ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ธาราหิมาลัย

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-คอมาดี้
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ณารา
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ณัฐิยา ศิรกรวิไล
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • กฤษณ์ ศุกระมงคล
  • ผลิตโดย
  • :
  • เมคเกอร์ วาย จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • อธิชาติ ชุมนานนท์,คิมเบอร์ลี แอน โวลเทมัส

ธาราหิมาลัย ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เจ้าชายภูวเนศ องค์รัชทายาทผู้เพียบพร้อมแห่งประเทศปารวัตร เสด็จมาประเทศไทยในฐานะตัวแทนของท่านวาสุเทพ พระบิดาผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ภูวเนศไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตและอนาคตของประเทศตลอดไป

ระหว่างที่ภูวเนศปฏิบัติภารกิจในประเทศไทย เขาได้ถูกลอบสังหารโดยซาเมียร์ ผู้บังคับบัญชาการตำรวจสมุนมือขวาของชาดุล นายกรัฐมนตรีผู้กระหายอำนาจและต้องการจะเป็นใหญ่แทนวาสุเทพ ปฏิบัติการครั้งนี้มีราจีฟ สหายคนสนิทของเจ้าชายเป็นคนลงมือ ราจีฟถูกบังคับให้ร่วมกระบวนการด้วยเงื่อนไขที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ด้วยความชาญฉลาดเขาผันวิกฤติที่อยู่ให้เป็นโอกาส ราจีฟเลือกที่จะยิงภูวเนศในตำแหน่งที่ไม่อันตรายมาก แล้วผลักร่างเขาลงน้ำทันที

ภูวเนศในสภาพอาการปางตายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอปากช่อง และได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์หญิงทิพย์ธารา แพทย์ประจำศูนย์ระบบประสาทและสมอง แม้จะไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของผู้ป่วยไม่มีชื่อรายนี้ แต่ทางโรงพยาบาลก็ให้การรักษาเขาอย่างเต็มที่

ทิพย์ธาราดูแลผู้ป่วยนิรนามที่สมองได้รับการกระทบ กระเทือนอย่างรุนแรงด้วยความเห็นใจ สภาพที่บอบช้ำจากการโดนทำร้ายสร้างความรู้สึกสงสารให้กับหญิงสาวมากมาย พอๆกับความน่าสงสัยถึงที่มาที่ไปของชายคนนี้

ทิพย์ธาราหรือน้ำ...เธอเป็นหญิงสาวหนึ่งเดียวที่แวดล้อมไปด้วยพี่ชายฝาแฝด อีกสามคนแต่หน้าตาไม่เหมือนกันคือ...ปฐพีหรือดิน นักวางแผนสุดหล่อ ผู้สุขุมลุ่มลึกที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งสี่คน แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือเป็นโรคแพ้กะเทย ถ้าเจอในระยะใกล้เมื่อไหร่ลมพิษจะขึ้นทันที...วายุภัคหรือลม หนุ่มหล่อเจ้าสำราญ ชอบบริหารเสน่ห์เป็นงานหลัก หญิงสาวคนไหนอยู่ใกล้ไม่ใจละลายไม่เคยมี และอัคนีหรือไฟ หล่อเถื่อนได้ใจสาวๆที่ชอบความตื่นเต้น เป็นคนใจร้อนที่สุดในบ้าน คติประจำใจคือต่อยก่อนเคลียร์ทีหลัง ซึ่งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ เขาเคยไปสร้างวีรกรรมเอาไว้แล้วที่รายการโทรทัศน์สุดฮอตที่เชิญครอบครัวเขา ไปสัมภาษณ์ เพียงเพราะเจ้าหน้าที่หนุ่มใหญ่ของรายการจะเอาไวร์เลสมาติดอกเสื้อให้ทิพย์ ธารา แต่อัคนีเข้าใจว่าเขาจะลวนลามน้องสาว ก็เลยรุมยำเขาซะอ่วม รายการพังพินาศไปหมด...

สามหนุ่มหล่อกับอีกหนึ่งสาวสวยเป็นผลผลิตจากการทำกิฟต์ที่สุดแสนทันสมัย ถือเป็นของขวัญที่ได้มากกว่าการคาดหวังของมนตรีและสุพรรษา สองสามีภรรยาเจ้าของกิจการฟาร์มโคนม ไร่องุ่น และรีสอร์ตสุดเก๋ของปากช่อง ภายนอกหลายคนมองว่าธาราทิพย์เป็นหญิงสาวที่โชคดีที่มีพี่สุดหล่อทั้งสามเป็น บอดี้การ์ดคอยคุมผลัดเวรกันมาคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอสุดแสนจะเซ็งกับความหวงเกินมาตรฐานสากลของพี่ๆทั้งสาม ทำให้ไม่มีชายใดกล้าเข้ามาจีบเธอเลยแม้แต่คนเดียว

และแล้วความอดทนต่อความขี้หวงและห่วงของพี่ๆทั้งสามก็มาถึงจุดสิ้นสุด เมื่อทิพย์ธาราแอบสานสัมพันธ์รักแบบเงียบๆกับณภัทรหรือณัฐ คุณหมอหนุ่มรุ่นพี่สุดสำอางที่สนิทที่สุดสมัยเรียน ณภัทรเพิ่งย้ายมาอยู่ปากช่องได้ไม่นานและตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง ความสัมพันธ์ครั้งนี้มีปรียานุชหรือแป๋ม พยาบาลเพื่อนซี้ของทิพย์ธาราเป็นกองเชียร์

ณภัทรพอจะได้ยินกิตติศัพท์คำร่ำลือถึงความหวงของพี่ๆทั้งสาม แต่ยังไม่กระจ่างใจ จนกระทั่งข่าวรักๆของน้องสาวกระเด็นมาเข้าหูสามหนุ่ม พวกเขาจึงรีบแจ้นมาดูหน้าเป้าหมายทันที และด้วยอาการนุ่มนิ่มแสนสุภาพเกินชายของณภัทร ทำให้ทั้งสามคนฟันธงตรงกันว่าเขาเป็นเกย์ชัวร์

จากนั้นสามหนุ่มก็สุมหัวประชุมกันเพื่อหาทางพิสูจน์ ความเป็นเกย์ของณภัทรให้เป็นที่ประจักษ์   เพื่อน้องสาวสุดที่รักจะได้ตัดใจเสียแต่เนิ่นๆ

ooooooo

ขณะที่เจ้าชายภูวเนศนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลปากช่อง กลับมีข่าวออกมาว่าเจ้าชายกำลังจะเสด็จกลับปารวัตร หลังสิ้นสุดการปฏิบัติภารกิจที่เมืองไทยแล้ว ปรียานุชเห็นภาพข่าวนี้แล้วยิ่งรู้สึกเป็นปลื้มชื่นชมในรูปร่างหน้าตาของ เจ้าชาย ถึงกับเอาหนังสือพิมพ์มานั่งกอดและเพ้อพกอย่างคลั่งไคล้ จนทิพย์ธาราแปลกใจ ถามเพื่อนว่าเจ้าอะไร?

"ตายแล้วยัยน้ำ ไปมุดอยู่ในห้องดับจิตมาเหรอจ้ะ ถึงไม่รู้จักเจ้าชายภูวเนศแห่งประเทศปารวัตร เจ้าชายเสด็จมาเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ มาดูงานด้านการเจียระไนอัญมณี เพราะที่ปารวัตรกำลังจะมีเหมืองเพชรเป็นแห่งแรก...นี่แกดูสิ ผิวข๊าวขาว จมูกโด๊งโด่ง พระเนตรคมเฉี่ยวราวกับเหยี่ยวทะเลทราย ปากแดงอวบอิ่ม จิ้มลิ้มมากมาย ยิ้มทีใจละลาย...เอ้าดูซะ ถ้าไม่หล่อให้กระทืบ"

ทิพย์ธาราก้มดูภาพข่าวที่ปรียานุชกางลงตรงหน้า...เจ้าชายหน้าตาหล่อเหลา คมคายทำให้หัวใจของทิพย์ธาราแอบสั่นไหวเล็กน้อย แต่ก็พูดออกไปแค่เพียงว่า

"อืมม์...ก็หล่อดี"

"หล่อจนแทบจะขาดใจตายย่ะ...นี่พระองค์ยังทรงพระโสดด้วยนะ หลังจากเสด็จเยี่ยมประเทศไทยก็จะกลับไปครองราชย์แทนพระราชบิดา แล้วเจ้าชายก็กลายเป็นกษัตริย์ที่ทรงสิริโฉมงดงาม และยังไม่มีราชินี แหมน่าเสียดายที่ไม่เสด็จมาปากช่อง ฉันจะไปรอรับเสด็จทุกวัน เผื่อเจ้าชายจะทรงต้องพระทัย"

"เจ้าชายก็ต้องคู่กับเจ้าหญิง เจ้าชายจะมาสนใจผู้หญิงธรรมดาๆได้ยังไง ก็รักเพื่อนนะ แต่ตื่นได้แล้ว ไอ้นิทานประเภทซินเดอเรลล่าเขามีไว้หลอกเด็กจ้ะ"

"แหม...น้ำอ่ะ พูดซะจริงเลย ฝันหน่อยก็ไม่ได้"

สีหน้าและท่าทางของปรียานุชทำเอาทิพย์ธารากลั้นหัวเราะไม่อยู่ ทันใดนั้นเสียงพยาบาลจากห้องไอซียูก็ดังผ่านลำโพงมา

"คุณหมอทิพย์ธาราคะ เชิญที่ห้องไอซียูด่วนค่ะ คนไข้ อาละวาดใหญ่แล้วค่ะ"

สองสาวตกใจรีบวิ่งตรงไปยังห้องไอซียูทันที ภูวเนศยังอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลและเครื่องช่วยหายใจ เขาร้องลั่น ร่างเกร็งชัก ทิพย์ธาราจึงบอกพยาบาลอีกคนให้เอาเครื่องช่วยหายใจออก แล้วให้ปรียานุชไปเอายาแก้ชักมาด่วน แต่พอปรียานุชกลับเข้ามา ก็พบว่าร่างบนเตียงหยุดโวยวาย เหลือแต่เสียงครางฮือๆ

"อ้าว ทำไมนิ่งแล้วล่ะ"

"ไม่รู้...คุณหมอน้ำบอกว่าไม่ต้องตกใจ แล้วเขาก็เลิกโวยวายไปเลย"

"เพิ่งจะผ่าตัด...สมองจะรับรู้ได้ยังไง ปกติกว่าจะคุยกันรู้เรื่องก็เป็นอาทิตย์" หมอสาวพูดด้วยความฉงน แล้วค่อยๆโน้มตัวไปหาคนป่วย กระซิบอย่างอ่อนโยน "ฉันรู้ว่าคุณกำลังต่อสู้อยู่ในความมืดตามลำพัง คุณทำได้ดีมาก และฉันก็หวังว่าคุณจะพยายามต่อไป...อย่าท้อแท้นะคะ"

ทันใดนั้น มือของภูวเนศก็บีบรับการสัมผัสของทิพย์ธารา...หญิงสาวชะงักกึกก้มลงมองมือ ของเขาที่กำลังกำมือเธออยู่ ก่อนจะค่อยๆคลายออกอย่างหมดแรง

ข้างฝ่ายราจีฟที่เป็นคนลงมือกับภูวเนศ เขาย้อนกลับไปยังจุดเกิดเหตุ และทราบจากชาวบ้านย่านนั้นว่ามีพลเมืองดีพาชายเคราะห์ร้ายไปส่งโรงพยาบาล ปากช่อง ราจีฟรีบตามไปสอดส่องถึงที่นั่น และเผอิญได้ยินหมอกับพยาบาลพูดคุยกันเรื่องคนไข้ไม่มีชื่อ จึงแอบตามไปดูที่หน้าห้องไอซียู แล้วก็ได้เห็นเจ้าชายภูวเนศในสภาพที่น่าสงสารที่สุด

เย็นวันเดียวกัน ที่ประเทศปารวัตร...วรุณ สหายอีกคนของเจ้าชายรู้สึกประหลาดใจและไม่ไว้ใจที่เจ้าชายเลื่อนการเสด็จ กลับมาเป็นวันนี้ ทำไมตนถึงไม่รู้เรื่องนี้ พอมาถามชาดุลก็ได้คำตอบว่า

"เพราะเราเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ ตอนนี้ ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติคอยถวายการอารักขาอย่างแน่นหนา ทหารองครักษ์จึงไม่มีความจำเป็น"

"ซาเมียร์ดูแลเจ้าชาย แล้วราจีฟ?"

"ไม่ทราบ พวกท่านเป็นเพื่อนกัน ก็ไปตามหากันเอาเอง เราเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เรามีงานต้องทำอีกมากเพื่อประชาชนของเรา...เชิญ"

วรุณมองชาดุลด้วยความไม่พอใจและไม่วางใจ ขณะที่ชาดุลมองกลับด้วยแววตานิ่งลึก ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นอกจากความมั่นใจในอำนาจของตัวเอง

ต่อมาเมื่อวรุณพยายามโทรศัพท์หาราจีฟ แต่ติดต่อไม่ได้เลย   นั่นยิ่งทำให้เขาหวั่นใจว่าต้องมีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้นกับเจ้าชายแน่ๆ

ooooooo

เมื่อฟื้นคืนสติ ภูวเนศเริ่มมีอาการเพ้อ และอ้างตัวว่าเป็นเจ้าชายจากประเทศปารวัตร เจ้าชายสุดฮอตที่กำลังเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ในตอนนี้ อาการเพ้อของเขาเป็นที่ขบขันของคนในโรงพยาบาล ทำให้ทิพย์ธารารู้สึกสงสารลึกๆ และพยายามบอกให้เขาค่อยๆตั้งสติและยอมรับความเป็นจริงว่าตัวเองไม่ใช่

แต่ด้วยความดื้อดึงแฝงด้วยความทะนงตนของภูวเนศ เขาเอาแต่ร่ำร้องเรียกหาองครักษ์และเหล่าข้าราชบริพารไม่หยุดหย่อน จนคุณหมอต้องพยายามปลอบและเออออไปบ้างบางครั้ง ทำให้เขาค่อยสงบลง แต่ก็ยังไม่วายเน้นย้ำว่าตัวเองเป็นเจ้าชายแห่งปารวัตร

พอเธอกลับออกมานอกห้อง ก็ถูกปรียานุชตั้งป้อมซักถามด้วยความคลางแคลงใจปนขบขัน

"เพ้อว่าเป็นเจ้าชายภูวเนศเลยเหรอ โห...เล่นของสูง ดีนะที่เจ้าชายเสด็จกลับไปแล้ว ไม่งั้นมีหวังกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ...อ้อๆ นี่ไง ยังลงข่าวอยู่เลย" ปรียานุชกางหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปเจ้าชายภูวเนศกำลังจะขึ้นเครื่องบิน มีคนไทยบางส่วนไปส่งเสด็จ "เฮ้ย...บางทีคนไข้คนนี้อาจจะเป็นคนประเทศปารวัตร แล้วบังเอิญหน้าเหมือนเจ้าชาย จนมีคนทักมากๆเข้า สมองมันก็เลยจำไว้ พอฟื้นมาก็เลยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชายไง"

"ไม่รู้สิ หน้ายังบวมปูด แถมมีแผลเย็บอีกต่างหาก ฉันบอกไม่ได้หรอกว่าเหมือนเจ้าชายหรือเปล่า อุ๊ย หกโมงพอดี ฉันกลับแล้วนะ"

"แล้ววันนี้กลับยังไง หรือว่าคุณพี่หมอหน้าใสอาสาไปส่ง"

"ฝันไปเหอะ"

"ฉันละเซ็งแทนเธอจริงๆ ไอ้แฝดสามมันจะหวงอะไรกันนักกันหนา ทีตัวเองเปลี่ยนผู้หญิงยิ่งกว่ากางเกงใน ลิดรอนสิทธิสตรีชัดๆ แล้วไง วันนี้เวรใคร"

ปรากฏว่าวันนี้เป็นคิวของอัคนีมารับทิพย์ธารากลับบ้าน อัคนีมาพร้อมกับศักดิ์ลูกน้องคนสนิท ทั้งคู่วางแผนมาดิบดีเพื่อจะพิสูจน์ความเป็นเกย์ของหมอณภัทร แต่การพิสูจน์แบบโหดๆก็ทำให้ณภัทรเกือบถูดอัคนีอัด ถ้าทิพย์ธาราเข้ามาห้ามไว้ไม่ทัน

ทิพย์ธารารู้แกวว่าพี่ชายมีแผน แต่พอคาดคั้นเขากลับปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ถึงยังไงทิพย์ธาราก็ยังไม่ไว้ใจอัคนีอยู่ดี และยังอดคิดไม่ได้ว่าอัคนีรู้เรื่องณภัทร พี่ๆอีกสองคนก็ต้องรู้ และคงจะรวมหัวกันขัดขวางเหมือนๆที่ผ่านมา ซึ่งคราวนี้เธอยอมไม่ได้แน่!

ooooooo

เช้าวันต่อมา ทิพย์ธารามาทำงานตามปกติและทราบจากพยาบาลว่าคนไข้ของเธอไม่ยอมกินอาหาร เธอจึงต้องมาจัดการด้วยตัวเอง...ขณะนั้นภูวเนศกำลังนอนนึกคิดถึงคำพูดคุณหมอแสนสวยที่พูดเหมือนประชดประชันเขาเมื่อวานว่า

"ดิฉันอยากจะกราบทูลว่า พระองค์ทรงประชวรหนักมาก แขนขาหักหลายท่อน ที่ศีรษะถูกผ่าตัดเพื่อเอาเลือดคั่งออก ตอนนี้แผลยังไม่หายดี และตอนที่พระองค์มาถึงโรงพยาบาลก็มาแต่ตัว อย่าว่าแต่ผู้ติดตามเลย ผ้าผ่อนก็มีเท่าที่ปกปิดร่างกาย ทางเราจนปัญญาจริงๆ ไม่รู้จะไปตามหาญาติหรือองครักษ์ของ พระองค์ได้ที่ไหน"

เห็นคุณหมอเข้ามาพร้อมถาดอาหาร ภูวเนศเบือนหน้าหนีอย่างถือตัว

"ทำไมคุณไม่ทานอาหารคะ"

"ไม่อร่อย ไม่อยากกิน"

"แต่คุณต้องกินนะคะ เพราะแขนขาคุณหัก จะต้องทานยาแก้ปวดอย่างแรง ถ้าคุณไม่กินอะไรเลย ยาจะกัดกระเพาะ"

เขาทำหูทวนลมไม่สนใจ แถมยังเชิดหน้าสูงขึ้นอีกเล็กน้อย ทิพย์ธาราเห็นปฏิกิริยาแล้วยื่นหน้าเข้ามาพร้อมกับหรี่ตา ทำเสียงเข้ม

"ถ้าคุณไม่กิน ฉันจะเรียกพยาบาลและบุรุษพยาบาลมาสอดท่อเข้าทางจมูกแล้วให้อาหารเหลวลงไปในท้อง ถึงคุณจะดิ้นก็สู้แรงพวกเราไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณมีสองทางเลือก หนึ่งจะกินเอง หรือสอง...จะให้ฉันจับกรอกอาหารทางสายยาง"

ภูวเนศปรายตามองอย่างไม่สะทกสะท้าน และหันหน้าหนีไม่สนใจ ทิพย์ธารายืดตัวตรง บอกว่าดี...จากนั้นก็หันไปกดออดเรียกพยาบาลให้เตรียมอุปกรณ์ให้อาหารทางสายยางมา และขอพยาบาลสักสามมาด่วนด้วย...ภูวเนศแอบปรายตามองมานิดๆ เริ่มหวั่นหน่อยๆ

"คุณเป็นคนเลือกวิธีนี้เองนะคะ" ว่าแล้วคุณหมอก็เลื่อนโต๊ะที่มีถาดอาการออกห่างจากรัศมีเตียง ภูวเนศแอบชำเลืองมองเล็กน้อย แววตาเริ่มคิด ที่สุดเมื่อเห็นพยาบาลสามคนเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ให้อาหารทางสายยาง ภูวเนศก็ต้องยอม แต่มีข้อแม้ว่าหมอต้องเป็นคนป้อนให้เขา ทิพย์ธาราจึงให้พยาบาลทั้งหมดกลับออกไป แล้วพูดแกมขู่กับคนป่วยว่า หมอจะป้อนให้ แต่คุณต้องทานให้หมด ถ้าไม่หมดจับกรอก

ภูวเนศไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ฝืนกินอาหารจนหมดด้วยอาการปั้นปึ่ง ทำให้คุณหมออดอมยิ้มไม่ได้

"เก่งมาก หมดจนได้ ถ้าคุณกินได้อย่างนี้ทุกมื้อ อีกไม่นานก็จะกลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวหมอจะให้ยาบำรุงสมองเพิ่ม เผื่ออาการคุณจะดีขึ้น ถ้าคุณทำตามที่หมอบอกอย่างเคร่งครัด รับรองว่าไม่กี่วันคุณก็ไม่ต้องทนเห็นหน้าหมออีก"

"ฉันอยากกลับบ้าน..."

"บ้านคุณอยู่ที่ไหน"

"บ้านฉันอยู่ปารวัตร...ประเทศปารวัตร"

"แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่"

"ฉันไม่รู้...ฉันไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...ฉันไม่รู้"

ทิพย์ธาราฟังแล้วอดเวทนาไม่ได้ เอ่ยกับเขาอย่างนุ่มนวลว่า

"สมองคุณได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง อาจส่งผลต่อความจำบางอย่าง ต้องรอให้สมองกลับคืนสู่สภาพปกติ คุณถึงจะจำได้ทั้งหมด หรือไม่...คุณก็อาจจะจำไม่ได้เลย เราต้องรอดูกันอีกที...ในเมื่อคุณจำได้ว่ามาจากประเทศปารวัตร ฉันก็จะแจ้งทางตำรวจให้ทราบ เผื่อเขาจะติดต่อกับกงสุลของคุณ แล้วคุณจำชื่อตัวเองได้หรือยัง"

"ปูวาเนซ วาสุเทพ ศรีวาสตาวา ราชพุฒ...พ่อชื่อวาสุเทพ เป็นกษัตริย์แห่งปารวัตร"

"คุณจะเป็นเจ้าชายได้ยังไง ในเมื่อเจ้าชายเพิ่งจะเสด็จกลับไปเมื่อเช้านี้เอง"

"เป็นไปไม่ได้!"

"ทั้งหนังสือพิมพ์ ทั้งทีวีออกข่าวกันครึกโครม ถ้าคุณเป็นเจ้าชาย แล้วใครที่อยู่ในข่าว"

ถูกเธอย้อนถาม ภูวเนศถึงสะอึก แต่ยังเพ้อด้วยอาการช็อก

"เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้"

ทิพย์ธาราทั้งสงสารทั้งเวทนา รวบรัดตัดบทว่า

"เอาเป็นว่า...คุณทานอาหารให้ครบ และทานยาตามที่หมอสั่ง อีกไม่นานคุณก็จะจำได้เองว่าจริงๆแล้วคุณเป็นใคร บางทีคุณอาจจะเคารพนับถือเจ้าชายของคุณมากจนคิดว่าคุณเป็นเขา คุณควรสงบสติอารมณ์และเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวของคุณใหม่ ส่วนเรื่องแจ้งความ..."

"อย่าเพิ่งบอกตำรวจ" เขาแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "เอ่อ...คือฉัน...ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าฉันมาจากปารวัตรหรือเปล่า ยังไม่อยากให้บอกใคร หรือติดต่อใครทั้งนั้น"

"ได้ค่ะ ฉันจะรอให้คุณอาการดีกว่านี้ แล้วค่อยแจ้งตำรวจ พักผ่อนให้มากๆ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะกลับมาใหม่"

ภูวเนศนิ่งไม่ตอบอะไร แววตาหวาดหวั่นอยู่ลึกๆ เริ่มรู้สึกว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นแน่ๆ สิ่งที่ดีที่สุดคืออยู่นิ่งๆ และรอให้ตัวเองแข็งแรงมากกว่านี้...

ด้านวายุภัคที่เย็นนี้มีคิวต้องมารับทิพย์ธารากลับบ้าน และต้องทำตามแผนที่วางไว้กับอัคนีและปฐพีที่จะเปิดโปงความเป็นเกย์ของณภัทร วายุภัคจึงมาแบบหล่อเนี้ยบ ฉีดน้ำหอมหอมฟุ้ง ดอดมาเจอณภัทรก่อนถึงเวลารับทิพย์ธารา โดยแนะนำตัวเองว่าชื่อลม เป็นพี่ชายฝาแฝดของทิพย์ธารา ณภัทรยินดีที่รู้จัก หลังได้พบกับอัคนีไปคนหนึ่งแล้วเมื่อวาน

เมื่อยังไม่ถึงเวลาเลิกงานของทิพย์ธารา วายุภัคจึงชวนณภัทรไปดื่มกาแฟเพื่อพูดคุยทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ ณภัทรตกลงทันทีเพราะใจอยากผูกมิตรกับพี่ชายของคนที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว  เขาเสนอร้านกาแฟในตึกของโรงพยาบาลซึ่งบรรยากาศดีมาก

ขณะพูดคุยกันนี่เอง วายุภัคพยายามสืบประวัติของณภัทรหลายๆด้าน ซึ่งแต่ละข้อมูลก็ล้วนแล้วแต่ชวนเชื่อว่าณภัทรเป็นพวกเบี่ยงเบนทางเพศจริงๆ ทำให้วายุภัคยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐาน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงไม่ค่อยจะสนใจหนุ่มหล่อๆอย่างตนเอาซะเลย

ในขณะเดียวกันนั้น ทิพย์ธาราแวะมาหาปรียานุชเพื่อขอภาพข่าวและนิตยสารที่ลงเรื่องราวของเจ้าชายภูวเนศแห่งปารวัตร เธอจะเอาไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนไข้นิรนามที่ยังเชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย ปรียานุชมีอยู่แล้วมากมายเพราะเป็นแฟนพันธุ์แท้เจ้าชายองค์นี้ จึงประเคนให้เพื่อนเลิฟไปเต็มที่

ผละจากปรียานุชมาแล้ว ทิพย์ธาราเดินผ่านร้านกาแฟ เผอิญตาดีเหลือบเห็นวายุภัคกำลังคุยประจ๋อประแจ๋กับณภัทรราวกับสนิทสนมกันมาช้านาน ให้เกิดสงสัยว่าพี่ชายมีจุดประสงค์ ใดแอบแฝง จึงเข้าทักถามว่าสองคนมานั่งอยู่ด้วยกันได้ยังไง

"อ๋อ พอดีพี่ไปหาน้ำที่ห้องพัก แล้วก็เจอคุณหมอ คุณหมอก็เลยชวนพี่มานั่งรอน้ำที่นี่  เราก็เลยได้ทำความรู้จักเล็กน้อย ตอนนี้เรารู้จักกันดีขึ้น...ชัดขึ้นมากเลย"

"คุณลมเป็นคนคุยสนุกมากเลยค่ะ ทำให้พี่รู้จักน้องน้ำมากขึ้นด้วยค่ะ" คำพูดอ่อนหวานของณภัทรต่อทิพย์ธารา ยิ่งทำให้วายุภัคมั่นใจว่าหมอนี่เป็นเกย์แน่ๆ

เมื่อแยกจากณภัทรมาแล้ว ทิพย์ธาราคาดคั้นวายุภัคว่ามีแผนอะไรให้พูดออกมา แต่ฝ่ายนั้นก็ยืนยันว่าไม่มีอะไร แค่คุยกันเฉยๆ บอกเขาไปว่าน้ำชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ก็แค่นั้นเอง

"แล้วอยู่ๆไปบอกเขาทำไม ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้"

"ที่พี่ทำแบบนี้ก็เพราะไม่อยากให้เราหนีตามผู้ชายคนอื่นไป ไม่ดีหรือไง หรือว่าอยากให้กลับไปโหดเหมือนเดิม"

วายุภัคยักคิ้วกวนๆ แล้วก็เดินนำหน้าไป ทิพย์ธารายังไม่วางใจ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าผิดปกติ...ครั้นกลับมาถึงบ้าน วายุภัค ก็รีบรายงานปฐพีกับอัคนีว่า "มันไม่ชอบฉัน"

"แกรู้ได้ยังไง" ปฐพีซัก

"ก็ฉันอุตส่าห์แต่งตัวซะเต็มยศขนาดนี้ สาวๆมองกันทั้งโรงพยาบาล แต่มันก็มองฉันเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรแม้ แต่นิดเดียว และตอนที่จับมือกัน..."

"หา! แกจับมือกับมันเนี่ยนะ อย่าบอกนะว่าแกอยู่กับมันแป๊บเดียว แล้วแกก็เปลี่ยนไป"

"เฮ้ย ฉันยังเหมือนเดิมเว้ย แล้วที่จับมือกันมันไม่ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ แล้วมันก็ไม่เห็นรู้สึกอะไรกับฉันแม้แต่นิดเดียว ไม่มีอาการตื่นเต้น เขินอายใดๆทั้งสิ้น ฉันจึงสรุปได้ว่ามันไม่ชอบฉัน สไตล์อย่างฉันมันไม่ชอบ และคิวต่อไปที่ต้องเอาตัวเข้าแลกก็คือแก...ไอ้ดิน"

ปฐพีสะดุ้งเฮือก...ฉับพลันทันใดตัวเย็นเฉียบ ขนลุกเกรียว

ooooooo

โบพากับจันทู สองสาวใช้ในไร่อดิศวร กำลังเม้าท์ เจ้านายหนุ่มหล่อทั้งสามอย่างมันปาก และถ้าสุพรรษากับกันยาไม่เยี่ยมหน้าเข้ามา มีหวังสองสาวก็ยังน้ำลายแตกฟองไม่เลิก กันยาซึ่งเป็นคนสนิทของสุพรรษาก็เอือมระอากับความช่างพูดช่างนินทาของทั้งคู่ จึงกำราบก่อนจะเพิ่มงานให้ทำ จะได้ไม่มีเวลาว่างมานั่งสุมหัว

หลังอาหารค่ำ ทิพย์ธาราก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง นั่งตัดข่าวของเจ้าชายภูวเนศในหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ได้มาจากปรียานุชอย่างตั้งอกตั้งใจ จนดึกก็ยังไม่เลิก สุพรรษาเห็นแสงไฟในห้องลูกสาว จึงเข้ามาถามว่าทำอะไร ทำไมยังไม่นอนอีก

"น้ำกำลังหาข้อมูลช่วยคนไข้ฟื้นความจำน่ะค่ะแม่ ตอนนี้ น้ำดูแลอยู่เคสหนึ่ง เป็นคนไข้นิรนาม ตำรวจสันนิษฐานว่าไม่น่าเป็นคนไทย อาจจะเป็นพวกแรงงานต่างด้าวที่ฆ่ากันเอง ตอนมาถึงโรงพยาบาลอาการโคม่า ถูกทำร้ายจนน่วมไปทั้งตัว แล้วก็โยนทิ้งลงน้ำ ตัวเขาไปเกยตลิ่งเลยรอดมาได้หวุดหวิด"

"ดวงแข็งสุดๆเลยนะเนี่ย"

"ใครที่เห็นอาการเขาตอนนั้นก็คิดแบบนี้ล่ะค่ะ"

"อ้าว แต่นี่รูปเจ้าชายภูวเนศนี่ เขาเกี่ยวอะไรกับเจ้าชายล่ะลูก"

"ตอนเขาฟื้นมา เขาบอกว่าตัวเองเป็นเจ้าชายภูวเนศ แถมยังท่องชื่อได้เป๊ะ อ้อ รู้ชื่อพ่ออีกต่างหาก น้ำก็เลยอยากให้เขาเห็นข่าวพวกนี้ จะได้รู้ว่ากำลังสับสน และถ้าเขามีอะไรผูกพันกับเจ้าชายจริงๆ รูปพวกนี้อาจจะช่วยฟื้นความจำขึ้นมาได้บ้าง"

"ปกติแม่ก็เห็นน้ำสนใจคนไข้อยู่แล้ว แต่คนนี้รู้สึกจะสนใจมากกว่าปกติ"

"น้ำว่า...เขามีแรงใจที่ดีมาก เขาต้องมีแรงขับอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องดิ้นรนเฮือกสุดท้ายที่จะคว้ากอ หญ้าริมตลิ่ง อะไรบางอย่าง...ที่บอกว่าเขาตายไม่ได้ เขาถึงต้องสู้ น้ำอยากช่วยเขาค่ะ"

"ถ้าน้ำช่วยเขาได้จริงๆ ก็แสดงว่าสวรรค์คงส่งเขาให้ มาเจอคุณหมอใจดีอย่างลูกสาวแม่"

ทิพย์ธารายิ้มรับบางๆ ก่อนก้มมองรูปภูวเนศที่อยู่ในหนังสือพิมพ์ด้วยความกังวลลึกๆ

ooooooo

เช้าวันนี้ ภูวเนศถูกย้ายจากห้องไอซียูมายังห้องพักผู้ป่วยซึ่งเป็นห้องพักรวม เพราะอาการของเขาดีขึ้นมากแล้ว ภูวเนศพอเห็นหน้าหมอทิพย์ธาราก็ไม่สนใจเรื่องอื่น ถามหาหลักฐานที่เมื่อวานเธอบอกเขาว่าเจ้าชายเสด็จกลับไปแล้ว เขาอยากเห็นกับตา

"ฉันเตรียมไว้ให้แล้ว นี่เป็นประมวลภาพตั้งแต่เจ้าชายมาถึงประเทศไทยจนเสด็จกลับ พร้อมเวลาและวันที่ คุณจะได้รู้ว่าระหว่างที่คุณนอนอยู่ในโรงพยาบาล เจ้าชายปฏิบัติภารกิจอยู่ตลอดเวลา"

ทิพย์ธารากางสมุดที่รวบรวมภาพข่าวของเจ้าชายภูวเนศมาอย่างสวยงามเป็นระเบียบ ตรงหน้าเขา...ทุกสิ่งอย่างที่เห็นทำให้ภูวเนศถึงกับอึ้งงันไป ยอมรับรูปเหมือนเขามาก แต่ใจอยากจะโต้แย้งว่ามันไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์

"ตอนนี้คุณก็คงเห็นแล้วว่าคุณไม่ใช่เจ้าชายภูวเนศ"

"เอ่อ...แล้ว...ทำไมคุณไม่คิดว่าจริงๆแล้วผมเป็นเจ้าชาย แต่ไอ้คนที่มันอยู่ในรูปมันไม่ใช่"

"ถ้าคุณอยากให้ฉันคิดแบบนั้น คุณต้องทานอาหารให้เยอะๆ ทานยาให้ตรงเวลา ขยันทำกายภาพบำบัดจนหายเป็นปกติ ถ้าวันนั้นมาถึงและคุณเหมือนเจ้าชายมากกว่าคนในรูป ฉันจะยอมเชื่อว่าคุณเป็นเจ้าชายจริงๆ"

"เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งไป ผมขอดูรูปอีกครั้งได้มั้ย"

ทิพย์ธาราชะงัก...ยอมหันกลับมาและวางสมุดเปิดกางไว้ตรงหน้าเขา ภูวเนศมองรูปต่างๆ จนมาสะดุดกับรูปหนึ่งที่มีชายหน้าเข้มดุดันยืนอารักขาเขาอยู่ข้างๆ

"ซาเมียร์..." เขาครางออกมาเบาๆ พร้อมๆกันนั้นภาพที่ซาเมียร์เล็งปืนจะยิงเขาก็ผุดแวบขึ้นมา แต่แค่แวบเดียวเท่านั้นก็หายไป ทิ้งไว้แต่สีหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิดของเขา...ทิพย์ธาราจับสังเกตด้วยความ แปลกใจ ยิ่งอยากรู้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นใครกันแน่!?

ooooooo

ตอนที่ 2

ที่ประเทศปารวัตร...

กษัตริย์วาสุเทพมิได้ทรงแปลกพระทัยเลยแม้แต่น้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของ เจ้าชายภูวเนศหลังเสด็จกลับมาจากประเทศไทย มีเพียงวรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศที่เป็นสหายกับเจ้าชายรับรู้ได้ถึงความผิด ปกติ เพราะเจ้าชายไม่เคยแสดงความเป็นมิตรกับชาดุล นายกรัฐมนตรี และซาเมียร์ ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างออกนอกหน้าขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าสองคนนี้จะเสนองานใดๆ เจ้าชายก็ไม่มีข้อโต้แย้ง แถมยังเห็นด้วยไปเสียหมดทุกเรื่อง...

ส่วนที่ประเทศไทย...เจ้าชายภูวเนศตัวจริงยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ปากช่อง เวลานี้เขาจำตัวเองได้แล้ว แต่ยังจำเหตุการณ์ในวันที่ถูกสังหารไม่ได้แน่ชัด ส่วนราจีฟที่เป็นคนลงมือเพราะถูกบีบบังคับจากซาเมียร์ เขาตามมาที่โรงพยาบาล และรู้ว่าภูวเนศยังมีชีวิตอยู่ แต่เขายังไม่กล้าแสดงตัว ได้แต่ฝากกระดาษโน้ตข้อความเตือนให้ระวังตัว อันตรายรอบด้าน ให้ กบดาน และรอติดต่อกลับไป...ผ่านเด็กคนหนึ่งมาให้ภูวเนศอ่านข้อความเหล่านั้นแล้ว ตกใจ และสงสัยว่าใครกันเป็นคนส่งมา ครั้นจะเรียกเด็กคนนั้นมาถามก็ไม่ทันเสียแล้ว และตัวเองก็ยังเดินไม่ได้ หมดปัญญาที่จะตามออกไป ส่วนเด็กรีบกลับออกมารับเงินค่าจ้างจากราจีฟ ก่อนที่ราจีฟจะขึ้นรถที่จอดรออยู่แล้วมุ่งหน้าไปยังสนามบิน

บ่ายนี้เอง ณภัทรนำเครื่องสำอางที่วายุภัคฝากซื้อจากเกาหลีมาส่งต่อให้ทิพย์ธาราเป็นคน เอาไปให้ ทิพย์ธาราแปลกใจอย่างมากที่อยู่ๆพี่ชายของเธอก็อุตริจะใช้ของแบบนี้ ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นจะกลัวแดดกลัวดำ คิดไปคิดมามันน่าจะมีอะไรมากกว่าห่วงหล่อ แล้วก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องความรักของเธอด้วย ซึ่งพี่ๆทั้งสามน่าจะกำลังวางแผนอะไรกันอยู่

พอตกเย็นกลับไปถึงบ้านพร้อมเครื่องสำอาง เธอจึงไปคาดคั้นเอากับนที ลูกน้องคนสนิทของปฐพี แต่ก็ไม่ได้ความอะไร นทีปฏิเสธลูกเดียว...แต่แล้วหลักฐานภาพถ่ายของเธอกับณภัทร พร้อมประวัติณภัทรอย่างละเอียดที่เจอในห้องทำงานของปฐพีก็ทำให้เธอมั่นใจ ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าความหวงและห่วงน้องสาวเกินมาตรฐานสากลกำลังก่อตัวขึ้นอีก แล้ว

ค่ำนั้นเอง อัคนีและวายุภัครุกเร่งให้ปฐพีไปจัดการกับณภัทร เพราะถึงคิวเขาแล้วตามที่ตกลงกันไว้ แต่ปฐพีทำยึกยักจะบ่ายเบี่ยง อ้างว่าช่วงนี้งานยุ่ง แท้จริงแล้วไม่อยากยุ่งกับเกย์ต่างหาก ทิพย์ธาราเข้ามาได้ยินพี่ๆพูดถึงเกย์ กลัวน้องสาวจะต้องแต่งงานกับเกย์...คำถามว่าใครเป็นเกย์จึงโพล่งออกจากปาก ของเธอทันที

"ก็...ทั่วๆไปน่ะ เราคุยกันว่า ผู้ชายสมัยนี้เป็นกันเยอะจนแยกไม่ออกว่าใครเป็น ใครไม่เป็น"

"ใช่ โดยเฉพาะพวกที่เป็นแต่แอบๆ เก็บๆ แล้วมาหลอกแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อบังหน้า ไอ้พวกเนี้ย น่ากลัวที่สุด"

"ชายสมัยนี้ไว้ใจยาก เห็นขาวๆ สะอาดๆ ติ๋มๆ หงิมๆ ก็ใช่ว่าจะดี ถ้าพี่เป็นผู้หญิงชาตินี้ขออยู่เป็นโสดดีกว่า"

ว่าแล้วทั้งสามคนก็พยักหน้าเออออไปด้วยกัน ทิพย์ธารากวาดตามองทุกคนคนอย่างรู้ทัน   แล้วก็กอดอกพูดเสียงดัง ฟังชัด

"น้ำไม่คิดแบบนั้น น้ำเชื่อว่าบนโลกนี้ยังมีผู้ชายดีๆ และน้ำก็พยายามค้นหาผู้ชายของตัวเอง และตอนนี้น้ำก็เจอแล้ว ไม่ต้องบอกทุกคนก็คงรู้ว่าน้ำหมายถึงใคร ต่อไปนี้ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นข้อตกลง น้ำจะให้โอกาสพี่ณัฐในการศึกษานิสัยใจคอกัน ถ้าเราเข้ากันไม่ได้น้ำจะไม่ฝืน แต่ถ้าเข้ากันได้ดี ทุกคนก็ต้องยอมรับ"

"พี่ก็ไม่เคยบอกว่าไม่ยอมรับ ถ้าผู้ชายคนนั้นมันดีจริง แต่ไอ้นี่มัน..."

"คนที่จะบอกได้ว่าพี่ณัฐดีหรือไม่คือน้ำ เพราะน้ำคือ คนที่จะต้องอยู่กับเขา ไม่ใช่ไฟ เพราะฉะนั้นน้ำขอเวลาสามเดือนในการทำความรู้จักกันโดยไม่มีใครมาขัดขวางหรือ วางแผนจับผิด"

สามหนุ่มมองหน้ากันอย่างไม่ยอมรับ...แต่แล้วปฐพีก็โพล่งขึ้นมาจนสองหนุ่มที่เหลือเหวอๆกันไป

"ได้...สามเดือนก็สามเดือน ครบกำหนดแล้วค่อยมาคุยกันอีกที"

"ดี เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หวังว่าคงไม่มีใครไปเฝ้าหรือสะกดรอยตามเวลาน้ำไปไหนมาไหนกับพี่ณัฐ ตกลงตามนี้ ขอบคุณมาก...อ้อ แล้วนี่ของลม พี่ณัฐฝากมาให้ ถ้าลมฝากซื้อเพราะมีแผนประหลาดๆอยู่ในใจ ก็ขอให้หยุด และทำตามข้อตกลงของเรานับตั้งแต่วันนี้"

ทิพย์ธาราวางถุงเครื่องสำอางไว้บนโต๊ะแล้วกลับออกไปทันที สามหนุ่มได้แต่มองหน้ากันอึ้งๆ แล้วอัคนีกับวายุภัคก็หันมาทางปฐพี อยากรู้ว่าที่พูดตกลงกับน้องเมื่อกี๊ เขาไม่ได้คิดจะทำตามนั้นจริงๆใช่ไหม?

ooooooo

ด้านเพื่อนซี้อย่างปรียานุช พอรุ่งขึ้นทิพย์ธารามาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ปรียานุชก็ฟันธงได้ทันทีว่า

"ชัวร์ ฉันเอาหัวเข่าเป็นประกัน ถ้าฉันทายผิดขอให้ เข่าเสื่อมไปตลอดชีวิต พวกพี่ๆแกไม่มีทางทำตามที่พูดไว้ เป็นอันขาด"

"แต่อย่างน้อยพวกเขาจะได้รู้ว่าฉันเอาจริง ไม่งั้นชอบแอบทำอะไรลับหลัง แล้วก็พังทุกที กี่รายๆไม่เคยเกินเดือน นี่ถึงขนาดให้นทีมาสืบเรื่องพี่ณัฐ ฉันว่าต้องแอบวางแผนอะไรกันแน่ๆ"

"เออ...ว่าแต่แกแน่ใจเหรอว่าคุณหมอโนบิตะเขาจะเป็นคนที่ใช่จริงๆ"

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่ใช่มันเป็นยังไง ที่ผ่านมาก็เจอแต่คนที่ไม่ใช่จนฉันขี้เกียจหาแล้ว...เลือกคนที่พอเหมาะกับ เรา มีอะไรๆที่มันเสมอๆกัน อยู่ๆกันไปเดี๋ยวก็คงจะใช่เองมั้ง"

"เฮ้ย แล้วถ้าเกิดแกตกลงปลงใจกับคนที่เสมอๆกันกับแก แล้วจู่ๆแกดันมาเจอไอ้คนที่แกรู้สึกว่าเขาใช่ แกจะทำยังไงวะ"

"ไม่รู้สิ แต่ฉันว่าคนที่ใช่สำหรับฉันมันคงไม่มีหรอก" ทิพย์ธาราตอบซื่อๆ แอบปลงนิดๆ เพราะตั้งแต่เกิดจนโตเป็นสาวยังไม่เคยเจอแม้แต่สักครั้งเดียว...

แยกจากเพื่อนซี้มาแล้ว คุณหมอทิพย์ธาราก็แวะมาดูคนไข้นิรนามที่กำลังกินอาหารอย่างตั้งใจ จนหมดคำสุดท้ายเธอก็ปรบมือชื่นชมเขาว่าเก่งมาก

"ผมทำตามที่คุณบอก ทานอาหารให้หมด ทานยาตามที่คุณสั่ง ผมอยากหายเร็วๆ"

"พูดง่ายๆ เข้าใจง่ายๆแบบนี้น่ารักกว่าตอนอาละวาดเยอะเลย"

"ตอนนั้น...ผมดูแย่มากเลยเหรอ"

"ไม่ถึงกับแย่ แต่ไม่น่ารัก แต่ตอนนี้เริ่มน่ารักแล้ว ให้ทำอะไรก็ทำ แถมยังทานเก่งอีกต่างหาก"

ภูวเนศรู้สึกเขินขึ้นมานิดๆอย่างไม่มีเหตุผล...ทิพย์ธาราเหลือบมาเห็นพอดี สะดุดตากับท่าทีที่ไม่เคยเห็น

"แค่หมอชมนิดๆหน่อยๆ ไม่ต้องเขินหรอกน่า คุณทำตามที่หมอบอกมันก็ดีกับร่างกายของคุณเอง และอีกไม่นานสมองคุณก็จะกลับมาทำงานตามปกติ เดี๋ยวหมอจะเพิ่มยาบำรุงให้ ร่างกายคุณจะได้ฟื้นไวๆ"

พูดจบ คุณหมอจะกลับออกไป แต่ถูกคนไข้เรียกเอาไว้ คนไข้อยากรู้ชื่อของคุณหมอ

"หมอน้ำค่ะ" เธอตอบยิ้มๆ

"เอ่อ คุณหมอน้ำ เมื่อไหร่ผมจะลุกเดินหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติ"

"มันขึ้นอยู่กับความพยายามของคุณ ตอนนี้กล้ามเนื้อของคุณยังไม่มีแรงเพราะผลของการผ่าตัด และคุณนอนอยู่ บนเตียงมานาน คุณจะต้องเริ่มทำกายภาพบำบัดตามขั้นตอน เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ  ถ้าคุณมีความพยายามมาก  คุณก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้เร็ว"

"ผมไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ คุณหมอจะให้ผมทำอะไร บอกมาได้เลย"

ภูวเนศมองทิพย์ธาราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยพลัง เป็นแววตาที่มีอำนาจอย่างประหลาด จนทิพย์ธาราแอบชะงัก...

นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ทิพย์ธาราก็ดูแลเอาใจใส่คนไข้ นิรนามให้ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง แล้ววันหนึ่งเธอตั้งชื่อแสนแปลกให้เขาว่า "ปูเป็น"

ระหว่างที่ทิพย์ธาราดูแลนายปูเป็น เธอพัฒนาความสัมพันธ์กับณภัทรอย่างลุ่มๆดอนๆ เพราะสามพี่ชายยังสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำตัวเป็นกำแพงเบอร์ลินไม่ให้ณภัทร มีโอกาสอยู่กับทิพย์ธาราสองต่อสอง แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า ยิ่งเขากีดกันณภัทรมากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ระหว่างทิพย์ธารากับคนไข้หนุ่มก็ยิ่งทวีความแนบแน่นมากขึ้น เท่านั้น

ทิพย์ธาราดูแลนายปูเป็นอย่างใกล้ชิด ทั้งสองค่อยๆพัฒนาความสนิทสนมและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ภูวเนศรู้เรื่องของทิพย์ธารามากขึ้นจากความช่างเม้าท์ของปรียานุช เขาสงสารทิพย์ธาราอยู่ลึกๆที่ต้องมีพี่ชายจอมจุ้นถึงสามคน โดยไม่รู้ว่าตัวเองตกหลุมรักน้ำเสียงที่อ่อนหวาน และความเอาใจใส่ ของคุณหมอสาวแสนสวยเข้าอย่างจัง เป็นความรู้สึกที่แสนแปลกประหลาดสำหรับเจ้าชายทระนงผู้ไม่เคยก้มหัวให้ผู้หญิงคนไหน

ในขณะที่ทิพย์ธาราก็แอบสงสัยในความฉลาดเกินคนปกติของนายปูเป็น จนบางครั้งแอบคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะเป็นเจ้าชายจริงๆ แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเจ้าชายตัวจริงเพิ่งเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่ากลับประเทศปารวัตรไปแล้ว

ooooooo

วันหนึ่ง ณภัทรมีโอกาสได้พบกับปฐพีด้วยความบังเอิญ พอรู้ว่าเขาเป็นคนดูแลกิจการรีสอร์ต ณภัทรยิ่งยินดีที่ได้รู้จัก เพราะเขากำลังมีความคิดว่าจะพาพ่อแม่ของเขามาเที่ยวและทำความรู้จักกับ ครอบครัวของทิพย์ธารา

ปฐพีรู้สึกไม่ชอบใจ นำความกลับมาบอกวายุภัคและอัคนีต่อหน้าพ่อกับแม่ โดยทิพย์ธาราก็อยู่ด้วย มนตรีผู้พ่อเห็นดีที่ณภัทรเข้าตามตรอก ออกตามประตู มากันทั้งครอบครัวแบบนี้จะได้รู้จักกันซะเลยทีเดียว...แต่อัคนีท้วงแกมประชด ว่า

"ทำยังกะจะมาดูตัว นี่ตกลงปลงใจจะยกลูกสาวให้เขาเลยหรือไง"

ทิพย์ธารารีบสะกิดพ่อกับแม่ พร้อมกับบุ้ยใบ้ให้จัดการพี่ๆด่วน ในขณะที่ปฐพีก็รีบสะกิดให้อัคนีนิ่งลง

"นี่...เราสามคนไม่ต้องมาพูดมาก เราบอกให้น้องลองดูใจกับเขา เราจะไม่เข้าไปยุ่ง แล้วนี่อะไร สะกดรอยตามเขาไปทุกที่แบบนี้ ไม่รักษาคำพูด ไม่ใช่นิสัยลูกผู้ชายเลยนะ"

"โห...ฟ้องกระจาย" วายุภัคโอดครวญ ทิพย์ธาราเชิดใส่ ไม่สน รีบเกาะแขนแม่เป็นแนวร่วม

"โอเคครับ เอาเป็นว่าพวกผมขอโทษที่ผิดข้อตกลง เราขอแก้ตัววันที่ไอ้...เอ่อ...คุณหมอนั่นมันจะมาเที่ยวที่บ้านเรา พวกผมสามคนจะดูแลเขาอย่างดี"

อัคนีกับวายุภัคมองหน้าปฐพีงงๆ ปฐพีรีบสะกิดให้ เออออ ทั้งสองคนเลยหันมาแล้วก็พยักหน้าพร้อมเพรียงกัน ยืนยันว่าจะดูแลเขาอย่างดี

"ดี พวกเรารับปากแบบนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมีปัญหา เพราะพ่อเองก็อยากรู้จักผู้ชายที่มาจีบน้ำว่าจะหน้าตาท่าทางเป็นยังไง ก่อนหน้านี้ไม่ได้เจอสักคน พวกเราเล่นตีซะแตกกระเจิงกลับไปก่อนเจอพ่อแม่ทุกที ตอนนี้น้ำก็โตแล้ว ถ้ามีผู้ชายดีๆสักคนที่เขาจริงใจกับน้ำจริงๆ พ่อก็จะไม่ห้าม"

"ถ้าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันดีจริง..."

"เราสามคนก็ไม่ห้ามเหมือนกัน"

"แต่ที่ผ่านมา...ไม่เห็นจะมีใครดีจริงสักคน"

"ดู...ดูมันพูด เฮ้อ ฉันล่ะเหนื่อยจะเถียงกับพวกแกจริงๆ"

มนตรีถอนใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับลูกชายทั้งสามคนที่ตั้งหน้าตั้งตาหวงห่วงน้องสาวอย่างไร้เหตุผล

ooooooo

ภูวเนศหน้าตาเกือบจะกลับเป็นปกติ แผลบวมไม่เหลือแล้ว แผลเป็นก็ตกสะเก็ดลอกออกเกือบหมด หน้าตาดูละม้ายคนเดิม แต่มีหนวดเคราและผมที่สั้นกว่า...

วันนี้เขาต้องไปทำกายภาพบำบัดในน้ำ หรือที่เรียกว่าวารีบำบัด โดยคุณหมอน้ำคอยดูแลอย่างใกล้ชิด พอเขาหย่อนตัวลงสระน้ำ คุณหมอกลับนั่งหน้าแดง แทบไม่กล้ามองเพราะเขาดูเซ็กซี่เหลือเกิน

"คุณหมอคิดอะไรอยู่" เสียงเขาถามขึ้นมา

"คือ...หมอคิดว่า ตอนนี้ร่างกายคุณก็ดูเหมือนจะแข็งแรงดี เกือบจะปกติ คุณเริ่มจำอะไรขึ้นมาได้บ้างหรือยัง เช่น บ้านคุณอยู่ที่ไหน ตกลงคุณเป็นคนประเทศอะไรกันแน่"

"ผมยังจำอะไรได้ไม่ค่อยมาก แต่เท่าที่รู้บ้านผมไม่ได้ อยู่ประเทศปารวัตร และผมก็ยังไม่รู้ว่าผมมาจากไหน" ภูวเนศจำเป็นต้องโกหกเพื่อความปลอดภัยของตนเอง แต่นั่นยิ่งทำ ให้คุณหมอรู้สึกสงสารเขามากขึ้น

ขณะนั้น ณภัทรกำลังตามหาหมอน้ำ พอรู้จากปรียานุช ว่าพานายปูเป็นไปทำกายภาพ ทั้งคู่จึงพากันไปที่สระน้ำ แล้วไปเห็นเธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนเปลือยเปล่าของนายปูเป็นในสระ หลังจากลื่นเสียหลักตกลงไป ณภัทรรู้สึกหวงหมอน้ำรีบเข้าไปช่วยเหลือ ขณะที่ปรียานุชเริ่มจับสังเกตว่านายปูเป็นท่าจะชอบเพื่อนของเธอเข้าแล้ว

เมื่อทิพย์ธาราหรือหมอน้ำอธิบายกับณภัทรว่าเธอเดินซุ่มซ่ามลื่นตกลงไปในสระ เอง ณภัทรเลยไม่ติดใจ แต่ปรียานุชยังคงมาซักไซ้อย่างรู้แกวนายปูเป็นถึงห้องคนไข้ พลางก็เกิดรู้สึกคุ้นหน้านายคนนี้ซะจริง แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

ooooooo

ที่ประเทศปารวัตร...เจ้าชายภูวเนศตัวปลอมแอบเอายาบางอย่างใส่ในอาหารให้ กษัตริย์วาสุเทพเสวย บ่อยครั้งเข้าพระองค์ก็มีอาการอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนแอเดินเหินแทบไม่ได้ เอาแต่นอนไร้เรี่ยวแรงจนวันนี้ทรงเข้าประชุมไม่ได้ ภูวเนศจึงนั่งเป็นประมุขในที่ประชุม โดยมีชาดุล ซาเมียร์กับคณะรัฐมนตรีอีกสามคนพร้อมหน้า รวมทั้งวรุณและราจีฟด้วย

แล้วชาดุลในฐานะนายกรัฐมนตรีก็เปิดประเด็นซึ่งเป็นหัวข้อประชุมในวันนี้ขึ้นมาว่า

"หลายท่านคงทราบแล้วว่าขณะนี้มีชาวต่างชาติติดต่อขอเข้ามาทำสัมปทานที่ เหมืองเพชรทางตอนเหนือของประเทศปารวัตร เราเห็นว่าข้อเสนอที่เขาเสนอมามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และมันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศเราอย่างมหาศาล"

วรุณชะงัก แอบปรายตามาทางราจีฟที่ยังนิ่งไม่ยอมสบตา พอเขาหันไปทางภูวเนศก็ไม่สบตาอีกเช่นกัน ทำให้เขาเริ่มร้อนใจ จนเมื่อมีรัฐมนตรีสองท่านเอ่ยขึ้นมา วรุณก็ค่อยเบาใจ

"แต่องค์เหนือหัวทรงคัดค้านการทำเหมืองของต่างชาติ"

"ใช่ คนพวกนั้นจะเข้ามาเพื่อตักตวงจากประเทศเราแล้วก็กลับไป"

"นั่นมันเป็นความคิดแบบเก่า" ชาดุลแย้งทันควัน...วรุณชะงักกึก เช่นเดียวกับรัฐมนตรีคนอื่นๆ แต่ภูวเนศกลับนิ่งเฉยไม่รู้สึกอะไร "ข้อเสนอใหม่ที่เราได้ เราจะสามารถควบคุมการทำเหมืองได้อย่างเต็มที่ และชาวต่างชาติจะไม่มีสิทธิ์มากไปกว่าเรา...ชาวปารวัตร"

"แต่องค์เหนือหัวทรงมอบอำนาจให้เจ้าชายเป็นผู้ ตัดสินใจพระทัยในเรื่องนี้ เจ้าชายทรงมีความเห็นเช่นไร"

"เราเห็นด้วยกับท่านชาดุล ตอนนี้โลกของเราเปลี่ยนไปมาก ความเห็นของเสด็จพ่อถูกต้องในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ตอนนี้ เราต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับโลกภายนอกที่กำลังเข้ามาในประเทศ เราเห็นด้วยที่จะเปิดประเทศเพื่อให้ปารวัตรเป็นที่รู้จักของคนภายนอก โดยเฉพาะนักลงทุนจากต่างชาติที่พร้อมจะเข้ามาลงทุนในประเทศของเรา ถ้าเราทำให้คนเหล่านั้นนำเงินเข้ามาในประเทศเราได้มากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงความกินดีอยู่ดีและความสุขของประชาชนจะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย... ให้ทางต่างประเทศยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการสัมปทานเหมืองเพชรมาให้เราดูโดย ด่วน เสด็จพ่อให้เราดูแลเรื่องนี้แล้ว ถ้าเราเห็นชอบ ก็พร้อมเปิดทำการได้เลย"

ยิ่งฟัง วรุณก็ยิ่งแปลกใจกับความคิดที่เปลี่ยนไปของเจ้าชายภูวเนศ...เมื่อออกจากที่ ประชุม วรุณรีบเดินตามราจีฟ ถามเขาว่าหายไปไหนมา ทำไมตนติดต่อไม่ได้เลย

"ตอนนี้เรายังตอบอะไรท่านไม่ได้ เอาไว้ถ้าเราพร้อมเมื่อไหร่เราจะรีบติดต่อไปทันที แยกย้ายกันไปก่อน เรากำลังถูกจับตามองอยู่" พูดจบราจีฟก็เดินหนีไปทันที วรุณมองซ้ายมองขวาอย่างระวัง

ที่มุมหนึ่งของตึก ชาดุลกับซาเมียร์ยืนมองมา แล้วชาดุลก็สั่งการซาเมียร์ว่า

"ติดต่อกับสหรัฐอเมริกาและจีนให้รีบส่งสัญญาฉบับสมบูรณ์มาด่วน ทางเราพร้อมเซ็นทันที"

"ครับ" ซาเมียร์รับคำแล้วผละไป...ดวงตาชาดุลยังจับจ้องไปที่วรุณ แล้วพึมพำออกมาอย่างมาดหมาย...ร้ายกาจ

"ประเทศปารวัตรจะต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น ไม่มีใครหน้าไหนมาขัดขวางเราได้"

แล้ววันเดียวกันนี้ ภูวเนศที่ประเทศไทยก็ได้รับกระดาษข้อความจากใครบางคนที่แอบเอาเข้ามาวางไว้ที่หมอนบนเตียงคนไข้

"องค์เหนือหัวยังทรงปลอดภัย รักษาตัวให้ดี รู้ที่อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง จะติดต่อมาเมื่อทุกอย่างพร้อม"

ข้อความเหล่านี้ทำให้ภูวเนศทั้งสงสัย และโล่งใจที่อย่างน้อยพ่อยังปลอดภัย...แต่ตัวเขาเองคงต้องรีบคิดอ่านว่าจะทำอย่างไรกับอนาคตต่อไป

ooooooo

ตอนที่ 3

หลังจากทำกายภาพบำบัดจนเดินได้เองโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าแล้ว ภูวเนศก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล แต่เขายังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม จำข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของครอบครัว เขาจึงยังไม่สามารถติดต่อญาติๆได้

เหตุนี้เองเมื่อเขาเอ่ยปากอยากทำงาน ขอให้หมอน้ำช่วยหางานให้ทำ...ด้วยความสงสารคุณหมอจึงพาเขาไปทำงานที่ไร่ อดิศวรของพ่อแม่ โดยมีข้อแม้ว่าเขาต้องแกล้งทำเป็นใบ้ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เพราะถ้าเขาหลุดเพ้อว่าตัวเองเป็นเจ้าชายอีก พี่ๆของเธอต้องจับส่งปารวัตรหรือไม่ก็โรงพยาบาลบ้าโดยไม่รอให้ญาติๆเขา ติดต่อมาแน่นอน

วันแรกที่ภูวเนศต้องเดินทางไปไร่อดิศวรพร้อมทิพย์ธาราหรือหมอน้ำ โดยอัคนีขับรถมารับถึงโรงพยาบาล พออัคนีรู้ว่านายรูปหล่อคนนี้พูดไม่ได้ก็ประหลาดใจ ย้ำถามน้องสาวว่าเขาพูดไม่ได้แน่นะ

"ก็ใช่น่ะสิ ไฟไม่ต้องถามอะไรเขามากหรอกน่า ถามไปเขาก็ตอบไม่ได้ แล้วเขาจะเป็นใครมาจากไหน พ่อแม่เป็นใครเขาก็ยังจำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถาม"

"เออๆ ไม่ถามก็ได้ อะไรวะ พูดก็ไม่ได้ แล้วจะทำงานได้หรือเปล่าเนี่ย"

"เขาใช้แขนขาทำงาน ไม่ได้ใช้เสียงทำงานซักหน่อย ไปได้แล้ว"

อัคนีพยักหน้ารับเซ็งๆ แล้วก็นึกได้หันมาถามอีกว่า

"เออ แล้วชื่อตัวเองจำได้มั้ย"

ภูวเนศอึกอัก ทิพย์ธาราจึงรีบตอบเสียเองว่า

"ชื่อปูเป็น"

"คนอะไรวะชื่อปูเป็น"

"ไม่ต้องสงสัยมากได้มั้ย ชื่อปูเป็นก็ปูเป็น น้ำหิวข้าวแล้ว อยากกลับบ้าน"

"โอเคคร้าบ...คุณน้องสาว ตามฉันมานายปูเป็น"

อัคนีเดินนำไป ทิพย์ธารากำลังจะก้าวตาม แต่ต้องหยุดกึกเมื่อนายปูเป็นพูดขึ้นว่า

"คุณหมอนี่ดุไม่ใช่เล่นนะเนี่ย ขนาดพี่ชายยังเกรงใจขนาดนี้"

"นี่ ถ้าไม่อยากโดนดุไปด้วยก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เป็นใบ้อยู่ อย่าลืมสิ"

ภูวเนศเชื่อฟัง แต่ยังอดอมยิ้มกับท่าทางดุๆของทิพย์ธาราไม่ได้

ooooooo

รถอัคนีแล่นมาจอดเทียบบริเวณเรือนคนงาน ภูวเนศกระโดดลงจากกระบะด้วยความย่ามใจ ทันทีที่เท้ากระทบพื้นก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาทั้งขา ร้องโอ๊ยและเซ เกือบล้ม ถ้าทิพย์ธาราเข้ามาประคองเขาไว้ไม่ทัน

"ระวัง...ขาคุณยังไม่ค่อยแข็งแรง อย่ากระโดดแบบเมื่อกี๊อีกนะ ค่อยๆเดินเดี๋ยวหมอช่วยประคองให้"

ภูวเนศพยักหน้ารับ อัคนีลงจากรถมาเห็นพอดี โพล่งขึ้นมาทันใดด้วยความหวงน้องสาว

"ปล่อยเลย น้ำไม่ต้องช่วย เดี๋ยวพี่ให้ไอ้ศักดิ์มาดูแล ไอ้ศักดิ์เว้ย...ไอ้ศักดิ์"

"ใกล้ๆแค่นี้เอง น้ำพาไปได้ ขาเขายังไม่ค่อยแข็งแรง พื้นก็ขรุขระ ขืนล้มลงไป ดีไม่ดีต้องพาเข้าโรงพยาบาลอีก...ไป ค่อยๆเดิน"

"งั้น...พี่เอง ปล่อยเลย" อัคนีเอาตัวเข้ามาแทรก ภูวเนศมองอัคนีอึ้งๆ นึกในใจว่าหมอนี่ท่าทางอาการหวงน้องสาวจะไม่ธรรมดา "ไอ้ปูเป็น ฉันจะให้เกียรติประคองแกไปเอง...

เดินสิ...ไป"

ภูวเนศผงะเล็กน้อย แต่ก็ต้องจำใจเดินไป ทันใดนั้นเองเสียงตะโกนของศักดิ์ก็ดังมาแต่ไกล...ทุกคนหันไปตามเสียง เห็นศักดิ์วิ่งไปใส่กางเกงไปด้วย แล้วมาเบรกเอี๊ยดตรงหน้าอัคนี

"ขอโทษครับคุณไฟ พอดีผมติดธุระส่วนตัวในห้องน้ำนิดหน่อย คุณไฟมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ"

"มาช่วยพยุงไอ้ปูเป็น เพื่อนใหม่ของแกไปที่ห้องพัก ฉันให้โบพาจัดห้องไว้ให้แล้ว ให้อยู่ห้องริมสุดโน่น"

อัคนีส่งแขนนายปูเป็นให้ศักดิ์รับหน้าที่ต่อ ศักดิ์ประคองพร้อมกับบ่นขำๆว่าคนอะไร ชื่อปูเป็น ปูตายไม่ได้หรือไง ตอนพ่อแม่ตั้งชื่อคิดอะไรยังไงเนี่ย?

ภูวเนศแอบปรายตามองศักดิ์แบบเคืองๆ คิดในใจไอ้หมอนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

"น้ำขึ้นบ้านไปได้แล้ว ไอ้ศักดิ์มันรู้หน้าที่ดี เดี๋ยวมันจัดการเอง"

ทิพย์ธาราทำตามคำพี่ชายซะที่ไหน เธอเดินตามนาย

ปูเป็นไปด้วยความรั้นแกมหมั่นไส้ อัคนีส่ายหน้าแล้วก็เดินตามไปด้วยความขัดเคืองใจ

ถึงห้องพัก ทิพย์ธาราเปิดประตูและเดินนำเข้ามาก่อน แล้วจาระไนว่า

"เสื้อผ้าของคุณ ฉันขอพวกพี่ๆมาให้คนละสองสามตัว แม่บ้านจัดไว้ให้ในตู้"

ภูวเนศค่อยๆหาที่เกาะ และปล่อยแขนออกจากศักดิ์ อัคนีเดินตามมาดูท่าทีอยู่ด้านหลัง

"ห้องนี้จะอยู่ติดกับเรือนใหญ่ แล้วห้องศักดิ์ก็อยู่ไม่ไกล ถ้ามีเหตุฉุกเฉิน ปวดหัว หรือมีอาการผิดปกติขึ้นมาก็รีบบอกให้คนช่วย ส่วนเรื่องงานก็เริ่มตั้งแต่เช้า เข้าไปที่ฟาร์มพร้อมกับศักดิ์"

ภูวเนศพยักหน้านิดๆรับรู้ อัคนีกอดอกฟังยังแอบเคืองๆ

"พรุ่งนี้ฉันจะมาปลุกตอนหกโมงเช้า ตื่นไหวหรือเปล่า" ศักดิ์ถามเสียงดัง ภูวเนศเผลอจะตอบ แต่เหลือบมาเห็นสายตาของทิพย์ธาราเสียก่อนก็เลยรีบหุบปาก แล้วพยักหน้าแทน

"แน่ะ พยักหน้า...ไม่ตอบ...หยิ่งนะเนี่ย"

"ไอ้ปูเป็นมันพูดไม่ได้ สมองมันไม่ค่อยดี"

ศักดิ์ถึงบางอ้อ พยักหน้ารับรู้...จากนั้นอัคนีก็รวบรัดตัดบทว่า

"แนะนำกันเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันไปได้แล้ว น้ำหิวข้าวไม่ใช่เหรอ พี่โทร.บอกให้กันยาเตรียมสำรับไว้แล้ว รีบไปกินเดี๋ยวนี้เลยไป"

ภูวเนศเห็นปฏิกิริยาของอัคนีแล้วต้องเบือนหน้าหนีด้วยความหนักใจแทนทิพย์ ธารา ครั้นสองพี่น้องเดินตามกันไปถึงหน้าเรือนใหญ่ อัคนีก็ยังไม่วายบ่นอย่างกังขาอีก

"บอกตรงๆนะ ไอ้ปูเป็นนี่หน้าตาท่าทางมันไม่ค่อย

น่าไว้ใจไงไม่รู้ แววตามันดูหยิ่งๆ จองหองๆ นี่มันรู้ตัวหรือเปล่าว่าต้องมาเป็นลูกจ้างเขาเนี่ย พี่ว่าน้ำประคบประหงมมันเกินไป ไม่ต้องไปสนใจมันขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวให้ไอ้ศักดิ์มันจัดการเอง"

"ไฟจะใช้งานนายปูเป็นในฐานะเจ้านาย น้ำจะไม่เข้า

ไปยุ่ง เพราะฉะนั้น น้ำจะสนใจเขาในฐานะหมอ ไฟก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเหมือนกัน" ทิพย์ธารายื่นคำขาดแล้วจะเดินหนี แต่พอดีโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นมา ดูเบอร์แล้วเธอรีบส่งซิกให้อัคนีเงียบๆ เพราะณภัทรโทร.มา เธอต้องการความเป็นส่วนตัว

หลังจากอยู่ฟังจนได้ข้อมูลชัดแจ้งแล้ว ค่ำนั้นอัคนีก็มาบอกปฐพีกับวายุภัคว่าหมอณภัทรจะมาเที่ยวไร่คนเดียว มันบอกน้ำว่าพ่อแม่กับน้องสาวมันเกิดไม่ว่างขึ้นมากะทันหัน แต่มันยังอยากมา เลยจะมาคนเดียว

"มันกล้ามาก บุกถ้ำเสือตามลำพัง...ดี มาคนเดียวก็ดี จะได้ทำอะไรได้เต็มที่หน่อย"

"แกคิดเหมือนฉันเลยลม เพราะถ้ามากันหลายคน แผนการที่วางไว้ก็ทำได้ลำบาก"

"แผนอะไรวะดิน อย่าบอกนะว่าแกจะยอมให้มันลวนลาม"

"ถ้าฉันจะใช้แผนนั้น ฉันให้ไอ้ลมมันทำดีกว่า"

"อ้าวเฮ้ย ทำไมมาโยนกันแบบนี้"

"แต่ฉันก็เห็นด้วยนะเว้ย เรื่องลวนลาม เรื่องลามก ไอ้ลมมันถนัด มันใช้กับผู้หญิงมาเยอะแล้ว ให้มันมาใช้กับผู้ชายมั่ง เผื่อจะคล่อง ฮ่าๆๆ"

"ไอ้ดิน...ไม่ว่าแผนแกจะเป็นอะไร แกจะใช้ให้ฉันกับไอ้ไฟทำไม่ได้นะเว้ย เพราะคราวนี้มันเป็นตาของแกที่ต้องเอาตัวเข้าแลก"

"ใช่" อัคนีรีบเออออกับวายุภัค ปฐพีถึงกับหน้าบูด ตอบเสียงรำคาญนิดๆ

"ฉันรู้หรอกน่า ไม่ต้องย้ำ รับรองว่าแผนครั้งนี้จะต้องสำเร็จ ยัยน้ำจะได้รู้ความจริงว่าไอ้หมอตี๋มันไม่ใช่ผู้ชาย และเข็ดขยาดผู้ชายไปตลอดชีวิต" ปฐพีกล่าวอย่างมั่นใจในตัวเองเต็มร้อย...

ooooooo

คืนแรกในบ้านพักคนงาน ภูวเนศอดที่จะออกไปเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงไม่ได้ แล้วก็ไปหยุดอยู่ตรงชายคาห้องทิพย์ธารา เสียมเดินผ่านมาเห็นคนในเงามืด ส่งเสียงถามว่าใคร เท่านั้นเองภูวเนศก็เผ่นแน่บ เสียมถือปืนไล่กวดจะยิง ถ้ายังไม่หยุดและไม่บอกว่าเป็นใคร?

ที่สุดภูวเนศก็ต้องหยุดวิ่ง แล้วพยายามส่งภาษามือกับเสียม...จากนั้นเสียมก็พาเขาไปที่โรงครัว โดยมีกันยา โบพา จันทูและศักดิ์ตั้งวงกินข้าวกันพร้อมหน้า

"อ๊ะ น้ำพริกแมงดากับแกงหน่อไม้เปรี้ยว กินซะ จะได้ไม่เดินไปหาลูกปืน"

ภูวเนศมองกับข้าวหน้าตาแปลกๆอย่างไม่คุ้นเคย แล้วก็เงยหน้ามองผู้คนหน้าตาแปลกๆที่รายล้อมอยู่ โบพาและจันทูมองภูวเนศตาเยิ้มอย่างหลงใหลได้ปลื้มในความหล่อ ศักดิ์ปรายตามองด้วยความหมั่นไส้ เสียมนั่งห่างออกไป ข้างๆมีปืนวางอยู่

"มันหิวข้าว ดันเดินทะเล่อทะล่าไปบ้านเจ้านาย ถามอะไรก็ไม่ตอบ ดั๊นมาวิ่งหนีอีก นี่ถ้าข้าใจร้อนกว่านี้อีกนิด เอ็งไม่มีชีวิตมานั่งกินน้ำพริกแน่ๆ"

"ก็พี่เขาเป็นใบ้พูดไม่ได้ ลุงจะให้เขาตอบยังไงล่ะ"

"จันทู...เพิ่งเจอกันวันแรก นี่แก้ตัวแทนมันแล้วเหรอ ทำแบบนี้ไม่เห็นแก่หน้าพี่เลยหรือไง"

"นี่ถ้าฉันไม่กลัวว่าพี่เขาจะกินข้าวไม่ลง จะอ้วกใส่หน้าให้ดู"

ศักดิ์สะบัดหน้าใส่จันทูอย่างงอนๆ ขณะที่โบพามองภูวเนศตาหวานฉ่ำ

"พี่เขาผิวดี๊ดีนะ ดูสิ ข๊าวขาว ไม่ต้องใช้ไวท์เทนนิ่งเลย ปากก็แดงอิ๊มอิ่ม...กล้ามก็อื้อฮือ แน๊นแน่น"

ภูวเนศฟังแล้วรู้สึกขนลุก ตั้งแต่เกิดเป็นเจ้าชายมาไม่เคยมีผู้หญิงแทะโลมในระยะประชิดขนาดนี้

"โบพาอ่ะ ชมมันต่อหน้าพี่แบบนี้ได้ยังไง พี่ไม่ยอม...พี่ไม่ยอม" ศักดิ์ดีดดิ้นราวกับเด็กๆ เลยโดนกันยาว่าให้ว่าอุบาทว์ "โห...แม่อ่ะ ทำร้ายจิตใจ นี่ลูกนะแม่ เข้าข้างกันสักนิดไม่มี หรือไง...ไอ้ปูเป็น เดี๋ยวเอ็งรีบๆกิน แล้วก็รีบๆไปนอนเลยนะ เพราะข้าเปลี่ยนใจแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะปลุกเอ็งขึ้นมาทำงานตั้งแต่ ตีห้า ถ้าปลุกไม่ตื่น ข้าจะไปฟ้องคุณไฟให้ไล่แกออก"

ศักดิ์วางอำนาจด้วยความหมั่นเขี้ยว แล้วสะบัดหน้าจะเดินกลับห้อง อารามโทสะบังตาชนเข้ากับเสาอย่างจัง ถึงกับเซไปด้วยความมึน...ทุกคนเห็นแล้วก็ส่ายหน้าด้วยความสังเวชใจ

"นี่แหละน้า...ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว" เสียงจันทูเยาะไล่หลัง ศักดิ์หันมาเก๊ก ทำเข้มกำชับปูเป็นว่าตีห้าเจอกัน... ว่าแล้วศักดิ์ก็เดินลับไป

"ไอ้ปูเป็น ไม่ต้องไปฟังมันหรอก มันก็บ้าๆบอๆของมันไปตามประสา เอ็งกินแล้วก็เอาจานไปเก็บในครัว แล้วก็อย่าเดินทะเล่อทะล่าเข้าไปในบ้านใหญ่อีก ถึงเอ็งจะเป็นคนไข้ของคุณน้ำ แต่เอ็งก็เป็นแค่คนงานในไร่ อย่าถือวิสาสะ รู้หรือเปล่า"

ภูวเนศพยักหน้ารับ ทั้งที่ในใจแอบขำ...กันยาหันมาทางโบพาและจันทูที่ยังมองภูวเนศไม่วางตา ราวกับจะกลืนกินก็ไม่ปาน

"เอ็งสองคนก็แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว ทำอะไรนึกถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงไทยหน่อย ไป...ไปนอน...ยังอีกยัง...จะไปดีๆ หรือจะให้ไอ้ศักดิ์มันมาลากไป"

"ไม่...ไม่ต้องจ้ะ ฉันไปจ้ะ ไปแล้วจ้ะ ไปก็ได้จ้ะ" สองสาวประสานเสียงพร้อมโบกมือกันจ้าละหวั่น แต่ยังไม่วายส่งสายตาอาลัยอาวรณ์นายปูเป็นทิ้งท้ายก่อนพากันออกไป

"ไปพี่ เราก็ไปนอนได้แล้ว ปูเป็น ป้าฝากเก็บจานด้วยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาล้างให้"

ภูวเนศยิ้มรับบางๆ พอกันยาและเสียมเดินลับตาไปแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาทันที

"เฮ้อ...อึดอัดแทบตาย" ว่าแล้วก็มองอาหารตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคย ลองตักมากิน แล้วก็ต้องบ้วนทิ้งด้วยความเผ็ด และกลิ่นแมงดาสุดฉุน...

ooooooo

ที่ประเทศปารวัตร ราจีฟได้รับรายงานจากคนของตนที่ให้คอยติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าชายภูวเน ศว่าตอนนี้เขาย้ายไปอยู่ที่ไร่อดิศวร ซึ่งที่นั่นปลอดภัย ไม่มีใครรู้ฐานะที่แท้จริง...ราจีฟเบาใจแต่ก็ยังกำชับคน ของตนทางประเทศไทยอีกว่า

"อย่าให้เรื่องนี้หลุดรอดออกไปเด็ดขาด แล้วก็จับตามองอย่างใกล้ชิด ถึงแม้คนพวกนั้นจะเป็นคนดี แต่เราก็ไว้ใจไม่ได้ ระหว่างนี้ถ้าเราไม่ได้ติดต่อไป ไม่ต้องติดต่อกลับมา"

สิ้นสุดการสนทนา ราจีฟปิดเครื่องแล้วดึงซิมออกมาหักทิ้งก่อนโยนลงแม่น้ำ...แล้วกล่าวอย่างมุ่งมั่นสัญญาจากใจจริงว่า

"เจ้าชาย...อีกไม่นานข้าพระบาทจะรับพระองค์กลับมาที่ปารวัตรให้จงได้"

ooooooo

หลังอาหารมื้อที่สุดแสนจะทรมาน ภูวเนศเดินหน้าแดงปากเจ่อกลับมาที่ห้องพักของตน เขากำลังถอดเสื้อผ้าออกก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น จึงเดินไปเปิดทั้งที่เปลือยท่อนบน ปรากฏว่าเป็นทิพย์ธารานั่นเอง พอเธอเห็นแผงอกล่ำๆของเขาก็ตกใจจะกรีดร้อง ยังดีที่เขาเอามือปิดปากเธอไว้ทัน แล้วลากเธอเข้ามาในห้องปิดประตูทันที

ทิพย์ธาราทำท่าจะเอะอะโวยวายแต่นึกได้จึงหรี่เสียงลง ถามดุๆว่าเขาลากเธอเข้ามาทำไม

"ก็คุณหมอจะกรี๊ด ผมกลัวว่าคนอื่นได้ยินแล้วจะคิดว่าผมทำมิดีมิร้ายกับคุณ"

"ก็เลยลากฉันเข้ามาในห้องเนี่ยนะ"

"ก็...ดีกว่าปล่อยให้คุณกรี๊ดอยู่หน้าห้อง"

"บ้าจริงๆ  แล้วตอนฉันเดินออกไป  ถ้ามีคนเห็นจะ ว่าไงฮึ"

"เอาเป็นว่า ก่อนจะออกไป ผมดูต้นทางให้ ถ้าเห็นทางสะดวก คุณหมอก็ค่อยเดินออกไป ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะถูกเนื้อต้องตัวคุณหมอจริงๆ แต่มันสุดวิสัย"

"ครั้งนี้ฉันอภัยให้ แต่คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีก"

"ครับ" ภูวเนศก้มหน้ารับแต่โดยดี ทิพย์ธารายื่นกล่องใส่อุปกรณ์เครื่องใช้ให้เขา

"เอ้านี่ ฉันลืมไปว่ายังไม่ได้เตรียมของใช้ส่วนตัวให้ ฉันก็เลยเอาแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผมมาให้ ใช้ไปก่อนแล้วกัน พอได้เงินค่าแรงจากคุณไฟแล้วก็ค่อยเอาไปซื้อของตัวเอง"

"คุณหมอเดินมามืดๆ เพื่อเอาของพวกนี้มาให้ผม"

"ใช่ ทำไม นึกว่าฉันมาเพราะอยากให้นายลากเข้าห้องหรือไง"

"ไม่ใช่...ผมไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอกครับ ผมแค่รู้สึกแปลกใจที่คุณหมอให้ความเมตตากับผมมากขนาดนี้"

ภูวเนศมองเธอด้วยความซาบซึ้งใจ ทำเอาทิพย์ธาราเขินอายนิ่งอึ้งไปเหมือนกัน ขณะต่างคนต่างมองกันนิ่ง ทันใดก็สะดุ้งขึ้นมาพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูพร้อมๆกับเสียงของ ศักดิ์ที่สั่งให้ปูเป็นเปิดประตูเดี๋ยวนี้

ทิพย์ธาราแตกตื่นถามนายปูเป็นว่าทำไงดี เขาบอกต้องหาที่ซ่อน พลางก็มองไปใต้เตียง ทิพย์ธาราปฏิเสธเสียงแข็ง แต่พอจวนตัวศักดิ์บอกจะพังประตูเข้ามา เธอก็รีบมุดเข้าใต้เตียงอย่างจำยอม

ภูวเนศรีบใส่เสื้อก่อนมาเปิดประตูให้ศักดิ์ จากนั้นเขาก็ถูกศักดิ์คาดคั้นว่าคุยกับใคร ได้ยินเสียงผู้หญิง ที่เขาบอกว่าเป็นใบ้ท่าจะโกหกเสียแล้ว ภูวเนศหน้าเสียพอๆกับทิพย์ธาราที่ใต้เตียง แล้วภูวเนศก็นึกออกเดินไปเปิดทีวี พอดีเป็นละครที่พระเอกกับนางเอกกำลังทะเลาะกัน เขาชี้มือยืนยัน แต่ศักดิ์ไม่เชื่อ แน่ใจว่าเขาซ่อนผู้หญิงไว้ในห้อง ว่าแล้วศักดิ์ก็ตะโกนเรียกโบพากับจันทู

ที่แท้ศักดิ์ก็ระแวงและหึงหวงสองสาวนี่เอง ศักดิ์ส่งเสียงเอะอะ พลางก็เดินสำรวจทั่วห้องจนมาหยุดที่เตียงจะก้มดู ทันใดนั้นเองเสียงจันทูกับโบพาดังหน้าห้อง ศักดิ์เลยถอยกลับออกมา แล้วก็ถูกสองสาวจับเหวี่ยงอย่างไม่ปรานี ก่อนจะช่วยกันลากออกไป ด่าไปด้วยความโมโห

ภูวเนศมองตามขำๆ แล้วรีบปิดประตูห้องกลับเข้ามาช่วยดึงทิพย์ธาราออกจากใต้เตียง

"นายปูเป็น นายเกือบทำฉันเสียชื่อแล้วเห็นมั้ย"

"ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆ ไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ผมขอโทษจริงๆนะ"

"สำนึกผิดก็ดีแล้ว คราวหน้าคราวหลังจะได้ระวังให้มากกว่านี้"

"ครับ...คุณหนูน้ำ"

"เรียกแบบนี้ก็ดี จะได้รู้ว่าฉันตอนอยู่ที่นี่ กับอยู่ที่โรงพยาบาลไม่เหมือนกัน นายจะได้ระวังตัวให้มากกว่านี้"

"ผมรู้ อยู่ที่นี่ผมไม่ได้เป็นคนไข้ที่คุณหมอต้องดูแล แต่ผมเป็นแค่คนงานในไร่ของคุณหนู ผมจะจำไว้ไม่ลืม" ภูวเนศพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ

"ยิ้มอะไร...รีบๆไปดูต้นทางสิ ฉันจะกลับแล้ว...ไปเร็ว"

"ขอรับ...คุณหนู"

เมื่อสำรวจซ้ายขวาเห็นว่าปลอดภัยเขาก็พยักพเยิดให้เธอออกมาได้

"ขอบคุณมากสำหรับของที่คุณหนูเอามาให้ ผมจะไม่ลืมบุญคุณ ถึงแม้คุณจะไม่คิดว่ามันเป็นบุญคุณก็ตาม"

ทิพย์ธาราอึ้งๆเขินๆกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มละมุนละไมของเขา รีบจ้ำกลับบ้านทันที

ooooooo

ตอนที่ 4

เช้าวันรุ่งขึ้น ณภัทรไปรับปรียานุชแล้วมุ่งหน้า มาที่ไร่อดิศวรตามที่นัดหมายกับทิพย์ธาราไว้ ภูวเนศกำลังทำงานตามคำสั่งของศักดิ์ พอมองไปเห็นณภัทรก็แปลกใจว่ามาทำไม จนเมื่อกันยาเดินมาบอกศักดิ์ให้ ล้างมือแล้วไปช่วยยกผลไม้ไปให้คุณน้ำที่บ้านใหญ่ แล้วศักดิ์ก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างรู้ทันว่าหมอณภัทรจะมาจีบคุณน้ำ ภูวเนศรู้สึกไม่ค่อยชอบใจขึ้นมาตงิดๆ

ฝ่ายสามหนุ่มพี่ชายฝาแฝดของทิพย์ธาราก็จะเริ่มแผนปฏิบัติการกีดกันขัดขวาง หมอเกย์ตามที่วางกันไว้อย่างดิบดี โดยปฐพีเป็นคนมารับหน้าณภัทรที่ทิพย์ธาราพามาแนะนำกับพ่อแม่ ณภัทรเรียกมนตรีกับสุพรรษาว่าพ่อแม่ตามทิพย์ธารา แต่ปฐพีค้านว่าควรเรียกอาหรือน้าจะดีกว่า ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย จะมาเรียกพ่อเรียกแม่ง่ายๆได้ยังไง

ณภัทรถูกเบรกจนชะงักกึก ทิพย์ธาราแอบเซ็ง ขณะที่ปรียานุชอมยิ้มอย่างรู้ทันว่าอาการหวงน้องสาวกำเริบอีกแล้ว

"เรียกแม่ดีแล้วจ้ะ เพื่อนของน้ำบางคนก็เรียกพ่อกับแม่ อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาแถวนี้เลย" สุพรรษาตัดบท พร้อมปรายตาดุๆใส่ปฐพี

"เอ้อ...แล้ววันนี้น้ำจะพาพี่เขาไปเที่ยวที่ไหนบ้างล่ะ" มนตรีเอ่ยถาม ทิพย์ธาราอ้าปากจะตอบ แต่ไม่ทันปฐพีที่แทรกขึ้นมาว่า

"เราสามคนจะพาไปน้ำตกผาชะโงกครับ"

"เราสามคน?" ทิพย์ธาราหันขวับมาจ้องหน้าปฐพี

"ใช่...ลมกับไฟเตรียมรถรออยู่ที่หน้าบ้านแล้ว หวังว่า คุณหมอคงจะให้เกียรติพวกเราสามคนทำหน้าที่ไกด์พาเที่ยวในวันนี้นะครับ"

"ได้สิครับ...ด้วยความยินดี"

ทิพย์ธาราจะท้วงณภัทร แต่ปฐพีไม่เปิดโอกาส รีบถามสองสาวว่าจะไปด้วยกันหรือเปล่า

"ไม่...และน้ำก็ไม่ให้พี่ณัฐไปด้วย"

"คุณหมอครับ เราไปกันเถอะครับ ถ้าสาวๆเขาเปลี่ยนใจ เดี๋ยวเขาก็ตามไปเอง เชิญครับ"

ปฐพีตัดบทเดินนำไปอย่างไม่สนอาการฉุนๆของน้องสาว ณภัทรอึกๆอักๆทำตัวไม่ถูก เกรงใจทั้งปฐพีและทิพย์ธารา สุพรรษาเข้าใจดีจึงพยักหน้าให้ทิพย์ธาราไปกับพี่ๆ แล้วก็ให้ปรียานุชไปเป็นหูเป็นตาแทนทิพย์ธาราด้วย ปรียานุชเลยพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่อยากจะไป

พอทุกคนคล้อยหลังกันไปหมดแล้ว มนตรีก็เปรยกับสุพรรษาอย่างหวั่นๆใจว่า

"ไอ้สามแฝดมันคิดจะทำอะไรของมัน"

แน่นอน! สามแฝดเตรียมแผนการเอาไว้แล้ว ด้วยการทรมานณภัทรให้ขี่รถเอทีวีบุกป่าฝ่าดงไปกับพวกเขา ส่วนทิพย์ธาราก็ลากปรียานุชไปด้วยเพราะห่วงณภัทร ทิพย์ธารากับพี่ๆไม่มีปัญหาอยู่แล้วเพราะคุ้นชินกับการผจญภัยแบบนี้มา ตั้งแต่วัยรุ่น แต่สำหรับปรียานุชกับณภัทรนั้นแรกๆก็ยังไหว แต่พอเจอทางขรุขระมากเข้าก็แย่ ปรียานุชถึงกับต้องสละรถที่ตัวเองขับแล้วมานั่งกับทิพย์ธารา ส่วนณภัทรก็หลุดขบวนหายไปตอนไหนไม่มีใครรู้

ด้านที่ไร่ โบพากับจันทูจัดเตรียมอาหารไว้สำหรับคุณๆ เสร็จแล้ว แต่หาตัวศักดิ์ไม่เจอ ภูวเนศจึงอาสาขับรถให้สองสาว พอไปถึงน้ำตกซึ่งเป็นจุดนัดหมายได้สักพัก สามแฝดก็แล่นรถเอทีวีเข้ามาหน้าตาเบิกบานมากๆ ปฐพีกับวายุภัคเพิ่งเคยเจอภูวเนศเป็นครั้งแรก จึงซักเป็นการใหญ่ว่าหมอนี่เป็นใคร โบพากับจันทูแย่งกันแนะนำว่านายปูเป็นเป็นแฟนของเธอ จนเกือบจะทะเลาะกันเอง ถ้าอัคนีไม่เข้ามาดุเสียก่อน

"แล้วแกเป็นใคร ทำไมไม่พูดวะ" วายุภัคเริ่มฉุน

"มันเป็นใบ้ พูดไม่ได้ มันชื่อไอ้ปูเป็น คนงานคนใหม่ ของที่ไร่  เคยเป็นคนไข้ของยัยน้ำ  มาผ่าตัดสมอง  แล้วก็จำอะไรไม่ได้ ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครมาติดต่อ ก็เลยมาฝากให้ทำงานไปก่อน ไอ้ปูเป็น นี่คุณดินกับคุณลม พี่ชายคุณหมอน้ำ"

ภูวเนศน้อมศีรษะน้อยๆเป็นการทักทาย วายุภัคไม่พอใจหาว่ามันยโส แค่พยักหน้า ไม่ยอมยกมือไหว้ ภูวเนศชะงักนิดๆ ก่อนยกมือไหว้อย่างขัดๆเขินๆ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยต้องไหว้สามัญชนคนธรรมดา...อัคนีกระซิบวายุภัค กับปฐพีว่า

"ฉันว่ามันเพี้ยนๆ ยัยน้ำบอกว่าหลังจากผ่าสมองมามันก็ยังไม่ค่อยหายดี เราอย่าไปสนใจมันเลย สนใจไอ้หมอตี๋ดีกว่า...ไม่รู้ว่าตอนนี้มันจะเป็นยังไงบ้าง ตกเขาตายไปหรือยังก็ไม่รู้"

"แต่ยัยน้ำก็ยังไม่มานะเว้ย หรือว่ายัยน้ำจะอยู่กับไอ้หมอตี๋" ปฐพีเสียงดังจนภูวเนศได้ยิน ถึงกับชะงักไปกับพวกเขาด้วย...

แล้วอีกครู่ต่อมา ทิพย์ธารากับปรียานุชก็มาถึง พอไม่เห็นณภัทรก็เลยเป็นเรื่อง ทิพย์ธาราไม่ยอมนั่งรอเฉยๆ จะไปตามณภัทรด้วยตัวเอง สามหนุ่มเลยจำใจต้องออกไปเอง โดยทิพย์ธารายื่นคำขาดว่า ถ้าทั้งสามคนหาณภัทรไม่เจอ ก็ไม่ต้องกลับมาให้เธอเห็นหน้า

ภูวเนศเห็นทิพย์ธาราขึงขังร้อนใจผิดปกติขนาดนี้ก็อึ้งๆไปเหมือนกัน พอสามแฝดออกไปแล้ว ทิพย์ธาราเพิ่งจะสังเกตว่านายปูเป็นก็มากับเขาด้วย

"นายปูเป็น...มาที่นี่ได้ยังไง แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ถ้าคุณเป็นห่วงแฟนมากจนมองไม่เห็นว่าผมยืนอยู่ที่น้ำตกตั้งแต่เมื่อกี๊ จะให้ผมออกไปช่วยตามหาอีกคนก็ได้นะ ผมยินดี"

"พี่ณัฐยังไม่ใช่แฟนฉัน"

"ยัง...แสดงว่ามีโอกาสจะเป็นในอนาคต"

"ก็คงใช่"

"แล้ว...มีโอกาสกี่เปอร์เซ็นต์"

"ฉันไม่มีความจำเป็นจะต้องตอบ"

"มันก็ไม่จำเป็น แต่ถ้าตอบได้...ก็ดี"

ทิพย์ธาราชักสีหน้าจะด่ากลับ แต่ปรียานุชวิ่งเข้ามาแทรก ชวนเธอไปกินบาร์บีคิวอร่อยๆที่โบพากับจันทูปิ้งย่างอยู่ทางโน้น

"อ้าว นายปูเป็น มากับเขาด้วยเหรอเนี่ย เป็นไงบ้าง ทำงานสนุกหรือเปล่า" ปรียานุชทักถาม

ภูวเนศอึกๆอักๆไม่กล้าพูด จนทิพย์ธาราต้องบอกปรียานุชว่า

"ฉันบอกกับทุกคนในไร่ว่านายปูเป็นพูดไม่ได้"

"เออ ก็ดีนะ พวกพี่ๆแกจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวาย เป็นใบ้ ไปเลย ตัดปัญหา ไม่งั้นเธอซวยแน่ๆ ไปน้ำ ไปกินกัน กำลัง ร้อนๆเลยไป"

"เธอไม่ต้องมาสนใจเรื่องของฉัน เรื่องที่เธอจะต้องสนใจในตอนนี้ก็คือโน่น" ทิพย์ธาราย้ำพร้อมกับชี้มือไปที่เตาบาร์บีคิว แล้วก็ผละไปพร้อมปรียานุช

ภูวเนศต้องกลายเป็นคนย่างบาร์บีคิวไปโดยปริยายในฐานะคนงานของไร่ ปรียานุชเห็นท่าทางคล่องแคล่วบวกกับความหล่อรูปร่างดีมากๆของเขาก็อดชื่นชม ไม่ได้ว่า

"นายปูเป็นนี่ก็เท่เหมือนกันนะเนี่ย ดูๆไปทั้งรูปร่างหน้าตาดูเป็นคนมีชาติตระกูลใช้ได้เลย ถึงว่าตอนฟื้นขึ้นมาเลยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชายภูวเนศ"

ทิพย์ธาราปรายตามองไป เป็นจังหวะที่ภูวเนศหันมาพอดี ทิพย์ธาราเห็นรอยยิ้มนิดๆของเขาที่มองมา  รู้สึกเขินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  เลยเฉไฉด้วยการหยิบน้ำมาดื่มแล้วชวนปรียานุชคุย

"ฉันก็อยากให้ความจำเขากลับมาสักที จำได้ว่าตัวเอง เป็นใคร จะได้กลับบ้านกลับช่อง ป่านนี้คนที่บ้านคงจะเป็นห่วงแย่ บางทีอาจจะมีลูกมีเมียรออยู่ก็ได้"

"ทำไมแกคิดว่านายปูมันจะมีเมียแล้ววะ"

"อ้าว...ก็เธอบอกเองว่ารูปร่างหน้าตาดี แล้วแบบนี้จะไม่มีเมียไม่มีลูกได้ยังไง"

"มันก็ไม่แน่หรอกย่ะ ดูอย่างเจ้าชายภูวเนศของฉันยังคงพระโสดอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งรูปร่างหน้าตาสุดแสนจะเพอร์เฟกต์ ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ครอบครองสักคน"

"บางที...เจ้าชายของเธออาจจะเป็นเกย์ก็ได้"

ปรียานุชยังไม่ทันตอบ ภูวเนศที่ถือจานบาร์บีคิวยืนอยู่ข้างหลังแทบจะสำลักออกมา

"นายปูเป็น...นายมาแอบฟังฉันคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่"

ภูวเนศหันไปทางโบพากับจันทูที่กำลังสนุกสนานกับการปิ้งไม่ได้สนใจมองมา เขาจึงโน้มตัวลงและพูดกึ่งกระซิบทิพย์ธาราว่า

"ผมไม่ได้แอบฟัง ผมแค่เอาอาหารมาให้"

ทิพย์ธารารับจานอาหารแล้วไล่เขาออกไป แต่เขายังรีรอและลังเลเพราะอยากจะอธิบายเรื่องเจ้าชายไม่ได้เป็นเกย์ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูด ถอยออกไปอย่างขัดเคืองใจไม่น้อย

ooooooo

ด้านสามแฝดที่ออกไปตามหาณภัทร กว่าจะเจอก็เล่นเอาอ่อนใจ...ณภัทรรถติดหล่มทั้งหิวทั้งเหนื่อยอาการป้อแป้ แทบเดินไม่ไหว ต้องมีใครสักคนให้เขาซ้อนท้ายกลับไปด้วย แล้วหวยก็มาออกที่ปฐพีอย่างเลี่ยงไม่ได้

ปฐพีเป็นโรคแพ้กะเทยแพ้เกย์อย่างรุนแรง ถูกเนื้อต้องตัวกันถึงกับลมพิษขึ้นมาแล้ว จากประสบการณ์ตอนเรียนอยู่เมืองนอกแล้วมีรุ่นพี่เป็นกะเทยชื่อสาโรจน์มา ลวนลาม ปฐพียังจำวันนั้นได้ไม่เคยลืม คราวนี้มาแนบชิดกับณภัทรที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นเกย์ อาการเดิมๆเลยกำเริบขึ้นมาอีก

ทันทีที่พากันกลับมาถึงน้ำตก ปฐพีก็วิ่งอ้าวไปโดดน้ำล้างเนื้อล้างตัวเป็นการใหญ่ ส่วนทิพย์ธารารีบดูแลณภัทรด้วยความเป็นห่วง อัคนีกับวายุภัคตามไปดูปฐพี ตะโกนถามอย่างขำๆ

"เป็นไงวะไอ้ดิน ระหว่างทางโดนลวนลามเปล่าวะ"

"นั่งมาท่านี้...เสียวหลังบ้างเปล่าวะ"

ว่าแล้วสองคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ปฐพีแค้น ชี้หน้าด่ากลับ

"หยุดเลยนะ พวกแกหยุดพูดเลย ฉันลมพิษขึ้นคันแทบตาย ยังมีหน้ามาซ้ำเติมกันอีก"

"นี่...อย่าบอกนะว่าอาการแพ้ตุ๊ดของแกกำเริบ ตอนที่ไอ้หมอนั่นมันเข้าข้างหลัง เอ๊ย นั่งซ้อนแกมาเมื่อกี๊"

"เออดิ หน้าไอ้พี่สาโรจน์ลอยเด้งมาเลย ฉันแทบจะหัวใจวายตาย เฮ้อ ทำไมซวยอย่างนี้วะ"

"เฮ้ย มันตั้งหลายปีแล้ว แกยังไม่ลืมเหรอวะ"

"ลืมลงที่ไหน นี่แกสองคนไม่ต้องมาพูดมาก รีบไปดู ยัยน้ำกับไอ้หมอตี๋ว่ามันเป็นไงบ้าง"

สองหนุ่มชะงัก มองหน้ากันเหมือนเพิ่งนึกได้...

ณภัทรนั่งพักอยู่ริมน้ำ ทิพย์ธาราเอายาดมจากปรียานุชมาจ่อจมูกเขา  โดยมีจันทู  โบพา  และภูวเนศยืนดูสถานการณ์ ห่างออกไป

"พี่ณัฐเป็นยังไงบ้างคะ"

"ดีขึ้นแล้วครับ  พี่ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนต้องลำบาก  เออ  แล้วคุณดินหายไปไหนแล้วครับ  พี่ยังไม่ได้ขอบคุณเลย"

"ไอ้ดินมันเป็นลมพิษ ผื่นขึ้นคันไปทั้งตัว เลยกระโดดลงน้ำไปทางโน้น" อัคนีเยี่ยมหน้าเข้ามาพร้อมวายุภัค

"อ้าว คุณดินแพ้อะไรเหรอครับ" ณภัทรถามซื่อๆ

"มันแพ้แมงตุ๊ดจี่ เอ๊ย กุ๊ดจี่ ที่มันติดมาท้ายรถน่ะ" พูดจบวายุภัคก็หันมาขำคิกคักกับอัคนี ทันใดนั้นเองปฐพีเดินตรงดิ่งเข้ามาหน้าตาโกรธๆ

"เงียบไปเลยไอ้ลม..."

"ดินแพ้แมงกุ๊ดจี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้เลย" ทิพย์ธาราข้องใจ

"ก็...แพ้มานานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้เจอ พอเจอมันก็เลยลมพิษขึ้น"

"นี่...พี่ว่าน้ำไม่ต้องไปสนใจเรื่องผื่นของดินหรอก กินข้าวดีกว่า หิวจะตายอยู่แล้ว"

"ใครจะกินก็กิน แต่น้ำจะกลับบ้าน" น้ำเสียงเฉียบขาดของทิพย์ธาราเล่นเอาสามหนุ่มถึงกับประสานเสียงกันว่า

"กลับบ้าน?"

"ใช่ และน้ำก็ไม่ให้พี่ณัฐขับรถกลับแบบเมื่อกี๊อีกแล้ว"

"เราก็ไม่ได้จะขับรถกลับสักหน่อย แต่เราจะล่องแก่งไปตามน้ำตก พี่เตรียมเรือไว้แล้ว"

"ไม่ได้! ล่องแก่งจากที่นี่กลับบ้านจะบ้าหรือเปล่า น้ำตกเกาะแก่งเยอะจะตาย ดินจะล่องกลับก็เชิญไปคนเดียว แต่น้ำไม่ไป และน้ำก็ไม่ให้พี่ณัฐกับแป๋มไปด้วย"

"โธ่...น้ำ แค่ล่องแก่ง อย่าคิดมากเลยน่ะ หนุกๆ ขำๆ"

"ไม่ขำ และถ้าอยากสนุกก็เชิญสนุกกันไปสามคน แต่น้ำจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ และตอนนี้...ด้วยรถจี๊ปคันนี้ นายปูเป็นขับรถไปส่งฉัน คุณแป๋ม และคุณณัฐที่บ้าน ส่วนโบพากับจันทูรออยู่ที่นี่ ฉันจะให้ศักดิ์มารับ คนอื่นที่เหลืออยากจะกลับยังไงก็ตามใจ"

สามแฝดเซ็งแต่ไม่กล้าหือ แต่พอเห็นน้องสาวจับมือถือแขนณภัทรก็อดรนทนไม่ไหว สั่งเป็นเสียงเดียวกันให้เธอปล่อยมือเขาเดี๋ยวนี้ แต่ทิพย์ธาราไม่ยอมปล่อย แถมควงณภัทรไปขึ้นรถ และเร่งนายปูเป็นให้ทำหน้าที่ขับรถเดี๋ยวนี้

เป็นอันว่าเรื่องล่องแก่งต้องยกเลิก สร้างความฮึดฮัดขัดใจให้กับสามหนุ่มเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอัคนีที่เป็นคนต้นคิด แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังมีแผนสำรองในคืนนี้ ซึ่งต้องทำให้เนียนที่สุด และคราวนี้ก็ไม่ใช่การแกล้ง แต่จะชี้ทางสว่างให้ณภัทรเห็นสัจธรรม ให้เขารู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง และจริงๆแล้วเขาชอบอะไรกันแน่

ด้านภูวเนศหรือนายปูเป็น กลับไปถึงห้องพัก เขาพบซองจดหมายใส่เงินปึกใหญ่กับกระดาษโน้ตข้อความที่แนบมาว่า "สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม ระวังตัวให้มาก อย่าติดต่อกลับมา จะรีบส่งข่าวทันทีที่ปลอดภัย"

ภูวเนศอ่านแล้วเครียด กัดกรามแน่น รีบเก็บซองเงินไว้ในที่ลับตา ก่อนจะออกไปสังเกตการณ์ด้านนอกซึ่งกำลังมีการจัดเตรียมงานเลี้ยงในค่ำนี้ เขามองหาคนที่พอจะมีลักษณะเป็นคนของปารวัตร แต่หาจนทั่วก็ไร้วี่แวว ไม่มีใครน่าจะเข้าข่ายสักคน มีเพียงคนงานหน้าตาไทยๆทั้งนั้น

สุพรรษากับมนตรีกำลังดูแลการเตรียมงานอยู่เหลือบไปเห็นชายแปลกหน้า จึงเรียกกันยากับเสียมมาถามว่าเขาเป็นใคร เป็นพวกคณะโชว์หรือเปล่า กันยาบอกไม่ใช่ เขาชื่อนายปูเป็น เป็นคนงานใหม่ของที่ฟาร์ม

"คนงาน? แล้วมันเป็นคนที่ไหน ลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมหน้าตาผิวพรรณมันดีผิดจากคนแถวนี้วะ" มนตรีแปลกใจ เสียมจึงบอกว่าไม่มีใครรู้เลย ตัวมันเองก็ไม่รู้ มนตรีกับสุพรรษาฟังแล้วงง กันยาเลยต้องขยายความว่า

"คือ...มันความจำเสื่อม แล้วก็เป็นใบ้ด้วยค่ะ อ้อ แล้วมันก็เป็นคนไข้ผ่าสมองของคุณน้ำน่ะค่ะ คุณน้ำเป็นคนพามาฝากไว้กับคุณไฟเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง"

"คนไข้ยัยน้ำ หรือจะเป็นคนที่เพ้อว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย" สุพรรษาเปรยขึ้นมา ทำเอามนตรี กันยาและเสียมหูผึ่ง ตาพอง...

ขณะเดียวกันนั้น ปรียานุชกำลังปลาบปลื้มชื่นชมเจ้าชายภูวเนศอยู่ในห้องนอนทิพย์ธารา หลังเปิดคอมพิวเตอร์ เช็กข่าวของเจ้าชายที่กลับไปถึงปารวัตรแล้ว

"เจ้าชายหล่อเหลือเกิน ขนาดไม่ได้อยู่ประเทศไทยก็ยังหล่อ"

ทิพย์ธาราโผล่ออกมาจากห้องน้ำ เห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนก็ส่ายหน้าอย่างระอา

"เฮ้ยแก จะว่าไปนายปูเป็นก็หน้าคล้ายๆเจ้าชายเหมือนกันนะเว้ย แต่นายปูเป็นจะดูโทรมๆกว่า แล้วรูปร่างก็บึกบึนกว่า สรุปง่ายๆคือเจ้าชายดูดีมีสกุลมากกว่านั่นเอง แต่มันก็ไม่แน่ ถ้าจับนายปูเป็นมาโกนหนวด โกนเครา ตัดผมตัดเผ้าให้มันเข้าที่ ใส่เสื้อผ้าที่มันดูดีมีราคาหน่อย มันก็อาจจะดูมีชาติตระกูลขึ้นมาก็ได้นะแก"

"ว่างมากนักหรือไง ถึงได้มานั่งคิดแปลงโฉมคนอื่น นายปูเป็นจะเหมือนเจ้าชายมากแค่ไหน เขาก็ไม่ใช่อยู่ดี รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว งานจะเริ่มแล้วนะ เร็วๆเข้า"

"เดี๋ยวก่อนสิ ฉันกำลังอ่านข่าวเสด็จพ่อของเจ้าชายอยู่ ข่าวใหญ่ด้วยนะแก"

"ข่าวอะไร" ทิพย์ธาราขยับเข้ามาใกล้เพื่อนรักด้วยความสนใจ

ooooooo

ใกล้ค่ำ การเตรียมงานลุล่วงไปด้วยดี ณภัทรอาบน้ำ แต่งตัวแล้วค่อยสดชื่นขึ้น พอออกมาสมทบกับครอบครัวทิพย์ธารา ณภัทรตะลึงในความน่ารักของทิพย์ธาราที่อยู่ในชุดลำลองสวยเก๋ ถึงกับเอ่ยปากชมต่อหน้าพ่อแม่ ของเธอว่า

"เพิ่งเคยเห็นน้องน้ำแต่งตัวแบบนี้ น่ารัก แปลกตาดีเหมือนกันนะครับ"

ทุกคนอมยิ้ม โดยเฉพาะทิพย์ธารามีท่าทีเขินๆ แต่ ทันใดนั้นสามแฝดก็ดาหน้าเข้ามาประกบณภัทรชนิดถึงเนื้อถึงตัว

