ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสน่ห์นางงิ้ว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3

เสียงดนตรีงิ้วประโคมดังขึ้น นกขมิ้นร่ายรำออกมา กลุ่มคนดูปรบมือและรอชมนางพญางูขาวด้วยความตื่นเต้น แต่พอเห็นว่าไป๋ซู่เจินไม่ใช่บัวเป็นตรึงจิต ซึ่งร้องเสียงสูงปรี๊ดออกมาจนคนดูแสบแก้วหู ก็เริ่มส่งเสียงบ่นฮือฮา ไม่นานมีการขว้างปาข้าวของใส่พร้อมโห่ไล่

หลอตบอกบ่นว่าชื่อเสียงคณะป่นปี้แน่คราวนี้

เจียงหน้าดำคร่ำเครียดคิดไม่ตก ตรึงจิตกับนกขมิ้นวิ่งกลับเข้ามาหลังเวทีโวยวายทนไม่ไหว บัวเข้ามาขอร้องตรึงจิตให้ออกไปแสดงให้จบ ตรึงจิตไม่ยอม ถอดชุดงิ้วออกแล้วสะบัดก้นออกไปด้วยความโกรธ เจียงตัดสินใจจะออกไปขอโทษคนดูและของดการแสดงคืนนี้ แต่ไม่ทันจะเดินออกไปก็ความดันขึ้นเป็นลมล้มลง

“พี่นกขมิ้น พี่ช่วยพาอาป๊าขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลก่อนนะ เดี๋ยวบัวตามไป”

“เฮ้ย อาเกิ่ง ลื้อรีบออกไปขัดตาทัพก่อน” หลอไล่ดำเกิงแล้วบอกบัวให้ไปดูแลเจียง

“อาป๊าเคยสอนว่า ชื่อเสียงที่เสียไปแล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้ บัวจะไม่ยอมให้คณะเหลียนฮัวของเราต้องเสียชื่อ ยังไงวันนี้งิ้วก็ต้องเล่นให้จบ” สายตาบัวมุ่งมั่น

ดำเกิงเล่นจำอวดหน้าม่านเพียงลำพังอยู่พักใหญ่ จนคนดูเริ่มไม่ขำ ชยุติกระซิบถามมาลัยไม่ขำหรือ อาม่า ส่ายหน้าบอกยิ่งฟังยิ่งเครียด อยากดูนางพญางูขาวมากกว่า คนดูเริ่มส่งเสียงโห่ไล่...ด้านหลังเวที ทุกคนช่วยกันแต่งหน้าแต่งตัวให้บัว หลอถามบัวว่าจำบทได้แน่หรือ เธอรับคำแล้วขอบคุณพี่ๆทุกคน  บัวสูดหายใจเข้า

ก่อนจะเดินออกไปหน้าเวที

ชยุติกำลังชวนมาลัยกลับ ก็พอดีเสียงดนตรี

เปิดตัวดังขึ้น มาลัยยิ้มแฉ่งบอกนางพญางูขาวตัวจริงออกมาแล้ว คนดูเห็นท่ารำที่สวยงามและเสียงร้องอันไพเราะก็ปรบมือเกรียวกราว บัวร่ายรำและร้องบทเศร้าทำเอาคนดูน้ำตาซึมกันเป็นแถว หลอเห็นแล้วยิ่งทึ่งกับความสามารถของบัว

เสร็จสิ้นการแสดง บัวกลับเข้ามาหลังเวที หลอพลั้งปากชม “อาบัว ลื้อแสดงได้ดีมากๆเลย ไม่เสียแรงที่มีสายเลือดนางงิ้วอยู่ในตัว ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ”

“ซินแสหมายความว่ายังไง ที่ว่าบัวมีสายเลือดนางงิ้วอยู่ในตัว” บัวงง หลอรีบแก้ตัวใหม่

“ก็อาเจียงไง ลื้อเป็นลูกของอี ก็ต้องมีพรสวรรค์ด้านนี้อยู่แล้ว”

บัวกลัวว่าเจียงรู้จะโกรธ หลอให้กำลังใจว่ามันเป็นลิขิตของฟ้าฝืนไม่ได้ บัวรีบเปลี่ยนชุดไปดูเจียงที่โรงพยาบาล หลอไหว้ศาลเทพเจ้าฉั่งหง่วงส่วยประจำโรงงิ้ว ขอให้ทุกอย่างราบรื่น

คนดูเดินออกจากโรงงิ้วต่างชมนางเอกงิ้ว

ไม่ขาดปาก ชยุติประคองมาลัยจะพากลับ เขาบ่นว่า

ไป๋ซู่เจินน่าสงสาร มาลัยบอกนางเป็นปีศาจครองรักกับมนุษย์ไม่ได้

“ทำไมจะรักกันไม่ได้ล่ะครับอาม่า ถึงไป๋ซู่เจินจะไม่ใช่มนุษย์  แต่นางก็มีหัวใจที่บริสุทธิ์ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย กีดกันอะไรไม่เข้าเรื่อง”

“อาตี๋เอ๊ย...เอารางวัลไปให้เขาหน่อยสิ บอกว่าอาม่าให้” มาลัยดูออกว่าหลานมีใจให้บัว

ชยุติชวนให้ไปด้วยกัน มาลัยอ้างว่าเมื่อยขาขอนั่งรอตรงนี้ ชยุติดีใจที่จะได้เจอบัว รับเงินจากอาม่ากุลีกุจอเดินไปหลังเวที...บัวเช็ดหน้าออกหมดกำลังหวีผม อยู่หลังม่าน ชยุติเดินมาหยุดมองหา ดำเกิงเห็นเข้ามาขวางและไล่ให้ออกไป ชยุติทักดำเกิงจำตนไม่ได้หรือ เขายียวนตอบว่าจำไม่ได้ ชยุติถอนใจขอเอารางวัลให้บัว ดำเกิงอ้างว่าบัวเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ ให้ฝากตนไว้

บัวเดินออกมาถามดำเกิงคุยกับใคร เขาโกหกว่าใครไม่รู้เอารางวัลมาให้บัวเป็นผู้หญิงแก่ บัวพยักหน้ารับรู้ แล้วเร่งให้รีบไปดูเจียงที่โรงพยาบาล

ชยุติกับมาลัยเดินเข้าบ้านด้วยเสียงหัวเราะ พลันต้องชะงักเมื่อเห็นทุกคนตั้งป้อมรอหน้าตาถมึงทึง ไชโยเปิดฉากตำหนิสนุกมากหรือที่ทำให้คนทั้งบ้านเป็นห่วง ชยุติจะอธิบาย

“ลื้อไม่ต้องมาแก้ตัว อั๊วอยากรู้นักว่าไอ้พวกงิ้วในสลัมนั่นมันมีอะไรดี”

“คุณคะพูดดีๆดีกว่า อย่าขึ้นอั๊วขึ้นลื้อเลย มันไม่น่าฟัง ฉันจะพูดกับลูกเอง” วลีปราม

พอวลัยตำหนิบ้าง วลีหันมาเอ็ดให้หุบปาก ลูกของตน

ตนจัดการเองได้ วลัยหน้าเจื่อน วลีถามชยุติว่าออกไปดูงิ้วในสลัมกับอาม่าจริงไหม มาลัยหัวเราะตอบแทน

“รู้ว่าจริง จะให้ลูกมันตอบว่าไม่จริงได้ยังไงวะ”

วลีเสียงเข้มขอให้เงียบก่อน ตนต้องการให้ลูกตอบ ชยุติอึดอัดกับสถานการณ์นี้ยอมรับว่าไปเป็นเพื่อนอาม่า วลีรุกถามว่าแหกปากร้องดังแบบนั้นฟังรู้เรื่องหรือ

“งิ้วร้องเป็นภาษาไทยครับม้า ที่นั่นไม่ได้มีอะไรเลวร้ายอย่างที่ม้าคิดหรอกนะครับ ไว้วันหลังเราไปดูงิ้วด้วยกัน...”

วลีลมแทบจับ กนกวิภารีบบอกว่าไม่ต้องชวนตน แค่นึกก็ขนลุกแล้ว สู้ไปดูคอนเสิร์ตฟังเพลงคลาสสิกไม่ได้ มาลัยชักไม่พอใจต่อว่าทุกคนจนเป็นใบ้ไปโดยปริยาย

“นี่! อั๊วกับอากงลื้อน่ะโล้สำเภากันมาจากเมืองจีน ไม่ได้มากับพวกฝรั่งหัวแดง ไม่ให้อั๊วดูงิ้วแล้วจะให้ดูอะไร...ลืมอะไรก็ลืมไปเหอะ แต่อย่าลืมตัว บรรพบุรุษจะเสียใจ...อาตี๋ อาม่าง่วงนอนแล้ว จะไปนอนได้หรือยัง” มาลัยให้ชยุติพาไปส่งห้อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ บัวกำลังทำข้าวต้มให้เจียง ใจลอยคิดถึงคำพูดของหมอเมื่อคืนที่บอกว่าเจียงมีอาการเครียด

และอ่อนเพลีย ประกอบกับความดันโลหิตสูงอยู่ก่อน จึงหน้ามืดหมดสติ ต่อไปให้ระวังอย่าให้เครียดหรือกังวลอะไรอีก จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

เจียงนอนให้น้ำเกลือเสร็จขอหมอกลับบ้านอ้างว่าไม่ได้ยินเสียงงิ้วนอนไม่หลับ เช้านี้บัวจึงต้องทำข้าวต้มให้ ดำเกิงเดินมาเห็นบัวใจลอยจึงแกล้งจี้เอวแล้วร้องว่าข้าวต้มไหม้แล้ว บัวตกใจรีบยกลงจากเตา ดำเกิงถามว่าใจลอยเรื่องเจียงหรือ บัวพยักหน้ารับ

“ป๊านี่ดื้อเนอะ ความจริงน่าจะอยู่โรงพยาบาลดูอาการอีกสักวันสองวันก่อน แล้วค่อยกลับบ้าน” ดำเกิงบ่น

“ป๊ายอมใครที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ล้มทั้งยืนบัวว่าป๊าไม่มีทางไปโรงพยาบาลหรอก”

“ถ้าป๊าไม่ป่วย เมื่อคืนนี้บัวก็คงไม่ได้ขึ้นเวทีหรอก รู้ไหมเมื่อคืนบัวแสดงดีมากเลยนะ เกิ่งถึงขนาดเก็บเอาไปฝันเลยล่ะ”

บัวจุ๊ปากให้เบาเสียงกลัวเจียงได้ยิน และบอกที่ทำเพราะความจำเป็น ดำเกิงว่าฝีมือขนาดบัวจะกลัวอะไร ถ้าป๊าเห็นต้องทึ่งและยอมให้เป็นนางเอกคณะ บัวไม่คิดอย่างนั้น ทันใดเสียงเจียงเรียกหาบัว บัวรีบสั่งดำเกิงตักข้าวต้มตามไปให้ป๊า

เจียงลุกเดินมานั่งที่ม้าหิน บัวติงว่ายังไม่หายดีไม่ควรลุกจากเตียง ดำเกิงยกข้าวต้มมาวางให้บอกว่าบัวลุกมาทำแต่เช้า เจียงตำหนิจะทำให้เสียเวลาทำไมแทนที่จะรีบแต่งตัวไปเรียน บัวรีบบอกว่าวันนี้ไม่มีเรียน...เจียงตักข้าวต้มเข้าปากก็รู้ว่ามีเผือกมีมัน ต่อว่าอีก

“นี่ลื้อซื้อเผือกมันมาใส่เหรอ มันเปลืองตังค์นะ ลื้อไม่รู้เหรอว่าเราต้องเก็บเงินไว้จ่ายค่าตัวนักแสดงน่ะ ไหนจะค่ามดค่าหมอ หยูกยาอีก”

 ทันใดเสียงธานีดังขึ้นว่าค่าดอกเบี้ยตนด้วย ทุกคนหันขวับไปมอง ธานียืนหนีบกระเป๋าเน้นว่าสองเท่า เจียงอึกๆอักๆจะขอผัด แต่บัวแทรกว่ามีจ่ายแล้วควักเงินส่งให้ ธานีไม่วายเนียนลูบมือบัว และบอกว่าเงินนี่หอมจริงๆ ดำเกิงเสียงเขียว

“ได้เงินแล้วก็รีบไปสิ จะมายืนหน้าทู่อยู่ตรงนี้ทำไม”

ธานีหันไปถามขวดว่าดำเกิงว่าใคร ขวดบอกว่าเสี่ยแหละ ตนหน้ากลม ธานีนิ่วหน้าไม่โกรธ กลับพูดเสียงหวานกับบัวว่าแล้วจะมาเก็บดอกเบี้ยหอมๆอีก...บัวกับดำเกิงถอนใจ เจียงถามทันทีว่าเอาเงินมาจากไหน บัวหน้าซีดหลบตาอย่างคนมีความผิด

บัวคุกเข่าลงยกมือไหว้ขอโทษที่ขัดคำสั่งขึ้นเล่นงิ้วเมื่อคืน เจียงโกรธเบื่อคำขอโทษ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ว่าบัวหัวแข็งดื้อรั้น ควรจะทำอย่างไรกับเธอดี ดำเกิงแก้ตัวแทนว่าบัวทำเพราะหวังดีต่อคณะ เสียงเจียงดังขึ้นจนชาวคณะวิ่งมาดู

“ลื้อไม่ต้องมาหวังดี หน้าที่ลื้อคือเรียนหนังสือก็ต้องเรียน เรียนให้สูงๆจะได้ทำงานดีๆ”

หลอต่อว่าเจียง “เฮียไม่มีเหตุผล อาบัวอีไม่ได้อยากขัดคำสั่งเฮีย แต่เมื่อคืนมันจำเป็นจริงๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้เราจะมีจ่ายดอกเสี่ยธานีไหม”

ชาวคณะส่งเสียงสนับสนุน บัวร้องไห้เสียใจที่หลอกับเจียงต้องมาเถียงกัน จึงขอร้องอย่าเถียงกัน ตนผิดเอง จะลงโทษตนก็ได้แล้วยื่นไม้เรียวให้ เจียงโกรธหาว่าท้าทาย ดึงไม้มาเงื้อขึ้น ดำเกิงคุกเข่าลงข้างบัวและขอให้เจียงลงโทษตนด้วย ชาวคณะต่างเข้าห้อมล้อมบัวขอให้เจียงตีพวกเขาด้วย หลอเข้าไปร่วมวงให้ตีตนด้วยอีกคน เจียงโพล่งออกมาท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่

“พวกลื้อคิดว่า อาบัวคนเดียวจะช่วยคณะเราได้เหรอ”

“แล้วเฮียคิดว่า เฮียจะเอาอดีตที่แก้ไขไม่ได้ของเฮีย มาทำลายอนาคตของทุกชีวิตในคณะไซป๋อได้เหรอ เฮียเอาการกระทำของผู้หญิงคนหนึ่งที่ตายไปแล้ว มาตัดสินอาบัวได้ยังไง” เจียงห้ามไม่ให้หลอพูด “ไม่! อั๊วจะพูด อั๊วทนมานานแล้ว ทนเห็นเฮียจมปลักอยู่กับอดีต จนลืมไปว่า ตอนนี้เฮียและทุกคนที่นี่ยังมีชีวิต และยังต้องเดินต่อไป ถ้าเฮียอยากตายไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น เฮียก็ควรตายไปคนเดียว ไม่ใช่ให้คณะไซป๋อและพวกเราทุกคนตายไปพร้อมกับเฮียด้วย”

เจียงทนฟังไม่ไหวทิ้งไม้เดินหนีขึ้นห้อง ดำเกิงปรี่เข้าหาหลอด้วยความอยากรู้ หลอมองหน้าบัวและดำเกิงไปมา...ด้านเจียงเข้าห้องปิดประตูนั่งน้ำตาซึม หยิบกล่องใส่ปิ่นขึ้นมาเปิดดูคิดถึงอดีตที่ฝังใจเมื่อยี่สิบปีก่อน

เหมยหลินเป็นนางเอกคณะที่สวยโดดเด่นและเป็นคนรักของเจียง เขามอบปิ่นปักผมนี้ให้แก่เธอ เหมยหลินบอกว่าถ้ามีลูกสาว จะยกปิ่นนี้ให้เป็นเครื่องเตือนใจว่าป๊ากับม้ารักอีมาก เจียงมั่นใจว่าลูกจะต้องสวยเหมือนเหมยหลิน...

หลอตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีตให้บัวและดำเกิงฟัง ว่าเหมยหลินเป็นแม่ของบัว เป็นนางเอกคนแรกของคณะ ทั้งร้องทั้งรำงิ้วได้อ่อนช้อย เจียงรักเธอมากจนคิดสร้างครอบครัว แต่แล้วเธอก็ปันใจให้ชายอื่นที่มาเฝ้าดูงิ้วทุกคืน แล้วหนีตามเขาไป...ผ่านไปไม่ถึงปี เหมยหลินกลับมาในคืนที่ฝนตกหนักด้วยสภาพท้องแก่ เจียงกำลังอุ้มดำเกิงที่เพิ่งได้สองขวบอยู่ เขาตกใจ

“เฮียเจียง อั๊วขอโทษนะที่ทิ้งเฮียไป ยกโทษให้อั๊วด้วย โอ๊ย...” เหมยหลินเกิดเจ็บท้อง เจียงรีบวางดำเกิงวิ่งไปประคองเหมยหลิน แล้วคืนนั้นเธอก็คลอดบัวออกมา พร้อมทิ้งจดหมายลาตายไว้ฉบับหนึ่ง ฝากเจียงเลี้ยงบัวดวงใจของเธอ ก่อนจะแอบไปผูกคอตายที่โรงงิ้ว

พอบัวรู้เรื่องรีบไปหาเจียงที่ห้อง บอกเขาว่าตนจะไม่เล่นงิ้วอีก สาบานจะไม่ขัดคำสั่งอีก เจียงแทรกขึ้นว่า ไม่ต้องสาบาน ตนไม่ได้ไม่อยากให้เธอเล่นงิ้ว แต่ตนกลัว...

“จ้ะ บัวเข้าใจ ซินแสเล่าให้บัวฟังแล้ว ทำให้บัวเข้าใจว่าทำไมป๊าถึงห้ามบัว บัวผิดเองที่บัวดื้อ ป๊าเมตตาบัวกับอาม้าบัวขนาดนี้ บัวก็ไม่ควรขัดใจป๊าหรือทำให้ป๊าผิดหวังอีก” บัวคุกเข่าลง “บัวขอบคุณอาป๊าที่รับเลี้ยงบัวมา ขอบพระคุณที่อาป๊าไม่โกรธอาม้า ขอบพระคุณที่ทำทุกอย่างให้กับบัว บัวสัญญาจะเชื่อฟังอาป๊าไม่ดื้อดึงอีกแล้ว”

เจียงน้ำตาไหลอาบแก้ม บัวคิดว่าไม่เล่นงิ้ว ก็ทำงานอื่นได้ แล้วจะมาปรึกษาว่าควรทำอะไรเพิ่มเติมอีกดี เจียงโพล่งขึ้นว่าให้บัวเล่นงิ้ว บัวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ซินแสพูดถูก ลื้อกับอาเหมยหลินเป็นคนละคนกัน อั๊วจะเอาอีมาตัดสินลื้อไม่ได้ แล้วอั๊วก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ถ้าอั๊วมีลูกสาวจะฝึกอีให้เป็นนางเอกงิ้วที่เก่งที่สุด และลื้อก็คือลูกสาวอั๊ว”

บัวตื้นตันโผกอดเจียงร้องไห้ สัญญาจะไม่ทำให้ผิดหวัง เจียงมอบปิ่นของเหมยหลินแก่บัว...หลอดีใจมากที่เจียงยอมให้บัวเล่นงิ้ว จัดพิธีไหว้ฟ้าดินรับบัวเป็นลูกศิษย์ทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น