับมาชะโงกหน้าถามว่า เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายหรือเปล่า

ระบิลสะดุ้งตื่นจากภวังค์หันมาตอบ “อ๋อ เปล่าครับ แค่ส่งกระแสจิตให้คนที่เขาอยากมาที่นี่ แต่มาไม่ได้น่ะครับ”

“แฟนเหรอคะ” เนติมารู้ทันจะแซวต่อ แต่ไฟที่ประดับบริเวณหอไอเฟลสว่างพรึ่บขึ้นมา ท่ามกลางเสียงปรบมือของนักท่องเที่ยวมากมาย

“สวยจังเลย” เนติมาหันไปมองด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“ใช่ครับ สวยมาก รับบริการถ่ายรูปไหมครับพี่” ระบิลทำร่าเริงกลบเกลื่อน เขาหยิบกล้องตัวจิ๋วออกมาถ่ายรูปให้เนติมาที่ยืนโพสท่าคอย

ทั้งสองส่งยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี สักครู่ศิวัชก็โทร.มาบอกเนติมา ว่าคงมารับไม่ได้เพราะยังคุยธุระไม่เสร็จ ระบิลอาสาไปส่งหญิงสาวเอง เนติมาชักหิวชวนชายหนุ่มแวะหาอะไรทานรองท้องก่อน

ชายหนุ่มเห็นด้วยและขอเป็นเจ้ามือ “เล็กน้อย ถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมน่าเจ้านาย”

เนติมาไม่ชอบใจที่ถูกเรียกว่าเจ้านาย แต่ก็เถียงสู้เขาไม่ได้จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“บุคลิกนายนี่ไม่เหมือนบอดี้การ์ดเลยจริงๆนะ แล้วยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ที่นายจะเคยเป็นหน่วยคอมมานโดมือดีของเมืองไทย”

“สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่ก็ได้นี่คุณ ของพรรค์นี้พูดแล้วจะหาว่าคุย ทั้งสามโลกเนี่ย ใครจะเก่งเกินนายระบิลคนนี้ ยากส์” ระบิลทำทะเล้น ลอยหน้าลอยตาพูด จนเนติมานึกหมั่นไส้

ooooooo

คืนนั้นระบิลมาส่งเนติมาที่คฤหาสน์ของธำรง ศิวัชออกมารับคนรัก ธำรงเดินตามออกมาและชวนระบิลอยู่คุยกันก่อน แต่ชายหนุ่มว่าต้องรีบกลับไปเก็บข้าวของเตรียมกลับเมืองไทย

“โอเค งั้นตามสะดวกคุณก็แล้วกัน ยังไงพรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”

“ครับ งั้นผมลาล่ะครับ” ระบิลยกมือไหว้ธำรงก่อนหันไปยิ้มให้ศิวัชกับเนติมาพลางล้อว่า “ไปนะครับเจ้านาย”

เนติมาส่งค้อนขวับ ระบิลยิ้มชอบใจแล้วเดินเลี่ยงออกไป

ใช้เวลาไม่นาน ชายหนุ่มก็กลับมาถึงห้องพัก เขาทยอยเก็บข้าวของลงในกระเป๋าเดินทาง รวมทั้งภาพถ่ายของเอมมิกา เขาบอกกับเธออย่างอ่อนโยนว่า กลับเมืองไทยด้วยกันนะคะเอม แล้วค่อยๆวางรูปลงในกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะหันไปหยิบกล้องถ่ายรูปมาเปิดดู และเปรยกับรูปของเนติมาเพิ่งถ่ายมาสดๆ ร้อนๆ

“ถ้าจ้างผมครบหนึ่งปี ผมจะอัดรูปนี้ใส่กรอบทองให้เป็นโปรโมชั่นเสริมนะเจ้านาย”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ในเมืองฟ้าอมร คำเที่ยงมาส่งอนงค์หรืออ้อลูกสาวของเขากับดลที่คอนโดแห่งหนึ่ง ทั้งสองเพิ่งเข้ามาเรียนต่อในเมืองหลวง คำเที่ยงฝากฝังให้ดลช่วยดูแลอ้อด้วย

“ผมสัญญาว่าจะดูแลอ้อให้ดีที่สุดครับ”

“พ่อเชื่อว่าดลทำได้ ขอบคุณมากนะลูก ขอบคุณจริงๆ”

“ผมต่างหากครับ ที่ต้องขอบคุณพ่อ ถ้าไม่ได้พ่อ ป่านนี้ชีวิตผมคง...”

