สมาชิก

เสน่ห์นางงิ้ว

ตอนที่ 10

ค่ำนั้น ไชโยกลับมารู้เรื่องวลีส่งมาลัยไปอยู่บ้านพักคนชราก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะบ้านนี้เป็นของมาลัย วลีเสียงเข้มถามเขาอยากให้เธออยู่ขัดขวางเรื่องที่เราอยากได้ยิ่งจันทร์เป็นลูกสะใภ้หรือ และตนจะยอมให้มาลัยกลับมาเมื่อเธอสำนึกได้

 เช้ามืด ชยุติยังนอนหลับอยู่ที่พื้น ได้ยินเสียงกุกกักๆนอกห้องก็ลุกไปดู เห็นบัวกำลังนวดแป้งก็รีบถามทำไมต้องตื่นมาทำตั้งแต่ตีสามแบบนี้ เธออธิบายว่าต้องหมักแป้งและกว่าจะต้มถั่วเสร็จก็ตีห้าพอดี ชายหนุ่มติงทำไมไม่ปลุกตนมาช่วย ตนไม่อยากเอาเปรียบ เธอจึงให้เขาช่วยบดถั่ว...สองคนช่วยกันทำน้ำเต้าหู้จนเสร็จ ชยุติชิมแล้วยกนิ้วให้

ด้านกนกวิภากำลังหลับอุตุเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ถูกดำเกิงเอาเท้าเขี่ยให้ตื่นหาว่านอนกินบ้านกินเมือง เธองัวเงียโวยขอนอนอีกหน่อย ไม่นานดำเกิงเอาน้ำสาดโครมลงบนตัว เธอลุกพรวดร้องลั่น ชายหนุ่มเอ็ดให้เงียบแล้วลุกไปทำงาน

จากนั้น ดำเกิงก็สอนให้กนกวิภาทำบ๊ะจ่างเพื่อเอาไปขาย เธออิดออดบ่นว่าทำไม่เป็น แล้วถ้าทำเละจะมาโทษกันไม่ได้ ดำเกิงขู่ว่าถ้าเละจะเอาขยี้หน้าเธอ และให้เธอกินแทนข้าวด้วย หญิงสาวกลัวลานร้องไห้ไปทำไปอย่างน่าสงสาร

รุ่งเช้า บัวกับชยุติตั้งโต๊ะขายน้ำเต้าหู้พร้อมทอดปาท่องโก๋ร้อนๆไปด้วย ผู้คนเดินผ่านไปมาแต่ไม่มีใครซื้อ ชยุติเริ่มร้อนใจ บัวบอกเราแปลกหน้าคนก็ไม่กล้าซื้อ ให้เขาร้องเรียกลูกค้าดังๆ

ขณะเดียวกัน ดำเกิงผูกข้อมือลากกนกวิภาที่อุ้มตะกร้าบ๊ะจ่างเดินขายมาตามทาง ดุเธออย่าอ้อยส้อยยังขายไม่ได้สักลูก หญิงสาวไม่แคร์ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรเพราะมีเงิน ดำเกิงโวย

“เงินใช้ทุกวันมันไม่มีวันหมดหรือไงยัยหมวยโง่! ป๊ากับม้าเธอสั่งสอนยังไง ลูกสาวถึงได้ทั้งโง่เหมือนควายขนาดนี้” หญิงสาวจะด่า เขาสั่ง “เงียบ! แล้วขายให้ได้ ไม่งั้นเธอได้อดตายแน่”

กนกวิภาจำต้องหุบปากด้วยความแค้น ดำเกิงลากเธอผ่านร้านน้ำเต้าหู้ของบัว เสียงชยุติร้องเรียกลูกค้าทำให้กนกวิภาหันขวับไปมอง แล้วต้องตะลึง ตะโกนเรียกพี่ชาย ดำเกิงเอาบ๊ะจ่างอุดปากเธอแล้วลากตัวไปไกล เขาตกใจไม่น้อยที่เห็นบัวกับชยุติอยู่ที่นี่

กลับถึงบ้าน กนกวิภาโวยวายใหญ่ว่าพี่ชายตนอยู่ที่นี่จริงๆ ตนจะไปฟ้องพี่ว่าดำเกิงทำอะไรกับตนไว้บ้าง ดำเกิงกระชากเชือกจนเธอหน้าคะมำร้องลั่น เขาสั่งซ้ำ

“คลานกลับเข้ามา แล้วเข้าไปในครัว ไปอุ่นบ๊ะจ่างมาให้ฉันกินเดี๋ยวนี้!”

