ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์รักลูกทุ่ง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

มนต์รักลูกทุ่ง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ทุ่งนาเขียวขจีกว้างไกลสุดสายตา ยอดข้าวเรียวบางพลิ้วเป็นคลื่นยามต้องลมอ่อนๆ

ธรรมชาติที่สวยงามเย็นตาคละเคล้าด้วยเสียงเพลงจากคล้าว หนุ่มลูกทุ่งเนื้อหอมที่ยืนครวญเพลงอยู่กลางทุ่ง ทำให้บรรยากาศยามนี้ ทั้งงามตา เย็นใจ และเสนาะหู ยิ่งนัก...

คล้าวยืนร้องเพลงกลางดงข้าวอย่างเพราะพริ้ง ข้างหลังคล้าวที่เป็นโคกนา มีแว่นคู่หูของคล้าวเป่าแตร มีตี๋และไข่ ช่วยกันบรรเลงมีแอ็กคอร์เดี้ยนและกลอง ทั้งคนเล่นดนตรีและ คนร้อง ต่างใส่อารมณ์สุดๆลงไปในบทเพลงนี้ ราวกับจะให้เป็นมนต์ขลังดุจพระสังข์เรียกปลาฉะนั้น...

"หอมเอย...หอมดอกกระถิน รวยระรินเคล้ากลิ่นกองฟาง เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง มองเห็นบัวสล้าง ลอยปริ่มริมบึง...อยากจะเด็ดมาดอม หอมหน่อย ลองเอื้อมมือค่อยๆก็เอื้อมไม่ถึง อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงภู่ผึ้ง บินได้จะบินไปคลึง...เคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน..."

เสียงเพลงก้องกังวานไกลไปถึงอีกมุมหนึ่งของทุ่งนา ทองกวาวกับบุปผาลูกพี่วัยไล่เลี่ยกันเงี่ยหูฟัง มองหน้ากัน บุปผากวาดตามองหา พลางถามทองกวาว

"ไหนล่ะทองกวาว พี่แว่นของบุปผา กับพี่คล้าวของทองกวาวน่ะ"

"ต้องอยู่แถวนี้แหละ บุปผาไม่ได้ยินเสียงเพลงเหรอ ทองกวาวจำเสียงพี่คล้าวได้"

"บุปผาก็จำเสียงแตรของพี่แว่นได้เหมือนกัน"

สองสาวยิ้มให้กันอย่างดีใจแล้วรีบพากันไปตามเสียงเพลง...

ooooooo

คล้าวยังคงร้องเพลงอย่างได้อารมณ์ พลางเดินมาหาพวกแว่นที่โคกนา...

"หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน อวลระคนหอมแก้มนงคราญ ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาลมนต์รักเพลงชาวบ้าน... ลูกทุ่งแผ่วมา..."

ทองกวาวกับบุปผาตามเสียงเพลงมาจนถึง ทั้งสองแอบฟังอย่างเคลิ้มไปกับเสียงเพลง...

พลันทุกอย่างก็ล่มสลาย เมื่อคล้าวกำลังจะร้องเพลงท่อนต่อไป แต่แว่นเห็นทองกวาวกับบุปผาเสียก่อน เสียงแตรที่เป่าก็แหกคีย์ ทุกอย่างหยุดกึก แว่นโผเข้าหาบุปผา และคล้าวโผเข้าหาทองกวาว

"อิจฉาคนมีแฟนว่ะ" ไข่บ่นกับตี๋ เห็นคล้าวกับแว่นโผเข้าหาคนรักแล้วอยากมีมั่ง

แว่นวิ่งฝ่าคล้าวที่กำลังไปหาทองกวาว กางแขนกะจะกอดบุปผาให้เต็มรัก เป็นจังหวะที่บุปผาก้มเก็บดอกไม้ทัดหูที่หล่นลงพื้นพอดี แว่นเลยถลาวืดตกน้ำโครม บุปผาเงยหน้าขึ้นอีกทีหาแว่นไม่เจอแล้ว ได้ยินเสียงต๋อมแต๋มหันไปมอง เห็นแว่นกำลังตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน

บุปผาพาแว่นไปล้างตัวที่โคกนา พอล้างโคลนออกหมดแว่นก็ขอกอดให้ชื่นใจ ถูกบุปผาเอ็ดว่าอย่ามาทำรุ่มร่าม แต่ไม่ทันระวังตัว ถูกแว่นจู่โจมขโมยหอมแก้มเสียฟอดใหญ่

"พี่แว่นบ้า คนฉวยโอกาส" บุปผาตกใจมือไวกว่าความคิด ตบฉาดเข้าเต็มหน้าจนแว่นตาค้างเห็นดาวกลางวันแสกๆ

พอหายตกใจ บุปผาถามแว่นว่าเจ็บมากไหม แว่นกัดฟันบอกว่าไม่เจ็บเท่าไหร่แค่เหมือนถูกช้างถีบเท่านั้น บุปผาถามว่าจะเอาอีกข้างไหมจะได้เท่าๆกัน

"พอแล้วบุปผา มือหนักขนาดนี้ เดี๋ยวพี่แว่นก็ฟันร่วงหมดปากหรอก" ทองกวาวพูดกลั้วหัวเราะแล้วหันไปถามคล้าว  "เพลงที่พี่คล้าวร้องเมื่อกี้นี้เพราะจังเลย เพลงอะไรจ๊ะ"

คล้าวบอกว่าเพลงใหม่แว่นเพิ่งแต่ง บุปผาทำหน้าทึ่งถามว่าหน้าเซ่อๆอย่างนี้หรือแต่งเพลงเพราะๆอย่างนี้ได้ด้วย ทองกวาวเลยขอให้คล้าวร้องต่อให้ฟัง ปรากฏว่าคล้าวร้องต่อไม่ได้เพราะแว่นเพิ่งแต่งได้แค่นี้เอง เลยถูกพรรคพวกแซวกันขรม แว่นทำหน้าจริงจังคุยฟุ้งว่า ถ้าเพลงนี้ได้อัดขายมีหวังตนรวยเละแน่

"งั้นร้องให้บุปผาฟังอีกรอบได้ไหมจ๊ะ"

แว่นกระตือรือร้นรีบขึ้นเพลงให้คล้าวร้อง คล้าวทำเสียงหล่อเต็มที่ร้องไปมองหน้าทองกวาวไป

"หอมเอย...หอมดอก..."

"ปัง!" เสียงปืนแผดขึ้น วงแตกทันที ทั้งนักร้องนักดนตรีแตกกันกระเจิง ไข่กับตี๋กระโดดน้ำหนี ส่วนคล้าว แว่น ทองกวาว และบุปผายืนตะลึงอึ้งราวกับถูกสาป
พริบตานั้น ก้อนพ่อของทองกวาวก้าวออกมาหน้าตึงขึงขัง มองคล้าวกับแว่นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พูดเหมือนคำราม

"ข้านึกแล้วไม่มีผิด ว่าพวกเอ็งต้องล่อลวงลูกสาวหลานสาวข้ามาที่นี่แหงๆ"

บุปผาชี้แจงว่าคล้าวกับแว่นไม่ได้หลอกแต่พวกตนมากันเอง ก้อนเอ็ดว่ายังจะมาเถียงแล้วสั่งสองสาวให้กลับบ้าน บอกหมึกให้ลากตัวไป หมึกเข้าไปบอกสองสาวว่ากลับกันเถอะอย่าให้ลุงแกโมโหเลย ทองกวาวกับบุปผาจึงเดินตามหมึกไปจ๋อยๆ ส่วนก้อนก็หันไปด่าคล้าวกับแว่นต่อ

"ไอ้พวกไม่รู้จักดูกะลาหัวตัวเอง จนไม่รู้จักเจียม วันๆดีแต่ทำเสียงดังหนวกหูชาวบ้าน ทำมาหากินไม่เป็นรึไงวะ" คล้าวชี้แจงว่าถึงตนจะจนแต่ก็รักทองกวาวด้วยความจริงใจ ถูกก้อนถ่มน้ำลาย "ถุย! รักเหรอวะ คนจนอย่างเอ็ง รักใครเป็นด้วยเหรอวะ เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะโว้ย ก่อนจะมาทำปากกล้ากะข้า"  แว่นโต้กลัวๆกล้าๆว่าถึงจนก็มีหัวใจ  อาก้อน นั่นแหละรวยเสียเปล่าแต่ไม่มีดนตรีในหัวใจ

"ไอ้แว่น มึงด่ากูเรอะ!" ก้อนแผดเสียง เพชรยุว่าอย่างนี้ต้องสั่งสอนแล้วพ่อ ก้อนเลยยิงปืนขึ้นฟ้าอีกนัดหนึ่ง คราวนี้ทั้งคล้าวทั้งแว่นโกยแนบแบบตัวใครตัวมัน ก้อนตะโกนด่า "มันน่ายิงให้ไส้แตกนัก ไอ้ ไอ้...ไอ้พวกบ้า ไอ้พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไอ้พวก...กิ๊กก๊อก ไอ้...ไอ้...กูไม่รู้จะด่ายังไงแล้วว่ะ"

"ไอ้พวกคนจนไงพ่อ" เพชรช่วยคิด

"เออ...ไอ้พวกคนจน...ถุย!" ก้อนด่าส่งท้าย

บุปผากับทองกวาวได้แต่เกาะกุมกันดูเหตุการณ์ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ooooooo

คล้าวกับแว่นวิ่งไปเจอกันที่คอกควาย นั่งหอบแฮกกันแล้วต่างก็ถามว่าทำไมวิ่งหนีเสียฟอร์มหมด แว่นหาว่าคล้าววิ่งหนีก่อน คล้าวเลยท้าว่าถ้าไม่กลัวก็ลองกลับไปลองดูอีกที แว่นไม่เล่นด้วย ถามคล้าวว่าทำไมอาก้อนถึงไม่อยากได้เราสองคนเป็นเขยทั้งที่หน้าตาดี๊ดี

พอคล้าวบอกว่าก็น่าจะรู้เองนะว่าทำไม แว่นบ่นงึมงำว่าแค่ตนเป็นช่างตัดผม เป็นนักดนตรีนี่หรืออาก้อนถึงได้รังเกียจ บอกคล้าวว่า "ข้าจะทำให้อาก้อนเปลี่ยนใจให้ได้"

"ข้าก็ไม่มีวันถอดใจหรอก เพราะข้ารักทองกวาวคนเดียว วันนี้รักแค่ไหน พรุ่งนี้ก็รักมากขึ้นไปอีก อาก้อนต้องยอมใจอ่อนกับข้าซักวัน" คล้าวมุ่งมั่นมาก

ส่วนทองกวาวกับบุปผา พอกลับถึงบ้านก็ถูกก้อนสั่งห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ถ้าขัดขืนคำสั่งโดนดีแน่ ทับทิมผู้เป็นแม่ก็บ่นว่าคล้าวกับแว่นมันมีดีตรงไหนถึงไปชอบมัน พอสองสาวบอกว่าเขาเป็นคนดี ทับทิมย้อนถามว่า แล้วความรักมันกินเข้าไปได้รึไง พอทองกวาวก้มหน้า ทับทิมอบรมต่ออีกว่า

"ที่แม่เตือนก็เพราะหวังดี บ้านเราก็มีหน้ามีตา ฐานะไม่ต้องอายใคร พ่อกับแม่เลี้ยงเราถึงวันนี้ ก็หวังว่าสักวันลูกจะได้คู่ครองที่สมน้ำสมเนื้อ ขืนได้คนอย่างไอ้คล้าว ไอ้แว่นมาเป็นเขย พ่อกับแม่ไม่มีวันตายตาหลับหรอก โตๆกันแล้ว ไปคิดดูกันเอาเอง" พูดแล้วทับทิมเดินออกไปเลย

"ทองกวาวไม่บอกป้าแกไปล่ะว่า ก่อนลุงจะได้แต่งงานกับป้า ลุงก็เคยจนมาก่อนเหมือนกัน แกไม่เห็นจะต้องรังเกียจคนจนเลย" บุปผากระซิบกับทองกวาว

"ใครจะกล้าพูดล่ะบุปผา" ทองกวาวตอบเบาๆ แล้วถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

คอนแม่ของคล้าวกระเดียดกระจาดใส่ผักที่เก็บมาจากหลังบ้าน เดินมาเห็นคล้าวตั้งอกตั้งใจเอาดินเหนียวมาปั้นควายตัวเล็กๆ ก็บอกลูกว่าน้ำปลาในบ้านหมดแล้ว ถามว่าปั้นอะไรหรือ คล้าวบอกว่า

"ปั้นไอ้ฉ่ำจ้ะแม่ แม่ว่าเหมือนไหม หนูว่าจะเอาไปฝากทองกวาว เดี๋ยวหนูจะปั้นอีแฉะด้วย มันจะได้เป็นคู่กัน"

คอนมองลูกชายอย่างสงสารถามว่าเขาจะเอาหรือ เขามีของเล่นดีกว่านี้เป็นไหนๆ แล้วเตือนลูกชายว่าบ้านเรากับบ้านเขาผิดกันมาก แม่ไม่อยากให้ลูกผิดหวัง คล้าวเชื่อว่าทองกวาวไม่ใช่คนใจโลเล คอนก็เตือนว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนเพราะยังมีพ่อแม่เขาอีก

"หนูรู้จ้ะแม่ แต่หนูแน่ใจว่าสักวันลุงก้อนกับอาทับทิมจะต้องยอมรับหนูได้" คล้าวมั่นใจมาก บอกแม่ว่าจะเอาน้ำปลาใช่ไหม เดี๋ยวจะถ่ายจากไหไปให้ คอนได้แต่มองลูกชายด้วยความสงสารกลัวลูกผิดหวัง

หลังจากนั้น คอนเอาบวบอ่อนๆ ลูกงามๆที่เก็บมาไป ฝากทับทิมที่บ้าน ถูกทับทิมถามอย่างดูแคลนว่าเอามาให้หรือเอามาขายเพราะเห็นได้ผักหญ้าอะไรก็เอาไปขายหมด แล้วบอกคอนว่ามาก็ดีแล้วมีเรื่องอยากคุยด้วยพอดี พอคอนถามว่าเรื่องอะไร ทับทิมมองหน้านิ่งๆบอกว่า "ก็เรื่องลูกชายของแกน่ะซิ"

แล้วทับทิมก็บอกคอนให้สอนลูกชายรู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้าง อย่าหมายเด็ดดอกฟ้า มันไม่มีวันเอื้อมถึงอยู่แล้ว

สุดท้ายทับทิมปรามอย่างเหยียดหยามว่า "พูดด้วยภาษาคนแค่นี้คงจะเข้าใจนะยะ" ทำให้คอนได้แต่ก้มหน้าเดินคอตกกลับไป ส่วนทับทิมหันไปหยิบบวบอ่อนๆงามๆจะเอาไปแกงเลียงกิน ทองกวาวเดินออกมาถามว่าได้ยินเสียงแม่คุยกับใครหรือ ทับทิมตอบอย่างขอไปทีว่าคนแถวนี้เอาบวบมาให้ แล้วรีบชวนทองกวาวเข้าบ้าน

ร้านตัดผม "ลมโชยเกศา" ของแว่น มีลูกค้าประจำที่มีความอดทนและรู้นิสัยกันดีกับแว่นเจ้าของร้านมาตัดประจำ วันนี้ขณะตัดผมให้ลูกค้าได้ครึ่งหัว แว่นนึกแต่งเพลงท่อนสามได้ ดีใจมากร้องบอกไข่ว่าแต่งได้แล้ว พลางท่องให้ฟัง "ได้คันเบ็ดสักคัน พร้อมเหยื่อ"

แว่นดีใจจนเนื้อเต้นร้องหากระดาษดินสอมาจดบอกลูกค้าที่เพิ่งตัดได้ครึ่งหัวให้กลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาตัดใหม่ แล้วหันไปฮัมเพลงท่อนใหม่ที่แต่งได้อย่างมีความสุข

บ่ายๆหมู่น้อยมือกลองของวงก็เดินถือถุงไข่หงส์มาอย่างระมัดระวังเพราะเตรียมซื้อไปฝากสายใจลูกตามิ่งขี้เมาที่ตัวเองหลงรักอยู่ แต่พอมาเจอไข่กับตี๋ที่นั่งไส้แห้งมาแต่เช้า สองหนุ่มก็รุมกันเข้าไปช่วยชิมจนหมดถุง แถมยังขอเงินไปซื้อข้าวกินอีก

สุดท้ายนอกจากไม่มีขนมไปฝากสายใจแล้วยังต้องควักเงินให้ตี๋กับไข่ไปกินข้าวอีก 20 บาท แต่ความรักเพื่อน หมู่น้อยไม่บ่นสักคำ

ooooooo

ส่วนสายใจวันนี้ตั้งอกตั้งใจแกงส้มดอกแค

กลิ่นหอมฉุย สายใจตักใส่ชามควานหาพุงปลาตั้งใจเอาไปให้คล้าวหนุ่มเนื้อหอมแห่งบ้านหนองทรายขาวที่ตัวเองแอบรัก พอดีมิ่งเมากลับมา ดวงใจผู้เป็นน้องสาวบ่นพ่อก็ถูกเอ็ดว่าอย่ามายุ่ง ตนเครียด แล้วสูดกลิ่นบอกว่าได้กลิ่นแกงส้มให้ตักมาให้สักชามเอาพุงปลาด้วย

พอดีสายใจถือชามแกงส้มออกมา มิ่งชะโงกดูเห็นพุงปลาก็โวยวายว่าแทนที่จะเอาพุงปลาไว้ให้พ่อกินกลับเอาไป

ถวายไอ้คล้าวเสียงั้น

"ขี้เมาอย่างพ่อก็แทะหัวปลาไปก่อนละกัน" สายใจพูดแล้วประคองชามแกงส้มเดินออกไป

"อีบ้า...เห็นผู้ชายดีกว่าพ่อตัวเอง เอาพุงปลากูคืนมา... อีสายใจ..." มิ่งโวยวายแต่ไม่ได้กินพุงปลาอยู่ดี

ถึงไม่มีอะไรมาฝากสายใจ หมู่น้อยก็ยังไปยืนดักขอคุยด้วย ถูกสายใจด่าว่างานการไม่ทำ ขโมยเต็มบ้านเต็มเมือง กินเงินเดือนหลวงทุกเดือนไม่ละอายใจบ้างรึไง

หมู่น้อยอ้างว่าตอนนี้ออกเวรแล้วและอีกอย่างไม่มี เจ้าทุกข์แจ้งความด้วยแล้วจะให้ไปจับใครได้ พอสายใจบอกว่าที่หลังวัดมีทั้งตีไก่ ทั้งบ่อนไฮโลให้ไปจับได้เลย หมู่ก็อ้างว่า ไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้ออกเวรแล้ว พลางทำท่าสูดกลิ่นแกงส้มบอกว่าน่ากินจัง สายใจดันหน้าหมู่ออกไปบอกว่าจะเอาไปให้คล้าว

หมู่น้อยบ่นอย่างน้อยใจว่าอะไรๆก็ไอ้คล้าว เมื่อไหร่ หมู่น้อยคนนี้จะได้ชิมแกงส้มฝีมือสายใจบ้าง พอได้รับคำตอบว่าชาติหน้าตอนบ่ายแก่ๆ หมู่น้อยก็หัวใจแทบสลาย ยืนมองสายใจเดินผ่านไปหน้าละห้อย

ooooooo

สายใจประคองชามแกงส้มไปให้คล้าวบอกว่าเอามาฝาก มีพุงปลามาด้วย คล้าวขอบใจถามว่าทำไมไม่เอาไว้ให้มิ่งกิน สายใจบอกว่าพ่อไม่ชอบกินหรอกตนเลยตักมาให้พี่คล้าวดีกว่า

"งั้น...หนูยกให้แม่แล้วกันนะจ๊ะ" คล้าวบอกคอนที่นั่งยิ้มอยู่ สายใจชมว่าคล้าวน่ารักจัง มีอะไรก็ให้แม่ก่อน คล้าว มองแม่แล้วมองสายใจบอกเธอว่า "ก็เรามีแม่อยู่คนเดียวนี่จ๊ะสายใจ ตอนเด็กๆแม่ให้เราได้ทุกอย่าง ตอนนี้เราโตแล้วก็ต้องให้ ทุกอย่างแก่แม่ได้เหมือนกัน เดี๋ยวพี่เอาแกงไปเก็บใส่ตู้ก่อนนะ"

พอคล้าวยกชามแกงส้มไป สายใจบอกคอนว่าโชคดีมีลูกชายน่ารัก ถามเป็นนัยว่าไม่อยากได้ลูกสาวน่ารักสักคนบ้างหรือ คอนรู้ความหมายบอกสายใจว่า "เรื่องนี้ต้องแล้วแต่เขา"

แต่พอคืนนี้ขณะคล้าวไปดูไอ้ฉ่ำกับอีแฉะที่คอกเห็นท้องอีแฉะตึงๆบอกแม่ว่าสงสัยมันท้อง คงต้องขยายคอก คอนเลยได้จังหวะคุยกับคล้าวว่า เราอยู่กันสองคนเหงาๆเหมือนกันถ้ามีใครสักคนก็คงดี คล้าวถามขำๆว่าใครจะมาอยู่เพิ่มล่ะจ๊ะ

"อีกหน่อยเอ็งก็แต่งเมีย" คอนมองหน้าคล้าวอย่างหยั่งใจ คล้าวบอกแม่ว่าแต่งเมียจริงๆตนก็ต้องไปอยู่บ้านพ่อตา "ลูกสะใภ้เขาอาจจะอยากมาอยู่กับเราก็ได้นี่" คอนทักท้วงสะกิดให้คิด

"นาอาก้อนเขาตั้งหลายร้อยไร่ เขาคงอยากให้หนูไปช่วยทำน่ะจ้ะแม่" คล้าวยังไม่เฉลียวใจ จนคอนบอกว่าแม่หมายถึงสายใจ คล้าวบอกแม่จริงจังว่า "แต่หนูไม่เคยคิดอะไรกับสายใจ หนูเอ็นดูมันเห็นมันเป็นแค่น้องสาวคนนึงเท่านั้นเองจ้ะแม่"

"แม่รู้ว่าใจเอ็งฝักใฝ่อยู่แต่กับทองกวาว คล้าวเอ๊ย...เขานะเหมือนนางฟ้านางสวรรค์นะลูก มันต่างกับเรามาก จะรักใครชอบใครดูให้เหมาะให้สมให้ทัดเทียมกับฐานะของเรา มันจะดีกว่านะลูก" พูดแล้วเห็นคล้าวหน้าจ๋อยไป คอนลูบหัวลูกปลอบว่า "ที่แม่เตือนก็เพราะไม่อยากเห็นลูกต้องปวดหัวใจ"

คล้าวพูดไม่ออก จนคอนค่อยๆเดินออกไป คล้าวสลดหดหู่ หยิบขลุ่ยที่เหน็บอยู่ข้างเอวยกขึ้นเป่าเพลง "ลาวดวงเดือน" อย่างเศร้าสร้อย...

ooooooo

คืนนี้ เสียงขลุ่ยเพลงลาวดวงเดือนแว่วมาจากทางบ้านคล้าว ทองกวาวกับบุปผารู้สึกคืนนี้เพลงเศร้ายังไงไม่รู้ บุปผาชวนไปดูคล้าวกัน ทองกวาวบอกว่าค่ำมืดแล้ว อีกอย่างพ่อกับแม่เพิ่งห้าม แต่เชื่อว่าสักวันพ่อกับแม่ก็ต้องเห็นถึงความดีของคล้าวเลิกห้ามตนรักกับคล้าว

บุปผาถอนใจบอกทองกวาวว่าคล้าวนั้นดีเห็นๆกันอยู่ แต่แว่นของตนนี่สิดีตรงไหนตนก็ยังนึกไม่ออกเลย

ทองกวาวฟังบุปผาแล้วหัวเราะขำๆออกมา

ooooooo

จอมเป็นผู้มีอันจะกินกระทั่งมั่งคั่งในหมู่บ้านของทรายขาวปล่อยเงินกู้ให้ชาวบ้านจนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลที่ชาวบ้านพากันทั้งกลัวทั้งเกลียด จอมมีลูกชายชื่อเจิด ที่พอโตเป็นหนุ่มก็กร่างไปทั่วแต่ที่แท้ขี้ขลาดตาขาว

วันนี้จอมยืนเท่อยู่บนรถอีแต๋นรุ่นล่าสุดเจิดขับตะลุยเข้าไปในตลาด มีลูกน้องประกบซ้ายขวา พอชาวบ้านร้านตลาดเห็นจอมมาก็พากันหลบหน้า บ้างหนีไปหลังร้าน บ้างหลบไปจากแผงขายของ บ้างไม่มีทางไปก็นั่งก้มหน้างุด ส่วนบางคนตกใจมากถึงกับตัวสั่นทำทีเป็นไข้

ทั้งหมดนี้เพราะไม่มีเงินใช้หนี้หรือส่งดอกให้จอม เจ้าหนี้หน้าเลือดนั่นเอง

เมื่อเข้าในตลาดแล้ว สมุนลงจากรถทรุดลงยองๆให้จอมเหยียบไปบนหน้าขาเพื่อลงจากรถ จอมถือไม้เท้าลงมาอย่างเท่ กวาดตามองไปรอบๆอย่างผู้ยิ่งใหญ่ แล้วเดินอาดๆเข้าไปทักทายลูกหนี้ที่นั่งขายของอยู่เป็นการทวงหนี้โดยปริยาย

ส่วนเจิดไปเดินกร่างอยู่อีกมุมหนึ่งของตลาด เจอสายใจคนสวยก็เข้าไปกะลิ้มกะเหลี่ยทักว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ตนจะขอฟรีๆได้ไหม พูดเป็นนัยแล้วหัวเราะร่า ถูกสายใจด่าก็หัวเราะกับสมุนที่ไปด้วย คว้ามือสายใจถามว่าจะซื้อตัวเธอขายเท่าไหร่

สายใจฉุนขาดยกถังน้ำข้างตัวสาดใส่จนเจิดเปียก กางเกงใหม่ใส่มายังไม่เคยซักเปียกน้ำก็หดขากางเกงเต่อ เจิดขายหน้าแจ้นกลับไปฟ้องจอมให้พอช่วย

เป็นเวลาที่จอมกำลังไล่บี้คอนแม่ของคล้าวที่เอาผักปลาที่หาได้ไปขายในตลาด จอมจะเอาดอกกับต้นให้ได้ถ้าภายใน 3 วันไม่ได้จะยึดที่นา แว่นผ่านมาเห็นวิ่งอ้าวไปหาคล้าวที่เพิ่งแยกกัน

จอมแสดงความถ่อยสถุล เมื่อไม่พอใจก็เตะกะละมังใส่ปลาของคอนจนคว่ำแล้วเดินผ่านไป


ที่อีกมุมหนึ่งของตลาด ทองกวาวกับบุปผามาตลาดโดยมีหมึกคอยเดินคุมต้อยๆตามคำสั่งของก้อนผู้เป็นพ่อ แต่ ข้างหลังหมึกคล้าวเดินตามมาอย่างรอโอกาส

ทองกวาวออกอุบายให้เงินหมึกไปซื้อขนมครกแล้วจะพากันเดินหนีไปทางอื่น แต่ไม่ทันทำอะไรแว่นก็วิ่งมาบอกคล้าวให้รีบไปดูแม่ ทั้งคล้าว ทองกวาว บุปผา และแว่นพากันวิ่งไปดูคอน

ooooooo

คอนร้องไห้บอกคล้าวว่าถ้าเราหาเงินไปใช้หนี้จอมไม่ได้ภายใน 3 วัน จะถูกยึดนา คอนร้องไห้บอกว่าแม่ผิดเองที่ไปกู้เงินเขามา

คล้าวปลอบใจแม่ว่าไม่เป็นไรตนจะหาเงินมาให้ได้ ยังไงก็ยอมตายไม่ยอมให้มายึดที่นาเด็ดขาด บุปผาบอกคล้าว ว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอก ตนยินดีช่วย พอดีหมึกซื้อขนมครกเสร็จตามมาเจอเห็นคล้าวก็ถามว่าทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ ทองกวาวกับบุปผามองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ บุปผาขู่หมึกว่า

"เอ็งอย่าพูดมากนะไอ้หมึก ไม่งั้นวันหลังข้าจะไม่ซื้อขนมครกให้เอ็งกินด้วย"

หมึกหุบปากเม้มสนิททันที

ooooooo

คล้าวพาแม่กลับไปนอนพักที่บ้าน หนักใจไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาให้จอม แว่นแสดงความเป็นมิตรแท้บอกว่าช่วยคล้าวเต็มที่ พอคล้าวมองหน้า แว่นยิ้มเฝื่อนๆบอกว่า "ช่วยให้กำลังใจไงล่ะ"

เมื่อมืดแปดด้าน คล้าวไปกราบหลวงพ่อที่วัดแต่ไม่ยอมปริปากเรื่องความทุกข์ใจ แต่หลวงพ่อดูออกถามจนคล้าวยอมบอก หลวงพ่อมองคล้าวอย่างพินิจ พูดว่า

"อืม...เอ็งกำลังจนหนทาง แต่เอ็งไม่จนปัญญาใช่ไหม"

คล้าวบอกว่างานอะไรก็ได้ตนทำได้ทั้งนั้น หลวงพ่อบอกว่าพรุ่งนี้จะมีงานวัด คล้าวพอมีทางหาเงินได้ อยู่ที่จะทำหรือไม่เท่านั้น

งานที่หลวงพ่อพูดถึงคือชกมวย คล้าวตัดสินใจจะขึ้นชกเพื่อหาเงิน ทั้งๆที่ไม่เคยชกมวยเลยสักครั้ง แว่น ไข่กับตี๋แย่งกันเป็นพี่เลี้ยง สุดท้ายคล้าวเอาทั้งสามคน แว่นถามว่าแล้วทองกวาวรู้เรื่องนี้รึยัง พอคล้าวบอกว่ายัง แว่นอาสาทันที

"งั้นข้าอาสาไปส่งข้าวให้เอง ข้ารู้...ถ้าทองกวาวมันไปดูเอ็ง เอ็งต้องมีกำลังใจขึ้นอีกโขเลยใช่ไหมวะ"

คล้าวไม่ตอบแต่ยิ้มอย่างดีใจ

ooooooo

คืนนี้แว่น ตี๋ และไข่ไปทำเสียงนกกะปูดร้องส่งสัญญาณเรียกบุปผากับทองกวาวที่ข้างหน้าต่าง สองสาวโผล่หน้าต่างมาดู เพราะหน้าห้องหมึกมากางมุ้งนอนขวางประตูอยู่ตามคำสั่งของก้อน

แว่นเหยียบไหล่ไข่กับตี๋ขึ้นไปในขณะที่ตี๋ยังทำเสียงนกกะปูดร้องอยู่ ทีแรกก้อนได้ยินก็ไม่สนใจ แต่พอเพชรบอกว่านกกะปูดมันร้องกลางคืน เพราะมันเหงาเลยมาหาคู่ เท่านั้นเอง ก้อนก็ลุกพรวดขึ้นทันที

แว่นเหยียบบ่าไข่กับตี๋โผล่หน้าขึ้นไปคุยกับบุปผาและทองกวาว บอกทองกวาวที่ถามถึงคล้าวว่า

"ไอ้คล้าวมันต้องเก็บตัว มันฝากพี่มาส่งข่าวทองกวาว มันอยากได้เงินรางวัล มันจะขึ้นชกมวยคืนพรุ่งนี้" ทองกวาวรำพึงว่าสงสารคล้าว แว่นยุว่า "ถ้าสงสาร ทองกวาวก็ต้องไปเชียร์มันให้ได้นะ ไอ้คล้าวมันรอกำลังใจจากทองกวาวคนเดียว"

ไข่กับตี๋บ่นว่าเมื่อไหร่จะคุยเสร็จ พวกตนแบกรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว ขณะนั้นเองมีมือมาสะกิดไหล่ตี๋ ถูกตี๋เอ็ดว่ารู้แล้วมาสะกิดทำไม ไข่ถามว่าใครสะกิดมือตนอยู่นี่ ตี๋ถามว่า... "มือใครวะ"

"มือกูเอง...นี่มือกู แล้วนี่ก็ปืนกู!" เสียงก้อนคำรามใส่

เท่านั้นเอง ถึงสามเกลอจะรักกันแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลานี้ต่างก็หนีกันกระเจิงแบบตัวใครตัวมัน ถูกก้อนไล่ยิงตามหลังไปหลายนัด

ทองกวาวกับบุปผาลุ้นกันใจหายใจคว่ำขอให้ทุกคนปลอดภัย

ooooooo

ตอนที่ 2

ก้อนกลับมาถึงบ้าน ทับทิมถามว่าเป็นอย่างไรบ้างได้ยินเสียงปืนยิงไปหลายนัด ก้อนคุยว่ามันมือไปหน่อยถ้าเป็นเวลาแจ้งๆ งานนี้มีเผาแบบไม่ต้องสวดแหงๆ ถูกเพชรขัดคอว่าเห็นพ่อยิงปืนทีไรก็หลับตาปี๋ทุกที

"ข้าไม่อยากให้มันมาตายคาบ้านข้าโว้ย อัปมงคล ข้าก็เลยยิงขู่ๆ มันไปยังงั้นเอง" ก้อนงึมงำแต่ยังทำขึงขัง ทำเอาทองกวาวกับบุปผาแอบขำกัน

ทับทิมเอ็ดสองสาว ย้ำว่าบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามคบค้ากับคล้าว บุปผาชี้แจงว่าคล้าวไม่ได้มา ก้อนโทษว่าแว่นนั่นแหละตัวดี ดุบุปผาว่าเห็นตนเป็นหัวหลักหัวตอรึไงคำสั่งตนถึงไม่มีความหมาย

"ลุงสั่งแต่ว่าห้ามไปหาพี่คล้าว พี่แว่นนี่จ๊ะ"

บุปผาแย้ง ทำเอาทั้งก้อนและทับทิมฉุนกึกหาว่าเถียง ทับทิมบ่นว่าถ้ารู้ถึงไหนก็อายถึงนั่น จะทำอะไรก็ให้เห็นแก่หน้ากันบ้าง อย่าให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก สองสาวรับคำพร้อมกัน

เกิดเรื่องอึกทึก เสียงปืนดังหลายนัด แต่หมึกที่นอนขวางประตูห้องทองกวาวกับบุปผาก็ยังนอนกรนครอกๆ จนก้อนไปกระทุ้งจึงสะดุ้งตื่นลุกขึ้นมาถามว่าไฟไหม้หรือ ก้อนสบถอย่างสุดเซ็ง...

