ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสน่ห์นางงิ้ว

SHARE
  • หน้าที่ 2
  • 1
  • 2
  • 3

ดำเกิงกลับบ้านค่ำทุกวันจนเจียงเป็นห่วง เขาถือบะหมี่มาฝากเจียงกับหลอ โกหกว่าไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ภัตตาคารจีนแถวเยาวราชได้เงินดี และซื้อบะหมี่เจ้าอร่อยมาฝาก เจียงเปรยว่าเป็นห่วงกลัวเขาไปทำอะไรโง่ๆอีก ดำเกิงยิ้มแหยๆก่อนจะขอตัวไปนอน

ในขณะที่กนกวิภานอนไม่หลับ ในสมองคิดถึงเรื่องที่เจอดำเกิงเมื่อกลางวัน แล้วเผลอเอามือลูบคลำที่ปาก พอรู้ตัวก็พยายามไล่ความคิดนั้นออกไป เจ็บใจที่ดำเกิงพูดว่าจะไม่ยอมให้คนที่รักอยู่กับพวกผู้ดีปีศาจอย่างตน ...แล้วฉุกคิดหมายความว่าอย่างไร คนที่เขารัก

เช้าวันใหม่ กนกวิภาให้จ๊าดไปสืบเรื่องของบัวจากคนในตลาด อาโกร้านกาแฟช่างเม้าท์เล่าละเอียดยิบ ว่าเจียงเป็นคนดีสู้ชีวิต เก็บบัวและดำเกิงมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ไม่เพียงเท่านั้นยังดูแลทุกคนในคณะเหมือนลูก ทุกคนจึงเรียกเขาว่าป๊า...จ๊าดยิ้มย่องกลับมารายงานกนกวิภาทันที

กนกวิภาฟังแล้วคิดแผนการ จะทำให้บัวเจริญรอยตามแม่ ด้วยการคบชู้กับดำเกิง...

 ชยุติเห็นบัวแต่งตัวสวยหน้าตาสดชื่นก็ชม บัวยิ้มรับไม่พูดอะไร มาลัยถือขนมมงคลมาส่งให้บอกคงดีใจที่จะได้กลับบ้าน มาอยู่ที่นี่สองวันน่าจะคิดถึงบ้านมาก บัวยิ้มรับ มาลัยเล่าว่าสมัยตนก็คิดถึงบ้านมาก ดีที่มีอากงคอยปลอบอยู่ใกล้ๆ ชยุติรีบบอกว่าตนจะทำอย่างอากง มาลัยหันมาชมบัววันนี้สวยมาก นึกถึงเวลาที่เล่นงิ้วอยู่บนเวที สะกดคนดูได้หมด บัวขอบคุณบอกมีแต่อาม่าที่ชมตน มาลัยแย้งว่าชยุติก็ชมไม่ขาดปาก บัวเขิน มาลัยถอดแหวนที่นิ้วให้บัว

“หัวใจของอั๊ว ก๋งของไอ้ตี๋ให้อั๊วไว้ อั๊วยกให้ลื้อ” บัวไม่กล้ารับเพราะเป็นของสำคัญ “ไม่ต้องปฏิเสธ ตึ่งฉู่ทั้งที ลื้อก็ต้องมีของติดตัวกลับบ้านไปบ้าง ไม่อย่างนั้นคนมันจะนินทาเอาได้ว่า บ้านเกียรติกำจรเค็มกับลูกสะใภ้... มันเป็นของลื้อแล้ว เก็บรักษาไว้ให้ดีๆนะ”

บัวกับชยุติไหว้ขอบคุณ มาลัยให้ชยุติสวมแหวนให้บัว บัวตื้นตันโผกอดมาลัยอย่างซึ้งใจ แต่ความสุขมีเพียงประเดี๋ยวประด๋าว พอชยุติพาบัวเดินผ่านโถงบ้าน วลี วลัยและกนกวิภามองเหยียดๆ พลันสายตาวลีมองไปเห็นแหวนที่นิ้วบัวก็ร้องลั่น

“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป!นี่มันแหวนของอาม้านี่ ทำไมมาอยู่บนนิ้วของแกได้นังบัว”

วลัยเข้าไปดูใกล้ๆแล้วสำทับว่าใช่แหวนของอาม่าจริงๆ ชยุติรีบบอกว่าอาม่ายกให้บัว สองพี่น้องยอมไม่ได้ กระชากแขนบัวจะดึงแหวนออก กนกวิภาช่วยจับอีกแรง บัวเจ็บจนน้ำตาปริ่ม ชยุติพยายามห้ามทุกคน แค่แหวนวงเดียวทำไมทุกคนเป็นแบบนี้

