ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสน่ห์นางงิ้ว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3

วลีวางแผนให้กนกวิภาไปนอนขวางไม่ให้ชยุตินอนกับบัวได้ และคืนต่อไปจะต้องเป็นหน้าที่ของวลัย เธอจะทำทุกวิธีให้บัวกระเด็นออกไปจากบ้าน วลัยเห็นสีหน้าพี่สาวแล้วยังขยาด

เช้ามืด บัวหลับอยู่บนเก้าอี้ ชยุติฟุบหลับที่โต๊ะ มีเพียงกนกวิภาที่นอนอย่างสบายบนเตียง บัวตื่นขึ้นมาจัดการตัวเองเรียบร้อย ลงไปเอาน้ำใส่กะละมังขึ้นมา เคาะประตูห้องวลีแล้วคุกเข่ารอ วลีกับไชโยเปิดออกมาพอเห็นหน้าบัวก็หงุดหงิด

“บัวยกน้ำมาให้อาม้าล้างหน้าล้างตาตามประเพณีน่ะค่ะ”

“ใครม้าแก! เมื่อคืนฉันไม่มาส่งตัวเจ้าสาว ยังไม่รู้อีกเหรอว่าฉันไม่รับแกเป็นลูกสะใภ้ หน้าด้านจริงๆ” วลีเอาน้ำในกะละมังราดหัวบัวแล้วขว้างกะละมังทิ้ง

เสียงเอะอะทำให้ชยุติสะดุ้งตื่นวิ่งออกมา เห็นสภาพบัวก็เข้าประคอง ถามวลีทำอะไรบัว

“ฉันก็แค่ช่วยให้มันตาสว่าง ตื่นจากความฝันเน่าๆที่คิดว่าจะได้ชูคอเป็นสะใภ้เกียรติกำจรง่ายๆน่ะสิ...

เป็นยังไงตื่นหรือยัง” วลีเยาะหยันบัว

กนกวิภายืนพิงประตูมองอย่างสะใจ ชยุติต่อว่าวลีทำเกินไป บัวปรามไม่อยากให้เป็นเรื่อง กนกวิภาแทรกว่าหน้าด้าน ชยุติหันมาเอ็ด ไชโยกลับดุชยุติและกำชับ อย่าให้บัวเสนอหน้ามาวุ่นวายกับพวกตนอีก วลีย้ำไม่ให้เรียกตนว่าอาม้า กนกวิภาเสริมให้เรียกตนว่าคุณ เพราะตนไม่ต้องการนับญาติด้วย ชยุติจะเอาเรื่อง บัวขอร้องให้เขาพอแล้วขอตัวเก็บกะละมังลงไป

บัวเปิดประตูเข้าห้องน้ำ ยืนพิงประตูปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น...จากนั้นทุกคนมานั่งที่โต๊ะอาหารยกเว้นชยุติ กลิ่นอาหารหอมฟุ้งจนกนกวิภาร้องถามจ๊าดว่าเช้านี้ทำอะไร จ๊าดรายงานรายการอาหาร บัวยกจานอาหารมาวาง มาลัยเห็นเป็นผัดโป๊ยเซียนก็ชมว่าน่าทานมาก จี๊ดรีบบอกว่าฝีมือบัวอร่อยอย่าบอกใคร กนกวิภาทำเสียงแหวะกระจอก

ชยุติเดินเข้ามาในชุดลำลอง ไชโยเห็นทักว่าทำไมไม่ไปทำงาน เขาขอลาหยุดสามวัน ไชโยบอกไม่ได้

วันนี้ต้องเข้าโรงงานแทนตน เพราะตนต้องไปทำธุระกับวลี ชยุติรับคำเซ็งๆแล้วเรียกให้บัวนั่งลงกินข้าวด้วยกัน วลีแว้ดทันที

“ไม่ได้! เป็นสะใภ้จะมากินพร้อมครอบครัวผัวได้ยังไง ไม่รู้ธรรมเนียมเหรอ”

“ธรรมเนียมโบราณขนาดนั้น ขนาดอั๊วยังลืมไปแล้วเลย มาอาบัวมานั่งข้างๆอาม่านี่”

บัวขอตัวไปทานในครัว มาลัยไม่ยอม วลีเสียงกร้าวห้ามบัวร่วมโต๊ะเด็ดขาด กนกวิภาเปรยค่อยกลืนลง

ชยุติมองทุกคนอย่างไม่พอใจ บัวบอกชยุติกับมาลัยว่าตนไม่เป็นอะไร รอทานทีหลังได้ ทั้งสองสงสารบัวจับใจ

เช้าวันเดียวกัน ดำเกิงยืนคนข้าวต้มอย่างเหม่อลอยคิดถึงบัว จนโดนข้าวต้มเดือดลวกมือ หลอเข้ามาดูอย่างห่วงใย ไม่ทันไรตรึงจิตหน้าตาตื่นมาส่งข่าวว่า ไหมฟ้าถูกธานีแจ้งจับติดคุก เจียงตกใจมากรีบไปขอร้องธานีถอนแจ้งความปล่อยไหมฟ้า แต่ธานีไม่ยอมเพราะโกรธที่เธอขโมยเงิน เจียงอ่อนใจกลับบ้าน...หลอบอกถ้าอยากช่วยก็ต้องเอาเงินสินสอดที่ได้มาไปประกันตัว แต่เจียงไม่อยากยุ่งกับเงินส่วนนั้น ตั้งใจเก็บไว้คืนในวันหนึ่ง

เสียงวลีดังขึ้นว่าไม่ต้องคืนและจะแถมเงินให้อีกก้อน ถ้าเขายอมทำตามข้อเสนอ เจียงกับหลอหันมองวลีกับไชโยที่เดินเข้ามา วลีถามจะเอาเท่าไหร่เพื่อให้ลูกสาวหย่ากับชยุติ เจียงนิ่งอึ้ง

“เวลาของพวกฉันเป็นเงินเป็นทองนะ อย่าคิดเยอะ เงินก้อนใหญ่ คนอย่างพวกแกไม่มีปัญญาหาได้ง่ายๆหรอก” วลีเสนอ ไชโยสำทับให้รีบตัดสินใจ

“ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องเลิกกัน ก็ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของพวกเขา”

วลีหาว่าเล่นแง่เพราะคิดว่าลูกสาวเกาะตระกูลตนไว้แล้วจะได้มากกว่า เจียงขอร้องให้ทั้งสองกลับไป จะเสนอเท่าไหร่ตนก็ไม่เอา ดำเกิงแอบฟังอยู่นานเริ่มทนไม่ไหว ก้าวเข้ามาเสียงเข้ม

“พวกเราจนแล้วยังไง มันหนักกบาลผู้ดีอย่างพวกคุณตรงไหนไม่ทราบ”

“อี๊! ไอ้กุ๊ย สถุนที่สุด”

ดำเกิงตวาดไล่ถ้ายังไม่ไปจะสถุนมากกว่านี้ ว่าแล้วก็คว้าไม้กวาดมาเหวี่ยงไล่ หลอกับเจียงต้องห้ามและให้ดำเกิงขอโทษ วลีไม่รับ ประกาศว่าถ้าอยากให้บัวตกนรกทั้งเป็นก็จงอยู่บ้านตนต่อไปจะหาว่าตนใจร้ายไม่ได้ ดำเกิงไล่ซ้ำ ทั้งสองจ้ำอ้าวออกไป เจียงทรุดลงห่วงบัวจับใจ

ooooooo

สภาพความเป็นอยู่ที่บัวต้องพบเจอ ทำให้เธอหมดกำลังใจกินข้าวไม่ลง มาลัยเข้ามาเห็นถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอฝืนยิ้มบอกรู้สึกเหนื่อย คงเพราะงานเมื่อวาน

มาลัยรู้ว่าไม่ใช่จึงพูดปลอบใจ “ตอนอั๊วอายุ

เท่าลื้อ อั๊วต้องทำงานแทบไม่ต่างจากจับกังเลยล่ะ มืออั๊ว ทั้งหยาบทั้งกร้าน บางวันหยิบจับอะไรแทบไม่ได้ เพราะมันเจ็บแสบไปหมด ความลำบากแสนสาหัสที่อั๊วไม่เคยลืม แต่อั๊วก็ผ่านมันมาได้ ลื้อรู้ไหมว่าเพราะอะไร...”

“เพราะอะไรคะ”

“เพราะความอดทนยังไงล่ะ”

บัวยิ้มอย่างเข้าใจแล้วว่า ความอดทนจะช่วยให้เราผ่านความยากลำบากไปได้ มาลัยย้ำให้ใช้ความดีต่อสู้ บัวรู้สึกเหนื่อยใจเศร้าลง

“แต่การเอาชนะใจคนอื่นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะอาม่า โดยเฉพาะกับคนที่ไม่คิดว่าเราเป็นคนด้วยซ้ำ”

“เราเป็นใคร เรารู้อยู่แก่ใจ ไม่มีใครมาตัดสินเราได้”

“ขอบคุณอาม่ามากนะคะที่เมตตาบัว สอนให้บัวได้คิดทำให้บัวรู้สึกเหมือนมีป๊าอยู่ข้างๆ”

มาลัยโอบไหล่บอกเธอมีตนอยู่ข้างๆเสมอ บัวถามทำไมถึงเลือกตนเป็นสะใภ้ทั้งที่ตนไม่มีอะไรเลย มาลัยเน้นว่า บัวมีทุกอย่างที่ตนต้องการ ไม่เชื่อให้ไปถามชยุติดู พูดจบมาลัยเดินไป ทิ้งให้บัวทำหน้าไม่ถูกอยู่ตรงนั้น ไม่ทันไร จี๊ดวิ่งเข้ามาบอกว่ากนกวิภาเรียกหา

กนกวิภาแกล้งให้จ๊าดหอบเสื้อผ้ากองโตมากองให้บัวซักให้หมด จี๊ดเห็นมีชุดชั้นในรวมอยู่ด้วยก็ตาโต ถามเป็นสะใภ้ต้องซักชั้นในให้คนในบ้านด้วยหรือ

กนกวิภาย้อนถามแล้วจะทำไม จี๊ดสงสารบัวจะช่วยซัก กนกวิภาประกาศถ้าจี๊ดช่วยตนจะไล่ออก บัวจึงบอกจี๊ดว่าตนทำคนเดียวไหว กนกวิภาหมั่นไส้แกล้งเตะตะกร้าผ้าล้มคะมำ บัวกล้ำกลืนมองอย่างอดกลั้น

จี๊ดรู้สึกว่ากนกวิภาทำเกินไปจะฟ้องชยุติ บัวขอร้องอย่าเอาเรื่องหนักใจไปให้เขารับรู้ จี๊ดสงสารบัวมาก เข้ามาบ่นกับชูดวง จ๊าดเข้ามาได้ยินเยาะหยันว่าถ้าบัวไม่ทำให้บ้านนี้ ก็ต้องไปทำให้บ้านเสี่ยธานีอยู่ดี ชูดวงพลั้งปากว่าไม่จำเป็นต้องทำเพราะชยุติใช้หนี้ให้เจียงหมดแล้ว จ๊าดหูผึ่ง รีบคาบข่าวมารายงานวลีทันที วลีโกรธมาก เอะใจว่าชยุติไปเอาเงินมากมายจากที่ไหน

ขณะที่วลัยกำลังนวดให้มาลัยอยู่เพลินๆ วลีเข้ามา โวยว่ามาลัยทำเกินไป ทำไมไม่อยู่ส่วนของตัวเองไปจุ้นจ้านวุ่นวายเรื่องคนอื่นทำไม...เสียงวลีดังลั่นบ้านจนบัวและกนกวิภาวิ่งมาดู

วลัยตกใจปรามพี่สาว “คุณพี่ขา แรงเกินไปหน่อยหรือเปล่า นั่นอาม้าของเรานะคะ”

“เธอไม่ต้องมายุ่ง อาม้าถือดียังไง เอาเงินให้ลูกชายหนูไปปรนเปรอไอ้พวกข้างถนนนั่น”

“แล้วลื้อล่ะ ถือดียังไงไปห้ามไม่ให้ลูกมันคบค้าสมาคมกับคนดีๆพวกนั้น”

“อาม้าเอาอะไรมาตัดสิน ว่าไอ้คนพวกนั้นมันดี มันวิเศษ”

“ก็แล้วลื้อเอาอะไรมาตัดสิน ว่าเขาเป็นคนชั่ว คนเลว”

“มันจน มันมีหนี้สินพะรุงพะรัง การศึกษาก็ต่ำ บ้านก็อยู่ในสลัมสกปรกโสโครก” กนกวิภาเสริมว่าพวกนั้นเล่นงิ้ว หาเช้ากินค่ำ มาลัยหันมาถามหลานสาว ว่าตัวเองมีอะไรดีกว่า ถึงไม่คิดว่าพวกเขาเป็นคนเหมือนกัน วลีตกใจที่มาลัยเข้าข้างพวกบัว มาลัยสั่งสอน

“อั๊วอยู่มาจนปูนนี้แล้ว เห็นอะไรมาก็มาก ลื้ออย่าตัดสินคนอื่นด้วยความคิดของลื้อฝ่ายเดียวสิวลี...

ลื้อมันรวยซะจนไม่เห็นหัวคนอื่น รู้ตัวบ้างรึเปล่า ลูกลื้อก็โตแล้ว ปล่อยให้มันมีความคิดของมันเองบ้าง ลื้อจะเลี้ยงมันแบบไม่ยอมให้มันโตเลยรึไง”

ไชโยเข้ามาช่วยวลีต่อว่ามาลัยอย่านอกเรื่อง เรากำลังพูดเรื่องเงินที่เม้มไว้ มาลัยโมโหบอกเงินนั้นเป็นของตนที่เก็บออมไว้ ตนจะใช้ทำอะไรก็ได้ไม่ต้องรายงานใคร วลีแค้นใจสบถ

“จุ้นจ้านวุ่นวายอย่างนี้ ส่งไปอยู่บ้านคนชราซะดีไหม!”

วลัยตกใจที่พี่สาวพูดแรงขนาดนี้ กนกวิภาเองก็เตือนว่าพูดแรงไป วลีอึ้งไปชั่วครู่แต่ไม่ยอมรับด้วยทิฐิที่รุนแรงจนดับยาก มาลัยเสียใจกับคำพูดของลูกสาวแต่ฝืนยิ้ม

“อาวลี ไม่ต้องไล่อั๊วหรอก ถ้าถึงเวลาจะไป อั๊วจะไปของอั๊วเอง จะไม่ทำให้ลูกหลานเดือดร้อนถึงขนาดต้องไล่หรอก”

บัวได้ยินแล้วสงสารมาลัยจับใจ ในขณะที่คนอื่นอึ้งพูดไม่ออก ระหว่างนั้นชยุติกลับมา ชูดวงรีบบอกให้เขาไปช่วยมาลัย...วลียังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟหาว่ามาลัยประชดไม่ยอมรับผิด ชยุติเข้ามาตรงไปประคองมาลัย วลีเล่นงานเขาทันที

“แกมาก็ดีแล้ว จะได้จัดการทีเดียว ไม่ต้องพูดซ้ำหลายรอบ แกเอาเงินไปใช้หนี้แทนบ้านนังบัวนั่นใช่ไหม”

“ครับ ผมทำอย่างนั้นจริงๆ แต่มันไม่ใช่ความผิดของอาม่านะครับ ผมเป็นคนขอร้องให้อาม่าช่วยผมเอง อาม้าอย่าโทษอาม่าเลยนะครับ”

บัวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ มาลัยบอกหลานรักว่าตนเต็มใจช่วยเอง ตนอยากช่วยคนดี วลียิ่งปรี๊ดต่อว่ามาลัยทำให้ครอบครัวปั่นป่วน วลัยปรามให้เบาลง กลับโดนตวาดกลับ

“ไม่ต้องยุ่งวลัย ยังไงวันนี้ฉันต้องได้ยินคำขอโทษจากอาม้า ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ไม่จบแน่”

ชยุติขอร้องวลีให้หยุดว่าอาม่าเพราะเป็นความผิดของตนคนเดียว ไชโยบอกให้ชยุติเลิกปกป้องอาม่า เพราะอาม่าที่ชอบตามใจจนเขาเสียคน มาลัยสวนทันที

“อั๊วต่างหากที่เลี้ยงพวกลื้อมาไม่ดี จนพวกลื้อเป็นคนแบบนี้...อั๊วขอโทษพวกลื้อ ที่อั๊วมันเป็นอาม้าที่ไม่เอาไหน เลี้ยงพวกลื้อให้คิดดีทำดีไม่ได้ ถ้าเราจนเหมือนแต่ก่อน ครอบครัวของเราก็คงไม่เป็นแบบนี้ใช่ไหม ...ไปอาตี๋ พาอาม่าไปให้ห่างจากเรื่องยุ่งๆนี่ที อาม่ารำคาญ”

ชยุติประคองมาลัยออกไปท่ามกลางสายตาไม่พอใจ ขัดใจของวลีกับไชโย ส่วนวลัยกับกนกวิภารู้สึกว่า วลีกับไชโยพูดแรงกับมาลัยเกินไป ด้านบัวเป็นห่วงชยุติกับมาลัยอย่างมาก

มาลัยออกมานั่งสงบจิตใจในสวน ชยุติรู้ว่าอาม่าเสียใจมาก เธอเปรยว่าอยากปลูกผักแต่คงขุดดินไม่ไหวแล้ว ชยุติเสนอให้ปลูกในกระถางแทน มาลัยนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเล่าอดีตให้ฟัง

“ตอนอาม่าสาวๆ แต่งงานกับอากงลื้อใหม่ๆ ปลูกผักขายกันสองคนผัวเมีย ตื่นตั้งแต่ตีสี่ จุดตะเกียงขุดดิน หาบขี้หมูมาทำปุ๋ย ถอนหญ้าพรวนดินกว่าจะได้เงินแต่ละบาท ต้องเอาเหงื่อเข้าแลก เลือดตาแทบกระเด็น ฝนตกมากผักมันก็เน่า ฝนตกน้อยก็ยิ่งเหนื่อยเป็น

สองเท่า เจ๊งไม่ได้ตังค์สักบาทเลยก็เคยบ่อยไป แต่อาม่ากับอากงลื้อก็มีความสุขดี...วันนี้ลูกหลานร่ำรวยไม่ต้องลำบาก มันกลับไม่เหมือนที่อาม่าเคยฝันเอาไว้...”

ชยุติเห็นมาลัยน้ำตาหยดก็สงสารจับใจ กุมมือขึ้นมาบอกว่ายังมีตนอย่าร้องไห้มันบาป มาลัยขำที่เขาพูดเหมือนอากงไม่มีผิด สองยายหลานปลอบใจกันในมุมเล็กๆของบ้านที่ดูใหญ่โต

ooooooo

ค่ำนั้น บัวรออยู่ในห้องด้วยใจจดจ่อ พอชยุติเปิดประตูเข้ามาก็รีบถามถึงมาลัย ชยุติบอกว่าอาม่าเข้มแข็งไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆไม่ต้องห่วง ตนส่งท่านเข้านอนเรียบร้อยแล้ว บัวรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเขาวุ่นวาย ชยุติรีบห้ามไม่ให้คิดมาก

“ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ ผมกับอาม่าก็ยังทำแบบเดิมอยู่ดี”

 “จะไม่ให้ฉันรู้สึกอะไรเลยคงเป็นไปไม่ได้หรอก ฉันทำให้คุณกับอาม่าต้องลำบาก ฉันสัญญาฉันจะรีบหาเงินมาคืนอาม่ากับคุณให้เร็วที่สุด”

ชยุติติงว่าอาม่ายังไม่คิดมากเท่าเธอ บัวกังวลใจว่าวลีโกรธเขามาก ชยุติหวังว่าอีกไม่นานม้าจะต้องเข้าใจในสิ่งที่ตนกับอาม่าทำ...ชยุติหันมาถามว่าวันนี้บัวทำอะไรบ้าง เธออึกอักบอกทุกอย่างปกติดี เขาส่ายหน้านั่นไม่ปกติสำหรับแม่และน้องของเขา บัวบอกอย่าดูถูก ตนไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาขยับเข้าใกล้บอกไม่ได้ดูถูก แค่คิดถึงและเป็นห่วง บัวถอยห่าง เขาคว้าเอวเธอเข้ามา ไม่ทันไรเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงวลัยขอให้เปิดประตู บัวรีบผละออกไปเปิดรับ

วลัยโผล่พรวดเข้ามาพร้อมหมอนส่วนตัวกระโดดขึ้นเตียง บอกมาขอนอนด้วย ช่วงนี้ฝันร้ายทุกคืน ชยุติห้ามไม่ทันได้แต่กุมขมับอ่อนใจ ส่วนบัวแอบยิ้มอีกคืน...

ในคืนนั้น แสงเดือนกับล้วนเล่นการพนันอยู่ในบ่อน เสียทุกตาจนอารมณ์หงุดหงิด บ่นโทษเพราะตัวซวยอย่างบัวที่มาแย่งผัวลูกสาว ตรึงจิตกับนกขมิ้นเล่นอยู่โต๊ะเดียวกัน ได้ยินหูผึ่ง เอ่ยถามว่าบัวไหน ทั้งสองจำได้ว่าตรึงจิตกับนกขมิ้นเป็นพวกงิ้ว จึงตอกหน้าว่า บัวนางเอกงิ้ว ตรึงจิตเพิ่งรู้ว่าบัวแย่งผัวเขามา รู้สึกคันปาก มากจนต้องเอาไปโพนทะนาทั่วตลาด

รุ่งเช้า ข่าวเข้าหูเจียงจนต้องเรียกตรึงจิตกับนกขมิ้นมาสอบถาม ตรึงจิตบอกพูดตามที่แสงเดือนพูด และเขายังฝากให้ถามป๊าว่า มีความสุขมากไหมที่ลูกสาวแย่งผัวคนอื่นมาได้ เจียงหน้าเสีย ดำเกิงทนไม่ไหวสั่งนกขมิ้นให้พาตรึงจิตออกไปก่อนที่ตนจะถีบส่ง นกขมิ้นรีบดึงลากตรึงจิตออกไป ดำเกิงตะโกนไล่หลังให้พาไปผ่าเอาหมาออกจากปากด้วย หลอปรามให้พอ...เจียงหน้าเครียด ดำเกิงรีบบอกว่าอย่าไปฟัง บัวต้องไม่เป็นอะไรไม่ต้องห่วง

“อั๊วรู้ แต่คนเป็นพ่ออย่างอั๊วก็อดห่วงลูกไม่ได้หรอก จะให้อั๊วเลิกห่วงลื้อ ห่วงอาบัวหรือกระทั่งอาไหมฟ้า อาตรึงจิต อานกขมิ้นและทุกคนในคณะได้ยังไง”

“ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นป๊า อั๊วสัญญา” ดำเกิงปลอบใจ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มั่นใจ

ดำเกิงเข้ามาในห้องบัว พูดกับรูปถ่ายบัวว่า ตนจะต้องหาเงินไปช่วยบัวให้เร็วที่สุด ไม่ว่าต้องแลกมาด้วยอะไร ตนก็จะไม่ยอมแพ้ ขอให้บัวอดทนอีกหน่อย

ooooooo

สายวันนั้น บัวกำลังจะกินอาหารที่เหลือจากบนโต๊ะ ชยุติเข้ามาชวนออกไปข้างนอก ไปหาของอร่อยๆกินกัน ไชโยตามเข้ามาห้าม บอกวันนี้เขาต้องไปคุยเรื่องธุรกิจกับครอบครัวยิ่งจันทร์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ชยุติหน้าเสียหันมาบอกบัวว่าไว้ไปวันพรุ่งนี้ บัวยิ้มให้

พอชยุติเดินออกไป วลีก็เข้ามาด่าทอบัว “นังปลิงดูดเลือด ทำยังไงแกถึงจะยอมไปจากลูกชายฉันฮ้า... อย่าคิดว่าทำตัวนิ่ง ทำตัวเหนียวแล้วแกจะเอาชนะฉันได้นะ” วลีหมั่นไส้ยกจานข้าวเทใส่หัวบัวพร้อมเข่นเขี้ยว “ทนได้ทนไป!” ก่อนจะกระแทกจานลงโต๊ะกลับออกไป

จี๊ดสงสารบัววิ่งเข้ามาช่วยปัด บัวกลั้นน้ำตาบอกตนไม่เป็นอะไร...

บ่ายวันเดียวกัน กนกวิภาเดินช็อปปิ้งกับเพื่อนไปตามถนน บ่นเบื่อบ้าน เบื่อสะใภ้ที่ครอบครัวไม่ต้องการ ทันใดเห็นมีคนมุงร้านร้านหนึ่งจึงเดินเข้าไปดู...เห็นดำเกิงใส่ชุดงิ้ว ร้องงิ้วพร้อมกับทำบะหมี่ขายไปด้วย มีลูกค้ารอซื้อมากมาย ทั้งที่นั่งทานและซื้อกลับบ้าน ก็เข้าไปเยาะ

“นึกว่าร้านอะไร ที่แท้ก็ร้านหมาบ้ามาเล่นปาหี่ ขายของนี่เอง”

ดำเกิงเงยหน้ามอง บอกถ้าไม่สั่งบะหมี่ก็หลบไป เธอโต้ว่านี่เป็นที่สาธารณะ เขาพยายามข่มอารมณ์บอกไม่มีเวลาทะเลาะด้วย เพื่อนๆดึงกนกวิภาให้กลับกลัวโดนดำเกิงเอาน้ำร้อนสาด “มันไม่กล้าหรอก...แกไม่ต้องมาเห่าขู่ให้กลัวซะให้ยาก บะหมี่คงขายไม่ออกล่ะสิท่า

ถึงได้แต่งงิ้วมาหลอกเด็กกับคนแก่แบบนี้”

“ตกลงจะไปรึไม่ไป” ดำเกิงเริ่มจะหมดความอดทน

“ไม่ต้องมาไล่ ฉันไม่ได้อยากอยู่นานนักหรอก แค่จะแวะมาบอกว่าที่บ้านฉันรู้กันหมดแล้วว่าน้องสาวแกแต่งงานกับพี่ติเพื่อใช้หนี้ เพราะงั้นถ้าแกจะมารับน้องสาวแกกลับโรงงิ้ว กรุณาเตรียมเงินให้พร้อมด้วย”

“ไม่ต้องห่วง อีกไม่นาน ฉันจะไปพาบัวกลับบ้านด้วยตัวเอง”

“ให้มันแน่เถอะ กลัวว่าจะไม่มีปัญญาหาเงินไปไถ่ตัวน้องสาวน่ะสิ มีหวังได้เป็นทาสอยู่ที่บ้านฉันจนตาย”

“ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยบัวมาให้ได้ ฉันจะไม่ยอมให้คนที่ฉันรัก ต้องอยู่กับพวกผู้ดีปีศาจอย่างเธอ”

กนกวิภาท้าอย่าดีแต่ปาก ดำเกิงสวนปากตนมีดีกว่านั้นเธอก็รู้ หญิงสาวหน้าเสียนึกถึงที่โดนเขาจูบ ด่ากลับตัวสั่น พอดำเกิงขยับตัวถามอยากโดนอีกหรือ ก็สะดุ้งร้องกรี๊ดๆวิ่งหนี...

ในขณะที่ชยุติต้องนั่งฟังป๊ากับม้าคุยธุรกิจกับแสงเดือนและล้วน โดยมียิ่งจันทร์นั่งอยู่ด้วยก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก แสงเดือนกับล้วนยังยืนยันว่าเราต้องเป็นทองแผ่นเดียวกันก่อนถึงจะร่วมลงทุนด้วย วลีบอกยิ่งจันทร์ต้องได้เป็นสะใภ้ตนแน่ ชยุติไม่พอใจถามทำไมม้าพูดอย่างนั้น วลีเหยียดว่าแต่งได้ก็หย่าได้ ชยุติลุกพรวดบอก จะไม่มีวันนั้นแน่นอน ยิ่งจันทร์ร้องกรี๊ดหาว่าชยุติหลงบัวหัวปักหัวปํา แสงเดือนตำหนิว่าเขาทำร้ายจิตใจลูกตนเกินไป เขาต้องรับผิดชอบ

“จะให้ผมรับผิดชอบอะไรอีกครับ เห็นอาป๊าก็ให้ค่าทำขวัญยิ่งจันทร์ไปแล้วสองแสน ถ้าอาทั้งสองต้องการเพิ่มอีก คงต้องขอจากอาป๊ากับอาม้าแล้วล่ะครับ เพราะตอนนี้ผมเหลือแต่ตัว ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทเดียว...

ผมขอตัวนะครับอาม้า เชิญคุยเรื่องโครงการพันล้านกันตามสบาย เรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่ง” พูดจบชยุติเดินออกไป

ยิ่งจันทร์เต้นเร่าๆ ล้วนยื่นคำขาดให้จัดการเรื่องชยุติกับยิ่งจันทร์เร็วที่สุด ก่อนที่ตนจะหมดความอดทน ว่าแล้วก็ชวนแสงเดือนกลับ วลีสบตาไชโยอย่างหนักใจจะกำจัดบัวอย่างไรดี

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น