“ที่ผ่านมาดลก็ทำหน้าที่ลูกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอยู่แล้ว ดลเป็นคนดี พ่อเชื่อว่าดลต้องได้สิ่งดีๆกลับคืนมา” คำเที่ยงพูดอย่างใจเย็น

ดลอมยิ้มรู้สึกอบอุ่นและมีความหวังขึ้นมา เขาหยิบกล่องไม้ที่วิเชียรมอบให้ขึ้นมาเปิดดู เห็นรูปครอบครัวที่ถ่ายพร้อมหน้า ทั้งวิเชียร พรรณศรี เนติมา และยศวีร์

“สิ่งดีๆจะกลับคืนมา” หนุ่มน้อยรำพึง

“ใช่ สิ่งดีๆ ที่ลูกรออยู่ร่วมสิบปี ลูกจะได้กลับไปเป็นยศวีร์ อย่างที่ลูกเคยเป็นซะที” คำเที่ยงโอบไหล่ให้กำลังใจ ดลโผเข้ากอดแทนคำขอบคุณ ชายชรากระชับอ้อมกอดด้วยรักดลเหมือนลูกชายคนหนึ่ง

เวลาเดียวกัน ในกรุงปารีส เนติมากำลังจัดของลงกระเป๋าเดินทาง เธอนึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อของฝากเพื่อนๆที่เมืองไทย เธอตั้งใจไปชวนศิวัช เมื่อเห็นเขาประชุมอยู่ จึงจะขับรถออกไปเอง จังหวะนั้นระบิลมาถึงพอดี เขาอาสาขับรถให้ สาวเจ้าไม่ยอมเพราะเชื่อว่าชำนาญเส้นทางมากกว่า

ระบิลไม่ขัดใจ เขาขึ้นไปนั่งชูคอเป็นตุ๊กตาหน้ารถแล้ววางท่าเป็นเจ้านายแทนเนติมาอย่างโอเวอร์ จนเธออดขำไม่ได้

ขณะเนติมาเลือกซื้อของแบรนด์เนมอยู่กับระบิลนั้น ศิวัชโทร.เข้ามาถามว่า เธออยู่ไหน ได้ยินคนรักบอกว่าเดินซื้อของอยู่กับระบิลก็เบาใจ ฝากให้ชวนบอดี้การ์ดคนใหม่มาดินเนอร์ที่บ้านด้วย

เนติมารับคำหันมาชวนระบิล ชายหนุ่มเอามือลูบท้องบอกว่า สบายไปอีกมื้อเพราะอิ่มจังตังค์อยู่ครบ แล้วชวนเจ้านายกลับบ้าน ระหว่างทางมีคนขับตาม ระบิลเตือนให้เนติมารู้ตัว เขาให้เธอเลี้ยวเข้าไปจอดในซอยข้างหน้า แล้วพาวิ่งหนีคนร้ายออกไป

เมื่อวายร้ายตามมาทัน ระบิลมีเมตตาช่วยประเคนแม่ไม้มวยไทยทั้งหมัด ศอก เข่า แถมด้วยเท้าเข้าใส่ ชายร่างใหญ่สองคนกระอักอาน ถึงกับลงไปนอนกอง

ระบิลดึงเนติมาให้วิ่งต่อ แล้วจู่ๆกระสุนปืนสามสี่นัดก็ยิงลงมาจากที่สูงเฉียดเนติมาไปนิดเดียว ระบิลพาเธอเข้าไปหลบหลังลังผลไม้

เนติมาหยุดหอบพลางเอ่ยถามว่า พวกนั้นเป็นใคร ระบิลส่ายหน้าพลางถามกลับว่าไหวไหม

“ฉันจำเป็นต้องไหวไม่ใช่เหรอ”

ระบิลชื่นชมในความใจสู้ของเธอ เขามองลอดช่องว่างของลังผลไม้ไป เห็นชายร่างใหญ่สองคนลุกขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งบนยอดตึกก็มีชายอีกกลุ่มกำลังเล็งหาตำแหน่งยิงเนติมาใหม่ บอดี้การ์ดหน้าเครียดบอกกับเจ้านาย “เตรียมใส่เกียร์ห้า แล้วโกยสุดชีวิตเลยนะคุณ”

