สมาชิก

เสน่ห์นางงิ้ว

ตอนที่ 10

วลียังนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องนอนชยุติ ไชโยก้าวเข้ามาถามทำไมถึงไม่ลงไปกินข้าว เธอไม่สนใจย้อนถามข่าวคราวชยุติ ไชโยส่ายหน้าบอกการหาตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร วลีเข่นเขี้ยว อย่างไรเสียต้องไม่พ้นความพยายามที่จะเอาตัวชยุติกลับมา

ในคืนนั้น กนกวลีฝันว่าถูกดำเกิงทำร้ายอย่างไร้ความปรานี เธอถามเขาแค้นเคืองอะไรนักหนา เขาย้อนว่า เธอทำร้ายจิตใจคนที่เขารักมากที่สุด

“เธอโยนบาปให้เขา ทำให้เขาต้องตกนรกทั้งเป็น เวรกรรมที่เธอก่อไว้จะต้องชดใช้กันชาตินี้!”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉัน...ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะร้ายแรงอย่างนี้ ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ฉันผิดไปแล้ว...ฉันสำนึกผิดแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ” กนกวิภายกมือไหว้

“ไม่ต้องมาตอแหล! คนอย่างเธอไม่เห็นโลงศพมันไม่มีวันหลั่งน้ำตาหรอก” ดำเกิงเข้าจับตัวกนกวิภาเขย่าจนสั่นคลอน สายตาดุดัน

กนกวิภาตกใจกลัวร้องลั่นยังไม่อยากตาย เสียงดำเกิงกร้าวว่าฆ่าให้ตายมันง่ายไป สู้ทำให้ตายทั้งเป็นสะใจกว่า ว่าแล้วก็ผลักเธอล้มลงบนเตียง แล้วกระโจนเข้าโลมไล้ เธอร้องกรี๊ดลั่น มือปัดป่ายปกป้อง...แล้วร้องออกมาจริงๆว่า

“อย่านะ อย่า...อย่าทำฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายน้องสาวแก ฉันไม่ได้ตั้งใจ ไม่...ไม่!”

ดำเกิงสะดุ้งตื่นลุกขึ้นเอาหมอนปาใส่โวยผีเข้าหรือ หญิงสาวสะดุ้งตื่นยังหวาดกลัวอยู่ ร้องห้ามอย่าทำอะไรตน ตนแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ดำเกิงงงแต่พอเห็นเธอสำรวจตัวเองว่าไม่บุบสลายก็เข้าใจในทันที ถามคิดว่าตนปล้ำหรือ เธอหน้าเหวอเขารู้ได้อย่างไร เขาหัวเราะใส่

“แค่ฝันน่ะดีแล้ว เพราะในชีวิตจริง ถ้าฉันปล้ำเธอคงไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ โธ่...ยัยแห้ง ผอมยังกับกุ้งเสียบ ฉันเอาหน้าไปถูปลาหมึกแห้งยังจะรู้สึกดีกว่า” ดำเกิงเชยคางกนกวิภา “ไม่ต้องคิดมากจนเก็บไปฝันนะ เพราะฉันยังไม่โง่ขนาดนั้น”

กนกวิภาแทบกรี๊ด เข่นเขี้ยวถ้าตนหนีไปได้ เขาไม่รอดคุกแน่ ดำเกิงล้มตัวนอนพูดทั้งที่หลับตาว่าได้ยิน อย่าคิดหนี ไม่อย่างนั้นโดนฆ่าตายแน่ หญิงสาวโวยวายจะหนีได้อย่างไรในเมื่อเขามัดไว้ แต่พอชูมือขึ้นก็เห็นว่าตัวเองไม่ได้โดนมัด เธอลุกขึ้นถามเขายอมปล่อยแล้วหรือ

“ไม่ได้ปล่อย แค่ไม่อยากล่ามเหมือนหมาแล้ว เธอจะได้ทำงานสะดวกๆไง ถือว่าเป็นรางวัลที่เธอขยันทำบ๊ะจ่างแล้วกัน”

“จริงด้วย ฉันทำดีก็ต้องมีรางวัลเนอะ แกนี่เป็นคนมีเหตุผล น่านับถือ” กนกวิภาเผลอชม

ดำเกิงแอบยิ้มแต่แกล้งทำเสียงเข้มให้เงียบจะนอน กนกวิภาได้นอนอย่างสบายตัวขึ้น

ooooooo

รุ่งเช้า บัวกับชยุติช่วยกันเตรียมของออกไปขาย ท่าทางชยุติคล่องแคล่วขะมักเขม้น เปรยว่า

เมื่อคืนฝันดี คงเพราะได้นอนกอดบัวทั้งคืน บัวยิ้มเขินๆ สำทับว่าอนุญาตให้แค่นอนกอด ห้ามคิดไกลกว่านั้น เขาทำหน้าโอดโอยขอเขยิบอีกนิดก็ไม่ได้

“เดี๋ยวเถอะคุณติ อย่ามัวนอกเรื่องอยู่เลยค่ะ รีบออกไปที่ท่าเรือกันดีกว่า เดี๋ยวลูกค้าคอย”

ชยุติอดเปรียบเปรยไม่ได้ว่า นี่คงแบบที่คนโบราณเขาเรียกว่า ผัวหาบเมียคอน...ทั้งสองช่วยกันเข็นรถออกไปท่ามกลางแสงแรกของอรุณที่สวยงาม

ด้านดำเกิงจัดของเตรียมขายในขณะที่กนกวิภายกกระจาดบ๊ะจ่างมาวาง สีหน้ายิ้มอย่างมีเลศนัย ทำทีบอกว่าขายของตรงนี้ไม่ค่อยมีคน น่าจะไปขายตรงท่าเรือ มีคนพลุกพล่าน ดำเกิงดักคอจะขายดีหรือไม่เธอก็ได้สิบบาทอยู่ดี และอย่าคิดว่าไปขายตรงนั้นแล้วจะหาทางหนี หญิงสาวหน้าเสียปฏิเสธพัลวัน อ้างแค่อยากให้ขายดีเผื่อเขาจะมีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้บ้าง

ดำเกิงหลงเชื่อ พอมาถึงท่าเรือ สายตากนกวิภาก็ล่อกแล่กสอดส่องหาทางหนีทีไล่ตลอดเวลา สบโอกาสเธอขอไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่ร้านขายของชำ ดำเกิงไม่อนุญาตกลัวเธอหนี หญิงสาวสาบานว่าไม่หนีแต่ถ้าเขาไม่เชื่อ ผูกตนไว้กับต้นไม้ ตนจะขายของไปด้วย ให้เขาไปซื้อแทน พอเขาถามว่าจะเอาอะไร เธอก็บอกว่าผ้าอนามัย ชายหนุ่มหน้าเสีย

“ทำไมต้องหน้าแดงด้วย บอกเจ้าของร้านว่าซื้อไปให้เมียก็สิ้นเรื่อง แต่นายต้องซื้อยี่ห้อที่ฉันใช้นะ ถ้าผิดล่ะก็...”

ดำเกิงให้เธอใช้กาบมะพร้าวแทน กนกวิภาร้องลั่น ดำเกิงเสียงเข้มไม่ไปซื้อให้ ให้เธอไปซื้อเอง หญิงสาวยิ้มกริ่มเข้าทางรีบวิ่งไป

มีหญิงคนหนึ่งสวมแว่นดำใช้ผ้าคลุมหน้าเดินมาหยุดหน้าร้านบัว มองหน้าเธอที่กำลังขายของอย่างพอใจ เข้ามาเลียบเคียงชวนไปทำงานที่เบากว่าทอดปาท่องโก๋ขาย บัวบอกว่าไม่เหนื่อยเพราะมีคนช่วย ชยุติเดินเข้ามาบอกตนเป็นสามี เราช่วยกันขายของ หญิงสาวจึงล่าถอยออกมา...เธอเดินมาซื้อเหล้าที่ร้านขายของชำ นัยน์ตาครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาที่โกดังหลังท่าเรือ หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงหากินที่โดนส่งลงเรือไปขึ้นงาน เธอทนไม่ไหวอยากเลิกก็โดนซ้อม แมงดาขู่ว่าถ้าคิดเลิกต้องหาตัวตายตัวแทนมาให้

ทันใดกนกวิภาเดินมาที่ร้าน อาแปะกำลังไล่ให้หญิงสาวคนนั้นไปไกลๆจากร้านเพราะรู้ว่าอาชีพอะไร กนกวิภาเข้าถามอาแปะว่า ทางไปท่ารถไปทางไหนตนอยากเข้าเมือง อาแปะทักว่าเธอเป็นเมียคนขายบ๊ะจ่าง ตนบอกอะไรไม่ได้ ผัวเธอสั่งห้ามเพราะเธอจะหนีไปหาชู้

