ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่เกาะมิน บริเวณริมหาดอึกทึกคึกคักด้วย

เสียกลอง พวกผู้ชายพากันตีกลองให้จังหวะอย่างสนุกสนานเร้าใจ ส่วนหญิงสาวหลายคนก็พากันเต้นระบำฮาวายส่ายสะโพกพลิ้วเอวอ่อน เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั้งหาด

“สายชล...สายชล...สายชล...”

เสียงเชียร์ของมามิกับสวย สองสาวชาวเกาะคู่แข่งที่หมายตาสายชลดังแหลมออกมากว่าใครเพื่อน แต่พอหันมาเจอกันต่างก็สะบัดหน้าใส่กันแล้วร้องเชียร์ต่อ

ไกลออกไป มีแพลอยอยู่กลางทะเล ไกลออกไปอีกนิด ร่างชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังว่ายน้ำแหวกพุ่งมาอย่างเร็ว พอมาถึงก็เกาะแพดึงตัวขึ้นไป วิ่งไปคว้าธงสีสดใสที่ปักอยู่ตรงกลางชูขึ้นโบกสะบัด หันหน้าไปทางริมหาดยิ้มเต็มหน้าอย่างผู้ชนะ

“มีคนได้ธงแล้วแม่” เสียงซะละหัวหน้าเกาะ ร้องบอก แสงดาวผู้เป็นเมียที่ยืนเชียร์อยู่ข้างๆ แสงดาวถามว่าใครได้

ทุกคนเขม้นมองไปที่แพว่าใครได้ธงไป แล้วนาราผัวของอารีฟะก็ตะโกนบอกทุกคนอย่างตื่นเต้นว่า

“ไอ้สายชล...ไอ้สายชลได้ธงเว้ย”

พวกสาวๆพากันกรี๊ดด้วยความดีใจ รวมทั้งอารีฟะด้วย เลยถูกนาราหันมองตาเขียวเอ็ดเบาๆว่า ผัวอยู่นี่จะกรี๊ดทำไม อารีฟะยิ้มแหยๆบอกว่า “ก็มันดีใจอ่ะ”

นาราหันไปมองสายชลแล้วแผดเสียงออกมาบ้าง บอกว่าตนก็ดีใจเหมือนกัน สองผัวเมียกอดกันกระโดดด้วยความดีใจสุดขีด ท่านกลางเสียงร้องเชียร์ “สายชล...สายชล...สายชล...”

ooooooo

สายชลยืนโบกธงยิ้มกว้างอยู่พบแพ จู่ๆหนุ่มชาวเกาะอีกสามคนก็ว่ายมาถึงพากันโหนขึ้นแพ ตรงไปห้อมล้อมสายชลไว้เพื่อแย่งธง สายชลเบี่ยงตัวหลบ บอกทั้งสามว่า

“อะไรที่อยู่ในมือฉันแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้ง่ายๆหรอกเว้ย”

สามหนุ่มชาวเกาะมองหน้ากันแล้วพุ่งเข้าจะแย่งธงจากสายชล แต่แย่งไม่ได้เพราะสายชลหลบได้คล่องแคล่วว่องไวราวกับปลาในสายน้ำ...

พวกที่ริมหาดเห็นการแย่งธงกันบนแพ ซะละถามแสงดาวว่า ในนั้นมีไอ้ลอยลูกชายเราไหม แสงดาวเขม้นมองบอกว่าไม่มี ถามอย่างกังวลว่า “แล้วไอ้ลอยอยู่ไหน”

ไอ้ลอยที่ทั้งสองถามถึงคือแตลอย ลูกชายของพวกเขานั่นเอง

ที่แพ แตลอยเพิ่งว่ายน้ำมาถึงเขาเกาะขอบแพจะดึงตัวขึ้นไป ทำให้แพเอียงวูบ หนุ่มชาวเกาะทั้งสามที่กำลังแย่งธงจากสายชลเสียหลักตกน้ำไปทั้งสามคน แต่สายชลขืนตัวไว้ยืนอยู่บนแพได้อย่างเท่เพียงคนเดียว

ooooooo

หลังจากนั้น สายชลถือธงมายื่นให้ซะละผู้เป็นหัวหน้าเกาะ ซะละรับธงจากสายชลชูขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความดีใจ พร้อมเสียงตะโกนเป็นจังหวะ “สายชล สายชล สายชล”

ซะละยกมือขึ้นเชิงให้หยุด เมื่อเสียงเชียร์เงียบลง ซะละชูธงในมือขึ้นประกาศชัยชนะ

“ข้า ซะละ หัวหน้าเกาะมินขอประกาศว่า สายชลได้ผ่านพิธีแย่งธง ซึ่งหมายความว่าสายชลเป็นชายหนุ่มเต็มตัว” ซะละเดินไปตบบ่าสายชล ยิ้มกรุ่มกริ่มก่อนประกาศเสียงดังกว่าเก่าว่า “พร้อมมีเมียได้แล้ว”

มามิกับสวย สองสาวคู่แข่งกรี๊ดลั่น แตลอยทำหน้าเซ็งๆที่ตนพลาดโอกาสนี้ไป สายชลหันไปเห็นมามิ

สวย และสาวชาวเกาะที่รายล้อม ทุกคนยิ้มหวานเสนอตัวบ้างโพสท่ายั่วยวน กระตุ้นต่อมหนุ่มของสายชลเต็มที่

สายชลมองพวกสาวๆเหล่านั้นอย่างสยอง ที่ตนกลายเป็นกวางน้อยในหมู่เสือสาวที่กำลังกระหายไปแล้ว

บรรดาชาวเกาะที่ห้อมล้อมพากันหัวเราะกับบรรยากาศขำๆรอบตัว ซะละกระเซ้าสายชลว่า

“ดูท่าจะมีผู้หญิงให้เอ็งเลือกเป็นเมียหลายคน แต่อย่าลืมว่า ชายชาวเกาะมิน...”

“ต้องรักเดียวใจเดียว มีเมียเดียวไปจนวันตาย” สายชลพูดต่อทันทีอย่างรู้ประเพณีของชาวเกาะมินดี

พวกสาวๆพากันปลื้มสุดๆแตลอยเบ้หน้าโพล่งออกไปว่า

“หมั้นไส้โว้ย ไอ้สายชลมันหล่อกว่าฉันตรงไหนวะ”

“ก็ตรงที่แกไม่มียังไงล่ะไอ้แตลอย” มามิหมั้นไส้เลยตอบกระแทกกลับไป

“นังมามิ!” แตลอยฉุนขาด แต่แล้วก็ชะงัก เกาหัวถามตัวเองงงๆ “มันหมายความว่ายังไงวะ”

ระหว่างนั้น ปีร์กะ หมอผีประจำเกาะ ถือไม้เท้าเดิน ออกมาท่าทางน่าเกรงขาม ทุกคนเงียบกริบ บรรยากาศจริงจังขึ้นมาทันที ปีร์กะเดินมาหยุดตรงหน้าสายชล ยื่นสร้อยเส้นหนึ่งออกไป พูดกับสายชลว่า

“สายชล...วันใดที่เจ้าเจอคู่ครอง จงมอบสร้อยนี้ให้กับคู่ของเจ้า แล้วพวกเจ้าจะไม่มีวันพรากจากกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ปีร์กะสวมสร้อยให้สายชล เขาก้มมองสร้อยที่คอ ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องครืนๆเมฆดำกลุ่มใหญ่ลอยมาทางเกาะ สายฟ้าฟาดเปรี้ยง พลันลมก็พัดโหมฮือเข้ามาอย่างแรง ข้าวของปลิวกระจุยกระจาย ทุกคนต้องยกมือป้องหน้าบังลมไว้

นารากับอารีฟะคว้าลูกไปกอดไว้แน่น แสงดาวเข้ามายืนข้างซะละบอกว่าท่าทางจะเป็นพายุใหญ่ สายชลบอกว่าอีกไม่นานพายุต้องมาถึงที่นี่แน่ เสนอให้รีบหาที่หลบกันดีกว่า

นาราถามอย่างกังวลว่าที่ทางออกโล่งโจ้งแบบนี้ เราจะหลบไปที่ไหน สายชลนิ่งไปนิดหนึ่ง นึกออก บอกว่าบนเขามีถ้ำใหญ่พอที่จะให้พวกเราทุกคนไปหลบพายุได้ พวกเรารีบไปที่นั่นกันก่อนดีกว่า ซะละเห็นด้วย เรียกทุกคนให้รีบไปที่ถ้ำกัน

เพียงเริ่มออกเดิน สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆตลอดทางอย่างน่ากลัว

แต่พอไปถึงถ้ำ อารีฟะร้องอย่างตกใจเมื่อหนูแดงลูกสาววัยสองขวบหายไป สวยลูกสาวคนโตรีบเดินหาแต่ไม่เจอ สายชลอาสาจะไปตามหาหนูแดงให้ ว่าแล้ววิ่งออกไปทันที ทุกคนได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง

ปีร์กะ พนมมือภาวนา “เทวดาเจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยคุ้มครองให้สายชลพาหนูแดงกลับมาโดยปลอดภัยด้วยเถอะ”

สายชลออกไปตามหา จนบ่ายเจอหนูแดงร้องไห้อยู่ใต้กองกิ่งไม้ สายชลรีบอุ้มออกมาพากลับถ้ำโดยเร็ว

ทุกคนดีใจมาก โดยเฉพาะอารีฟะโผเข้ารับหนูแดงไปอุ้มกอดไว้แน่น นาราขอบใจสายชลด้วยความซาบซึ้งใจ

สายชลมองสามพ่อแม่ลูกกอดกัน ยิ้มอย่างดีใจ รู้สึกดีๆกับความเป็นครอบครัว...

ooooooo

เย็นแล้ว ที่ริมหาด สายชลเดินกลับบ้าน พลันก็ชะงักเมื่อมามิเดินมาหา เขาถามว่าทำไมยังไม่กลับบ้านอีก มามิเดินยั่วเข้าหา ชวนเป็นผัวเมียกันดีกว่าเพราะไหนๆวันนี้เขาก็ผ่านพิธีมาแล้ว ว่าแล้วโผเข้ากอดแน่น

“เฮ้ย! ไม่ได้!” สายชลพยายามแกะมือมามิออก มามิกอดแน่นเป็นตุ๊กแก แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเสียงของสวยแทรกเข้ามาอย่างไม่พอใจ

“หยุด...ถ้าจะเอาพี่สายชลเป็นผัว ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”

มามิไม่ยอมถอยยกมือเท้าเอวด่าสวยว่า ตัวแค่นี้คิดจะมีผัว เอานิ้วจิ้มหน้าผากสวยจนหงายบอกให้ไปดูหนังหน้าตัวเองเสียก่อน สวยไม่ยอมถอยเท้าเอวยื่นหน้าเข้าไปเถียงมามิว่า อีกไม่นานตนก็โตทันเธอแล้ว

“เชอะ...ถึงโตทัน สายชลเขาก็ไม่เอาแกทำเมียหรอก” มามิมองเย้ย ทั้งสองมัวแต่ทะเลาะแย่งสายชลกัน เขาเลยฉวยโอกาสย่องหนีไป แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเจอสาวๆอีกกลุ่มหนึ่งดักอยู่ ต่างกรูกันเข้าหา มามิกับสวยหันมาเห็น รีบแย่งกันมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของสายชล รุมกันดึงทึ้ง จนสายชลแทบฉีกออกเป็นสองซีก เขาร้องอย่างฉุนเฉียว

“โว้ย!!” พวกสาวๆพากันหยุดกึก สายชลวางแผน บอกทุกคนว่า คนที่จะมาเป็นเมียตนนั้นต้องมีสะโพกผายจึงจะเหมาะแก่การมีลูกไว้สืบสกุลมากๆทั้งหัวปี กลางปี ท้ายปี บอกให้ทุกคนหันหลังโชว์บั้นท้ายตัวเอง

พวกสาวๆหลงเชื่อพากันหันหลังโก้งโค้งโชว์ บ้างดึงดูดใจส่ายสะโพกดิ๊กๆ

สายชลฉวยโอกาสที่สาวๆหันหลังให้เดินหนีไป

พวกสาวๆที่หันหลังโชว์บั้นท้ายกันจนเมื่อย สวยร้องถามขึ้นก่อนว่าเลือกได้หรือยัง ปรากฏว่าเงียบกริบ ทุกคนเลยเอะใจ หันมองไม่มีสายชลอยู่ตรงนั้นแล้วแต่เห็นวิ่งอ้าวอยู่ข้างหน้า เลยพากันวิ่งไล่กวดไปเป็นพรวน

สายชลวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งไปบ่นไป “ซวยจริงๆ เล้ย ไอ้สายชล” ถึงจะเหนื่อยแต่หยุดไม่ได้ ขืนหยุดมีหวังโดน รุมทึ้งแน่

ทันใดนั้น เสียงสาวๆที่วิ่งตามมาพากันร้องกรี๊ด สายชลนึกว่ากรี๊ดตน หันมองกลายเป็นว่าพวกสาวๆกรี๊ดตกใจที่

เห็นสาวน้อยนางหนึ่งในชุดดำน้ำนอนหมดสติอยู่

สายชลรีบเข้าไปดู เขาปัดผมที่บังหน้าหญิงสาวออก พอเห็นหน้าเต็มๆ เขาถึงกับตะลึงอึ้งในความสวยน่ารักของเธอ ที่หน้าผากเธอมีรอยแตกยาว

ooooooo

สายชลตัดสินใจอุ้มร่างหญิงสาวไปที่บ้านปีร์กะ วางร่างเธอไว้บนแคร่หน้าบ้าน ครู่หนึ่งปีร์กะออกมาจับชีพจร แตลอยเดินกินปลาย่างผ่านมาเห็นคนมุงดูกันก็เข้ามาดูบ้าง พอเห็นหน้าหญิงสาวถึงกับอุทาน “สวย...”

“เรียกฉันทำไม” สวยที่ยืนดูอยู่ก่อนแล้วหันมาถาม แตลอยบอกว่าตนไม่ได้เรียกเธอ แต่หมายถึงผู้หญิงคนนั้นสวย

ปีร์กะจับชีพจรแล้วส่ายหน้าบอกสายชลว่าชีพจรเต้นอ่อนมากสงสัยจะไม่รอด ทุกคนตกใจ สายชลขอร้องปีร์กะว่า

“ป้าปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตายไม่ได้นะ ป้าต้องช่วยเขา”

ปีร์กะให้พวกที่มุงอยู่ไปตามทุกคนมารวมตัวกันที่ลานหมู่บ้าน แล้วให้สายชลอุ้มร่างหญิงสาวตามตนไปที่ลานหมู่บ้าน  เมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้วปีร์กะให้มายืนล้อมหญิงสาว ไว้ ตัวเองไปยืนข้างหญิงสาว บอกทุกคนว่า

“ข้าจะอ้อนวอนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายออกจากนางผู้นี้ ขอให้พวกเราทุกคนรวมพลังช่วยข้าด้วย” ปีร์กะพูดแล้วให้ทุกคนพูดตามว่า “ความชั่วร้ายจงออกไป ความชั่วร้ายจงออกไป”

ปีร์กะทำพิธีจนเสร็จ แล้วเข้าไปจับชีพจรหญิงสาวอีกครั้ง บอกอย่างสิ้นหวังว่า

“ธาตุไฟของนางกำลังจะแตก มันเป็นชะตาของฟ้า”

สายชลถามอย่างตกใจว่าเราช่วยผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆหรือ ปีร์กะส่ายหน้า

สายชลคิดไม่ตก ใจไม่ยอมแพ้ พยายามหาทางช่วยเธอ ฉุกคิดขึ้นมาได้หันไปถามทุกคนว่า

“แล้วถ้าเราเอาผู้หญิงคนนี้เข้ากระโจมอบสมุนไพรล่ะ กระโจมสมุนไพรช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น บางทีวิธีนี้อาจจะช่วยผู้หญิงคนนี้ได้”

“สายชล เอ็งจะฝืนชะตาฟ้าไปทำไม ร่างกายของผู้หญิงคนนี้อ่อนแอจนเกินจะเยียวยาแล้ว” ปีร์กะติง

“ผู้หญิงคนนี้ ถูกพามาที่เกาะมิน นั่นหมายความว่าเกาะเลือกที่จะให้พวกเราช่วยเธอ แล้วเราจะปล่อยให้เธอตายโดยที่เราจะไม่พยายามทำอะไรเลยเหรอป้า” สายชลถามปีร์กะ พยายามโน้มน้าวใจ

แสงดาวเห็นด้วย พูดกับปีร์กะว่าเราจะปล่อยให้คนคนหนึ่งตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไง ซะละเสนอว่าเราจะลองดูก็ไม่เสียหายอะไร ทำให้ปีร์กะพูดอย่างตัดสินใจแล้วว่า “เอาวะ เป็นไงเป็นกันเว้ย...”

ooooooo

ทุกคนช่วยกันเตรียมกระโจมอบสมุนไพรขึ้นที่ลานหมู่บ้าน เสร็จแล้วปีร์กะสั่งการว่า พวกเราต้องช่วยกันเติมสมุนไพรอย่าให้พร่อง ทุกคนพยักหน้ารับแข็งขัน โดยแตลอยเป็นคนคอยเติมฟืน สายชลคอยเติมสมุนไพร ส่วนคนอื่นๆ คอยลุ้นเอาใจช่วยกันเต็มที่

แต่จนกระทั่งยามสองก็ยังไม่ได้ผล ปีร์กะบอกสายชลว่า เราช่วยนังหนูนี่ไม่ได้แล้ว เราจะช่วยได้อีกทางคือ ช่วยกันสวดภาวนาให้นางไปอย่างสงบ และไม่ทรมาน

ทุกคนเศร้ามาก สายชลไปยืนตรงหน้าร่างหญิงสาวอุ้มเธอขึ้น หันบอกทุกคนว่า

“ฉันเคยปล่อยให้พ่อกับแม่ตายไปตรงหน้า โดยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาตายตรงหน้าฉันอีก...ตราบใดที่ผู้หญิงคนนี้ยังมีลมหายใจ พวกเราก็ยังมีความหวัง ฉันจะช่วยผู้หญิงคนนี้ให้ถึงที่สุด”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย สายชลหันมองปีร์กะ ถามว่า “การช่วยเหลือคน มันไม่ใช่เรื่องที่เหนื่อยอะไรไม่ใช่เหรอป้า” ปีร์กะได้แต่มองสายชลนิ่ง

ooooooo

สายชลพาร่างหญิงสาวไปที่บ้านตน วางบนเตียงแล้วนั่งข้างๆ จับมือเธอกุมไว้ เอาอีกมือแตะที่หน้าผากพร่ำพูดไม่ขาดปากซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า

“ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆ จงเข้ามา ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆ จงเข้ามา...”

ไม่นานนักเมฆดำก็เคลื่อนมาบังพระจันทร์ สายชลยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม พูดประโยคเดิม ทันใดนั้น เธอกระอักน้ำออกมาแล้วชัก สายชลตกใจจับตัวเธอไว้ พูดประโยคเดิมเร็วขึ้น ครู่หนึ่งเธอค่อยสงบลง เขาถอนใจโล่งอก ยิ่งมุ่งมั่นที่จะพูดประโยคนั้นต่อไป

สายชลพร่ำพูดตั้งแต่กลางคืน...จนเช้า...กระทั่งสาย บ่าย จนเย็น โดยไม่ยอมแตะต้องอาหารและน้ำดื่มที่ปีร์กะกับมามิเอามาให้ ไม่ยอมแตะต้องอาหาร ไม่ยอมพูด ท่องประโยคนั้นอย่างมีสมาธิ ตลอดวัน ตลอดคืน

จนกระทั่งเช้าวันต่อมาเขาก็ยังท่องประโยคนั้นอยู่อย่างไม่ย่อท้อ ชาวบ้านพากันมายืนลุ้นที่หน้าบ้านสายชลด้วยความเป็นห่วง ปีร์กะเดินออกมาส่ายหน้าให้รู้ว่าไม่มีความหวัง

ความห่วงใยหญิงสาวของชาวบ้าน บัดนี้กลายเป็นห่วงใยสายชลเกรงเขาจะเป็นอะไรไป แสงดาวให้แตลอยเฝ้าที่หน้าบ้าน เผื่อสายชลเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ช่วยทัน

สายชลยังคงท่องประโยคนั้นอย่างมีสมาธิ จนกระทั่งสังเกตเห็นสีหน้าหญิงสาวมีเลือดฝาด ริมฝีปากมีสีเลือดขึ้น เขาดีใจสุดชีวิต อุ้มเธอวิ่งออกไปหน้าบ้าน ตะโกนบอก

ทุกคนว่า “ผู้หญิงคนนี้รอดแล้ว”

ทุกคนที่คอยฟังข่าวอยู่เฮกันด้วยความดีใจ แตลอยรีบมาดู เป็นจังหวะที่สายชลซึ่งอ่อนเพลียมากเซจะล้ม แตลอยรีบประคองไว้ แต่สายชลไม่ได้สนใจตัวเองเลย เขายังคงหันมองหน้าหญิงสาวอย่างปลื้มปีติไม่วางตา

ปีร์กะชมสายชลว่า “เพราะเอ็งแท้ๆสายชล เอ็งทำให้นังหนูนี้ได้เกิดใหม่”

มามิที่คลั่งไคล้ใหลหลงสายชล ชมเสียงดังลั่นว่า “สายชลเก่งที่สุด มามิดีใจที่จะได้สายชลเป็นผัว”

สายชลร้องเฮ้ยที่ถูกตู่เอาดื้อๆ ส่วนปีร์กะยกไม้เท้าเคาะหัวมามิดังโป๊ก ด่าหลานสาวว่าวันๆมีแต่คิดจะหาผัว

มามิเถียงว่าถ้าตนไม่หาก็มีหวังขึ้นคานแน่ ถูกปีร์กะปรามเลยงอนเดินหนีไป ปีร์กะบอกสายชลว่าให้ไปกินข้าวกินปลาเสียก่อนเดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน แล้วเดินกลับบ้าน

ooooooo

คืนนี้ สายชลหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนกระทั่งเช้า หญิงสาวตื่นขึ้นมามองรอบตัวงงๆ แล้วลุกเดินเปิดประตูออกไป ไม่เห็นสายชลที่นอนคุดคู้ที่พื้น

ลมพัดประตูปิดดังปัง ทำให้สายชลตกใจตื่น มองไปที่เตียงไม่เห็นหญิงสาวแล้ว เขายิ่งตกใจรีบเดินหาตามห้อง เมื่อไม่เจอจึงวิ่งออกไปดูข้างนอก เจอเธอยืนเซๆ จะล้มเพราะหมดสตินอนมาหลายวัน เขาพุ่งเข้ารับตัวเธอไว้ในอ้อมแขน จมูกเกือบแตะกันสายชลถึงกับตะลึง ที่เห็นหญิงสาวในระยะใกล้ยิ่งเห็นความงามไม่มีที่ติของเธอ

หญิงสาวร้องหิวน้ำ สายชลรีบเอาน้ำให้ดื่ม เธอดื่มอย่างกระหาย จากนั่นถามคำถามมากมายว่า ที่นี่ที่ไหนตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตนหมดสติได้ยังไง ครั้นสายชลบอกเธอก็ได้แต่ฟังงงๆ

แต่พอสายชลถามว่าเธอชื่ออะไร เธอกลับบอกว่าไม่รู้ ถามว่าจำอะไรได้บ้าง เธอจำอะไรไม่ได้เลย ถามสายชลอย่างสับสนว่า

“ทำไมฉันนึกอะไรไม่ออก ทำไมฉันจำไม่ได้ว่าตัวเอง เป็นใคร ทำไม...ทำไม...”

เธอรู้สึกเจ็บแผลที่หน้าผาก ยกมือไปโดนเข้ายิ่งเจ็บ สายชลบอกว่าเธอบาดเจ็บที่หน้าผาก คงเป็นสาเหตุให้เธอจำอะไรไม่ได้ ปลอบใจว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรเลย เธอพยักหน้าอย่างผ่อนคลายขึ้น

ครู่หนึ่งเธอถามสายชลว่าเขาชื่ออะไร เขาบอกว่าชื่อสายชล เธอชมว่าดีจังที่จำชื่อตัวเองได้ สายชลถามว่าระหว่าง ที่เธอยังจำชื่อตัวเองไม่ได้ ตนจะตั้งชื่อให้ใช้ไปก่อน เอาเป็นชื่อดอกไม้ดีไหม เธอส่ายหน้า สายชลเงยหน้ามองท้องฟ้า พึมพำ “ฟ้า...นางฟ้า...”

“นางฟ้า...ฉันชอบชื่อนี้”

“ถ้าเธอเป็นนางฟ้า ก็คงเป็นนางฟ้าที่ตกจากสวรรค์ลงมาในทะเลแน่ๆ” สายชลพูดติดตลก เธอฟังแล้วพลอยขำไปด้วย

สายชลดีใจสุดชีวิต วิ่งร้องตะโกนระหว่างทางไปบ้านปีร์กะว่า “นางฟ้าฟื้นแล้ว...นางฟ้าฟื้นแล้ว...” ชาวบ้านต่างพากันออกมาดูอย่างสงสัยว่านางฟ้าอะไร ซะละฟังแล้วงง ถามแสงดาวว่า “ไอ้สายชลมันพูดอะไรของมันน่ะแม่”

แสงดาวบอกว่าถ้าฟังไม่ผิดสายชลบอกว่านางฟ้าฟื้นแล้ว แตลอยได้ยินรีบวิ่งตามสายชลจะไปดู

ไปถึงหน้าบ้านปีร์กะ สายชลตะโกนบอกว่า “นางฟ้าฟื้นแล้วจ้ะป้า” ปีร์กะดีใจรีบไปดู มามิทนไม่ได้ตามไปด้วย แตลอยที่เพิ่งตามมาถึงเห็นพวกสายชลเดินกลับก็งง ถามว่าจะไปไหนกัน แล้วหันหลังกลับวิ่งตามไปด้วย

พอนางฟ้าเห็นปีร์กะที่หัวฟูหยิกหยอยถือไม้เท้าเข้ามาก็ตกใจหลบไปอยู่หลังสายชล จนเขาบอกว่าไม่ต้องกลัวปีร์กะเป็นหมอ ปีร์กะบอกให้สายชลจับตัวนางฟ้าไว้แล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาดูทั้งสองข้าง จากนั้นสั่งให้อ้าปาก แลบลิ้น ตรวจครบแล้วปีร์กะมองนางฟ้าอึ้งๆ

“สลบไปสามวันสามคืน แต่ร่างกายฟื้นเร็วขนาดนี้ไม่น่าเชื่อ นี่ถ้าเอ็งไม่ได้ไอ้สายชล เอ็งตายเป็นผีเฝ้าเกาะไปแล้ว”

ชาวบ้านที่พากันมาดูอย่างตื่นเต้นพากันเฮด้วยความดีใจ ทำให้นางฟ้ายิ่งตื่นตกใจ

“แบบนี้มันต้องฉลอง...” นาราตะโกนขึ้น ทุกคนเห็นด้วยทันที

ooooooo

พิธีฉลองจัดขึ้นที่ลาดหมู่บ้านนั่นเอง เสียงดนตรีอึกทึกคึกคัก พวกสาวชาวเกาะออกมาเต้นกันอย่างสนุกสนาน แต่นางฟ้าก็ยังตื่นกลัว สายชลต้องคอยปลอบให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลาว่า นี่เป็นพิธีที่พวกเราทุกคนจัดขึ้นเพื่อต้อนรับนางฟ้า

สายชลเลื่อนอาหารที่ซะละกับแสงดาวเอามาให้บอกให้นางฟ้ากินเยอะๆจะได้แข็งแรง เธอถามว่าของพวกนี้นางฟ้ากินได้ใช่ไหม

“ได้สิ นี่เป็นของนางฟ้าทั้งหมด”

ฟังสายชลแล้ว นางฟ้าหยิบขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง พูดอย่างตื่นเต้นว่าอร่อย เลยหยิบเอ๊า...หยิบเอาใส่เข้าเต็มปาก เคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยมีความสุข

สายชลมองนางฟ้ากิน ตัวเองพลอยมีความสุขไปด้วย ครู่หนึ่ง ซะละออกมาประกาศว่าขอให้ทุกคนสนุกสนานกันให้เต็มที่ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาและภูตทะเลที่ช่วยทำให้นางฟ้ารอดพ้นจากความตาย จากนั้น บอกชาวบ้านที่มาร่วมฉลองว่า

“ขอให้ทุกคนช่วยกันอวยพรให้นางฟ้าพบแต่ความสุข อย่าได้เจอกับเรื่องร้ายๆอีก”

ปีร์กะนำพวกแสงดาวมายืนตรงหน้านางฟ้า แล้วหอมหัวเธอ คนอื่นทยอยทำตามจนครบ เป็นการให้พรตามประเพณี สายชลมาเป็นคนสุดท้าย ขณะเขาก้มจะหอมหัวนั้น เธอเงยหน้าขึ้นพอดีเลยกลายเป็นหอมที่จมูกเธอแทน

สายชลชะงักอึ้งแล้วรีบผละออกมา พอดีนาราร้องบอกทุกคนให้มาสนุกกัน มามิกับสวยแย่งกันมาดึงสายชลออกไปเต้น สายชลปลิวไปตามมือของสองสาว หันมองนางฟ้า เห็นเธอยังนั่งอึ้งอยู่

ooooooo

ฉลองกันจนดึก ชาวบ้านเริ่มทยอยกันกลับบ้านแล้ว แต่นางฟ้ายังกินไม่หยุด ขอบปากเลอะเทอะไปด้วยอาหาร สายชลพูดอย่างเอ็นดูว่า “เธอนี่กินเหมือนเด็กๆ ไม่รู้จักอิ่ม” นางฟ้ายิ้มให้เขินๆ

ปีร์กะเดินเข้ามาหาสายชล โดยมีซะละ แสงดาว และอีกหลายคนตามมาด้วย ปีร์กะบอกสายชลว่า พรุ่งนี้จะจัดยามาให้นางฟ้าต้มให้กินวันละสามครั้งเป็นยาบำรุง สายชลถามว่ามียาบำรุงสมองไหม เพราะนางฟ้าจำอะไรไม่ได้เลย ถามปีร์กะว่า แล้วต่อไปนางฟ้าจะจำทุกอย่างได้ไหม
ปีร์กะบอกให้ดูกันไปก่อน เพราะนางฟ้าเพิ่งฟื้นก็เลยทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวยังไม่ได้

“สายชล เอ็งต้องดูแลนางฟ้าให้ใกล้ชิดหน่อยแล้ว เพราะถ้าเกิดนางฟ้าออกนอกสายตาขึ้นมาเมื่อไหร่ จะไม่ปลอดภัย” ซะละเตือน สายชลพยักหน้าแล้วหันมองนางฟ้าอย่างกังวลใจ

เมื่อได้ยาจากปีร์กะแล้ว สายชลก็ต้มให้นางฟ้าอย่าง ตั้งอกตั้งใจ ต้มแล้วเทใส่ชามเอาไปให้กิน แต่เพราะยาทั้งขมทั้งเฝื่อน สายชลต้องปะเหลาะให้กิน แต่พอกินเข้าไปเธอก็อ้วกใส่เขาเปื้อนไปหมด

เมื่อสายชลไปอาบนํ้าล้างตัว นางฟ้าก็ตามไปจะขออาบด้วยคน ทำเอาสายชลตีหน้าไม่ถูกต้องชี้แจงว่าไม่ได้ เพราะรูปร่างเราไม่เหมือนกัน สุดท้ายสายชลตัดสินใจให้

แตลอยมาช่วยสร้างห้องนํ้าให้ พอแตลอยรู้เหตุที่ทำให้สายชล ให้มาสร้างห้องนํ้าก็หัวเราะทำท่ามันเขี้ยวว่า

“ถ้าเป็นฉัน ฉันไม่ทำหรอก อาบนํ้าด้วยกันอบอุ่นดี” พูดแล้วทำหน้าทะเล้นหัวเราะเสียงคึกๆในคอ เลยถูกสายชล เอาดินป้ายปากด่า “ไอ้ลามก!” แตลอยหุบปากถุยดินทิ้ง ทำหน้าเหยเก แล้วทำงานต่อ

ooooooo

ระหว่างที่สายชลช่วยแตลอยสร้างห้องนํ้านั่นเอง นางฟ้าร้องกรี๊ดขึ้น สายชลตกใจกระโดดลงมาแล้วรีบวิ่งไปดูในบ้าน เห็นนางฟ้าที่ยังหลับอยู่ ดิ้นตะเกียกตะกาย สายชลเข้าไปปลุกให้ตื่น พอรู้สึกตัวเธอคว้ามือสายชลได้ก็จับแน่น ร้องบอกละลํ่าละลักว่า

“สายชลช่วยด้วย...นางฟ้าจมนํ้า”

สายชลลูบหัวนางฟ้าบอกว่าแค่ฝันร้ายเท่านั้น ไม่เป็นไรนะ เมื่อนางฟ้าตั้งสติได้ รู้ว่าตัวเองฝันร้ายก็ค่อยคลายความหวาดกลัวลง แตลอยที่เนื้อตัวเปื้อนโคลนเดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย พอนางฟ้าเห็นแตลอยในสภาพนั้นก็ผวาเฮือก กอดแขนสายชลแน่นร้องว่า ผี...ผีหลอก

“ไม่ใช่ผี นั่นแตลอย เพื่อนฉันเอง” สายชลบอก แตลอยยิงฟันขาวยกมือทักทาย นางฟ้าสงบลง แต่ก็ยังมองแตลอยงงๆ

เพราะนางฟ้าไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน สายชลจึงพาไปหาซะละเพื่อเอาเสื้อผ้าของแสงดาวสมัยสาวๆมาใส่ นางฟ้าหยิบเสื้อผ้าออกมาคลี่ดู เจอยกทรงก็เอาขึ้นปิดตา แสงดาวบอกว่านั่นคือยกทรง ไม่ใช่เอาไว้ปิดตา เธอก็ยังถามด้วยแววตาแสนซื่อว่า แล้วเอาไว้ทำอะไร

แสงดาวเลยบอกว่าให้เอาเก็บใส่ถุงไว้ก่อนเถอะ มองนางฟ้าที่ช่างไม่รู้อะไรเลยอย่างแปลกใจ

สายชลพยายามพานางฟ้าออกเดินเพื่อเธอจะได้รู้สึกผ่อนคลาย วันนี้พาไปเดินริมหาด ครู่หนึ่งเธอบอกเขาว่า ปวดฉี่ ยืนหนีบบิดไปบิดมาอย่างทนไม่ไหวแล้ว สายชลจึงให้เธอไปฉี่หลังต้นไม้ ตัวเองเดินเลี่ยงไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล

สายชลเดินเก็บเปลือกหอย ก้มเก็บหลังโขดหิน นางฟ้าทำธุระเสร็จเดินออกมาไม่เห็นสายชลก็ออกเดินตามหา

นางฟ้าร้องเรียก “พี่สายชล...พี่สายชล...” พลางเดินตามหา ส่วนสายชลรอจนรู้สึกนานผิดปกติ ออกตามหา พลางร้องเรียก “นางฟ้า...นางฟ้า...”

แต่เดินไปกันคนละทิศ ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างกัน...

ooooooo

ที่ท่าเรือเกาะมิน ยาซะ พ่อค้าหน้าหล่อแนวโฉด พร้อมลูกน้องสองคนคือหมึกกับฉลาม นำเรือเข้ามาจอดที่ท่า พอเด็กๆเห็นเรือของยาซะมาเทียบท่าก็วิ่งกรูกันมารับขนมที่เขามักเอามาแจกเอาใจเด็กๆ เมื่อเด็กได้ขนมแล้วก็พากันแยกย้ายไป ยาซะมองขึ้นไปบนเกาะ ยิ้มอย่างหมายมั่น

เมื่อขึ้นไปแล้ว ยาซะจ่ายเงินให้ชาวเกาะที่เอาปลามาขาย ชาวเกาะรับเงินแล้วเดินกลับไปอย่างดีใจ ยาซะหันไปทางลูกน้องทั้งสอง สั่งให้ขนของขึ้นเรือ

หมึกไปยกลังปลา อุทานอย่างตื่นเต้นว่าวันนี้ปลาตัวโตๆทั้งนั้นเลย ยาซะมองปลาพูดอย่างพอใจว่า

“ปลาตัวโต แต่ราคาถูกขนาดนี้ เอ็งสองคนเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ทำไมข้าถึงยอมถ่อมาไกลถึงที่นี่ เพราะคนที่นี่มันทั้งซื่อทั้งเซ่อไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ”

หมึกกับฉลามหัวเราะเอาใจนายไปด้วย ขณะนั้นมีสาวชาวเกาะเดินมา ยาซะมองด้วยสายตาลามกขณะพูดว่า

“ถ้าข้าได้ผู้หญิงเกาะนี้เป็นเมีย รับรองสบายไปทั้งชาติ พวกเอ็งเห็นไหม เกาะมิน เต็มไปด้วยต้นไม้ แหล่งอาหาร สัตว์นํ้า ไม่มีเกาะไหนจะอุดมสมบูรณ์เท่าที่นี่อีกแล้ว”

หมึกกับฉลามต่างสอพลอเอาใจนาย ยาซะหัวเราะชอบใจ แล้วแยกไปบอกว่าจะไปหาเมียสักหน่อย

ยาซะเดินไปตามริมหาด เขาหยุดกึกเมื่อพบร่าง

นางฟ้านอนหมดสติอยู่บนพื้นทราย เขามองนางฟ้ายิ้มมุมปากอย่างมีแผน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:14 น.