ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสน่ห์นางงิ้ว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3


บนรถสามล้อถีบ บัวนั่งเบียดตัวติดไปข้างหนึ่ง เพราะชยุตินั่งคู่มาด้วย เขาปลาบปลื้มที่บัวพานั่งสามล้อแบบนี้ เธอสวนว่าไม่ได้พา เขาตามมาเอง เขาโอดโอยจะใจร้ายให้เขาเดินกลับหรือ เธอว่าเขาดื้อตาใสไม่เคยเปลี่ยน แล้วนึกถึงวัยเด็กที่เคยเถียงกันเรื่องไก่เกิดก่อนไข่ เขาชนะ

“จะกี่ปีๆคุณนี่ยังหัวดื้อเหมือนเดิมเลยนะ”

“คุณก็เหมือนกันนั่นแหละ ดื้อตาใสไม่เคยเปลี่ยน” ชยุติย้อนคำเธอ

เจียงกับหลอเห็นสภาพตรึงจิตที่นกขมิ้นพากลับมาแล้วอ่อนใจ หน้าตายับเยิน เท้าก็อักเสบขึ้นมาอีก จะเล่นงิ้วคืนนี้ได้อย่างไร หลอขอให้เอาบัวเล่นแทนแต่เจียงไม่ยอมท่าเดียว

กนกวิภาสอบเสร็จออกมาหาชยุติไม่เจอ เห็นแต่รถเขาจอดยางแบนอยู่ก็เซ็งสุดๆ...ในขณะที่รถสามล้อถีบผ่านบ้านชยุติแต่เขาไม่ลง นั่งต่อไปกับบัวจนมาถึงท้ายซอยเป็นชุมชนหลังโรงงิ้ว ทั้งสองเดินคุยกันไป

ชยุติอยากจะส่งบัวให้ถึงบ้านแต่เธอก็ไม่ลงบ้าน เลยมาถึงท้ายซอย ไม่ทันไรเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆเรียกบัวแล้ววิ่งเข้ามาห้อมล้อม ขอให้บัวร้องงิ้วให้ฟัง

“ได้เลย นอกจากร้องงิ้วแล้ว พี่จะเลี้ยงขนมพวกเธออีก วันนี้วันเกิดพี่”

เด็กๆเฮดีใจกันใหญ่ ชยุติดีใจที่รู้ว่าบัวเกิดวันเดียวกับตน เด็กๆบอกให้บัวชวนแฟนไปกินขนมด้วย บัวทำหน้าไม่ถูก รีบบอกว่าไม่ใช่แฟน เขาหลงทางเลยพามาส่ง ชยุติแทรกขึ้นว่าบัวเลี้ยงขนมแล้วตนจะเลี้ยงไอศกรีมต่อ บัวยิ้มขอบคุณแทนเด็กๆ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เด็กๆน่ารักนะครับ อีกอย่างถือว่าเป็นการตอบแทนที่พาผมมายังซอยใกล้บ้านได้ ผมดีใจนะครับที่ได้ตามคุณมาถึงที่นี่”

“ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคนอยู่แล้วค่ะ” บัวยิ้มให้อย่างจริงใจ...

วลัยกำลังทาเล็บให้วลีเตรียมต้อนรับแขกสำคัญคืนนี้ กนกวิภาเดินเหนื่อยอ่อนเข้ามา วลีรีบถามหาชยุติ เธอบอกว่าเห็นรถยางแบนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไม่รู้เขาหายไปไหน จึงให้ชูดวงไปจัดการเรื่องรถ ตนนั่งแท็กซี่กลับมา ตอนนี้เหนื่อยมากอยากนอนพัก

วลีเลิกทาเล็บชวนวลัยออกไปตามหาชยุติ กลัวถูกใครลักพาตัวเรียกค่าไถ่ วลัยบ่นเบาๆทำอย่างกับลูกเป็นเด็กเล็กๆ วลีมองหน้าที่โดนเหน็บ วลัยแก้ตัวร้องว่าลืม ยังไม่ได้หาชุดที่แมตช์กับไชโย วลียิ่งปรี๊ดถามใครเป็นเมียไชโยกันแน่ วลัยยิ้มเรี่ยๆ

มาลัยตาโตเมื่อเห็นในครัวเตรียมอาหารสุดหรู พวกเป็ดปักกิ่ง เป๋าฮื้อน้ำแดง ปลาเก๋าราดพริก ก็ทักว่าจะกินกันให้ท้องแตกหรืออย่างไร จี๊ดกับจ๊าดบอกว่าวลีสั่งซื้อจากเหลาที่เยาวราช

“มันจะเอาไปไหว้บรรพบุรุษที่ไหนวะ”

“คุณวลีบอกว่าคืนนี้จะเลี้ยงฉลองวันเกิดให้คุณติ มีแขกพิเศษมาดินเนอร์ด้วยน่ะค่ะ”

“ไม่ได้เรื่องๆ ทำแบบนี้มันเหมือนเอาเงินมาละลายเสียเปล่าๆ สู้เอาไปช่วยคนยากคนจนในซอยบ้านเรายังจะดีกว่า”

จ๊าดยกเค้กกล่องโตมาวาง สั่งจี๊ดตอนยกออกไปอย่าซุ่มซ่ามทำหล่น เค้กนี้แพงกว่าเงินเดือนเราสองคนอีก มาลัยได้ยินแล้วหมั่นไส้ คิดแผนร้ายขึ้นในหัว พอสองสาวใช้ยกอาหารออกไปจัดวาง ก็หยิบขวดเกลือกับพริกไทยมาโรยหน้าเค้กอย่างสนุกมือ

ooooooo

บรรยากาศใต้ต้นไม้ร่มรื่น เด็กๆนั่งล้อมวงฟังบัวเล่านิทานและกินขนมกับไอศกรีม ชยุติมองบัวเพลิน เกิดแรงบันดาลใจเอาสมุดออกมาวาดภาพเธอเป็นลายเส้นอย่างสวยงาม เด็กบางคนเห็นเดินมาดู แล้วร้องว่าพี่วาดสวย บัวได้ยินจึงขอดู ชยุติเสียดายที่นางแบบรู้ตัวเสียก่อน

“ก็ไม่ขอกันดีๆล่ะ จะได้เป็นแบบนิ่งๆให้สองสามชั่วโมงเลย”

“ผมว่าตอนคุณเฉิดฉายเป็นนางพญางูขาวบนเวทีสิ มีเสน่ห์กว่ากันเยอะเลย”

เด็กๆถือนกที่ประดิษฐ์จากขวดพลาสติกมาให้บัวกับชยุติเป็นของขวัญ ทั้งสองรับไว้ด้วยหัวใจชุ่มชื่น ชยุติขอบคุณบัวที่ทำให้ตนรู้ว่า การให้อะไรกับใคร ทำให้เรามีความสุขมากแค่ไหน

ทั้งสองเดินกลับ ในขณะที่วลีกับวลัยขับรถผ่านมา วลีเบรกรถตัวโก่งเมื่อเห็นลูกชาย บัวกับชยุติกำลังคุยกันเรื่องที่บัวคงไม่ได้เล่นงิ้วอีกเพราะป๊าไม่ให้เล่น พลันบัวสะดุดฟุตปาทที่ไม่เรียบ ชยุติประคองเธอไว้ทัน ทั้งสองประสานสายตากัน เสียงวลีดังขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ตาติ มาทำอะไรอยู่ที่นี่”

ชยุติแนะนำบัวให้รู้จักม้าและอาอี๊ บัวไหว้อย่างนอบน้อม แต่สองสาวไม่รับไหว้ กลับมองด้วยสายตาเหยียดหยัน ถามเป็นลูกเต้าเหล่าใคร รู้จักกันได้อย่างไร

“พอดีบัวเขาเรียนที่เดียวกับกนกน่ะครับ เราเจอกันโดยบังเอิญ ผมก็เลยกลับมาพร้อมกับเธอ บ้านเธออยู่ติดกับโรงงิ้ว”

“ไอ้โรงงิ้วซอมซ่อแถวๆบ้านเรารึเปล่าคะคุณพี่”

วลีเชิดหน้าบอกลูกชาย “อ๋อ...งั้นเราก็ไปกันเถอะ แม่ต้องกลับไปดูเรื่องอาหารการกินต่อ ลูกจะได้กลับไปเปลี่ยนชุดหล่อๆ ตอนนี้เหม็นสาบเหม็นเหงื่อไปหมดแล้ว”

บัวตาละห้อยนึกแปลกใจในมารยาทของวลีกับวลัย ดำเกิงเดินมาพอดีที่ชยุติขึ้นรถออกไป บัวรีบกลบเกลื่อนไม่มีอะไรชวนดำเกิงกลับบ้าน แต่เขากลับยื้อยังไม่ให้เข้าบ้าน

บัวนึกแปลกใจว่าที่บ้านมีปัญหาแน่ จึงรีบกลับ เห็นทุกคนนั่งหน้าเครียดกันอยู่ ก็ถามทำไมไม่รีบแต่งตัวเตรียมการแสดง หลอบอกจะแสดงได้อย่างไร นางเอกหน้าเละอย่างนั้น ตรึงจิตว่าไหมฟ้าเป็นคนทำจะโทษตนได้อย่างไร บัวกังวลแล้วจะทำอย่างไร

“เราก็คงต้องยอมเสียสัจจะกับเขาไป” เจียงตัดสินใจ

“ไม่ใช่เสียสัจจะอย่างเดียวนะ เสียเงินด้วย คณะเรายิ่งต้องการรายได้อยู่ แล้วนี่จะเอาเงินที่ไหน...เพราะลื้อคนเดียวอาตรึงจิต” หลอชี้หน้าต่อว่า

“พอเถอะซินแส ยังไงเรื่องก็เป็นไปแล้ว ปล่อยไปเถอะ”

บัวโพล่งขึ้นขอเล่นแทนถือเป็นของขวัญวันเกิดสักครั้ง ทุกคนลุ้นว่าเจียงจะว่าอย่างไร สุดท้ายเจียงต้องยอม หลอตามมาถามเจียงทำไมถึงยอม เจียงอ้างว่าอยากให้เป็นของขวัญวันเกิด

“อาบัวอีดูมีความสุขตอนที่ลื้ออนุญาตให้อีเล่นงิ้ว”

“ซินแสก็เข้าข้างให้ท้ายอีเหลือเกิน ระวังเถอะอีจะยิ่งได้ใจไปกันใหญ่”

“เด็กมันทำในสิ่งที่ถูกต้อง อั๊วก็ต้องสนับสนุนสิเฮีย มีแต่เฮียเจียงเท่านั้นแหละที่คอยแต่จะขัดขวางความสำเร็จของอี อั๊วไม่เข้าใจเฮียเลยจริงๆ”

“อั๊วกลัว กลัวว่าประวัติศาสตร์มันจะย้อนกลับมาซ้ำรอยอีกน่ะสิ ซินแส” เจียงนึกถึงอดีตที่เหมยหลินท้องกลับมาคลอดลูกแล้วแขวนคอตาย น้ำตาเขาเอ่อขึ้นมา

หลอเห็นท่าทีก็เข้าใจพูดปลอบ “สายน้ำไม่ไหลกลับ วันเวลาไม่หวนคืน เฮียจะคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้วให้ทุกข์ทำไม”

เจียงรู้สึกขมขื่นกับอดีตที่คนรักหนีตามชายชู้ไปแล้วท้องกลับมา...บัวแต่งตัวเสร็จชะเง้อมองคนดู ดำเกิงในชุดตัวตลกถามตื่นเต้นหรือ บัวยอมรับเป็นครั้งแรกที่เห็นคนดูเยอะขนาดนี้

ถึงเวลาแสดง บัวร่ายรำและร้องได้อย่างคล่องแคล่วสวยงาม ธานีส่งเสียงชื่นชมและร้องเสียงดังว่าบัวเหมาะสมกับตัวเองมาก ขวดแอบเหน็บเจ้านายว่าไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลย...หลอกับเจียงยืนมองข้างเวที หลอชมว่าบัวงดงามไม่มีที่ติ แต่เจียงกลับเห็นว่าแววตาบัวดูเศร้าไม่สดใส

ooooooo

ชยุติเข้าบ้านอย่างเซ็งๆ วลัยถามวลีคิดอย่างไรกับเด็กบัว วลีคิดว่าบัววางแผนจับชยุติจนตัวสั่น ดีที่เราไปเจอก่อน แล้วเปลี่ยนมากังวลกลัวคืนนี้อาม่าจะสร้างเรื่องอีก

มาลัยเดินมาได้ยินถามว่าใคร ทั้งสองสะดุ้ง  เธอว่าไม่ต้องห่วง ตนรู้ว่าคนแก่ไร้ค่าอย่างตนต้องทำอะไร

ทั้งสองรีบปลอบว่าอย่าน้อยใจ พวกเธอไม่เคยคิดอย่างนั้น มาลัยเบ้หน้าใส่เดินไป

ค่ำนั้นรถหรูคันยาวแล่นมาจอด วลีนำสมาชิกครอบครัวมาต้อนรับ กนกวิภากับวลัยตื่นเต้นไปด้วย ล้วน แสงเดือนและยิ่งจันทร์ลงจากรถมาด้วยชุดหรูแบบงานกาลาดินเนอร์ วลีกับวลัยแย่งกันเข้าต้อนรับอย่างถึงเนื้อถึงตัว วลัยลูบคลำรถอย่างลืมตัว

“รถสวยจังเลยค่ะ อุ๊ย! คุณพี่ขา สวยอะไรอย่างนี้ แพงมากใช่ไหมคะ”

“จะว่าแพงก็แพงล่ะค่ะคุณน้องขา แต่แลกกับความสะดวกสบายเล็กๆน้อยๆก็ต้องยอม รถในกรุงเทพฯติดเหลือเกิน ทีแรกเราตั้งใจจะมาด้วยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวกันนะคะเนี่ย แต่ไม่แน่ใจว่าที่นี่จะมีที่ให้ลงจอดรึเปล่า”

ไชโยบอกจอดหน้าบ้านได้เลย ยิ่งจันทร์สวัสดีผู้ใหญ่ทุกคนแล้วหันไปกรี๊ดกร๊าดกับกนกวิภา เอาสะโพกบั๊มพ์กันเป็นท่าทักทายประจำตัว ชยุติเดินมาสมทบ ยิ่งจันทร์ตะลึงกับความหล่อจนเก็บอาการไม่อยู่ โผเข้าไปไหว้แนบอกแทบจะกลายเป็นกอด ชายหนุ่มตั้งตัวไม่ทันไม่รู้จะเอามือไว้ไหน มาลัยเห็นกิริยาของยิ่งจันทร์ก็เบะปากส่ายหัวเดินไป

ล้วน แสงเดือนและยิ่งจันทร์เห็นอาหารบนโต๊ะก็ตาโตแอบเลียปากกันนิดๆ วลีออกตัวว่านี่เป็นอาหารปกติที่ทานกัน ส่วนใหญ่มาจากภัตตาคารห้าดาวที่เยาวราช มาลัยนั่งเซ็งที่หัวโต๊ะ แกล้งบ่นดังๆว่า ผักกาดดองของโปรดตนไปไหน กุนเชียงทอดด้วย วลีกับไชโยหน้าเจื่อน

กนกวิภารีบแก้แทน “อาม่าท่านคงจะหลงๆลืมๆน่ะค่ะ อาม่าคะเดี๋ยวลองทานปลากะพงดีกว่านะคะ เนื้อไม่เหนียว ทานง่าย อาม่าน่าจะชอบ”

“หนกเอ๊ย! ลื้อไม่สบายอะไรรึเปล่า ทำไมวันนี้เอาใจอั๊วจัง”

กนกวิภาหน้าเสีย ยิ้มเรี่ยๆกลบเกลื่อน ยิ่งจันทร์ตักอาหารเอาใจชยุติ วลัยบอกให้เรียกพี่ติจะได้ดูสนิทสนมกัน ยิ่งจันทร์หันมาอ้อนถามแม่ว่าควรเรียกแบบไหนดี มาลัยแทรกขึ้น

“จะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ ปกติอั๊วก็เรียกมันไอ้ตี๋ตลอดอยู่แล้ว”

ชยุติขำในขณะที่คนอื่นๆขำไม่ออก...แขกพิเศษทั้งสามพ่อแม่ลูกหันมาสนใจอาหารบนโต๊ะ และจ้วงกินอย่างตายอดตายอยาก ขัดกับมาดที่วางไว้ตั้งแต่ตอนมาถึง

สุดท้ายอาหารทั้งโต๊ะเหลือแต่จานเปล่า ล้วนเรอเอิ้กออกมาก่อนจะชมว่าอร่อยทุกอย่าง ไชโยออกตัวว่าบ้านเราทานแต่ของดีๆ ถ้าไม่เกรงใจมาทานได้ทุกวัน แสงเดือนตาโพลง

“ได้จริงเหรอคะ แต่ดิฉันกับสามีก็อายุเยอะแล้ว จะเดินทางไปมาบ่อยๆก็คงไม่ได้ ขอส่งหนูจันทร์มาเป็นตัวแทนเพื่อทานข้าวละกันนะคะ”

กนกวิภาชมว่ายิ่งจันทร์แต่งตัวสวย อยากสวยเหมือนเธอบ้าง วลัยบอกว่ายิ่งจันทร์เป็นนางแบบมืออาชีพ ช่วงนี้คงทำงานหนัก ยิ่งจันทร์ยิ้มเรี่ยๆอ้างช่วงนี้อยากพักไม่รับงาน อยากหางานอื่นทำบ้าง อาจจะรับงานแสดงละคร วลีสบตากับวลัยทำนองไม่ค่อยชอบแต่ต้องยิ้มกลบเกลื่อน ทำทีขอลายเซ็นล่วงหน้า ล้วนตัดบทหันมาทักชยุติว่าเรียนจบกลับมาดูมีราศีขึ้นเยอะ

“จันทร์ว่าจะถามอยู่พอดีเลยค่ะ ตอนพี่ติเรียนที่ฟิลิปปินส์ อยู่จังหวัดอะไรคะ”

ทุกคนทำหน้างงๆ ล้วนกระซิบลูกสาวว่าเขาเรียก เมืองไม่ใช่จังหวัด ยิ่งจันทร์หัวเราะบอกปกติอยู่บ้านพูดอังกฤษตลอดเลยนึกคำไทยไม่ออก ชยุติพยักหน้าแล้วตอบว่าตนอยู่เมืองเกซอนซิตี้ บนเกาะลูซอน ยิ่งจันทร์ทำท่าใหญ่มากหลุดคำพูดติดปากออกมา

“บรรเจิดเริ่ดสะแมนแตนซะไม่มี เกาะลูซอน จันทร์ไปบ่อยค่ะ ที่มีลิงเยอะๆใช่ไหมคะ”

“เอ่อ...อันนั้นเกาะสมุยหรือเปล่าครับ”

ยิ่งจันทร์หน้าแตกเพล้ง แสงเดือนแก้แทนให้ลูกสาวว่า ยิ่งจันทร์เดินทางท่องเที่ยวรอบโลกเลยจำสับสน... มาลัยเหน็บให้ไปหาแปะก๊วยกินเสียบ้างจะได้บำรุงสมอง วลีเปลี่ยนเรื่องชวนทุกคนทานเค้กของโรงแรมที่ขึ้นชื่อมาก มาลัยอมยิ้มเรียกจ๊าดมาพากลับห้องทันที วลีกับวลัยเห็นอาม้าตัวเองกลับห้องก็โล่งใจ ไม่ต้องมีใครคอยขัดอีก

เค้กถูกยกออกมาพร้อมเทียนปักให้ชยุติเป่าเนื่องจากวันเกิด ไชโยกล่าวอวยพรที่เขาเป็นลูกที่สร้างความภาคภูมิใจให้วงศ์ตระกูล ตนขอมอบตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงงานน้ำปลาให้แก่เขา ทุกคนกรี๊ดกร๊าดปรบมือดีใจ ชยุติขอบคุณรับปากจะพยายามทำให้ดีที่สุด วลีเข้ากอด

“ม้ารักและภูมิใจในตัวลูกม้ามากรู้ไหม วันเกิดปีนี้ม้าจะให้ของขวัญที่มีค่าที่สุดกับลูก”

“ไม่เป็นไรหรอกครับม้า เท่าที่ผ่านมาม้าให้ทุกอย่างผมมากพอแล้วครับ”

“น่ารักจริง แต่เป็นลูกผู้ชาย อะไรม้าก็ไม่ห่วงเท่าเรื่องเลือกคู่ครองคู่ชีวิตหรอกนะ”

“โธ่ม้าครับ ผมยังไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนั้นหรอกครับ คงจะยังอีกนาน”

วลัยยุให้วลีพูดไปเลย วลีจึงหันไปพูดกับแสงเดือน ว่าในฐานะแม่ของชยุติ ขอยิ่งจันทร์ให้มาเป็นสะใภ้บ้านนี้ มาเป็นคู่ครองของลูกชาย ชยุติตกใจปรามวลี ล้วนกับแสงเดือนรีบรับคำและฝากชยุติดูแลลูกสาวพวกตนด้วย ยิ่งจันทร์ดีใจแต่ต้องแอ๊บเขิน

“เดี๋ยวครับ มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ”

“ของแบบนี้รอช้าไม่ได้หรอกจ้ะ ลูกจันทร์อย่ามัวแต่อายสิลูก ลูกเตรียมของขวัญวันเกิดมาเซอร์ไพรส์พี่เขาด้วยไม่ใช่เหรอลูก มอบให้พี่เขาซะสิ”

ยิ่งจันทร์รับคำหยิบกล่องแหวนออกมา เปิดให้ชยุติ เป็นแหวนเพชรเม็ดโต “แฮปปี้เบิร์ธเดย์ค่ะพี่ติ ชอบไหมคะ ชอบใช่ไหมล่ะ นึกแล้วเชียว บรรเจิดเริ่ดสะแมนแตนซะไม่มี”

ไชโยจับมือชยุติยื่นให้ยิ่งจันทร์สวมแหวน กนกวิภาช่วยถ่ายรูป ยิ่งจันทร์ขยับเข้าชิดชยุติจนแทบจะเกยบนตัว ชยุติทำหน้าอย่างกับนักโทษโดนจองจำด้วยเครื่องพันธนาการ ยิ่งจันทร์สวมแหวนให้เขาแล้วจู่โจมจุ๊บแก้มเขาเต็มรัก ทุกคนเฮปรบมือ

ชยุติจำใจตัดเค้กใส่จานส่งให้ทุกคน ไชโยยุให้ลูกชายป้อนยิ่งจันทร์ จะได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก 

ยิ่งจันทร์ทำท่าเขินอายก่อนจะอ้าปากรอ แต่พอเค้กเข้าปากก็หน้าเจื่อนกับรสชาติทั้งเค็มทั้งเผ็ดของเค้ก ไชโยถามอร่อยไหม เธอต้องฝืนกลืนและยิ้มรับว่าอร่อยมาก ทุกคนยิ้มชื่นตักเค้กเข้าปาก ยกเว้นชยุติ แล้วทุกคนต้องทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เสแสร้งว่าอร่อย

ในห้องพระ มาลัยบ่นกับภาพเทียนสามี ด้วย ความรู้สึกอ้างว้าง “บ้านช่องใหญ่โตมันก็แค่เปลือกฉาบฉวย ทุกคนอยากได้ใคร่มีจนไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร เมื่อไหร่นะ อั๊วถึงจะหลุดออกไปจากกรงขังนี่เสียที”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด
25 ม.ค. 2564

03:18 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 20:49 น.