“นายจะทำอะไรน่ะ” ขาดคำ ระบิลออกแรงดันลังผลไม้ให้ล้มลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายร่างใหญ่สองคนวิ่งมาพอดีจึงโดนลังผลไม้ล้มเข้าใส่จนเสียหลักล้มลง

“วิ่ง” ระบิลคว้าแขนเนติมาออกวิ่งทันที

วายร้ายบนดาดฟ้ายังไม่ทันตั้งตัว เร่งระดมยิงใส่เนติมากับระบิลอย่างสะเปะสะปะ อารามฉุนเฉียวเพราะงานพลาด มันกระชากหมวกไหมพรมออกด้วยความหงุดหงิด เผยให้เห็นใบหน้า แท้จริงแล้วมันคือ

ครูฝึกและเพื่อนๆของระบิลที่รับงานมาจากพงษ์เลิศ

จอมมาเฟียเพิ่งสืบรู้ว่า ลูกศัตรูมาอยู่กับธำรงที่ปารีส

ooooooo

ระบิลพาเนติมามาหลบในห้องพัก คิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยแล้ว แต่ครูฝึกกับเพื่อนๆ ยังตามมาเล่นงานอีก

บอดี้การ์ดหนุ่มไล่เนติมาเข้าไปหลบในห้องนอน แล้วหันไปหยิบโมเดลหอไอเฟลขนาดเหมาะมือมาเป็นเครื่องทุ่นแรงจัดการกับวายร้ายจนสิ้นฤทธิ์

“โอ้โห นายทำได้ไงนี่” เนติมาเปิดประตูห้องออกมาดูผลงานของระบิลด้วยความทึ่ง

“พระเอกก็งี้แหละคุณ” พ่อหนุ่มวางมาดหล่ออย่างโอเว่อร์

เนติมาหมั่นไส้หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจิ้มไปที่ปากของเขาเพราะเห็นเลือดซึม ชายหนุ่มสะดุ้งร้องลั่น พลางลอบมองชายร่างใหญ่ที่ยังไม่ได้สติด้วยความหนักใจ ก่อนจะโทร.แจ้งธำรง

ไม่นานนัก ธำรงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวคนร้ายไป ส่วนศิวัชเข้าไปดูแลเนติมา ระบิลข้องใจเอ่ยถามธำรง “เอ้อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าอยู่ที่นี่คุณธำรงมีศัตรูที่ไหนรึเปล่า”

“ไม่ อยู่ที่นี่เรามีแต่เพื่อน ที่สำคัญพวกเราทำธุรกิจถูกกฎหมาย” ธำรงตอบอย่างหนักแน่น

บอดี้การ์ดพยักหน้ารับ แววตายังคงครุ่นคิดกับเหตุที่เกิดขึ้น ศิวัชลุกมาขอบคุณระบิล ชายหนุ่มว่าไม่ต้องคิดมากให้ถือเสียว่าเป็นการทดสอบงาน

“ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ” ธำรงเอื้อมมือไปจับบ่าระบิลเป็นการขอบคุณ

ขณะที่เนติมานิ่งคิด แล้วรำพึงออกมา “จะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้าคนพวกนั้นเป็นคนของ...”

ศิวัชกับธำรงชะงัก ระบิลลอบมองสองพ่อลูกรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ธำรงเดินเลี่ยงออกมานั่งครุ่นคิดถึงอดีต ครั้งวิเชียรมาปรึกษาเรื่องพงษ์เลิศ เพราะอยากถอนตัวและคิดจะกำจัดวงจรอุบาทว์ให้หมดสิ้นไป แต่ไม่ทันสำเร็จก็ถูกฆ่าตาย คิดมาถึงตรงนี้ธำรงได้แต่ถอนใจ พลางเอ่ยกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น

“คุณวิเชียร คุณทำในสิ่งที่กล้าหาญที่สุดแล้ว ผมจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณเอง ประเทศไทยต้องมีนักการเมืองมือสะอาด เพื่อยกระดับแผ่นดินให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้”

ด้านพงษ์เลิศ เมื่อรู้ว่าวายร้ายที่จ้างไปจัดการเนติมาทำงานพลาด เขารีบโทร.กำชับลูกน้องทางปารีสว่าอย่าให้เรื่องสาวมาถึงตน อิทธิหาญเข้ามาได้ยิน อาสาจะไปจัดการกับเนติมาเอง พงษ์เลิศว่า ถ้าส่งอิทธิหาญไปก็ไม่ต่างอะไรกับส่งลูกไปติดคุกที่เมืองนอก