"กูจะบ้าตาย"

ooooooo

สายใจช่วยคล้าวเต็มที่ ไปสืบมาได้ว่าคู่ชกของคล้าวคืนนี้มีแต่มวยอ่อนๆ ยังไงคล้าวก็ต้องชนะ แต่คอนก็ยังห่วงไม่อยากให้คล้าวต้องเจ็บตัว ถ้าเราไปขอร้องจอมดีๆ เขาก็อาจยอมผ่อนผันให้

"แม่...หนูว่าหนูรู้นิสัยใจคออาจอมแกดี อะไรที่แกเป็นฝ่ายได้แกไม่มีวันยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรอกจ้ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วงหนูหรอก ยังไงคืนนี้หนูก็ต้องหาเงินให้ได้สักก้อนจ้ะ"

สายใจก็ให้กำลังใจคอนว่าไม่ต้องห่วงตนเชื่อว่าคล้าว ต้องชนะ ตนจะไปเชียร์ติดขอบเวทีอีกทั้งยังทำไข่ลวกมาให้คล้าว บำรุงกำลังด้วยจะได้มีแรง พลางเอาไข่ลวกให้ คล้าวขอบใจรับไปกินจนสายใจยิ้มปลื้ม แต่คอน
ก็ยังไม่หายกังวลอยู่ดี

ส่วนจอมพอรู้จากเจิดว่าชาวบ้านเล่นข้างคล้าวกันทั้งนั้นก็หัวเราะชอบใจบอกว่า

"ถ้ามันชนะมันก็เก่งเกินคนแล้วละโว้ยไอ้เจิด ที่ข้าหัวเราะเนี่ยข้าสมเพชไอ้คล้าวมันต่างหาก เอ็งคิดดูสิโว้ย มันดิ้นรนหาเงินเลือดตาแทบกระเด็นจะเอามาจ่ายดอกข้า ถึงมันชกชนะได้เงินรางวัลจากข้าสุดท้ายมันก็ต้อง
เอาเงินนั้นมาคืนให้ข้าอยู่ดี ยังงี้เอ็งว่ามันโง่หรือฉลาดกันล่ะวะไอ้เจิด"

แต่พูดไปพูดมา จอมก็บอกเจิดว่า "แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากได้เงินของมันแล้ว ข้าอยากได้นาของมันมากกว่า" พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์กับลูกชาย

ooooooo

เพราะให้หมึกไปนอนขวางประตูห้องทองกวาวแล้วยังปีนหน้าต่างคุยกัน คืนนี้ก่อนออกไปเที่ยวงานวัดก้อนสั่งหมึกให้เอาไม้มาตอกขวางหน้าต่างไว้ทุกบาน

ก่อนไปเที่ยวงานวัด ทับทิมเอาแหวนมาใส่เกือบเต็มสิบนิ้ว  ถามก้อนว่าดีไหม  ก้อนบอกว่าอย่างเราใส่แค่นิ้วเดียวผู้คนก็ต้องยกมือไหว้กันเป็นฝักถั่วแล้ว ก่อนออกไปยังสั่งหมึกเฝ้าทองกวาวกับบุปผาให้ดี อย่าให้
คลาดสายตาเป็นอันขาด

พอก้อน ทับทิม และเพชรไปเที่ยว หมึกก็บอกทองกวาว กับบุปผาให้เข้าห้องทันที

สายใจกับดวงใจก็แต่งตัวสวยจะไปขายบัวลอยไข่หวานในงานวัด ก่อนออกไปเถียงกับมิ่งเล็กน้อยเรื่องพ่อเอาแต่กินเหล้า

หมู่น้อยมาถึงพอดีถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม สายใจเลยให้ช่วยเข็นรถขายบัวลอยไข่หวานไปว่าแล้วสายใจก็ชวนดวงใจเดินตัวเปล่าไปเลย

น้อยกุลีกุจอช่วยเต็มที่ มิ่งยักแย่ยักยันออกมาถามว่าชอบสายใจเข้าไปได้ยังไงไม้กระดานชัดๆ  มิ่งบอกว่าถึงเป็นไม้กระดานก็กระดานไม้สักทอง มิ่งยอว่าจิตใจน้อยดีจริงๆตนอยากช่วยให้สมหวัง

อ่อยจนน้อยดีใจแล้วมิ่งรับปากช่วยเต็มที่แต่ตอนนี้ขอยืมสักสิบบาทก่อน น้อยใจดีให้ไปเลย 20 บาท มิ่งรีบรับหมับชมเปาะ

"คนดีๆอย่างเอ็ง ข้าอยากได้เป็นลูกเขยข้าจริงจริ๊ง..."

น้อยยิ้มหน้าบานเขินแล้วเขินอีก พลางรีบเข็นรถสาลี่ตามสายใจกับดวงใจไป

ooooooo

ก่อนที่คล้าวจะไปเปรียบมวย ก็ช่วยขนของและติดเตาให้คอนเตรียมขายข้าวเกรียบว่าวในงานวัดเสร็จแล้วขอพรแม่จึงรีบไปเปรียบมวย

แม้จะถูกจอมกับเจิดมาพูดกวนประสาทว่าท่าทางคล้าว จะโชคดี ถ้าคืนนี้ชนะเอารางวัลไปเลยสามร้อยแต่ถ้าแพ้ก็อย่าลืมว่าจะไม่ได้แม้แต่บาทเดียว พูดเป็นนัยก่อนไปว่า

"รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีก็แล้วกันโว้ย   อะไรๆมันพร้อมจะเกิดขึ้นเสมอนะไอ้คล้าว"

ส่วนไข่ ตี๊กับแว่นช่วยกันให้กำลังใจคล้าว แว่นย้ำว่ายังไงก็ต้องโชว์ฟอร์มให้สมศักดิ์ศรีไว้ แล้วทั้งสามก็พากันเล่นดนตรีอย่างครึกครื้น

ใกล้เวลาชกแล้ว คล้าวถามแว่นว่าไม่เห็นทองกวาวเลยหรือ แว่นเชื่อว่ายังไงทองกวาวก็ต้องมา คล้าวพยักหน้ากวาดตามองไปรอบๆ

ooooooo
ทองกวาวกับบุปผาพยายามหาเหตุที่จะออกจากห้อง  เอาขนมล่อก็แล้ว บอกว่าปวดท้องก็แล้ว  หมึกก็ไม่เสียรู้สักที จนสุดท้ายเลยวางแผนให้บุปผาไปทำผีหลอก คราวนี้ได้ผลเพราะหมึกกลัวจนคลุมโปงนอนสั่นเป็น
เจ้าเข้า สองสาวเลยพากันหนีไปดูคล้าวชกมวยได้สำเร็จ

ที่เวทีมวย กรรมการประกาศนักมวยคู่เอกที่จะขึ้นชก ฝ่ายแดงคือ คล้าว ลูกหนองทรายขาว ส่วนฝ่ายน้ำเงินคือ จุ๋มจิ๋ม ศิษย์พ่อจอม มองไปเห็นไอ้แห้งคนหนึ่งมากดเชือกแต่คนที่จะชกคือจุ๋มจิ๋มรูปร่างราวกับยักษ์วัด
แจ้ง คล้าวมองอึ้งแต่ยังไม่ถอดใจ

ไข่ แว่น และตี๋มองตาค้าง ตี๋กระซิบบอกคล้าวว่าถ้าไม่ไหวก็ส่งสัญญาณตนจะโยนผ้าขาวลงไปกลางเวที

เสียงระฆังยกแรกดังขึ้น นักมวยทั้งคู่ปราดเข้าหากัน เพียงยกแรกคล้าวก็เจอหมัดจุ๋มจิ๋มเข้าไปเต็มหน้า ทุกคนตกใจโดยเฉพาะคอนที่มาดูลูกชายชกด้วยแทบลมจับ

ก้อน ทับทิม และเพชรมาถึงเวทีมวย พอรู้ว่าคล้าว ขึ้นชกก็หยุดดูแถมพนันถือข้างจุ๋มจิ๋ม

สายใจให้ดวงใจขายบัวลอยไข่หวานไปคนเดียวก่อนแล้วแวบมาให้กำลังใจคล้าวถึงข้างเวที

ปรากฏว่าคล้าวถูกจุ๋มจิ๋มเล่นงานหนัก คล้าวแทบทำอะไรฝ่ายนั้นไม่ได้เลย ถูกหมัดจุ๋มจิ๋มเสยเข้าปลายคางจนร่วงกลางอากาศ กรรมการนับถึงแปด โชคดีที่ระฆังหมดยกช่วยไว้

คอนไปที่มุมบอกลูกว่าไม่ไหวก็เลิกเสีย คล้าวยังบอกแม่ว่า

"ไหวจ้ะแม่ หนูยังไหว ยังไงคืนนี้หนูก็เอาเงินรางวัลมาให้แม่ให้ได้"

สายใจให้กำลังใจคล้าวว่าอดทนอีกนิดเดียว อีกยกเดียวเท่านั้น

ยกสุดท้าย คล้าวก็ยังถูกจุ๋มจิ๋มเล่นงานจนสะบักสะบอม ถูกกรรมการนับจนถึงหก!

ทองกวาวกับบุปผามาถึงพอดี ทองกวาวส่งเสียงเชียร์ คล้าว  ตะโกนบอกคล้าวว่าอย่ายอมแพ้  พอคล้าวหันไปเห็น ทองกวาวก็เกิดมีกำลังใจขึ้นมา พลังมาจากไหนไม่รู้มากมายจนลุกพรวดขึ้นมาอย่างแข็งแรงพร้อม
ชกต่อเต็มที่ ลุยจุ๋มจิ๋มรัวหมัดใส่จนฝ่ายนั้นงงแล้วตามเผด็จศึกด้วยจระเข้ฟาดหางจนจุ๋มจิ๋มร่วงไม่เป็นท่า

กรรมการชูมือคล้าวเป็นฝ่ายชนะ ท่ามกลางความดีใจสุดขีดของคอน ทองกวาว และพวกนักดนตรีทั้งหลาย

ตี๋บอกว่าที่คล้าวชนะครั้งนี้เพราะได้กำลังใจจากทองกวาว แท้ๆ ทำให้สายใจน้อยใจที่ตนเชียร์เสียเสียงแหบแห้งไม่มีใครพูดถึงเลยเดินหนีไปอย่างน้อยใจ มีน้อยเดินตามต้อยๆไปตามเคย

แต่ชื่นมื่นกันไม่ทันไร ก้อน ทับทิม และเพชรก็เข้ามา บรรยากาศตึงเครียดทันที ก้อนกับทับทิมดุด่าทองกวาวที่ขัดคำสั่งทำให้พวกตนเสียหน้าเสื่อมเสีย สั่งให้กลับเดี๋ยวนี้ถ้ายังเห็นแก่หน้าพ่อแม่อยู่ แล้วก้อนก็เข้าดึงทองกวาวและทับทิมดึงบุปผาลากกลับไป

ooooooo

สายใจตะบึงตะบอนกลับไปที่รถสาลี่ขายบัวลอยไข่หวาน โดยมีน้อยตามไปหงอยๆ ถูกสายใจตวาดไล่ ก็ไม่ยอมไป จนดวงใจบอกพี่สาวที่ยังลุ่มหลงคล้าวอยู่ว่า

"พี่สายใจ คนเราต่างจิตต่างใจนะ เขาไม่ได้รักพี่จะไปบังคับให้เขารักได้ยังไง"

"คนอย่างอีสายใจ ไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆหรอกโว้ย สักวันข้าจะทำให้พี่คล้าวรักข้าให้ได้เอ็งคอยดูก็แล้วกัน"

ooooooo

ก้อนกลับไปกระชากผ้าที่หมึกคลุมโปงนอนสั่นอยู่ จนเพชรเอาผ้าขาวที่บุปผาคลุมเป็นผีหลอกหมึกมาให้ดู ก้อนจึงรู้แผนของทองกวาวกับบุปผา

ทับทิมพูดอย่างรับไม่ได้ว่าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทองกวาวไปรักผู้ชายจนๆอย่างคล้าวเข้าไปได้ยังไง เพชรรีบสนับสนุน ยุว่า เจิดลูกชายลุงจอมดีกว่าเป็นไหนๆ หล่อกว่ารวยกว่า บ่นว่าทองกวาวช่างตาถั่วเสียจริงๆ

"ความรักไม่ได้ดูกันที่รวยหรือจนนี่จ๊ะแม่" ทองกวาวแย้ง

แต่ทั้งก้อนและทับทิมเห็นว่าสำคัญ ทับทิมย้ำว่า ถ้าเทียบเจิดกับคล้าว เจิดดีกว่าตั้งหลายขุม หล่อกว่าราศีดีกว่าแถมฐานะถึงจะด้อยกว่าเรานิดหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าคล้าวเยอะ ยุก้อนว่าแบบนี้แล้วทำไมเราไม่เอาคนอย่างเจิดมาเป็นเขยล่ะ

"เออ...จริงด้วยว่ะ" ก้อนเห็นพ้องด้วยทันที

ooooooo

ส่วนทองกวาวกับบุปผา พอเข้าห้องก็กลับสู่ความเป็นตัวเอง ทองกวาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับชัยชนะของคล้าว จนบุปผาเตือนว่า พรุ่งนี้คล้าวคงกลายเป็นพระเอกเนื้อหอมที่สาวๆมารุมล้อมจีบ ทองกวาวไม่กลัวหรือ

"ไม่เห็นจะต้องกลัวเลย ทองกวาวเชื่อใจพี่คล้าวอยู่ แล้วว่าไม่มีวันวอกแวกไปมองใครหรอก บุปผาน่ะแหละระวังพี่แว่นเอาไว้ให้ดีเถอะ"

แค่นั้นเอง บุปผาก็ตาโตคาดคั้นถามทองกวาวว่าได้ข่าวอะไรมา แต่แล้วก็ทำเป็นไม่แคร์ ทองกวาวถามว่าไม่หึงหรือ

"ใครว่า ถ้าจับได้แม่จะข่วนควักลูกตาออกมาเลยต่างหาก" บุปผาทำหน้าเหี้ยมจนทองกวาวหัวเราะ "ความจริงถ้าลุงแกไม่เสียพนันแกคงเห็นพี่คล้าวเป็นคนเก่งขึ้นมาบ้างก็ได้นะทองกวาวนะ"

"ฮื่อ...แต่สักวันเถอะ พ่อแกคงเห็นเองว่า ความเป็นคนดีสำคัญกว่าความเป็นคนรวยขนาดไหน"

ทองกวาวพูดอย่างเชื่อมั่นในความรักของตนที่มีต่อคล้าวที่เป็นคนดี

ooooooo

เวลาเดียวกัน คล้าวกราบพระหัวนอนเสร็จก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว จนคอนเข้ามาถามว่ายังไม่หลับหรือพรุ่งนี้คงระบมไปทั้งตัวแน่ๆ คล้าวพูดอย่างมีความสุข ว่าไม่กี่วันก็หายเหนื่อยแค่กายแต่ใจยังสู้

คล้าวบอกแม่ว่าพรุ่งนี้จะตื่นไปช้อนปลาซิวปลาสร้อย เอามาหมักปลาร้าปลาจ่อมเหลือกินก็จะเอาไปขาย คอนถามว่าไม่เหนื่อยบ้างหรือ

"ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะแม่ ยังไงหนูก็ต้องหาเลี้ยงแม่ ให้สบายไม่ต้องทนเหนื่อยให้ได้จ้ะ แม่เหนื่อยเพื่อลูกมามากแล้ว แล้วอีกอย่าง หนูต้องเก็บตังค์เอาไว้ไปขอลูกสะใภ้ให้แม่ด้วยไงจ๊ะ ไม่รู้ว่าอาก้อนแกจะเรียกสินสอดสักเท่าไหร่นะจ๊ะแม่...ถ้าแกให้ผ่อนส่งได้เป็นงวดๆก็คงจะดีหรอก"

พูดแล้วคล้าวก็หัวเราะขำมุกของตัวเอง ส่วนคอนฟังลูกแล้วได้แต่ยิ้มแห้งๆ กับความรักของลูกที่ตัวเองเฝ้าดูอย่างเป็นห่วงอยู่ตลอดมา...

ooooooo

รุ่งขึ้น จอม เจิด กับสมุนก็พากันไปที่บ้านคล้าว กับคอนเก็บดอกเบี้ยไปสามร้อยครบถ้วนซ้ำยังเย้ยคล้าวว่าดวงคนเราไม่ได้ดีเสมอไปหรอก เมื่อคืนชนะไปฝีมือก็งั้นๆอยู่ที่ดวงมากกว่า

"ฉันเองก็ไม่ได้เอาชีวิตไปผูกไว้กับดวงหรอกน้าจอม แต่ฉันเชื่อว่าคนเราในเมื่อคิดดีทำแต่สิ่งดีๆก็ย่อมจะได้รับสิ่งดีๆตอบแทนเสมอ"

เจิดฟ้องว่าคล้าวสอนพ่อ จอมไม่ถือสาบอกคล้าวว่าคิดดีไปเถิด อาทิตย์หน้าจะมาเก็บดอกอีกดูซิว่าคิดดีทำดีที่ว่าจะช่วยได้จริงหรือเปล่า ว่าแล้วกลับไปอย่างยิ่งใหญ่

ระหว่างทางเจอดวงใจมาเก็บผัก เจิดที่ขี่มอเตอร์ไซค์นำขบวนรี่เข้าประกบดวงใจทันทีพูดจาแทะโลม ถูกดวงใจด่าก็ไม่สลด ถูกจอมผู้เป็นพ่อเอ็ดว่าจะอะไรกันนักหนาตนจะรีบไปธุระ ไล่ดวงใจจะไปไหนก็รีบไป มาต่อปากต่อคำกันอยู่ได้

"ฉันเองก็ไม่อยากจะเสวนากับลูกชายของอาจอมนัก หรอก มีเวลาอาจอมก็อบรมสั่งสอนมันบ้างก็ดีว่าไอ้การเกะกะระรานชาวบ้านน่ะลูกผู้ชายเขาไม่ทำกันหรอก"

เจิดฟ้องพ่อว่าดวงใจด่าตน เลยถูกจอมย้อนถามว่า

แล้วมันไม่จริงหรือ บอกเจิดว่าถ้าจะหาเมียสักคนหัดเลือกที่มันอยู่ในโอวาทหน่อยไม่ใช่แว้ดๆใส่อย่างนี้ เจิดถามว่าแบบนั้นมีด้วยหรือ จอมบอกว่าทำไมจะไม่มี ก็ลูกสาวของก้อนกับทับทิมไง

แล้วสองพ่อลูกก็บ่ายหน้าไปที่บ้านก้อน พอมาถึงก็ถามว่าทองกวาวหายไปไหน ทับทิมบอกว่าสอยผ้าอยู่หลังบ้าน ก้อนจะให้หมึกไปตามทองกวาวมา จอมบอกว่าไม่ต้อง แล้วเจรจาเข้าเรื่องทันที

"ที่พี่ว่าไม่เป็นไรน่ะ เพราะลูกชายพี่มันอยากจะคุยกับลูกสาวน้องก้อนเป็นส่วนตัว ถ้าน้องก้อนกับแม่ทับทิมไม่รังเกียจก็ให้เจ้าเจิดมัน..."

พูดแค่นั้นก็เป็นที่เข้าใจกัน จอมรุกอีกขั้นถามว่าก้อนกับทับทิมจะอนุญาตไหม ทั้งสองรีบเชิญตามสบายกระทั่งให้ถือว่าบ้านนี้เป็นบ้านของตัวเองก็แล้วกัน จอมเลยลุ้นให้เจิด ไปหาทองกวาวที่หลังบ้าน

เจิดเตรียมไปแทะโลมเต็มที่ เจอบุปผาออกมารับหน้าถูกบุปผาห้าวใส่เสียจนตีหน้าไม่ถูกเข้าหน้าไม่ติด

ooooooo

ส่วนจอมอยู่บนบ้านคุยกับก้อนและทับทิม ต่างเสกสรรปั้นแต่งเรื่องมาเล่ากันเสียจนเป็นปี่เป็นขลุ่ย โดยจอมบอกว่าเมื่อคืนเจิดฝันเห็นทองกวาวไปหา
ตื่นขึ้นมายังเพ้อไม่หาย  ส่วนทับทิมก็เล่าว่าทองกวาวฝันว่าถูกงูใหญ่รัดงูตัวนั้นหน้าตาเหมือนเจิดไม่มีผิด

พอเห็นก้อนกับจอมทำหน้าปูเลี่ยนๆ ทับทิมก็สรุปรวบรัดว่า

"มันคงเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาสน่ะพ่อจอม เด็กๆคงทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางไหนก็ไม่รู้ ชาตินี้ถึงได้มาเจอกันอย่างนี้"

คุยกันเป็นตุเป็นตะเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้วพากันไปหลังบ้าน ทับทิมบอกทองกวาวว่าวันนี้มีแขกมากินข้าวบ้านเรา บุปผาถามว่าบ้านเขาไม่มีกินหรือถึงต้องมากินบ้านเรา เลยถูกทับทิมดุยิ้มๆว่าจอมกับเจิดอุตส่าห์มาเที่ยวบ้านเรารักษามารยาทหน่อย

ทับทิมสั่งทองกวาวกับบุปผาให้ช่วยกันทำกับข้าวสักห้าหกอย่างและให้แสดงฝีมือสุดฤทธิ์สุดเดชไปเลยแขกจะได้ ประทับใจ

บุปผาตอบรับอย่างหนักแน่นแววตาเจ้าเล่ห์ ทองกวาวบอกว่าในครัวไม่มีผักปลาเลย ทับทิมบอกให้ไปเก็บเอา ทองกวาวรับคำแล้วชวนบุปผาลงไปที่สวนหลังบ้าน

บุปผาดูอาการของจอม เจิดและทับทิมแล้วเดาได้ว่ามาเรื่องอะไรกัน บอกทองกวาวว่าทับทิมคงอยากได้เจิดเป็นลูกเขยจนตัวสั่น

"ช่างแกเถอะ พ่อกับแม่แกก็รู้นี่นาว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก คนอย่างไอ้เจิดคบเป็นเพื่อนยังไม่ได้เลย" ทองกวาวพูดอย่างมั่นใจ บุปผาถามว่าเกิดแกบังคับขึ้นมาล่ะ "ไม่มีใครบังคับทองกวาวได้หรอก เพราะยังไงทองกวาวก็รักพี่คล้าวคนเดียว"

เดินๆดูแล้ว  บุปผาเสนอว่ารอบบ้านเราไม่มีอะไรเลยไปหาเก็บไกลหน่อยถ้ารอกินไม่ไหวก็ช่วยไม่ได้

ooooooo

ทองกวาวกับบุปผาไปเจอพวกแว่นกับตี๋และไข่นั่งตกปลาอยู่เลยแวะหยอกแหย่กันประสาคนรัก ทองกวาวเดินไปเจอคล้าวกำลังสุ่มปลา คล้าวได้ปลาช่อนตัวโต พอรู้ว่าทองกวาวมาหาของไปทำกับข้าวก็ยกให้ ทองกวาวรับมาแต่ขอปล่อยคืนน้ำไป บอกคล้าวว่าถ้าบุญกุศลครั้งนี้เกิดขึ้นจริงก็ขอยกให้คล้าวทั้งหมด

เมื่อคนรักเจอกันเวลาผ่านไปเร็วจนไม่น่าเชื่อ ส่วนพวกที่บ้านก็รออาหารกันจนหมดเรื่องจะคุย หมึกกับเพชรเลยออกไปตามคล้าวพาทองกวาวขี่ไอ้ฉ่ำจะพามาส่งใกล้ๆ ส่วนแว่นก็ให้บุปผาขี่อีแฉะมาเหมือนกัน พอมาเจอกันต่างก็อุ้มคนของตัวลงจากหลังควาย

เพชรกับหมึกมาเห็นเข้าพอดีพากันหลบแอบดู จังหวะนั้นเองสายใจมาเห็นเข้าลงเพชรหึงพุ่งปรี๊ดทันที ปรี่เข้าไปจะตบทองกวาวถูกคล้าวขวางไว้บอกให้ทองกวาวรีบกลับไปเสีย บอกขณะพาทองกวาวห่างออกไปว่า

"พรุ่งนี้พี่จะไปคอยทองกวาวที่เพิงเฝ้านา ทองกวาวมาให้ได้นะจ๊ะ"

พอกลับมาหาสายใจ ถูกสายใจต่อว่าคล้าวเลยบอกให้รู้ว่าตลอดเวลามาตนรักสายใจเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น พูดแล้วเดินหนีไป สายใจตามไปอย่างรับไม่ได้

พอคล้าวกลับถึงบ้านเจอคอนหมดสติอยู่หน้าบ้าน

คล้าวรีบประคองแม่เข้าบ้าน สายใจโทษว่าถ้าคล้าวไม่มัวไปวุ่นวายอยู่กับทองกวาว  คอนก็ไม่เป็นแบบนี้  ทั้งสองโต้เถียงกันจนคอนถามว่าทะเลาะอะไรกัน

"ไม่มีอะไรจ้ะแม่ แม่นอนพักซะนะ เดี๋ยวหนูจะเช็ดตัว ให้แม่เอง" คล้าวรีบไปดูแลแม่

ooooooo

ส่วนทองกวาวกับบุปผากลับมาถึงบ้านก็เจอทับทิมมายืนตีหน้ายักษ์คอยอยู่ สองสาวรีบเข้าครัวไปทำกับข้าว

พอหุงข้าวเสร็จก็ยกออกไปก่อน บุปผาบอกว่าถ้าหิวรอไม่ไหวก็กินข้าวคลุกน้ำปลาไปพลางก่อน ทับทิมเร่งให้ รีบทำถามว่าแกงจืดเสร็จแล้วไม่ใช่หรือ ทองกวาวบอกว่าเดี๋ยวให้หมึกยกตามไป แล้วสองสาวก็ช่วยกันเทน้ำปลาใส่เสียจนหมดขวด เพื่อให้ได้รสชาติสุดฤทธิ์สุดเดชอย่างที่ทับทิมสั่ง

พอทำอาหารเสร็จยกไปตั้งโต๊ะ ก้อนกับทับทิมคุยอวดฝีมือทำกับข้าวของทองกวาวเรียกให้มานั่งกินด้วยกัน ทองกวาวบอกว่าตนไม่หิวเชิญตามสบาย

พอเปิดอาหารแต่ละอย่างออกดู ทั้งแขกทั้งเจ้าของบ้านก็ตีหน้ากันไม่ถูก เมื่อเจอต้มโคล้งอีโต้ มีอีโต้อยู่ก้นหม้ออันเบ้อเริ่ม ส่วนฉู่ฉี่ก็มีสากกะเบือปริ่มอยู่ก้นหม้อ จอมทำให้เห็นเป็นเรื่องขำๆ หยอกว่าทองกวาวกับบุปผาเข้าใจล้อเล่นจริงๆ

ครั้นกินแกงจืด ปรากฏว่าเค็มจนขม แต่ทุกคนก็ทำเป็นว่าอร่อย ซดกันจนน้ำตาเล็ดเพราะความเค็ม หลังจากส่งแขกแล้ว ทับทิมเล่นงานทองกวาวกับบุปผาที่ทำให้เสียหน้า บุปผาเถียงว่าก็ป้าสั่งให้ทำกันสุดฤทธิ์สุดเดชตนก็ทำตามคำสั่ง

ทับทิมปรามว่าอย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ทองกวาวอดไม่ได้บอกแม่ว่าขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่แขกของพ่อกับแม่จะมาบ้านเราอีก พูดแล้วพากันเดินเข้าบ้านกับบุปผา

ทับทิมกับก้อนบ่นลูกสาวหลานสาวที่ไม่ได้ดั่งใจ เพชร เลยฟ้องว่าตนไปตามสองคนเห็นกอดกันกลมทั้งคล้าวกับทองกวาว และบุปผากับแว่น ทำเอาทับทิมแทบเป็นลม

ooooooo

คืนนี้คอนไข้ขึ้นสูงจนคล้าวต้องพาส่งสุขศาลาหมอให้นอนพักที่นั่นพรุ่งนี้จะได้ดูอาการอีกที คล้าว จึงนอนเฝ้าแม่อยู่ที่สุขศาลาด้วยความเป็นห่วง

ส่วนที่ลมโชยเกศา แว่น ตี๋ และไข่ กินข้าวกับผัดผักบุ้งกันอย่างเซ็งๆ พอดีน้อยมาทวงเพลงที่แว่นรับปากจะแต่งให้เอาไปร้องจีบสายใจ แว่นบอกว่าแต่งยังไม่เสร็จ ศิลปินอย่างตนถ้าจะมีอารมณ์ทำงานท้องมันต้องอิ่มด้วย แล้วตี๋ก็บอกน้อยว่า

"ถ้าได้ไก่ย่างสักตัวรับรองพรุ่งนี้เช้าเพลงเอ็งเสร็จแน่"

น้อยเลยไปหยิบถุงพลาสติกออกมาเอาเงินให้ไปซื้อไก่ย่างแลกกับเพลงที่จะเอาไปร้องจีบสายใจ ถูกพวกแว่นหลอกกินอีกจนได้

ooooooo

ทับทิมกับก้อนยังโกรธทองกวาวกับบุปผาไม่หาย เช้านี้จะเข้าไปเที่ยวอำเภอกันสามคนโดยหนีบเอาเพชรไปด้วย สั่งหมึกให้เฝ้าทองกวาวกับบุปผาให้ดีอย่าให้ คลาดสายตา  ที่สำคัญอย่าให้หนีออกจากบ้านอีก

หมึกรับคำแข็งขันตามเคย พอทับทิม ก้อน และเพชร ออกจากบ้าน ทองกวาวบอกบุปผาว่าพ่อกับแม่คงโกรธเรา

"ช่างเถอะ บุปผาไม่เห็นว่าแกจะโกรธนานเลย ดีซะอีก วันนี้ลุงกับป้าไม่อยู่ ทองกวาวนัดกับพี่คล้าวไว้ไม่ใช่เหรอ"

ทองกวาวยิ้มออกมาตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง หมึกเฝ้าดูอยู่ขยับเข้าพูดดักคอว่า

"พี่ทองกวาว พี่บุปผาคิดอะไรกันอยู่ หมึกรู้นะ ลุงก้อน สั่งเอาไว้ว่า หมึกต้องเฝ้าพี่ทองกวาว พี่บุปผาเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตา คราวนี้หมึกไม่ยอมโง่ให้พี่ทองกวาว พี่บุปผาหลอกได้อีกแล้วล่ะจ้ะ"

ทองกวาวกับบุปผาต่างนิ่งไปกับความเข้มงวดของหมึก

ooooooo

ตอนที่ 3

เพราะมีนัดกับพี่คล้าวและพี่แว่นคนรักของตนเอง ทองกวาวกับบุปผาจึงวางแผนล่อหลอกหมึกที่ถูกก้อนกำชับให้จับตาดูสองสาวไม่ให้คลาดสายตา โดยสองสาวทำทีเป็นร้อนแต่เช้าอยากอาบน้ำให้ชื่นใจ แต่น้ำในตุ่มไม่มีจึงให้หมึกไปหาบมาใส่ หมึกพาซื่อรีบทำตามโดยไม่รู้ว่าข้างตุ่มมีรูรั่วเพราะฝีมือบุปผา ได้แต่สงสัยว่าทำไมน้ำถึงไม่เต็มตุ่มสักที ทั้งที่หาบมาหลายเที่ยวแล้ว

