ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หงส์สะบัดลาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

“ถูกใจเหรอครับเสี่ย” ทนงเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้านายจ้องสาวน้อยไม่วางตา เขาอาสาจะช่วยจัดการให้ แต่อิทธิหาญยกมือห้ามไว้ บอกให้ใจเย็น

“นี่มันศูนย์การค้านะโว้ย เดี๋ยวก็เป็นเรื่องให้ฉันโดนพ่อด่าอีกหรอก ที่สำคัญฉันอยากตามดูนางเด็กคนนี้ เพราะมันจะพาเราไปหาเสี้ยนหนามอีกคนที่มันอาจเล่นงานเราได้” มาเฟียน้อยจ้องไปที่อ้ออย่างมีแผน

จากนั้นเขาก็เข้าไปตีสนิทพี่เอิง เจ้าของโมเดลลิ่ง ขอทาบทามอ้อมาเป็นพริตตี้ประจำแนะนำสินค้าให้ พี่เอิงรีบมาบอกข่าวดีกับอ้อ สาวน้อยไม่ทันเฉลียวใจรีบตอบตกลงเพราะอยากได้เงินไปช่วยดล

ในตอนเย็น ทุกคนมาพร้อมหน้าที่บ้านกันต์ หนุ่มสาวออกไปตั้งวงทานอาหารในสวนหย่อม ส่วนกันต์ เจือจันทร์ และคำเที่ยงนั่งทานอยู่ในบ้าน ระบิลทยอยยกอาหารออกมาวางบนโต๊ะ พลางคุยว่า มื้อนี้ได้เนติมากับขวัญชนกเป็นผู้ช่วย สองสาวตอกกลับว่า ระบิลหวงวิชาไม่ยอมให้พวกเธอลงมือทำอะไรเลย นอกจากล้างผัก

“วิชาไม่หวง แต่ผมห่วงคุณสองคนจะหั่นนิ้วตัวเองแทนหั่นหมูมากกว่า”

“แหม...ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ” เนติมาเชิดใส่

“รับรอง ดูไม่ผิดแน่ครับ” ระบิลลอยหน้าลอยตาตอบ พลางส่งสายตาจ้องเนติมาอย่างไม่ยอมกัน ขวัญชนกลอบมอง รู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของทั้งคู่

ขณะที่กันต์ เจือจันทร์ และคำเที่ยงนั่งทานอาหารอยู่ในบ้าน ทั้งสามคุยกันถึงเรื่องในอดีต ต่างหวังว่าเรื่องราวทุกอย่างจะจบลงด้วยดี

“ผม เคยเจ็บปวด ที่ผมไม่สามารถปกป้องลูกเมียผมได้ แต่วันนี้ผมมีความหวัง มีเพื่อนร่วมต่อสู้อีกหลายชีวิต ผมจะกลับมาเดินให้ได้ เพื่อเป็นหลักที่สมบูรณ์ให้ครอบครัวของผมอีกครั้ง” กันต์เอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับขาตัวเองอย่างมีความหวัง

“กำลังใจดีอย่างนี้ คุณกันต์ต้องทำได้แน่นอนครับ”

“เรา สองคนหายใจอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะเป็นห่วงขวัญเท่านั้น ขวัญถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน ถ้าเราสองคนเป็นอะไรไปไม่รู้ลูกจะอยู่ยังไง” เจือจันทร์พูดพลางมองขวัญชนกที่นั่งอยู่ในสวนด้วยความเป็นห่วง

“กำลังใจคุณกันต์กับคุณเจือจันทร์ดีอย่างนี้ หนูขวัญผ่านฝันร้ายนี้ไปได้แน่นอนครับ”

“ทุกคนครับคุณคำเที่ยง ทุกคนต้องผ่านฝันร้ายนี้ไปด้วยกัน” กันต์พูดด้วยความมั่นใจ

เจือจันทร์กับคำเที่ยงยิ้มให้กันแล้วพากันมองออกไปยังกลุ่มหนุ่มสาวที่นั่งอยู่กลางสวนด้วยความหวัง

ครู่ต่อมา วิเชษฐ์ตามมาสมทบเพราะเพิ่งเสร็จงาน เขาหันมาสบตากับขวัญชนก สาวเจ้าเขินอายหันไปตักข้าวส่งให้ แล้วรีบหลบตา เนติมากับดลหันไปเห็นพอดี จึงสะกิดให้ระบิลกับอ้อดู
หลังทานอาหารเสร็จครอบครัวของคำเที่ยงก็ลากลับ เนติมากับระบิลไปส่งทั้งสามที่คอนโดฯ ส่วนวิเชษฐ์รับอาสาล้างจานให้เอง ขวัญชนกลงมาเห็นก็เกรงใจที่ต้องให้แขกมาช่วยล้างจาน จึงเข้ามาช่วย แต่เพราะมัวแต่เขินผู้กำกับจ้อง จึงเผลอทำจานในมือหลุดลงไปในซิงค์ล้างจาน น้ำกระเด็นเข้าหน้าเข้าตาตัวเอง

“อ้าว...มาครับเดี๋ยวผมเช็ดให้” วิเชษฐ์รีบเช็ดมือแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาช่วยเช็ดหน้าให้ขวัญชนกอย่าง อ่อนโยน หญิงสาวอึ้ง นาทีนั้นทั้งสองคนสบตากันนิ่ง ก่อนขวัญชนกจะตั้งสติได้ รีบผละออกมา

“ขอบคุณค่ะ ขวัญไม่เป็นไรแล้ว เออ...ขวัญขอตัวก่อนนะคะ” ขวัญชนกเดินหนีขึ้นห้องอย่างอายๆ ผู้กำกับหนุ่มอมยิ้มมองตาม

ขณะ ที่ความสัมพันธ์ระหว่างวิเชษฐ์กับขวัญชนกเริ่มดีขึ้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเนติมากับศิวัชกลับแย่ลง เพราะศิวัชมีงานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาให้เนติมา และเกือบทุกครั้งที่เขาจะโทร.หาคนรัก ปฏิพรก็จะเข้ามาขัดจังหวะแถมชวนไปออกงานสังคมต่างๆ ตามแผนรักโปรโมตของธำรง ซึ่งศิวัชไม่อาจปฏิเสธได้

ooooooo

รถของเนติมาแล่นมาจอดหน้าคอนโดฯ คำเที่ยงรีบชวนอ้อขึ้นห้อง เพราะอยากเปิดโอกาสให้พี่น้องได้คุยกันตามลำพัง เนติมาได้ช่องหยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้น้องชาย เพราะอยากทำหน้าที่ของพี่สาวบ้าง แต่ดลปฏิเสธพลางหันมามองระบิลอย่างขอตัวช่วย

“เก็บเงินคุณไว้เถอะครับคุณเนติ์” ระบิลคว้ามือเนติมาไว้ไม่ให้เธอยัดเยียดเงินใส่มือน้องชาย

สาวเจ้าหันมาตวาดแหวว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย ระบิล อมยิ้มบอกดลว่า เดี๋ยวเคลียร์ให้ หนุ่มน้อยยิ้มแทนคำขอบคุณแล้วเดินกลับขึ้นห้อง เนติมามองตามอย่างไม่ชอบใจนัก

เมื่อเข้ามาในห้อง ดลเล่าเรื่องเนติมาให้อ้อฟัง สาวอ้อว่า เธอเข้าใจความรู้สึกของเนติมาดี เธอคงเป็นห่วงดลเหมือนกับที่ตนห่วง ดลหันมายิ้มให้อ้ออย่างขอบคุณ แล้วต้องอึ้งเมื่อสาวน้อยหยิบเงินประมาณสี่พันบาทส่งให้พลางขอร้องแกมบังคับ

“แต่พี่ดลคงไม่ปฏิเสธความเป็นห่วงของอ้อใช่ไหมจ๊ะ เพราะเราตกลงกันแล้ว”

“แต่...”

“ถ้า พี่ดลไม่สบายใจที่จะรับเงินอ้อ งั้นเอาเป็นว่าอ้อให้ยืมก็ได้นะจ๊ะ แล้วอ้อคิดดอก พี่ดลจะได้สบายใจ” อ้อลอยหน้าลอยตาพูดอย่างอารมณ์ดี พลางยัดเงินใส่มือดล ก่อนจะหันกลับจะเดินเข้าไปด้านใน แต่ต้องชะงักเมื่อดลรั้งมือไว้ “ขอบคุณนะอ้อ ไม่รู้เป็นอะไร พี่ขัดใจอ้อไม่ได้สักที”

“ก็พี่ดลรักอ้อไง” อ้อหลุดปากออกมา แต่พอนึกได้ก็รีบกลบเกลื่อนขอตัวเข้านอน ทิ้งให้ดลมองตามอย่างไม่รู้ตัวเลยว่าความรักของทั้งคู่ได้งอกงามขึ้นมา

ด้าน ระบิล เขาเห็นเจ้านายอารมณ์บูดไม่ยอมพูดจามาตลอดทาง จึงชวนลงไปหากาแฟมาดื่ม เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น นายสาวยอมลงจากรถแต่ไม่ยอมพูด เขาจึงต้องเจรจาอีกรอบ

“ยัง โกรธน้องอยู่อีกเหรอครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าคุณดลเขาเป็นคนเก่ง เขาอยู่ได้โดยไม่มีคุณมาตั้งนานแล้วนะ นี่คุณ...นกบินได้แล้ว คุณจะจับมาป้อนอาหารอยู่ในกรงได้ไง ถึงคุณจะรักนกตัวนั้นแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีความสุขหรอกนะครับ”

“ฉันไม่ได้โกรธดล แต่ฉันโกรธนายที่ไม่เข้าข้างฉัน แต่เข้าข้างดล”

“โธ่คุณ...เรื่องแค่นี้ ไร้สาระน่า”

“นายเป็นคนของฉัน นายก็ต้องอยู่ข้างฉัน อีกหน่อยนายขัดฉันอยู่เรื่อยๆ ใครจะเชื่อถือฉัน เสียการปกครองหมด”

“อารมณ์ผู้หญิงล้วนๆ ขี้งอน เวลาโกรธใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล”

“แค่เนี้ย”

“อีกเยอะ แต่ผมแถมให้คุณคนเดียวอีกข้อ เจ้าคิดเจ้าแค้น แสนปีก็ไม่ลืม เป็นแม่มดร้ายจากเทพนิยาย ฮ่าๆ” ระบิลยื่นหน้าเข้ามาล้อ

“นี่แน่ะแม่มด” เนติมาซัดเข้าที่ต้นแขน

“โอ๊ย! ตีอีกแล้วเจ็บนะ ถามจริงๆเถอะ เคยตีคุณศิวัชอย่างนี้บ้างรึเปล่า”

ระบิลลูบต้นแขนตัวเองป้อยๆ เนติมาแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ลุกเดินหนีออกไป ระบิลตามไปขอคำตอบ นายสาวบอกอย่างเสียมิได้ว่าไม่เคย

ระบิลหยิบมือถือขึ้นมา “นี่...งั้นขอบันทึกคำสารภาพอีกสักรอบได้ไหม ของอย่างนี้คุณศิวัชควรรับรู้ จะได้ระวังตัว ผมว่าคุณเนี่ยมีพฤติกรรมชอบความรุนแรงแอบแฝงอยู่แน่ๆ”

“ปากดี เดี๋ยวก็โดนอีกหรอก” เนติมาค้อนขวับ จังหวะเดียวกับที่ระบิลกำลังจะถ่ายคลิป แต่ต้องตกใจเพราะกล้องไม่ทำงานแถมออกอาการคล้ายเครื่องจะช็อต เนติมาหัวเราะสะใจรีบเดินหนีขึ้นรถ

“อ้าว...คุณ แทนที่จะช่วยกันก่อน แล้วนี่จะไปไหนครับ”ระบิลตาม

“ก็กลับบ้านสิ ฉันง่วงแล้วนี่...เร็ว” เนติมาแกล้งเอื้อมมือขยับที่เปิดประตูรถเป็นเชิงเร่ง

ระบิลถอนใจหยิบกุญแจรถออกมากดรีโมตให้เนติมา แล้วเข้าประจำที่ขับออกไป เมื่อรถแล่นไปบนถนนสายเปลี่ยว ระบิลหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง เพราะอยากรู้ว่ามันเสียเพราะอะไร จนเนติมาต้องร้องเตือน

“นี่...เดี๋ยวค่อยเอาไปซ่อมก็ได้ ขับรถไปดูโทรศัพท์ไปเดี๋ยวก็ชนหรอก” ครั้นระบิลยอมวางโทรศัพท์ลง เนติมาก็ถามเรื่องสอนยิงปืน

“หาจังหวะเหมาะก่อนสิคุณ เพราะถ้าคุณศิวัชรู้ ผมก็จะโดนตำหนิ คุณสองคนก็จะมีปัญหากันด้วยนะ”

“แหม...ที่สนามยิงปืนที่ไหนก็ได้ พี่ศิวัชเขายุ่งเขาไม่มีเวลามาสนใจชีวิตฉันหรอกน่า” เนติมาทอดเสียงระบิลหันมามองรู้ว่านายสาวน้อยใจ เขายอมรับปากว่า จะสอนยิงปืนให้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามดื้อไม่งั้นถูกตี

“ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะน่ารัก”

“ทำไงได้ ก็คุณบอกว่าผมเป็นคนของคุณนี่ครับ ขืนไม่ทำตามจะหาว่าเสียการปกครอง” ระบิลแกล้งพูดล้อเลียนเจ้านาย เธอส่งยิ้มอารมณ์ดี จังหวะนั้นเองแสงไฟหน้ารถก็สาดมาจากด้านหลัง

ระบิลมองกระจกเห็นรถปิกอัพคันหนึ่งขับจี้มาด้วยความเร็ว เขาหักพวงมาลัยนิดหนึ่งเพื่อหลบ รถปิกอัพคันนั้นแซงขึ้นมา ก่อนปาดหน้าอย่างกระชั้นชิด ลูกน้องของอิทธิหาญที่นั่งอยู่ท้ายรถ หยิบถุงพลาสติกที่ใส่เลือดเต็มถุง สาดใส่กระจกหน้ารถเนติมาอย่างรวดเร็ว จนเลือดแดงฉานไปทั้งกระจก

“เฮ้ย !” ระบิลหักพวงมาลัยหลบ รถเสียหลักหมุนคว้าง เนติมาร้องลั่นด้วยความตกใจ บอดี้การ์ดบังคับรถให้หยุดได้ก่อนรถจะอัดกับต้นไม้เพียงนิดเดียว
ครั้นตั้งหลักได้ระบิลรีบหยิบปืน แล้วเปิดประตูรถออกไป พร้อมวาดปืนยิงใส่ไปสามสี่นัด แต่รถปิกอัพขับหนีไปอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับมาดูนายสาวด้วยความเป็นห่วง

“ไม่...ฉันไม่เป็นไร” เนติมาพยายามเรียกสติ ก่อนลงจากรถมายืนมองเลือดที่สาดอยู่เต็มกระจกหน้าด้วยความโมโหพลางรำพึงว่า “ไม่ต้องถามเลยว่าใครทำ”

“ไม่ใช่เลือดคน คงเป็นเลือดหมูเลือดไก่มากกว่า ครั้งนี้มันคงอยากล้อเล่นกับคุณน่ะ”

“ล้อเล่น...แต่ฉันไม่ล้อเล่นกับพวกมันแน่” เนติมาเอ่ยอย่างเอาจริง

ooooooo

บ่ายวันต่อมา เนติมานำหลักฐานการทุจริตสั่งซื้อยาลอตใหญ่เข้าประเทศของพงษ์เลิศมาแฉในที่ประชุม ชลกรหน้าเสียกระซิบถามพงษ์เลิศว่าข้อมูลรั่วหรือเปล่า แต่พงษ์เลิศยังตีหน้าตาย อ้างกับทุกคน

“ไม่เห็นแปลก ก็ผมเป็นนักธุรกิจ แหล่งไหนมีสินค้าที่ต้นทุนถูกกว่า ผมก็มีสิทธิ์นำเข้า”

“แปลกสิ เพราะคุณนำเข้าในนามของรัฐบาลที่คุณเป็นผู้สนับสนุนอยู่” เนติมาตอกกลับ

ศิวัชรีบเสริม “ยังจะเรื่องโครงข่ายคมนาคม เรื่องสินค้าเกษตร กับอีกหลายเรื่องที่ส่อพิรุธ ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าหลักฐานชัดเจนมากกว่า รายละเอียดผมว่าคุณอ่านในเอกสารเองก็แล้วกันนะครับ”

“นี่แค่พยานวัตถุ ส่วนพยานบุคคล” เนติมาพูดพลางหันไปหาระบิลที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

“ถ้าต้องการเมื่อไหร่พร้อมเสมอครับ ผมเตรียมไว้แล้ว” ระบิลพูดอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

พงษ์เลิศกับชลกรตะลึงงันแต่ยังทำเสียงแข็งจะขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์

“คุณได้สิทธิ์นั้นแน่นอนคุณพงษ์เลิศ แต่บอกไว้ก่อนนะ ก่อนที่ผมจะเชิญคุณมาวันนี้ ผมก็ต้องมั่นใจในหลักฐานของผมเหมือนกัน ไม่ใช่อะไร ผมกลัวคุณจะเหนื่อยเปล่า” ธำรงเอ่ยนิ่งๆ

“คุณต้องการอะไรกันแน่” พงษ์เลิศฉุนขาด รู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม ชลกรรีบสะกิดเตือนให้นั่งลง ก่อนเปิดฉากเจรจา เพราะหวังว่าธำรงจะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ บ้าง แต่เขากลับส่งยิ้มเย็นชาเหมือนไม่เห็นเธออยู่ในสายตา

ครั้นประชุมเสร็จ ทุกคนแยกย้ายกันออกจากห้องประชุม พงษ์เลิศยังแค้นไม่หายตะคอกใส่พวกศิวัชที่เดินตามหลังมา “อย่าคิดว่ามีอำนาจทางกฎหมายแล้วจะเล่นงานฉันได้ คนอย่างฉันถ้าไม่แน่จริง ไม่ยืนอยู่บนถนนการเมืองจนทุกวันนี้”

“แต่ถ้ายืนอยู่บนกองทุกข์ของประชาชนคนไทย ก็อย่าอยู่ให้เสียเวลาดีกว่า” ศิวัชพูดขึ้นอย่างเหลืออด พลางปรี่เข้าหาพงษ์เลิศอย่างไม่เกรงกลัว

“คุณศิวัชครับ” ระบิลตามไปรั้งตัวศิวัชไว้

ศิวัชหันมามองระบิลคล้ายจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ระบิลจึงปล่อยมือแต่ยังคงประกบอยู่ไม่ห่าง ศิวัชหันไปจ้องหน้ากับพงษ์เลิศพลางเอ่ยต่อ “การเข้ามาอาสาทำงาน การเมือง ก็เหมือนการอาสาเข้ามารับใช้จัดการบ้านเรือนให้น่าอยู่ ให้มั่นคง ให้คนในบ้านหลังใหญ่ที่มีสมาชิกนับล้านๆ คนอาศัยอยู่อย่างมีความสุขไม่ใช่อาสาเข้ามาแล้วเสวยสุขด้วยการแย่งอากาศคนในบ้านในเมืองนี้หายใจ แย่งอาหารเขากิน นั่งกินนอนกินบนสันหลังของคนทั้งประเทศที่ทำงานหลังขดหลังแข็ง ผมทนไม่ได้”

“ฮ่าๆ ฝันเฟื่อง การเมืองมันไม่ใช่อย่างที่แกคิด แล้วแกจะรู้ เมื่อถึงเวลาที่แกโดนการเมืองเข้าสิงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แกจะเปลี่ยนความคิด เพราะไอ้เลือดเนื้อของประชาชนที่เลือกแกมามันคือบ่อน้ำมัน ที่ให้แกสูบขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างไม่มีวันสิ้นสุดต่างหาก” พงษ์เลิศพูดพลางยิ้มเยาะ ตามประสานักการเมืองที่อยู่มานาน

“ผมรักชาติพอที่จะไม่ทำอย่างนั้น และผมก็จะจัดการกับคนที่คิดอย่างนั้นไม่ให้มีอำนาจมาสูบผลประโยชน์จากประเทศนี้ได้อีก” ศิวัชพูดอย่างหนักแน่น

“แล้วพวกแกจะได้เห็น ว่านรกของคนอวดดีเป็นยังไง” พงษ์เลิศกวาดตามองทุกคนด้วยความแค้นโดยเฉพาะเนติมา แต่พอเจอสายตาระบิลจ้องกลับก็ชะงักรีบดึงชลกรออกไป

ระบิลกับศิวัชถอนใจแทบจะพร้อมกันแล้วหันไปมองเนติมาด้วยความเป็นห่วง แต่เธอกลับไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวพงษ์เลิศเลยสักนิด

ศิวัชเอ่ยถามคนรักอีกครั้งว่า แน่ใจใช่ไหมว่าต้องการแบบนี้ เพราะเป็นห่วงกลัวเธอจะได้รับอันตราย เนติมายืนยันหนักแน่น เธอว่าอยากให้เรื่องทุกอย่างจบลงเสียที และถ้ากลัวก็คงไม่ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย

ศิวัชหน้าเครียดขยับจะค้าน ธำรงชิงตัดบทสั่งให้ลูกชายเคารพการตัดสินใจของเนติมาแล้วหันไปขอบคุณระบิลที่ช่วยสืบหาหลักฐานสำคัญๆมามัดตัวพงษ์เลิศ

“คุณระบิลเขาเป็นตำรวจที่เก่งนี่คะคุณอา” เนติมาพูดด้วยสายตาชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด จนศิวัชชักหวั่น

ระบิลสังเกตเห็น เขาขอตัวไปเข้าห้อง หวังเปิดโอกาสให้เจ้านายได้อยู่กับคนรัก แต่กลับถูกชลกรตามไปจู่โจมถึงในห้องน้ำ เธอหวังใช้เสน่ห์ยั่วยวนให้ระบิลยอมเปลี่ยนขั้ว แต่เขาไม่เล่นด้วย รีบเดินหนีออกมา แล้วชนเข้ากับเนติมาที่จะเข้ามาตาม เพราะศิวัชชวนไปทานข้าว

ooooooo

ระบิลตามเนติมากับศิวัชมาทานกลางวันในร้านหรูกลางห้างฯดัง เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินจึงจะขอแยกโต๊ะแต่เนติมาไม่ยอม เธอว่าระบิลเหมือนคนในครอบครัว ศิวัชฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่จำต้องฝืนยิ้มไว้ เขาเอื้อมมือไปจับมือเนติมาไว้เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เนติมาสะดุ้งนิดหนึ่งแล้วนึกขึ้นได้บอกกับสองหนุ่มว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

ระบิลขยับจะตาม แต่เธอร้องห้ามสั่งให้รอก่อน เพราะข้างนอกมีทีมการ์ดของศิวัชเฝ้าอยู่หลายคน ระบิลยอมจำนนได้แต่มองตามนายสาวด้วยความเป็นห่วง ศิวัชเฝ้าสังเกตแล้วเอ่ยถาม

“ดูคุณระบิลเป็นห่วงเนติ์มากนะครับ”

“ก็เป็นหน้าที่นี่ครับ” ระบิลตอบด้วยความกระอัก กระอ่วนใจ ศิวัชยิ้มให้พยายามไม่คิดอะไรมาก

อีกมุมหนึ่งของห้างฯ อ้อกำลังรับเงินค่าแรงจากพี่เอิงและได้ยินเธอย้ำว่า อย่าลืมเสาร์นี้มีงานเปิดตัวหมู่บ้าน จัดสรรอีก เพราะลูกค้ารายนี้ดูจะชอบอ้อมากจองคิวเธอแทบทุกงาน

“ดีจัง...อ้อจะได้มีเงินเก็บไว้เรียนหนังสือขอบคุณพี่เอิงอีกครั้งนะคะ” อ้อยกมือไหว้ แล้วขอตัวไปหาดล

“พี่ดลรอนานไหมจ๊ะ” อ้อส่งยิ้มสดใสเข้ามาหา แต่ดลทำหน้าบึ้งตอบห้วนๆ ว่านาน เธอหน้าสลดรีบขอโทษ ดลหัวเราะชอบใจบอกต่อว่า นานแค่ไหนก็รอได้

“แกล้งอ้ออีกแล้วนะ” อ้อค้อนดลอย่างงอนๆ

“ถ้าเมื่อไหร่ไม่แกล้ง ก็แสดงว่าพี่ไม่รักอ้อแล้วสิ ไป...รีบกลับบ้านกันเถอะ ขืนพ่อรอนานเดี๋ยวจะสงสัยนี่พี่หายดีแล้ว จะกลับไปทำงานแล้วนะ อ้อไม่ต้องรับงานเยอะๆ อีกแล้วนะ จะได้ตั้งใจเรียนให้เต็มที่รู้ไหม”

“โห...ขออีกนิดนะพี่ดล ช่วงนี้อ้อกำลังฮอต” อ้อต่อรองและอ้อน ทั้งสองเดินคุยกันออกไปที่ป้ายรถเมล์ จึงไม่ทันเห็นอิทธิหาญกับเหล่าสมุนเดินออกมาจากด้านใน

“ในที่สุดลูกกวางน้อยก็พาฉันมาพบเป้าหมายจนได้” มาเฟียน้อยหันมาบอกลูกน้อง

“จัดการมันเลยไหมครับเสี่ย” ทนง โปรย ชูศักดิ์ขยับจะตามดลกับอ้อไป แต่อิทธิหาญห้ามไว้

“ไม่ต้อง เชือดไก่ เชือดแค่ตัวเดียวจะอิ่มยังไงวะ มันต้องเชือดทั้งเล้าถึงจะสะใจ”

ด้านระบิล เขาเห็นเนติมาหายไปนานก็เริ่มกระสับ กระส่าย ศิวัชชำเลืองมองแล้วรีบดักคอ “เนติ์เป็นคนน่ารัก ใครอยู่ใกล้ก็อดหลงรักไม่ได้”

ระบิลชะงักไปนิดก่อนจะกลบเกลื่อน “คงไม่มั้งครับ หรือถ้ามีคุณเนติ์ก็ไม่มีวันรักคนๆนั้นแน่นอน” “คุณระบิลมั่นใจอย่างนั้นเหรอครับ”

“ผมว่าคุณศิวัชน่าจะรู้จักคุณเนติ์มากกว่าผมนะครับ แต่เท่าที่ผมรู้คุณเนติ์ไม่มีใจไปรักใครแล้วล่ะครับ เพราะหัวใจของคุณเนติ์อยู่ที่คุณหมดแล้ว”

ศิวัชพยักหน้ารับรู้ฝืนยิ้มออกมาได้บ้าง จังหวะเดียวกันเนติมาก็เดินกลับเข้ามาพอดี เธอทักสองหนุ่มว่าคุยอะไรกันอยู่ ระบิลว่า พวกเขากำลังนินทาเธอ

“อะไรเนี่ยผู้ชายนินทาผู้หญิง ไม่ไหวนะค้า” เนติมาหันไปส่งยิ้มให้ศิวัชพลางเอ่ยเตือนว่าต้องกลับไปเตรียมตัวไปงานเลี้ยงคืนนี้แล้ว

ศิวัชถอนใจชวนเนติมาไปด้วย แต่สาวเจ้าตอบเสียงอ่อยว่า เจ้าภาพเชิญศิวัชกับปฏิพรไม่ใช่เธอ ทำเอาศิวัชรู้สึกลำบากใจ เขาเอื้อมมือไปจับมือเนติมาเป็นการปลอบใจ พลางให้สัญญาว่า ในวันเกิดที่จะมาถึง เขาจะอยู่กับเธอ เนติมาฝืนยิ้มให้เป็นเชิงว่าเข้าใจ ทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวด

ระบิลมองนายสาวด้วยความเข้าใจและรู้สึกสงสารเธอ

ศิวัชเดินมาส่งเนติมาที่รถ ส่วนระบิลเข้าไปนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวหันมาเอ่ยกับคนรักว่า อย่าคิดมากเพราะเธอเข้าใจทุกอย่างดี

“เมื่อไหร่ เราจะเลิกหลบๆซ่อนๆอย่างนี้ซะที” ศิวัชเหนื่อยใจ

“สักวัน..มันต้องมีสักวันค่ะ พี่ศิวัชตั้งใจทำงานให้ดี นะคะ สู้ๆ” เนติมายิ้มให้กำลังใจ ก่อนหันจะไปเปิดประตูรถ แต่ศิวัชนึกอะไรขึ้นมาได้รีบรั้งเธอไว้พร้อมให้สัญญา

“เนติ์...วันเกิดเนติ์พี่จะอยู่กับเนติ์นะจ๊ะ..พี่สัญญา”

“แค่พี่ศิวัชจำวันเกิดเนติ์ได้ เนติ์ก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ” เนติมายิ้มรับแต่ไม่ได้ดีใจนัก เพราะศิวัชมักยุ่งจนไม่มีเวลาให้เสมอ เธอเปิดประตูรถเข้าไปนั่งคู่กับระบิล ก่อนกดกระจกรถลงมายิ้มให้คนรัก

ศิวัชพยักหน้ารับพลางกำชับระบิลดูแลเนติมาด้วย

“คุณศิวัชไม่ต้องห่วงครับ” ระบิลรับคำหนักแน่น รถค่อยเคลื่อนออกไป ศิวัชมองตามด้วยความไม่สบายใจนัก

ooooooo

ระบิลพานายสาวมานั่งทำใจที่ร้านกาแฟริมทะเล เนติมาหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่เอี่ยมออกมาจากกระเป๋ายื่นให้ระบิล บอกว่าเธอซื้อให้แทนเครื่องเก่าที่พังไปแล้ว

“เมื่อกี้ที่ร้านอาหาร คุณไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำใช่ไหม ร้ายจริงๆนะคุณ ขอบคุณนะครับ แต่โทรศัพท์ผมเอาไปซ่อมได้”

“โห..พังขนาดนั้นยังจะซ่อมอะไรอีก เอาเครื่องใหม่นี่แหละไปใช้..อ่ะ” เนติมาพยายามยื่นให้ระบิลอีก แต่ระบิลดันมือเธอกลับพลางต่อว่า

“คุณนี่ชอบยัดเยียดนะ ยัดเยียดให้น้องชายคุณยังไม่พอ ยังจะมายัดเยียดให้ผมอีก”

“เอ๊ะ...นายนี่ยังไง ผู้ใหญ่ให้ของไม่ยอมรับ” เนติมาแกล้งโวย แต่พอเห็นระบิลทำหน้านิ่วก็รีบชี้แจง “ล้อเล่นนิดเดียวทำฉุน รู้น่าว่านายอายุมากกว่า แต่ถ้านาย ไม่รับฉันจะวางไว้ตรงนี้ แล้วฉันจะโกรธจริงๆด้วย” สาวเจ้าวางกล่องโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะ แล้วหันขวับกลับไปมองทะเลอย่างงอนๆ

ระบิลจำต้องรับโทรศัพท์มาเปิดใช้ แล้วประเดิมด้วยการขอถ่ายภาพคู่กับนายสาว โดยให้เหตุผลว่า

“ได้ของดีมาก็ต้องใช้กันหน่อย มาถ่ายรูปกับผู้มีอุปการคุณไว้เป็นสิริมงคล”

“บ้า...ฉันไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นะยะ มาอย่าลืมแอ๊บวัยรุ่นด้วยล่ะ”

“ไม่ต้องแอ๊บ ผมก็วัยรุ่นอยู่แล้ว เข้ามาใกล้ๆหน่อยคุณ ตัวคุณแหว่งแล้ว” ระบิลกับเนติมาขยับมายืนคู่กันโดยมีฉากหลังเป็นทะเล ทั้งสองขยับเข้ามาใกล้กันเพื่อไม่ให้ตกเฟรม จนร่างเบียดชิด

“เออ...ยิ้มสิคุณ พร้อมรึยัง หนึ่ง..สอง..สาม” ระบิลกดชัตเตอร์เพื่อกลบความเขิน

ในตอนค่ำ ระบิลเปิดกล้องมือถือดูภาพถ่ายคู่ของตัวเองกับเนติมา เขาส่งยิ้มออกมาอย่างลืมตัว แล้วภาพของ เอมมิกาที่เคยเอ่ยถามเขาว่า ถ้าวันหนึ่งระบิลเจอคนที่ดี กว่าเธอจะเป็นอย่างไร

“ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ เอมก็คือคนที่ดีที่สุดในชีวิตพี่แล้วนะคะ” ระบิลให้คำมั่น

“เอมแกล้งถามไปอย่างนั้นแหละค่ะ เอมรู้อยู่แล้วว่าพี่รักเอมแค่ไหน เอมก็จะรักพี่คนเดียว รักไปจนลมหายใจ สุดท้าย”เอมมิกายิ้มอย่างมีความสุข ระบิลดึงเธอเข้ามา กอดด้วยความรัก
ภาพในอดีตจางหายไป ระบิลหยิบรูปเอมมิกาขึ้นมาดูอย่างรู้สึกผิดอยู่ในใจ เขารีบปิดภาพจากโทรศัพท์ก่อนจะซบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความสับสน

ooooooo

สายวันใหม่ ชลกรมาหาพงษ์เลิศที่บ้าน พร้อมกับความผิดหวัง เพราะเจรจาให้ระบิลเปลี่ยนขั้วไม่สำเร็จ จอมมาเฟียโกรธมาก ผลักคู่ขาล้มลงไปกองกับพื้น เธอไม่พอใจลุกขึ้นมาตัดพ้อ

“มากไปแล้วนะคุณ ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเนรมิตอะไรให้คุณได้ดั่งใจนะ”

พงษ์เลิศครุ่นคิดด้วยความหงุดหงิดแต่ไม่ทันได้ตอบโต้ อิทธิหาญก็เดินเข้ามาเย้ยหยัน “สงสัยงานนี้เธอจะเสียดุลล่ะมั้ง ไอ้ธำรงมันหลอกเธอไปนอนกกฟรีแล้วล่ะฮ่าๆ”

“คุณอิทธิหาญ” ชลกรหันขวับมา

มาเฟียน้อยยังไม่สำนึก เขามองผู้หญิงของพ่อตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วเอ่ยต่อ “รึไม่จริง เอาน่าไอ้ธำรงไม่ใช่รายแรกซะหน่อย มันเป็นหน้าที่ของโสเภณีการเมืองอย่างเธออยู่แล้วนี่”

ชลกรฉุนขาดเงื้อมือจะตบหน้าอิทธิหาญ แต่เขาไวกว่าคว้ามือเธอได้ทันควัน แล้วบิดอย่างแรง ก่อนจะหันไปมองปานอย่างรู้กัน

ปานปราดเข้ามาคว้าตัวชลกร แล้วกดหัวของเธอลงไปในสระน้ำ ชลกรพยายามดิ้นแต่สู้แรงไม่ได้ เธอสำลักน้ำจนแทบขาดใจ ก่อนอิทธิหาญพยักหน้าส่งสัญญาณให้ปานจิกหัวขึ้นมา แล้วเข้าไปพูดใกล้ๆ

“งูเขียว คิดจะฉกงูจงอางอย่างฉันเหรอ”

“แก !” ชลกรมองหน้าอิทธิหาญด้วยความโมโห แต่อิทธิหาญพยักหน้าให้ปานจับเธอกดน้ำอีก ชลกรดิ้นทุรนทุราย ขณะที่อิทธิหาญยิ้มอย่างเลือดเย็น

พงษ์เลิศหันมามองความโหดเหี้ยมของอิทธิหาญด้วยความไม่สบายใจก่อนจะเข้าไปห้าม พลางเจรจากับ

ชลกร “ภาวะคับขันอย่างนี้ ยังจะทะเลาะกันเองอีก เราขี่เสือตัวเดียวกันนะชลกร เราลงจากหลังเสือไม่ได้ กลับไปใช้เสน่ห์ของเธอโน้มน้าวไอ้ธำรงให้อ่อนข้อลงบ้าง”

“นี่” ชลกรจะค้าน แต่จอมมาเฟียชิงพูดขึ้นก่อน “เธอไม่มีทางเลือก บอกแล้วไงว่าเธอกำลังอยู่บนหลังเสือ” แล้วพงษ์เลิศก็เดินจากไป

อิทธิหาญหัวเราะสะใจเข้ามาย้ำกับคู่ขาของพ่อ “แล้วอย่าคิดหนีลงจากหลังเสือ เธอก็รู้นี่ว่าตัวนี้...ดุ” ชลกรนั่งอึ้งมองตามสองพ่อลูก แล้วต้องร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างมาก

ooooooo

เวลาเดียวกัน เนติมากับขวัญชนกมาหาระบิลที่ห้อง แต่เขาหายตัวไป แถมยังทิ้งมือถือเครื่องใหม่ไว้ในห้องด้วย เนติมาไม่พอใจหยิบมือถือของระบิลขึ้นมาเปิดกล้องแล้วหันมาถ่ายคลิปตัวเอง

“นี่นาย ฉันซื้อมือถือให้นายถือนะ ไม่ได้ให้นายมาวางทิ้งไว้ แล้วตัวนายก็ล่องหนหายไปไหนก็ไม่รู้ เกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาว่าไง ระวังเถอะฉันจะลดขั้น หั่นเงินเดือน เฉือนเบี้ยเลี้ยงนาย” พูดจบสาวเจ้าก็เอาโทรศัพท์ยัดใส่มือขวัญชนกสั่งให้ต่อว่าระบิลบ้าง

ขวัญชนกไม่เล่นด้วย เธอว่าสงสารระบิล แล้วรับโทรศัพท์มาวางลงบนโต๊ะ แต่จังหวะเดียวกันมือของเธอไปสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์ เลื่อนไปเปิดอัลบั้มรูป เห็นรูประบิลกับเนติมาถ่ายคู่กันริมทะเลโชว์ขึ้นมา ขวัญชนกหน้าสลดรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เนติมาไม่ทันสังเกตอาการเพื่อนรัก เพราะกำลังสนใจอยู่กับสมุดบันทึกของระบิลที่วางไว้อีกมุมหนึ่ง เธอจะเอื้อมไปหยิบมาดู แต่ระบิลกับวิเชษฐ์เข้ามาพอดี

“ทำอะไรน่ะคุณ!” ระบิลปรี่เข้ามาจะคว้าสมุดบันทึกจากมือเนติมา แต่พลาดปัดโดนสมุดบันทึกตกไปที่พื้นทำให้รูปของเอมมิกา ที่สอดอยู่ด้านในกระเด็นออกมา

“อุ๊ย !” เนติมาก้มลงจะหยิบรูปเอมมิกา แต่ระบิลชิงคว้ารูปกับสมุดบันทึกขึ้นมาถือไว้อย่างรวดเร็ว พลางมองอย่างตำหนิ ทำเอาเจ้าหล่อนถึงกับหน้าเจื่อน เช่นเดียวกับขวัญชนกที่ส่งยิ้มจ๋อยๆ อย่างรู้สึกผิดเช่นกัน ผู้กำกับวิเชษฐ์มองภาพตรงหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกของระบิล

ooooooo

ผู้กำกับหนุ่มตามมาคุยกับขวัญชนกที่ยืนถอนใจอยู่ในสวน เขาบอกกับเธอว่า ผู้หญิงในรูปคือเอมมิกา เป็นคนรักของระบิล สาวเจ้านิ่งคิด แล้วซักต่อ

“เรื่องนี้ใช่ไหมคะ ที่ผู้กำกับเคยบอกว่า ถ้าคุณระบิลพร้อมเมื่อไหร่ เขาจะเล่าด้วยตัวเขาเอง”

“แต่ระบิลก็ไม่เคยพร้อม ผมเข้าใจเขานะครับ มันเจ็บปวดเกินกว่าจะเล่าให้ใครฟังจริงๆ” วิเชษฐ์สงสารและเห็นใจรุ่นน้อง

ขวัญชนกพยักหน้า รำพึงว่า “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าคนร่าเริง อบอุ่นอย่างคุณระบิล จะเก็บเรื่องเศร้าไว้คนเดียวอย่างนี้”

ด้านระบิล เขาขับรถพานายสาวออกมาข้างนอก เนติมารู้ตัวว่าล้ำเส้นกับระบิลมากไปจึงพยายามขอโทษและหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเอง แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่เข้าหู ระบิลจึงตัดสินใจพาเธอไปที่ร้านกาแฟริมทะเลร้านเดิมและเล่าเรื่องราวของเอมมิกาให้ฟังว่า หลังจากเอมมิกาได้รับการประดับยศเป็นร้อยตำรวจตรีแล้ว เธอขอเลื่อนสายงานจากธุรการมาอยู่ฝ่ายปราบปรามกับเขา

ระบิลพยายามทัดทานและจะเข้าไปคุยกับวิเชษฐ์ที่เป็นหัวหน้าให้ เพราะกลัวคนรักจะมีอันตราย แต่เอมมิกา ไม่ยอม ยืนกรานจะขอทำงานเคียงข้างคนรัก

จนกระทั่งวันหนึ่ง เอมมิกาเข้าไปเป็นนกต่อล่อซื้อยา บ้า และช่วยชีวิตเด็กหญิงคนหนึ่งไว้ได้ เหตุการณ์น่าจะจบลงด้วยดี แต่คนร้ายไม่ได้มาคนเดียว พวกมันที่ซุ่มอยู่ยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วหลบหนีไปที่อาคารจอดรถด้านล่าง

“เดี๋ยวพี่มานะเอม พี่เชษฐ์ ฝากเอมกับเด็กด้วยครับ” ระบิลสั่งเสร็จก็วิ่งตามคนร้ายไป โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเอมมิกาที่มองตามด้วยความเป็นห่วง

ระบิลตามเช็กบิลกับสามวายร้าย คนหนึ่งตายคาที่ อีกคนได้รับบาดเจ็บนอนร้องโอดโอย ส่วนอีกคนหมดสติไป เขาวิทยุแจ้งวิเชษฐ์ให้ช่วยประสานรถพยาบาลมารับคนร้ายที่บาดเจ็บ
วิเชษฐ์ตอบรับพลางถามหาเอมมิกาว่าตามไปหาระบิลหรือเปล่า เพราะเธอหายตัวไป ระบิลรีบมองหาคนรักจึงไม่ทันระวังตัว จังหวะนั้นเอง คนร้ายที่หมดสติเริ่มรู้ตัว มันมองระบิลอย่างอาฆาต ก่อนค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบปืนบนพื้นใกล้ๆ ตัวเล็งไปยังชายหนุ่ม

เอมมิกาวิ่งมาพอดี เธอเห็นคนร้ายกำลังจะเหนี่ยวไกปืน จึงร้องเตือนคนรักให้ระวังแล้ววิ่งเข้ามาบังทางกระสุน กระสุนเจาะเข้าที่ร่างของเอมมิกาสองนัดซ้อนแทนที่จะโดนระบิล
ระบิลตะลึง ขณะที่คนร้ายจะยิงซ้ำอีกนัด ระบิลก็รีบชักปืนขึ้นมายิงคนร้ายด้วยความรวดเร็ว มันสิ้นใจตายทันที ชายหนุ่มพุ่งเข้าประคองร่างคนรัก

“เอม..เอม !” ระบิลพยายามตั้งสติขยับจะอุ้ม แต่เอมมิการั้งไว้พยายามแข็งใจพูด

“พี่ระบิล อย่า... ขอบคุณนะคะ สำหรับความรักที่พี่มีให้เอม”

“เอม พี่พาเอมไปหาหมอดีกว่านะคะ” ระบิลขยับจะอุ้มเอมมิกาอีกด้วยความร้อนใจ แต่เอมมิกาก็รั้งไว้อีก

“ขอเอมใช้เวลาที่เหลือ อยู่กับคนที่เอมรักนะคะ”

“ทำไมเอมทำอย่างนี้” ระบิลเอามือของตัวเองที่เปื้อนเลือดของเอมมิกาขึ้นมาดู  ด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่เอมมิกามองระบิลด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรงเต็มที

“ถ้าเอมต้องตายแทนคนที่เอมรัก แล้วต้องตาย อย่างนี้อีกกี่สิบชาติ เอมก็ยอม”

“ไม่...ต้องไม่ใช่อย่างนี้” ระบิลเสียใจจนน้ำตาไหลออกมา เอมมิกาค่อยๆเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้คนรัก

“อย่าร้องไห้นะคะ เขาลิขิตมาแล้ว เอมโชคดีที่สุดในโลกแล้วค่ะ ที่ได้รักพี่”

ระบิลมองเอมมิกาอย่างหมดหนทาง ก่อนดึงเธอเข้ามากอดทั้งน้ำตา พลางกระซิบเบาๆ “พี่รักเอมนะคะ”

“เอมก็รักพี่นะคะ รักที่สุดในชีวิต” เอมมิกาพูดอย่างอ่อนแรงแล้วสิ้นใจลงอย่างสงบ

ระบิลร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ก่อนจะดึงร่างของคนรักเข้ามากอด นาทีนั้นวิเชษฐ์นำกำลังตำรวจตามขึ้นมา ทุกคนต่างตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

ooooooo

“ผมเอาอัฐิเอมมาลอยที่นี่” ระบิลเหม่อมองไปยังท้องทะเลกว้างด้วยสายตาเศร้า

“มิน่า นายถึงชอบมา ฉันว่าเรากลับกันเถอะ ฉันไม่อยากเห็นนายเศร้าไปกว่านี้ “เนติมาปาดน้ำตาที่เอ่อออกมา เมื่อได้ฟังเรื่องของระบิล

“ผมไม่ได้เศร้าขนาดจะเป็นจะตายหรอกคุณ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว” ระบิลฝืนยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ ขณะที่เนติมามองเขาอย่างเข้าใจ

เวลาเดียวกัน ในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง อิทธิหาญเข้ามาตีสนิทกับอ้อและเหล่าเพื่อนพริตตี้ในฐานะเจ้าของ สินค้า เขาพาพวกเธอไปเลี้ยงอาหารอ้างว่าเป็นการตอบแทนที่ทุกคนช่วยให้สินค้าขายดี เหล่าเพื่อนพริตตี้กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย มีเพียงอ้อที่นั่งเรียบร้อย พลางยกนาฬิกาข้อมือดูด้วยความร้อนใจ เพราะนัดดลไว้ อิทธิหาญรู้ทันจึงยอมให้อ้อกลับไปก่อน

ส่วนดล เขาเห็นอ้อผิดเวลาไปมากก็ชักห่วง จึงจะออกตามหา แต่อ้อวิ่งเข้ามาพอดี เธอรีบขอโทษดลพลางชี้แจงเหตุผล ดลเริ่มระแวงกลัวอ้อจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนกรุงฯ จึงขอให้เลิกทำงานพิเศษ แต่อ้อไม่ยอม เธอหาเหตุผลมาอ้างจนดลต้องใจอ่อนอีกตามเคย แล้วหนุ่มสาวก็ชวนกันไปหาอะไรทานต่อ

ขณะที่หนุ่มสาวเดินหาร้านอาหารถูกใจอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งในศูนย์การค้า คำเที่ยงกำลังเลือกซื้อของให้ลูกทั้งสอง แต่พลันชะงักเมื่อเห็นอิทธิหาญ ทนง และโปรยผ่านไป เขานึกสงสัยจึงแอบตามไป

สามวายร้ายเดินกลับมาที่รถ มีปานกับชูศักดิ์รออยู่ ทั้งสองรีบเปิดประตูรถให้เจ้านายดูผลงาน เห็นหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาดีสองคนนอนหมดสติอยู่ข้างใน

“เมายาตัวใหม่ของเราน่ะครับเสี่ย” ชูศักดิ์รายงาน

“เดี๋ยวตื่นมามันจะได้พบชีวิตใหม่ นางสองคนเนี่ยส่งให้ไอ้เควินมันเลย สเปกอย่างนี้มันชอบ” อิทธิหาญหันมาสั่งทนง แล้วหันไปซักชูศักดิ์ต่อ “ยาซุกดีแล้วใช่ไหม”

“ไม่ต้องห่วงครับเสี่ย”

“ส่วนปืนลอตล่าสุด ตอนนี้ผ่านชายแดนมาแล้วครับเสี่ย” โปรยนำเสนอ

อิทธิหาญยิ้มอย่างพึงพอใจ ขณะที่ปานหันมามองเจ้านายด้วยความสงสัยก่อนเอ่ยถาม

“เสี่ยเอาปืนลอตนี้เข้ามา มีออเดอร์จากไหนเหรอครับ”

“ฉันจะเก็บไว้ใช้เอง”

“นี่เสี่ยจะ...” ปานรู้ทันความคิดเจ้านาย

“ก่อนจะถูกพวกมันล่า ฉันชิงล่าพวกมันก่อนไม่ดีเหรอ” อิทธิหาญส่งยิ้มเหี้ยม

คำเที่ยงที่หลบอยู่หลังกำแพงได้ยินอิทธิหาญคุยกับสมุนก็ลอบถอนใจรำพึงว่า “พ่อลูกทำไมเหมือนกันอย่างนี้ ชีวิตนี้เขาไม่คิดทำความดีกันบ้างเลยรึไง” แล้วถุงในมือคำเที่ยงก็หลุดลงพื้นเสียงดัง

เหล่าวายร้ายหันขวับมามองทางต้นเสียง ปานส่ง สัญญาณให้ชูศักดิ์ปิดประตูรถ แล้วออกตามหาเจ้าของเสียง แต่โชคดีที่คำเที่ยงหลบไปได้ทัน

คำเที่ยงวิ่งกลับเข้ามาในศูนย์การค้า และชนเข้ากับ ดลและอ้อพอดี ทั้งสองตกใจที่พบพ่อ แต่คำเที่ยงว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร แล้วชวนลูกทั้งสองรีบจากไป

“พ่อหนีอะไรมาเหรอครับ” ดลสงสัย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:43 น.