ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสน่ห์นางงิ้ว

SHARE
  • หน้าที่ 2
  • 1
  • 2
  • 3

ธานีกำลังนั่งนับเงินที่เก็บดอกเบี้ยมาได้ เสียงคนทุบประตูบ้านโครมๆ ขวดทักว่าตำรวจมา ธานีไม่คิดอย่างนั้นเพราะมีพี่ชายเป็นสายที่ สน. ขวดถามว่าเป็นตำรวจหรือ ธานีส่ายหน้าบอก

ติดคุกอยู่ที่นั่น ขวดทำหน้าเซ็งกับลูกพี่เสียนี่กระไร

ไหมฟ้าถีบประตูโครมเข้ามาด้วยท่าทางราวหมาบ้า ประกาศว่าไหนๆตนก็เป็นเมียธานีแล้ว บ้านนี้ต้องเป็นของตนครึ่งหนึ่ง และเขาต้องมีหน้าที่หาเลี้ยงตนอย่างเมีย ธานีไม่ยอม ไหมฟ้าอาละวาดลั่นบ้าน

เสียงโครมครามทำให้ชาวบ้านตกใจ เป็นห่วงว่าไหมฟ้าโดนซ้อมสะบักสะบอม ชาวบ้านวิ่งมาป่าวประกาศที่ตลาด ตรึงจิตกับนกขมิ้นนั่งกินโอเลี้ยงอยู่ ตรึงจิตหัวเราะก๊ากที่ไหมฟ้าไปขอเป็นเมียธานี ชาวบ้านบอกจะรีบกลับไปดูว่าไหมฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง

ผิดคาดที่ชาวบ้านเห็นไหมฟ้าลากธานีในสภาพสะบักสะบอมตาเขียวปั้ดออกมาประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่า นี่คือคู่ผัวตัวเมียคู่ใหม่ ธานีนิ่งอึ้ง ขวดซึ่งสะบักสะบอมไม่แพ้กัน กระทุ้งเจ้านายให้พูดตามไหมฟ้า ธานีจำต้องพูดตามว่าจะเลี้ยงดูไหมฟ้า

เป็นเมีย มีสุขร่วมเสพมีทุกข์จะแบกไว้คนเดียว...

ไหมฟ้าลูบหัวธานียิ้มย่องราวแม่ลูบหัวลูกก็ไม่ปาน

บ่ายวันนั้น ยิ่งจันทร์นั่งรถหรูมาที่บ้านชยุติ

วลี วลัยและกนกวิภาต้อนรับราวแขกวีไอพี เตรียมอาหาร สุดหรูจนเธอต้องร้องออกมาว่า...บรรเจิดเริ่ดสะแมนแตนซะไม่มี วลีให้ยิ่งจันทร์บอกคนรถกลับไปได้เลย จะให้ชยุติไปส่ง ยิ่งจันทร์หอบกระเป๋ามาชวนกนกวิภาตีเทนนิส วลีชื่นชมว่าชอบกีฬาเหมือนชยุติ ยิ่งจันทร์ดึงไม้เทนนิสราคาแพงออกมาอวด กนกวิภาทัก

“พี่จันทร์ขา ความจริงไม่น่าเตรียมมาเลย ใช้ชุดของกนกก็ได้ กนกมีชุดสปอร์ตแฟชั่นตั้งสองสามตู้แน่ะค่ะ”

ยิ่งจันทร์ตาโต วลีพาไปนั่งพักรอชยุติลงมา...จี๊ดกับจ๊าดแย่งกันถือกระเป๋ายิ่งจันทร์ ซึ่งดูใหญ่ราวกับจะหอบของมาค้างคืน จ๊าดชื่นชอบยิ่งจันทร์แต่จี๊ดไม่ชอบตรงที่เธอแต่งตัวโป๊เกินไป