กนกวิภาหน้าเสียไม่คิดว่าดำเกิงจะดักทางไว้หมด ยืนเก้กังหาทางหนี หญิงสาวเห็นกนกวิภาหน้าตาดี ก็คิดจะเอาไปเป็นตัวตายตัวแทน จึงเข้ามาบอกว่าจะพาไปท่ารถ กนกวิภาเชื่อสนิทใจตามเธอไปทันที อาแปะเห็นห้ามไม่ทัน ในขณะที่ดำเกิงเริ่มกังวลที่กนกวิภาหายไปนาน

เดินมาถึงทางเปลี่ยว กนกวิภาเริ่มแปลกใจ หญิงสาวอ้างว่าต้องหนีไปทางที่คนที่เธอหนีตามไม่เจอ ให้รอที่โกดังร้างแล้วตนจะไปหารถมารับ กนกวิภาคล้อยตาม ซาบซึ้งที่เธอช่วยขนาดนี้ หญิงสาวหลบตาเพราะรู้สึกผิดไม่น้อย แต่ด้วยความที่อยากเอาตัวรอดจึงต้องทำ

ดำเกิงมาตามหากนกวิภาที่ร้านขายของชำ อาแปะจำได้รีบบอกว่าเมียเขาหนีไปกับผู้หญิงหากิน ป่านนี้โดนจับลงเรือไปขึ้นงานแล้ว ดำเกิงใจหายเป็นห่วงกนกวิภาจับใจ เที่ยววิ่งหาทั่วตลาด จนมาเจอร้านบัวที่กำลังเก็บร้านเพราะขายของหมดแต่วัน...บัวตกใจเมื่อเห็นดำเกิง เขารีบบอกอย่าเพิ่งถามอะไรให้ไปช่วยตามหากนกวิภาก่อน ชยุติได้ยินตกใจมาก

ooooooo

หญิงหากินมาบอกแมงดาให้ไปเอาตัวกนกวิภา แมงดาสามคนรีบไปที่โกดังร้าง พอเห็นกนกวิภาก็พอใจมากคิดจะลองสินค้าก่อน กนกวิภาเริ่มรู้สึกไม่ดีจะหนีแต่ถูกทั้งสามฉุดกระชากเข้าไปในโกดัง เธอกรีดร้องให้ดำเกิงช่วยลั่น

ด้านดำเกิง ชยุติและบัววิ่งตามหากนกวิภาไปทั่ว ในใจดำเกิงว้าวุ่นร้อนใจมาก เขาวิ่งมาทางโกดัง ชนเข้ากับหญิงสาวที่พากนกวิภาไป ท่าทางเธอมีพิรุธจนดำเกิงเอะใจ นึกถึงลักษณะที่อาแปะบอกก็เค้นถามจนได้ความ

ดำเกิงรีบมาที่โกดังร้างเพื่อช่วยกนกวิภา เธอกำลังต่อสู้ดิ้นรนไม่ให้โดนปลุกปล้ำ ดำเกิงเห็นเลือดขึ้นหน้า ลืมนึกว่าตัวเองมาคนเดียว เข้าต่อสู้กับสามแมงดาอย่างไม่คิดถึงชีวิต ไล่ให้กนกวิภาหนีไปก่อน เธอลังเลสักพักก่อนจะฝ่าเหล่าแมงดาออกไป แต่แล้วก็ชะงักเป็นห่วงดำเกิงอย่างมาก ตัดสินใจวิ่งกลับมา เห็นดำเกิงกำลังจะโดนแทงพอดีก็รีบตะโกนเตือน แล้วคว้าไม้เข้าไปช่วยตีคนร้าย แต่พวกมันแข็งแรงกว่าจึงรวบตัวเธอไว้ได้ ดำเกิงเข้าช่วยโดนแทงกลางลำตัว

