ตอนที่ 10
รุ่งเช้า วลีกับไชโยพาชายฉกรรจ์สามคนมาพังข้าวของในบ้านเจียงเพื่อให้บอกว่าชยุติอยู่ไหน
เจียงกับหลอพยายามบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ฟัง วลียังขู่จะแจ้งความข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวอีก เจียงอ่อนใจบอกอยากทำอะไรก็ทำขอเพียงอย่ามาพังบ้านตนอีกเพราะมันไม่มีประโยชน์
ยิ่งจันทร์รู้ข่าวว่าบัวพาชยุติหนีก็โวยวายร้องห่ม ร้องไห้ แสงเดือนกับล้วนเข่นเขี้ยวที่วลีกับไชโยไม่เคยทำอะไรสำเร็จ แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องรอ เพื่อคอยสูบเงินพวกนั้นมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งจันทร์หยุดร้องไห้หันมายิ้มเห็นด้วย...
บรรยากาศทะเลยามเช้าอันสดชื่น บัวพลิกตัวตื่นขึ้นมาพบว่าชยุตินอนอยู่ข้างๆก็ตกใจ รีบลุกขึ้นเกือบตกเตียง ชายหนุ่มเอื้อมมือมากอดเธอไว้ทันแล้วซุกหน้ากับผมเธอ บัวเอ็ดเขาผิดกฎ
“กฎมีไว้แหกนี่นา...” ชยุติอ้อน
“คุณติ! คุณโดนฉันหักคะแนนเหลือศูนย์แน่ๆ”
“ต่อให้ต้องติดลบผมก็ยอมแล้วล่ะตอนนี้”
บัวพยายามจะดันตัวออก ชยุติขำยอมปล่อยแต่แล้วพอเธอลุกขึ้น เขาก็ดึงมือเธอจนล้มมาทับตัวเขา ทั้งสองประสานสายตากันนิ่ง บัวใจสั่นรัว เขาฉวยโอกาสจุ๊บหน้าผากเธออย่างรวดเร็วก่อนจะลุกหนี บัวนั่งอึ้งเขินหน้าแดง แต่มีความสุขลึกๆในใจ...
ขณะที่มาลัยกำลังกำกับชูดวงกับจี๊ดเอาต้นผักลงกระถาง วลีเดินกระแทกกระทั้นเข้ามาเตะล้มระเนระนาด มาลัยมองอย่างไม่พอใจ วลีไม่สนถามเสียงเข้มว่าชยุติอยู่ไหน
“เอ๊ะ! บอกว่าไม่รู้ก็ไม่รู้สิวะ เซ้าซี้อยู่ได้”
“อาม้ารู้ตัวหรือเปล่าคะว่า อาม้ากำลังส่งเสริมลูกชายของหนูไปในทางที่ผิด หนูเลี้ยงของหนูมายี่สิบกว่าปี
อาม้าใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือน ทำลายอนาคตลูกหนูป่นปี้หมด รู้ตัวบ้างรึเปล่าคะ”
“ลื้อนั่นแหละ รู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังเหยียบผักอั๊วแบนหมดแล้ว”
“หนูชักจะหมดความอดทนกับอาม้าแล้วนะคะ จะบอกหรือไม่บอกว่าตาติไปอยู่ที่ไหน”
มาลัยไม่สนใจร้องงิ้วอย่างสบายใจ พร้อมสาดปุ๋ยขี้วัวไปใส่เท้าวลี เธอร้องกรี๊ดๆหาว่าไล่เพราะกลัวจะหลุดความจริงออกมา วลีกราดเกรี้ยวปรักปรำว่ามาลัยทำลายอนาคตชยุติ ชี้ทางให้เขาไปอดตาย มาลัยโกรธโต้ว่า อดตายยังดีกว่าอยู่ตรอมใจตายที่นี่ แล้วว่าวลีได้แต่เลี้ยงลูกแต่ไม่รู้จักลูกตัวเองเลย วลีร้องกรี๊ดตวาดลั่นอย่างไม่เกรงใจ
“อาม้า! อาม้าฟั่นเฟือนไปแล้ว คอยดูนะคะหนูจะต้องเอาตัวตาติกลับมาให้ได้ หนูไม่ยอมแพ้อาม้าแน่คอยดู!” วลีหัวเสียเดินไปที่ห้องชยุติราวคนเสียสติ ปาดข้าวของในห้องล้มระเนระนาด แล้วได้เห็นภาพบัวที่ชยุติวาดไว้ ความแค้นยิ่งถาโถมเข่นเขี้ยว “ม้าไม่ยอมแพ้หรอกตาติ! ม้าไม่ยอม...ฉันไม่ยอมแพ้แกแน่นังบัว!” วลีปารูปบัวลงพื้นอย่างสุดแค้น
ooooooo
ไหมฟ้ามาช่วยเจียงจัดบ้าน ตรึงจิตกับนกขมิ้นซักถามว่าใครทำให้แจ้งความ แต่เจียงบอกว่าแค่อันธพาลปลายแถวไม่ต้องให้เป็นเรื่องใหญ่ ตรึงจิตไม่พอใจเชิดหน้ากลับไป ไหมฟ้าส่ายหน้าแทนที่จะช่วยกันเก็บกวาดกลับไปเข้าบ่อนเสียนี่ เจียงตกใจเมื่อรู้ว่าทั้งสองเข้าบ่อน
“ที่เงินไม่พอยาไส้อยู่ทุกวันก็เพราะเล่นเช้ายันเย็นน่ะแหละ สองคนนี้น่าเป็นห่วงนะป๊า”
เจียงอ่อนใจ “อืม...อีกไม่นานบ่อนจะสอนบทเรียนให้อีเอง”
สายวันนั้น ชยุติสเกตช์ภาพบัวไว้ทุกอิริยาบถ
บัวให้เขาหยุดแล้วทานอาหารก่อน เขาสูดกลิ่นแล้วชมว่าหอมน่ากิน บัวยิ้มรู้สึกมีความสุขที่ได้ปรนนิบัติเขา...พอเขาทานอิ่ม บัวก็ปรึกษาเรื่องที่เราต้องทำมาหากิน ชยุติอึ้งลืมเสียสนิท มัวแต่มีความสุขกับชีวิตใหม่
“บัวขอโทษนะคะ ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน”
“บัวทำถูกแล้วล่ะ ถ้าผัวเมียไม่คอยเตือนสติกัน แล้วใครที่ไหนเขาจะมาเตือนให้ล่ะ แต่เราก็คนต่างถิ่น แถมหาปูหาปลาไม่เป็นด้วย แล้วจะไปหางานทำที่ไหน”
“งานมีอยู่แล้วค่ะ ถ้าเราไม่เลือกงาน เราอยู่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายอะไรมากมาย ก็แค่ต้องการมีเงินไว้ใช้เท่าที่จำเป็น ค่ากินค่าหยูกยาเวลาไม่สบาย...
ป๊าสอนว่าถ้าเราขยัน อดทนไม่ย่อท้อ อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตายค่ะ ยิ่งถ้าเรามีวิชาติดตัว เรายิ่งสบาย”
ชยุติพูดขำๆคงไม่คิดให้เขาหมักน้ำปลาขายที่นี่ ต้องหมักกันเป็นปีๆกว่าจะขายได้ หรือจะให้แสดงงิ้วตนก็เล่นไม่เป็น คงต้องสอนกันหนัก บัวหัวเราะบอกให้เลิกล้อเล่น แล้วยิ้มกริ่ม
หารู้ไม่ว่าทั้งกนกวิภาและดำเกิงมาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ดำเกิงมัดมือกนกวิภาแล้วเดินจูงมาตามตลาดราววัวควาย หญิงสาวทั้งโกรธทั้งอายร้องให้คนช่วย
ชาวบ้านจะเข้าช่วย ดำเกิงรีบบอกว่า เธอเป็นเมียที่มีชู้ ตนจึงลงโทษแบบนี้ ถ้าตนเป็นโจรจริงจะกล้าพามาเดินตลาดหรือ
“ไอ้ฉันก็ไม่ได้อยากประจานเมียหรอกนะ แต่มันอดไม่ไหวจริงๆ เมียฉันทั้งแรดทั้งดัดจริต เจอผู้ชายเป็นไม่ได้ ฉันก็เลยต้องลงโทษให้สาสมซะหน่อย”
กนกวิภาหน้าชา ชาวบ้านพากันซุบซิบเดินแยกกันไป กนกวิภาร้องลั่นไม่จริง ดำเกิงหัวเราะใส่หน้าตอกย้ำ
“ทำไม เจ็บปวดเหรอที่ถูกหาว่ามีชู้ คราวนี้รู้รึยังล่ะ เวลาถูกคนเขาประณามทั้งที่ไม่ได้ทำ มันรู้สึกยังไง”
กนกวิภาเถียงไม่ออก ดำเกิงแกล้งบ่นว่าวันนี้จะกินอะไรดี เลือกซื้อกุ้งปูแล้วให้หญิงสาวจ่ายเงิน เธอโวยว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไถเงินผู้หญิง เขาสวนไม่ได้อยากเป็นลูกผู้ชายอยู่แล้ว เป็นคนเลวสนุกกว่า ว่าแล้วก็เลือกอาหารสด แกล้งทำน้ำกระเด็นใส่ ให้เธอขยะแขยงเล่น
ขณะเดียวกัน บัวสำรวจว่าที่นี่ยังไม่มีอะไรขาย ก่อนจะเลือกซื้อของเต็มมือ โดยที่ชยุติไม่รู้ว่าบัวจะทำอะไร มีทั้งแป้งสาลี ถั่วเหลือง น้ำมัน แล้วอะไรอีกเยอะแยะ แต่เขาสัมผัสได้ว่าเรากำลังสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกัน จะจำวันนี้ไปจนวันตาย เอาไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง ว่าอากงกับอาม่าพวกเขาทำมาหากินอย่างไร บัวแทรกว่ามีแต่ความลำบาก
“ลำบากวันนี้แต่สบายวันหน้าไง ไม่รู้ล่ะ ผมเชื่อว่าเราต้องรอด”
“เอาอะไรมามั่นใจคะ”
“ผมกับคุณไง แค่เราสองคนจับมือกันไปทุกวันอย่างนี้ ยังไงเราก็ชนะ...บัว เรามาสู้ไปด้วยกันนะ” ชยุติจับมือบัว ยิ้มให้กันแล้วพากันเดินไป
กนกวิภากำลังบ่นว่าดำเกิงซื้อของมากมายจะกินหมดหรือ เขาย้อนว่าไม่ใช่เงินเขา หญิงสาวกำลังจะด่า พลันเห็นชยุติเดินผ่านไปไวๆก็ชะงัก ร้องเรียกเสียงลั่น ดำเกิงตกใจไม่ทันเห็นและคิดว่าเธอตาฝาด แต่ก็ลากเธอให้รีบเดินไปทางอื่น พร้อมขู่ถ้าเธอไม่หยุดตะโกนจะตัดลิ้นเสีย หญิงสาวหุบปากกลัวๆกล้าๆ เดินร้องไห้ไปตามแรงลากของเขา
ooooooo
ในห้องนอนมาลัย จี๊ดกำลังนวดให้ในใจกังวลเรื่องที่วลีโกรธมาก แล้วถามมาลัยว่า วลีไม่รู้จักบ้านที่ชยุติไปอยู่หรือ มาลัยบอกวลีไม่สนใจของอะไรที่ไม่มีค่า และบ้านนั้นก็อยู่ไกล
บ่ายวันนั้น วลัยกำลังดูทีวีเพลินๆ มีรถพยาบาลแล่นเข้ามาจอด จ๊าดรีบเชิญบุรุษพยาบาลและพยาบาลเข้ามาในบ้าน วลัยงงมาทำไม ใครป่วย วลีเข้ามายิ้มอย่างมีเลศนัย
มาลัยกำลังมองรูปสามีแล้วพูดให้จี๊ดฟังว่า “ลูก คือหัวใจของพ่อแม่ มันไม่แปลกที่ไม่ว่าลูกจะทำอะไร พ่อแม่ก็จะพลอยรู้สึกไปด้วย ลูกทำดีพ่อแม่ก็ภูมิใจ ลูกทำเลวพ่อแม่ก็เสียใจและผิดหวัง...แต่พ่อแม่ทุกคน จะไม่ยอมปล่อยผ่านการกระทำผิดของลูกตัวเองหรอก อั๊วถึงต้องสั่งสอนอาวลี ให้อีได้สำนึกบ้างว่าอีกำลังทำผิด”
“แต่ดูเหมือนว่าคุณวลีจะไม่เข้าใจนะคะอาม่า...อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” จี๊ดรู้ตัวว่าไม่ควรพูด
มาลัยบอกวลียังไม่เข้าใจตอนนี้ แต่ตนเชื่อว่า เธอจะรู้ว่าที่ตนทำไปทั้งหมดก็เพราะรัก ตนรักลูกหลานทุกคน... ทันใดจ๊าดเคาะประตูปังๆแล้วเปิดเข้ามา ตรงไปเก็บเสื้อผ้ามาลัยใส่กระเป๋า ทั้งมาลัยและจี๊ดงง จี๊ดยื้อยุดถามจะทำอะไร จ๊าดบอกว่าทำตามคำสั่ง มาลัยถามคำสั่งใคร
วลีเดินนำบุรุษพยาบาลและพยาบาลเข้ามา “ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องไปแล้วค่ะ!”
มาลัยยืนอึ้งไม่คิดว่าลูกจะทำกับตนขนาดนี้ บุรุษพยาบาลและพยาบาลช่วยกันจับมาลัยพาเดินออกมา เธอร้องเอะอะไม่ยอมไป วลีสำทับว่ามาลัยอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ชอบอาละวาดทำลายข้าวของด้วย จี๊ดตกใจกับคำปรักปรำของวลี ทนไม่ไหวเข้าช่วยมาลัย วลีเอ็ดไม่ใช่กงการ
วลัยตกใจเข้ามาถาม “คุณพี่คะ คุณพี่จะให้อาม้าไปอยู่บ้านพักคนชราจริงๆเหรอคะ”
“จริงสิ เพราะขืนให้อาม้าอยู่ที่นี่ ก็รังแต่จะทำให้ลูกหลานเดือดร้อน”
มาลัยใจสลาย “นี่ลื้อคิดจะทำยังงี้จริงๆรึอาวลี”
“หนูทำเพื่ออาม้านะคะ อาม้าจะได้ไม่ต้องมากลุ้มใจกับเรื่องของพวกเราอีก”
“อั๊วคงทำให้ลื้อรำคาญใจมากสินะอาวลี จริงๆลื้อพูดกับอั๊วตรงๆก็ได้ พูดมาคำเดียว อั๊วก็ไปแล้วไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเดือดร้อนไล่จับอั๊วหรอก...อย่าลืมสิวลี ว่าอั๊วเป็นอาม้าของลื้อนะ อะไรที่อั๊วทำให้ลูกได้ อั๊วทำให้เสมอ ขอแค่ให้ลื้อมีความสุขก็พอ...” มาลัยดึงแขนออกจากการจับกุม แล้วเดินไปขึ้นรถด้วยตัวเอง
วลัยน้ำตาไหลพราก รู้สึกผิดที่ปล่อยให้พี่สาวทำกับอาม้าแบบนี้ ในขณะที่วลีมั่นใจว่าตัวเองทำถูก... ยืนยันกับวลัยว่าตนตัดสินใจถูกต้องแล้ว
“แต่วลัยว่ามันเกินไปนะคะ เล่นส่งอาม้าไปอยู่บ้านพักคนชราทั้งที่พวกเราลูกหลานยังอยู่ครบแบบนี้ มันบาป...”
“หุบปากนะวลัย! ไม่ต้องมาพูดเรื่องบาปบุญ กับฉัน อาม้าไปอยู่ที่บ้านพักนั่นก็มีเจ้าหน้าที่ดูแล มีข้าวกินสามมื้อ มีที่นอนสบาย ฉันไม่ได้ส่งอาม้าไปลำบากเลยสักนิด”
“แต่คุณพี่ ถ้าเรื่องนี้ตาติรู้เข้า...”
“ฉันถึงบอกให้เธอหุบปากไงวลัย รวมถึงพวกแกด้วย” วลีมองสามคนใช้ “ถ้าตาติกลับมา แล้วใครกล้าพูดให้ตาติรู้ล่ะก็ เตรียมหางานอื่นทำได้เลย ส่วนเธอวลัย ถ้าวุ่นวายมากนัก ฉันจะส่งไปอยู่กับอาม้าให้รู้แล้วรู้รอด”
วลัยขยาดเมื่อโดนพี่สาวขู่ ทั้งที่ค้านในใจว่าครั้งนี้พี่ทำไม่ถูก จี๊ดกับชูดวงก็สลดใจ มีเพียงจ๊าดที่ในใจค้านกันเอง รู้สึกว่าผิดแต่พยายามคิดว่าเป็นเรื่องของเจ้านายไม่เกี่ยวกับตน
ooooooo
ระหว่างที่กนกวิภาอยู่กับดำเกิงที่บ้านเช่า ถูกเขาใช้ให้ถูบ้านทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน จึงถูแบบเปียกแฉะทั้งบ้าน ท่าทางก็เก้กัง ดำเกิงแกล้งเตะถังน้ำล้มแล้วว่าเธอซุ่มซ่าม สั่งให้ถูใหม่ให้แห้ง จากนั้นก็ให้มาซักผ้า เธอคีบผ้าอย่างรังเกียจ ดำเกิงเห็นก็แกล้งประชดให้เจ็บใจ
“ลื้อนี่ก็ใช้ได้นี่ อีกหน่อยไปเป็นลูกสะใภ้บ้านไหน บ้านนั้นก็โชคดี เก่งงานบ้านงานเรือนอย่างนี้น่ะสิถึงจะเป็นเมียที่ดี ไม่ใช่เอาแต่แรดๆไปทำสวย อวดรวยไปวันๆ”
กนกวิภาเข่นเขี้ยว “ไอ้หมาบ้า!”
พอซักเสร็จ กนกวิภาเอาผ้าขึ้นตากน้ำหยดไหลโชก เธอนั่งหมดแรงร้องไห้อย่างอัดอั้น ดำเกิงเดินมาสั่งให้เธอถอดเสื้อผ้าออกซัก หญิงสาวโวยลั่นคิดว่าเขาจะลวนลาม เขาสวน
“เธอคิดว่าฉันนึกพิศวาสผู้หญิงอย่างเธอเหรอ โธ่ ยังกับไม้เสียบผี ถอดเสื้อผ้าออกจะได้ใส่นี่” ดำเกิงโยนชุดใหม่ให้ “หรือเธอไม่อยากจะเปลี่ยนก็ตามใจ อยากจะใส่ไอ้ชุดสวยหรูนั่นจนมันเน่าติดตัวก็ตามใจ” ดำเกิงจะดึงชุดคืน กนกวิภาคว้าหมับ คลี่ดูแล้วทำหน้าอเนจอนาถใจ
ooooooo