วลีขึ้นมาคะยั้นคะยอให้ชยุติลงไปเล่นเทนนิสกับยิ่งจันทร์ เขาอิดออดขออยู่เป็นเพื่อนอาม่าสนุกกว่า วลีโวยจะเปรียบกันได้อย่างไร แล้วพยายามพูดให้เขาเห็นว่า ถ้าตกล่องปล่องชิ้นกับยิ่งจันทร์จะสุขสบายไปทั้งชาติ ชยุติค้านว่าจะมีความสุขได้อย่างไร ในเมื่อตนไม่ได้รักเธอ วลีอ่อนใจจึงขอให้ศึกษาดูใจกันไป แต่ถ้าเขายังไม่มีใครที่เหมาะสม เขาจะต้องแต่งงานกับยิ่งจันทร์

ชยุติจำต้องลงมาร่วมวง ยิ่งจันทร์แต่งชุดเทนนิสสั้นจู๋ พยายามกระโดดให้กระโปรงพะเยิบขึ้น ชยุติปรายตามองอย่างอ่อนใจ...กนกวิภาจับคู่กับยิ่งจันทร์ อีกฝ่ายเป็นชยุติเพียงคนเดียว พอเริ่มตี ยิ่งจันทร์ไม่ยอมรับลูก เอาแต่กระโดดให้กระโปรงเปิด และทำท่าเก๋ๆ ตีไม่โดนลูกสักครั้ง

วลีเห็นไชโยนั่งมองตาค้างก็สะกิดเตือนว่านั่นว่าที่ลูกสะใภ้ มาลัยเดินมาด้านหลัง ส่งสัญญาณให้ชยุติว่าจะไปรอที่เดิม เขาพยักหน้ายิ้มๆ มาลัยทำทีเดินออกกำลังไปเรื่อยๆไม่ให้ใครผิดสังเกต...ชยุติแกล้งปวดท้องขอไปเข้าห้องน้ำ ยิ่งจันทร์แอบขำที่เขาพูดจาไพเราะ ไชโยร้องบอกให้เธอซ้อมเสิร์ฟไปพลางๆก่อน วลีรู้ทันกระทุ้งศอกใส่สีข้างสามีจนจุก

ชยุติเดินมาทางหลังบ้านกำลังจะปีนกำแพงออกไป จี๊ด จ๊าดเห็นคิดว่าขโมยร้องขึ้น ชยุติรีบปรามทำท่าจุ๊ปากให้เงียบ ทั้งสองจึงเงียบกริบ ชูดวงวิ่งมาเห็นท่าจุ๊ปากของเจ้านายก็ชะงักอีกคน พอชยุติกระโดดออกไปแล้ว ทั้งสามยืนงงว่าเจ้านายหมายความว่าอะไร

มาลัยกำลังซื้อขนมแจกเด็กๆ ชยุติวิ่งมาสมทบ มาลัยถามว่าแฟนไม่ว่าอะไรหรือ เขาโวยว่าไม่ใช่แฟน อาม่าร้องอ้าว...พ่อแม่อุตส่าห์หามาให้ เขาหัวเราะอ้อนว่ารอให้อาม่าหาให้ดีกว่า

“พ่อแม่แกได้ยินเข้า มันต้องชีช้ำแหงๆ” มาลัยหัวเราะคิก

เวลาผ่านไปสักพัก ฟ้าเริ่มมืด กนกวิภา วลี วลัยและไชโยเริ่มตบยุงกันเปาะแปะ ต่างแปลกใจที่ชยุติหายไปนาน ยิ่งจันทร์ซ้อมเสิร์ฟจนแข้งขาหมดแรง เริ่มบ่นว่าทำไมชยุติหายไปนาน จ๊าดเข้ามารายงานว่าอาหารตั้งโต๊ะเรียบร้อย วลีจึงถามถึงชยุติ เธออึกอักกว่าจะบอกว่ากระโดดกำแพงออกหลังบ้านไปนานแล้ว วลีรู้ทันทีว่าต้องไปโรงงิ้วอีกแน่

ยิ่งจันทร์เสียใจที่โดนทิ้ง ตะบึงตะบอนลากกระเป๋าจะกลับบ้าน กนกวิภาอาสาไปส่งก็งอนพาลว่าจะไปเองให้เธอคอยบอกชยุติว่า ตนรู้สึกด้อยค่าสิ้นราคาก็วันนี้ ไชโยจึงเรียกชูดวงให้ไปส่งแทน วลีหันมาเล่นงานจี๊ดกับจ๊าดที่ไม่มารายงานแต่แรก

ooooooo

หลังโรงงิ้ว บัวนั่งแต่งหน้าแต่งตัว ดำเกิงชะโงกมองคนดูที่เข้ามาอย่างล้นหลามจนที่นั่งแทบไม่พอ หลอปลาบปลื้มใจอย่างมาก ดำเกิงเห็นมาลัยมาก็บอกเจียงว่าอาม่าใจดีมาอีกแล้ว

เจียงโผล่หน้าไปดูแล้วว่า “หลานชายแกก็มาด้วย ท่าทางดีนะ โหงวเฮ้งดี”

“พวกอีอุตส่าห์มาดูงิ้วคณะเราทุกคืนเลย สงสัยจะติดใจ” หลอหัวเราะมีความสุข

บัวได้ฟังแล้วหวั่นไหว พอถึงเวลาออกแสดง บัวร้องและร่ายรำได้สนุกสนานสวยงาม คนดูปรบมือเกรียวกราว...กลับเข้าหลังเวที ดำเกิงกุลีกุจอหาน้ำให้ดื่มและช่วยปลดเครื่องทรง บัวอดเหลียวไปมองหน้าเวทีไม่ได้ ตรึงจิตหมั่นไส้แกล้งบ่นให้ใครมาช่วยตนบ้าง บัวบอกดำเกิงไปช่วยแต่เขาไม่ยอมไปหาว่าอยู่ใกล้เดี๋ยวบ้าตาม นกขมิ้นจำต้องเข้าช่วยเอง

 เจียงออกมาทักทายมาลัย ชยุติยกมือไหว้ มาลัยบอกว่าตนตั้งใจมาดูทุกคืน ของสวยของงามอย่างนี้เดี๋ยวนี้หาดูยาก แล้วถามถึงบัว เจียงบอกว่าเปลี่ยนชุดและล้างหน้าอยู่ มาลัยบอกให้ชยุติเอารางวัลไปให้บัวที่หลังเวที เจียงจะเรียกบัวลงมาให้

“ไม่เป็นไรๆ ถ้าเถ้าแก่ไม่รังเกียจ”

“ไม่รังเกียจหรอกครับ แต่ออกจะเกรงใจ หลังฉากมันรกรุงรัง”

ชยุติรีบบอกว่าตนชอบมันดูขลังดี เจียงจึงเชิญตามสบายและบอกว่าพรุ่งนี้จะแสดงเป็นวันสุดท้ายเพราะหมดเทศกาล อีกนานคงกลับมาเล่นใหม่ มาลัยบ่นเสียดายพรุ่งนี้จะต้องมาให้ได้

ชยุติเดินมาหลังเวที บัวเห็นรีบหลบหลังราวชุดงิ้ว ดำเกิงเข้ามาขวางและต่อว่าชยุติห้ามขึ้นมาบนนี้ เขารีบบอกว่าอาม่าให้เอารางวัลมาให้บัว ดำเกิงคว้าเงินรางวัลหมับ

“เดี๋ยวเอาไปให้เอง ออกไปได้แล้ว บนนี้เป็นเขตหวงห้ามนะ รู้จักมีมารยาทซะบ้างสิ”

“ขอโทษครับ แต่ผมอยากเจอบัวจริงๆ”

“เอ๊ะ พูดกันไม่รู้เรื่อง จะต้องให้โยนกันออกไปรึไง”

ชยุติเห็นเท้าคู่หนึ่งอยู่หลังม่าน ก็พรวดไปกระชากเปิดออก ตรึงจิตกระโจมอกอยู่ตกใจร้องลั่น ชายหนุ่มหน้าเจื่อนรีบขอโทษ นกขมิ้นวิ่งมาจะเอาเรื่อง ดำเกิงได้ทีแกล้งเหน็บ

“ไป ลงไปซะดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว โธ่เอ๊ย...ทำฟอร์มมาเป็นผู้ดี ที่แท้ก็โรคจิตชอบแอบดูเขานี่หว่า”

ชยุติกลับออกไป บัวโล่งอก อีกใจก็เวทนาเขา ดำเกิงเอาเงินรางวัลมาให้บัวบอกว่าผู้หญิงแก่คนเดิมเอามาให้ บัวรู้ทันทีว่าดำเกิงโกหก จึงต่อว่าคราวหลังอย่าโกหกอีก ตนไม่ชอบ

“เกิ่งขอโทษนะ เกิ่งไม่ได้ตั้งใจ แค่ไม่อยากให้นายนั่นมายุ่มย่ามกับบัวเท่านั้นเอง”

“บัวรู้ว่าอะไรควรไม่ควรนะเกิ่ง ไม่ต้องห่วงหรอก” บัวมองออกไปยังชยุติกับมาลัย...

กลับถึงบ้าน ชยุติถูกไชโยเอ็ดตะโรใส่ว่าทำตัวไร้สมอง ไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนนอก ที่ทิ้งยิ่งจันทร์ไปแบบนั้น กนกวิภาและวลัยพลอยผสมโรง ว่าเขาทำขายหน้ามากที่ปีนรั้วหนีไปดูงิ้ว วลีปรามให้ทุกคนหยุด แล้วหันมาพูดกับชยุติอย่างจริงจัง

“เอาล่ะ เรามาพูดกันใหม่ให้เข้าใจ เรื่องมันอยู่ตรงที่ม้าต้องการให้ลูกแคร์หนูยิ่งจันทร์ให้มากกว่านี้”

“แล้วผมไม่ให้เกียรติยิ่งจันทร์ตรงไหนล่ะครับม้า”

“ยังมีหน้ามาย้อนถามอีก การหนีหนูยิ่งจันทร์ไปซึ่งๆหน้าอย่างที่แกทำวันนี้ มันยิ่งกว่าไม่ให้เกียรติกันเสียอีก”

ชยุติตัดบท ถ้าตนทำให้ทุกคนไม่พอใจ พรุ่งนี้จะไปขอโทษยิ่งจันทร์เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ตอนนี้ตนขอตัวไปนอนก่อน วลัยบ่นไล่หลังว่าติดใจอะไรงิ้วนักหนา...แต่กระนั้น ชยุตินอนไม่หลับ นั่งวาดภาพบัวลงเฟรมผ้าใบในชุดไป๋ซู่เจินร่ายรำอย่างอ่อนช้อย ดวงหน้าหวานซึ้ง

ด้านบัวนั่งมองดวงจันทร์ร้องงิ้วอยู่ที่ม้าหินลำพัง ในใจคิดถึงหน้าชยุติ เจียงสัมผัสได้ประสาผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน จึงเข้ามาดักคอว่าร้องได้เพราะมาก เวลาไป๋ซู่เจินรำพึงรำพันถึงพระเอก น้ำเสียงต้องเศร้ากว่านี้เพราะมันเป็นรักต้องห้าม ไม่มีวันเป็นไปได้ บัวหลบตา

“น่าสงสารไป๋ซู่เจินนะป๊า อยากจะรักแต่ก็รักไม่ได้”

“เพราะตัวเองต่ำต้อยกว่า นางถึงต้องเจียมตัวไงล่ะ”

“แต่บนโลกนี้ไม่มีใครด้อยค่าเกินกว่าที่จะมีความรักไม่ใช่เหรอป๊า”

“คนที่มีหัวใจมีความรักได้ทั้งนั้น แต่อย่าใฝ่สูงเกินไป จะเสียใจไม่รู้ตัว” เจียงสอนอย่างแยบยล แต่บัวก็รู้ว่าเขาต้องการเตือน จึงบอกว่าตนเข้าใจ เจียงให้ไปนอนพักผ่อน

บัวเดินกลับเข้าบ้าน เจียงมองตามอย่างห่วงใย กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

ooooooo

ชยุติจะออกไปทำงานแต่เช้า ไชโยกับวลีคิดว่าลูกคงสำนึกผิดเรื่องเมื่อคืน จึงเตือนอย่าลืมไปขอโทษยิ่งจันทร์...แต่ความจริงแล้วชยุติออกมาดักรอบัวที่ป้ายรถเมล์ปากซอย

พอบัวเดินมาเขาก็เข้าทักทายและขอไปส่งมหาวิทยาลัย บัวปฏิเสธและบอกว่า เราเพิ่งรู้จักกันพูดคุยกันไม่กี่ประโยค ยังรู้จักกันไม่ดีพอ ชยุติแย้งว่าเรารู้จักกันตั้งแต่เด็ก

“เรื่องมันผ่านมานานแล้วคุณชยุติ ถ้าคุณคิดว่าคุณได้รู้จักผู้หญิงสักคน ได้พูดคุยกันไม่กี่ประโยค คุณชวนเขาขึ้นรถคุณแล้วเขาจะตกลงทันที คุณกำลังดูถูกผู้หญิงคนนั้นค่ะ”

“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะครับ”

บัวตัดบทจะรีบไป ชยุติตาม ทันใดกนกวิภาขับรถผ่านมาเห็นพี่ชายเดินอยู่ข้างทางก็บีบแตรเรียก เธอไม่ทันเห็นบัวเพราะขึ้นรถเมล์ไปเสียก่อน ชยุติแก้ตัวว่าเจอคนรู้จักเลยแวะทัก...

ร้านในตลาด ตรึงจิตกับนกขมิ้นนั่งโซ้ยส้มตำรอน้ำแดงจากอาโก ไหมฟ้าเดินกรีดกรายโชว์สร้อยคอทองคำ อาโกร้องทัก ได้ผัวแค่ข้ามคืนมีทองเส้นใหญ่ใส่แล้ว ตรึงจิตกับนกขมิ้นหันมอง ไหมฟ้ายิ่งเย้ยว่าของมันแน่อยู่แล้ว

ตรึงจิตหมั่นไส้จับหน้านกขมิ้นไม่ให้มองและว่าทองเส้นโตอย่างนั้นคงเป็นทองชุบ ไหมฟ้าโวยกลับว่าน้ำหน้าอย่างเธอของปลอมยังไม่มีปัญญาหามาใส่ ตรึงจิตโกรธ นกขมิ้นรีบดึงไว้ไม่ให้มีเรื่อง แต่ไหมฟ้ากลับคว้าน้ำแดงมาสาดหน้าตรึงจิตก่อน

เกิดความวุ่นวายขึ้นจนได้ ตรึงจิตไม่ยอม คว้าน้ำแดงเข้มข้นสาดกลับ ไหมฟ้าร้องกรี๊ดๆปราดเข้าตบตีกันยกใหญ่ ชาวบ้านเชียร์กันเฮๆ

บ่ายวันนั้น วลีกับไชโยต้อนรับขับสู้ล้วนกับแสงเดือนที่ห้องรับแขกโรงงานน้ำปลาของพวกเขา ทั้งสองมาพูดคุยเรื่องที่ทำให้ยิ่งจันทร์ร้องไห้ฟูมฟาย พอรู้ว่าชยุติพาอาม่าไปดูงิ้วก็ทำทีชื่นชมว่าช่างเป็นหลานที่น่ารัก แถมบอกว่ายิ่งจันทร์ก็ชอบดูงิ้วและศิลปการแสดงพวกลำตัด หมอลำ ลิเก เพราะเห็นว่าเป็นศิลปะชั้นสูง คราวหน้าให้ชวนเธอไปดูด้วย วลีโล่งอก

ชยุติเลี้ยวรถเข้ามาในโรงงาน เห็นรถของแสงเดือนก็รีบสั่งงานหัวหน้าคนงานและขับรถกลับออกไป

วลีชะเง้อรอลูกชายจนหัวหน้าคนงานเข้ามารายงานว่า ชยุติโทร.มาบอกว่าวันนี้ไม่เข้าบริษัท ต้องไปรับกนกวิภาที่มหาวิทยาลัย ไชโยแปลกใจเพราะลูกสาวขับรถไปเองชักสงสัยหรือรถจะเสีย คงต้องออกรถคันใหม่ไว้ให้อีกสักสองสามคัน ล้วนกับแสงเดือนตาโตกับความร่ำรวยของครอบครัวนี้

พอกลับมาขึ้นรถ แสงเดือนบ่นว่าชยุติเหมือนจะหลบหน้าพวกเรา ล้วนว่าไม่เป็นไรเพราะวลีกับไชโยอยากดองกับเรามาก ไม่นานเขาก็ต้องมาเป็นลูกเขยเราแน่ คนขับรถแทรกให้จ่ายค่าเช่ารถวันนี้ก่อนดีกว่า แสงเดือนสะบัดเสียงว่ารู้แล้ว จ่ายจนกระเป๋าจะฉีกเนี่ย

ในขณะที่ชยุติขับรถกลับมาบ้าน ชวนมาลัยออกไปทานข้าวนอกบ้าน จี๊ด จ๊าดและชูดวงมองหน้ากันรู้ว่าชยุติพามาลัยหนีเที่ยวอีก

มาลัยชอบใจที่หลานชายพามาเดินตลาดในชุมชนท้ายซอย บ่นว่าเบื่ออาหารเหลา กินแบบนี้ค่อยเจริญอาหาร ทั้งสองเดินมาถึงร้านกาแฟ เห็นดำเกิงกำลังซื้อโกปี้อยู่ มาลัยทักดำเกิง ชยุติบอกอาม่าว่าเขาชื่อเกิ่ง ดำเกิงไม่ค่อยพอใจที่ชยุติทำเป็นรู้ดี

“ฮ่อๆๆ อาเกิ่ง จริงสิ บ้านลื้ออยู่แถวนี้นี่” ดำเกิงรับว่าใช่ “ดีเลย งั้นพาอั๊วไปหาอาเจียงหน่อยสิ คุยกับอีแล้วถูกคอ หายเหงาไปเยอะ”

“ได้สิอาม่า แต่เป็นวันหลังได้ไหม วันนี้คงไม่ สะดวก” ดำเกิงบ่ายเบี่ยง

มาลัยแปลกใจ ดำเกิงรับโกปี้จากอาโกแล้วเทเกลือลงรัวๆก่อนจะถือเดินไป สองยายหลานยิ่งงงกับการกระทำของดำเกิง

ในห้องรับแขกบ้านเจียง ธานีสวมแว่นดำปกปิดเบ้าตาที่เขียวช้ำ กำลังทวงหนี้อย่างดุเดือด หลอพยายามอธิบายว่ารอเงินจากทางศาลเจ้า ขอผัดไปอีกสักวัน 

ธานีไม่ยอม บัวกลับมาจากเรียนช่วยพูด ธานีชะงักลืมตัวถอดแว่นยิ้มหวานให้ ดำเกิงโผล่มาขวางวางโกปี้ที่ไปซื้อมาอย่างเอาใจ พอเห็นหน้าธานีก็ทักว่าไปโดนหมาที่ไหนฟัด ขวดพลั้งปากตอบแทนเจ้านาย

“หมาที่ไหนล่ะ เมียใหม่ต่างหาก ดุอย่างกะเสือ”

“เมียใหม่! เจ๊ไหมฟ้าน่ะเหรอ ฮ่าๆๆ ช่างเหมาะสมกันดีเหมือนผีเน่ากับโลงผุ”

เจียงรีบปรามกลัวธานีโกรธมากขึ้น ธานีแก้เก้อยกโกปี้ขึ้นจะดูด ดำเกิงลุ้นตัวโก่ง แต่แล้วเขากลับวางลงทวงหนี้ต่อ บัวควักเงินในตัวทั้งหมดกองให้ มีทั้งแบงก์และเหรียญ

“อะไรวะ เศษเงินแค่นี้ยังไม่พอค่าดอกเบี้ยเลยด้วยซ้ำ”

“ก็หามาได้แค่นี้นี่หว่า เอาไปก่อนไม่ได้หรือไง พรุ่งนี้ค่อยมาเอาเงินที่เหลือ” ดำเกิงสวน

 “ไม่ได้เว้ย มาวันนี้ก็ต้องได้วันนี้ เกิดเสี่ยมีชีวิตอยู่ไม่ถึงพรุ่งนี้จะว่ายังไง”

ธานีพยักหน้าเออออไปกับลูกน้อง แล้วนึกได้ว่าเป็นการแช่งจึงหันมาตบหัวขวดป้าบ บัวพยายามขอร้อง พวกตนไม่ได้อยากผิดนัดเรื่องเงินๆทองๆ แต่มันจำเป็น เรารู้ว่าเสี่ยมีบุญคุณ ที่อุตส่าห์ให้เรากู้ เราขอความกรุณาอีกสักหน่อย พรุ่งนี้ค่อยมาเก็บจะเป็นพระคุณไม่มีวันลืม

ธานียิ้มออกเคลิ้มไปกับคำไพเราะของบัว ยินยอมจะมาใหม่วันพรุ่งนี้ และยื่นถุงโกปี้ให้

“ลื้อกลับมาเหนื่อยๆ เสี่ยให้ เด็กดีมีความกตัญญูอย่างลื้อ เสี่ยรักนะ”

บัวรังเกียจที่จะรับแต่ธานียัดเยียดใส่มือถือโอกาสแต๊ะอั๋ง ก่อนจะเดินเดี้ยงออกไปกับขวด ดำเกิงดึงถุงโกปี้จากมือบัวมา ระเบิดอารมณ์ไล่หลังธานีว่าแก่แล้วยัง

ไม่เจียม รุ่นเดียวกันหน่อยไม่ได้จะเตะให้ร้องเอ๋ง ว่าแล้วก็เผลอดูดโกปี้ไปเต็มลัก หน้าเหยเกรีบวิ่งไปบ้วนทิ้ง เจียงถามว่าขมหรือ เขายิ้มเรี่ยๆไม่กล้าบอกว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

ทางหน้าบ้าน ชยุติประคองมาลัยตามดำเกิงมา จึงได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ทั้งสองสงสารครอบครัวบัวอย่างมาก ชยุติถอนใจ มาลัยรู้ทันว่าหลานอยากช่วยบัว

“อาม่ารู้ทันอีกแล้ว แต่ถึงอยากบัวก็คงไม่รับความช่วยเหลือจากผมหรอกครับ ขนาดแค่ขอขับรถไปส่ง บัวยังไม่ยอมเลย”

“นั่นแน่ ไปขอส่งเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำยังกะสนิท สนมกันอย่างนั้นแหละ”

“แหมอาม่า ก็ผมกับบัวแล้วก็เกิ่งเคยเป็นเพื่อนเล่นกันสมัยเด็กๆไงครับ อาม่าจำได้ไหม”

“อืม...ผู้หญิงมีศักดิ์ศรีเดี๋ยวนี้หายากแล้ว มีอาบัวให้เห็นสักคนก็ชื่นใจ ไม่ใช่วันๆเห็นแต่พวกผู้หญิงไม่เป็นกุลสตรี วิ่งเร่หาผู้ชายไปทั่ว อั๊วระคายตา” มาลัยอดเหน็บยิ่งจันทร์ไม่ได้

จังหวะนั้นชูดวงขี่จักรยานมาตามบอกว่ายิ่งจันทร์มา มาลัยพึมพำ นี่ไงผู้หญิงไร้สาระโผล่มาอีกแล้ว ชยุติ ทำหน้าเซ็งสุดๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แม่มาแล้ว! มัมพลอย คืนจอแซ่บต่อ “เพลิงนาง” ปรับตัวใหม่ ตามวิถี New Normal

แม่มาแล้ว! มัมพลอย คืนจอแซ่บต่อ “เพลิงนาง” ปรับตัวใหม่ ตามวิถี New Normal
29 พ.ค. 2563
13:01 น.