“ไอ้ธำรงกับครอบครัวไม่ใช่เหยื่อกระจอกๆที่จะให้ แกเถือได้ง่ายๆ มันมีเครือข่ายในประเทศนอกประเทศตั้ง เยอะแยะ เจ็บใจนัก อุตส่าห์ตามหาที่อยู่พวกมันตั้งหลายปี  พลาดอีกจนได้” พงษ์เลิศกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ศิวัชกับเนติมาเดินออกมาส่งระบิลที่รถ

ทั้งสองขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะความจริงยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง บอดี้การ์ดหนุ่มทำหน้าทะเล้นปล่อยมุกว่า เป็นโปรโมชั่นเสริม

เนติมาส่ายหน้าระอากับมุกเสี่ยวๆ เธอไล่ระบิลกลับไปพักผ่อน

ระบิลโบกมือลาทั้งสองแล้วขึ้นรถออกไป ศิวัชหันมาขอโทษคนรักอีกครั้ง เพราะรู้สึกผิดที่ไม่อยู่ดูแลขณะเกิดเหตุร้าย

“คิดมากอีกแล้ว เรื่องมันผ่านมาแล้วค่ะ แค่เนติ์รู้ว่าพี่ศิวัชห่วงเนติ์มากขนาดนี้ เนติ์ก็ดีใจที่สุดแล้วนะคะ ศิวัช คุณพ่อบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเราแล้ว คุณพ่อ จะเร่งเวลากลับเมืองไทยเร็วขึ้น ก็ดีเหมือนกันนะ เรื่องทุกอย่างจะได้สำเร็จเร็วขึ้น จากนั้นเราสองคน...”

“จะได้แต่งงานกัน” ศิวัชดึงเนติมาเข้ามากอด แต่ไม่อาจเห็นสีหน้าและแววตาของธำรงที่ออกมายืนมองทั้งคู่อย่างครุ่นคิด

ด้านระบิล เขามาที่หอไอเฟลเพื่อบอกลาเมืองปารีส ชายหนุ่มมองวิวเบื้องหน้าอย่างอาวรณ์พลางหยิบรูปของเอมมิกาขึ้นมา “พี่พาหนูมาเที่ยวส่งท้ายนะคะเอม ไม่รู้เมื่อไหร่พี่จะมีโอกาสพาหนูมาเที่ยวไกลๆอย่างนี้อีก แต่พี่คิดว่าหนูคงคิดถึงเมืองไทยแล้วล่ะ แล้วพี่จะพาหนูไปร้านประจำที่เราชอบไปนั่งเล่นกันนะคะเอม”

ชายหนุ่มมองรูปคนรักอีกครั้ง ก่อนตัดใจเก็บเข้าไปในเสื้อ แล้วพึมพำถามตัวเองว่า พร้อมจะกลับไปอยู่บนโลกแห่งความจริงแล้วใช่ไหม

ooooooo

สนามบินสุวรรณภูมิยามรุ่งเช้า เครื่องบินจากปารีสร่อนลงสู่รันเวย์

กลางผู้คนมารอรับญาติจอแจ ธำรงพาศิวัช เนติมาและระบิลมายังคฤหาสน์หรู แม่บ้านออกมายืนรอต้อนรับเจ้านายด้วยความตื่นเต้น ศิวัชลงจากรถคนแรก เขามองไปรอบๆบ้านด้วยความพึงพอใจ เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม

“พ่อมั่นใจว่า วันหนึ่งเราต้องกลับมาอยู่ที่นี่ ก็เลยสั่งคนดูแลทุกอย่างให้เหมือนเดิม” ธำรงเดินเข้ามาบอกลูกชาย

ด้านระบิล เขาหันไปเห็นเนติมากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเศร้า ก็นึกห่วงจึงเอ่ยถามเจ้านายว่าไม่สบายหรือเปล่า

“เป็นอะไรไปจ๊ะเนติ์” ศิวัชถามคนรักอย่างเอาใจใส่ หญิงสาวฝืนยิ้ม บอกว่าแค่คิดถึงบ้านและคนในครอบครัว

“วันนี้กลับมาที่นี่แล้ว หนูจะได้โอกาสทวงคืนวันที่สวยงามของชีวิตคืนมาแล้วนะหนูเนติ์ แล้วอาก็เชื่อว่าหนูทำได้” ธำรงให้กำลังใจ ศิวัชรีบเสริมว่า เขาจะอยู่เคียงข้างเธอจนกว่าเนติ์จะได้ทุกอย่างคืนมา

“ใช่ ทุกอย่างโดยเฉพาะความยุติธรรม” เนติมาเสียงกร้าว

ธำรงเปลี่ยนบรรยากาศชวนทุกคนไปดูห้องพัก เนติมายืนลังเลก่อนจะเอ่ยขออนุญาตธำรงไปหาบ้านอยู่ตามลำพัง เพราะเกรงว่าจะเป็นที่ครหาในสังคม ที่ชายหญิงอยู่บ้านเดียวกัน อีกทั้งจะกลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งทางการเมืองของศิวัชโจมตีได้

ธำรงกับศิวัชยอมจำนน แต่ยังห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงให้ระบิลอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จากนั้นศิวัชชวนคนรักออกไปดูบ้านจัดสรรตามโครงการต่างๆด้วยกัน โดยมีระบิลเป็นโชเฟอร์ แม้จะดูหลายโครงการแล้ว สาวเจ้าก็ยังไม่ถูกใจ

จังหวะรถแล่นมาติดไฟแดงกลางสี่แยก เนติมามองออกไปเห็นดลเดินคุยมากับอ้อ เธอรู้สึกคุ้นหน้าหนุ่มน้อยจึงเรียกให้ศิวัชดู แต่ชายหนุ่มมองเห็นไม่ถนัดนัก เพราะมีคนข้ามถนนอีกหลายคนบัง ครั้นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ระบิลจำต้องออกรถ เนติมาหันมองตามดลอีกครั้ง แต่เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆก่อนจะหายไปกับฝูงชน

ระบิลพาเจ้านายทั้งสองมาที่สำนักงานขายหมู่บ้านจัดสรรอีกแห่ง พอเห็นเนติมาทำหน้าเซ็ง จึงแกล้งเปรย “ดูจากโหงวเฮ้งแล้ว สงสัยเรายังต้องสัญจรกันต่อไปใช่ไหมครับ”

“ฉันเกรงใจนายจัง เอาไว้เรามาดูกันวันหลังก็ได้นะ” เนติมาเสียงอ่อย

“โอ๊ย ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเกรงใจ ดูซะให้เสร็จ จะได้ย้ายเข้ามาอยู่จะได้เอาเวลาไปทำธุระอย่างอื่น  เออ เมื่อกี้ผมเห็นด้านโน้นมีอีกตั้งหลายหมู่บ้าน เราลองไปดูกันไหมครับ”

“อืม...ไปสิ” ศิวัชกับเนติมาพยักหน้า

เวลานั้นเองธำรงโทร.ตามให้ศิวัชกลับไปคุยธุระสำคัญ ชายหนุ่มฝากให้ระบิลช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องบ้านของเนติมาแทนด้วย บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำอย่างอารมณ์ดี แล้วชวนเนติมาเข้าไปดูบ้านอีกโครงการหนึ่ง

“นี่ บ้านหลังนี้พี่ศิวัชเขาไม่ชอบ แต่ฉันว่ามันสวยดีออก นายว่าบ้านหลังนี้เป็นไง” เนติมายื่นแบบบ้านในโบรชัวร์ให้ระบิลดู เป็นบ้านเดี่ยวดูอบอุ่นไม่หรูหราฟู่ฟ่านัก

ระบิลไม่ตอบอะไร แต่เดินนำเนติมาเข้าไปดูบ้านของจริง เขาสำรวจห้องต่างๆ อย่างพิถีพิถัน จนคนขายเข้าใจว่าทั้งสองเป็นคู่รักมาซื้อบ้านด้วยกัน

ด้านศิวัช เขาเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาในบ้านอย่างเร่งรีบ เพราะกลัวไม่ทันประชุม จึงชนเข้ากับปฏิพรที่เดินสวนออกมาพอดี สาวเจ้าเสียหลักเซตกลงไปในสระน้ำ ศิวัชรีบกระโดดลงไปช่วยอย่างรวดเร็ว

ปฏิพรวาดแขนกอดศิวัชไว้แน่นด้วยความตกใจ แต่พอตั้งสติได้และเห็นหน้าชายหนุ่มชัดเจนก็หว่านเสน่ห์ทันที

ooooooo

หงส์สะบัดลาย เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:13 น.