กนกวิภาสะบัดตัวออกวิ่งเข้าประคองดำเกิงที่เลือดอาบ ตะโกนให้คนช่วย สามแมงดาโมโหลากตัวเธอไปอีก ดำเกิงกระเสือกกระสนตาม...ชยุติกับบัววิ่งตามหาได้ยินเสียงกนกวิภา ก็ชะงักรีบตามชาวบ้านไปช่วย ดำเกิงกำลังจะโดนแทงซ้ำ ชาวบ้านยิงปืนลูกซองใส่มือแมงดา ทั้งสามแมงดาหันมองเห็นชยุติ บัวและชาวบ้านอาวุธครบมือยืนจังก้า ก็ตกใจกลัวพากันเตลิดหนี ชยุติปรี่เข้าหากนกวิภาด้วยความห่วงใย แต่เธอกลับบอกให้เขาช่วยพาดำเกิงส่งโรงพยาบาล

หลังจากเย็บแผลเสร็จ ดำเกิงนอนสลบอยู่บนเตียงคนไข้ในสถานีอนามัย หมอบอกไม่โดนจุดสำคัญ แต่ร่างกายฟกช้ำ ให้นอนดูอาการว่าแผลจะไม่ติดเชื้อ...

บัวบอกชยุติว่าจะนอนเฝ้าไข้ดำเกิง แต่กนกวิภาแทรกว่าเธอจะอยู่เอง เพราะเขาช่วยชีวิตเธอ ชยุติรู้สึกแปลกๆ ดึงกนกวิภาออกไปคุยส่วนตัว...เขาจ้องหน้าเธออย่างคาดคั้น

“บอกมาว่าเรามาอยู่ที่นี่กับเกิ่งได้ไง”

“เรื่องมันยาวน่ะพี่ติ...” ชยุติสวนว่ามีเวลาพอ “เอ่อ...ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะหนกเองพี่ติ หนกเป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง จนเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้” กนกวิภาโผกอดร้องไห้สะอึกสะอื้น “ทั้งเรื่องพี่ติกับบัว ทั้งเรื่องไอ้หมาบ้า...หนกรู้แล้ว หนกผิดเอง หนกหาเรื่องเอง

หนกทำให้ทุกคนเดือดร้อน หนกมันแย่ แย่ที่สุดเลยพี่ติ! หนกหลอกใช้เขา ทำลายความรู้สึกเขา แถมยังทำให้เขาโดนแทงอีก...”

ชยุติเริ่มเข้าใจเรื่องราว ปลอบน้องสาวให้หยุดร้อง แล้วถามเพื่อความแน่ใจว่า ดำเกิงพาเธอมาอยู่ที่นี่ใช่ไหม กนกวิภารีบบอกว่าอย่าเอาเรื่องดำเกิง เป็นความผิดตนเอง ชายหนุ่มยิ้มขำๆบอกน้องว่าจะเอาผิดเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาช่วยน้องไว้ กนกวิภายิ่งสะอื้นรำพัน

“ถ้าเกิ่งเป็นอะไรไป หนกจะทำไงพี่ติ”

“เกิ่งไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าคืนนี้เขามีกำลังใจที่ดีอยู่ข้างๆ” ชยุติกอดปลอบน้องสาว

บัวยืนมองอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกปลื้มใจกับภาพที่เห็น ...ในคืนนั้น กนกวิภาเฝ้าไข้ดำเกิงไม่ห่างจากเตียงพร่ำรำพันด้วยความเสียใจ

“เพราะฉัน...นายถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมนายต้องช่วยฉันด้วยนะ ไอ้หมาบ้าโรงงิ้ว”

จู่ๆดำเกิงมีอาการสั่น พึมพำว่าหนาว กนกวิภาขยับผ้าห่มให้มิดอก แต่เขายังมีอาการหนาวสะท้าน เธอเอามืออังหน้าผากรู้ว่าไข้ขึ้น รีบออกมาตามพยาบาล แต่ไม่มีใครเลยนอกจากยามที่นั่งสัปหงกอยู่คนเดียวจึงกลับเข้ามาในห้องคนไข้

“ทำยังไงดีไม่มีใครอยู่เลย โทรศัพท์ก็ไม่มี เมื่อไหร่จะหยุดสั่นเนี่ย ฉันใจคอไม่ดีแล้วนะ” กนกวิภาร้อนใจที่เห็นอาการดำเกิง ตัดสินใจขึ้นไปบนเตียง ลงนอนกอดเขาเอาไว้ “ไอ้หมาบ้าโรงงิ้ว...นี่เห็นแก่ที่นายช่วยฉันไว้นะเนี่ย...ถือว่าแทนคำขอบคุณของฉันละกันนะ”

สายตากนกวิภาที่มองหน้าดำเกิงในระยะประชิด ทำให้เธอใจสั่นรัว สายใยความรักก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน

ในขณะที่ทางบ้านกนกวิภา วลัยคิดถึงมาลัยมากจึงชวนจี๊ดทำอาหารไปเยี่ยม วลีแกล้งขัดจังหวะว่ายังไปเยี่ยมตอนนี้ไม่ได้ เพราะตนมีงานให้ทำ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันหนังสือพิมพ์ฉบับวันพรุ่งนี้ วลัยแปลกใจว่าเรื่องอะไรอีก

ooooooo

เช้าวันใหม่ บัวต้มข้าวต้มเตรียมไปให้ดำเกิง ชยุติเข้ามาอ้อนว่าช่างเป็นลาภปากของดำเกิงจริงๆ บัวตีเขาเพียะที่แขวะคนป่วย เขายิ้มขำๆบอก ในเรื่องร้ายๆ บางทีก็มีเรื่องดีๆซ่อนอยู่

“เรื่องดีอะไรเหรอคะ เอ้อ...เมื่อคืนคุณคุยกับคุณหนก ได้ความว่ายังไงบ้าง”

“ไม่ได้ความอะไรเลย...”

“อ้าว...แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นเรื่องดี”

“ก็ดูจากสายตาของน้องสาวผมไง แววตาของยัยหนกเปลี่ยนไปมากรู้หรือเปล่า”

“พูดไปพูดมาบัวก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”

“เอาน่า คอยจับตาดูยัยหนกกับดำเกิงไว้ให้ดี แล้วคุณจะเข้าใจเอง อิๆ” ชยุติยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนบัวหมั่นไส้เพราะยังไม่เข้าใจ

ด้านกนกวิภายังนอนกอดดำเกิงแน่นอยู่บนเตียงคนไข้ ดำเกิงรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นใบหน้าหญิงสาวอยู่ใกล้ก็ใจหวิวคิดว่าตัวเองฝันไป แต่พอพิจารณาสักพักก็ดีใจที่เธอปลอดภัย เขาเลื่อนมือมากุมมือเธอเบาๆ มองใบหน้าเธออย่างอ่อนโยน สับสนในใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่ ใจอยากจะหอมเธอสักฟอด แต่ตัดใจคิดแกล้งเธอสนุกกว่า เปลี่ยนเป็นตบหน้าเธอเพียะ

กนกวิภาสะดุ้งตื่นกุมหน้าถามเขาตบตนหรือ ตบทำไม เขาสวนขำๆ

“ก็ปลุกให้ตื่นไง นอนเบียดฉันน้ำลายยืดอยู่ได้”

“ใครอยากนอนเบียดนายกันเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะ... นี่! นี่นายฟื้นแล้ว นายหายแล้วนี่ไอ้หมาบ้า นายหายแล้ว...” กนกวิภาดีใจจนลืมตัวโผเข้ากอดเขาแน่น

ดำเกิงรู้สึกดีสุดๆแต่อดกวนเธอไม่ได้ “ก็หายแล้วไง ไม่งั้นจะลุกขึ้นมากัดเธอได้เหรอ”

กนกวิภาเปลี่ยนมาร้องไห้ดีใจที่เขาไม่เป็นอะไร ดำเกิงแปลกใจแทนที่จะดีใจ หรือว่าเสียใจที่ตนไม่ตายกันแน่ หญิงสาวผลักเขาออกอย่างโกรธๆ หาว่าเขาพูดบ้าๆ ดำเกิงหน้าเหยด้วยเจ็บแผล เธอนึกได้รีบเข้าสำรวจบาดแผลอย่างห่วงใย

“อุ๊ย! ฉันขอโทษ เจ็บมากหรือเปล่า”

“ไกลหัวใจน่า...” ดำเกิงมองตากนกวิภาด้วยแววตาซึ้ง หญิงสาวใจสั่นนิ่งอึ้ง

ชยุติกับบัวถือปิ่นโตเข้ามา เขาแกล้งกระแอมเตือน ทั้งสองสะดุ้งหันมองแล้วรีบผละออกห่างกัน ชยุติบอกให้ทั้งคนไข้และคนเฝ้าไข้กินข้าวเช้าที่บัวทำมาให้ บัวเริ่มเข้าใจคำพูดของชยุติ

ooooooo

เสน่ห์นางงิ้ว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด