ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ปฐพีเล่ห์รัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก คอมเมดี้
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ร่มแก้ว
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ประไพศรี ศรีนาทม
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • สมจริง ศรีสุภาพ
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท กู้ดฟีลลิ่ง จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ปริญ สุภารัตน์,ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

ปฐพีเล่ห์รัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

"ธารารินทร์รีสอร์ต" เป็นหนึ่งในกิจการหลายๆอย่างของครอบครัวอดิศวร...

ที่นี่ขึ้นชื่อร่ำลือนักถึงความสวยงาม ร่มรื่น และเป็นสถานที่คงความธรรมชาติจนได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวให้เป็น ECOTOURISM คือการท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรุกราน และเป็นสถานที่ที่ยังดำรงไว้ซึ่งต้นไม้ สัตว์ป่า และมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน โดยที่นักท่องเที่ยวสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นโดยตรงและมีส่วนช่วยในการดำรงรักษาไว้ และที่สำคัญชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จะต้องได้รับผลประโยชน์ เท่ากันทุกคน

มนตรีกับสุพรรษาภูมิใจในตัวปฐพีมาก เพราะทั้งหมดเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของปฐพี ลูกชายคนโตที่เฝ้าพลิกฟื้นผืนแผ่นดินอันรกร้างให้มีชีวิตชีวาจนเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศขึ้นมาได้ ปฐพีเองก็รักและหวงแหนธารารินทร์ รีสอร์ตมาก เขาทุ่มเททำงานพยายามค้นคว้าทรัพยากรในพื้นที่มาทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด แต่มิใช่เพื่อความร่ำรวย โด่งดัง สร้างชื่อเสียงบารมีของตัวเอง

แต่ปฐพีทำทุกอย่างเพื่อต้องการให้คนงานที่เขาดูแลอยู่ดีกินดี รวมทั้งกระจายรายได้ให้คนในชุมชนรอบๆรีสอร์ต อย่างเช่นรับซื้อผักสดและผลไม้มาปรุงอาหารในรีสอร์ต รวมทั้งหัตถกรรมพื้นบ้านปฐพีก็จ้างคนมาออกแบบดีไซน์อย่างสวยงามและส่งให้ชาวบ้านเป็นผู้ผลิต ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนอกเหนือจากการทำสวนทำไร่

ชาวบ้านแถวนั้นจึงรักและนับถือปฐพีมาก โดยเฉพาะบริวารที่ทำงานกับปฐพีมายาวนาน อันได้แก่ นที เลขาฯหนุ่มหล่อ ระริน ผู้จัดการรีสอร์ต บัวลอย แม่บ้านจอมเฮี้ยบ พุดดิ้งหรือพุทรา พนักงานต้อนรับ และคนงานอื่นๆ ที่ต่างทำงานชนิดที่ว่ายอมตายถวายหัวเพื่อปฐพีได้

ธารารินทร์รีสอร์ตดำเนินการตามปกติ ถ้าไม่วันหนึ่งปฐพีสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแอบเข้ามาทำลับๆล่อๆในรีสอร์ต ท่าทางของเธอมีพิรุธและน่าสงสัยว่าจะมาไม่ดี ปฐพีรีบตามไปแต่เธอผู้นั้นก็แฝงกายไปกับความร่มรื่นของรีสอร์ตหายไปจนได้ ปฐพีหัวเสียเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาธารารินทร์รีสอร์ตไม่เคยมีเรื่องเสียหาย โดยเฉพาะเรื่องขโมย

คืนหนึ่งเมื่อมีการจัดงานเลี้ยงแก่คณะการท่องเที่ยวและขอบคุณผู้มีอุปการะธารารินทร์รีสอร์ต หญิงสาวผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง และเธอยังพยายามหาทางเข้าไปในห้องส่วนตัวของเขา ปฐพีจับได้เธอก็แก้ตัวไปต่างๆนานา ปฐพีเป็นคนฉลาด แน่นอนเขาไม่เชื่อ เขาให้นทีออกตามหาและตามสืบดู จนรู้ว่าหญิงสาว คนนั้นคือ เฌอเอม ว่องวานิชสกุลกิจ ปฐพีแปลกใจมาก เพราะเฌอเอมนามสกุลเดียวกันกับนายโมกข์ เจ้าของแมกไม้วัลเล่ย์ รีสอร์ตข้างๆที่เคยมีเรื่องกับปฐพี

ครั้งหนึ่งนายโมกข์เคยเสนอทางจังหวัดอยากทำรีสอร์ตแบบดิเอ็กซอติกหรือรีสอร์ตกึ่งสวนสัตว์ซาฟารีที่รวบรวมสัตว์หายากและอาหารป่า แต่ปฐพีเป็นตัวตั้งตัวตีคัดค้านเพราะเห็นเป็นการรุกพื้นที่ป่าสงวนและรบกวนสัตว์ป่า อีกทั้งยังทำลายพื้นที่ทางนิเวศวิทยาที่เป็นป่าสงวน

ปฐพีสืบประวัติเฌอเอมดู แต่น่าแปลกที่พบว่าเฌอเอม ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายโมกข์แต่อย่างใด มิหนำซ้ำเฌอเอม ยังทำท่าไม่รู้จักสนฉัตรกับต้นไทร สองพี่น้องลูกของนายโมกข์ที่แวะเวียนมาทำความรู้จักสนิทสนมกับปฐพี โดยเฉพาะสนฉัตรที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจในตัวปฐพี...ปฐพีครุ่นคิดสงสัย ตกลงเฌอเอมคือใครกันแน่ และเข้ามาที่ธารารินทร์รีสอร์ตด้วยเหตุผลอะไร?

ooooooo

เฌอเอมหรือชะเอม เธอเป็นลูกสาวของมะลิที่เกิดกับนายโมกข์ แต่นายโมกข์ไม่ยอมรับ ทำให้มะลิต้องเลี้ยงชะเอมคนเดียวโดยลำพังตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาว ชะเอมเฝ้ารอวันที่พ่อจะยอมรับ และพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้ในสักวัน

ชะเอมมีเพื่อนสนิทชื่ออรุณรุ่งที่เป็นคอลัมนิสต์ชื่อดัง และการแอบเข้าไปสอดส่องในธารารินทร์รีสอร์ตครั้งนี้ ชะเอมก็ได้ดึงเอาอรุณรุ่งมาเป็นกองกำลังเสริม แต่มะลิแม่ของชะเอมไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนดีๆอย่างปฐพี

"เขาต่างหากที่ทำความเดือดร้อนให้แม่ ไม่งั้นเราสองคนก็ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างนี้หรอก"

"เอม...เรื่องที่ผ่านมาเป็นความผิดของแม่เอง"

"ไม่จริงค่ะ คุณปฐพีต่างหากที่เป็นคนผิด ใจร้ายใจดำ ไม่มีเหตุผล เอมไม่มีวันลืมสิ่งที่เขาทำกับแม่"

"แน่ใจเหรอว่าสิ่งที่เอมทำเพื่อแม่"

"แม่พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงคะ"

"เอาเป็นว่าแม่รู้ว่าทำไมเอมถึงเข้าไปที่นั่นแล้วกัน แต่ถ้าแม่เป็นเอม แม่จะไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงเพื่อจะพิสูจน์ อะไรบางอย่างที่มันไม่มีทางเป็นจริง"

"ยังไงเอมก็ต้องหาทางเข้าไปที่นั่นอีก และเอมก็จะเอาคืนในทุกๆสิ่งที่เขาทำกับเรา"

ชะเอมหน้าตึงเดินแกมวิ่งเข้าไปในบ้าน มะลิมองตามน้ำตาไหล อรุณรุ่งถามเสียงอ่อย

"คุณน้าขา...รุ่งงงหมดแล้ว เอมบอกรุ่งแค่จะเข้าไปเอาของ แล้วนี่มันอะไรกัน ตกลงเอมเข้าไปในธารารินทร์รีสอร์ตทำไมคะ"

หลังได้คำตอบจากมะลิแล้ว อรุณรุ่งตามเข้าไปหาชะเอมในห้อง เห็นชะเอมกำลังดูรูปสมุดภาพที่ตัวเองวาดไว้ตั้งแต่เด็ก ในภาพมีผู้หญิงกับเด็กซึ่งก็คือแม่กับชะเอม แต่เว้นว่างรูปพ่อเอาไว้

"เอมดูรูปพวกนั้นอีกแล้ว ไม่กลัวคุณน้าเสียใจเหรอ"

"แม่ไม่เสียใจหรอก...แม่รู้ว่าเอมรักแม่"

"แต่สิ่งที่เอมทำมันทำร้ายจิตใจแม่นะ"

"เอมไม่ได้ตั้งใจ เอมแค่อยากให้พ่อยอมรับในตัวเอม"

"ทั้งๆที่เขาคนนั้นปฏิเสธเอมตลอดเวลาอย่างนั้นเหรอ เอมยังเปลี่ยนใจทันนะ"

"ไม่...เอมไม่เปลี่ยนใจ ยังไงเอมก็จะหาทางเข้าไปอยู่ในธารารินทร์รีสอร์ตให้ได้ เอมจะเข้าไปเอาคืนให้แม่และทำตามความฝันของเอม" ชะเอมบอกอย่างเด็ดเดี่ยว

แล้วอีกวันถัดมา ชะเอมก็เดินหน้าเข้าไปสมัครงานที่ธารารินทร์รีสอร์ต ในนามนางสาวชะเอม ว่องไว ปฐพีสั่งระรินกับบัวลอยสัมภาษณ์ชะเอม ก่อนที่เขาจะตัดสินใจรับเธอเอาไว้ด้วยอยากรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่ ส่วนอรุณรุ่งที่แอบตามชะเอมมาด้วยความเป็นห่วงถูกนทีจับได้ ก่อนจะปล่อยตัวไป เมื่อปฐพีรับชะเอมเข้าเป็นพนักงาน

"เอาละ ไม่มีอะไรแล้ว เชิญคุณกลับไปได้ พรุ่งนี้มาทำงานได้เลย งานเริ่ม 8 โมงเช้า ถ้าช้าเกิน 15 นาที จะถูกหักค่าแรง 50 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน"

"ค่ะ ฉันจะมาให้ตรงเวลา...ไปรุ่ง"

หลังจากสองสาวพากันกลับออกไปแล้ว นทีก็ถามถึงเหตุผลที่ปฐพีรับยัยเด็กแสบคนนั้นเข้าทำงานง่ายๆ

"ผมอยากรู้น่ะสิว่าเขาจะทำอะไร เพราะเอกสารทุกอย่างเป็นของปลอม เอกสารสมัครงานเขาระบุชื่อว่าชะเอม ว่องไว แต่ความจริงอย่างที่เรารู้ เขาชื่อเฌอเอม ว่องวานิชสกุลกิจ เขาบอกว่าจบนิเทศศาสตร์ แต่เท่าที่ผมตรวจสอบดูเขาจบการโรงแรมจากสวิส ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผู้หญิงคนนี้เข้ามาในรีสอร์ตของเราด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์แน่ แต่ผมอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรและเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ที่สำคัญผมอยากรู้ว่านางสาวเฌอเอม ว่องวานิชสกุลกิจ เป็นอะไรกับนายโมกข์ ว่องวานิชสกุลกิจ"

ปฐพีบอกอย่างจริงจัง ดวงตาครุ่นคิด

ooooooo

ที่แมกไม้วัลเล่ย์ โมกข์กำลังนึกถึงความหลังขณะมองผ้าขนหนูผืนเก่าซีดจางที่ปักลายฉลุดอกโมกไว้อย่างสวยงาม แต่แล้วเขาต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อประตูห้องถูกเปิดเข้ามาพร้อมเสียงสนฉัตร ลูกสาวคนโต

"พ่อคะ..." สนฉัตรกลับเป็นฝ่ายหยุดชะงักเมื่อเห็นผ้าขนหนูในมือโมกข์ "พ่อมีอะไรกับผ้าผืนนี้นักคะ เก่าก็เก่า เหม็นก็เหม็น ไม่ยักกะทิ้งสักที ชอบเอามามองอยู่ได้"

"มองที่ไหน ก็แค่เอามาเช็ดน้ำ แล้วขอซะทีไอ้การเข้าห้องคนอื่นโดยไม่เคาะประตูนี่ ฉันไม่อยากให้มีคนมาด่าแกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน"

"ก็ห้องพ่อ ห้องคนอื่นซะที่ไหน ทำเป็นมีความลับไปได้ จะเข้าจะออกต้องเคาะประตู หรือพ่อมีความลับอะไรคะ"

"ไม่ได้มีอะไร แต่มันเป็นมารยาทง่ายๆทางสังคม ที่ทุกคนควรจะมี ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า"

"เจ้าของป่าฝนรีสอร์ตมาหาพ่อค่ะ"

"นายวสันต์...จะมาทำไมอีก" โมกข์สีหน้าหงุดหงิด เดินออกไปพบวสันต์ที่นั่งรออยู่ด้านนอก

"สวัสดีครับคุณโมกข์ ท่าจะยุ่ง ปล่อยให้ผมรอซะนาน" วสันต์ยิ้มยียวนเป็นนัย

"ก็...ยุ่ง คุณวสันต์มีธุระอะไร"

"แหม ถามได้ เรื่องของเราก็มีอยู่เรื่องเดียว หรือว่าคุณลืมไปแล้ว"

"ผมไม่ลืมหรอกว่าใครทำให้โครงการรีสอร์ตดิเอ็กซอติกของเราต้องพังแบบนี้"

"ถ้าไอ้ปฐพีมันไม่เข้ามาแส่ ป่านนี้รีสอร์ตของผมแล้วก็รีสอร์ตของคุณคงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตไปแล้ว เฮ้อ พูดแล้วเจ็บใจชะมัด ทั้งส่องสัตว์ ดูสัตว์ เมนูเปิบพิสดาร เงินหลายร้อยล้านต้องพังไปหมดก็เพราะมัน"

"ที่สำคัญตอนนี้รีสอร์ตมันเป็นตัวเต็งคัดเลือกสุดยอดรีสอร์ตอินไทยแลนด์อยู่"

"ผมถึงกำลังเร่งจัดการอยู่นี่ไง ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเอาคืนไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นให้ได้ เอาชนิดธารารินทร์รีสอร์ตของมันไม่ได้ผุดได้เกิดอีกเลย"

สองคนยื่นมือมาจับกันแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยกันทั้งคู่ พุดดิ้งแอบมองอยู่จับสังเกตทุกระยะจนไม่รู้ว่าด้านหลังสนฉัตร เดินเข้ามา กระทั่งเธอถามเสียงแข็งขึ้นว่า

"คุณพุทรามาทำอะไรที่นี่คะ"

พุดดิ้งหรือพุทราสะดุ้งโหยงธาตุแท้เกือบผุด เอามือทาบอกแทบจะร้องกรี๊ด แต่ต้องปรับอย่างเร็ว

"คุณไพน์ ผมดีใจจริงๆครับที่เจอคุณไพน์"

"เจอฉัน ทำไมคะ"

"ก็ผมไม่เห็นคุณไพน์ตั้งหลายวัน"

"จะเห็นได้ยังไง คุณอยู่ที่ธารารินทร์ แต่ฉันอยู่ที่นี่"

“นั่นสิครับ เราอยู่คนละที่กันจะเห็นกันได้ยังไง แต่ผมก็ดีใจนะครับ อย่างน้อยก็รู้ว่าคุณไพน์ไม่ได้ไปหาคุณปฐพี เพราะถ้าคุณไพน์ไปหาคุณปฐพีทุกวัน ผมคงปวดใจตาย”

พูดจบพุดดิ้งก็หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว สนฉัตรมองตามงงๆ

“อะไรของหมอนั่น ตกลงจะจีบฉันเหรอ ทำไมมาเร็วไปเร็วอย่างกับขายประกัน”

พุดดิ้ง วิ่งกลับเข้ามาตามทางของธารารินทร์รีสอร์ตด้วยอาการแต๋วแตกแหลกลาญ บ่นตัวเองพูดไปแบบนั้นได้ยังไง สงสัยต้องเอาฟอร์มาลินล้างปากเสียแล้ว

“เป็นอะไรคุณพุทรา” เสียงนทีดังขึ้นมาจนพุดดิ้งสะดุ้ง รีบปรับทำท่าทางเป็นขึงขัง

“พอดี...มดกัดครับ”

“กัดที่ปาก?”

“เอ่อ...ก็ครับ ตะกี้ผมกินไข่มดแดง แต่คงติดตัวแม่มันมาด้วย”

“มด...ก็เหมือนผู้หญิงนั่นแหละ ตัวเล็กๆแต่กัดเจ็บ คุณต้องระวัง แล้วเรื่องที่ผมให้ไปทำ เป็นยังไงบ้าง”

“ผมก็ไม่เห็นชะเอมจะอยู่ หรือว่าไปที่แมกไม้รีสอร์ตนะครับ เห็นแต่คุณวสันต์”

“วสันต์?”

“ครับ คุณวสันต์ เจ้าของป่าฝนรีสอร์ต”

“ขอบใจมาก ฉันจะรีบรายงานคุณปฐพี”

จาก นั้นในตอนค่ำ นทีก็เข้าไปพบปฐพีในห้องทำงาน ปฐพีกำลังจมอยู่กับความหลังอันโหดร้ายน่ากลัว เขาแทบปรับสีหน้าไม่ทัน ถามเสียงแข็งกลบเกลื่อนความรู้สึกว่า

“มีอะไรคุณนที”

“ผมให้คุณพุทราแอบเข้าไปดูที่แมกไม้รีสอร์ตแล้วนะครับ ชะเอมไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่คุณพุทราเห็นคุณวสันต์”

“วสันต์...เขาสองคนยังคุยกันอีก”

“ครับ แสดงว่าข่าวลือที่ว่าทั้งคู่เคยมีปัญหากันหลังโครงการดิเอ็กซอติกล้มไม่เป็นความจริง ผมกลัวว่าพวกเขาจะทำอะไรกันอีก”

“ถ้า ไม่เกี่ยวกับผมและคนที่นี่ ผมก็ไม่ยุ่ง แต่ถ้าเกี่ยว รับรองผมไปยุ่งเหมือนเดิม บอกทุกคนเตรียมพร้อมให้ดี ผมอยากให้รีสอร์ตเราชนะในโครงการสุดยอดรีสอร์ตอินไทยแลนด์”

“ครับคุณปฐพี แล้วชะเอม?”

“จับตา มองต่อไป ถึงวันนี้เขาจะไม่ได้เข้าไปในแมกไม้ วัลเล่ย์ แต่ผมมั่นใจว่าวันหนึ่งเขาต้องไปที่นั่นแน่ และผมก็จะต้องรู้ให้ได้ว่าชะเอมไปที่นั่นในฐานะอะไร และทำอะไร”

ขณะ ที่ปฐพีมุ่งมั่นจะจับชะเอมให้ได้คาหนังคาเขา ชะเอมเองก็หวาดกลัวปฐพีไม่น้อย ถึงขนาดเก็บเอาไปฝันว่าถูกเขาตามมาคาดคั้นถึงบ้านว่าเธอเข้าไปในรีสอร์ตของ เขาทำไม แต่ชะเอมไม่ยอมบอก ดิ้นรนทุบตีเขาแล้ววิ่งหนีไปหาโมกข์ ผู้เป็นพ่อ แต่โมกข์กลับปฏิเสธเสียงแข็งว่าเขาไม่ใช่พ่อ พร้อมกับคว้าไม้ฟาดเธอเต็มแรง

ชะเอม ตกใจสุดขีดสะดุ้งตื่นจากความฝันและรู้สึกเคล็ดบริเวณต้นคอ   เช้าขึ้นจึงบอกแม่ว่าเธอนอนตกหมอน แม่กุลีกุจอมาบีบนวดให้ พร้อมกันนี้ก็บอกเล่าว่าเมื่อเช้าแม่ไปตลาดเจอชาวบ้านลงจากภูเอาหวายอ่อนๆมา ขาย   แม่เลยซื้อมาแกงให้

“ใส่เครื่องในไก่ด้วยรึเปล่าคะ”

“ใส่สิ...รู้ว่าของโปรดลูกนี่”

“เอมรักแม่จัง”

“แม่ก็รักเอม...รักมาก”

“เอมนวดให้แม่บ้างดีกว่า”

“จะนวดให้แม่ทำไม”

“ก็แม่เหนื่อยมาแต่เช้า นะคะ เอมนวดให้”

มะลิ ยิ้มชื่นใจ เปลี่ยนลงมานั่งให้ชะเอมนวดหลังไหล่ ชะเอมนวดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข แต่สักครู่ก็เปรยขึ้นมาด้วยความรู้สึกสงสารคนเป็นแม่

“แม่ของเอมเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก แต่ทำไมต้องเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับแม่ของเอมก็ไม่รู้นะคะ”

“คงเป็นเวรเป็นกรรมมั้งลูก”

“ไม่จริงหรอกค่ะ เป็นเรื่องของคนขี้อิจฉา แล้วก็คนใจร้ายมากกว่า”

“นี่เลิกแขวะไปถึงคุณปฐพีได้แล้ว แม่บอกแล้วไงว่าคุณปฐพีไม่เกี่ยว”

“เกี่ยว”

“เอ๊ะ เอมนี่ดื้อซะจริงๆ นี่รู้มั้ย เวลาเกิดเรื่องร้ายๆในชีวิตแม่มักจะโทษให้เป็นเรื่องของเวรของกรรม  เพื่อจะได้ไม่ต้องคอยคิดโกรธแค้นพยาบาทชิงชังใคร คิดซะว่าชาติก่อนเราเคยทำร้ายเขา ชาตินี้เขาก็เลยกลับมาทำร้ายเรา” ท้ายเสียงของมะลิแผ่วลง เมื่อคิดถึงความหลังครั้งก่อนที่เจ็บปวดใจ

พลัน ภาพความหลังระหว่างมะลิกับโมกข์ก็ชัดเจนขึ้นมา...มะลิในวัยสาวสะพรั่งถูก โมกข์ลวนลามรังแก แม้มะลิเองจะมีใจให้กับเขา แต่เธอก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ เพราะโมกข์มีภรรยาอยู่แล้วทั้งคน

ชะเอมแปลกใจที่แม่เงียบไปนาน เธอเรียกอยู่หลายคำกว่าแม่จะสะดุ้งนิดๆเหมือนตื่นจากภวังค์ความคิด

“แม่คิดอะไรอยู่คะ เอมเรียกตั้งนานไม่ได้ยิน”

“เปล่าจ้ะ ไม่ได้คิดอะไร แม่เคลิ้มๆหลับไปน่ะ”

“แสดงว่าฝีมือการนวดของเอมที่แม่สอนเข้าท่าถึงทำให้แม่หลับได้ งั้นแม่นอนให้สบายไหมคะ เอมจะนวดให้แม่หลับไปเลย”

มะลิ ยังไม่ทันตอบ รุ่งถือแก้วกาแฟออกมาท่าทางงัวเงีย พอเห็นชะเอม รุ่งถามเร็วจี๋ว่าทำไมเธอยังไม่ไปทำงานอีก ชะเอมงงว่างานอะไร รุ่งกำลังจะอ้าปากจาระไน แต่ชะเอมนึกได้ รีบขัดขึ้นทันที

“เฮ้ย...ไปๆ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” ชะเอมลุกพรวด มะลิลุกตามมาขวาง คาดคั้นลูกสาวให้บอกมาก่อนว่างานอะไร แล้วทำไมแม่ ไม่เคยรู้ “พอดีเอมไปสมัครทำงานไว้แล้วลืมบอก เอมได้งานที่... ร้านสมุนไพรเปิดใหม่ในเมืองน่ะค่ะ”

“ร้านอะไร” มะลิซักเสียงเข้ม ชะเอมหน้าเจื่อนแทบไปไม่เป็น รุ่งเลยต้องช่วยยืนยันว่าเป็นร้านเปิดใหม่ พอมะลิจะไปส่ง จะได้รู้จักร้าน ชะเอมปฏิเสธพัลวันกลัวคนจะหาว่าเธอเป็นลูกแหง่...พูดจบก็จะชิ่ง แต่มะลิบอกให้รอก่อน แม่ตักแกงหวายไว้ให้แล้ว...พอลูกคล้อยหลัง คนเป็นแม่ก็บ่นงึมงำแปลกใจ

“เอมจบการโรงแรมแต่กลับไปทำงานร้านสมุนไพร มันจะยังไงๆอยู่นา รุ่งว่ามั้ย”

รุ่งยิ้มแหะๆไม่ออกความเห็น เดินก้มหน้าเลี่ยงไปดื้อๆ

ooooooo

 

ตอนที่ 2

ชะเอมหิ้วปิ่นโตวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในธารารินทร์รีสอร์ตโดยไม่รู้ว่าปฐพีส่องกล้องมองเธออยู่ทุกฝีก้าว และก่อนที่ชะเอมจะเข้ามาถึงด้านในออฟฟิศ ปฐพีก็ชิงมาสั่งระริน บัวลอย และพุดดิ้งให้ช่วยจัดการชะเอมให้เขาด้วย

คำว่า “จัดการ” ของปฐพีฟังดูมีนัยแปลกๆ ทั้งสามคนเลยสุมหัวจะสั่งสอนชะเอมให้หนัก แต่แล้วเมื่อบัวลอยได้กลิ่นแกงหวายที่ชะเอมหิ้วมา และซักจนรู้ว่าเป็นแกงหวายอ่อนใส่เครื่องในไก่ บัวลอยคิดถึงมะลิขึ้นมาจับใจ พูดเสียงสั่นเครือก่อนจะร้องไห้เป็นนกถึดทือวิ่งกลับเข้าไปด้านใน ระรินกับพุดดิ้งงุนงงว่าบัวลอยเป็นอะไร บ่นอุบว่าแทนที่จะจัดการเขา กลับโดนเขาจัดการตั้งแต่ยกแรก

ชะเอมทำหน้าเหลอหลาถามว่าจัดการอะไรเหรอ ระรินลืมตัวตอบพรวดว่า “ก็จัดการรีดพิษของเธอน่ะสิ” พูดไปแล้วรีบเอามือปิดปากตัวเองก่อนวิ่งตามบัวลอยเข้าไป พุดดิ้งก้าวฉับๆตามไปอีกคน ทิ้งชะเอมยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด สงสัยว่าบัวลอยเป็นอะไร แค่เห็นแกงหวายทำไมต้องสะเทือนใจขนาดนี้

จะไม่ให้สาวใหญ่บัวลอยสะเทือนใจได้ยังไง ก็แกงหวายใส่เครื่องในไก่นี้บัวลอยรู้จักและเคยลิ้มชิมรสชาติเป็นครั้งแรกก็เพราะมะลินั่นเอง กินครั้งแรกติดใจ แล้วยังมีโอกาสได้กินอีกหลายครั้ง แต่ผ่านไปสิบกว่าปีแล้วที่ไม่เคยได้กิน

“มะลิ...พี่คิดถึงเธอ พี่คิดถึงเธอ มะลิ พี่ขอโทษ ฮือๆๆๆ”

เสียงรำพึงรำพันร่ำไห้ของบัวลอยทำให้ระรินกับพุดดิ้งที่ยืนอยู่ข้างหลังงุนงงสงสัย รวมทั้งชะเอมที่ตามเข้ามาเงียบๆ แต่พอระรินถามบัวลอยว่าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม บัวลอยกลับปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แค่ผงเข้าตา

“โอ้โห ตอบแบบนางเอกมากๆ งั้นผงที่เข้าตาคุณบัวลอยคงมีขนาดเท่ากับท่อนซุง คุณบัวลอยถึงได้ร้องไห้เป็นนกกะปูดตาแดงน้ำแห้งก็ตายขนาดนี้” พุดดิ้งจีบปาก

“ช่างฉัน” บัวลอยกระแทกเสียงใส่พุดดิ้งแล้วหันไปมองชะเอม “มาเรื่องของเราดีกว่า”

“เรื่องของเรา เรื่องอะไร เราเคยมีความสัมพันธ์กันด้วยหรือคะ”

“ไม่ต้องมาเล่นลิ้นนะแม่ชะเอม  ว่องไว  นับตั้งแต่วันนี้ ไปเธอมีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่งของฉัน...อย่างแรก    รีบไปเปลี่ยนเสื้อ”

“เปลี่ยนทำไมคะ”

“แม่บ้านเขาแต่งเนื้อแต่งตัวกันอย่างนี้เหรอจ๊ะ”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“ในนามของผู้จัดการ ฉันให้เธอเป็นผู้ช่วยคุณบัวลอย หัวหน้าแม่บ้านที่นี่จ้ะ” ระรินวางมาดเข้ม พุดดิ้งอดไม่ได้เขยิบมากระซิบกระซาบว่า ทีอย่างนี้ล่ะไม่ต้องเสียเวลาเตี๊ยมกันเลย รับส่งกันคล่องเชียว

สองสาวใหญ่ไม่พูดอะไร ได้แต่ยักไหล่และยิ้มอย่างกวนๆ

ooooooo

ที่บ้านชะเอม รุ่งกำลังปั่นต้นฉบับมือเป็นระวิงเพราะกุ้งจากสำนักพิมพ์โทร.มาเร่งยิกๆ รุ่งตั้งใจจะส่งให้ในอีกห้านาทีข้างหน้านี้ แต่ก็มาสะดุดเสียอีก เมื่อมะลิเข้ามาชวนคุยเรื่องชะเอมที่ไปเริ่มงานเป็นวันแรก กลัวจะไปทำความเดือดร้อนให้เจ้าของร้าน เพราะรู้นิสัยลูกสาวดีว่าเฟอะฟะซุ่มซ่ามขนาดไหน

ด้วยความเป็นห่วงทำให้มะลิอยากไปหาชะเอม ชวนรุ่งไปด้วย รุ่งสะดุ้งโหยง บอกปัดทันทีว่าไปไม่ได้ รุ่งต้องรีบทำงาน

“งั้นรุ่งบอกมาร้านอยู่ที่ไหน เดี๋ยวน้าไปเอง”

รุ่งอึกๆอักๆ ก่อนตอบมั่วไปจนฟังไม่รู้เรื่อง แล้วอ้างว่าเคยไปแค่ครั้งเดียว จำไม่ค่อยได้

“จำไม่ได้...ว้า น้าเลยอดเซอร์ไพรส์เอมเลย ไม่เป็นไรจ้ะ รุ่งทำงานต่อเถอะ ไว้วันหลังน้าแอบตามเอมไปก็ได้”

พูดแค่นั้นมะลิก็ผละออกไป รุ่งตาเหลือก บ่นอุบอิบในคอว่าตายแน่ๆเลยเอม จากนั้นรุ่งคว้ากระเป๋าลุกพรวดไป ลืมโทรศัพท์มือถือทิ้งวางเอาไว้ เสียงมันดังแล้วดังอีกจนมะลิต้องกลับออกมาดู ปรากฏว่าไม่เห็นรุ่งเสียแล้ว ได้แต่บ่นไม่เข้าใจรุ่ง ไหนว่าจะรีบทำงาน ทำไมทิ้งค้างเอาไว้แบบนี้

รุ่งเผ่นแน่บไปธารารินทร์รีสอร์ต สอดส่องเมียงมองเพื่อจะเข้าไปหาชะเอม แต่ต้องรอบคอบกว่าครั้งก่อน ไม่งั้นอาจโดนนายนทีจับยัดใส่กรงหมาอีกก็เป็นได้

ขณะนั้นชะเอมเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดแม่บ้านเสร็จเรียบร้อย เธอเปิดประตูออกมาอย่างแรง เป็นจังหวะที่ปฐพีเดินผ่าน ประตูกระแทกแขนปฐพีเต็มๆถึงร้องโอ๊ย เจ็บจนหน้าเหยเก ชะเอมหน้าเสียตกใจ ทำท่าจะขอโทษ แต่พอเขาตำหนิ เธอเลยเปลี่ยนใจ แล้วโต้เถียงทั้งเขาและบัวลอยฉอดๆ

ที่สุดปฐพีกับบัวลอยก็ต้องเงียบลง  เพราะจนด้วยเหตุผลอันชาญฉลาดของชะเอม  ปฐพียอมให้ชะเอมปฐมพยาบาลนวดยาและพันผ้าบริเวณแขนที่โดนประตูกระแทก โดยมีบัวลอย  ระริน  และพุดดิ้งตามมาจับตาดูอย่างไม่ไว้วางใจชะเอม

ปรากฏว่าชะเอมทำได้ดีเกินคาด แถมยังรู้หลักการและวิธีการราวกับผู้เชี่ยวชาญจนปฐพีรู้สึกทึ่งจัด ในขณะที่อีกสามก็อ้าปากค้าง รวมทั้งนทีที่เพิ่งตามมาทีหลัง

“ถือว่าฉันเป็นเจ้านายที่คุ้มมาก จ้างเธอตำแหน่งแม่บ้าน แต่แถมเป็นพนักงานนวดได้ด้วย” ปฐพีเอ่ยเบาๆ พลางจับสังเกตว่าชะเอมจะว่ากระไร

“เอ่อ...ตอนเด็กๆฉันเคยเรียนเนตรนารีน่ะค่ะ วิธีปฐมพยาบาลง่ายๆแบบนี้มีสอนหมด”

“ขนาดคุณปฐพีส่งคุณบัวลอยกับคุณระรินไปเรียนวิชาพวกนี้ที่สาธารณสุขไว้ดูแลแขกยามฉุกเฉิน คุณบัวลอยยังทำอะไรไม่เป็นเลย”

สองคนที่ถูกพุดดิ้งพาดพิงถึงกับหันขวับมาถลึงตาใส่ และแว้ดขึ้นพร้อมกัน

“นังพุดดิ้ง เอ๊ย...คุณพุทรา” สองคนเบรกกึก ไม่กล้าเผยธาตุแท้ของพุดดิ้งต่อหน้าเจ้านาย

“แหม...ก็ที่ผ่านมารีสอร์ตของเราไม่มีเรื่องแบบนี้นี่ เพราะดิฉันกับคุณบัวลอยดูแลทุกอย่างดีหมด ไม่เหมือนแม่ชะเอม ว่องไว แค่มาวันแรกก็ทำเอาคุณปฐพีแขนแทบหัก”

“จริงด้วยค่ะ ต่อไปรีสอร์ตเรามิพังเหรอคะ สงสัยฉันคงต้องดูแลเธออย่างเต็มที่ซะแล้วชะเอม”

“ดิฉันด้วยค่ะ”

บัวลอยกับระรินรับส่งกันอย่างไหลลื่น ชะเอมไม่ค่อยพอใจแต่จำต้องเอ่ยคำขอบคุณ แล้วถามทั้งคู่ว่าจะให้เธอทำอะไรอีก?

ปฐพีกับนทีแยกกลับไปที่ห้องทำงาน นทีชมชะเอมเข้าท่าดีเหมือนกัน ปฐพียอมรับว่าเข้าท่าแต่ไม่แน่ใจว่าระรินกับบัวลอยจะรับมือไหวรึเปล่า ถ้ารับไม่ไหว ตนคงต้องจัดการเอง

"งั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นบุญหรือกรรมของชะเอม" นทีเปรยยิ้มๆ

"เป็นเรื่องที่คุณนทีจะต้องติดตามต่อไป เพราะผมแอบกระซิบบอกคุณบัวลอยไว้แล้วว่าให้จัดการชะเอมยังไง" ปฐพียิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วหายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว จับตาดูความเคลื่อนไหวของชะเอมจากกล้องวงจรปิด

บัวลอยใช้งานชะเอมสารพัด ทั้งเก็บกวาดห้องพัก เช็ก เครื่องดื่มในตู้เย็น เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน การปูเตียงก็ต้องเรียบตึง แล้วเอาผ้าที่เปลี่ยนไปซักทั้งหมด ไม่มีการหมักหมมมั่วนิ่มอย่างเด็ดขาด

ชะเอมฟังแล้วหนาวยะเยือก ทำไมภาระหน้าที่ของเธอถึงมากมายขนาดนี้ แต่พอลงมือจริงๆ ชะเอมทำได้เร็วและดีเยี่ยมจนบัวลอยอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง ปฐพีเองก็แปลกใจ ออกจากห้องทำงานมาแอบดูชะเอมอยู่เงียบๆ กระทั่งได้ยินชะเอมถามบัวลอยว่าฝีมือของตนเป็นยังไงบ้าง ปฐพีปรากฏตัวตอบเสียเองว่า

"ดี...เธอปูเตียงได้เก่งมาก อย่างกับจบการโรงแรมมาเลยทีเดียว"

"จริงด้วยค่ะ อย่างกับจบการโรงแรมมาโดยตรง"

ชะเอมอึ้ง ไม่กล้าสบตาปฐพีและบัวลอย จนเมื่อเขาบอกว่าดี เขาชอบ บัวลอยเองก็ชอบ ชะเอมค่อยโล่งใจ แต่ครู่เดียวก็ต้องอึ้งกิมกี่ไปอีกเมื่อบัวลอยสั่งงานให้เธอไปจัดเตียงทุก ฟลอร์และทั้งตึกให้หมดทุกห้อง!

ชะเอมวิ่งเข้าวิ่งออกแต่ละห้องทำงานมือเป็นระวิง ในขณะที่บัวลอยกลับสบายใจเฉิบละเลียดแกงหวายอยู่ในห้องครัวอย่างอิ่มเอมใน รสชาติที่เหมือนฝีมือมะลิเอามากๆ ปฐพีอมยิ้มขณะกวาดตามองจากกล้องวงจรปิดเห็นทุกซอกมุม

นที ระริน และพุทรากำลังตรวจตราความเรียบร้อยในรีสอร์ต เห็นแขกกลุ่มใหญ่เดินผ่านมา นทีทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม พอแขกผ่านไปแล้ว ระรินเผลอตัวบอกนทีว่าแขกที่เพิ่งเข้าพักใหม่ชมกันใหญ่ว่าจัดห้องได้ เรียบร้อย เตียงตึงเรียบสวยงามมาก...พุทราสวนขึ้นทันควันว่า

"ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าชะเอมจะทำงานเก่งขนาดนี้ ผมว่าน่าจะจ้างเป็นพนักงานประจำไปเลย ส่วนใครที่ทำงานไม่ค่อยจะได้เรื่อง หรือว่าอยู่ทนอยู่นานแต่ไร้ประโยชน์ เราก็โละๆออกไป"

ระรินกระแอมตาเหลือกเปล่งเสียงสูง "โละได้ยังไง ของอย่างนี้มันต้องดูกันนานๆ อย่างชะเอมอาจจะเป็นแค่ ผักชีโรยหน้าก็ได้"

"ก็ดีนะครับที่ยังมีผักชี เพราะคนบางคนดีแต่เอาปากทำงาน หรือไม่ก็มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ อย่างนั้นผมว่าน่าจะพิจารณาให้ออกมากกว่าอีก"

ฟังนทีแล้วสองคนอึ้งกิมกี่ หน้าเจี๋ยมเจี้ยม รีบขอตัวไปทำงานที่ยังค้างอยู่ นทีส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วหันหลังกลับ แต่ ต้องชะงักกึกเมื่อมองไปเห็นเพื่อนสาวตัวแสบของชะเอมทำลับๆล่อๆ

รุ่งกำลังมืดแปดด้านว่าจะไปหาชะเอมที่ไหน ธารารินทร์ ออกจะกว้าง ไม่รู้ว่าชะเอมทำงานอยู่มุมไหน พอเหลือบไปเห็นนทีตรงดิ่งมา รุ่งสะดุ้งเฮือก จะหนีไปทางไหนก็ไม่ทัน ชะเอมผ่านมาเห็นรุ่งอยู่กับนที ตกใจถึงกับอุทานว่าตายแล้ว

อารามห่วงเพื่อน ชะเอมจะหาช่องทางไปช่วย แต่จู่ๆบัวลอยก็โผล่มาเรียกจนเธอสะดุ้งโหยงแทบตกบันได

"จะไปไหนจ๊ะแม่ชะเอม ว่องไว แหม...ช่างว่องไวสมกับนามสกุลจริงๆนะจ๊ะ แต่ขอโทษทีที่ฉันตาไวกว่า อย่าคิดว่าจะหนี จะเที่ยว จะอู้ได้...ไป กลับไปทำงานต่อ"

"คุณบัวลอยให้เอมพักหน่อยไม่ได้เหรอคะ ตั้งแต่เช้าเอมยังไม่ได้พักเลย"

"ไม่ได้ กฎต้องเป็นกฎ ที่นี่พักกลางวันตั้งแต่เที่ยงตรงถึงบ่ายโมง นี่ยังไม่ถึงสิบเอ็ดโมงเลยจะมาพักอะไร"

"ก็แล้วทำไมคุณบัวลอยพักได้ล่ะคะ"

"ฉันพักตอนไหนไม่ทราบ"

"ก็เอมเห็นคุณบัวลอยพักกินข้าวกลางวันตั้งแต่สิบเอ็ดโมง"

"นี่แม่ชะเอม อย่ามาซี้ซั้ว ฉันกินอะไร ไหนหลักฐาน"

"ก็ที่ปากคุณบัวลอย"

"ทำไม...ปากฉันทำไม"

"ปากคุณบัวลอยยังมีคราบแกงหวายเลอะอยู่เลยค่ะ"

"ชะอุ๊ย" บัวลอยตกใจรีบเอามือปาดคราบแกงสีคล้ำๆที่ปากออกอย่างรวดเร็ว แล้วกลบเกลื่อนว่า "ไม่ใช่ คราบแกงหวายที่ไหนกัน"

"ไม่ใช่คราบแกงหวาย งั้นคงเป็นคราบน้ำหมาก"

"อ๊าย...ฉันไม่ได้แก่ขนาดเคี้ยวหมากนะแม่ชะเอม"

"นะคะคุณบัวลอย ให้เอมไปพักเดี๋ยวเดียวนะคะ"

"ไม่ได้!" เสียงปฐพีโพล่งขึ้นมา ทั้งชะเอมและบัวลอยสะดุ้ง หันขวับไปมองเป็นตาเดียว

แล้วชะเอมก็วิ่งต้อยๆตามหลังปฐพีที่เดินจ้ำอ้าวออกไป โดยมีบัวลอยเร่งฝีเท้ารั้งท้าย ชะเอมอ้อนวอนปฐพีว่าขอพักบ้าง เธอทำงานมาตั้งแต่เช้าทำไมพักไม่ได้

"ไม่ได้ ที่นี่กฎต้องเป็นกฎ"

"ถูกต้อง ที่นี่กฎต้องเป็นกฎ" บัวลอยลอยหน้าลอยตาเสริมโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง

"เพราะฉะนั้น เดือนนี้ผมจะหักเงินเดือนคุณบัวลอยสิบห้าเปอร์เซ็นต์โทษฐานพักทานข้าวระหว่างเวลางาน"

บัวลอยหน้าเสียงงเต็ก...ชะเอมอมยิ้ม แต่เสี้ยวนาทีก็ต้องหุบยิ้มอย่างกะทันหัน

"ส่วนเธอ...รีบทำทุกห้องให้เสร็จ เพราะตอนบ่ายจะมีกรุ๊ปมาเข้าพักทุกห้อง" ปฐพีสั่งเฉียบ...บัวลอยได้ทีเชิดขึ้นมาอีก

"หลังจากนั้นไปจัดเตรียมของใช้ในสต๊อกสำหรับแขก ถ้าหากแชมพู สบู่ ครีมนวดผมพร่องก็รีบเติมซะ รวมทั้งบาธรูมคิตอื่นๆ เช่น หมวกคลุมผม ยาสีพัน แปรงสีฟัน แล้วไปทำ..."

"ไม่ต้องทำอย่างอื่นต่อแล้วล่ะค่ะ แค่ทำความสะอาดห้อง จัดเตียง วันนี้ก็ไม่เสร็จแล้ว" ชะเอมขัดขึ้นเสียงอ่อย ท่าทางจะเป็นลม

"งั้นก็รีบทำ หรือไม่ก็...ลาออกไปซะ" ปฐพีขึงขังหน้าดุ

"ไม่ค่ะ เอมไม่ออก ไม่ว่าคุณบัวลอยจะให้เอมทำอะไร เอมทำหมด แล้วก็จะทำอย่างสุดความสามารถด้วย"

"ก็ดี ฉันจะถือว่าเธอรับปากแล้ว ถ้าวันไหนเธอทำไม่ได้อย่างพูด ฉันจะไล่เธอออกทันที"

"คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ"

"ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ หรือที่เธอเข้ามาในรีสอร์ตของฉันเพราะมีจุดประสงค์อะไร"

"จริงด้วยค่ะ ที่เธอเข้าที่นี่เธอต้องการอะไรกันแน่ ชะเอม"

"การที่เอมตั้งใจรับผิดชอบกับการทำงานมันผิดมากนักหรือคะ หรือธารารินทร์รีสอร์ตเคยชินกับพนักงานที่วันๆเอาแต่เท้าราน้ำ ไม่ก็เอาปากทำงาน พอเจอคนตั้งใจทำงานเข้าหน่อยเลยถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดถึงขั้นวิตกจริตกันเลย"

"คุณปฐพีขา...ชะเอม ชะเอมว่าเราเป็นบ้าค่ะ"

"ไม่ใช่นะคะ เอมไม่ได้ว่าคุณปฐพี"

"ไม่ได้ว่าผม งั้นก็คงว่าคุณบัวลอย" ว่าแล้วปฐพีก็เดินกลั้นยิ้มออกไป บัวลอยแทบเต้นมองหน้าชะเอมอย่างเอาเรื่อง

"เอมไม่ได้พูดนะคะ คุณปฐพีเป็นคนพูด"

"แสบมาก แม่ชะเอม ว่องไว...ตกลงเธอว่าฉันบ้าเหรอเนี่ย"

ชะเอมหลบวูบขึ้นไปชั้นบน แล้วชะโงกหน้ามองหารุ่งกับนที แต่ตอนนี้ไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว รุ่งถูกนทีคาดคั้นว่าเข้ามาทำอะไรที่นี่ พอรุ่งบอกว่ามาหาเพื่อน นทีก็จับผิดว่าเพื่อนหรือแฟน?

"อะไรเพื่อนหรือแฟน...นี่คุณคิดว่าฉันกับเอมเป็นแฟนกันเหรอ"

"ฮื่อ...ก็เพื่อนที่ไหนจะตามติดเพื่อนแทบจะทุกฝีก้าว ไอ้อาการที่คุณทำน่ะมันแฟนชัดๆ แล้วตกลงคุณเป็นฉิ่งหรือฉาบ"

รุ่งตาโตโกรธหนักจนพูดไม่ออก นทีอมยิ้มเดินวนรอบตัวรุ่งจ้องเอาๆแบบยั่วๆ

"หน้าอกก็ไม่มี เอวก็ไม่มี ก้นก็ไม่มี หุ่นแบบนี้มันทอมชัดๆ เอ๊ะ แต่ชะเอมเพื่อนคุณก็หุ่นแบบนี้นี่ อก เอว ก้น ไม่มีซักอย่าง เป็นไม้กระดานทั้งหน้าทั้งหลัง หรือเป็นฉิ่งฉาบพันธุ์ใหม่"

"ถ้าฉันกับเอมเป็นฉิ่งฉาบพันธุ์ใหม่ คุณก็เป็นผู้ชายพันธุ์ใหม่เหมือนกันน่ะแหละ ปากจัด ด่าเก่ง ไม่มีมารยาท ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ สรุปคือนิสัยเสีย มารยาทเสื่อมสุดๆ"

"ที่คุณพูดมาน่ะถูก ผมนิสัยเสีย มารยาทเสื่อมสุดๆ แล้วรู้ใช่มั้ยว่าผู้ชายนิสัยเสีย มารยาททรามเขาทำยังไงกันเวลาถูกผู้หญิงด่า"

นทีค่อยๆเดินเข้ามาหาหน้าตาหื่นๆ รุ่งตาเหลือกถอยหลังกรูด แล้วร้องขึ้นเสียงหลงเมื่อเท้าที่ถอยหลังเหยียบเข้ากับก้อนหิน รุ่งหงายหลังแต่มือกระชากคอเสื้อนทีอย่างแรง ทำให้นทีล้มลงทับรุ่ง แต่เธอยกเข่ารับไว้ นทีเลยโดนเต็มๆเข้าที่ท้องจนจุกแอ้ก ร้องโอดโอยแทบเดินไม่เป็น

เดือดร้อนรุ่งต้องช่วยพยุงพาเขาเดินไป นทีแกล้งทิ้งน้ำหนักตัวไปตลอดทางจนรุ่งบ่นอุบ ซ้ำร้ายระหว่างทางยังสะดุดขาจนรุ่งล้มหัวคะมำหน้าจิ้มลงไปที่กองขี้ช้างขนาด มหึมา  นทีเลยต้องเป็นฝ่ายแบกเธอในสภาพเลอะเทอะตัวเหม็นหึ่งมุ่งหน้าไปที่ห้องพัก  ใครๆเจอก็จ้องมองกันเป็นแถว  จนนทีต้องบอกว่าแฟนผมครับ  แฟนผม...

ระรินกับพุทราไม่เคยรู้มาก่อนว่านทีมีแฟนแล้ว ได้ยินดังนั้นก็อยากจะตามไปดู แต่ติดขัดตรงที่ปฐพีมาเร่งขอดูงานที่มอบหมาย ทั้งคู่เลยอดสาระแนไปโดยปริยาย

ในห้องพักนที รุ่งหน้าตาเลอะไปด้วยขี้ช้างนอนคอพับคออ่อน นทีทนเหม็นเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ เช็ดแล้วเช็ดอีกก็ยังไม่หายเหม็น เลยต้องหาตัวช่วยเอาน้ำหอมมาพรมใส่ตามตัวและใบหูของเธอ จึงได้เห็นว่าใช่แต่หน้าตาที่เลอะขี้ช้าง เสื้อผ้าของเธอก็เปรอะเปื้อนไม่น้อย

นทีถอนหายใจเฮือก มองรุ่งที่นอนหายใจระทดระทวยก่อนตัดสินใจจะถอดเสื้อให้เธอ เขาไม่กล้ามองเธอตรงๆ เอามือคลำๆกระดุมเสื้อจนไปสัมผัสเข้ากับอกนุ่มๆหยุ่นๆ เท่านั้นเองสติเขาแทบหลุด เฝ้าบอกตัวเองว่าเย็นไว้ๆ

แล้วนทีก็หลับหูหลับตากระชากเสื้อรุ่งออก แล้วหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองขึ้นมาหลับหูหลับตาใส่ให้รุ่งต่อจนเสร็จ

ooooooo

ชะเอมทำงานมือเป็นระวิงตั้งแต่เช้ายันเย็น ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย อยากจะพักแต่บัวลอยก็ไม่อนุญาต แถมยังคอยเดินตามจับตามองการทำงานของเธอแทบทุกฝีก้าว จนเมื่อชะเอมเข็นรถอุปกรณ์และผ้าปูที่นอนผ่านไปทางสระน้ำ กล่องผงซักฟอกตกลงมาตรงบริเวณที่เปียกน้ำพอดี ชะเอมจะคว้าสายยางมาฉีดผงซักฟอกที่หกเลอะเทอะ แต่บัวลอยดันเดินเชิดหน้าเข้ามาหมายเล่นงานชะเอมเพราะนึกว่าอู้ เลยเป็นเรื่อง! และเรื่องใหญ่เสียด้วยเมื่อบัวลอยลื่นพรืดล้มตึงศีรษะกระแทกพื้นอย่างจัง ก่อนที่ร่างจะไถลลื่นตกลงไปในสระน้ำ

ทางด้านรุ่งในห้องนที พอรู้สึกตัวก็ตกใจกับสภาพตัวเองที่ใส่เสื้อเชิ้ตผู้ชาย   เธอรีบสำรวจตัวเองว่าโดนกระทำย่ำยีอะไรหรือเปล่า ปรากฏว่าร่างกายปกติดี เธอจึงเดินไปเมียงมองนอกห้อง ก่อนจะออกไปถามระรินกับพุทราที่กำลังเก็บเสื้อของเธอที่ตากแห้งแล้ว

ทั้งคู่พอรู้ว่ารุ่งเป็นเจ้าของเสื้อก็เข้าใจว่าเป็นแฟนนที รุ่งรีบปฏิเสธพัลวัน

"ไม่ใช่เลยค่ะ ไม่ใช่ คนอย่างฉันเหรอจะเลือกคุณนทีเป็นแฟน พอดีฉันกับคุณนทีมีอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน"

ระรินกับพุทรามองหน้ากันอย่างงุนงง แล้วยืนยันว่าพวกเราไม่ได้เปลี่ยน แถมยังทำท่ารังเกียจอีกต่างหาก

"แล้ว...ใครเปลี่ยนเสื้อให้ฉัน"

"ผมเอง" นทีทำใจดีสู้เสือเดินหน้าซีดเข้ามา รุ่งโกรธจัด ไม่พูดพร่ำทำเพลง กางแขนออกยันประตูแล้วกระโดดยกเท้าถีบยอดอกนทีอย่างแรง

"เฮ้ยยยยย!!"

นทีร้องได้แค่นั้น ร่างก็ลอยเซถลาไปกระแทกระแนงระเบียงลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น ระรินกับพุดดิ้งอ้าปากหวอตกใจสุดๆ ในขณะที่รุ่งเองที่หน้าซีดเผือด!

ปรากฏว่าทั้งนทีและบัวลอยได้รับบาดเจ็บต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยกันทั้งคู่ ด้วยฝีมือของสองเพื่อนซี้รุ่งกับชะเอม หมอณภัทรดูแลทำแผลและเข้าเฝือกให้ทั้งคู่ โดยมีปฐพีนำทีมลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ตามมาดูอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรุ่งกับชะเอมตัวก่อเหตุด้วย

หมอณภัทรรายงานผลการตรวจว่า คนเจ็บหัวแตก แขนขาหัก อย่างอื่นปกติ โดยเฉพาะสมองไม่มีอะไรกระทบกระเทือนรุนแรง แต่ยังไงคงต้องรอดูอาการต่ออีกสักสองสามวันถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้

"ได้ครับ...กี่วันก็ได้ จะได้มั่นใจจริงๆว่าคุณนทีกับคุณบัวลอยไม่ได้เป็นอะไรรุนแรง"

"แล้ว...คุณน้ำล่ะครับ สบายดี?"

"สบายดีครับ โทร.มาบอกว่าเดือนหน้าจะกลับมาเที่ยวเมืองไทย"

"คุณปฐพีคงดีใจมาก"

"ครับ ดีใจมาก...ผมคิดถึงน้ำ ขอบคุณอีกครั้งนะครับหมอที่ช่วยดูแลคนของผมอย่างดี"

"เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ"

สองหนุ่มยิ้มให้กันอย่างคนคุ้นเคย พอหมอคล้อยหลังไปแล้ว ปฐพีก็หันมาบอกพุทรากับระรินว่า

"คืนนี้คงต้องรบกวนให้คุณสองคนอยู่เฝ้าคุณนทีกับคุณบัวลอยด้วยนะครับ ส่วนคุณสองคน เราคงต้องคุยกันหน่อย"

ชะเอมกับรุ่งหน้าซีดเผือด เดินตามหลังปฐพีออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ แล้วพูดกับเขาเป็นเสียงเดียวกันว่า

"ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"

"แต่การไม่ตั้งใจของคุณสองคนทำให้พนักงานของผมเกือบตาย"

"ฉันขอโทษค่ะ คุณจะให้ฉันชดเชยยังไงก็ได้"

"คุณทำความเดือดร้อนให้กับผมขนาดนี้ คุณยังคิดว่าผมจะให้โอกาสคุณชดเชยอีกหรือ"

"ฉันขอโทษ แต่กรุณาให้โอกาสฉันเถอะนะคะ ฉันรับปากว่าจะตั้งใจทำงาน แล้วก็จะดูแลคุณบัวลอยให้ดีที่สุด"

"ฉันก็เหมือนกันค่ะ จะดูแลคุณนทีอย่างดีที่สุด จนกว่าคุณนทีจะหาย"

"ไม่จำเป็น ผมดูแลคนของผมได้ ส่วนคุณสองคนจะไปไหนก็ไป"

"คุณไล่ฉันออก?" ชะเอมผงะ ปฐพีไม่สนใจก้าวเดินต่อไป ชะเอมวิ่งไปขวางหน้า เว้าวอนว่า "อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะคุณปฐพี ฉันเองก็เป็นห่วง ทุกข์ร้อนกังวลไม่ต่างกันกับคุณ ให้โอกาสฉันได้ชดเชยความผิดเถอะนะคะ"

"นะคะ" รุ่งช่วยอีกแรง แต่ปฐพียืนนิ่งไม่พูดไม่จาจนน่ากลัว

"ให้โอกาสเราได้ชดเชยความผิดเถอะนะคะ ฉันเสียใจจริงๆ"

"เอาเป็นว่าคืนนี้คุณสองคนกลับไปก่อนแล้วกัน ถ้าผมตัดสินใจจะให้โอกาสคุณ ผมจะโทร.ไปเรียกเอง"

"คุณปฐพี..." ชะเอมเสียงละห้อย แต่พอปฐพีเดินกลับไปที่ห้องนทีกับบัวลอย ชะเอมก็วิ่งตามไปขวางไว้ จ้องหน้าเขา พูดจริงจังว่า "เอมจะกลับไปที่ธารารินทร์รีสอร์ต แล้วเอมก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณปฐพีจะให้อภัยเอม แล้วรับเอมเข้าทำงานเหมือนเดิม"

ทั้งเธอและเขาสบตากันนิ่ง สีหน้าท่าทางเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน

ooooooo

ตอนที่ 3

มะลิกระวนกระวายเป็นห่วงลูกสาวที่มืดค่ำแล้วยังไม่กลับบ้าน อีกทั้งรุ่งก็มาหายเงียบไปอีกคน จนกระทั่งสามทุ่มก็ยังไร้วี่แววของทั้งคู่ มะลิจึงออกจากบ้านไปตามหา แต่ระหว่างทางเจอโมกข์ขับรถสวนมา โมกข์ทักถามเธอว่าดึกดื่นป่านนี้แล้วจะไปไหน มะลิตอบโดยไม่มองหน้าเขาว่า

"ไปธุระค่ะ"

เขาซักว่าธุระอะไร มะลิจะรีบไปและไม่อยากให้เขามายุ่งเกี่ยวจึงตัดบทว่าธุระส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องบอกเขา ทำให้เขาโมโหขึ้นเสียงใส่เธอว่า

"ไม่บอกได้ยังไง ลืมไปรึไงว่าเธอเป็น..." โมกข์ชะงักไปนิด...แล้วบอกให้มะลิขึ้นรถ จะไปไหนเขาจะไปส่ง แต่มะลิยังยืนนิ่ง โมกข์จึงเปิดประตูรถลงมากระชากแขนเธอ "ไม่ได้ยินรึไง บอกให้ขึ้นรถ"

"ไม่ค่ะ"

"นี่เธอรวนฉันเหรอมะลิ"

"เปล่าค่ะ มะลิไม่ได้รวน มะลิกำลังจะไปตามหาลูก"

"ลูก...ทำไมต้องไปตาม"

"ชะเอมบอกว่าจะไปทำงานร้านสมุนไพรที่ตัวเมือง แต่มืดป่านนี้แล้วยังไม่กลับ มะลิเป็นห่วงก็เลยจะไปตาม"

"ดึกดื่นป่านนี้แล้วจะไปตามได้ยังไง อีกอย่างวันๆเธออยู่แต่บ้าน เธอรู้จักร้านสมุนไพรนั่นเหรอ ไปขึ้นรถ เรื่องชะเอมเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง แถวนี้เธอน่าจะรู้ว่าใครใหญ่" โมกข์บอก ด้วยน้ำเสียงมีอำนาจ และมะลิก็ขัดขืนไม่ได้เหมือนเคย...

ชะเอมยังนั่งหน้าจ๋อยอยู่หน้าออฟฟิศธารารินทร์รีสอร์ต รุ่งชวนกลับบ้านเธอก็ไม่ยอม บอกว่าจะนั่งอยู่ที่นี่จนกว่าปฐพีจะยอมรับเธอกลับเข้าทำงาน

"เพราะคุณโมกข์ใช่มั้ย เอมถึงยอมขนาดนี้" รุ่งถามตรงๆ

"เพราะคุณโมกข์ เอมเลยออกจากธารารินทร์ไม่ได้ อีกอย่างเอมก็รู้สึกผิด รู้สึกสงสารคุณบัวลอยที่ต้องเจ็บขนาดนั้น หรือว่ารุ่งไม่เป็นห่วงคุณนที"

"ก็เป็นห่วง สงสารคุณนทีเหมือนกันแหละ แต่ตอนนั้นมันโมโหเลยเผลอไป"

"ในเมื่อเราทำผิด เราก็ต้องยอมรับผิด เอมอยากให้คุณปฐพีให้อภัย รุ่งกลับบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะเห็นห่วง เอมจะรอคุณปฐพีอยู่ที่นี่"

"ก็ได้"

"แล้วรุ่งอย่าเผลอหลุดปากบอกแม่ล่ะว่าเอมมาทำงานที่ธารารินทร์รีสอร์ต"

"ไม่หลุดหรอก ขืนหลุดเป็นได้ตายคู่แหงๆ รุ่งกลับก่อนนะแล้วพรุ่งนี้รุ่งจะมาหาเอมแต่เช้า จะได้ไปเยี่ยมคุณนที คุณบัวลอยด้วยกัน"

ชะเอมพยักหน้าเนิบช้า รุ่งยิ้มให้กำลังใจก่อนเดินออกไป ปฐพีแอบฟังอยู่แต่แรกด้วยความสงสัยใคร่รู้ แล้วตัดสินใจเดินตามรุ่งไปอย่างรวดเร็ว จนไปถึงบ้านมะลิ ได้ยินรุ่งร้องเรียกน้ามะลิอยู่หลายคำแต่ภายในบ้านเงียบเชียบ ปฐพียิ่งงุนงง

"แม่ของชะเอมคือน้ามะลิหรอกหรือ?"

ooooooo

โมกข์พามะลิมาที่บ้านของตนเพราะทราบดีว่าชะเอมไม่ได้ทำงานที่ร้านสมุนไพรในเมือง แต่ไปทำงานในธารารินทร์รีสอร์ตตามความต้องการของเขาต่างหาก

"คุณโมกข์บอกว่าจะช่วยมะลิตามหาเอม แต่ทำไมคุณโมกข์ไม่เห็นทำอะไรเลยคะ"

"เธอจะให้คนอย่างนายโมกช์ ว่องวานิชสกุลกิจ วิ่งซ่กๆ เที่ยวตามหาแม่ชะเอมทั่วจังหวัดอย่างนั้นเหรอ เลอะเทอะ ฉันมีวิธีของฉันน่า เธอไม่ต้องห่วง รับรองกลับไปเธอเห็นลูกเธอนั่งจ๋องอยู่ที่บ้านแน่ ยัยเด็กนั่นเปิ่นเฟอะขนาดนั้น ไปไหนไม่รอดหรอก"

"ถ้าคุณโมกข์รับปากขนาดนี้แล้ว มะลิกลับไปรอลูกที่บ้านก็ได้ค่ะ"

"ก็ดี" เสียงหนึ่งแหวขึ้นมา มะลิหันขวับไปก็เห็นสนฉัตรเดินเข้ามาพร้อมต้นไทร สองคนมองมะลิไม่เป็นมิตร มะลิยิ่งตัวลีบเข้าไปใหญ่

"ไหนว่าออกจากบ้านหลังนี้ไปแล้วเธอจะไม่กลับมาที่นี่อีก"

"มะลิ...มาตามหาเอม"

"เด็กนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วฉันก็ไม่มีวันให้เด็กนั่นมันมาอยู่ที่นี่อย่างที่เธอหวังเป็นอันขาด"

"มะลิไม่เคยคิด และก็ไม่เคยหวังให้เอมมาอยู่ที่นี่หรอกค่ะ"

"แล้วที่เธอส่งชะเอมเข้ามาทำงานให้คุณพ่อ มันคืออะไร"

"ชะเอมทำงานให้คุณโมกข์เหรอคะ" มะลิหันไปจ้องโมกข์ด้วยแววตาคาดคั้น

"เปล่า ยัยไพน์ก็พูดไปเรื่อย เธอกลับไปรอลูกเธอที่บ้านเถอะ ฉันรับรองว่าไม่มีอะไร อีกเดี๋ยวก็คงกลับ"

"ไปสิ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก" สนฉัตรไล่ซ้ำ มะลิกลั้นน้ำตาเดินออกไป แต่ยังได้ยินเสียงสองพ่อลูกแว่วๆ

"ทำไมคุณพ่อไม่บอกยัยมะลิให้รู้แล้วรู้รอดไปคะ ว่าเด็กนั่นไปทำงานที่ธารารินทร์รีสอร์ต"

"จะบอกได้ยังไง ไอ้ปฐพีมันมีบุญคุณกับมะลิ แกคิดเหรอ ว่ามะลิจะยอมให้ชะเอมทำร้ายผู้มีพระคุณ"

ได้ฟังแค่นั้น มะลิก็วิ่งพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปธารารินทร์รีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน แต่ระหว่างทางเจอปฐพีที่กลับออกมาจากบ้านเธอ มะลิถามปฐพีว่าชะเอมทำงานกับเขารึเปล่า ปฐพีนิ่งไปพักหนึ่งก่อนตอบปฏิเสธ แล้วเดินจากมาพร้อมๆกับนึกถึงอดีตตอนที่บัวลอยพามะลิมาฝากทำงานกับเขา โดยบัวลอยบอกว่ามะลิเป็นเมียเก็บของโมกข์ เธอน่าสงสารมากเพราะโมกข์ไม่ยอมรับ ลูกเต้าก็ต้องเลี้ยงดูเอง คงเดือดร้อนจริงๆถึงได้ตากหน้ามาของานทำ...

กลับมาถึงหน้าออฟฟิศยังเห็นชะเอมนั่งอยู่ที่เดิม ปฐพีถามเสียงแข็งว่าดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับอีก มานั่งตากน้ำค้างทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก

"เอมบอกแล้วไงคะ ว่าเอมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณปฐพีจะยกโทษให้เอม แล้วรับเอมเข้าทำงานเหมือนเดิม"

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"

"คุณปฐพีคะ ให้โอกาสเอมเถอะนะคะ เอมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณบัวลอยจริงๆค่ะ เอมเสียใจ ให้โอกาสเอมเถอะนะคะ"

ชะเอมมองปฐพีน้ำตาคลอ ปฐพีเองก็มองหน้าชะเอมนิ่ง พยายามค้นหาคำตอบจากสายตาคู่นั้น ที่สุดเขาก็ใจอ่อนจนได้

"ก็ได้ พรุ่งนี้เธอมาทำงานตามปกติก็แล้วกัน แล้วอย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด"

"ค่ะ" ชะเอมยิ้มตาเป็นประกาย

"กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง"

"แม่..." เธอสะดุ้งวาบ

"หรือเธอไม่มีแม่ แต่เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่"

"ค่ะๆ เอมจะรีบกลับบ้านไปหาแม่"

ชะเอมหันเดินออกไป แต่เดินไปได้สองสามก้าวเท่านั้นร่างบอบบางก็หยุด เอามือกุมขมับ แล้วร่างของเธอก็ทรุดลง ปฐพีพุ่งเข้าไปประคองอย่างรวดเร็ว แล้วอุ้มเข้ามาวางบนเตียงก่อนจะไปจัดแจงเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าที่ร้อนจี๋ให้เธออย่างอ่อนโยน แล้วก็อดถามตัวเองขึ้นมาไม่ได้ว่า

"ชะเอม...ฉันคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ที่คิดจะรบกับเธอต่อ"

ooooooo

ที่บ้านมะลิ รุ่งกำลังกระสับกระส่ายไม่สบายใจ เมื่อคิดได้ว่ามะลิต้องออกไปตามหาชะเอมแน่ๆ รุ่งรีบจัดฉากทำเหมือนว่าตัวเองขึ้นนอนไปแล้ว พอมะลิกลับเข้าบ้านมา รุ่งทำเป็นเดินหาวลงมาข้างล่าง ทักถามว่าน้ามะลิยังไม่นอนอีกเหรอ?

"ยัง...แล้วรุ่งกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"โอ๊ย พักหนึ่งแล้วค่ะ ไปรอเอมที่ทำงาน แต่งานเอมยังไม่เสร็จซักที รุ่งเลยเอากุญแจกลับมาก่อน นั่งทำงานตั้งนาน รุ่งล่ะเมื้อยเมื่อย"

"แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์ล่ะ ปล่อยให้ดังอยู่ได้ตั้งนาน"

รุ่่งนึกได้ รีบคว้าโทรศัพท์มาดูเบอร์หน้าจอ เห็นเป็นกุ้งก็ยิ่งหน้าซีด มะลิมองอย่างจับผิด ถามว่าชะเอมอยู่ที่ไหน?

"ก็...ไปทำงานไงคะ"

"น้าไม่รู้หรอกนะว่าเอมกับรุ่งทำอะไรกันอยู่ แต่อย่าให้น้ารู้แล้วกันว่ารุ่งกับเอมรวมหัวกันโกหกน้า ถ้าน้ารู้น้าคงเสียใจมากที่คนที่น้ารักทั้งสองคนเห็นน้าเป็นหัวหลักหัวตอ"

รุ่งจ๋อยสนิท มองตามมะลิไปอย่างว้าวุ่นใจ ทันใดเสียงโทรศัพท์ในมือดังลั่นขึ้นมา รุ่งสะดุ้งโหยงรีบวิ่งขึ้นห้อง รับสายกุ้งที่กรอกเสียงแว้ดๆมาด้วยความโมโหเต็มที่

"จะให้หลับได้ยังไงยะ แม่รุ่งอรุณกรุ่นกาแฟ ก็รอต้นฉบับหล่อนอยู่ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ไอ้มอมมันนั่งหลับรอเธอน้ำลายไหลยืดเป็นหมาบ้าไปแล้ว ไหนห้านาทีของเธอ นี่มันจะห้าทุ่มอยู่แล้ว ห้านาทีแม้วชัดๆ ทำไมเธอถึงเป็นคนแบบนี้ฮึรุ่งอรุณกรุ่นกาแฟ"

"โอ๊ย...กุ้งจ๋า ฟังฉันก่อน วันนี้ชะเอมเพื่อนสนิทของฉัน เขามีปัญหาฉันต้องรีบไปช่วย  แล้ววันนี้นะ ชีวิตฉันวันเดอร์ฟูลมากๆ ฉันถูกไล่จับ จนล้มหน้าจมกองขี้ช้าง ฉันเกือบถูกจับไปข่มขืน ฮือๆ แล้วพอฉันรู้ว่าใครเป็นไอ้โรคจิตคิดจะทำไม่ดีกับฉัน ฉันถีบเขาทะลุหน้าอกลงไปกองกับพื้น ต้องเอาไปส่งโรงพยาบาลเลยนะเธอ"

"ตกลงเธอเปลี่ยนจากคอลัมนิสต์ไปเป็นคนเขียนบทละครตั้งแต่เมื่อไหร่ฮึ ถึงได้สร้างเรื่องเป็นฉากเป็นตอนแบบนี้ ฉันเบื่อเธอมากเลยนะรุ่ง ส่งต้นฉบับช้าทีไร ต้องมีเรื่องราวร้อยแปด นักเขียนคนอื่นไม่เห็นจะมีปัญหาอย่างเธอเลย ตกลงเธอจะส่งต้นฉบับเมื่อไหร่"

"ห้านาทีชัวร์ป้าบ เธอรอฉันแป๊บเดียวนะกุ้ง แป๊บเดียวจริงๆ" รุ่งตัดสายฉับ...กุ้งเซ็งสุดๆ บ่นกับตัวเองอย่างเอือมระอา

"พูดแบบนี้ทั้งปี กว่าจะได้ก็พรุ่งนี้เช้าโน่นแหละ เฮ้อ ฉันละเบื่อพวกนักเขียนจริงๆ ชอบกินแต่ข้าวผัด ผัดวันประกันพรุ่งอยู่นั่นแหละ" หันไปทางมอมที่นอนน้ำลายไหลยืด "ไอ้มอมปากหมานี่ก็เหมือนกัน ฉันบ่นปากเปียกปากแฉะยังนอนหลับใหลเป็นหมาบ้าอยู่ได้"

"แล้วจะทำไมยัยอ้วน" มอมสวนขึ้นมา กุ้งโมโหทำท่าจะด่า แต่เห็นมอมหลับตาชี้มือไปมา ก็เลยนิ่งไปไม่แน่ใจว่ามอมละเมอ หรือตั้งใจจะด่าตนกันแน่?

ooooooo

ผลพวงจากการตรากตรำทำงานตลอดทั้งวันแล้วยังมานั่งตากน้ำค้างอีกเป็นชั่วโมงทำให้ชะเอมไข้ขึ้นจนหมดสติกลับบ้านไม่ได้ ต้องนอนค้างที่ออฟฟิศของปฐพี

มะลินอนไม่หลับ เฝ้ารอการกลับมาของลูกด้วยใจที่เป็นห่วง และสับสนสงสัยว่าทำไมคนดีๆอย่างปฐพีถึงต้องโกหกเธอว่าชะเอมไม่ได้ทำงานอยู่กับเขา

ตกดึกชะเอมละเมอเรียกหาพ่อ บอกรักพ่อจนปฐพีที่หลับอยู่ข้างเตียงสะดุ้งตื่น ทอดสายตามองเธออย่างเวทนา แล้วเขาก็เผลอหลับไปอีกครั้ง จนเช้าชะเอมลืมตาตื่นก่อน แต่ไม่กล้าปลุกเขา สักครู่เห็นเขาขยับตัว เธอรีบหลับตาและนอนตัวแข็งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จออกจากห้องไป

จากนั้นชะเอมค่อยๆย่องออกจากห้อง แล้วต้องตกใจเมื่อเจอกับแม่บ้านจังๆ แม่บ้านตาโตสงสัยว่าทำไมชะเอมถึงอยู่ในห้องปฐพี ชะเอมโกหกว่าคุณปฐพีใช้ให้มาเอาของแต่เธอหาไม่เจอ แล้วรีบเดินเลี่ยงออกมาทันที

เดินมาเจอนิตา พนักงานของรีสอร์ต จึงรู้ว่าปฐพีไปที่ไร่ ชะเอมแปลกใจว่าในรีสอร์ตนี้มีไร่ด้วยหรือ นิตากำลังจะไปที่นั่นพอดีจึงชวนชะเอมเดินไปด้วยกัน

เมื่อไปเห็นไร่พืชผักสมุนไพรที่ปฐพีทุ่มเทแรงกายริเริ่มจนมันผลิดอกออกผลและนำมาผลิตเป็นของกินของใช้ ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สบู่ และเครื่องดื่มอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะน้ำมะตูมที่รสชาติอร่อยลงตัวเป็นที่ชื่นชอบของแขกที่มาพัก ชะเอมรู้สึกทึ่งมากๆในความคิดสร้างสรรค์ของปฐพี ที่สำคัญเป็นการเสริมรายได้ สร้างงานสร้างอาชีพให้ชาวบ้านด้วย จึงไม่แปลกเลยที่ปฐพีจะเป็นที่รักของชาวบ้านในย่านนี้

อิ่มเอมใจกับธรรมชาติและความสามารถของปฐพีแล้ว ชะเอมรีบกลับไปบ้านทั้งที่ยังไม่รู้จะแก้ตัวยังไงกับแม่ รุ่งเหลือบเห็นชะเอม รีบส่งซิกให้ชะเอมหลบไปก่อน แต่ชะเอมไม่เข้าใจ สองแม่ลูกเลยเผชิญหน้ากันอย่างจัง

"ทำไมกลับมาเอาป่านนี้ชะเอม" มะลิถามเสียงเข้ม

"เอ่อ...พอดี...เมื่อคืนเอมมีงานด่วนน่ะค่ะ"

"ทำงานวันแรก เจ้านายให้ทำงานด่วนเลยเหรอ"

ชะเอมหน้าจ๋อย รุ่งหน้าซีด มะลิเดินเข้ามาใกล้ลูกสาว ถามหยั่งเชิงว่า

"เอมเห็นว่าแม่เป็นอะไรถึงได้โกหกแม่ ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าเอมไปทำงานกับคุณปฐพี"

"ไม่ใช่นะแม่"

"ถึงเอมไม่ยอมรับ แม่ก็ไม่เชื่อ สิ่งที่แม่เกลียดที่สุดคือคนโกหก แต่เอมก็ทำกับแม่จนได้"

มะลิเดินน้ำตาคลอกลับเข้าไปในบ้าน ชะเอมร้องลั่น

"ไม่ใช่นะแม่ เดี๋ยวแม่ ฟังเอมก่อน"

ชะเอมวิ่งตามมะลิเข้าไปข้างใน รุ่งไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่กุมขมับหนักใจแทน ชะเอมตามเข้ามายืนยันกับแม่เสียงอ่อยๆว่าเธอไม่ได้ไปทำงานกับปฐพี นั่นยิ่งทำให้มะลิเสียใจและโมโหจนเสียงสั่นเครือ

"ถ้าคิดว่าแม่โง่ แม่บ้า ก็หลอกแม่ต่อไปเถอะชะเอม"

"เอม...ไม่เคยโกหกแม่ เอมรักแม่ สิ่งที่เอมทำทุกอย่าง เอมทำเพื่อแม่"

"ไม่จริง เอมทำเพื่อตัวเอง เพราะแม่เคยบอกเอมแล้วว่าแม่ไม่คิดญาติดีกับคนคนนั้น แต่เอมน่ะสิ ทำไมเอม ทำไม...ในเมื่อเขาไม่เคยรักเรา ไม่เคยสนใจเรา ไม่เคยคิดจะยอมรับเรา แล้วเอมกระเสือกกระสนทำเพื่อเขาทำไม แม่ไม่เข้าใจ"

"แม่อาจจะไม่เข้าใจ แต่เอมเข้าใจ เอมรู้ว่าเอมกำลังทำอะไรอยู่"

"งั้นเอมทำอะไร"

"ทำอะไรก็ได้ค่ะ ให้คนว่องวานิชสกุลกิจยอมรับในตัวแม่ ตัวเอม ไม่ใช่จิกหัวเรียกแม่ว่านังคนใช้ ลูกคนใช้ที่พ่อไม่ต้องการ"

"แต่แม่บอกเอมแล้วว่าแม่ไม่สนใจ"

"แต่เอมสนใจ เอมอยากเรียกศักดิ์ศรีให้แม่คืน เอม ทนไม่ได้ที่เห็นคนดูถูกแม่"

"เอมทนไม่ได้มากกว่าที่ถูกพวกเขาตราหน้าว่าคนไม่มีพ่อ ยิ่งเอมทำอย่างนี้ แม่ยิ่งรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า ยิ่งรู้สึกผิดที่ให้ความรักความสุขกับเอมไม่ได้ จนเอมต้องออกตามหาความรัก ความสนใจจากคนอื่น"

"ไม่ใช่นะคะแม่"

"แม่จะไม่ถามอีกแล้วว่าเอมกำลังทำอะไรอยู่ เพราะเอมไม่เคยเชื่อฟังแม่อยู่แล้ว แต่ถ้าวันไหนแม่รู้ว่าเอมทำร้ายคุณปฐพีเพื่อผู้ชายคนนั้นแม่จะไม่ให้อภัยเอมเลย คอยดู"

มะลิเดินเข้าห้องปิดประตูดังโครม ทิ้งชะเอมยืนน้ำตาไหลอย่างกลุ้มจัด

ooooooo

ที่แมกไม้วัลเล่ย์ โมกข์กำลังนั่งคุยกับคมเดช นักข่าวท้องถิ่นที่สนิทคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

"เขียนในแนวทางที่ฉันบอก โจมตีธารารินทร์รีสอร์ตทุกอย่าง แล้วฉันจะช่วยหาข้อมูลส่งให้นายเรื่อยๆ"

"ขอบคุณมากครับ อาทิตย์หน้าคุณโมกข์รออ่านคอลัมน์ ของผมได้เลย ธารารินทร์รีสอร์ตเละแน่"

"พลิกขาวเป็นดำ หรือดำเป็นขาว นายถนัดอยู่แล้ว ฉันถึงได้เรียกใช้ไง"

"ผมจะถือว่าเป็นคำชมแล้วกัน กลับก่อนนะครับ" คมเดชลุกขึ้นยกมือไหว้ โมกข์ไม่ได้รับไหว้ เพียงแต่โบกมือรับ แล้วหันไปเรียกคนใช้มาสั่งว่า

"ถ้ายัยไพน์กับนายไทรถาม บอกว่าฉันไปธารารินทร์รีสอร์ต"

"ไพน์ไม่ให้ไปค่ะ" สนฉัตรก้าวเข้ามาหน้าตาบอกบุญไม่รับ ตามหลังมาด้วยต้นไทรที่หน้าบึ้งพอกัน

"ทำไมแกไม่ให้พ่อไปที่นั่น"

"เพราะไพน์รู้ว่าจริงๆแล้วพ่อจะทำอะไร พ่อเป็นห่วงชะเอมเหรอคะ"

"พูดอะไรของแก"

"ก็ตั้งแต่เมื่อคืนชะเอมไม่ได้กลับบ้าน แล้วพ่อก็นอนไม่หลับทั้งคืน"

"เหลวไหล พ่อก็แค่สงสัย ทำไมเด็กนั่นอยู่ที่นั่นจนดึกดื่น"

"สงสัยหรือว่าห่วงกันครับพ่อ ความจริงงานที่พ่ออยากให้ทำ ผมกับพี่ไพน์ก็รับมือไหว ทำไมพ่อต้องให้เด็กนั่นเข้ามาจุ้นด้วย" ต้นไทรถามคาดคั้น

"ก็พ่อไม่อยากให้แกสองคนเดือดร้อน"

"ไม่จริงค่ะ ไพน์เป็นลูกพ่อ ไพน์รู้หมดแหละค่ะว่าพ่อคิดอะไร พ่ออยากใกล้ชิดเด็กนั่น"

"ลูกเอาอะไรมาพูด"

"พ่อโกหกไพน์ไม่ได้หรอกค่ะ แต่ไพน์บอกตรงนี้เลยนะคะว่าไพน์ทนไม่ได้ ที่พ่อจะรักจะห่วงใย จะสนใจคนอื่นมากกว่าไพน์"

"แค่พ่อมีนังมะลิทำให้แม่ช้ำใจจนตาย เราก็เจ็บกันมากพอแล้วนะครับ อย่าให้ผมกับพี่ไพน์ต้องเจ็บปวด ที่พ่อคิดจะรับลูกคนใช้มาร่วมสายเลือดอีกเลย"

"ส่วนเรื่องงาน ไพน์จะเข้าไปเอาความลับของคุณปฐพี มาให้พ่อเอง"

สนฉัตรสรุปหนักแน่น โมกข์เงียบไปอย่างอึดอัด ลำบากใจ

ooooooo

ชะเอมกลับมาทำงานที่ธารารินทร์ตามปกติ แต่ปฐพีสังเกตเห็นสีหน้าชะเอมดูคร่ำเคร่งไม่สบายใจ พอเขาถามไถ่ก็ได้คำตอบว่าเธอเป็นห่วงบัวลอย อยากไปเยี่ยม ปฐพีกำลังจะไปอยู่แล้ว จึงให้ชะเอมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วติดรถไปกับเขา

แต่ไม่ทันที่ทั้งคู่จะขึ้นรถ สนฉัตรกับต้นไทรก็ปรากฏตัว แต่ทำเป็นไม่รู้จักชะเอม สองพี่น้องพอรู้ว่านทีกับบัวลอยอยู่โรงพยาบาล ต่างก็ยิ้มย่องเพราะตั้งใจจะมาล้วงเอาความลับบางอย่างจากในออฟฟิศของปฐพี แต่ทำทีเป็นขอคุยเรื่องงานที่จะพรีเซนต์กับการท่องเที่ยวฯ ชะเอมจึงขอตัวออกไปก่อน

ปฐพีเชิญสองพี่น้องเข้ามานั่งคุย และนำแผนงานให้พวกเขาดูด้วย ต้นไทรชื่นชมไอเดียปฐพีเจ๋งมาก เดี๋ยวตนจะกลับเอาไปทำบ้าง ปฐพีท้วงว่าแต่ละรีสอร์ตน่าจะมีแนวทางเป็นของตัวเองในการที่จะทำให้รีสอร์ตของตัวเองมีเอกลักษณ์เหนือกว่ารีสอร์ตอื่นๆ แต่ถ้าต้นไทรจะใช้เป็นไอเดียตนก็ยินดี เพราะยังไงผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับนักท่องเที่ยวและทางจังหวัดเราอยู่ดี

"ต้นไทรคงไม่ได้คิดก๊อบหรอกค่ะ" สนฉัตรออกตัวแทนน้อง

"ผมไม่ได้ว่าก๊อบนี่ครับ ก็บอกใช้เป็นไอเดีย"

"เอ่อ...ไพน์รู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวไปล้างหน้าก่อนนะคะ" สนฉัตรตัดบทดื้อๆ ต้นไทรเลยหมดข้อซักถาม ลุกตามพี่สาวออกไปด้วย ปฐพีเองก็ไม่อยากเสียเวลา เขาเตรียมตัวจะไปโรงพยาบาล แต่แล้วออกมาเจอมะลิกำลังเผชิญหน้าอยู่กับสองพี่น้องตรงหน้าออฟฟิศ

มะลิพูดจาเหมือนรู้ทันว่าสองพี่น้องเข้ามาที่นี่ทำไม ทำให้ทั้งคู่ตอบโต้อย่างไม่พอใจ...ปฐพีเดินมาใกล้มะลิ พูดเบาๆ ไม่ให้สองพี่น้องได้ยิน

"ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าไม่ให้น้ามะลิเข้ามาที่นี่"

"น้าเข้าใจค่ะว่าความผิดที่น้าทำมันรุนแรง แต่น้าแค่..."

"อยากเข้ามาดูให้เห็นกับตาว่าชะเอมมาทำงานที่นี่หรือเปล่า?" ปฐพีดักคอจนมะลิหน้าซีดเผือด...เขาย้ำหนักแน่นว่า "ชะเอมไม่ได้มาทำงานที่นี่ครับ"

"น้าขอโทษค่ะ" มะลิเสียงแหบพร่า เดินก้มหน้าออกไป สนฉัตรกับต้นไทรมองตามสงสัยใคร่รู้ แต่ปฐพีชี้บอกพวกเขาว่าห้องน้ำไปทางโน้น สองพี่น้องจำต้องผละไปอย่างแสนเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปในห้องทำงานของปฐพี

ooooooo

ตอนที่ 4

มะลิกลับมาเจอโมกข์อยู่ในบ้านของตนก็แปลกใจ เธอแสดงท่าทีเย็นชาใส่ และไม่ค่อยอยากตอบคำถามของเขา

"ไปธารารินทร์รีสอร์ตมาเหรอ? เธอคงยิ่งเกลียดฉันมาก"

"มะลิแค่ไม่อยากให้ลูกถูกใช้เป็นเครื่องมือ"

"ยิ่งพูดก็เหมือนกับฉันยิ่งเป็นคนเลว เอาเถอะ เธอจะคิดยังไงก็ช่าง แต่สำหรับคนเป็นพ่อ อยากทำให้ลูกทุกอย่าง"

"แล้วทำไมคุณโมกข์ต้องส่งชะเอมไปทำลายธารารินทร์ ด้วยคะ"

"ก็ถ้าแมกไม้วัลเล่ย์ของฉันได้เป็นสุดยอดรีสอร์ตของ ททท. เม็ดเงินก็จะไหลมาเทมา แล้วถ้าฉันเป็นอะไรไป แมกไม้ วัลเล่ย์ก็ต้องตกเป็นของทายาทฉัน"

"ซึ่งก็คือคุณสนฉัตรกับคุณต้นไทร แต่ยังไงก็ไม่ใช่ ชะเอมอยู่ดี...ไม่ใช่ว่ามะลิต้องการมรดกทรัพย์สมบัติของคุณหรอกนะคะ สตางค์แดงเดียวมะลิก็ไม่อยากได้ มะลิแค่อยากให้คุณรู้ถึงความถูกต้อง ชะเอมไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะทำลายคุณปฐพี คนที่เขามีบุญคุณกับมะลิ"

มะลิเน้นย้ำเสียงเขียว โมกข์นิ่งงันไป แล้วพอขับรถออกจากบ้านมะลิมา โมกข์ตัดสินใจโทร.หาคมเดช สั่งการว่าอย่าเพิ่งเขียนข่าวโจมตีธารารินทร์รีสอร์ต ไว้ตนหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วค่อยเขียนทีเดียวเลย

ด้านปฐพีที่ระแวงอยู่เหมือนกันว่าสนฉัตรกับต้นไทรจะมาล้วงความลับ แล้วยังชะเอมอีกคนที่เขายังไม่มั่นใจว่าเป็นอะไรกับโมกข์กันแน่ ทั้งสามคนน่าจะต้องการอะไรบางอย่าง ถึงได้พยายามเข้ามาที่นี่กันนัก ปฐพีจึงค่อนข้างระวังตัว และเก็บซ่อนหลักฐานเรื่องไฟไหม้รีสอร์ตไว้เป็นอย่างดี แม้จะยังไม่แน่ใจก็ตามว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่?

ooooooo

ชะเอมกับรุ่งมาจ๊ะเอ๋กันที่หน้าโรงพยาบาล ต่างคนต่างหิ้วของเยี่ยมคนป่วยมาเต็มสองมือ แต่ขณะนั้นในห้องคนป่วย ระรินกับพุทรากำลังกินส้มตำยั่วน้ำลายบัวลอยที่นอนหยอดน้ำเกลือบนเตียง ขณะที่นทีอีกเตียงก็เริ่มจะรำคาญทุกคนแล้ว

เมื่อรุ่งกับชะเอมเยี่ยมหน้าเข้ามา นทียังเคืองรุ่งไม่หาย เห็นรุ่งซื้อของบำรุงร่างกายมาให้เยอะแยะ แทนที่จะขอบคุณ เขากลับต่อว่าเธอเป็นกระบุง จนรุ่งหมั่นไส้ อุตส่าห์ซื้อของดีๆ แพงๆมาให้กิน แต่กลับไม่ถูกใจ อยากจะกินพวกสมุนไพรถูกๆซะงั้น...

ปฐพีกำลังจะไปโรงพยาบาล ระหว่างทางรถเกิดเฉี่ยวชนกับคมเดชที่มัวแต่คุยโทรศัพท์กับวสันต์เรื่องข่าวโจมตีธารารินทร์รีสอร์ต คมเดชเป็นฝ่ายผิดแต่กลับเป็นฝ่ายลงมาโวยวายวางอำนาจใส่ปฐพี

"ขับรถยังไงคุณ รู้ไหมว่าผมน่ะเป็นใคร"

"คุณยังไม่รู้จักตัวเอง แล้วผมจะรู้จักคุณได้ยังไง อีกอย่างท่าทางคุณก็ไม่ได้บ้าจนจำตัวเองไม่ได้นี่"

"นี่คุณ...รู้เอาไว้ ผมน่ะนักข่าว"

"นักข่าวแล้วยังไง ขับรถชนคนไม่ผิดเหรอ...ก็ไม่ใช่"

"ใคร...ใครขับรถชนใคร คุณต่างหากที่ขับรถชนผม"

"ถ้าผมชนคุณจริงๆ รถคุณเละไปแล้ว ไม่ปล่อยให้มันเป็นแค่นี้หรอก"

ปฐพีชี้มือไปที่รถ คมเดชหันมองก็เห็นรถของตัวเองเป็นฝ่ายชนจังๆ เลยกลับลำว่า

"ไม่ต้องห่วง รถผมมีประกันชั้นหนึ่งด้วย"

"งั้นก็รีบจัดการตามประกันชั้นหนึ่งของคุณด่วนเลย ผมรีบ"

คมเดชฮึดฮัดกระชากประตูรถ เปิดคอนโซลจะหยิบเอกสารประกันแต่มือไปปัดซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนเบาะตกลงมาแทบเท้าปฐพี คมเดชรีบฉวยมันขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะในซองเป็นข่าวที่เขียนโจมตีธารารินทร์รีสอร์ตของปฐพี

เสร็จเรื่องแล้ว คมเดชบึ่งรถไปหาวสันต์ที่ป่าฝนรีสอร์ต เล่าเรื่องที่เจอปฐพีให้เขาฟังด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

"แล้วตกลงไอ้ปฐพีมันเห็นเอกสารหรือเปล่า" วสันต์ถามอย่างระแวง

"ผมคิดว่าไม่นะครับ ท่าทางของมันก็ไม่ได้สงสัยอะไร แต่ถึงจะเห็นก็ไม่แปลก ผมเป็นนักข่าว ผมสามารถจะเขียนอะไรก็ได้อยู่แล้ว รวมทั้งความห่วย ความไม่ได้เรื่องของธารารินทร์รีสอร์ต"

"แต่ถ้ามันเห็น มันก็จะไหวตัวทัน ดีไม่ดีมันเกิดฟ้องขึ้นมาว่าคุณเต้าข่าวเขียนทำลายมัน แล้วจะยุ่ง"

"อยากเสียเวลาขึ้นศาลก็ให้มันฟ้องไปสิครับ อีกอย่างผมเป็นนักข่าวผมมีสิทธิ์วิจารณ์ได้ตามความคิดเห็นของผม มันจะฟ้องได้ยังไง"

"ได้สิ ถ้ามันรู้ว่าผมจ้างให้คุณเขียนข่าวทำลายมัน ไอ้เจนกิจมันทำพลาดไปครั้งแล้ว ผมไม่อยากให้คุณพลาดอีก" วสันต์กล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ขณะเดียวกันนั้น ปฐพีถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่เขายังไม่ได้ไปเยี่ยมนทีกับบัวลอย เขาแวะไปดูเจนกิจที่นอนนิ่งอยู่ ในสภาพถูกพันด้วยผ้าทั้งร่าง มีท่อออกซิเจนและสายระโยงระยางเต็มไปหมด

"อาการคนเจ็บยังน่าห่วงอยู่มาก เพราะถึงจะพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ร่างกายก็ถูกเบิร์นไปมาก" หมอรายงาน

"ศัลยกรรมช่วยได้ไหมครับ" ปฐพีถามอย่างร้อนใจ

"ได้ครับ แต่ยังไงก็คงไม่เหมือนเดิม"

"เขาเป็นคนของผม หมอช่วยเขาให้ดีที่สุดเลยนะครับ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วง ผมดูแลเขาเต็มที่"

"เขาเป็นคนไข้ของหมอ หมอก็มีหน้าที่ต้องดูแลเขาอย่างเต็มที่เหมือนกัน คุณปฐพีสบายใจได้"

หมอให้กำลังใจแล้วกลับออกไป ทิ้งให้ปฐพีได้อยู่กับคนป่วยตามลำพัง ปฐพีมองเจนกิจหน้าเศร้า ทั้งสงสารและเห็นใจ

"ขอโทษนะ ที่ฉันให้ใครรู้เรื่องของนายไม่ได้ โดยเฉพาะคนของแมกไม้วัลเล่ย์ และชะเอม"

ปฐพีพูดพึมพำก่อนผละออกมาจากห้อง แล้วตรงไปยังห้องที่นทีกับบัวลอยนอนรักษาตัวอยู่ ชะเอมกำลังคะยั้นคะยอบัวลอยให้กินของที่ซื้อมาเยี่ยม ส่วนรุ่งเข็นรถพานทีออกไปสูดอากาศข้างนอกได้สักพักแล้ว

ปฐพีแอบมองอยู่หน้าห้อง เห็นชะเอมอ้อนวอนคะยั้นคะยอบัวลอยจนอ่อนใจ กว่าบัวลอยจะยอมชิมแกงหวาย แต่แค่คำเดียวก็บอกไม่เอาแล้ว ไม่เห็นอร่อยเหมือนวันนั้นเลย ชะเอมจึงบอกว่าวันนั้นแม่ทำ แต่วันนี้เธอซื้อมา ถ้าคุณบัวลอยอยากกิน วันหลังเธอจะให้แม่ทำให้

บัวลอยชะงักไปอย่างงงๆ แต่ปฐพีเข้าใจดีเพราะรู้แล้วว่ามะลิคือแม่ของชะเอม ซึ่งมะลิสนิทกับบัวลอย สองคนนี้รักใคร่กลมเกลียวกันมากขณะทำงานอยู่ในรีสอร์ตของเขา

ปฐพีถอยกลับออกไปอย่างเงียบกริบโดยที่ทุกคนในห้องไม่รู้ แล้วไปเจอนทีกับรุ่งกำลังแหย่เย้ากระเง้ากระงอดกันด้วยเรื่องสัพเพเหระ เมื่อรุ่งเห็นปฐพีเดินตรงมา เธอจึงบอกลานทีก่อนเลี่ยงออกมาทันที

รุ่งกลับเข้ามาในห้อง อารามรีบร้อนเธอเปิดประตูผลัวะเข้ามากระแทกพุทราอย่างแรง พุทราทั้งเจ็บทั้งตกใจร้องจ๊ากสุดเสียง ต่อว่าหน้าตาเหยเก

"นี่ใจคอพวกเธอสองคนจะให้พวกเรานอนโรงพยาบาลกันให้ได้ทุกคนเลยใช่มั้ย"

"รุ่งขอโทษค่ะ รุ่งไม่ทันระวัง...กลับเถอะเอม"

"อีกตั้งสิบห้านาที จะรีบกลับทำไม"

"เถอะน่า กลับเถอะ...เร็ว" รุ่งลุกลี้ลุกลนจนชะเอมแปลกใจ

"กลับเถอะ ฉันไม่อยากจะเป็นรายต่อไป" ระรินตวัดเสียงใส่

"งั้นเอมกลับก่อนนะคะ วันหลังเอมจะมาเยี่ยมใหม่"

"ไม่ต้องๆ พรุ่งนี้คุณบัวลอยก็จะกลับแล้ว"

"งั้นเอมจะให้แม่แกงหวายมาให้คุณบัวลอยนะคะ"

รุ่งไม่รอช้า ดึงชะเอมออกไปนอกห้อง อาการร้อนรนของรุ่งทำให้ชะเอมสงสัย ถามว่าจะรีบไปตามแมวที่ไหน ทำไมเร่งนักล่ะ

"ไม่เร่งได้ยังไง คุณปฐพีมาที่นี่"

"ก็ไม่เห็นแปลกนี่ คนของเขาเจ็บ เขาก็ต้องมาเยี่ยมเป็นเรื่องธรรมดา"

"แต่รุ่งว่าเขามองรุ่งแปลกๆ เหมือนจะจับผิดอะไรน่ะสิ"

ชะเอมหน้านิ่วขึ้นมาทันที แล้วรุ่งก็พาชะเอมมาแอบดูปฐพีกับนทีคุยกัน

"คุณไพน์ทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ"

"อืม...แต่เรื่องวีดิโอพรีเซนต์ผมไม่ได้ห่วง ที่ผมห่วงก็คือ นับวันพวกแมกไม้วัลเล่ย์ยิ่งเข้าใกล้เราทุกวัน ชะเอมก็มาป้วนๆเปี้ยนๆ แล้วยังเพื่อนของชะเอมอีก รุ่งอรุณอะไรนั่นน่ะ"

"มันก็ใช่ครับ เพราะจริงๆแล้วยัยจุ้นนั่นไม่น่าจะมีน้ำใจมาเยี่ยมผมขนาดนี้"

"งานนี้ผมว่ามันคงไม่ใช่เรื่องคัดเลือกสุดยอดรีสอร์ตแล้วล่ะ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรีสอร์ตเราเมื่อสองปีก่อน"

แม้สองสาวจะไม่ได้ยินว่าเขาคุยอะไรกัน แต่สีหน้าท่าทางของสองหนุ่มก็ดูมีเลศนัยชวนให้สงสัย...

ooooooo

ค่ำนี้ สนฉัตรกับต้นไทรพยายามเซิร์ชหาข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับธารารินทร์รีสอร์ต แต่น่าแปลกที่ไม่มีข้อมูลที่พวกเขาสงสัย คาดว่าปฐพีต้องสั่งปิดข่าวแน่ๆ

"อย่างว่า เรื่องมันเกิดในรีสอร์ตของเขา ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น เขาจะทำยังไงก็ได้"

"แล้วตอนที่เกิดเรื่อง คุณปฐพีก็แก้ปัญหาได้ดีมาก ไม่มีใครซักคนที่รีสอร์ตปริปากพูดเรื่องนี้แม้แต่คนเดียว แม้แต่ผู้เสียหายก็ไม่มีไปแจ้งความด้วยซ้ำ"

"เป็นไปได้ยังไง"

"ที่คนเขาว่าชาวบ้านแถวนี้รักคุณปฐพีมากเห็นจะเป็นเรื่องจริง เราสองคนคงต้องทำงานหนักขึ้นแล้วล่ะ"

"เสียดายวันนี้ยัยมะลิไม่น่าเข้าไปจุ้นเลย" 

โมกข์เดินเข้ามาได้ยินประโยคสุดท้ายนี้พอดี เขาซักลูกๆว่ามะลิเข้าไปจุ้นอะไร สองพี่น้องชักสีหน้าไม่พอใจ...ต้นไทรแกล้งตอบยียวนว่า

"ขัดขวางตอนที่พี่ไพน์กำลังจะได้ความลับของธารารินทร์น่ะสิครับ"

"แล้วเป็นยังไง นายปฐพีจับได้หรือเปล่า" น้ำเสียงโมกข์ ร้อนรนจนลูกๆมองอย่างจับผิด

"ตกลงพ่ออยากได้ความลับของธารารินทร์หรือห่วงยัยมะลิกันแน่คะ"

โมกข์ชะงัก แล้วกลบเกลื่อนว่า "ก็ถ้าตอนนี้มันวุ่นวาย เพราะนายปฐพีมันกำลังจ้องจับผิด พ่อว่าเราน่าจะชะลอไปก่อน อย่าเพิ่งไปขุดคุ้ยอะไรเลย"

"ที่พ่อเปลี่ยนใจ เพราะชะเอมกับยัยมะลิใช่ไหมคะ ...ตอนแรกไพน์ก็ไม่ได้อยากยุ่งอะไรมากกับคุณปฐพี แต่ยิ่งพ่อแสดงให้เห็นว่าพ่อแคร์สองแม่ลูกนั่น ไพน์จะลุยงานนี้เอง และถ้างานสำเร็จ สตางค์แดงเดียวก็อย่าหวังเลยว่าไพน์จะแบ่งให้ชะเอม"

"พ่ออยากเห็นลูกคนใช้ดีกว่าลูกในไส้ก็เชิญเลยครับ แต่ผมกับพี่ไพน์ไม่มีทางยอมรับยัยเด็กนั่นเด็ดขาด"

ว่าแล้วสองพี่น้องก็สะบัดหน้าเดินตามกันออกไป ทิ้งให้คนเป็นพ่อยืนหน้าเครียดอยู่คนเดียว

ooooooo

ฝ่ายชะเอมกับรุ่งกลับเข้าบ้านมาก็สุมหัวกระซิบกระซาบเรื่องปฐพีที่ดูมีลับลมคมใน เหมือนจะสงสัยเราสองคน แต่ยังไงชะเอมก็ย้ำกับรุ่งว่าเราต้องทำเนียนเข้าไว้ ตราบใดที่เขายังไม่ชี้หน้าด่า ก็ถือว่าเราสองคนเป็นผู้บริสุทธิ์

"เฮ่ย ต้องรอให้เขาชี้หน้าด่าเลยเหรอ"

"ฮื่อ...เพราะถ้ารู้แล้วอยู่เฉยๆ แสดงว่าเขายังไม่รู้ลึกรู้จริงว่าเราจะทำอะไร แล้วเราจะหยุดทำไม ใช่เปล่า มันต้องเอาให้เด็ดขาด แตกเป็นแตก หักเป็นหัก"

รุ่งหน้าจ๋อยเป็นกังวล ชะเอมมองสงสัย

"หรือรุ่งไม่อยากแตกหัก...ว่าไง วันนี้ก็ขลุกอยู่กับ คุณนทีทั้งวันเลยนี่"

"ขลุกอะไร ก็ไปเยี่ยมเขาแค่นั้นเอง หรือเอมอยากเห็นรุ่งเป็นคนไร้น้ำใจ"

"เปล่า...เพียงแต่สงสัย ไม่เคยเห็นรุ่งอรุณกรุ่นกาแฟมีน้ำใจกับใครเขาขนาดนี้นี่"

"แหงสิ ไม่งั้นจะยอมล่มหัวจมท้ายกับเอมทำอะไรแผลงๆแบบนี้เหรอ ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของรุ่งซักหน่อย"

"ขอบใจนะรุ่ง ขอบใจที่ยอมเป็นเพื่อนเอม"

"ก็บอกแล้วไงว่าเอมเป็นเพื่อนรักของรุ่ง...รุ่งรักเอม"

สองเพื่อนรักยิ้มแย้มกอดคอกัน แล้วต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงมะลิถามอยู่ข้างหลังว่า

"ทำไมกลับมาบ้านพร้อมกันได้ล่ะเอม...รุ่ง"

สองสาวยิ้มแหะๆ ค่อยๆลุกตามมะลิไปที่โต๊ะอาหาร แล้วรุ่งก็อ้อมแอ้มตอบคำถามว่า พอดีรุ่งแวะไปหาเอมที่ทำงาน มะลิไม่เชื่อ พูดจับผิดว่า

"รุ่งรู้จักที่ทำงานเอมแล้ว วันหลังพาน้าไปหาเอมบ้างนะ"

สองสาวชะงักกึก ทำหน้าปูเลี่ยนๆ มะลิยิ่งมองสงสัย แต่ทันใดชะเอมก็รีบเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนไปว่า

"แม่คะ พอดีเพื่อนที่ออฟฟิศเอมไม่สบาย เขาอยากกินแกงหวาย แม่ช่วยทำให้เขาหน่อยได้มั้ย"

"อะไรกัน เด็กวัยรุ่นสมัยนี้กินแกงหวายแกงโบราณแบบนี้เป็นด้วยเหรอ  เอาเป็นว่าพรุ่งนี้แม่เอาไปให้เขาเองแล้วกัน แต่เอ...รุ่งกับเอมนี่เหมือนกันหลายอย่างเนอะ วันนี้ เพื่อนรุ่งเข้าโรงพยาบาล  มาตอนนี้พี่ที่ออฟฟิศของเอมก็อยู่โรงพยาบาลอีก อย่างกับเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน"

มะลิทิ้งท้ายก่อนเดินเข้าไปในครัว สองสาวหน้าจืดสนิท พอหลังอาหารก็รีบเข้าห้องปรึกษาหารือกันเคร่งเครียด

"น้ามะลิพูดแปลกๆ อย่างกับรู้ว่าเอมทำงานอยู่ไหน อะไร กับใครงั้นแหละ แล้วก็ยังจ้องจับผิดเราด้วย"

"เอมไม่ยอมให้แม่จับผิดง่ายๆหรอก   แต่รุ่งต้องช่วยเอมเหมือนเดิมนะ"

"โอ๊ย...เอาอีกแล้วเหรอ"

"ก็งั้นสิ เราสองคนเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกันไม่ใช่เหรอ"

"ฮื่อ...และตอนนี้รุ่งก็อยากตายจริงๆแล้วล่ะ เอมใช้ตลอดเลย" รุ่งบ่น...แต่มองหน้าชะเอมยิ้มๆ ทอดสายตาไปที่ดวงจันทร์   แต่ดวงจันทร์กลับกลายเป็นหน้านที   รุ่งสะดุ้งเฮือก หุบยิ้มทันทีทันใด...

ปฐพีตัดสินใจรับนทีและบัวลอยกลับรีสอร์ตในคืนนี้เลย   นทียังคงเดินกะเผลกเล็กน้อย   แต่ใจนั้นเต็มร้อย  บอกกับปฐพีขณะลงจากรถว่า

"คุณปฐพีไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะจับตามองรุ่งอรุณเอง และถ้าไม่มีธุระจำเป็น ผมจะไม่ให้เขาเข้ามาในนี้เด็ดขาด"

"ไม่เป็นไร คิดซะว่าเขาเป็นแขก แต่ถ้ามีอะไรผิดสังเกต ผมอนุญาตให้คุณจัดการในฐานะเจ้าของรีสอร์ตได้ทันที"

นทีอึ้งไปนิดก่อนรับคำ จากนั้นปฐพีก็ให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาทำงานกันแต่เช้า

"เอ่อ...บัวลอยยังไม่ค่อยไหว ขอพักก่อนนะคะ แต่ยังไง บัวลอยจะไปให้กำลังใจคุณระรินกับคุณพุทราที่ออฟฟิศค่ะ"

ปฐพีพยักหน้าก่อนเดินออกไปกับนที ระรินกับพุทราหันขวับมามองหน้าบัวลอยอย่างรู้ทันว่าบัวลอยตั้งใจอู้งาน แต่บัวลอยก็ยักไหล่อย่างไม่แคร์

นทีกำลังจะเข้าบ้านพัก เหลือบเห็นเสื้อของรุ่งที่ซักตากเอาไว้ จึงหยิบติดมือเข้ามาด้วย แล้วทรุดนั่งลงบนเตียงที่รุ่งเคยนอนเมื่อวันก่อน รู้สึกคิดถึงเธอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"รุ่งอรุณ...คุณอย่าเป็นคนร้ายเลยนะ" ชายหนุ่มรำพึงออกมาอย่างไม่มั่นใจ...

ooooooo

เรื่องย่อละคร ปฐพีเล่ห์รัก

เรื่องย่อ...ปฐพี หรือ ดิน (ปริญ สุภารัตน์) หนุ่มมาดขรึม หนึ่งใน 4 พี่น้องฝาแฝดแห่งตระกูลอดิศวร ซึ่งทำหน้าที่ดูแลรีสอร์ทของครอบครัวอดิศวร ด้วยภาระหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ ไหนจะต้องระวังศัตรูสองด้าน ซึ่งก็คือโรงแรมคู่แข่งสองแห่ง ได้แก่ ป่าฝนรีสอร์ท รีสอร์ทกึ่งสวนสัตว์ และ แมกไม้วัลเลย์ รีสอร์ทเก่าแก่ของจังหวัด รีสอร์ททั้งสองแห่งตกลงจะร่วมทุนกันเปิดรีสอร์ทแบบเอ็กซอติก มีสวนสัตว์หายาก และภัตตาคารอาหารป่า แต่ถูกปฐพีขัดขวางเอาไว้ ทำให้ทั้งสองแห่งเคืองแค้น

แม้จะมีนิสัยขี้เล่น เจ้าเล่ห์ คล้ายคลึงกับพี่น้องฝาแฝดชายอีกสองคน หากภายนอกปฐพีดูเงียบขรึม โดยเฉพาะเวลาทำงานเขาจะดูเคร่งเครียด สันโดษ ไม่ค่อยยิ้มแย้มแจ่มใส โดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุวุ่น ๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นในรีสอร์ทซึ่งเขาโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง

แต่แล้ววันหนึ่ง ชีวิตที่มีแต่งาน งาน งาน ของปฐพีกลับต้องถูกสั่นคลอนเมื่อเขาได้พบกับหญิงสาวปริศนาคนหนึ่งที่เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในรีสอร์ท ดินไม่รู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่ เพราะครั้งแรกที่พบเธอ...เธอมาในมาดสาวไฮโซในกลุ่มเซเลบริตี้ที่มาจัดเลี้ยงในธารารินรีสอร์ทของเขา แต่เขาแอบจับได้ว่าเธอเป็นไฮโซปลอม ที่เขาสันนิษฐานว่าจะเป็นพวกแฝงตัวมากินฟรี จึงได้แต่จับตาดูเฉย ๆ ไม่ได้เอาเรื่องเอาราวอะไร

แต่แล้วเขาก็ได้พบเธออีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้เธอมาในคราบนักศึกษาปะปนมากับนักเรียนการโรงแรมของมหาวิทยาลัยราชภัฎของจังหวัด ที่อาจารย์พามาทัศนศึกษาดูงานที่ธารารินรีสอร์ท คราวนี้ปฐพีให้ นที (ดนัย จารุจินดา) เลขาหนุ่มปากจัดคนสนิทไปล็อกตัวเธอมาสอบปากคำว่าเธอเป็นใคร และเข้ามาทำอะไรในโรงแรมเขากันแน่

หญิงสาวซึ่งบอกว่าตัวเองชื่อ ชะเอม หรือ เฌอเอม (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง) ตีหน้าจ๋อย สารภาพว่าที่แฝงตัวเข้ามาก็แค่จะเก็บข้อมูลเพื่อมาสมัครงานที่นี่ เธอบอกว่าเพิ่งจบการโรงแรมมาจากเมืองนอก กำลังหางานทำช่วยทางบ้านที่ตกอับ ปฐพียังไม่ไว้ใจนัก แต่ด้วยต้องการรู้แน่ว่าเธอเข้ามาทำอะไรในรีสอร์ทเขา จึงบอกให้เธอมาสมัครงานพรุ่งนี้เลย…วันต่อมา ชะเอมจึงมายื่นเอกสารสมัครงาน แต่แค่เพียงดูบัตรประชาชนเธอแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นบัตรประชาชนปลอม...เขาจึงเดาว่าวุฒิการศึกษาที่บอกจบจากเมืองนอกก็คงจะปลอมเหมือนกัน

เธอ...เป็นใครกันแน่ระหว่างแก๊งต้มตุ๋น...สายลับจากโรมแรมคู่แข่ง...เป็นใครบางคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนั้น หรือเป็นแค่หญิงสาวจิตป่วนคนหนึ่งกันแน่ เพราะใคร่จะรู้คำตอบ ปฐพีจึงตัดสินใจรับเธอเข้าทำงาน โดยให้เลขาหนุ่มคอยจับตาดูใกล้ชิด

ชะเอมมาเริ่มงานวันแรกด้วยความกระตือรือร้น แต่อดเคืองไม่ได้ที่ถูกส่งไปเริ่มงานที่แผนกแม่บ้าน ทำหน้าที่จัดเตียง ปูเตียง ทำความสะอาดห้องพัก ปฐพีเป็นคนสั่งให้หัวหน้าแม่บ้านคอยจิกหัวใช้งาน ทำให้ชะเอมแทบไม่มีเวลาออกไปวุ่นวายที่ไหน

เมื่อรีสอร์ทของปฐพีต้องต้อนรับคนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่จะมาดูงานเพื่อคัดเลือกรีสอร์ทในโครงการคัดสรรรีสอร์ทห้าดาวแบบซุปเปอร์อันซีนไทยแลนด์ ที่จะเลือกรีสอร์ทห้าดาวแห่งเดียวเท่านั้นในจังหวัด ปฐพีจริงจังกับเรื่องนี้มาก เขาวางแผนพา คณะ ททท.เที่ยวชมรีสอร์ท รวมถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่พี่น้องฝาแฝดคนอื่น ๆ ดูแล เช่น ไปชิมไวน์ที่ไร่องุ่น ไปดูฟาร์มโคนม ไปล่องแก่ง เป็นการท่องเที่ยวแบบผสมผสาน

แต่ตลอดงาน ชะเอมกลับคอยจะป่วน สร้างเรื่องวุ่นวาย แบบที่แยกแยะไม่ออกระหว่างความซุ่มซ่ามของเธอเอง กับความจงใจ หลายครั้งเธอทำเป็นแกล้งโง่ แกล้งเซ่อ เพื่อจะให้รีสอร์ทอับอายขายหน้า เสียคะแนนต่อคณะประเมินของ ททท. แต่เธอก็ทำได้แค่เกือบสำเร็จ เพราะแผนของเธอจะโดนรู้ทันก่อนทุกครั้ง จนผลย้อนกลับมาเล่นงานตัวเธอเองเสมอ เธอไม่เคยแกล้งเขาได้สำเร็จสักที

แต่ระหว่างที่ปฐพีกับชะเอมเล่นเอาเถิดกันไปมา ความรักก็เริ่มก่อตัวขึ้น ปฐพีเริ่มเคยชินกับการจับตามองชะเอมทุกฝีก้าว จากการจับผิดกลายเป็นเอ็นดู ขำ และตลกกับพฤติกรรม ความคิดและแผนการแปลก ๆ ของเธอ ทำให้ชีวิตที่ขรึม เครียด เคร่งกับงานมาตลอดของดินเริ่มมีสีสัน มีชีวิตชีวา ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าเธอจงใจมาทำงานที่นี่เพื่อแกล้งเขา แต่เขากลับจดจ่อคอยดูสิ่งที่เธอทำอย่างสนุกรื่นรมย์ เหมือนเป็นเกมท้าทายให้เล่น ให้ปราบ ให้เอาชนะ

ส่วนชะเอมเอง ระหว่างที่มัวเอาแต่คิดแผนบ้องตื้นตามความสามารถทางสมองของเธอ เธอไม่รู้ตัวว่าหลายครั้งหลายคราที่เธอเฉียดไปเกือบเจอความลับบางอย่างเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนั้น ซึ่งถูกเก็บเงียบเอาไว้ในรีสอร์ท แต่ชะเอมกลับไม่ฉลาดพอที่จะเอะใจ

ชะเอมเกิดไปเป็นที่ถูกใจของคุณสุพรรษา (จินตรา สุขพัฒน์) แม่ของปฐพี คุณสุพรรษาจึงจัดการขอย้ายตำแหน่งให้ชะเอม ไปทำงานกับคุณจิดา ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ซึ่งปฐพีแสนเกรงใจ คุณจิดาให้ชะเอมมาช่วยรับหน้าที่โดยตรงในการดูแลคณะ ททท. ชะเอมจึงมีโอกาสมากขึ้นในการทำลายชื่อเสียงของรีสอร์ทต่อคณะ ททท. และคราวนี้เธอตัดสินใจว่าต้องลงมือขั้นเด็ดขาดเสียแล้ว เชื่อว่าถ้าแผนสุดท้ายขั้นสุดยอดที่เธอคิดไว้สำเร็จ ดินจะเสียหายอย่างมาก

แต่ยังไม่ทันลงมือ ป่าฝนรีสอร์ท ส่งคนมาปองร้ายปฐพีและคณะประเมินของ ททท. แต่ชะเอมซึ่งรู้ใจตัวเองว่ารักปฐพีเข้าแล้วทนดูเขาโดนแกล้งไม่ได้ จึงช่วยขัดขวาง ทำให้แผนของคนร้ายที่ป่าฝนรีสอร์ทส่งมาไม่สำเร็จ ปฐพีขอบคุณชะเอม แต่ชะเอมก็รู้สึกผิดจึงตัดสินใจสารภาพว่าเธอไม่ใช่คนดีอย่างที่เขาคิด และเล่าว่าทีแรกเธอก็วางแผนจะแกล้งเขาเหมือนกัน แต่แล้วชะเอมก็ต้องแปลกใจ เมื่อปฐพีเองก็สารภาพว่าเขารู้ทันเธอมาโดยตลอด เขารู้หมดว่าชะเอมกำลังจะทำอะไร รวมถึงรู้ว่าเธอเป็นใคร

ปฐพีเล่าว่าเขาให้คนไปสืบเรื่องบัตรประชาชนปลอมที่ชะเอมใช้สมัครงาน และพบว่าเธอไม่ได้ชื่อชะเอม แต่ชื่อ เฌอเอม ต่างหาก ที่สำคัญ นามสกุลเธอตรงกับพนักงานหญิงที่เขาไล่ออกไปคนหนึ่ง เขาจึงรู้ว่าที่เธอเข้ามาทำงานและป่วนโรงแรมเขาก็เพราะต้องการแก้แค้นให้แม่ของเธอ ที่โดนไล่ออกและใส่ร้ายว่าขโมยของแขกที่เข้ามาพัก ปฐพีบอกขอโทษที่ทำกับแม่ของเธอเช่นนั้น เขาสารภาพความรู้สึกกับเธอ และบอกว่าถ้าเธอรับรัก เขาก็จะรับแม่ของเธอกลับมาทำงาน จะให้ยกพานไปขอขมาก็ยังได้ แต่เฌอเอมยังเล่นตัว บอกว่าขอคิดดูก่อน

ปฐพีหมดข้อสงสัยในตัวผู้หญิงที่เขารัก แต่ นที เลขาคนสนิทของดินไม่คิดอย่างนั้น เขายังสงสัยจนเดินหน้าสืบประวัติเธอต่อ และต้องแปลกใจเมื่อพบว่าใบประกาศนียบัตรการโรงแรมจากต่างประเทศนั้นเป็นของจริง เลขาของดินเริ่มแปลกใจว่าลูกพนักงานจน ๆ ทำไมถึงมีเงินไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ในประเทศที่ค่าครองชีพแพงหูฉี่

ยังไม่ทันได้เอาหลักฐานที่พบไปรายงานกับดิน เฌอเอมก็เผอิญได้พบความลับสุดยอด ของรีสอร์ทที่ปฐพีซุกซ่อนเอาไว้มาตลอดเข้าจนได้ นั่นก็คือหลักฐานเกี่ยวกับอุบัติเหตุท่อน้ำร้อนระเบิด เมื่อสองปีก่อน ที่ทำให้มีพนักงานบาดเจ็บและเสียชีวิต หนึ่งในผู้รอดชีวิตนั้นถึงกับพิการ แต่เรื่องกลับเงียบไม่เป็นข่าวเพราะปฐพีสั่งปิดข่าว

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:28 น.