"เก็บคำชมไว้ชมคนอื่นบ้างก็ได้นะครับคุณหมอ" อัคนีกล่าวยิ้มๆมีเลศนัย...วายุภัครับลูกต่อทันที

"ใช่ เพราะคืนนี้เราเตรียมของสวยๆงามๆ น่ารักๆไว้ให้คุณหมออีกเพียบ รับรองว่าได้ชมกันทั้งคืนแน่"

"เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมว่าเราเริ่มงานกันเลยดีกว่า" ปฐพีปิดท้าย แล้วดีดนิ้วให้สัญญาณเริ่มงานทันที

ooooooo

เรื่องย่อละคร ธาราหิมาลัย

เรื่องย่อ...เจ้าชายภูวเนศ (อธิชาติ ชุมนานนท์) องค์รัชทายาทผู้เพียบพร้อมแห่ง ประเทศปารวัตร เสด็จมาประเทศไทย ในฐานะตัวแทนของ วาสุเทพ (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พระบิดาผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ระหว่างภูวเนศปฏิบัติภารกิจในประเทศไทย เขาได้ถูกลอบสังหารโดย ซาเมียร์ (ประกาศิต โบสุวรรณ) ผู้บังคับบัญชาการตำรวจสมุนมือขวาของ ชาดุล (นพพล โกมารชุล) นายกรัฐมนตรีผู้กระหายอำนาจและต้องการจะเป็นใหญ่แทนวาสุเทพ ปฏิบัติการครั้งนี้มี ราจีฟ (มาวิน ทวีผล) ราชองค์รักษ์และสหายคนสนิทของเจ้าชายเป็นคนลงมือ ราจีฟถูกบังคับให้ร่วมกระบวนการแต่ด้วยความชาญฉลาดเขาจึงผันวิกฤติให้เป็นโอกาส ราจีฟเลือกที่จะยิง ภูวเนศในตำแหน่งที่ไม่อันตรายมากและผลักศพโยนทิ้งทิพย์ธารา หลังจากนั้นจึงแอบช่วยชีวิตไว้ และพาส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอปากช่อง

ทิพย์ธารา (คิมเบอร์ลี แอน โวลเทมัส) หรือ หมอน้ำ เป็นแพทย์ประจำอยู่ในศูนย์ระบบประสาทและสมองของโรงพยาบาลปากช่อง ทิพย์ธาราเป็นแพทย์เจ้าของไข้ภูวเนศ ทิพย์ธาราหนึ่งในแฝด 4 สุดมหัศจรรย์แห่งไร่ “อดิศวร” เธอมีพี่ชายฝาแฝดอีก 3 คน คือ ปฐพี (ปริญ สุภารัตน์) หรือ ดิน นักวางแผนสุดหล่อจุดอ่อนของเขาคือเป็นโรคแพ้กระเทย ตามด้วย วายุภัค (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) หรือ ลม หนุ่มหล่อเจ้าสำราญ และคนสุดท้ายคือ อัคนี หรือ ไฟ หนุ่มหล่อเป็นคนใจร้อนที่สุดในบ้าน 3 หนุ่มสุดหล่อกับอีก 1 สาวสวย เป็นผลผลิตจากการทำกิ๊ฟที่ทันสมัยจนได้ของขวัญเกินล้ำค่าของ มนตรี (สันติสุข พรหมศิริ) และ สุพรรษา (จินตหรา สุขพัฒน์) สองสามีภรรยาเจ้าของกิจการฟาร์มโคนม ไร่ไวน์ และรีสอร์ท สุดเก๋ของปากช่อง

ภายนอกทิพย์ธาราดูเป็นหญิงสาวที่โชคดีที่มีชายทั้ง 3 คอยเป็นบอดี้การ์ดไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ จนเธอเองเกิดอาการเซ็งและฝันอยากมีความรักสักครั้งในที่สุด ทิพย์ธาราแอบสานสัมพันธ์กับ ณภัทร หรือ ณัฐ (สรวิชญ์ สุบุญ) หมอหนุ่มรุ่นพี่สุดสำอาง ความสัมพันธ์ครั้งนี้มี ปรียานุช (มณีรัตน์ คำอ้วน)หรือ แป๋ม พยาบาลเพื่อนซี้คอยเป็นกองเชียร์อยู่ พี่ชายทั้ง 3 รีบมาดูเป้าหมายทันทีและฟันธงตรงกันว่าเขาเป็นเกย์ จึงพยายามเกลี้ยกล่อมทิพย์ธาราเลิกยุ่งกับณัฐเพราะความผิดเพศแต่เธอไม่เชื่อ ทั้ง 3 หนุ่มจึงต้องหาทางพิสูจน์ความแต๋วของณัฐ ความอลหม่านในการปฏิบัติการ “เผยต่อมแต๋ว” ก็เกิดขึ้น สร้างความปวดกระหม่อมให้ทิพย์ธาราเป็นอย่างมาก

บ่อยครั้งที่เธอต้องแอบหลบพี่ ๆ มาอยู่ในห้องพักพิเศษของภูวเนศ จนกระทั่งภูวเนศฟื้นได้สติเขาเริ่มมีอาการเพ้อและอ้างว่าเป็นเจ้าชายเมืองปารวัตร อาการเพ้อของเขาเป็นที่ขบขันของคนในโรงพยาบาล ทำให้ทิพย์ธารา รู้สึกสงสารให้เขาค่อย ๆ ตั้งสติยอมรับความจริงให้ได้ เธออดไม่ได้ที่จะพูดแรง ๆ ออกไปบ้างในบางครั้ง แต่มันก็ได้ผล ทุกครั้งที่ภูวเนศไม่ยอมกินยาโวยวายจนพยาบาลหนีกระเจิง ทิพย์ธาราต้องมากำหลาบและบังคับ ตั้งแต่เกิดภูวเนศไม่เคยยอมใคร แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องยอมผู้หญิงต่างชาติคนนี้

ระหว่างที่ทิพย์ธาราดูแลภูวเนศ เธอก็พัฒนากับณัฐอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ ปฐพี อัคนี และวายุภัค ไม่ได้รู้เลยว่ายิ่งพวกเขากีดกัน ณัฐ เท่าไหร่ ความสัมพันธ์ระหว่างทิพย์ธาราและภูวเนศก็ยิ่งทวีความแนบแน่นมากขึ้นเท่านั้น ทิพย์ธาราดูแลภูวเนศอย่างใกล้ชิด ทั้งสองค่อย ๆ พัฒนาความสนิทสนม และความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

อาการภูวเนศดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานภูวเนศก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลทั้งที่เขายังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาจึงไม่สามารถติดต่อญาติ ๆ ได้ ภูวเนศจึงขอทิพย์ธาราเข้าไปทำงานที่ไร่อดิศวร โดยอ้างว่าจำอะไรไม่ได้ ด้วยความสงสารทิพย์ธารา จึงขอพี่ ๆ รับให้เป็นคนงานในไร่ โดยมีข้อแม้ว่าเขาต้องแกล้งเป็นใบ้ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น

ภูวเนศใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวและพยายามหาช่องทางให้อยู่ใกล้ทิพย์ธาราให้มากที่สุด จากความสนิทสนมทำให้ทิพย์ธาราเริ่มหวั่นไหวเวลาอยู่ใกล้ภูวเนศ เธอต้องห้ามใจต่างทางฐานะ ภูวเนศยืนยันความเป็นเจ้าชายด้วยการโกนเคราที่อำพรางตัวเอง และพูดในสิ่งที่ยืนยันความเป็นตัวตนของเขา ทิพย์ธารายืนยันจากอาการทางสมองที่เป็นปกติและใบหน้าที่เหมือนเจ้าชายราวกับคน ๆ เดียวกันทำให้เธอรู้ทันทีว่านายปูเป็นคือเจ้าชายแห่งปารวัตรจริง ๆ ในขณะที่ทิพย์ธารากำลังช็อคกับฐานะที่แท้จริงของภูวเนศ ณัฐก็เริ่มไม่แน่ใจในความเป็นชายเขาสารภาพกับทิพย์ธารา และขอไปปรึกษาจิตแพทย์สร้างความสะใจให้พี่ ๆ ทั้งสามของทิพย์ธาราเป็นอย่างมาก

ราจีฟและวรุณ เริ่มติดต่อกับภูวเนศผ่านทางอินเทอร์เนต ทำให้เข้าต้องมาขอใช้คอมพิวเตอร์ที่ห้องของทิพย์ธารา มีหลายครั้งที่เกือบโดนพี่ ๆ ทั้งสามจับได้ และหลายครั้งที่เธอเกือบใจอ่อนกับความเจ้าเสน่ห์ของภูวเนศ เธอรู้สึกสับสนมากกับความรู้สึกของตัวเอง ภูวเนศและทิพย์ธารามีเหตุให้ไปทำคลอดให้ชาวบ้านกระเหรี่ยงบนดอย ตอนกลับฝนตกหนักจนถนนเข้าหมู่บ้านขาด ทั้งสองจึงต้องค้างที่หมู่บ้านและในคืนนั้นความรู้สึกของทั้งสองคนสุกงอมได้ที่บวกกับบรรยากาศที่เป็นใจ แถมภูวเนศก็เมาจนได้ที่ ทิพย์ธาราจึงตกเป็นของภูวเนศในคืนนั้น

พี่ ๆ ทั้งสามรู้ว่าน้องสาวสุดที่รักติดอยู่บนดอยก็แห่กันมาที่หมู่บ้านและไม่พอใจที่น้องสาวอยู่กับคนงานในไร่สองต่อสอง ทิพย์ธารายืนยันว่าไม่มีอะไร มีเพียงวายุภัคเท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติ แต่เขาตัดสินใจไม่บอกคนอื่น

ที่ปารวัตรข่าวการรอดชีวิตของเจ้าชายภูวเนศล่วงรู้มาถึงหูของ ชาดุล และซาเมียร์ จึงรีบส่งคนมาตามหาที่โรงพยาบาลทันที ราจีฟและวรุณรีบส่งข่าวให้ภูวเนศหนี ทิพย์ธารารีบมาปรึกษากับวายุภัคขอพา ภูวเนศไปหลบที่ไร่ไวน์ และทิพย์ธาราต้องยอมสารภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันฝนตกที่หมู่บ้านบนดอย และบอกฐานะของภูวเนศ วายุภัคยอมช่วยแต่ก่อนช่วยวายุภัครตรงเข้าไปซัดหน้าภูวเนศเต็ม ๆ หมัดหนึ่งทีก่อน โษฐานที่รังแกน้องสาวสุดที่รัก และวายุภัคก็พาไปหลบซ่อนตัวที่ไร่ไวน์ และโกหกคนอื่นว่าเขาลาออกไปแล้ว ชาดุลส่งคนมาตามหาภูวเนศถึงไร่อดิศวรโดยอ้างว่าเป็นญาติทำให้ราจีฟและวรุณส่งข่าวให้ภูวเนศหนีกลับประเทศโดยเร็ว

ทิพย์ธาราของไปกับภูวเนศ โดยมีวายุภัคคอยช่วยเหลือ และปิดเป็นความลับว่า น้องสาวสุดรักแอบหนีตามภูวเนศกลับประเทศปารวัตร ในระหว่างที่อยู่ที่ปารวัตร ภูวเนศเครียดกับการเปิดโปงชาดุล และวางแผนสลับตัวกับเจ้าชายตัวปลอม จนทิพย์ธาราเป็นห่วง เธอดูแลเขาอย่างดี จนคนรอบข้างสังเกตได้ โดยเฉพาะราจีฟและวรุณ พวกเขาเตือนให้ภูวเนศรีบบอกเรื่องที่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงได้หลายคน เพราะทิพย์ธารายังไม่รู้และดูท่าทางว่าจะรับไม่ได้ และมันก็เป็นจริง ๆ เมื่อภูวเนศบอกทิพย์ธาราเรื่องการที่กษัตริย์สามารถแต่งงานได้หลายครั้ง เพื่อสร้างฐานเสียงในการปกครองทำเนียมปฏิบัติของประเทศที่มีมาช้านาน เธอถึงกับโมโหไม่ยอม และพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาแหกกฎ แต่ภูวเนศยังไม่มีความกล้าพอทำให้ทิพย์ธาราเก็บเรื่องนี้มาครุ่นคิดอย่างหนัก

ด้านวายุภัค โดน พ่อ แม่ พี่น้อง สักเป็นการใหญ่ เพราะนากรีสาวใช้ประจำไร่ไวน์เอาเรื่องภูวเนศมาเม้าท์จนหมดเปลือก วายุภัคจึงจำใจเล่าความจริงทั้งหมด ทั้งปฐพี อัคนี ไม่ยอมรีบตามไปที่ปารวัตรทันทีโดยลากวายุภัคไปด้วย

ขณะที่ 3 หนุ่มกำลังตามหาทิพย์ธาราอยู่นั้น ภูวเนศได้ไปเจอทั้งสามโดยบังเอิญ และสั่งให้ราจีฟไปจับตัวทั้งสามมา และพาไปซ่อนในที่ที่ปลอดภัย แต่ทั้งสามเข้าใจผิดว่าตัวเองโดนตำรวจจับเพราะทำผิด จนทั้ง 3 หนุ่มพากันเครียดสุดฤทธิ์ ในงานเปิดตัวเหมืองเพชรแห่งแรกของประเทศปารวัตร งานใหญ่ที่มีเจ้าชายตัวปลอมมาเปิดงาน และภูวเนศต้องสลับตัวในครั้งนี้ แผนการถูกวางไว้อย่างรัดกุม จนภูวเนศสามารถเปลี่ยนตัวได้สำเร็จ อีกทั้งยังสร้างความเข้าใจผิดให้ซาเมียร์คิดว่าเจ้าชายตัวปลอมคือภูวเนศ และจัดการสังหารเข้าทันที แต่ไม่นานชาดุลก็ล่วงรู้ว่าภูวเนศตัวจริงยังอยู่ และคนที่ตายคือตัวปลอม ขณะที่ซาเมียร์กำลังโกรธที่ฆ่าผิดคน เขาได้เจอกับทิพย์ธารา เธอล่วงรู้โดยบังเอิญว่าพี่ ๆ ทั้งสามโดนขังไว้ในเซฟท์เฮาส์ เธอจึงลอบหนีออกมาเพื่อไปพบ โดยหารู้ไม่ว่าเธอกำลังถูกซาเมียร์สะกดรอยตาม และจับตัวไปต่อรองกับภูวเนศ

ในการต่อรองระหว่างภูวเนศกับชาดุล เกิดการต่อสู้กันขึ้น ชาดุลเล็งกระบอกปืนมาทางภูวเนศ และลั่นไกโดยไม่ลังเล เสี้ยววินาทีนั้นเองทิพย์ธาราตัดสินใจเอาตัวเข้าบังกระสุนที่กำลังพุ่งมาทางภูวเนศ กระสุนตรงเข้าจุดสำคัญ ทิพย์ธาราได้รับบาดเจ็บสาหัส ภูวเนศตั้งสติและสามารถจัดการพวกทรราชได้สำเร็จ เขารีบส่งทิพย์ธาราไปโรงพยาบาล และอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา

ระหว่างทิพย์ธารารักษาตัว พี่ชายทั้งสามก็คอยอยู่เคียงข้างและดูแลเธอเป็นอย่างดี ทุกอย่างเหมือนจะลงเอยด้วยดี แต่วาสุเทพกลับมาหาทิพยธาราและพูดเรื่องราวความแตกต่างทางฐานะระหว่างเธอกับเจ้าชาย ทิพย์ธาราจึงตัดสนใจหนีกลับประเทศไทยพร้อมกับพี่ชายทั้ง 3 คน .....

ความรักของเจ้าชายภูวเนศกับทิพย์ธาราจะเป็นอย่างไร เขาจะสามารถตัดสินใจแหกกฎธรรมเนียมเพื่อความรักหรือไม่ ต้องติดตามชมใน ละครธาราหิมาลัย ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครธาราหิมาลัย

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

บ้านไร่สายสมร EP.27 ไหมตะวัน ตกเป็นเหยื่อในแผนของเสี่ยธวัชชัย กับ สุรีย์
14 เม.ย. 2564

10:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 14:35 น.