“อาม้านะอาม้า เห็นคนอื่นสำคัญกว่าลูกหลานตัวเองได้ยังไง ไอ้เราปรนนิบัติแทบตาย ไม่เห็นเคยได้อะไรเลย” วลัยบ่นอุบ

วลีโวยหาว่าชยุติสอนเมียให้แข็งข้อ แล้วบังคับให้บัวถอดแหวนออกมา กนกวิภาว่าถ้าเขาคิดว่า

แค่แหวนวงเดียว ทำไมไม่ถอดคืนมาให้พวกตน คงเห็นว่าเป็นของมีค่าถึงหวงเอาไว้ ชยุติเอ็ดให้หยุดลามปาม บัวสุดทนตัดสินใจถอดแหวนออกเองส่งให้วลี ชยุติมองคนในครอบครัวด้วยสายตาผิดหวัง วลีตวาดอย่ามองแบบนั้นโทษเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะอาม่าคนเดียว

มาลัยกำลังยืนเหวี่ยงแขนออกกำลังโดยมีจี๊ดอยู่ข้างๆ วลีปราดเข้ามาชูแหวนโวย“ม้าไปให้แหวนนังบัวมันทำไม แหวนวงนี้ควรเป็นของหนู เพื่อตกทอดถึงยัยหนก ไม่ใช่ของมัน...ม้าเสียสติไปแล้วรึคะ เมื่อไหร่ม้าจะตาสว่างสักที”

มาลัยมองลูกสาวด้วยความเอือม เดินมานั่งจิบชาอย่างใจเย็น ก่อนจะตอบว่า “อั๊วตาสว่างมานานแล้ว แต่ใครบางคนนี่สิที่ยังมืดบอด โดยเฉพาะใจ ใจมันบอดจนมองไม่เห็นอะไรเลย”

“ยังไงก็ช่าง หนูจะไม่คืนแหวนวงนี้กับอาม้านะคะ แหวนวงนี้ของม้าจะต้องอยู่กับหนู อยู่กับลูกหลานของเกียรติกำจรเท่านั้น”

“ก็แล้วแต่ลื้อละกัน ทำอะไรก็ได้ที่ลื้อสบายใจ จะได้ไม่อาละวาดเป็นหมาบ้าอย่างนี้...ลื้อออกไปได้แล้ว อั๊วจะออกกำลังกายต่อ หรือจะให้อั๊วสาดน้ำชาไล่ลื้อ”

วลีฮึดฮัดออกไป มาลัยทรุดนั่งอ่อนแรง บอกจี๊ดให้พากลับห้อง...ระหว่างทางที่ชยุติพาบัวเดินมา ผ่าน

ร้านทองร้านหนึ่ง เขาชวนเธอเข้าไป ตั้งใจซื้อแหวนให้เธอใหม่ บัวปฏิเสธไม่อยากได้ ถึงอย่างไรตนก็จะอยู่ดูแลอาม่าให้ดี ให้เหมือนกับดูแลป๊า ชยุติขอบคุณและสัญญาจะอยู่เคียงข้างเธอเหมือนอากงอยู่กับอาม่าเช่นกัน บัวย้ำอย่าสัญญา

ชยุติหยิบแหวนเกลี้ยงธรรมดามาสองวง แล้วกำชับกับบัวว่า “ถึงแม้แหวนวงนี้จะไม่มีค่าเท่ากับแหวนของอาม่า แต่มันก็มาจากหัวใจของผม คุณสวมไว้นะผมก็จะสวมไว้เหมือนกัน แหวนคู่เป็นตัวแทนที่จะบอกว่าคุณจะอยู่ข้างๆผม ผมก็จะอยู่ข้างๆคุณ เราจะอยู่ข้างกันตลอดไป”

บัวสบตาซึ้งใจ ดำเกิงเดินเข้ามามองทั้งสองด้วยความปวดใจ บอกบัวว่าเจียงให้รับเธอไปตึ่งฉู่ ตนไม่อยากไปเหยียบบ้านผู้ดีจึงรอตรงนี้

ooooooo

บัวกับชยุติก้มกราบที่เข่าเจียงแล้วแลกขนมมงคลที่เตรียมมา เจียงอวยพรให้ทั้งสองมีความสุขความเจริญ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง...เสร็จพิธีเจียงก็ถามทุกข์สุขบัว เธอฝืนยิ้มตอบว่าทุกคนดีกับตน ชยุติรับรองจะดูแลบัวให้ดีที่สุดและจะพาเธอมาเยี่ยมบ่อยๆ

เจียงเกรงใจ บัวแต่งงานเข้าบ้านเขาแล้วก็ต้องเป็นคนในตระกูลเขา ชยุติบอกว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน อะไรที่ทำให้บัวมีความสุขตนจะทำ ดำเกิงทนฟังไม่ไหวขอตัวไปทำงาน หลอท้วงวันเกิดแท้ๆน่าจะหยุดฉลองร่วมกัน บัวเห็นด้วยแต่ดำเกิงทนปวดใจไม่ได้เดินจ้ำออกไป

“เฮ้อ...อาเกิ่งอีทำงานหนักทุกวี่ทุกวันจนอั๊วเป็นห่วง เห็นบอกว่าตอนกลางวันไปเป็นพนักงานที่ภัตตาคารด้วย” เจียงไม่สบายใจ

“ก็อีเอาแต่บ่นว่าจะหาเงินให้ได้เยอะๆ” หลอเสริม

บัวตั้งใจจะฉลองวันเกิดให้ดำเกิง ชยุติเสนอเมื่อเขาไม่อยู่ก็ตามไปฉลองให้เขาที่ร้าน ทุกคนเห็นด้วย...

ชยุติจึงขับรถพาทุกคนไปยังถนนเยาวราช เดินหาร้านที่ดำเกิงทำงาน บัวประคองเจียงเดิน หลอเห็นมีคนมุงดูบางอย่างกันเนืองแน่น พลันได้ยินเสียงร้องงิ้วแว่วมา เจียงเปรยว่าเสียงคุ้นๆ ทุกคนเดินเข้าไปแล้วต้องตกตะลึง เมื่อเห็นดำเกิงแต่งงิ้วร้องและเล่นงิ้วประกอบการทำบะหมี่เสิร์ฟให้ลูกค้า บางคนที่ไม่ได้นั่งกิน ยืนดูก็จะโยนเศษเงินใส่หมวกที่วางอยู่ที่พื้น

บัวหลับตาลงอย่างสังเวชใจ น้ำตาอาบแก้ม เจียงถึงกับเซ หลอเข้าพยุงแต่เขาผละตัวออกเดินตรงไปหาดำเกิง ทุกคนมองอย่างเป็นห่วง สีหน้าเจียงเจ็บปวดสุดหัวใจ เรียกดำเกิงด้วยน้ำเสียงโกรธจัด ดำเกิงสะดุ้งหน้าซีด ไม่ทันไรเจียงก็ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าเขาอย่างแรง

“ลื้อมาทำบ้าอะไรที่นี่ ไหนงานร้านอาหารที่ลื้อว่า เศษเงินที่ลื้อได้กลับไปบ้านทุกวัน มันได้มาด้วยวิธีนี้

น่ะเหรอ พูดออกมาเดี๋ยวนี้...ลื้อพูดออกมา!”

“มันก็หามาได้ด้วยวิธีสุจริตก็แล้วกันล่ะน่า ป๊าจะต้องแคร์อะไร ฉันมันก็มีปัญญาแค่นี้ ฉันมันโง่ หนังสือหนังหาก็ไม่ได้ร่ำเรียนสูงเหมือนคนอื่นเขา ป๊าจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อป๊าให้สิ่งนี้กับฉันมาตั้งแต่เล็ก ฉันทำผิดมากงั้นเหรอ”

“ลื้อไม่ผิด แต่เราไม่ใช่ขอทาน ปู่ย่าตายายสอนให้เล่นงิ้ว ให้รักงิ้ว ให้ช่วยกันเชิดชูไม่ใช่เอามาปู้ยี่ปู้ยำให้คนอื่นเขาดูถูกแบบนี้ จะอดตายกัดก้อนเกลือกินยังไงก็ต้องรู้จักอดทน ไม่ใช่เอางิ้วมาขอทาน ขอเศษเงินให้คนเขาสงสารอย่างนี้ ศักดิ์ศรีของลื้อมันหายไปไหนหมด ไอ้เกิ่ง...ศักดิ์ศรีในตัวลื้อมันยังพอมีอยู่บ้างไหม” เจียงน้ำตาไหลพรากขณะพูด

ระหว่างนั้นกนกวิภายืนดูอยู่ในกลุ่มไทยมุง เพราะตั้งใจจะมาทำตามละครที่ดูกับวลัย ว่านางเอกถูกตัวอิจฉาทำให้พระเอกเข้าใจผิดว่ามีชู้กับพี่ชายต่างสายเลือด...ดำเกิงร้องไห้ออกมาด้วยความอับอาย บัวขอร้องให้เจียงพอแค่นี้ ดำเกิงฉวยโอกาสวิ่งหนีไป บัวฝากให้ชยุติพาเจียงกับหลอ

กลับบ้าน ตนจะตามไปดูดำเกิงเอง กนกวิภาเห็นเช่นนั้นก็แอบตามบัวไป

บัวตามมาเจอดำเกิงนั่งร้องไห้ที่กองขยะเข่ง

ในซอยใกล้ๆ จึงเข้าไปถามทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ดำเกิงพูดอย่างร้าวรานใจว่า คนไม่มีศักดิ์ศรีสมควรแล้วจะอยู่ที่แบบนี้ ตนทำให้ป๊าต้องอาย ตนไม่สมควรเป็นลูกป๊าอีก บัวปลอบใจ

“ทำไมถึงได้ลงโทษตัวเองอย่างนั้นล่ะ เราไม่ได้ไปโกงไปจี้ไปปล้นใครเขามา เกิ่งจะต้องอับอายใครไปทำไม บัวรู้...ทุกคนก็รู้ว่าเกิ่งเสียสละทำเพื่อเราทุกคน ที่พลาดไปแล้วก็ช่างมันเถอะนะ แก้ตัวกันใหม่ เรายังมีหวัง เกิ่งไม่จำเป็นต้องลงโทษตัวเองขนาดนี้ก็ได้ กลับบ้านกันเถอะนะ”

“เกิ่งกลับไปไม่ได้แล้วบัว”

“แล้วเกิ่งจะไปไหน เกิ่งจะทิ้งคณะของเรา จะทิ้งป๊า ทิ้งบัวไปได้ยังไง เกิ่งเป็นลูกชายของป๊านะ เกิ่งต้องดูแลคณะงิ้วต่อไป ถ้าเกิ่งจะทิ้งทุกอย่างเพราะเรื่องแค่นี้ บัวก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”

ดำเกิงร้องไห้หนักขึ้น บัวขยับเข้ากอดปลอบ

กนกวิภามองด้วยสายตาอิจฉาโดยไม่รู้ตัว ดำเกิงรำพันว่าไม่ต้องการให้เราเป็นหนี้บุญคุณใคร พวกที่หยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ ต้องการผลประโยชน์ทั้งนั้น บัวเข้าใจว่าเขาหวังดี ดำเกิงพร่ำพูดว่าตนรักป๊า รักบัว จะไม่ยอม

เสียใครไป กนกวิภาได้ยินอย่างนั้นรู้สึกตงิดในใจ ต้องทำตามแผนให้ได้

ooooooo

กนกวิภากลับมาเล่าให้วลีกับไชโยฟังว่า บัวมีความสัมพันธ์กับดำเกิง ทั้งสองไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน ตนมั่นใจว่าดำเกิงรักบัวแน่ๆ วลียิ้มย่องจะต้องทำให้ชยุติเกลียดโกรธบัวให้ได้

ด้านเจียงกับหลอนั่งรอดำเกิงด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยหัวใจ ชยุติพยายามปลอบใจ เย็นย่ำบัวพาดำเกิงกลับมา ดำเกิงก้มกราบขอโทษเจียงที่ทำให้ผิดหวัง

เจียงลูบหัวเขาน้ำตาปริ่ม

“ป๊าเลี้ยงลื้อกับอาบัวมาด้วยความรัก ไม่เคยตีไม่เคยว่าให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจสักครั้ง แต่วันนี้ป๊าต้องทำในสิ่งที่ตัวเองเกลียดที่สุด ป๊าเองก็เสียใจ ป๊าขอโทษนะ”

“ป๊าอย่าพูดอย่างนั้น ป๊าเป็นป๊า ป๊าจะขอโทษลูกได้ยังไง เกิ่งสัญญา เกิ่งจะไม่ทำให้ป๊าต้องผิดหวังหรือเสียใจอีกแล้ว”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แม่มาแล้ว! มัมพลอย คืนจอแซ่บต่อ “เพลิงนาง” ปรับตัวใหม่ ตามวิถี New Normal

แม่มาแล้ว! มัมพลอย คืนจอแซ่บต่อ “เพลิงนาง” ปรับตัวใหม่ ตามวิถี New Normal
29 พ.ค. 2563
13:01 น.