“ไม่! ฉันไม่ใช่ทาสแกนะ ฉันจะไปหาพี่ติ”

ดำเกิงขู่จะส่งเธอไปอยู่เกาะร้างที่มีแต่โจรสลัดชอบข่มขืน หญิงสาวไม่เชื่อ เขาจึงบอกว่าชาวบ้านแถวนี้รู้จักดี ถ้าอยากมีผัวทีเดียวหลายคนก็ลองดู กนกวิภาหน้าซีดรีบวิ่งเข้าไปในครัวทันที ดำเกิงกำชับอย่าคิดถ่มน้ำลายลงในบ๊ะจ่าง เพราะตนจะให้เธอกินด้วย...จากนั้นดำเกิงก็ครุ่นคิดเป็นห่วงบัว รู้สึกผิดที่เป็นเพราะตน เธอถึงมาลำบากแบบนี้

ooooooo

ในวันเดียวกัน ล้วน แสงเดือนและยิ่งจันทร์มานั่งคร่ำครวญที่บ้านชยุติ แสงเดือนร้องไห้รำพันสงสารลูกที่ต้องผิดหวังในตัวชยุติเรื่อยมา ทั้งที่ทางนี้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ยิ่งจันทร์ทำทีสะอื้นเสียใจ วลีกับไชโยช่วยกันขอโทษและบอกว่ากำลังเร่งหาทางเอาตัวชยุติกลับมา

แสงเดือนขอหลักประกันเป็นสินสอดส่วนหนึ่งก่อน วลีกับไชโยอึ้ง ล้วนตัดบทถ้าเขาไม่ตกลงก็จะขอลา ไชโยรีบรับปากจะให้อีกสองแสน ยิ่งจันทร์แกล้งรำพันว่าคิดถึงชยุติเหลือเกิน

จากนั้นสามพ่อแม่ลูกเอาเงินที่ได้มากอดจูบอย่างมีความสุขที่บ้าน ยิ้มเยาะกับการหลอกง่ายของวลีกับไชโย ยิ่งจันทร์ขอส่วนแบ่งบ้าง ไชโยแบ่งให้นิดเดียว อ้างว่าต้องเอาเงินไปต่อทุน

“เอาอีกแล้ว ป๊ากับแม่จะไปเล่นอีกแล้ว หมดตัวมากี่รอบละคะ ทำไมไม่เข็ดซะที”

“เข็ดน่ะเข็ด แต่พอเห็นเงินมันก็อดคันไม้คันมือไม่ได้” ล้วนปลาบปลื้มกับเงินในมือ

ยิ่งจันทร์บ่นไม่อยากกลับไปเป็นยาจกอีก แสงเดือนรับรองว่าวันนี้ดวงดี ต้องมือขึ้นแน่...แต่แล้วไม่ทันข้ามคืน ล้วนกับแสงเดือนก็เสียจนหมดตัว หน้าเหี่ยวออกมาจากบ่อน ล้วนปลอบใจว่าจะไปหลอกเอาเงินมาให้อีก แสงเดือนอยากให้ยิ่งจันทร์แต่งงานกับชยุติเป็นหลักประกัน

ตรึงจิตกับนกขมิ้นอยู่แถวนั้นได้ยินก็หูผึ่ง ตรึงจิตคิดวิธีหาเงินด้วยการเข้าไปต่อรองกับแสงเดือนว่า จะบอกที่อยู่ของบัวกับชยุติ แลกกับเงินสามพัน สองผัวเมียชั่งใจสักพัก ด้วยความโลภทำให้หลงเชื่อ นัดทั้งสองมาพบในวันพรุ่งนี้

ค่ำนั้น ชยุติกินปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้เป็นอาหารเย็นเพราะขายไม่ได้ บัวสงสารบอกเขาไม่ต้องฝืน เขากลับบอกว่าเธอทำอร่อยจริงๆ บัวคิดว่าคนแถวนี้อาจจะทานน้ำเต้าหู้ตอนเย็นมากกว่าตอนเช้า ระหว่างนั้น ดำเกิงยืนหลบมุมมองทั้งสอง รู้สึกทึ่งในหัวใจที่ชยุติยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อบัว

กนกวิภาถูกมัดที่ขาเตียงเห็นดำเกิงกลับมาก็แขวะ สบายใจแล้วสิที่ไปแอบดูคนรัก ดำเกิงตวาดเสียงกร้าวอย่ามายุ่ง หญิงสาวสะดุ้งเข่นเขี้ยวจะหาทางหนีไปให้ได้ ...ดำเกิงสั่งยังไม่ให้เธอนอน ให้ไปเอาข้าวเหนียวแช่น้ำไว้ทำบ๊ะจ่างพรุ่งนี้ กนกวิภาบ่นอุบที่ใช้กันจนไม่ต้องหลับต้องนอน เขาบอกถ้าไม่อยากอดก็ต้องทำ เธอเถียงว่าเธอยังมีเงิน เขาจึงเทกระเป๋าเงินให้ดูว่าเหลือไม่เท่าไหร่ หญิงสาวโวยว่าเขาอมเงิน ดำเกิงสวน

“ก็อมกันทั้งคู่นั่นแหละ ใช้เงินซื้อของใช้ทั้งของฉันของเธอ ซื้อกับข้าว ซื้อเครื่องมาทำบ๊ะจ่าง เธอคิดว่าเงินมันจะไม่หมดหรือไง เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากอดจนต้องกลายไปเป็นขอทานล่ะก็ ไปทำบ๊ะจ่างซะ”

“ไอ้หมาบ้า! ไอ้...โรคจิต แกทำให้ฉันต้องลำบาก”

ดำเกิงไม่สนใจย้ำให้เธอไปจัดการงานเสีย ก่อนจะล้มตัวลงนอนถอนใจอย่างหนักหน่วง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ชยุติแอบไปซื้อรถเข็นเก่าจากร้านขายของเก่ามาใส่ของไปขาย บัวติงว่ายังไม่ควรใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ชยุติบอกไม่ต้องห่วง ตนเรียนจบบริหารธุรกิจ จะใช้ความรู้ทำให้เธอเห็นการขายในวันนี้ บัวมองอย่างแปลกใจ

วันนี้ที่ตลาด ชยุติใช้วิธีขายด้วยการแจกให้คนชิมไปทั่วก่อน ไม่นานก็มีคนมาซื้อจำนวนมาก บัวทึ่งกับความสามารถของเขา...ในขณะที่กนกวิภาถูกดำเกิงบังคับให้ร้องเรียกลูกค้า เธออิดออดอายไม่กล้าร้อง แต่พอถูกขู่ว่า ถ้าขายไม่ได้จะไม่ให้กินข้าว น้ำตาเธอร่วงเผาะร้องขายไปด้วย ไม่นานมีคนเข้ามาซื้อ เธอดีใจมาก ร้องเรียกลูกค้าดังขึ้นๆจนดำเกิงแอบมองขำๆ...

ในวันนี้ ล้วนกับแสงเดือนมาหาไชโยที่โรงงานน้ำปลา ขอเพิ่มทุนขยายโครงการ อ้างเป็นคำแนะนำจากธนาคารว่าไหนๆก็ก่อสร้างแล้วทำทีเดียวเลยไม่ต้องเหนื่อยรอบสองรอบสาม ไชโยอึกอักบอกยังไม่เคยไปชมโครงการสักครั้ง ต้องเพิ่มทุนแล้วหรือ ล้วนทำเสียงขุ่นหาว่าเขาไม่เชื่อใจ ไชโยกลัวผิดใจรีบยินยอมโดยดี แสงเดือนกับล้วนสบตากันยิ้มพอใจ

ยิ่งจันทร์หวั่นใจกับการกระทำของป๊าและแม่ แต่ด้วยความไม่อยากตกอับจำต้องเออออไปด้วย...

ต่างจากชยุติกับบัวที่หาเงินด้วยลำแข้งก้อนแรก ชยุติแบ่งเงินเป็นสามส่วน ให้บัวส่วนหนึ่ง ของเขาส่วนหนึ่ง และอีกส่วนให้บัวเก็บไว้เป็นทุนค้าขาย...แต่ทางกนกวิภา ขายบ๊ะจ่างเหนื่อยแทบตาย ดำเกิงให้ส่วนแบ่งแค่สิบบาท เธอโวยว่าเธอเป็นคนขายแถมเงินลงทุนก็เป็นของเธอ ดำเกิงย้อนว่าตนเป็นเจ้านาย ส่วนเธอเป็นขี้ข้า กนกวิภาแทบกรี๊ดแต่ร้องไม่ออก

ค่ำนั้นที่หน้าบ่อน แสงเดือนกับล้วนเอาเงินมาให้ตรึงจิตกับนกขมิ้น ตรึงจิตยิ้มกริ่มบอกไปว่าชยุติอยู่กับบัวที่ขอนแก่น ทั้งสองหลงเชื่อ นกขมิ้นกลัวพวกนั้นจับได้ ตรึงจิตไม่กลัวเตรียมการไว้แล้วว่าถ้าพวกนั้นมาบอกว่าไม่เจอ ตนก็จะบอกว่าชยุติย้ายหนีไปที่อื่น

วันต่อมา แสงเดือนกับสามีและลูกรีบมาบอกวลีว่าชยุติอยู่ขอนแก่น ไชโยจะส่งคนไปค้นหา วลียิ้มย่องบอกให้ยิ่งจันทร์เตรียมตัวแต่งงานไว้ได้เลย จี๊ดแอบได้ยินนึกในใจว่ามั่วมาก...

วันเวลาผ่านไป ชยุติกับบัวช่วยกันทำงาน รักกันมากขึ้นแต่ทุกอย่างยังอยู่ในกฎของบัว ทางกนกวิภาปรับตัวทำงานเป็นมากขึ้น ไม่ว่าจะทอดปลา ซักผ้า ถูบ้านจนดำเกิงเริ่มสงสารแต่ยังวางฟอร์ม ปฏิบัติกับเธอรุนแรง แม้บางครั้งอยากช่วย...กนกวิภานอนหลับด้วยความอ่อนเพลีย ทั้งที่มือยังถูกมัดติดกับมือดำเกิง เธอพลิกตัวอย่างแรงดึงดำเกิงตกเตียงลงมาทับ ทั้งสองต่างตกใจตื่นสบตากันอึ้งๆ ดำเกิงได้สติผละออกแก้มัดจากมือตัวเองแล้วมัดมือเธอกับขาเตียงแทน

ด้านมาลัยอยู่บ้านพักคนชราด้วยความหงอยเหงาเศร้าซึม เฝ้ารอให้ลูกหลานมาเยี่ยมอย่างคนอื่นๆแต่ก็ไร้วี่แวว...

สองอาทิตย์ผ่านไป คนของไชโยตามหาชยุติที่ขอนแก่นไม่เจอกลับมารายงาน แสงเดือนกับล้วนรีบแก้สถานการณ์ว่า คงรู้แกวพากันหนีไปที่อื่น ไชโยเชื่อไปหมดถามเราควรทำอย่างไร

“เราก็จ้างนักสืบไปสืบทั่วทุกจังหวัดในประเทศเราเลยไงคะ ปูพรมไปเลยรับรองเจอแน่”

“ใช่ๆเรามีเงินซะอย่าง จ้างได้” ล้วนเห็นด้วยกับยิ่งจันทร์

วลัยแย็บถามว่าต้องทำขนาดนั้นหรือ วลีว่าขนาดไหนก็จะทำ ต้องตามชยุติกลับมาให้ได้

ooooooo

บรรยากาศบ้านริมทะเลสุดโรแมนติก ชยุติตกแต่งภายในบ้านด้วยเทียนและดอกไม้สวยงาม บัวยืนมองอึ้งตะลึงปนประหลาดใจ ถามเขาทำอะไร เขายื่นช่อดอกไม้สวยเก๋ให้

“แด่ภรรยาที่แสนดีของผม...ดอกไม้ช่อนี้ผมทำเองกับมือเลย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีราคาอะไร แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆที่ผมมีต่อคุณ”

บัวรับช่อดอกไม้ด้วยความปลื้มใจ ชยุติแย็บถามว่าชอบไหม เธอรับว่าชอบ เขาขอแลกกับการกอดหญิงสาวตกใจถอยหนี เขาโผเข้ากอดทันที เธอเขินอ้างจะเข้าไปเตรียมของในครัว

“ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เหนื่อยมาทั้งวัน”

“เหนื่อยอะไรคะ คุณต่างหากเหนื่อยกว่าฉันอีก”

“ผมยอมเหนื่อยเพื่อให้คุณมีความสุข” ชยุติกระชับอ้อมกอด ทำท่าจะหอม บัวผงะขู่ว่าเขาจะโดนหักคะแนน ชายหนุ่มโอดโอยขอชื่นใจเมียบ้าง แต่งงานกันมายังไม่เคยดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เลย บัวยิ่งเขินหน้าแดงบอกให้เขาปล่อยจะไปนอน เข้าทางชยุติ เขารีบบอกว่าเขาก็ง่วง แล้วช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม บัวใจสั่นร้องให้ปล่อย เขายิ้มยั่ว

“ปล่อยก็ได้ แต่ผมมีคำถาม บัวต้องตอบผมก่อน ...คุณรักผมไหม?” เห็นบัวนิ่งอึ้งจึงปล่อยเธอลง รวบมือเธอแล้วสบตาถามอีกครั้ง “ผมรักคุณนะบัว แล้วคุณรักผมหรือเปล่า”

“คุณจะอยากรู้ไปทำไมคะ”

“คนรักกันก็ต้องอยากได้ยินคำว่ารักจากคนที่เรารักสิ...”

“คำคำเดียว มันมีค่ามากมายขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“มันมีค่ามหาศาล ถ้ามันมาจากปากคนที่เรารัก ยกเว้นแต่ว่า บัวไม่เคยรักผม” ชยุติน้อยใจ บัวเห็นชยุติงอนเดินออกจากห้อง ก็ร้องเรียกแล้ววิ่งตามไปจนถึงชายหาด “คุณติ จะไปไหนคะ อย่าเล่นเป็นเด็กๆสิคะ มันมืดค่ำแล้วนะ...กลับเข้าบ้านเถอะค่ะ ลมแรงจะตาย”

ชยุติทำเป็นงอนให้เธอกลับไปก่อนไม่ต้องห่วง บัวรีบบอกว่าต้องห่วงเพราะเราเป็น...เธอเขินที่จะพูด

ชยุติเสริมต่ออย่างงอนๆว่า คนไม่ได้รักกันไม่ต้องห่วงกัน บัวเหน็บ

“เป็นผู้ชายหรือเปล่าคะ ทำไมขี้น้อยใจขนาดนี้”

“ผมจะเป็นอะไรก็ช่างผมเถอะ ไม่ต้องมาสนใจหรอก” ชยุติเดินต่อ

บัวจ้ำตามแล้วร้องโอ๊ยขึ้น ชยุติชะงักหันมาด้วยความเป็นห่วง ก้มลงสำรวจที่ขาเธอว่าเจ็บตรงไหน บัวแอบยิ้มบางๆ ล้อว่าเขาหายงอนแล้วใช่ไหม ชยุติหน้าเหวอที่โดนบัวหลอก

“ก็คุณอยากเชื่อบัวเองทำไม...”

“เพราะผมรักบัวไง จะจริงหรือจะหลอก ผมก็เชื่อบัวทั้งนั้น...” ชยุติหันหลังให้บัวตัดสินใจพูดออกมาว่า “บัวรักคุณ...”

ชยุติหัวใจพองแต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน บัวต้องพูดซ้ำดังขึ้นๆจนเขามั่นใจ เข้ามาดึงเธอไปกอด บอกเชื่อว่าเธอรักตนตั้งแต่เราสบตากันครั้งแรกที่โรงงิ้ว...

ชยุติจูบหน้าผากบัวอย่างแผ่วเบา ดีใจที่สุดที่ได้ยินคำว่ารักจากปากเธอ ทั้งสองโอบกอดกันมองออกไปที่ทะเล

“ในวันนี้ที่ผมมีทุกอย่างน้อยที่สุด แต่วันนี้ วินาทีนี้ ผมเชื่อว่าผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความสุขมากที่สุด... ผมมีความสุขที่สุดเลย!” ชยุติตะโกนก้อง บัวอายเอามือปิดปากเขา

“คุณทำอะไรน่ะอายคนอื่นเขา!”

ชยุติแกะมือบัวออก เอามาหอมฟอดใหญ่ แล้วอุ้มเธอขึ้น “เรามีความสุขทำไมต้องอายล่ะบัว คนอื่นต่างหากต้องอิจฉาเรา”

“ว้าย! คุณติ คุณจะทำอะไรคะ”

“ก็เรามาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ก็ต้องเข้าหอสิจ๊ะ เมียรัก...” ชยุติอุ้มบัวเดินกลับเข้าบ้าน

บัวกอดคอเขาแน่นเพราะกลัวตก ในใจเต้นระส่ำ แต่มีความสุขที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา

เสน่ห์นางงิ้ว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด