ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หงส์สะบัดลาย

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

หงส์สะบัดลาย ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เส้นทางชีวิตมาเฟีย แม้จะเป็นทางสู้บนทางเสี่ยง แต่คนไม่น้อยเลือกเดินเข้ามาประกาศตัวหนึ่งในนั้นคือพงษ์เลิศ ชัยธวัช

คนหนุนพงษ์เลิศคือ วิเชียร อิสราวัชร นักธุรกิจใหญ่ เขาไม่รู้เลยว่ากำลังติดเขี้ยวเล็บให้เสือ แล้วยังสนับสนุนให้มาเฟียเข้าเล่นการเมือง ด้วยเข้าใจว่าเป็นคนดี จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้

เมื่อรู้ตัวว่าพลาด ผู้สนับสนุนคิดถอนตัว แต่ไม่ง่าย เพราะจอมมาเฟียไหวตัวทัน และเกรงภัยจากวิเชียร ที่รู้ความลับมากเกินไป จึงคิดกำจัดทั้งครอบครัว

วิเชียรรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ จึงรีบหาทางออกให้ลูกเมีย โดยขอให้คำเที่ยงมารับยศวีร์ลูกชายคนเล็กกับพรรณศรีภรรยาหนีไปก่อน แล้วโทร.ตามธำรงเพื่อนรักมารับตัวเนติมาหรือเนติ์ลูกสาวคนโตวัย 15 ปี ไปอยู่ต่างประเทศด้วย แต่พรรณศรีไม่ยอม เธอขออยู่เคียงข้างสามีจนนาทีสุดท้าย

นาทีมรณะเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว วิเชียรตระหนักได้ว่าเหลือเวลาไม่มากแล้ว ครั้นคำเที่ยงมาถึง เขาตัดสินใจหยิบกล่องไม้เล็กๆ สองกล่องยื่นให้

“คำเที่ยง กล่องนี้มีของที่ฉันต้องการให้ลูกทั้งสองคน นี่ของวีร์ ส่วนใบนี้ของเนติ์ ฉันเขียนชื่อกำกับไว้ใต้กล่อง แล้วนี่นามบัตรคุณธำรง เมื่อเรื่องทุกอย่างสงบติดต่อเขาทันที ฉันฝากเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันด้วยนะ”

“ครับ คุณวิเชียรมีพระคุณกับผมท่วมหัว ผมจะดูแลเขายิ่งกว่าชีวิตครับ” คำเที่ยงรับคำด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่พรรณศรีโผเข้ากอดยศวีร์ทั้งน้ำตา เธอพร่ำสั่งเสียลูกให้เป็นคนดี เด็กชายเห็นแม่ร้องไห้ก็พลอยร้องตาม วิเชียรยืนมองอย่างเจ็บปวด ก่อนตัดใจอุ้มยศวีร์จากอ้อมกอดของภรรยา ส่งให้คำเที่ยงพาขึ้นรถจากไป

เด็กชายร้องไห้คร่ำครวญ ขออยู่รอพี่สาวกลับจากโรงเรียนก่อน แล้วค่อยจากไปพร้อมกัน พรรณศรีแทบใจสลาย ก้าวเท้าตามลูก แต่วิเชียรรั้งไว้ ขณะพยายามกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายมิให้ไหลออกมา

รถของคำเที่ยงแล่นลับตาไปแล้ว วิเชียรโทร.ตามกันต์เพื่อนบ้านผู้อาสาไปรับเนติมาจากโรงเรียนให้เพราะเธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับขวัญชนกลูกสาวของเขา

กันต์ตอบว่าวันนี้รถติดมาก ใกล้ถึงบ้านแล้วไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนสองสาวน้อยกำลังอ่านหนังสืออยู่เบาะหลัง

ด้านวิเชียร เขานึกได้ว่ามีของสำคัญอีกอย่าง ที่ต้องฝากคำเที่ยงไป แต่เพราะรีบร้อนจึงลืมเสียสนิท

“คุณรีบโทร.หาคำเที่ยง ของคุณเก็บไว้ที่ไหน เดี๋ยวฉันจะรีบไปเอามาให้” พรรณศรีร้อนใจ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร เสียงรถก็ดังเข้ามา

พรรณศรีเข้าใจว่าเป็นลูกสาว จะก้าวออกไปรับ แต่วิเชียรดึงภรรยาไว้ แล้วมองลอดช่องออกไป เห็นรถตู้คันงามวิ่งเข้ามาจอด ทนง โปรย ชูศักดิ์ ลงมาจากรถ ตามด้วยปาน และมาเฟียจอมเนรคุณนามพงษ์เลิศ

เหล่าวายร้ายเดินเข้ามาในบ้าน พวกมันมองวิเชียรกับพรรณศรีอย่างใจเย็น ด้วยล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี เจ้าของบ้านสูดลมหายใจลึกๆ มองตอบอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

รถของกันต์แล่นมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน

อิสราวัชร เนติมาลงมาจากรถ เธอยกมือไหว้ขอบคุณกันต์ แล้วหันมาโบกมือลาเพื่อนรัก

กันต์ขับรถออกไป แล้วเลี้ยวเข้าบ้านซึ่งอยู่ติดกัน

เด็กหญิงยิ้มอารมณ์ดี ขยับจะเดินเข้าบ้านแต่ต้องชะงัก เพราะประตูเข้าบ้านเปิดค้างอยู่ เธอแปลกใจรีบเข้าข้างใน

เวลาเดียวกันนั้น พงษ์เลิศนั่งบนโซฟาหรูอย่างใจเย็น สายตามองวิเชียรกับพรรณศรีที่ถูกมัดมือไพล่หลัง และมัดปากไว้ ใบหน้าของวิเชียรเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ใกล้กันปานยืนคุมอยู่ ห้องถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย

สักครู่ ทนง ชูศักดิ์ และโปรยลงมาจากชั้นบน ทั้งสามรายงานเจ้านายว่าไม่พบของที่ต้องการ พงษ์เลิศมองวิเชียรอย่างหงุดหงิด ก่อนพยักหน้าให้ปานเข้าซ้อมวิเชียรอีกยก พลางบังคับให้บอกที่ซ่อนของ แต่วิเชียรไม่ปริปาก พงษ์เลิศหมดความอดทน หันไปสั่งให้โปรยโชว์ผลงาน

โปรยไม่รอช้า ตรงเข้าทำร้ายพรรณศรี วิเชียรสงสารภรรยาจับใจ แต่ช่วยเธอไม่ได้

“ทำกับแก อย่างมากแกก็เจ็บตัว แต่ทำกับคนที่แกรัก แกเจ็บไปถึงข้างใน มันสะใจฉันกว่า ฮ่าๆ ในเมื่อแกไม่ยอมบอกว่าของที่ฉันต้องการอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่บังคับอะไรแกล่ะ ฉันรู้ว่าความลับไม่มีวันตายแต่คนที่กุมความลับมันตายเป็น” พงษ์เลิศเอ่ยอย่างเลือดเย็น

จังหวะนั้น พรรณศรีกระเสือกกระสนพลิกตัวกลับขึ้นมา เธอต้องชะงัก เมื่อเห็นเนติมายืนช็อกอยู่มุมหนึ่งของสวนหย่อมหน้าบ้าน ผู้เป็นแม่พยายามส่งสายตาบอกลูกว่าอย่าเข้ามา โชคดีที่พงษ์เลิศไม่ทันเห็น เขาหันไปสั่งปานให้จัดการกับวิเชียรและพรรณศรี

“ครับนาย” ปานรู้งาน หยิบปืนขึ้นมาสวมลำกล้องเก็บเสียงด้วยความชำนาญ

เนติมายืนตะลึง ตกใจสุดขีด เมื่อเห็นพ่อกับแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ขณะจะร้องออกมาเพราะเกินอดกลั้น พลันมีมือเข้ามาปิดปากไว้ แล้วดึงตัวหลบออกไป เวลาเฉียดฉิวกันนั้น พงษ์เลิศกับปานเดินออกมา

“แล้วลูกของมันอีกสองคน นายจะทำยังไงครับ” ปานกวาดสายตาไปรอบๆ

“ไอ้วิเชียรมันรู้ตัวว่าจุดจบของมันจะเป็นยังไง ป่านนี้มันคงเอาลูกไปซ่อนที่ไหนสักแห่ง ตามไปจัดการเด็กสองคนนั่นให้ได้ ฉันไม่อยากให้มันกลับมาเป็นหอกข้างแคร่ในอนาคต” พงษ์เลิศพูดอย่างเอาจริงเอาจัง ก่อนเดินนำสมุนไปขึ้นรถ

ธำรงพาเนติมาหลบหลังพุ่มไม้พลางกระซิบสั่ง “นิ่งไว้นะหนูเนติ์ แล้วหนูจะปลอดภัย”

เนติมาน้ำตาไหลพราก ทั้งตกใจและเสียใจ เธอพยายามมองผ่านพุ่มไม้เข้าไปในบ้านด้วยความเป็นห่วงพ่อกับแม่

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์ภรรยาของกันต์กำลังจัดของในห้องให้เข้าที่เข้าทาง เธอขยับรูดม่านหน้าต่างให้เปิดออก แต่ต้องชะงัก เมื่อสายตามองผ่านหน้าต่างเข้าไปที่ชั้นล่างของบ้านอิสราวัชร เห็นขาของพรรณศรีนอนราบอยู่ที่พื้น ก่อนจะเลื่อนหายไป

“ว้าย” เจือจันทร์รีบปิดม่านตั้งสติ แล้วแง้มผ้าม่านมองลงไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นชูศักดิ์ยืนอยู่ แถมมองสวนขึ้นมาด้วยสายตาดุดัน

ooooooo

ธำรงพาเนติมาหลบพวกนั้นมาขึ้นรถหนีอย่าง

รวดเร็ว เขาเสียใจมากที่มาช่วยวิเชียรไม่ทัน แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือ พาเนติมาไปอยู่ต่างประเทศตามคำขอร้องของเพื่อนรัก ส่วนเนติมายังไม่หายอาการช็อก นั่งร้องไห้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ธำรงเอ่ยกับเด็กหญิงอย่างใจเย็น

“อาจะไม่บอกให้หนูพยายามลืมนะหนูเนติ์ เพราะในความเป็นจริงมันลืมไม่ได้แน่นอน แต่หนูต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นเนติมาคนใหม่ ที่จะไม่ทำให้พ่อแม่ของหนูผิดหวัง”

“แล้วน้องของหนูอยู่ไหนคะคุณอา”

“อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ไม่รู้จริงๆว่าเขาไปอยู่ที่ไหน”

เนติมาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ธำรงเอื้อมมือไปลูบหัว

“เปลี่ยนความทรงจำร้ายๆ ให้เป็นอนาคตที่สดใสให้ได้ อารู้ว่ามันยาก แต่หนูต้องทำให้ได้ คมของมีดดาบ มันยังต้องผ่านการตีตอนที่มันร้อนๆ คมของคนมันก็ลับคมด้วยความเดือดร้อนของชีวิตเหมือนกัน โตขึ้น หนูจะเข้าใจ”

เนติมากำมือแน่นพยายามกลั้นน้ำตาอย่างที่สุด ก่อนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เราจะไปไหนกัน?

“สนามบิน...” ธำรงส่งยิ้มอบอุ่น

จุดหมายปลายทางคือ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ooooooo

10 ปีผ่านไป ศิวัช กิตติธร ลูกชายคนเดียวของธำรง และเนติมา อิสราวัช เติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความใกล้ชิดก่อให้เกิดความผูกพัน แล้วกลายเป็นความรัก

ใกล้ค่ำของทุกวัน ถ้าศิวัชมีเวลา เขาจะชวนเนติมาวิ่งขึ้นบันไดหอไอเฟล เพื่อชมความงามของกรุงปารีสยามค่ำคืน กิจกรรมนี้หญิงคนรักโปรดปรานนัก เพราะได้รอลุ้นว่า หอไอเฟลจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร

“เปลี่ยนไฟสีใหม่ด้วยสวยจังเลย ถ่ายรูปกันเถอะค่ะ” เนติมาตื่นเต้นดึงศิวัชเข้ามาใกล้แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ เพิ่มความหวานให้กับชีวิตรัก

ครั้นชมความงามของแสงสีจนพอใจแล้ว ศิวัชชวนคนรักไปนั่งเรือเล่นกันต่อ ทั้งสองเดินกุมมือกันออกไป

อีกมุมหนึ่งในหอไอเฟล ระบิลอดีตตำรวจคอมมานโดฝีมือดี ยืนคุยอยู่กับรูปถ่ายของคนรักด้วยความคิดถึง

“ทายสิ วันนี้พี่พาหนูมาเที่ยวที่ไหน ทายไม่ถูกใช่ไหมล่ะ แอ่นแอ๊น...” ระบิลค่อยๆพลิกรูปให้หันออกไปยังวิวด้านนอก “หอไอเฟล สวยไหมคะเอม อึ้งๆ ชอบอ่ะดี๊” ชายหนุ่มหันรูปกลับมามอง พลางเอื้อมมือไปสัมผัสรูปเอมมิกาอย่างทะนุถนอม “พี่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเอมแล้วนะคะ เราสองคนจะไปด้วยกันทุกที่ เราจะไม่มีวันพรากจากกัน” อดีตคอมมานโดหน้าสลดไปนิด ก่อนตัดใจเก็บรูปเข้าไปในเสื้อแจ็กเกต

ด้านเนติมากับศิวัช ทั้งสองนั่งดินเนอร์อยู่ในเรือหรูกลางแม่น้ำแซนน์ หญิงสาวชื่นชมบรรยากาศอันแสนโรแมนติก พลางเปรยว่า ชอบชีวิตที่ปารีสมาก

“เนติ์ไม่อยากกลับเมืองไทยเหรอจ๊ะ”

เนติมาถอนใจ ตัดความกังวลเรื่องราวในเมืองไทยในสมอง ก่อนตอบคนรัก “อยากสิคะ ที่นั่นบ้านของเนติ์ เนติ์มีเรื่องต้องกลับไปสะสางที่นั่น”

“พี่สัญญา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะอยู่ข้างๆ เนติ์ตลอดไป” ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาว แล้วหยิบกล่องแหวนออกมาเปิด เผยให้เห็นแหวนเรียบๆประดับเพชรรูปหัวใจด้านใน

เนติมาเขินอาย ขณะที่ศิวัชพูดอย่างอ่อนโยน “แต่งงานกับพี่นะเนติ์” ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ลงมานั่งคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาว พลางยื่นแหวนให้

นักท่องเที่ยวหันมามองทั้งคู่เป็นจุดเดียว ก่อนช่วยกันปรบมือเชียร์ให้เธอตอบตกลง หญิงสาวสบตากับศิวัชอย่างอายๆ แล้วเอ่ย “มองตาเนติ์สิคะ พี่ศิวัชน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่คะ”

ศิวัชดีใจมาก หยิบแหวนสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเนติมาอย่างนุ่มนวล นักท่องเที่ยวรายรอบต่างปรบมือ แสดงความยินดี

“ขอบคุณนะคะ” เนติมาดึงศิวัชให้ลุกขึ้น

“พี่รักเนติ์นะจ๊ะ” ศิวัชโอบร่างเนติมาเข้ามากอดด้วยความรัก

ooooooo

ขณะที่เนติมาเติบโตมาด้วยความรักของธำรงกับศิวัช แต่อิทธิหาญลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพงษ์-เลิศกลับเติบโตท่ามกลางความชั่วอย่างสมบูรณ์แบบ

ทายาทมาเฟียถือว่ามีพ่อเป็นผู้ทรงอิทธิพล ไม่มีใครอยากต่อกรด้วย จึงทำตัวเป็นเพลย์บอย บ้ากาม เลือดร้อน ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง พฤติกรรมร้ายๆ สร้างความอิดหนาระอาใจพ่อยิ่งนัก

วันหนึ่งพงษ์เลิศเรียกลูกชายมาเตือนให้เพลาๆ ลงบ้าง เพราะลูกน้องเพิ่งรายงานว่า อิทธิหาญข่มขืนผู้หญิงแล้วฆ่าพร้อมกับแฟนของเธออย่างเลือดเย็น เนื่องจากไม่พอใจที่ฝ่ายชายโกงเงินในบ่อน แต่ลูกชายตัวดีกลับหัวเราะชอบใจ อ้างว่าไม่มีใครกล้าหือกับลูกนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่อย่างตน

“ใกล้เลือกตั้งแล้ว พ่อไม่อยากให้คนซุบซิบนินทาในทางไม่ดี จะทำให้เสียคะแนน ช่วงนี้แกทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน”

“พ่อกลัวเหรอ”

“พ่อมีลางสังหรณ์ว่าพวกมันจะกลับมา”

“ใคร” อิทธิหาญมองผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย

“ก็ไอ้เจ้าของบ้านอิสราวัชรที่แกเอาไปทำคลังเก็บอีหนูนั่นไง จำไว้ พวกมันเหมือนงูพิษที่เราตีไม่ตาย วันหนึ่งมันต้องกลับมาแว้งกัดเราแน่” พงษ์เลิศพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ooooooo

วันต่อมา ในกรุงปารีส ระบิลเข้าฝึกศิลปะการต่อสู้กับเพื่อนชาวยุโรปร่างใหญ่เพื่อเตรียมรับงานบอดี้การ์ด แต่ไม่มีใครสู้เขาได้สักคน ครูฝึกร่างบึ้กเข้ามาชมระบิลและชวนไปเป็นการ์ดส่วนตัวผู้นำประเทศแถวยุโรปด้วยกัน แต่เขาว่าอยากกลับเมืองไทยมากกว่า

“โอเค ผมเข้าใจ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พบกัน” ครูฝึกเดินแยกออกไป

ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนรู้สึกหิวขึ้นมา เขาหันไปมองหาร้านอาหาร พลันชะงักเมื่อเห็นเนติมานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสืออยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มมองอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปถามว่า เธอใช่คนไทยหรือเปล่า
เนติมาชะงักมองต้นเสียง เห็นชายหนุ่มยิ้มแฉ่งให้ เธอยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร “สวัสดีค่ะ”

“สุดยอด ไม่ได้คุยกับคนไทยมาเป็นเดือนจนจะเฉาตายอยู่แล้ว ผมมาเรียนที่นี่ครับ แล้วคุณล่ะ” ระบิลดีใจรีบชวนเธอคุย แต่ศิวัชเข้ามาขัดจังหวะ เขาถามคนรักว่าคุยกับใคร

“คนไทยเหมือนกันค่ะ เขามาเรียนที่นี่เหมือนกัน”

“สวัสดีครับ” ระบิลทัก

ศิวัชยิ้มรับแล้วดึงเนติมาให้ลุกออกไปด้วยกัน เพราะมีงานสำคัญรออยู่ เนติมาหันมาลาระบิล ชายหนุ่มมองตามอย่างเสียดาย เพราะไม่ทันได้รู้ชื่อหญิงสาว และแอบอิจฉาเล็กๆ เมื่อเห็นหนุ่มสาวเดินจูงมือกันออกไป คิดพลางหยิบรูปคนรักออกมาดู

“หนูไม่ต้องอิจฉาเขานะคะ หนูก็รู้ว่าพี่หวานกว่านั้นได้อีกสามพันเท่า” ระบิลยิ้มมองรูปภาพด้วยความรัก ในจังหวะเดียวกัน สายตาก็ชำเลืองไปเห็นหนังสือของเนติมาที่อ่านอยู่เมื่อครู่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นมา แล้ววิ่งตามออกไป เมื่อไม่ทันก็ได้แต่ถอนใจ

ooooooo

ศิวัชพาเนติมากลับคฤหาสน์หรูของธำรงเพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิด หญิงสาวน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันเพราะลืมวันเกิดตัวเองเสียสนิท จากนั้นหนุ่มสาวก็ออกไปหามุมสงบนั่งคุยเรื่องวันวิวาห์

“กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที” ศิวัชเอ่ยกับคนรัก เนติมายิ้มรับมีความสุขที่สุด แต่ไม่ทันเห็นธำรงที่ยืนมองอยู่ไกลๆ อย่างไม่สบายใจนัก

กลางดึกคืนนั้น เนติมาฝันถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน เธอกรีดร้องเรียกหาพ่อแม่ด้วยความหวาดกลัว

“เนติ์ เนติ์ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” ธำรงกับศิวัชเปิดประตูเข้ามา

เนติมาสะดุ้งตื่นทั้งน้ำตา เธอบอกสองพ่อลูกว่า ฝันเห็นพวกมันอีกแล้ว ศิวัชเอื้อมมือไปแตะริมฝีปาก “เรื่องมันผ่านไปแล้วนะจ๊ะเนติ์ เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว”

“แต่เมื่อไหร่ที่คนชั่วพวกนั้นยังลอยนวล ฝันร้ายของเนติ์คงไม่จบลงแน่ คุณอาคะ เนติ์อยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด” เนติมาพูดอย่างร้อนใจ

ธำรงยิ้มให้กำลังใจเพราะเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวดี

ส่วนที่เมืองไทย พงษ์เลิศออกมาพบกับชลกรสาวเสน่ห์แรงผู้ใช้เรือนร่างเป็นสะพานทอดไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ หญิงสาวขอบคุณพงษ์เลิศที่ช่วยชงให้ท่านเขมชาติอนุมัติให้บริษัทของญาติเธอได้รับเหมาก่อสร้างโครงการสร้างทาง เพราะได้ผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนมหาศาล

มาเฟียรุ่นใหญ่หัวเราะชอบใจ หันมองเหล่าคนงานซึ่งทำงานอยู่ไม่ห่างด้วยสายตาดูถูก “ต้องขอบคุณไอ้พวกนั้นไง จำไว้นะชลกร คนรากหญ้าพวกนี้เราต้องเลี้ยงไว้ เพราะตราบใดที่มีพวกมันอยู่ คนรากแก้วอย่างเรายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เฮ้อ สิบปีที่พวกเราผูกขาดบริหารประเทศมานี่ ผมมีความสุขที่สุดเลยรู้ไหมเหมือนเล่นหมากรุกอยู่ข้างเดียว จะเดินเกมให้ใครเป็นใครตายก็ได้ตามใจชอบ สะใจจริงๆ”

“แล้วคุณไม่ห่วงเหรอคะ ว่าวันหนึ่งใครนะคะ จะกลับมา...”

“แล้วคุณคิดว่าผมจะให้มันกลับมาง่ายๆเหรอ ฮึ ถ้ามันอยากกลับมา ก็ต้องนอนมาในโลงกลับมาเท่านั้น”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ณ กรุงปารีส ธำรงเรียกศิวัชกับเนติมาออกมาคุยเรื่องกลับเมืองไทย เพราะพรรค การเมืองของเขา พร้อมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

“ได้เวลาทวงความยุติธรรมคืนมาแล้วสินะคะ” เนติมามุ่งมั่น แต่ศิวัชต่อรองว่า จะขอแต่งงานกับเนติมาก่อนเริ่มงานการเมือง

ธำรงส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ เนื่องจากยังมีภารกิจสำคัญอีกมากต้องกลับไปทำ โดยเฉพาะเนติมา แล้วยกสารพัดเหตุผลมาโน้มน้าว ให้ทั้งสองเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อน

ศิวัชกับเนติมามองหน้ากันรู้สึกไม่สบายใจนัก ธำรงจึงตัดบท “เอาน่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะจัดงานแต่งงานให้ยิ่งใหญ่สมกับที่อดทนรอคอย ผลไม้สุก มันหอมหวานกว่าผลดิบเปรี้ยวไม่ใช่เหรอ”

ศิวัชกับเนติมาถอนใจพยักหน้ายอมรับในเหตุผล ก่อนศิวัชจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“แต่ถึงยังไง ผมก็ยังอดเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเนติ์ไม่ได้ครับคุณพ่อ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พ่อมีแผนไว้หมดแล้ว” ธำรงพูดด้วยความสบายใจ ขณะที่ศิวัชกับเนติมาชักสีหน้าด้วยความสงสัย

สายวันเดียวกัน ครูฝึกโทร.แจ้งข่าวดีกับระบิลว่า หางานที่เหมาะสมให้ได้แล้ว พร้อมนัดให้ไปพบธำรงนายจ้างที่ริมแม่น้ำแซนน์

“ผมดีใจที่ได้คนมีฝีมืออย่างคุณมาร่วมงานด้วย” ธำรงเข้ามาทักทาย

“คุณธำรงเห็นฝีมือผมจริงๆ คุณอาจน้ำตาตกในก็ได้นะครับ” ระบิลอมยิ้มอารมณ์ดี

“จะใช้งานคนให้เป็น ก็ต้องรู้ศักยภาพของคนๆนั้นก่อนไม่ใช่เหรอ จะทดสอบไหมล่ะ ว่าผมรู้ประวัติคุณดีแค่ไหน”

“โอ๊ยๆ ไม่ต้องครับๆ จริงจังซะขนาดนี้ สงสัยรู้ถึงชื่อปู่ผมแน่ๆ เอาเป็นว่าผมทำงานให้คุณธำรงคุ้มเม็ดเงินแน่ๆ แต่ขออย่างเดียว อย่าให้ผมทำงานผิดกฎหมายก็พอ”

“งานนี้นอกจากไม่ใช่งานผิดกฎหมายแล้ว คุณยังจะมีส่วนร่วมทำให้แผ่นดินไทยสูงขึ้นด้วย”

“แหม ยังไม่ทันเริ่มงาน ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังซุปเปอร์ฮีโร่แล้วนะครับนี่ อ้อ แล้วจะให้ผมเริ่มงานคุ้มครองท่านเมื่อไหร่ครับ”

“ทันทีที่เท้าเราสัมผัสแผ่นดินไทย อ้อ ผมลืมบอกไป คุณไม่ต้องมาคุ้มครองอะไรผมหรอกนะ โน่นคนที่คุณจะต้องคุ้มครองมาโน่นแล้ว” ธำรงมองออกไป

ระบิลมองตามไป พลันชะงัก เมื่อเห็นเนติมาเดินจูงมือมากับศิวัช ทั้งสามจำกันได้ ศิวัชบอกพ่อว่า เคยเจอระบิลที่ร้านอาหาร ธำรงยิ้มชอบใจก่อนแนะนำให้เนติมากับศิวัชรู้จักกับระบิลอย่างเป็นทางการอีกครั้งในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัวของเนติมา

ooooooo

ในตอนเย็น ระบิลนัดเนติมากับศิวัชออกมาพบที่ร้านกาแฟเพื่อคืนหนังสือให้ เนติมาดีใจมาก ศิวัชลูบหัวคนรักอย่างอ่อนโยนพลางล้อว่า เป็นโชคดีของตนที่ไม่ต้องตระเวนหาซื้อมาคืนให้เพราะหนังสือหายากมาก

ระบิลเห็นทั้งสองหวานใส่กันก็อดแซวไม่ได้ “ท่าทางงานนี้ผมทำงานไป ตาคงร้อนผ่าวๆไปแน่ๆ เพราะเป็นโรคขี้อิจฉาเวลาคนมาสาดความหวานกันตรงหน้าน่ะ อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมปิดตาก็ได้”

ศิวัชกับเนติมาหันมายิ้มให้กัน แล้วสาวเจ้าก็ชวนคนรักขึ้นไปดูวิวบนหอไอเฟล เพื่อบอกลา เธอยังใจดีชวนระบิลไปด้วย แต่ยังไม่ทันได้ออกจากร้าน ธำรงก็โทร.ตามศิวัชให้กลับไปประชุมงานด่วน

เนติมาหน้าจ๋อยเสียดายโอกาสดีๆ ศิวัชไม่อยากให้คนรักผิดหวัง เขาขอให้ระบิลพาเนติมาไปชมหอไอเฟลแทน

“ทริปพาแฟนเจ้านายเที่ยวนี่ไม่ใช่หน้าที่บอดี้–การ์ด แต่ผมถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมแถมให้ก็แล้วกันนะคุณ” ระบิลหันมาล้อ แล้วจะเดินไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ แต่เนติมารั้งไว้

“เดี๋ยว ใครว่าเราจะขึ้นลิฟต์” ขาดคำ สาวเจ้าก็วิ่งนำระบิลขึ้นบันไดหอไอเฟล เธอวิ่งมาได้สักพักก็หยุดหอบ ระบิลเดินตามมาอย่างใจเย็นพลางล้อ

“ไหวไหมคุณ นี่แหละนา มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ใช้ไม่ใช้ กว่าจะถึงข้างบน ผมว่าเป็นลมอีกหลายยกแน่ๆ เปลี่ยนใจเดินลงไปขึ้นลิฟต์ยังทันนะครับ”

“แหม ดูถูกกันมากเกินไป ฉันน่ะขึ้นแบบนี้มาหลายรอบแล้ว ไป เดี๋ยวไม่ทัน” เนติมาตั้งหลักสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดต่อ

ระบิลอมยิ้มก่อนจะวิ่งเหยาะขึ้นบันไดตามไป ไม่นานก็พบเธอยืนหอบรออยู่ ชายหนุ่มแกล้งวิ่งแซงแล้วหันมาเร่งให้เธอเดินตาม เนติมาค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้ พลางอ้างว่า ขอตั้งหลักก่อน

“โธ่ แล้วบอกขึ้นมาบ่อยๆ”

“บ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าขึ้นทุกวันนี่คุณ ใครจะฟิตวิ่งตัวปลิวเหมือนคุณล่ะ”

“อ้าว ก็ผมขึ้นบ่อยๆ แต่เป็นภูเขาทองครับ”

“คุณว่าอะไรนะคะ”

“ก็ภูเขาทองบ้านเราไง ผมน่ะขึ้นบ่อยๆ วิวข้างบนสวยนะคุณ แหม ทำมึนมาอยู่ปารีส จนนึกหน้าภูเขาทองไม่ออกล่ะสิ ฮ่าๆ”

เนติมาถอนใจเซ็งกับมุขแป้กของชายหนุ่ม เธอรีบเดินแซงหน้าไป

ระบิลมองออกไปด้านนอก พลางคิดถึงเมื่อครั้งพาเอมมิกาขึ้นไปไหว้พระ และชมวิวบนภูเขาทอง ก่อนต่อด้วยทานอาหารอร่อยๆ แถวเสาชิงช้า

“เฮ้อ อากาศดีจัง อย่างนี้ไม่ต้องไปถึงต่างประเทศก็ได้นะคะ” เอมมิกาชื่นชมกับวิวสวยๆตรงหน้า

“เอ งั้นเราก็ไม่ต้องเก็บตังค์ไปฝรั่งเศสแล้วสิคะ” ระบิลเข้ามายืนข้างคนรัก

“อุ๊ย เก็บสิคะ ครั้งหนึ่งในชีวิตเอมอยากไปที่นั่นจริงๆ เก็บเงินไปเที่ยวกันต่อนะคะๆ”

ระบิลเอื้อมมือไปลูบหัวเอมมิกาอย่างอ่อนโยนพลางให้สัญญาว่า จะไปด้วยกัน แต่ไม่อาจทำตามสัญญาได้ เมื่อวันหนึ่งเอมมิกาตามไปช่วยจับคนร้าย และเอาตัวเข้ารับกระสุนแทน

“เอม เอม” ระบิลถลาเข้าประคองร่างคนรัก เธอสิ้นใจอยู่ในอ้อมกอดของเขา

อดีตคอมมานโดหน้าสลดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเอมมิกา เนติมาหันมามองเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ยอมตามมา จึงกลับมาชะโงกหน้าถามว่า เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายหรือเปล่า

ระบิลสะดุ้งตื่นจากภวังค์หันมาตอบ “อ๋อ เปล่าครับ แค่ส่งกระแสจิตให้คนที่เขาอยากมาที่นี่ แต่มาไม่ได้น่ะครับ”

“แฟนเหรอคะ” เนติมารู้ทันจะแซวต่อ แต่ไฟที่ประดับบริเวณหอไอเฟลสว่างพรึ่บขึ้นมา ท่ามกลางเสียงปรบมือของนักท่องเที่ยวมากมาย

“สวยจังเลย” เนติมาหันไปมองด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“ใช่ครับ สวยมาก รับบริการถ่ายรูปไหมครับพี่” ระบิลทำร่าเริงกลบเกลื่อน เขาหยิบกล้องตัวจิ๋วออกมาถ่ายรูปให้เนติมาที่ยืนโพสท่าคอย

ทั้งสองส่งยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี สักครู่ศิวัชก็โทร.มาบอกเนติมา ว่าคงมารับไม่ได้เพราะยังคุยธุระไม่เสร็จ ระบิลอาสาไปส่งหญิงสาวเอง เนติมาชักหิวชวนชายหนุ่มแวะหาอะไรทานรองท้องก่อน

ชายหนุ่มเห็นด้วยและขอเป็นเจ้ามือ “เล็กน้อย ถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมน่าเจ้านาย”

เนติมาไม่ชอบใจที่ถูกเรียกว่าเจ้านาย แต่ก็เถียงสู้เขาไม่ได้จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“บุคลิกนายนี่ไม่เหมือนบอดี้การ์ดเลยจริงๆนะ แล้วยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ที่นายจะเคยเป็นหน่วยคอมมานโดมือดีของเมืองไทย”

“สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่ก็ได้นี่คุณ ของพรรค์นี้พูดแล้วจะหาว่าคุย ทั้งสามโลกเนี่ย ใครจะเก่งเกินนายระบิลคนนี้ ยากส์” ระบิลทำทะเล้น ลอยหน้าลอยตาพูด จนเนติมานึกหมั่นไส้

ooooooo

คืนนั้นระบิลมาส่งเนติมาที่คฤหาสน์ของธำรง ศิวัชออกมารับคนรัก ธำรงเดินตามออกมาและชวนระบิลอยู่คุยกันก่อน แต่ชายหนุ่มว่าต้องรีบกลับไปเก็บข้าวของเตรียมกลับเมืองไทย

“โอเค งั้นตามสะดวกคุณก็แล้วกัน ยังไงพรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”

“ครับ งั้นผมลาล่ะครับ” ระบิลยกมือไหว้ธำรงก่อนหันไปยิ้มให้ศิวัชกับเนติมาพลางล้อว่า “ไปนะครับเจ้านาย”

เนติมาส่งค้อนขวับ ระบิลยิ้มชอบใจแล้วเดินเลี่ยงออกไป

ใช้เวลาไม่นาน ชายหนุ่มก็กลับมาถึงห้องพัก เขาทยอยเก็บข้าวของลงในกระเป๋าเดินทาง รวมทั้งภาพถ่ายของเอมมิกา เขาบอกกับเธออย่างอ่อนโยนว่า กลับเมืองไทยด้วยกันนะคะเอม แล้วค่อยๆวางรูปลงในกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะหันไปหยิบกล้องถ่ายรูปมาเปิดดู และเปรยกับรูปของเนติมาเพิ่งถ่ายมาสดๆ ร้อนๆ

“ถ้าจ้างผมครบหนึ่งปี ผมจะอัดรูปนี้ใส่กรอบทองให้เป็นโปรโมชั่นเสริมนะเจ้านาย”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ในเมืองฟ้าอมร คำเที่ยงมาส่งอนงค์หรืออ้อลูกสาวของเขากับดลที่คอนโดแห่งหนึ่ง ทั้งสองเพิ่งเข้ามาเรียนต่อในเมืองหลวง คำเที่ยงฝากฝังให้ดลช่วยดูแลอ้อด้วย

“ผมสัญญาว่าจะดูแลอ้อให้ดีที่สุดครับ”

“พ่อเชื่อว่าดลทำได้ ขอบคุณมากนะลูก ขอบคุณจริงๆ”

“ผมต่างหากครับ ที่ต้องขอบคุณพ่อ ถ้าไม่ได้พ่อ ป่านนี้ชีวิตผมคง...”

“ที่ผ่านมาดลก็ทำหน้าที่ลูกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอยู่แล้ว ดลเป็นคนดี พ่อเชื่อว่าดลต้องได้สิ่งดีๆกลับคืนมา” คำเที่ยงพูดอย่างใจเย็น

ดลอมยิ้มรู้สึกอบอุ่นและมีความหวังขึ้นมา เขาหยิบกล่องไม้ที่วิเชียรมอบให้ขึ้นมาเปิดดู เห็นรูปครอบครัวที่ถ่ายพร้อมหน้า ทั้งวิเชียร พรรณศรี เนติมา และยศวีร์

“สิ่งดีๆจะกลับคืนมา” หนุ่มน้อยรำพึง

“ใช่ สิ่งดีๆ ที่ลูกรออยู่ร่วมสิบปี ลูกจะได้กลับไปเป็นยศวีร์ อย่างที่ลูกเคยเป็นซะที” คำเที่ยงโอบไหล่ให้กำลังใจ ดลโผเข้ากอดแทนคำขอบคุณ ชายชรากระชับอ้อมกอดด้วยรักดลเหมือนลูกชายคนหนึ่ง

เวลาเดียวกัน ในกรุงปารีส เนติมากำลังจัดของลงกระเป๋าเดินทาง เธอนึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อของฝากเพื่อนๆที่เมืองไทย เธอตั้งใจไปชวนศิวัช เมื่อเห็นเขาประชุมอยู่ จึงจะขับรถออกไปเอง จังหวะนั้นระบิลมาถึงพอดี เขาอาสาขับรถให้ สาวเจ้าไม่ยอมเพราะเชื่อว่าชำนาญเส้นทางมากกว่า

ระบิลไม่ขัดใจ เขาขึ้นไปนั่งชูคอเป็นตุ๊กตาหน้ารถแล้ววางท่าเป็นเจ้านายแทนเนติมาอย่างโอเวอร์ จนเธออดขำไม่ได้

ขณะเนติมาเลือกซื้อของแบรนด์เนมอยู่กับระบิลนั้น ศิวัชโทร.เข้ามาถามว่า เธออยู่ไหน ได้ยินคนรักบอกว่าเดินซื้อของอยู่กับระบิลก็เบาใจ ฝากให้ชวนบอดี้การ์ดคนใหม่มาดินเนอร์ที่บ้านด้วย

เนติมารับคำหันมาชวนระบิล ชายหนุ่มเอามือลูบท้องบอกว่า สบายไปอีกมื้อเพราะอิ่มจังตังค์อยู่ครบ แล้วชวนเจ้านายกลับบ้าน ระหว่างทางมีคนขับตาม ระบิลเตือนให้เนติมารู้ตัว เขาให้เธอเลี้ยวเข้าไปจอดในซอยข้างหน้า แล้วพาวิ่งหนีคนร้ายออกไป

เมื่อวายร้ายตามมาทัน ระบิลมีเมตตาช่วยประเคนแม่ไม้มวยไทยทั้งหมัด ศอก เข่า แถมด้วยเท้าเข้าใส่ ชายร่างใหญ่สองคนกระอักอาน ถึงกับลงไปนอนกอง

ระบิลดึงเนติมาให้วิ่งต่อ แล้วจู่ๆกระสุนปืนสามสี่นัดก็ยิงลงมาจากที่สูงเฉียดเนติมาไปนิดเดียว ระบิลพาเธอเข้าไปหลบหลังลังผลไม้

เนติมาหยุดหอบพลางเอ่ยถามว่า พวกนั้นเป็นใคร ระบิลส่ายหน้าพลางถามกลับว่าไหวไหม

“ฉันจำเป็นต้องไหวไม่ใช่เหรอ”

ระบิลชื่นชมในความใจสู้ของเธอ เขามองลอดช่องว่างของลังผลไม้ไป เห็นชายร่างใหญ่สองคนลุกขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งบนยอดตึกก็มีชายอีกกลุ่มกำลังเล็งหาตำแหน่งยิงเนติมาใหม่ บอดี้การ์ดหน้าเครียดบอกกับเจ้านาย “เตรียมใส่เกียร์ห้า แล้วโกยสุดชีวิตเลยนะคุณ”

“นายจะทำอะไรน่ะ” ขาดคำ ระบิลออกแรงดันลังผลไม้ให้ล้มลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายร่างใหญ่สองคนวิ่งมาพอดีจึงโดนลังผลไม้ล้มเข้าใส่จนเสียหลักล้มลง

“วิ่ง” ระบิลคว้าแขนเนติมาออกวิ่งทันที

วายร้ายบนดาดฟ้ายังไม่ทันตั้งตัว เร่งระดมยิงใส่เนติมากับระบิลอย่างสะเปะสะปะ อารามฉุนเฉียวเพราะงานพลาด มันกระชากหมวกไหมพรมออกด้วยความหงุดหงิด เผยให้เห็นใบหน้า แท้จริงแล้วมันคือ

ครูฝึกและเพื่อนๆของระบิลที่รับงานมาจากพงษ์เลิศ

จอมมาเฟียเพิ่งสืบรู้ว่า ลูกศัตรูมาอยู่กับธำรงที่ปารีส

ooooooo

ระบิลพาเนติมามาหลบในห้องพัก คิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยแล้ว แต่ครูฝึกกับเพื่อนๆ ยังตามมาเล่นงานอีก

บอดี้การ์ดหนุ่มไล่เนติมาเข้าไปหลบในห้องนอน แล้วหันไปหยิบโมเดลหอไอเฟลขนาดเหมาะมือมาเป็นเครื่องทุ่นแรงจัดการกับวายร้ายจนสิ้นฤทธิ์

“โอ้โห นายทำได้ไงนี่” เนติมาเปิดประตูห้องออกมาดูผลงานของระบิลด้วยความทึ่ง

“พระเอกก็งี้แหละคุณ” พ่อหนุ่มวางมาดหล่ออย่างโอเว่อร์

เนติมาหมั่นไส้หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจิ้มไปที่ปากของเขาเพราะเห็นเลือดซึม ชายหนุ่มสะดุ้งร้องลั่น พลางลอบมองชายร่างใหญ่ที่ยังไม่ได้สติด้วยความหนักใจ ก่อนจะโทร.แจ้งธำรง

ไม่นานนัก ธำรงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวคนร้ายไป ส่วนศิวัชเข้าไปดูแลเนติมา ระบิลข้องใจเอ่ยถามธำรง “เอ้อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าอยู่ที่นี่คุณธำรงมีศัตรูที่ไหนรึเปล่า”

“ไม่ อยู่ที่นี่เรามีแต่เพื่อน ที่สำคัญพวกเราทำธุรกิจถูกกฎหมาย” ธำรงตอบอย่างหนักแน่น

บอดี้การ์ดพยักหน้ารับ แววตายังคงครุ่นคิดกับเหตุที่เกิดขึ้น ศิวัชลุกมาขอบคุณระบิล ชายหนุ่มว่าไม่ต้องคิดมากให้ถือเสียว่าเป็นการทดสอบงาน

“ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ” ธำรงเอื้อมมือไปจับบ่าระบิลเป็นการขอบคุณ

ขณะที่เนติมานิ่งคิด แล้วรำพึงออกมา “จะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้าคนพวกนั้นเป็นคนของ...”

ศิวัชกับธำรงชะงัก ระบิลลอบมองสองพ่อลูกรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ธำรงเดินเลี่ยงออกมานั่งครุ่นคิดถึงอดีต ครั้งวิเชียรมาปรึกษาเรื่องพงษ์เลิศ เพราะอยากถอนตัวและคิดจะกำจัดวงจรอุบาทว์ให้หมดสิ้นไป แต่ไม่ทันสำเร็จก็ถูกฆ่าตาย คิดมาถึงตรงนี้ธำรงได้แต่ถอนใจ พลางเอ่ยกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น

“คุณวิเชียร คุณทำในสิ่งที่กล้าหาญที่สุดแล้ว ผมจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณเอง ประเทศไทยต้องมีนักการเมืองมือสะอาด เพื่อยกระดับแผ่นดินให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้”

ด้านพงษ์เลิศ เมื่อรู้ว่าวายร้ายที่จ้างไปจัดการเนติมาทำงานพลาด เขารีบโทร.กำชับลูกน้องทางปารีสว่าอย่าให้เรื่องสาวมาถึงตน อิทธิหาญเข้ามาได้ยิน อาสาจะไปจัดการกับเนติมาเอง พงษ์เลิศว่า ถ้าส่งอิทธิหาญไปก็ไม่ต่างอะไรกับส่งลูกไปติดคุกที่เมืองนอก

“ไอ้ธำรงกับครอบครัวไม่ใช่เหยื่อกระจอกๆที่จะให้ แกเถือได้ง่ายๆ มันมีเครือข่ายในประเทศนอกประเทศตั้ง เยอะแยะ เจ็บใจนัก อุตส่าห์ตามหาที่อยู่พวกมันตั้งหลายปี  พลาดอีกจนได้” พงษ์เลิศกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ศิวัชกับเนติมาเดินออกมาส่งระบิลที่รถ

ทั้งสองขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะความจริงยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง บอดี้การ์ดหนุ่มทำหน้าทะเล้นปล่อยมุกว่า เป็นโปรโมชั่นเสริม

เนติมาส่ายหน้าระอากับมุกเสี่ยวๆ เธอไล่ระบิลกลับไปพักผ่อน

ระบิลโบกมือลาทั้งสองแล้วขึ้นรถออกไป ศิวัชหันมาขอโทษคนรักอีกครั้ง เพราะรู้สึกผิดที่ไม่อยู่ดูแลขณะเกิดเหตุร้าย

“คิดมากอีกแล้ว เรื่องมันผ่านมาแล้วค่ะ แค่เนติ์รู้ว่าพี่ศิวัชห่วงเนติ์มากขนาดนี้ เนติ์ก็ดีใจที่สุดแล้วนะคะ ศิวัช คุณพ่อบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเราแล้ว คุณพ่อ จะเร่งเวลากลับเมืองไทยเร็วขึ้น ก็ดีเหมือนกันนะ เรื่องทุกอย่างจะได้สำเร็จเร็วขึ้น จากนั้นเราสองคน...”

“จะได้แต่งงานกัน” ศิวัชดึงเนติมาเข้ามากอด แต่ไม่อาจเห็นสีหน้าและแววตาของธำรงที่ออกมายืนมองทั้งคู่อย่างครุ่นคิด

ด้านระบิล เขามาที่หอไอเฟลเพื่อบอกลาเมืองปารีส ชายหนุ่มมองวิวเบื้องหน้าอย่างอาวรณ์พลางหยิบรูปของเอมมิกาขึ้นมา “พี่พาหนูมาเที่ยวส่งท้ายนะคะเอม ไม่รู้เมื่อไหร่พี่จะมีโอกาสพาหนูมาเที่ยวไกลๆอย่างนี้อีก แต่พี่คิดว่าหนูคงคิดถึงเมืองไทยแล้วล่ะ แล้วพี่จะพาหนูไปร้านประจำที่เราชอบไปนั่งเล่นกันนะคะเอม”

ชายหนุ่มมองรูปคนรักอีกครั้ง ก่อนตัดใจเก็บเข้าไปในเสื้อ แล้วพึมพำถามตัวเองว่า พร้อมจะกลับไปอยู่บนโลกแห่งความจริงแล้วใช่ไหม

ooooooo

สนามบินสุวรรณภูมิยามรุ่งเช้า เครื่องบินจากปารีสร่อนลงสู่รันเวย์

กลางผู้คนมารอรับญาติจอแจ ธำรงพาศิวัช เนติมาและระบิลมายังคฤหาสน์หรู แม่บ้านออกมายืนรอต้อนรับเจ้านายด้วยความตื่นเต้น ศิวัชลงจากรถคนแรก เขามองไปรอบๆบ้านด้วยความพึงพอใจ เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม

“พ่อมั่นใจว่า วันหนึ่งเราต้องกลับมาอยู่ที่นี่ ก็เลยสั่งคนดูแลทุกอย่างให้เหมือนเดิม” ธำรงเดินเข้ามาบอกลูกชาย

ด้านระบิล เขาหันไปเห็นเนติมากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเศร้า ก็นึกห่วงจึงเอ่ยถามเจ้านายว่าไม่สบายหรือเปล่า

“เป็นอะไรไปจ๊ะเนติ์” ศิวัชถามคนรักอย่างเอาใจใส่ หญิงสาวฝืนยิ้ม บอกว่าแค่คิดถึงบ้านและคนในครอบครัว

“วันนี้กลับมาที่นี่แล้ว หนูจะได้โอกาสทวงคืนวันที่สวยงามของชีวิตคืนมาแล้วนะหนูเนติ์ แล้วอาก็เชื่อว่าหนูทำได้” ธำรงให้กำลังใจ ศิวัชรีบเสริมว่า เขาจะอยู่เคียงข้างเธอจนกว่าเนติ์จะได้ทุกอย่างคืนมา

“ใช่ ทุกอย่างโดยเฉพาะความยุติธรรม” เนติมาเสียงกร้าว

ธำรงเปลี่ยนบรรยากาศชวนทุกคนไปดูห้องพัก เนติมายืนลังเลก่อนจะเอ่ยขออนุญาตธำรงไปหาบ้านอยู่ตามลำพัง เพราะเกรงว่าจะเป็นที่ครหาในสังคม ที่ชายหญิงอยู่บ้านเดียวกัน อีกทั้งจะกลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งทางการเมืองของศิวัชโจมตีได้

ธำรงกับศิวัชยอมจำนน แต่ยังห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงให้ระบิลอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จากนั้นศิวัชชวนคนรักออกไปดูบ้านจัดสรรตามโครงการต่างๆด้วยกัน โดยมีระบิลเป็นโชเฟอร์ แม้จะดูหลายโครงการแล้ว สาวเจ้าก็ยังไม่ถูกใจ

จังหวะรถแล่นมาติดไฟแดงกลางสี่แยก เนติมามองออกไปเห็นดลเดินคุยมากับอ้อ เธอรู้สึกคุ้นหน้าหนุ่มน้อยจึงเรียกให้ศิวัชดู แต่ชายหนุ่มมองเห็นไม่ถนัดนัก เพราะมีคนข้ามถนนอีกหลายคนบัง ครั้นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ระบิลจำต้องออกรถ เนติมาหันมองตามดลอีกครั้ง แต่เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆก่อนจะหายไปกับฝูงชน

ระบิลพาเจ้านายทั้งสองมาที่สำนักงานขายหมู่บ้านจัดสรรอีกแห่ง พอเห็นเนติมาทำหน้าเซ็ง จึงแกล้งเปรย “ดูจากโหงวเฮ้งแล้ว สงสัยเรายังต้องสัญจรกันต่อไปใช่ไหมครับ”

“ฉันเกรงใจนายจัง เอาไว้เรามาดูกันวันหลังก็ได้นะ” เนติมาเสียงอ่อย

“โอ๊ย ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเกรงใจ ดูซะให้เสร็จ จะได้ย้ายเข้ามาอยู่จะได้เอาเวลาไปทำธุระอย่างอื่น  เออ เมื่อกี้ผมเห็นด้านโน้นมีอีกตั้งหลายหมู่บ้าน เราลองไปดูกันไหมครับ”

“อืม...ไปสิ” ศิวัชกับเนติมาพยักหน้า

เวลานั้นเองธำรงโทร.ตามให้ศิวัชกลับไปคุยธุระสำคัญ ชายหนุ่มฝากให้ระบิลช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องบ้านของเนติมาแทนด้วย บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำอย่างอารมณ์ดี แล้วชวนเนติมาเข้าไปดูบ้านอีกโครงการหนึ่ง

“นี่ บ้านหลังนี้พี่ศิวัชเขาไม่ชอบ แต่ฉันว่ามันสวยดีออก นายว่าบ้านหลังนี้เป็นไง” เนติมายื่นแบบบ้านในโบรชัวร์ให้ระบิลดู เป็นบ้านเดี่ยวดูอบอุ่นไม่หรูหราฟู่ฟ่านัก

ระบิลไม่ตอบอะไร แต่เดินนำเนติมาเข้าไปดูบ้านของจริง เขาสำรวจห้องต่างๆ อย่างพิถีพิถัน จนคนขายเข้าใจว่าทั้งสองเป็นคู่รักมาซื้อบ้านด้วยกัน

ด้านศิวัช เขาเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาในบ้านอย่างเร่งรีบ เพราะกลัวไม่ทันประชุม จึงชนเข้ากับปฏิพรที่เดินสวนออกมาพอดี สาวเจ้าเสียหลักเซตกลงไปในสระน้ำ ศิวัชรีบกระโดดลงไปช่วยอย่างรวดเร็ว

ปฏิพรวาดแขนกอดศิวัชไว้แน่นด้วยความตกใจ แต่พอตั้งสติได้และเห็นหน้าชายหนุ่มชัดเจนก็หว่านเสน่ห์ทันที

ooooooo

ตอนที่ 2

เมื่อศิวัชกับปฏิพรขึ้นจากสระน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ธำรงก็เรียกทั้งคู่มาแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง สาวน้อยนั้นเป็นถึงลูกสาวนายพลทวี

“ขอโทษอีกครั้งนะครับ พี่รีบไปหน่อยเลยไม่ทันระวัง”

“ช่างมันเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการแนะนำตัวแบบใหม่ก็แล้วกันนะคะ พี่ศิวัช” ปฏิพรทำเอียงอาย

ธำรงหันมายิ้มกับนายพลทวี วาดหวังจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันในไม่ช้า นายพลรู้ใจรีบออกปาก

“ตี้น่ะ เขาเพิ่งเรียนจบและกลับมาจากอเมริกา ความจริงเราสองคนเคยเจอกันตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว แต่คงจำกันไม่ได้”

“ตี้จำได้ค่ะ ตี้จำตาพี่ศิวัชได้” ปฏิพรใส่จริต แต่ชายหนุ่มไม่ทันคิดอะไร

ส่วนเนติมา เธอเข้ามาดูห้องนอนกับระบิล พนักงานมาเชียร์ว่ากำลังมีโปรโมชั่น ซื้อบ้านแถมเฟอร์นิเจอร์แถมแอร์ พร้อมอยู่ทันที และพิเศษสำหรับคู่แต่งงานใหม่อย่างระบิลกับเนติมาเท่านั้น

ระบิลประเมินราคาแล้วสวมรอยตอบตกลงรับทันที แต่เนติมาไม่เอาด้วย เธอลากชายหนุ่มกลับไปที่รถ พลางต่อว่าเรื่องทำให้พนักงานขายเข้าใจผิด

“โธ่ แค่อำเนียนๆ เอาของแถม คุณไม่เห็นเหรอแถมเยอะซะขนาดนั้น”

“แต่ฉันไม่ชอบโกงใคร แล้วฉันก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ของแถมถึงขนาด ฮึ นายนี่บ้าที่สุดเลย เขาเข้าใจว่าฉันแต่งงานกับนายกันทั้งสำนักงานขายแล้วเห็นไหม” เนติมาชี้ไปที่สำนักงานขาย เห็นพนักงานหลายคนมายืนออที่กระจก แล้วพากันวิพากษ์วิจารณ์

“โธ่ ก็คุณไม่ยอมเนียนกับผม แล้วจู่ๆคุณเดินออกมาอย่างนี้ เขาก็นึกว่า ผัว เออ สามีภรรยาทะเลาะกันสิครับ เอางี้เดี๋ยวผมไปอธิบายความจริงให้พวกเขารู้เอง” ระบิลจะเดินกลับไป เนติมารั้งไว้สั่งให้ระบิล

ขับรถพาไปดูโครงอื่นต่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีที่ไหนถูกใจ ระบิลเสนอให้เจ้านายซื้อคอนโดฯอยู่ เพราะสะดวกสบายไม่ต้องดูแลมาก แต่เนติมาปฏิเสธ

“ฉันชินกับการอยู่บ้านมาตั้งแต่เกิด จะจับฉันไปใส่ในกล่องสี่เหลี่ยมสูงๆอย่างนั้น ฉันอึดอัดแย่ ยังไงฉันก็อยากได้บ้าน บ้าน ของฉัน” หญิงสาวหน้าสลดระบิลสังเกตเห็นรีบตัดบท

“วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว ผมว่ากลับไปพักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ยังไงคืนนี้ผมจะช่วยหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตให้อีกทาง โอเคไหมครับ”

เนติมานิ่งคิดก่อนต่อรองให้ชายหนุ่มพาเธอไปที่แห่งหนึ่งก่อนกลับคฤหาสน์ธำรง

เวลาเดียวกัน พงษ์เลิศได้รับรายงานจากลูกน้องในปารีสว่า ธำรงพาเนติมากับลูกชายหนีไปแล้ว เขาโกรธมากสั่งให้สมุนระดมคนตามหาให้พบ พร้อมจ่ายไม่อั้น ชลกรเข้ามาได้ยินเปรยขึ้น

“โดนไล่ฆ่าขนาดนั้น เป็นฉัน ฉันก็หนีค่ะ สำคัญที่ตอนนี้มันหนีไปอยู่ที่ไหนมากกว่า”

“อยู่ที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าวันหนึ่งมันต้องกลับมาแก้แค้นฉันแน่ แต่ฉันไม่มีวันปล่อยให้พวกมันมีวันนั้นเด็ดขาด” พงษ์เลิศประกาศกร้าวกับทุกคน

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านไป ธำรงพาศิวัชออกมาส่งนายพลทวีกับลูกสาวถึงรถ ท่านนายพลดูจะพอใจศิวัชมากถึงกับเอ่ยปากว่า อยากเห็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ขึ้นมานำพาประเทศไปสู่ความเจริญ

ศิวัชยกมือไหว้อย่างนอบน้อมออกตัวว่า ยังต้องเรียนรู้อีกมาก

“คนที่รู้ตัวว่าต้องเรียนรู้นั่นแหละคือคนที่น่าสนับสนุน ไอ้พวกที่ถือดีว่าเก่ง มันก็โตได้แค่คับกะลาที่ครอบมันอยู่เท่านั้นแหละ” นายพลทวีพูดให้คิด

ศิวัชหันไปลาปฏิพร หญิงสาวตั้งใจสบตา หมายทอดสะพาน

ooooooo

เวลาเดียวกัน เนติมาขอให้ระบิลพามาหน้าบ้านกันต์ เธอแปลกใจมากเมื่อเห็นตัวบ้านทรุดโทรมไร้การดูแล สนามหน้าบ้านรกไปด้วยต้นไม้ ไม่มีการตกแต่งทำให้ดูหม่นหมอง สาวเจ้าน้ำตาเอ่อ คิดถึง เรื่องราวในอดีต ระบิลยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ แต่เธอปฏิเสธ

“บ้านใครเหรอคุณ”

“บ้าน บ้านคนที่ครอบครัวของฉันทำพวกเขา...ตายทั้งเป็น” เนติมาพูดด้วยความลำบากใจอย่างที่สุด ทำให้ระบิลยิ่งสงสัย เขาขอให้เธอเล่าเรื่องราวให้ฟังบ้าง แต่ เจ้าหล่อนกลับนั่งเงียบจมอยู่ในความเศร้า แล้วจู่ๆก็ลง จากรถเดินไปหยุดหน้าประตูรั้วอย่างชั่งใจ ระบิลตามไปด้วยความเป็นห่วง พลางเอ่ยถามเจ้านายว่าคิดจะทำอะไร

เนติมาไม่ตอบแต่ขยับไปมองบ้าน “อิสราวัชร” อดีตบ้านของเธอ ดวงตาฉายแววเศร้าขึ้นมาทันที ระบิลสงสัยจะถามว่าบ้านใคร แต่เนติมากลับเดินไปยังประตูรั้วบ้าน “อิสราวัชร” ชายหนุ่มรีบตามประกบ

เนติมามองเข้าไปในบริเวณบ้าน พลันภาพวันเวลาแห่งความสุขก็ผุดขึ้นมา เธอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนเอื้อมมือไปผลักบานประตูรั้ว ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อกไว้ หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างลืมตัว

“อ้าว คุณ...เดี๋ยว” ระบิลตามไปแล้วดึงเธอออกมา ก่อนที่ลูกน้องอิทธิหาญจะเดินออกมาเพียงนิดเดียว

“เกือบเป็นเรื่องแล้วไหมล่ะ อยู่ดีๆเดินเข้าไปในบ้านคนอื่นซะอย่างนั้น เมื่อกี้คุณเป็นอะไรเหรอครับ ทำไมจู่ๆถึง...” ระบิลยิงคำถามชุดใหญ่ แต่เนติมาไม่มีคำตอบให้ เธอมองไปที่บ้านกันต์ แล้วเดินออกไปทันที

“อ้าว คุณ จะไปไหนของคุณอีกเนี่ย คุณ” ระบิล ถอนใจ

ooooooo

บอดี้การ์ดหนุ่มตามเจ้านายเข้ามาในบ้านมืดสนิทหลังติดกัน เขากระซิบสั่งให้นายสาวอยู่ใกล้ๆ เพื่อความปลอดภัย แล้วหยิบไฟฉายปากกาขึ้นมาส่องให้แสงสว่าง เนติมาเห็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไม้สอยยังคงอยู่ครบ แต่ไม่มีคนอยู่จึงชวนระบิลไปดูอีกห้อง พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นมา เนติมาตกใจรีบกดรับ ได้ยินศิวัชโทร.ตามให้กลับบ้าน เธอจำใจโกหกว่ายังดูบ้านอยู่กับระบิล แล้วยกมือเป็นเชิงบอกให้บอดี้การ์ดเงียบๆไว้

“โกหกแฟนนะคุณ” ระบิลล้อ หลังเนติมากดวางสาย

สาวเจ้าแก้ตัวว่า ไม่อยากให้ศิวัชเป็นห่วงแล้วหันไปมองรอบๆ ห้องพลางรำพึง “ข้าวของทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม แต่ความมีชีวิตชีวาหายไป” เนติมาเอื้อมมือไปสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ใกล้ๆด้วยความเศร้า

“ดูเหมือนคุณคุ้นเคยกับที่นี่มากๆ”

“ก็ฉันวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านนี้มาตั้งแต่เล็กๆนี่ แล้วบ้านที่นายเห็นข้างๆนั่น ก็เคยเป็นบ้านของคุณพ่อฉันเอง”

ก่อนที่ระบิลจะถามต่อ แต่เจือจันทร์ซุ่มอยู่ในซอกมืดด้านหนึ่งนานแล้ว เธอวิ่งออกมาพร้อมมีดทำครัวในมือตั้งใจจะแทงเนติมา แต่ระบิลคว้ามือเธอไว้ พลางกดร่างให้มือมีดนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น

“แกเป็นใคร” ระบิลถามเสียงเข้ม แต่เจือจันทร์ยังไม่ยอมพูด เขาหยิบปืนขึ้นมาขู่ ขณะที่เนติมายืนตะลึง

“ปล่อยภรรยาผมเถอะ” ไฟในห้องเปิดขึ้น เผยให้เห็นกันต์นั่งอยู่บนรถเข็น เขามองมาทางเนติมา

ด้วยสายตานิ่งซ่อนความรู้สึกปวดร้าวอยู่ภายใน

เนติมาตกใจสุดขีด เธอจำกันต์ได้แม่นยำ และต้องตกใจมากขึ้นเมื่อมองลงไปที่พื้นเห็นผู้หญิงคนที่ระบิลกดอยู่ที่พื้นคือเจือจันทร์ ซึ่งตอนนี้ร้องไห้ออกมาด้วยความปวดร้าว

“อากันต์...อาจันทร์ ระบิลปล่อย”

ระบิลรู้สึกสับสนก่อนปล่อยเจือจันทร์

“กลับมาทำไม เธอกลับมาที่นี่อีกทำไม...ออกไป... ออกไป” เจือจันทร์แผดเสียงคล้ายคนเสียสติ

กันต์มองภรรยาของตนด้วยความสงสาร เนติมายืนตะลึงความรู้สึกผิดที่มีอยู่ในใจยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ระบิลมองทุกคนด้วยความงุนงงและสงสัย

ooooooo

ลูกน้องเข้ามารายงานอิทธิหาญว่า ได้ยินเสียงเจือจันทร์เอะอะโวยวายไล่ใครไม่รู้ดังลั่นบ้าน จึงจะออกไปดู แต่อิทธิหาญว่าคงไม่มีอะไร เพราะเจือจันทร์เป็นบ้ากรี๊ดๆได้ตลอดเวลา สงสัยจะตกใจค้าง แล้วหันมาหัวเราะกับปานที่ยืนหน้าสลดด้วยจำได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อสิบปีก่อน  แม้เขาจะไม่ข่มขืนเธอก็ตาม

ด้านเนติมา เธอเข้ากราบแทบเท้ากันต์ด้วยความเสียใจ กันต์ซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นรีบห้าม

“อย่า...อย่าทำอย่างนี้ ลุกขึ้นมาเถอะลูก”

“เพราะครอบครัวของเนติ์ ครอบครัวคุณอาถึง...” เนติมาพูดอะไรไม่ออก ขณะที่เจือจันทร์ซึ่งนั่งร้องไห้อยู่หันมาไล่เนติมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอโทษว่าเนติมานำความหายนะมาให้ครอบครัวของตน

กันต์ปรามภรรยา แต่โดนตะคอกใส่ “ครอบครัวของเราอยู่กับฝันร้ายนี้มากี่ปีแล้ว คุณอาจลืม แต่ฉันไม่มีวันลืมไม่มีไอ้พวกนั้นมันมาเห็น...” เจือจันทร์พูดอะไรไม่ออก เธอมองไปรอบๆบ้านด้วยความหวาดกลัว จนระบิลสงสัยเอ่ยถามว่า ไอ้พวกนั้น เป็นใคร

เนติมากระซิบว่า เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แล้วหันไปถามหาขวัญชนกกับกันต์ แต่กันต์ยังไม่ทันพูดอะไร สายตาของเนติมาก็เหลือบไปเห็นขวัญชนกตรงบันไดชั้นสอง ภาพเพื่อนรักในวัยเด็กแวบเข้ามา เนติมาจะเรียก แต่เพื่อนรักวิ่งหนีเข้าห้องไปด้วยความหวาดกลัว

เนติมาวิ่งตามไป ไม่สนใจเสียงห้ามของอาทั้งสอง ระบิลเป็นห่วงเจ้านายรีบตามไปด้วย แถมยังช่วยดันประตูให้เนติมาเข้าไปในห้อง ขวัญชนกกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นระบิลแล้วหมดสติไป ชายหนุ่มเข้าประคองจะพาไปนอนที่เตียง แต่เจือจันทร์เข้ามาห้าม

“ไม่ต้อง ลูกฉัน ฉันจัดการเองได้ เธอกลัวคุณ”

“อาจันทร์ว่าอะไรนะคะ” เนติมากับระบิลมองหน้ากัน

“ออกไปจากห้องนี้ก่อนที่ขวัญจะตื่นมาร้องโวยวาย เพราะเห็นหน้าคุณอีก...ออกไป” เจือจันทร์เสียงแข็ง

เนติมากับระบิลจำใจเดินลงมาคุยกับกันต์ อดีตอัยการเล่าว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น นอกจากตนแล้วลูกสาวก็ไม่เคยไว้ใจผู้ชายคนไหนอีกเลย วันๆหมกตัวอยู่แต่บนห้อง ไม่กล้าไปเรียน ไม่กล้าออกไปไหน จนเขากลัวว่าวันหนึ่ง...ลูกจะเป็นบ้า

“เพราะครอบครัวของหนู” เนติมารำพึง

“ชะตากรรมต่างหากเนติ์ ชะตากรรมทำให้เราสองครอบครัวต้องเป็นอย่างนี้”

“ไม่ค่ะอากันต์ ไม่ใช่เรื่องของชะตากรรม แต่เป็นเรื่องความถูกผิดที่พวกนั้นต้องรับผิดชอบ อากันต์คะ เนติ์กลับมาที่นี่เพื่อเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อาต้องเสียไปคืนมา คนพวกนั้นต้องได้รับโทษที่เขาก่อไว้” เนติมานํ้าตาคลอเบ้า เธอมองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนตัดสินใจพูดกับกันต์

“หนูขอมาอาศัยบ้านอากันต์อยู่ได้ไหมคะ”

“อ่ะ อะไรนะคุณ” ระบิลตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว ขณะที่กันต์ก็ตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

“ขอหนูได้อยู่ดูแลครอบครัวอากันต์นะคะ หนูจะทำทุกอย่างให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม... นะคะ” เนติมาอ้อนวอน

“ไม่ได้” เจือจันทร์ลงมาได้ยินพอดี เธอเอ่ยกับเนติมาด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “เธอจะนำความตายมาให้เรามากกว่า เธอรู้ไหมว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่เธอเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ พวกเราต้องเจออะไรบ้าง เธอคิดว่าพวกฉันอยากอยู่ที่นี่เหรอ ที่นี่ไม่ใช่บ้านแล้ว แต่ที่นี่เป็นนรก ทุกวินาทีพวกเราอยากออกไปจากที่นี่ แต่พวกเราไปไม่ได้” เจือจันทร์ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น จนกันต์ต้องเอื้อมมือไปจับมือเป็นเชิงปลอบโยน

ระบิลทนไม่ไหว ขอร้องให้กันต์เล่าเรื่องในอดีต ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขา กันต์ถ่ายทอดเรื่องเมื่อสิบปีก่อนให้ฟังว่า ลูกน้องของพงษ์เลิศรู้ว่าเจือจันทร์แอบเห็นเหตุการณ์ตอนที่พวกมันฆ่าพ่อแม่ของเนติมาจึงพากันมาบ้านเพื่อจะปิดปาก แต่พงษ์เลิศอยากให้ครอบ–ครัวเขาต้องตายทั้งเป็น สั่งให้ลูกน้องข่มขืนขวัญชนก เจือจันทร์เข้าอ้อนวอน จึงโดนพวกมันลากไปข่มขืนแทน

ขวัญชนกตกใจกลัวแทบเสียสติ ส่วนกันต์จะเข้าไปช่วยภรรยาก็โดนยิงที่ขาทั้งสองข้างจนกลายเป็นคนพิการ และพวกมันยังสั่งห้ามครอบครัวของกันต์ย้ายหนีไปไหน

“พวกเอ็งต้องอยู่ที่นี่ อยู่เป็นสวนสัตว์ให้นายข้าเก็บไว้ดูเล่น ถ้าเอ็งดื้อ ครอบครัวของเอ็งจะพบฝันร้ายอย่างที่เอ็งคาดไม่ถึง ยิ่งกว่าวันนี้” เสียงทะนงกับพวกยังดังก้องอยู่ในหัว

ooooooo

เนติมาสะอื้นไห้เสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อได้ฟังเรื่องราว เธออยากจะชดเชยให้ครอบครัวของกันต์ จึงชวนระบิลไปปรึกษากับธำรงและศิวัช เรื่องจะย้ายมาอยู่ในบ้านของกันต์เพื่อดูแลทุกคนและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ แต่ศิวัชไม่เห็นด้วย เพราะเกรงคนรักจะไม่ปลอดภัย

“แต่เนติ์ต้องรับผิดชอบค่ะพี่ศิวัช ชีวิตพวกเขาต้องเป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะครอบครัวเนติ์ พวกเขาแลกกับเนติ์ด้วยชีวิต เนติ์ก็ต้องแลกกับพวกเขาด้วยชีวิตเหมือนกันค่ะ...พี่ศิวัชเข้าใจเนติ์นะคะ”

ศิวัชถอนใจเพราะรู้ถึงความมุ่งมั่นของเนติมา ธำรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามความเห็นระบิลบอดี้การ์ดหนุ่มวิเคราะห์ว่า ตอนนี้พวกพงษ์เลิศคงยังไม่กล้าทำอะไรรุนแรง เพราะอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง และอาจส่งผลกระทบต่อฐานเสียง

“คุณนี่มองเกมขาดมาก แต่ยังไงคุณดูแลหนูเนติ์อย่างใกล้ชิดนะ พวกนั้นเหมือนงูพิษ มันจะเล่นงานเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมเชื่อว่าพวกที่เล่นงานเราที่ฝรั่งเศส ต้องเกี่ยวข้องกับนายพงษ์เลิศแน่ๆ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่ยอมให้คุณเนติ์ได้รับอันตรายเด็ดขาด” ระบิลรับคำหนักแน่น ขณะที่ศิวัชหันมาพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “คุณพ่อหมายความว่า...”

“แล้วแกห้ามหนูเนติ์ได้ไหมล่ะ สมาธิของแกต้องอยู่ที่การเลือกตั้งแล้วนะศิวัช”

ศิวัชมองหน้าเนติมาเห็นความมุ่งมั่นของเธอ ก็ได้แต่ถอนใจ และยอมจำนน

“หนูเนติ์ต้องการอะไรก็บอกอานะ ไม่ต้องเกรงใจ อ้อ...แล้วนี่จะย้ายเข้าไปที่นั่นเมื่อไหร่”

“เนติ์ต้องรอคำตอบจากอากันต์ก่อนค่ะ อากันต์ขอทำความเข้าใจกับอาจันทร์ก่อน”

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์กำลังต่อว่าสามีด้วยไม่พอใจ เรื่องให้เนติมามาอยู่ที่บ้านด้วย กลัวครอบครัวจะเดือดร้อนอีก

“ผมรู้ ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ทุกวันนี้เราก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วไม่ใช่เหรอ ผมว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะกอบกู้ความสุขคืนมา ไม่ใช่เพื่อเรา แต่เพื่อลูกของเรา คุณลองคิดดีๆนะ ถ้าเราไม่สู้วันนี้ เราก็ได้แต่นั่งรอวันตาย แล้วถ้าเราสองคนไม่อยู่แล้ว ลูกของเราจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง” กันต์ให้สติ

เจือจันทร์นิ่งคิดตามสามีพูด แต่ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กันต์โทร.บอกข่าวดีกับเนติมา หญิงสาวดีใจมากรับปากว่า เมื่อทำธุระเสร็จจะรีบไปที่บ้านกันต์ทันที ศิวัชนั่งอยู่ข้างๆ สีหน้าไม่ดีเพราะเป็นห่วงคนรัก แต่เนติมาไม่ทันสังเกต เธอเดินไปหาธำรงที่คุยอยู่กับระบิลเรื่องจะจัดเซอร์ไพรส์ให้พงษ์เลิศ เพราะจอมมาเฟียยังไม่รู้ว่าพวกธำรงมาถึงไทยแล้ว

“คุณอาคะ อากันต์ตกลงแล้วค่ะ”

“งั้นหนูเนติ์ไปจัดการทางนั้นเถอะ เรื่องธุระวันนี้อากับศิวัชจัดการได้ มีอะไรก็โทร.หาแล้วกัน เดี๋ยวอาจะให้เด็กจัดรถให้หนูเนติ์ใช้คันนึงนะ” ธำรงพูดยิ้มๆ เพราะใจจริงต้องการกันเนติมาให้ห่างจากศิวัชอยู่แล้ว

หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณธำรง พลางลาคนรัก “ขยันทำงานนะคะคนเก่ง แล้วเนติ์จะโทร.ไปนะ ไป

คุณระบิล” แทบไม่ขาดเสียง นายสาวก็ก้าวฉับๆไป

“ครับ เจ้านาย แหม ใจร้อนจริง” ระบิลรีบเดินตาม

ศิวัชมองคนรักด้วยความเป็นห่วง ธำรงเอื้อมมือไปตบบ่าลูกชายเป็นเชิงปลอบใจ

เมื่อเนติมากับระบิลเดินมาถึงโรงรถพร้อมกระเป๋าเดินทาง บอดี้การ์ดหนุ่มก็ชวนเจ้านายแวะไปซื้อของบางอย่างก่อนเข้าบ้าน เนติมาหน้านิ่วคิ้วขมวด สงสัยว่าระบิลจะซื้ออะไรแต่ไม่ขัดใจ

เจ้านายลูกน้องเข้ามาซื้อของที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง สิ่งที่ระบิลเลือกซื้อเป็นของตกแต่งบ้าน ทำให้เนติมายิ่งข้องใจ เธอถามระบิลว่า จะซื้อของพวกนี้ไปทำไม

“บ้านนั้นน่ะคุณ ขาดความมีชีวิตชีวาไปซะนาน ของพวกนี้จะทำให้พวกเขามีกิจกรรมทำ...เข้าใจ น่า...อย่าบ่นนักเลย เอ๊ะ หรือว่างก น่าของแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกเจ้านาย” ระบิลแกล้งพูดดังๆ พอให้คนรอบๆได้ยินแล้วเข็นรถเดินเลี่ยงออกไปทันที

เนติมาอายหน้าแดง ตามไปเล่นงานระบิล แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นดลเดินเก็บรถเข็นเฉียดเข้ามา สาวเจ้าสั่งให้ระบิลหยุดรอก่อน แล้วรีบตามดลไป สุดท้ายก็คลาดกันอีก

ระบิลตามมาถามเจ้านายด้วยความเป็นห่วงว่า เธอกำลังตามหาใคร

“ไว้แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง” เนติมาเดินหนี ทิ้งให้ระบิลถอนใจเซ็ง

ตอนที่ 3

เช้าวันใหม่ ระหว่างดลออกมาส่งหนังสือพิมพ์ เขาช่วยจูงเด็กหญิงตัวน้อยข้ามถนน เจ้าของร้านเห็นเข้าก็ชอบใจ ตอบแทนด้วยค่าจ้างอย่างงาม แถมด้วยโจ๊กอีกสองถุง

ดลไหว้ขอบคุณเจ้าของร้าน แล้วรีบกลับคอนโดฯ จัดแจงเทโจ๊กใส่ชามพลางร้องเรียกอ้อมาทาน เกรงน้องจะไม่ทันโรงเรียน

อ้อในชุดนักเรียนมัธยมปลายเปิดประตูออกมา “เสร็จแล้วจ้ะพี่ดล โอ้โห...โจ๊กน่ากินจัง”

“เจ้าของร้านหนังสือเขาให้มาน่ะ เอ้า...กินซะเดี๋ยวจะได้รีบไปเรียน” ดลเลื่อนชามโจ๊กให้

อ้อนั่งทานอย่างอารมณ์ดี พลางเงยหน้าขึ้นมา “พี่ดลนี่เนื้อหอมเนอะ ได้ของฝากจากคนที่จ้างพี่ดลทำงานบ่อยๆ นี่ถ้าไปเป็นพระเอกลิเกนะ สงสัยแม่ยกตรึม”

“พี่ก็ไม่อยากรับหรอก เกรงใจเขาจะตาย”

“พี่ดลเป็นคนดีใครๆ ก็รักจ้ะ” อ้อยิ้มอารมณ์ดี ก่อนหันไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่าน เมื่อเห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งก็ชะงัก ส่งให้ดลดู

“ธำรง กิตติธร คัมแบ็ก ตั้งพรรคหนุนลูกชายชิงเก้าอี้นายกฯ” ดลถึงกับตกตะลึง

ooooooo

เช้าเดียวกัน เนติมาออกตามหาระบิล เธอพบเพียงเศษใบไม้ที่เคยกองระเกะระกะ ถูกกวาดมารวมกันไว้เป็นกองๆ หญิงสาวหงุดหงิด บ่นพึมพำว่าระบิลไปไหนทำไมไม่บอก

“ก็จะบอกทำไมล่ะครับ ในเมื่อไม่ได้ไปไหน” เสียงระบิลตอบรับ

เนติมามองหาต้นเสียง เธอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นไปข้างบน เห็นระบิลยิ้มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ในมือถือเลื่อย ตัดแต่งกิ่งไม้ “นายขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ”

“ขึ้นมาหาของกินมั้งคุณ” ระบิลประชดขำๆ แต่เมื่อเห็นนายสาวนิ่วหน้า ก็รีบออกตัว “ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะคุณผมก็ขึ้นมาแต่งกิ่งไม้น่ะสิ”

“ทำเก่งไป ระวังตกมาคอหักตาย”

“เสียใจผมเกิดปีลิง โตมากับต้นไม้ตั้งแต่เด็กแล้ว เห็นไหมคุณ โปร่งขึ้นตั้งเยอะไม่รกเหมือนวันก่อนแล้ว” ระบิลชวนคุย พลางชำเลืองไปที่หน้าต่างชั้นสองนิดหนึ่ง ก่อนปีนลงมายืนข้างๆ เนติมาแล้วกระซิบบอกว่าขวัญชนกแอบดูอยู่

เนติมาชักสีหน้ามองห้องเพื่อนรัก เห็นขวัญชนกแง้มผ้าม่านแอบมองลงมาจากห้องนอนจริง ครั้นเธอเห็นทั้งสองมอง ก็รีบหลบทันที

เนติมาตื่นเต้นดีใจจะขึ้นไปชวนเพื่อนลงมาเดินเล่น แต่ระบิลห้ามไว้อ้างว่า ขวัญชนกยังไม่พร้อมที่จะออกมาเผชิญความจริง เขาขอให้เจ้านายใจเย็นอีกนิด เพราะทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว เนติมาพยักหน้ารับยอมเชื่อตามนั้น

บอดี้การ์ดหนุ่มได้ช่องชวนเนติมาไปช่วยกวาดใบไม้ในสวน พลางอ้อนว่าอย่าไปฟ้องศิวัชเพราะกลัวโดนไล่ออกโทษฐานใช้แฟนเจ้านาย

“ฟ้องน่ะไม่ฟ้องหรอก แต่ฉันสงสัย ว่าทำไมเราไม่จ้างคนมาทำ จ้างแค่นี้เสียไม่เท่าไหร่หรอก ยังไงฉันก็เป็นคนจ่ายอยู่แล้ว”

“ผมอยากให้มีกิจกรรม ชีวิตคนที่นี่อยู่นิ่งๆ ซึมเศร้ากันมาหลายปีแล้วนะคุณ ผมอยากให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวในบ้านนี้บ้าง บ้านจะได้มีชีวิตชีวา จ้างคนมาทำเราก็ได้แต่นั่งจ๋องดูเหมือนเดิม จะมีประโยชน์อะไร”

“พูดมากจังเลยนะนายเนี่ย ถามนิดเดียวตอบซะยาวเหยียดเลย”

“ก็อธิบาย จะได้เข้าใจ เนี่ยเห็นไหมเรามากวาดแป๊บเดียวคุณขวัญก็ออกมาแอบมองเราอีกแล้ว” ระบิลชำเลืองมองขึ้นไปบนห้องนอนขวัญชนก เนติมาจะมองตาม แต่ชายหนุ่มห้ามไว้ “ไม่เป็นไรคุณ เดี๋ยวคุณขวัญจะอายปล่อยให้เธอมองตามสบายเถอะ”

เนติมาส่งยิ้มอย่างเข้าใจ พลางช่วยระบิลกวาดเศษใบไม้ต่อ

ooooooo

หลังส่งอ้อไปโรงเรียนแล้ว ดลแอบมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านอิสราวัชร แล้วพลันสะดุ้ง เมื่อคำเที่ยง โทร.เข้ามาถามข่าวธำรงเปิดพรรคการเมือง และเตือนว่าอย่าวู่วาม อันตรายมากมายรออยู่

ดลรับปากเสียงอ่อยจนคำเที่ยงสงสัยซักว่า ตอนนี้อยู่ไหน? ดลอึกอักไม่กล้าพูดความจริง แต่คำเที่ยงรู้ทัน

“อย่าบอกนะ ว่าลูกอยู่หน้าบ้าน...พ่อบอกแล้วไงดล ว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว จะมีก็แต่...”

“พ่อเดี๋ยวนะครับ” ดลเหลือบเห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านอิสราวัชร เขารีบขยับเดินห่างออกมาบริเวณหน้าบ้านกันต์

คำเที่ยงร้อนใจให้ดลรีบออกมา “ที่นั่นไม่มีใครที่ลูกอยากเจออยู่หรอก เชื่อพ่อ เวลายังมีอีกเยอะ เรายัง ไม่สมควรเสี่ยง”

“ครับพ่อ...ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้ สวัสดีครับ” ดลตัดโทรศัพท์ และจังหวะนั้นเองเขาได้ยินเสียงเนติมาคุยกับระบิลดังลอดออกมาจากบ้านกันต์ เพราะเธอทำงานจนมือพอง แต่ไม่ยอมพัก

หนุ่มน้อยมองลอดช่องว่างของรั้วเข้าไป เห็นระบิล พาเนติมากลับเข้าไปในบ้าน เขาพยายามเพ่งมองว่าผู้หญิงคนนั้นใช่พี่สาวหรือไม่ แต่น่าเสียดายที่เธอหันหลังให้ ดลจำต้องตัดใจเดินจากไป

ด้านระบิล เขาพาเนติมาเข้ามานั่งใส่ยาในบ้าน สาวเจ้าร้องลั่นเพราะแสบ จึงเผลอซัดชายหนุ่มไปสองสามที ระบิลคว้ามือเธอไว้พลางสบตานิ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวรีบปล่อยมือ แล้วหันไปเก็บยาเข้าที่พลางเอ่ยว่า จะขอเบิกเงินไปซื้อกล้องวงจรปิดมาติดตั้งรอบๆบ้านกันต์
เพื่อความปลอดภัย

ทั้งสองออกไปเลือกซื้อกล้องวงจรปิดด้วยกัน แล้วเนติมาก็อึ้งเมื่อได้ยินระบิลคุยว่าจะติดตั้งกล้องด้วยตัวเอง เธอประชดว่า ในโลกนี้มีอะไรที่ระบิลทำไม่เป็นบ้าง

“โธ่...คุณ อย่าลืมสิว่าผมเคยเป็นใคร”

“เป็นตำรวจคอมมานโดมือดีของประเทศ ได้ทุนไปเรียนต่อที่ยุโรป เป็นที่ต้องการตัวของคนระดับไฮคลาสให้ไปเป็นการ์ดส่วนตัว เป็น...”

“อ่ะพอๆไม่ต้องชื่นชมตัวผมขนาดนั้น แต่คุณขาดคุณสมบัติผมไปอีกอย่าง นั่นคือความหล่อไง ทั้งในน้ำและบนบก รวมนรกกับอีกสามโลก ก็ไม่มีใครหล่อเกิน ฮะฮ่า” นะบิลวางท่าโอเว่อร์

“ตายจริง คนอะไรหลงตัวเองที่สุด นี่เลิกเก๊กได้แล้ว ฉันอายคนอื่นเขา มาฉันช่วยถือ”

“ไม่ต้อง มือคุณยังไม่หายพองเดี๋ยวจะเจ็บไปกันใหญ่ ไป...รีบเอาของไปเก็บในรถกันเถอะคุณ ผมหิวแล้ว” ระบิลกับเนติมาขยับจะเดิน

ขณะนั้น ศิวัชโทร.มานัดเนติมาออกไปดินเนอร์ เพราะเพิ่งมีเวลาว่าง เจ้าหล่อนดีใจหันมาบอกระบิล

เวลาเดียวกัน ดลนั่งคุกเข่าอยู่หน้าอัฐิพ่อแม่ “วันที่ผมรอมาทั้งชีวิตใกล้เป็นจริงแล้ว คุณพ่อคุณแม่ช่วยให้ผมพบพี่เนติ์เร็วๆด้วยนะครับ”

หนุ่มน้อยมองรูปพ่อกับแม่ด้วยความรู้สึกอดทนรอวันที่จะพบกับพี่สาวอย่างมีความหวัง

ooooooo

ในตอนค่ำ ระบิลกับเนติมาเดินเข้ามาในร้านอาหารหรูริมน้ำ ศิวัชนั่งรออยู่ รีบออกมารับ ระบิลกวาดตามองไปรอบๆ พลางเอ่ย “คุณศิวัชรอบคอบดีมาก นะครับ ที่เอาการ์ดมาด้วย”

“การ์ด...การ์ดอะไรเหรอคะพี่ศิวัช”

“สนามการเมืองไม่น่าไว้ใจ คุณพ่อกลัวพี่ถูกลอบทำร้าย เลยจัดชุดการ์ดมาให้น่ะจ้ะ เออ...คุณระบิลรู้ได้ยังไงครับ ว่าผมมีการ์ดมาด้วย”

“ผีเห็นผีด้วยกันน่ะครับ” ระบิลอมยิ้มพลางระบุว่ามีการ์ดของศิวัชอยู่ตรงจุดไหนบ้าง ศิวัชอึ้งถามระบิลว่าการ์ดของเขามีจุดบกพร่องให้เห็นชัดขนาดนั้นเลยหรือ

“ไม่มีหรอกครับ ทุกอย่างเพอร์เฟกต์ แต่ผมบอกแล้วไงว่าผีเห็นผี”

“ไม่ต้องตกใจค่ะพี่ศิวัช คนๆนี้มีอะไรเหนือความคาดหมายเสมอแหละ” เนติมาพูดพลางส่งค้อนระบิลด้วยความหมั่นไส้

ศิวัชเบาใจชวนทั้งสองไปนั่ง แต่ระบิลขอแยกโต๊ะ เพราะอยากให้คู่รักมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันบ้าง เนติมาหันมาล้อว่าทานคนเดียวไม่เหงาหรือ

“ความเหงาคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของผมแล้วล่ะครับ ตามสบายนะครับ ผมนั่งอยู่ใกล้ๆนี่แหละ” ระบิลยิ้มให้ ก่อนแยกไปนั่งอีกโต๊ะ แล้วหยิบเมนูมาสั่งอาหาร

เนติมามองตามระบิลอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ศิวัช ระบิลชำเลืองมองเจ้านายทั้งสอง แล้วอดนึกถึงอดีตรักของตัวเองไม่ได้

หลังแยกจากคนรักแล้ว เนติมานั่งอมยิ้มมาตลอดทาง จนระบิลอดแซวไม่ได้

“เห็นความดีความชอบของผมรึยังคุณ เพราะถ้าผมยังนั่งเป็นก้างขวางคออยู่โต๊ะเดียวกัน คุณจะได้ยิ้มติดมาบนรถอย่างนี้ไหม”

“เว่อร์น่า ไม่ขนาดนั้นซะหน่อย”

“จริงๆนะคุณ คู่รักต้องการเวลาอยู่ด้วยกันสองคนบ้าง เรื่องบางอย่างในหัวใจ มันก็ไม่เหมาะที่จะมีไส้ติ่งไปนั่งรับรู้รับฟังนะ”

“กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักขึ้นมาอีกแล้ว” เนติมามองระบิลอย่างขำๆที่รู้ไปซะทุกเรื่อง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเรื่องศิวัชจะให้เป็นเลขาส่วนตัว นั่นเท่ากับว่าระบิลต้องมีงานมากขึ้น เพราะชื่อกับนามสกุลของเธอจะเป็นแม่เหล็กดูดงานมาให้

“ก็ผมมาทำงานนี่ครับ แล้วงานผมก็สั้นๆง่ายๆไม่เห็นมีอะไร แค่คุณปลอดภัยไงครับ เห็นไหมง่ายๆแค่นี้เอง” ระบิลตอบอย่างสบายๆไม่มีทีท่ากังวลใจอะไร ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปจอดในบ้านกันต์

ooooooo

เนติมาก้าวลงจากรถ ระบิลมองเข้าไปในบ้านเห็นความผิดปกติเพราะปิดไฟมืด เขาหยิบปืนพกขึ้นมาเตรียมพร้อมพลางกระซิบบอกเจ้านายให้อยู่ใกล้ๆไว้เพื่อความปลอดภัย แล้วเดินนำเข้าไปด้านใน

“ทำไมมืดอย่างนี้” ระบิลหันไปเปิดสวิตช์ไฟ

ไฟในห้องสว่างขึ้น ทั้งสองคนต้องตกใจเมื่อเห็นข้าวของในบ้านกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ระบิลรีบกระชากลูกเลื่อนปืนพร้อมใช้

“ไม่...ไม่” เสียงเจือจันทร์ดังออกมาจากห้องหนังสือ ระบิลดึงเนติมาเข้าไปดู พบกันต์นั่งกุมมือภรรยาที่ร้องไห้อยู่อย่างปลอบโยน

เนติมาถามทั้งสองว่าเกิดอะไรขึ้น เจือจันทร์เงยหน้าขึ้นมาต่อว่าชุดใหญ่ เธอโทษว่าเนติมาคือต้นเหตุของความเดือดร้อน กันต์ปรามภรรยาแล้วช่วยอธิบายแทนว่า ปกติลูกน้องของอิทธิหาญจะมาที่บ้านของเขาอยู่เรื่อยๆ บางครั้งก็เข้ามาขู่ บางครั้งก็เข้ามาสั่งให้ทำอาหารไปส่ง แต่วันนี้พวกมันมาเห็นบ้านสะอาดผิดสังเกตก็เลยพังซะเละ ทั้งๆที่เขาบอกแล้วว่ามีญาติมาขอพักด้วย

“พวกมันต้องเข้ามาอีกแน่ แล้วคราวนี้จะทำกันยังไง ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเธอจะนำความเดือดร้อนมาให้เรา ออกไป ฉันไม่อยากฟัง ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอสองคน ออกไป” เจือจันทร์ตวาด

กันต์กระชับมือภรรยาไว้แน่นเป็นการปลอบโยน ก่อนจะหันไปขอร้องระบิลให้พาเนติมาออกไปก่อน เขารับปากจะคุยกับเจือจันทร์ให้เอง ระบิลรับคำหันไปพยักหน้าให้เนติมา หญิงสาวเดินคอตกตามระบิลออกไป

ooooooo

ระบิลปลอบใจนายสาวไม่ให้คิดมาก พลางขอให้ขึ้นไปอาบนํ้าก่อน เนติมารับฟังจะเดินขึ้นชั้นบน พลันชะงักเมื่อเห็นขวัญชนกนั่งกอดเข่าซบหน้าร้องไห้อยู่บนบันได

ส่วนขวัญชนก เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นระบิลกับเนติมา ก็รีบลุกวิ่งเข้าห้องด้วยความกลัว เนติมากับระบิลตามไป และพยายามจะรั้งบานประตูไว้เพื่อจะเข้าไปข้างใน เป็นเหตุให้ระบิลถูกประตูหนีบมืออย่างจัง

“โอ๊ย” บอดี้การ์ดกุมมือด้วยความเจ็บ

เนติมาตกใจรีบเข้าไปดูอาการ  แต่ไม่ทันขวัญชนกที่ปรี่เข้าไปจับมือระบิลอย่างลืมตัว

“ฉันขอโทษ เจ็บมากไหมคะ”

“เออ...ไม่เท่าไหร่ครับ” ระบิลหันมาสบตากับเนติมาอย่างงงๆ

ขวัญชนกได้ยินเสียงระบิลก็นึกได้รีบปล่อยมือเขา แล้วจะกลับเข้าห้อง แต่เนติมาดึงตัวไว้

“ขวัญ...เธอยังกลัวฉันกับคุณระบิลอยู่อีกเหรอ”

“ฉัน...ฉันไม่ได้กลัวเธอ แต่...แต่ฉันกลัว...” ขวัญ–ชนกพูดได้เท่านั้นก็ร้องไห้โฮ

ระบิลกับเนติมามองหญิงสาวอย่างเข้าใจและเห็นใจ เนติมาดึงเพื่อนรักมากอดแล้วพาเข้าห้องไป

หลังจากขวัญชนกหลับ เนติมาเดินลงมาช่วย

ระบิลทำความสะอาดบ้านพลางชวนคุยเรื่องเพื่อนรัก

ระบิลพยักหน้าช้าๆ เอ่ยว่า ชีวิตขวัญชนกน่าสงสาร เธอควรจะพบแต่ความสดใส ไม่ใช่อับเฉาอย่างที่เป็นอยู่ เนติมาหน้าสลดรู้สึกผิดที่ครอบครัวของเธอมีส่วนทำให้ครอบครัวของขวัญชนกพบเรื่องเลวร้าย

“ผมขอโทษ” ระบิลมองนายสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก

“ที่นายพูดมันเป็นเรื่องจริงนี่นา ใครจะเชื่อ ครอบ– ครัวอดีตอัยการมือดีจะต้องมีสภาพอย่างนี้ ครอบครัวฉันเป็นต้นเหตุ ฉันถึงต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เออ...

มือนายเป็นไงบ้าง” เนติมานึกขึ้นได้

“อ๋อ...สบายมาก โอ๊ย” ระบิลร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับมือข้างที่โดนประตูหนีบ

เนติมาคว้ามือชายหนุ่มมาดู เมื่อเห็นมีรอยชํ้าก็ตกใจกลัวว่ากระดูกจะแตก จึงบังคับให้ไปหาหมอด้วยกัน หมอตรวจแล้วพบว่าแค่ฟกชํ้า ไม่มีอะไรบุบสลาย

“ไงล่ะก็แค่ชํ้า เสียเวลาขับรถมาเปล่าๆ” ระบิลถอนใจเซ็ง

“อย่างน้อยก็ได้เอกซเรย์ จะได้สบายใจ”

“ผมเพิ่งทายาที่มือคุณให้หยกๆ เผลอแวบเดียวคุณต้องพาผมมารักษามือ ขอบคุณมากนะครับ”

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นทำแกงจืดลูกรอกให้ฉันทานหน่อยได้ไหม ฉันไม่ได้ทานมานานมากแล้ว”

“แหม...เล่นแกงโบราณเลยนะคุณ”

“ก็ฉันชอบ เมื่อก่อนคุณแม่ทำให้ฉันทานบ่อยๆ” เนติมาพูดแล้วสลดลง

ระบิลหันมาเห็นรีบเปลี่ยนบรรยากาศชวนเจ้านายแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เพราะอาหารฝรั่งเมื่อตอนค่ำย่อยหมดแล้ว

ระหว่างนั่งทานก๋วยเตี๋ยว ชายหนุ่มคุยเรื่องบ้านสวนที่เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาให้ฟัง นาทีนั้น เนติมาได้ยินหนุ่มสาวโต๊ะข้างหลังคุยกันเรื่องตามหาพี่สาว เธอรู้สึกคุ้นน้ำเสียงของเด็กหนุ่มจึงหันไปมอง แต่น่าเสียดาย ดลกับอ้อเดินไปขึ้นสามล้อออกไปเสียแล้ว

ระหว่างทางกลับบ้าน เนติมายังคงข้องใจเรื่องเด็กหนุ่มที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เธอเอ่ยถามระบิลที่กำลังขับรถว่า เชื่อเรื่องสายใยพี่น้องไหม

“เชื่อ แล้วก็เชื่อด้วยว่า สายใยที่คุณว่า จะชักพาให้คุณกับน้องชายมาพบกัน โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งทำหน้านิ่วคิ้วผูกโบให้หน้าเป็นรอยพับยับถาวรอยู่เนี่ย เชื่อผมสิ  ถ้าคิดแล้วมันหาคำตอบไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคิด ผมมั่นใจอะไรอย่างหนึ่งรู้ไหม อย่างน้อยความรู้สึกที่คุณมีต่อน้องชายในตอนนี้ เขาเองก็รู้สึกไม่แพ้คุณหรอกนะ แล้วไอ้ความรู้สึกนี้จะช่วยพาคุณสองคนมาพบกัน แต่อย่าถามว่าเมื่อไหร่ เพราะผมไม่ใช่หมอดู แต่ถ้าอยากรู้ ผมจะไปเรียนหมอดูมาดูให้คุณเอง สนมะๆ” ระบิลลอยหน้าลอยตา

“ไม่ต้องเลย ขืนนายมาดูดวงให้ฉัน ชีวิตฉันคงปั่นป่วนมากกว่านี้แน่ๆ ขับรถไปเลย ฉันง่วงนอนแล้ว” เนติมาทำเข้มใส่ แต่ในใจนึกขอบคุณเพราะคำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีกำลังใจ

ooooooo

บ่ายวันต่อมา เนติมาเข้าช่วยงานศิวัชกับธำรงที่พรรค ทุกคนต่างพอใจ เมื่อผลโพลจากสถาบันต่างๆ ระบุว่าคะแนนนิยมของพรรคสยามพัฒนาสูงลิ่ว

“เรื่องนี้กลุ่มของนายพงษ์เลิศจะโทษใครไม่ได้เลย นอกจากต้องโทษตัวเอง ตอนบริหารบ้านเมืองก็คิดแต่จะทำเพื่อพวกพ้อง เขาคงคิดว่าประชาชนโง่ ไม่รู้ว่าอะไรคืออด อะไรคืออิ่ม” เนติมาพูดท่าทางจริงจัง ขณะที่ธำรงครุ่นคิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง ก่อนพูดอย่างสุขุม

“คะแนนนิยมเราสูงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพวกมันจะเล่นสกปรกอะไรบ้าง”

จังหวะนั้นเอง ระบิลยืนคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง เขากดวางสายแล้วหันมารายงานทุกคน “เป็นไปตามคาดครับ เพื่อนผมที่ประจำอยู่ชายแดนบอกว่า สายสืบแจ้งว่าจะมีอาวุธสงครามลอตใหญ่ ส่งข้ามชายแดนเข้ามาในประเทศ ทุกคนต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะครับ”

“ไอ้พวกนี้เลวจริงๆ กลัวสูญเสียอำนาจ จนไม่รู้อะไรนรกอะไรสวรรค์แล้ว” ธำรงพูดด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาด้วยความเป็นห่วงพลางเอ่ยถาม “กลัวไหมจ๊ะเนติ์”

“ไม่มีอะไรที่เนติ์ต้องกลัวค่ะพี่ศิวัช พวกเรากลับมาที่นี่ เพื่อเอาคนชั่วลงจากอำนาจไม่ใช่เหรอะ” เนติมากระชับมือคนรัก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้าหน้าที่เข้ามารายงานธำรงว่า พงษ์เลิศมาขอพบ ทุกคนอึ้งเมื่อได้ยินชื่อนี้ เพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าบุกมาถึงถิ่น

“กล้ามา เราก็กล้าต้อนรับ ไป ออกไปเล่นละครการเมืองกัน” ธำรงเดินออกไป

ศิวัชห่วงเนติมา เขาขอร้องให้เธออยู่ในห้อง แต่สาวเจ้าไม่ยอม ยืนกรานจะออกไปสบตาคนที่สั่งฆ่าพ่อแม่ด้วยตาตัวเอง เธออยากให้พงษ์เลิศรู้ว่า กรรมเดินทางมาใกล้ตัวแล้ว

ศิวัชมองคนรักอย่างหนักใจ แต่ระบิลกลับขอร้องให้ศิวัชเชื่อมั่นใจตัวคนรัก

ธำรงเดินนำระบิล เนติมา และศิวัชมาพบพงษ์เลิศกับชลกร พร้อมกองทัพนักข่าวที่หน้าห้องโถง เจ้าถิ่นเชื้อเชิญผู้มาเยือนให้เข้าไปคุยกันในห้องรับรอง แต่พงษ์เลิศว่า วันนี้เขาแค่มาแสดงความยินดี ที่จะได้ร่วมมือกันช่วยพัฒนาประเทศ แล้วพยักหน้าให้ชลกรนำกระเช้าดอกไม้ให้ธำรงพลางแนะนำ

“นี่คุณชลกร”

“คุณชลกร ผมได้ยินชื่อเสียงคุณมาบ้าง” ธำรงยิ้มรับ

ชลกรรีบโปรยเสน่ห์ ขณะที่พงษ์เลิศหันไปทักทายศิวัช ก่อนจะมองไปที่ระบิลกับเนติมา เขาจำเธอได้ แต่ทำฟอร์มว่าไม่เคยรู้จัก แสร้งถามธำรงว่า สองคนนี้คือใคร

“นั่นคุณระบิล อดีตหน่วยคอมมานโดมือหนึ่งของประเทศ เพิ่งจบหลักสูตรรักษาความปลอดภัยบุคคลมาจากฝรั่งเศสครับ เขามาดูแลความปลอดภัยให้หลานสาวผม”

ระบิลยกมือไหว้พงษ์เลิศตามมารยาท พงษ์เลิศอมยิ้มเปรยว่า ถ้ารู้มาก่อนจะจ้างระบิลมาทำงานด้วย ระบิล สวนทันควันว่า เขาเลือกเหมือนกันว่าจะทำงานให้ใคร ทำเอาพงษ์เลิศหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง แล้วหันไปทักเนติมา

“งั้นหลานสาวคนนี้ก็...”

“เนติมา อิสราวัชร ลูกสาวคุณวิเชียร คุณพรรณศรี อิสราวัชร คุณพ่อฉันนักธุรกิจมือสะอาดที่ทุ่มเททั้งชีวิต เพื่อกำจัดนักการเมืองฉ้อฉลปล้นแผ่นดิน” เนติมาแนะนำตัวเอง

“อืม...คุณวิเชียรเป็นคนดี เสียดายไม่น่า...”

“สิบปีที่ผ่านมา ฉันมีลมหายใจอยู่ก็เพื่อวันนี้ วันที่ฉันจะกลับมาทวงคืนความชอบธรรมให้กับชีวิตคุณพ่อ

คุณแม่ของฉัน บางคนอาจคิดว่าเวรกรรมเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ฉันว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่คนก่อไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” เนติมาพูดยิ้มๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

ระบิลอมยิ้มมองนายสาวอย่างชื่นชมในความกล้า ผิดกับศิวัชที่นึกห่วงคนรักจับใจ

ooooooo

พงษ์เลิศมั่นใจว่าเนติมาต้องการกลับมาประกาศสงครามกับตนแน่ ทันทีที่มาถึงบ้าน เขาเรียกลูกชายกับปานมาพบและเล่าเรื่องเนติมาให้ฟัง อิทธิหาญทำฮึดฮัดจะออกไปตามหาทายาทอีกคนของอิสรา-วัชรให้พบ เพื่อจัดการให้หมดเสี้ยนหนาม

“ก็ไม่เห็นต้องตามหาให้เหนื่อย อีกหน่อยแรงแค้น ก็จะพามันมาหาเราเองนั่นแหละลูกรัก เราแค่เตรียมเขียงเตรียมมีดไว้เชือดมันก็พอ ฮ่าๆ” พงษ์เลิศหัวเราะอย่าง อารมณ์ดี ขณะที่อิทธิหาญแววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

คํ่าวันเดียวกัน ศิวัชนัดเนติมาไปดูหนังรอบดึกหวังเพิ่มความหวาน แต่เป็นเพราะกรำงานหนัก จึงทำให้เขาเผลอหลับไป เนติมาถอนใจหันมาเรียกระบิลที่นั่งอยู่แถวหลังให้ชะโงกมาดูศิวัชนั่งหลับอย่างหมดสภาพ

ระบิลหลุดขำ ทำให้เนติมายิ่งโมโห นึกอยากจะลุกไปขยํ้าคอชายหนุ่มนัก

เมื่อหนังจบระบิลขับรถมาส่งศิวัชหน้าคฤหาสน์หรู เนติมาหันมาให้กำลังใจคนรัก

“วันหลังเหนื่อยก็บอกเนติ์นะคะ จะได้กลับไปพักผ่อน แค่เรื่องดูหนังเอาไว้วันหลังก็ได้”

“ก็พี่อยากอยู่ใกล้ๆเนติ์นี่จ๊ะ” ศิวัชพูดอย่างจริงใจ พลางเอื้อมมือไปจับมือเนติมากุมไว้ด้วยความรัก แล้วเปิดประตูให้เธอลงมานั่งคู่กับระบิลด้านหน้าก่อนจะเอ่ยว่า “ฝันดีนะจ๊ะเนติ์”

“พี่ศิวัชก็พักผ่อนเยอะๆนะคะ อย่าลืมฝันถึงเนติ์นะ”

ศิวัชเอื้อมมือไปลูบผมคนรักอย่างอ่อนโยน แล้วหันไปถามบอดี้การ์ด “คุณระบิล คุณรู้ใช่ไหมครับว่าผมจะพูดอะไร”

“ไม่ต้องห่วงครับคุณศิวัช ผมจะดูแลคุณเนติ์อย่างดี ที่สุดครับ” ระบิลพูดยิ้มๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น

ศิวัชยิ้มอย่างขอบคุณก่อนจะเดินเข้าไปในรั้วบ้านที่มีการ์ดเปิดประตูรอไว้แล้ว

เนติมามองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วหันมาปรับทุกข์กับระบิล “เมื่อก่อนพี่ศิวัชไปไหนก็ขับรถไปเองได้สบายๆ แต่แค่ลงสนามการเมืองไม่กี่วันไปไหนมาไหนก็ต้องมีบอดี้การ์ด นายไม่เห็นเหรอ”

ตอนที่ 4

เส้นทางสายอำนาจ ธำรงแผ้วถางให้ทายาทเดินเต็มกำลังสามารถ วันนี้เขาชวนปฏิพรกับศิวัชออกมาทานอาหารกลางวัน หวังให้ลูกชายสานสัมพันธ์กับทายาทนายพลทวีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ระหว่างทานอาหาร กุนซือของลูกชายเปรยว่า จะให้หญิงสาวมาทำงานที่พรรค ก่อนหันไปพูดกับศิวัช เรื่องพรรคการเมืองอีกสองพรรค ติดต่อเข้ามาขอร่วมจัดตั้งรัฐบาล

“คุณพ่อหมายความว่า เราจะโดดเดี่ยวกลุ่มของนายพงษ์เลิศ ใช่ไหมครับ”

“ไม่ใช่ เราต้องใจเย็นๆ ผลการเลือกตั้งยังไม่รู้ ว่าจะออกมายังไงเลย อย่าประมาทไพ่มันพลิกออกได้ทุกหน้านั่นแหละ จำไว้นะลูก เกมการเมืองอะไรที่ชัดเจนเกินไป บางครั้งก็เหมือนโยนตัวเองลงไปเป็นเหยื่อเสือ เหยื่อจระเข้เหมือนกัน”

ศิวัชครุ่นคิดก่อนรับคำอย่างเห็นด้วยและไม่มีทีท่าจะขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ

หลังจากทานเสร็จ ธำรงให้ศิวัชไปส่งปฏิพรที่บ้าน สาวเจ้าทำฉอเลาะ อ้อนขอตามไปหาเสียงในตอนค่ำด้วย ชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก เขาโทร. ไปปรึกษาเนติมา แต่หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวจำใจโกหกคนรักว่า คงออกไปช่วยหาเสียงไม่ได้ เพราะอยากจัดอะไรที่บ้านกันต์ให้เข้าที่เข้าทางก่อน

ครั้นได้ยินเสียงปฏิพรคุยกับคนรักอย่างจงใจ จึงเอ่ยถาม “เออ...เสียงใครเหรอคะพี่ศิวัช”

“อ๋อ...น้องตี้ไงจ๊ะ วันนี้เขาขอไปช่วยหาเสียงด้วย” ศิวัชพูดอย่างบริสุทธิ์ใจ

เนติมาหน้าสลดกดวางสาย

“เป็นอะไรไปคุณ คุยกับแฟนเสร็จถึงกับหมดพลังงานขนาดนี้เลยเหรอ” ระบิลพูดทีเล่นทีจริง เมื่อเห็นอาการนายสาว

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย” เนติมาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก ระบิลยื่นหน้าเข้ามาจ้องตาอย่างคาดคั้น เนติมาอึกอัก สุดท้ายก็ยอมเล่าเรื่องศิวัชกับปฏิพรให้ฟัง

ระบิลเข้าใจความรู้สึก ชวนเนติมาออกไปนั่งชมนกชมไม้ในสวนสวย เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและให้ข้อคิดเรื่องความรัก จนเนติมารู้สึกดีขึ้น แล้วจู่ๆ บอดี้การ์ดก็เหลือบไปเห็นปานเดินอยู่ เขารีบพาเนติมาไปหลบหลังพุ่มไม้ ก่อนออกคำสั่งเสียงเข้ม “คุณอยู่ที่นี่ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดรู้ไหม”

“ทำไม มีอะไร”

“กลับมาแล้วผมจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้คุณต้องสัญญาก่อน ว่าห้ามออกจากที่นี่เด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา เข้าใจไหม” ระบิลพูดอย่างจริงจัง เนติมาพยักหน้างงๆ มองตามระบิลที่เดินออกไปอย่างระแวดระวัง

ooooooo

ระบิลกลับมาที่ห้องพักของเนติมา แต่ไม่พบ ใคร เขารีบผละออกไปตามหาปาน จู่ๆปานซึ่งแอบอยู่ในห้องข้างๆก็ตรงเข้าล็อกคอระบิล ลากเข้าไปคุยข้างใน

ปานเตือนระบิลให้อยู่ห่างๆเนติมาก่อนจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ชีวิต แต่ระบิลยังยืนยันขอเลือกความถูกต้อง แล้วเตือนให้ปานถอนตัวจากพวกคนชั่ว

“ประโยคนี้ข้าต่างหากที่ต้องพูดกับเอ็ง วันนี้ข้ามาเยี่ยมลูกน้องเสี่ยที่โดนแทงเมื่อคืน ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าข้ามาเจอเอ็งกับผู้หญิงคนนั้น แต่วันนี้วันเดียวนะ เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องทำตามหน้าที่” ปานพูดอย่างจริงจังก่อนจะหันหลังเดินออกไป ระบิลปรี่เข้าขวางพลางถามหาพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่หายตัวไป จึงโดนปานแจกหมัดเข้าตรงมุมปาก ก่อนจะชักปืนขึ้นมาขู่ “ถ้าเอ็งพูดถึงเรื่องนี้อีก เอ็งได้กินลูกปืนแน่” ปานฮึดฮัดออกไป

ระบิลมองตามด้วยความสงสัย ก่อนตัดใจรีบกลับไปหาเนติมา แต่เธอหายตัวไปแล้ว เขาตกใจมากรีบออกตามหา สักพัก เนติมาเดินส่งยิ้มเข้ามาพลางคุยว่า เจอกระรอกน่ารักเลยเดินตามไป

“มีวินัยหน่อยสิคุณ เมื่อกี้ผมบอกให้คุณรอตรงไหน นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคุณ มันคือความปลอดภัยของชีวิตคุณเอง เพราะฉะนั้นเวลาผมสั่งอะไรให้ความร่วมมือด้วย” ระบิลพูดด้วยน้ำเสียงดุ ทำเอาเนติมารู้สึกผิดขึ้นมา

“ฉันขอโทษ แล้วนายบอกได้รึยังว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่นายไปโดนอะไรมา” เนติมาจิ้มไปที่มุมปากระบิลเพราะเห็นเลือดซึม

“โอ๊ย!” ระบิลสะดุ้งคว้ามือเนติมาไว้ ทั้งสองสบตากันนิ่งอย่างลืมตัว ระบิลได้สติรีบปล่อยมือ ชวนเจ้านายสาวกลับห้อง อ้างตากลมนานๆเดี๋ยวจะไม่สบายอีก

แต่เนติมายังข้องใจว่า ทำไมระบิลต้องให้เธอซ่อนตัวด้วย เขาจำใจหลอกว่า แค่ไปเจอเพื่อนพี่ชาย แต่จำกันไม่ได้ก็เลยระแวงจึงต้องพาเนติมาไปซ่อนก่อน

“แล้วรอยช้ำนั่นเจ็บรึเปล่า ตกลงไปโดนอะไรมา ให้หมอมาดูไหม” เนติมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ระบิลดูไม่ใส่ใจอาการของตัวเองนัก เขาพูดเฉไฉเรื่อยเปื่อย จนเนติมาฟังแล้วปวดหัวขอนอนพัก

“นี่แหละดีที่สุดสำหรับคุณตอนนี้แล้ว นอนมากๆนะครับจะได้หายเร็วๆ” ระบิลยิ้มให้เนติมาอย่างอบอุ่น แต่ในใจยังคงคิดหนักเรื่องปานอยู่ เพราะไม่เชื่อว่าปานไม่รู้ว่าพี่ก้องหายไปไหน

ooooooo

หลังเลิกงาน วิเชษฐ์กลับมานอนที่บ้านกันต์เพื่อดูแลความปลอดภัย เขายึดห้องหนังสือเป็นที่พำนัก ผู้กำกับหนุ่มมองไปรอบๆห้อง เห็นรูปขวัญชนกในช่วงมัธยมปลายยืนส่งยิ้มสดใสอยู่ในกรอบตั้งอยู่บนหลังตู้ก็ รู้สึกถูกชะตาขึ้นมา

ส่วนเจ้าของรูป เธอคุยอยู่กับเจือจันทร์ในห้อง สาวเจ้าสงสัยว่าวิเชษฐ์เป็นใคร และมาอยู่ในบ้านทำไม

“เขาเป็นรุ่นพี่ของคุณระบิลน่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนเรา เขาเป็นคนดี และแม่ก็เข้าใจลูกนะ แม่เองก็กลัว แต่เราอยู่กับความกลัวนี้มานานมากแล้ว แม่อยากเอามันออกไปจากชีวิตซะที โดยเฉพาะชีวิตของลูก ขวัญ กลับไปเรียนหนังสือไหมลูก”

“ไม่นะคะคุณแม่ ขวัญกลัว ขวัญยังไม่พร้อม คุณแม่อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับขวัญเลยนะคะ ขวัญกลัว” ขวัญชนกหลับตากระชับวงแขนกอดแม่ด้วยความกลัวที่ยังตามหลอกหลอน

ในตอนค่ำ วิเชษฐ์ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เขาเหลือบเห็นขวัญชนกแอบมองอยู่ จึงตะโกนบอกกับเธออย่างใจเย็น “น้องขวัญไม่ต้องกลัวพี่นะครับ พี่มาดูแลความปลอดภัยให้นะครับ”

ขวัญชนกพยายามควบคุมความตื่นเต้นแต่อด กลัวไม่ได้ เธอรีบหลบเข้าห้อง วิเชษฐ์มองตามอย่างเข้าใจ

ooooooo

กลางดึกคืนเดียวกัน เนติมาฝันร้ายถึงเหตุการณ์ ในอดีต เธอละเมอเรียกหาพ่อแม่เสียงลั่น ระบิลนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วงพลางเขย่าตัว ให้เจ้านายสาวตื่น

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เนติมาตื่นจากฝันร้าย เธอโผเข้ากอดระบิลร้องไห้อย่างเสียขวัญ พลางคร่ำครวญว่า ไม่อยากฝันแบบนี้อีกแล้ว มันทรมาน

ระบิลเข้าใจความรู้สึก พยายามหาเรื่องมาชวนคุยเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ทำให้เนติมาบ่นอิจฉาระบิลที่มีความสุขได้ตลอดเวลา

“ผมก็มีความทุกข์เหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยอยากจะถือมันไว้ในมือ ดอกไม้กับก้อนหินแข็งๆ เราควรเลือกนะครับว่าจะถืออะไรไว้ นอนซะนะครับดึกแล้ว” ระบิลพูดพลางห่มผ้าให้เนติมา

แต่สาวเจ้าไม่อาจข่มตาลงได้ เธอให้ระบิลไปขอยานอนหลับมาให้ทาน แต่เขาไม่ยอมอาสาร้องเพลงกล่อมให้เอง แล้วเลือกเพลงวอนลมจูบมาร้องให้เจ้านายฟัง หญิงสาวนอนอมยิ้มมีความสุข เพราะเนื้อเพลงโดนใจ และรู้สึกอบอุ่นที่มีระบิลอยู่เคียงข้าง

ooooooo

สายวันต่อมา หมออนุญาตให้เนติมาออกจากโรงพยาบาล สาวเจ้าดีใจรีบกลับมาคุยโวให้กันต์กับเจือจันทร์ฟังว่า เธอพร้อมลุยงานแล้ว จึงโดนระบิลดุ เพราะหมอสั่งให้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน

เนติมาไม่สนขอตัวขึ้นไปคุยกับขวัญชนก เพราะกลัวเพื่อนจะเป็นห่วง ระบิลจึงออกไปคุยกับวิเชษฐ์ที่กำลังจะออกไปทำงาน แต่ต้องชะงัก เพราะเห็นปานขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดประตูรั้วบ้านอิสราวัชร ทั้งสองสบตากันนิ่ง

ด้านขวัญชนก เมื่อเห็นเนติมาเข้ามารายงานตัวว่าหายดีก็เบาใจ เธอเตือนเพื่อนว่าอย่าไปตากแดดโดนฝนอีก

“โธ่ ขวัญ เธอก็รู้นี่ว่าฉันแข็งแรงหัวแข็งโป๊ก ว่าแต่เธอนั่นแหละ เมื่อไหร่จะออกไปนอกบ้านซะที ไป... ลงไปกับฉัน” เนติมาคว้าแขนขวัญชนก แต่เพื่อนรักฝืนตัวไว้บอกว่าไม่

เนติมาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนลงไปเดินเล่นด้วยกัน แต่เธอยืนยันคำตอบเดิม แล้วเดินหนีมาที่หน้าต่าง สาวเจ้ามองลงไปข้างล่าง เห็นระบิลเดินเข้ามาดูต้นไม้ในสวนอย่างมีความสุข

จังหวะนั้น ระบิลเงยหน้าขึ้นมาเห็นขวัญชนกแอบมอง จึงเรียกเสียงฮาด้วยการเด็ดดอกไม้แดงมาทัดหูพร้อมเต้นแร้งเต้นกาด้วยท่าทางตลกๆ จนขวัญชนกหลุดหัวเราะออกมา

เนติมาดีใจมาก รีบลงมาบอกข่าวดีกับทุกคนและอนุญาตให้ระบิลทำบ้าๆ บอๆต่อไปได้เพราะอยากเห็นขวัญชนกหัวเราะอีก

“แหม เห็นเพื่อนหัวเราะได้ เอาใหญ่เลยนะคุณ ผมก็กลัวเสียภาพพจน์เป็นเหมือนกันนะ” ระบิลทำเก๊ก แล้วเอ่ยกับนายสาวว่า เรามาถูกทางแล้ว จากนั้นก็หันไปหยิบถุงยามาส่งให้และบังคับให้เจ้านายกิน แถมขู่ว่า ถ้าไม่เชื่อฟังจะโทร.ไปฟ้องศิวัช

“โห...ขี้ฟ้องเป็นเด็กไปได้” เนติมาเดินงอนกลับขึ้นห้อง แล้วกดโทรศัพท์หาคนรักด้วยความคิดถึง แต่ศิวัชนั่งหลับอยู่บนเบาะหลังรถด้วยความอ่อนเพลียจากการหาเสียง ปฏิพรนั่งอยู่ข้างๆ หยิบมือถือขึ้นมาดู ครั้นเห็นชื่อเนติมาขึ้นหน้าจอก็รีบกดปิดเครื่องหวังสร้างความร้าวฉาน แต่เนติมาไม่คิดอะไร เข้าใจว่าคนรักคงเหนื่อยและหลับไปแล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศิวัชเปิดมือถือ เห็นเบอร์เนติมาโทร.เข้ามา จึงรีบโทร.กลับพร้อมกับคำขอโทษที่ไม่ได้รับสาย เนติมาไม่ว่าอะไร เธอบอกคนรักว่า วันนี้จะไปช่วยหาเสียงและจะซื้อขนมเจ้าประจำไปฝาก พลางส่งยิ้มสดใส เมื่อระบิลแซว เนติมาก็ถามกลับเรื่องคนรักของเขา ชายหนุ่มก็ทำเฉไฉถามหาร้านขนมที่เจ้านายจะซื้อไปฝากคนรัก

สายวันเดียวกัน ดลออกไปช่วยเพื่อนขายของในตลาดนัด มีอ้อตามไปด้วย จังหวะหนึ่งดลออกไปซื้อน้ำ อ้อได้โอกาสเข้าขายของแทน ดลกลับมาเห็นก็ไม่พอใจดึงแขนออกไปต่อว่า สาวน้อยทำอ้อนใส่พร้อมยกสารพัดเหตุผลมาชี้แจง จนดลใจอ่อน ยอมให้เธอทำงานพิเศษได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่กระทบผลการเรียน

“อ้อสัญญานะจ๊ะ ว่าจะไม่ทำให้พ่อกับพี่ดลผิดหวังเด็ดขาด” สาวน้อยยกนิ้วก้อยขึ้นมา ดลอมยิ้ม ก่อนเอานิ้วก้อยของตัวเองมาเกี่ยวก้อยสาวน้อย พลางยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ

ooooooo

การเลือกตั้งใหญ่ใกล้เข้ามาทุกที พรรคการเมืองต่างแข่งกันลงพื้นที่เพื่อชิงคะแนนเสียงกันอย่างดุเดือด โพลที่ออกมาระบุตรงกันว่า พรรคน้องใหม่อย่างสยามพัฒนาได้ความนิยมจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

อิทธิหาญไม่พอใจผลสำรวจนัก กลัวพ่อจะชวดอำนาจ จึงเปรยเรื่องนี้กับปาน สมุนคู่ใจเตือนให้เจ้านายใจเย็น เพราะเชื่อว่านายใหญ่มีแผนรับมืออยู่แล้ว

“ก็ปล่อยให้พ่อเขาทำตามวิธีของเขาไป ส่วนฉันแกก็รู้นี่ปาน ว่าฉันจะทำยังไง” อิทธิหาญเอ่ยอย่างเลือดเย็นสีหน้าเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง ศิวัชเห็นข่าวสังคมแซวเรื่องตนเองกับปฏิพรควงคู่กันออกงาน และลงพื้นที่หาเสียงด้วยกันอยู่บ่อยๆ เขาเริ่มห่วงความรู้สึกเนติมา จึงเข้ามาปรึกษาธำรง

ธำรงอ้างว่า เนติมาเป็นคนมีเหตุผล เธอต้องเข้าใจ แล้วแอบโทร.ไปขอบคุณปิยณีที่ช่วยกระจายเรื่องศิวัชกับปฏิพร เพราะหวังจับคู่ให้ลูกชายเพื่ออำนาจทางการเมือง

ด้านเนติมาเมื่อเห็นข่าวศิวัชกับปฏิพรก็แอบน้อยใจ ถึงกับไม่ยอมรับโทรศัพท์ของชายหนุ่ม ระบิลลอบมองอาการเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนชวนออกไปซื้อต้นไม้ด้วยกัน พลางเตือนว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าความคิดตัวเอง และตอนนี้นายสาวกำลังโดนความคิดของตัวเองทำร้ายอยู่

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“แม็กกี้ อาภา” รับบทคุณแม่ครั้งแรก และต้องเจอเรื่องลึกลับ ใน “ตุ๊กตา”
20 เม.ย. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 09:01 น.