ทองกวาวกับบุปผาหลบขึ้นบ้านและรีบแต่งตัวเพื่อออกไปพบคนรักตามนัด โดยสองสาวไม่ลืมเอาปลอกหมอนที่ตัดเย็บด้วยตัวเองติดมือไปฝากคนรักด้วย   แต่พอไปถึงเพิงเฝ้านาซึ่งเป็นจุดนัดหมายระหว่างทองกวาวกับคล้าว ปรากฏว่าไม่มีแม้เงาของคล้าว มีแต่สายใจที่เข้ามาตำหนิและด่าว่าทองกวาวหน้าด้าน อยากเป็นเมียน้อยเขาหรือไงถึงได้นัดเจอแฟนคนอื่นแบบนี้ ทองกวาวตกใจและเสียใจตอบโต้ไปเล็กน้อยก่อนจะผลุนผลันไปหาบุปผาที่อยู่อีกด้านกับแว่น

บุปผากับแว่นกำลังคุยกะหนุงกะหนิงมีความสุข พอเห็นทองกวาวเดินหน้าซีดมาชวนบุปผากลับบ้าน ทั้งคู่พากันชะงักแปลกใจ บุปผาถามเหตุผลแต่ทองกวาวก็ไม่พูดอะไร เดินลิ่วนำไปก่อนเลย บุปผาจึงอยู่ต่อไม่ได้ ผละจากแว่นที่ยังไม่อยากให้กลับจ้ำตามทองกวาวไปทันที

เดินตามมาถึงบ้านและเห็นปลอกหมอนในมือทองกวาว บุปผาถามว่ายังไม่ได้ให้พี่คล้าวอีกเหรอ ทองกวาวบอกว่ายัง แล้วก็ไม่คิดจะให้แล้วด้วย บุปผาสงสัยหนักจะซักอีก แต่ทองกวาวหนีขึ้นเรือนไปเสียก่อน หมึกเดินโซเซหาบถังเปล่าเข้ามาหาบุปผา บ่นอุบว่าเติมน้ำเท่าไหร่ก็ไม่เต็มตุ่มซะที บุปผารออีกแป๊บนึง เดี๋ยวได้อาบแน่...ว่าแล้วหมึกก็เดินขาขวิดออกไป บุปผามองตามและพูดงึมงำแดกดันหมึกว่า เอ็งนี่มันฉลาดจริงๆเลย

สาเหตุที่คล้าวไม่มาตามนัดก็เพราะเขาต้องคอยดูแลแม่คอนที่ยังนอนรักษาตัวอยู่สุขศาลา เมื่อไข้ลดอาการค่อยยังชั่วแล้ว คอนจึงให้คล้าวกลับไปดูบ้านช่องและควายในคอก คล้าว ถือโอกาสนี้รีบไปที่เพิงเฝ้านา แล้วตะโกนเรียกทองกวาวอยู่ สักพักแต่ก็ไม่มีวี่แวว

แว่น ตี๋ ไข่ และน้อยกำลังตั้งวงเพื่อซ้อมดนตรี เห็นคล้าว เดินหน้าจ๋อยเข้ามา แว่นรีบควักปลอกหมอนที่ได้จากบุปผาออกมาอวด และว่าของคล้าวก็คงจะสวยใช่ย่อย แต่คงน้อยกว่าของตน คล้าวได้ยินอย่างนี้ก็ถามแว่นทันทีว่าบุปผามาเหรอ แล้วทองกวาวล่ะ?

"ก็มาด้วยกัน เอ็งอย่ามาอำข้าหน่อยเลย บอกมาตามตรง เอ็งไปทำอะไรเกินงามทองกวาวมันถึงได้งอนตุ๊บป่องกลับไปยังงั้น"

คล้าวฟังแล้วนิ่งอึ้งไปอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

ก้อนกับทับทิมซื้อผลไม้และขนมหวานหลายอย่างไปขอโทษจอมกับเจิดถึงบ้านเรื่องที่เมื่อวานลูกสาวและหลานสาวเสียมารยาททำไม่ดีใส่ แต่จอมไม่ถือสา บอกเรื่องเล็กน้อย ซ้ำยังว่าลูกผู้หญิงต้องรู้จักมีเขี้ยวเล็บบ้างมันถึงจะมีเสน่ห์ สองผัวเมียได้ฟังค่อยสบายใจ มีความหวังที่จะได้เกี่ยวดองกัน ส่วนเพชรที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยก็ได้ทีเข้าตีสนิทเจิดด้วยการขยับขึ้นไปนั่งตักอย่างชิดเชื้อ

ที่ร้านชำยายเมี้ยน มิ่งเข้ามาสั่งเหล้าหนึ่งขวด เมี้ยนจะขายให้แต่เคี่ยวเข็ญมิ่งต้องเอาเงินมาก่อน มิ่งทำเป็นล้วงกระเป๋าหาเงินแล้วบ่นว่าเงินหายไปไหน สงสัยจะลืมหยิบมาจากบ้าน เมี้ยนรู้แกวพวกจะกินของฟรีที่ชอบใช้มุกนี้ก็เลยถือขวดเหล้าจะเอาเข้าไปเก็บ แต่มิ่งยื้อดึงไว้อย่างไม่ยอมอ้างว่าเป็นขาประจำ เอ็งจะใจดำลงคอเชียวหรือ พรุ่งนี้ตนจะเอาเงินมาให้ถ้ากลัวลืมก็จดลงบัญชีไว้ก่อน เมี้ยนย้อนทันทีว่าของซื้อของขาย งดเชื่อ

เบื่อทวง มิ่งโมโหเลยขึ้นอีขึ้นมึง ทำให้เมี้ยนยัวะด่าเสียงดังลั่นร้าน

เท่านั้นเองมิ่งก็กลัวหงอ เปลี่ยนวาจาเป็นจ๊ะจ๋าขอความกรุณา แต่ถ้ายังไม่เชื่อใจกันก็ลงบัญชีลูกเขยตนไว้ก็ได้ เมี้ยนสงสัยว่าลูกเขยมิ่งคือใครกัน มิ่งตอบอย่างฉาดฉานว่า

"ก็หมู่น้อยไง เงินดาวเงินเดือนหมู่น้อยตั้งหลายร้อย ไม่หนีไปไหน สิ้นปีนี้ก็ได้ยินว่าจะได้เลื่อนยศเป็นผู้หมวดแล้วด้วย"

"ปีนี้เป็นหมู่ ปีหน้าได้เป็นหมวด มีที่ไหนวะ"


"งั้นเป็นจ่าก่อนก็ได้ นะจ๊ะแม่เมี้ยนจ๋า ลงบัญชีลูกเขยฉันไปก่อนแม่เมี้ยนคนสวย"

"นี่ถ้าไม่ใช่หมู่น้อยไม่มีทางได้แอ้มหรอกนะโว้ยจะบอกให้"

มิ่งยิ่มร่ารับขวดเหล้ามากอดด้วยความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น...ส่วนที่ชายทุ่ง ดวงใจลูกสาวคนเล็กของมิ่งกำลังช้อนกุ้งฝอยด้วยสวิง เจิดกับสมุนสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาเห็นขาขาวๆของดวงใจก็ตาลุกวาว ตีวงเข้ามาเทะโลมกันอย่างเฮฮา พอดีสายใจเดินมาได้ยินเลยเท้าสะเอวด่าเรียงหน้า ดวงใจช่วยถล่มอีกแรง แต่เจิดก็บ่ยั่น ซ้ำยังพูดตะแบงยกตนว่าร่ำรวยข่มคนจน

"กูอุตส่าห์ลดตัวลงมาเสวนากะมึง มึงยังไม่สำนึกอีกเหรออีดวงใจว่าเป็นบุญวาสนาของมึง ความจริงน่ะกูอยากได้ใคร กูก็ ได้ทั้งนั้น พ่อกูน่ะยุให้กูจีบอีทองกวาวด้วยซ้ำ อีทองกวาวน่ะมันเหนือกว่ามึงทุกอย่าง รึมึงว่าไม่จริง วันไหนกูเลิกสนใจมึงขึ้นมา มึงจะน้ำตาตกในว่ารู้ยังงี้ยอมเป็นเมียกูซะตั้งนานแล้วก็ดี"

เจิดยิ้มยวนกวนโทสะแล้วขี่รถออกไปพร้อมสมุน ดวงใจโมโหด่าไล่หลังว่าไอ้บ้า แต่สายใจกลับนิ่งไปอย่างใช้ความคิดเรื่องที่เจิดบอกว่าพ่อกูยุให้จีบทองกวาว

ตกตอนบ่าย   คล้าวและแว่นพากันไปปรับทุกข์กับ

หลวงพ่อที่ลานวัด หลวงพ่อเพิ่งรู้ว่าคอนไม่สบายอยู่สุขศาลาตั้งแต่เมื่อคืนวาน และทำให้วันนี้คล้าวมาตามนัดกับทองกวาวไม่ทัน


"คล้าวมันกำลังร้อนใจครับหลวงพ่อ มันกลัวทองกวาวจะโกรธมัน มันก็เลยอยากจะไปหาทองกวาวที่บ้าน แต่ผมว่าไปน่ะไปได้ แต่มันคงไม่มีปัญญากลับออกมาหรอก เพราะตาก้อนถ้าไม่ยิงเอาไส้แตก ก็กระทืบเอาม้ามปลิ้นแน่ๆครับหลวงพ่อ ห้ามเท่าไหร่มันก็ไม่ฟัง" แว่นบ่นอย่างหนักใจ หลวงพ่อจึงเตือนสติคล้าวว่า

"ไอ้คล้าว...ความรักน่ะมันมีหลายระดับนะ ถ้าโยมทองกวาวรู้เหตุผลว่าทำไมเอ็งถึงมาตามนัดไม่ได้   เขาก็ไม่มีทางโกรธเอ็งลงหรอก พ่อแม่น่ะเป็นพระในบ้านของลูกทุกคน เอ็งคิดใคร่ครวญเอาเองก็แล้วกัน ว่าตอนนี้เอ็งจะเลือกทำหน้าที่อะไรก่อนกัน"

"ครับหลวงพ่อ"

"เรื่องทองกวาวน่ะเอ็งไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวข้าจะใช้สติปัญญาเท่าที่มีช่วยเอ็งเอง ยังไงทองกวาวมันก็ต้องเข้าใจว่าทำไมเอ็งถึงผิดนัด เรื่องแค่นี้ทองกวาวมันคงไม่ถึงกับทิ้งเอ็งไปหาแฟนใหม่หรอกวะ"

แว่นขันอาสาทั้งที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจ แต่ยังไงก็อยากจะช่วยเพื่อนรัก แต่แว่นหารู้ไม่ว่าหายนะกำลังจะมาเยือน เมื่อแว่นกลับไปที่ร้านตัดผม แล้วไม่รู้ว่าก้อนพ่อของทองกวาวแอบเข้ามาทำทีจะใช้บริการ หลังก้อนรู้จากหมึกที่โดนทองกวาวกับบุปผาหลอกให้หาบน้ำใส่ตุ่มอยู่เกือบทั้งวัน ทั้งที่ตุ่มรั่วใส่น้ำเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม

ก้อนโมโหที่ลูกและหลานไม่เชื่อฟัง หนีออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านเวลาที่ตนไม่อยู่ แล้วต้นเหตุต้องมาจากแว่นกับคล้าวแน่ ก้อนเลยกะจะมาเล่นงานแว่นถึงร้านตัดผม แต่กลับมาได้ยินแว่นและเพื่อนฝูงนินทาเขาอย่างเมามัน ซ้ำแว่นยังบอกด้วยว่าคืนนี้สามทุ่มจะปีนเข้าบ้านเศรษฐีขี้เหนียวอย่างก้อน จะเผด็จศึกบุปผา แล้วให้ไข่กับตี๋เตรียมล้างท้องไปกินของดีๆที่บ้านนั้นด้วย

ก้อนโกรธแทบควันออกหู ผลุนผลันออกจากร้านไปโดยที่ไม่มีใครเห็นหน้า แล้วพอหลังอาหารค่ำ ก้อนก็บอกลูกหลานว่าคืนนี้เอ็งสองคนย้ายมานอนห้องพ่อ ทองกวาวกับบุปผาแปลกใจว่าพ่อจะไปนอนที่ไหน และห้องพวกตนก็แคบจะตาย


"คืนนี้ข้าอยากนอนห้องแคบๆโว้ย อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อย นอนห้องเดิมมาหลายปีมันจำเจ เบื่อจนนอนไม่ค่อยหลับว่ะ"

สองสาวยังงงไม่หาย มองหน้าก้อนไม่เลิก แต่พอก้อนขึ้นเสียงดุ สองสาวก็ไม่กล้าตอแยอีก...ถึงเวลาดีของแว่นแล้ว แว่นมาพร้อมกับไข่และตี๋ โดยให้เพื่อนทั้งสองคอยดูต้นทางอยู่ข้างล่าง ส่วนตัวเองปีนบันไดขึ้นไปห้องบุปผา ตอนแรกทุกคนก็งงๆว่าทำไมบันไดถึงมาพาดรอที่หน้าต่าง แต่นึกไปนึกมาว่า

บุปผาคงจะเตรียมเอาไว้รับ แว่นก็เลยไม่รอช้า

พอขึ้นไปถึงในห้อง แว่นเคล้าคลึงร่างใต้ผ้าห่มที่ดัดเสียงขานรับว่าเป็นบุปผา แต่พอคืบคลานจะจูบหน้าตา ก็มีอันต้องผงะตกใจสุดขีด เพราะเจ้าของร่างไม่ใช่บุปผาแต่เป็นก้อนต่างหาก ก้อนรวบตัวแว่นไว้ได้แล้วสั่งทับทิมไปเอาปืนมาเร็ว แว่นตาเหลือกพยายามดิ้นรนจะหนีลงบันได แต่เจ้ากรรมบันไดหายไปไหนไม่รู้ แว่นก็เลยตัดสินใจกระโดดหนีลงมาขาแทบหัก แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ให้ก้อนยิงไส้แตกตาย

เช้าขึ้นแว่นยังอุตส่าห์เดินกะเผลกมาเป็นลูกศิษย์วัดตามหลวงพ่อออกบิณฑบาต พอมาถึงบ้านก้อน แว่นดึงผ้าขาวม้าปิดหน้าตาที่เขียวช้ำเพราะหมัดก้อนเมื่อคืน แล้วก็เดินหลบๆหลังหลวงพ่อไป โดยที่ก้อนกับทับทิมไม่ทันสังเกต มีเพียงบุปผาที่ยืนมองอยู่มุมหนึ่ง เห็นคนรักเดินขาเป๋น่าอนาถก็ทั้งขำทั้งสงสาร

สายหน่อย คล้าวพาคอนกลับมาที่บ้าน สายใจรู้เข้าก็รีบมาปรนนิบัติคอนอย่างดีเยี่ยม พอเห็นคล้าวจะซักผ้าถูบ้าน สายใจก็แย่งทำหมดทั้งๆที่คล้าวไม่ได้เต็มใจ แต่ก็ไม่อยากขัดใจแม่ที่ท่าทางจะเอ็นดูสายใจไม่น้อยเลย

ขณะเดียวกันนั้น เจิดขับรถเก๋งคันโก้มาชวนทองกวาวไปนั่งรถเล่นกินลม ก้อนกับทับทิมดี๊ด๊าเห่อในความร่ำรวยของเจิด จึงคะยั้นคะยอแกมบังคับลูกสาวให้ขึ้นรถไปด้วยจนได้ ทองกวาวอึดอัดเป็นบ้า นั่งเงียบไปตลอดทาง กระทั่งเจิดขับรถไล่วัวควายของชาวบ้านลงข้างทางแล้วยังหัวเราะเยาะชาวบ้านอีก เธอทนไม่ไหวสั่งให้เขาพาเธอกลับไปส่งบ้านเดี๋ยวนี้

ขณะที่รถเจิดแล่นฝุ่นตลบผ่านทุ่งนา คล้าวกำลังเดินหนีสายใจที่ตามตื๊อไม่เลิก คล้าวไล่ให้กลับไปดูแลบ้านช่องตัวเอง สายใจก็ไม่ยอมบอกว่าอยากอยู่ใกล้ๆพี่คล้าว...พูดไม่ทันขาดคำ สายใจเหลือบไปเห็นคนในรถ จึงชี้ชวนคล้าวให้ดูด้วย คล้าวเห็นทองกวาวเต็มๆตาถึงกับครางชื่อเธอเสียงแผ่ว

"ทองกวาว..."

"เป็นไงล่ะ รักแท้ของพี่คล้าว สุดท้ายมันก็แพ้ความรวยอยู่ดี คนอย่างอีทองกวาวมันคงนึกว่ามันสวยเลิศเลอจนผู้ชายทั้งโลกต้องมาสยบแทบเท้ามันละมั้ง"

คล้าวจิตตกใจเสีย เจ็บจี๊ดที่ขั้วหัวใจ ทองกวาวเมินหน้าหนีจากเจิดด้วยความรำคาญ จึงเห็นคล้าวกับสายใจยืนเคียงคู่กัน สายใจรีบฉวยโอกาสทองเข้าเบียดกระแซะคล้าว พลางจับหน้าคล้าวบิดให้หันหนี อย่าไปมองให้เสียสายตา คล้าวมัวตะลึงเลยไม่ทันได้ขัดขืนสายใจ แต่ทองกวาวเข้าใจผิดไปแล้ว นั่งหน้าซีดหน้าเสีย ปล่อยให้เจิดซิ่งรถฝุ่นตลบผ่านไป

"กับพี่คล้าวมันก็คงแค่หมาหยอกไก่ อีทองกวาวมันคงเห็นว่าไอ้เจิดน่ะตัวจริง จะว่าไปมันก็สมกันดีนะจ๊ะพี่คล้าว" สายใจพูดเจื้อยแจ้วอย่างสะใจ แต่คล้าวไม่อยากได้ยินได้ฟังอะไรอีกแล้ว เดินหนีออกไปทันที

ooooooo

ทับทิมและก้อนแปลกใจที่เจิดพาทองกวาวกลับมาส่งเร็วนัก   แต่ก็ไม่ได้ซักอะไรมากเพราะเจิด บอกว่าจะรีบเอารถไปคืนพ่อ ทับทิมนึกได้รีบคว้าปลอกหมอนของทองกวาวให้เจิด บอกว่าน้องตั้งใจปักอยู่หลายวัน เจิดดีใจรับมันมาคลี่ดูแล้วยกขึ้นจูบอย่างชื่นใจ

"ขอบใจนะทองกวาว พี่เจิดจะนอนหนุน จะกอดปลอกหมอนใบนี้ทุกคืนเลย"

พ่อแม่ยิ้มชื่นมื่น แต่ลูกสาวก้มหน้านิ่ง พอเจิดจะเก็บปลอกหมอน บุปผารีบกระชากกลับคืนมา อ้างว่าทองกวาวยังปักไม่เสร็จ อย่าเพิ่งเอาไปเลย ทับทิมถามว่ารู้ได้ยังไงว่าไม่เสร็จ บุปผาตอบทันทีว่า ยังไม่ได้ปักชื่อพี่เจิดเลย ป้าไม่เห็นเหรอ

สองผัวเมียมองปลอกหมอนในมือบุปผาก็เห็นจริงดังว่า จึงให้เจิดรออีกวันสองวัน รอให้น้องปักชื่อให้สวยๆก่อน

"จ๊ะอา จะกี่วันฉันก็รอได้จ้ะ" เจิดยิ้มหวาน...ลากลับไปอย่างยิ้มย่อง แต่ทองกวาวซึมจัดขึ้นห้อง บุปผาตามมาซักถามด้วยความสงสัย แล้วก็ไม่เชื่อด้วยเมื่อทองกวาวปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

"จะไม่มีอะไรได้ยังไง ก็ปลอกหมอนนั่นน่ะจะให้พี่คล้าว ไม่ใช่เหรอ"

"ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ มันไม่ได้มีค่ามีความหมายอะไรอีกแล้ว"

"บอกมาซะดีๆว่าไปเจออะไรมา"

ทองกวาวไม่ตอบแต่น้ำตาไหลด้วยความช้ำใจ ฝ่ายคล้าว ไปนั่งจิตตกอกตรมอยู่ที่เพิงเฝ้านา หลังเห็นภาพบาดตาบาดใจทองกวาวนั่งรถคันโก้ของเจิด จนเมื่อแว่นเดินกะเผลกหน้าตาเขียวช้ำเข้ามาหา  คล้าวจึงตื่นตัว  ถามแว่นว่าหน้าตาเอ็งไปโดนอะไรมา

"ถามได้ว่าโดนอะไรมา...ก็ธุระของเอ็งน่ะสิถึงทำให้ข้าเป็นยังงี้ จะว่าไปโทษเอ็งก็ไม่ได้ เพราะข้าสาระแนเป็นคนส่งข่าวเอง สงสัยจะช่วงดวงตก เดชะบุญยังเอาชีวิตรอดออกมาจากตาก้อนได้ แต่ข้ายังไม่ทันได้ส่งข่าวเรื่องเอ็งเลยนะโว้ยคล้าว"

"ไม่เป็นไรหรอก มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วแว่น ต่อให้เหตุผลของข้ามันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดไหน มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับทองกวาวเขาหรอก"

แว่นทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ถามคล้าวว่าพูดอะไร ช่วยแปลให้ฟังอีกที แต่คล้าวห่อเหี่ยวไม่มีกะจิตกะใจจะตอบ ได้แต่มองเหม่อออกไปยังท้องทุ่งกว้าง

ตกเย็น หมู่น้อยมาซื้อไม้ขีดที่ร้านยายเมี้ยนเลยถูกแกทวงเงินค่าเหล้าที่มิ่งให้ลงบัญชีลูกเขยเอาไว้ ชายหนุ่มไม่ว่าอะไรสักคำ รีบควักเงินให้ยายเมี้ยนอย่างเบิกบาน จากนั้นก็วิ่งโร่ไปที่บ้านมิ่ง แล้วไปเจอสายใจกำลังอาบน้ำ เผอิญสายใจทำสบู่หลุดมือและทำฟองเข้าตาด้วย เธอได้ยินเสียงฝีเท้าก็นึกว่าดวงใจเลยใช้ให้หยิบสบู่มาถูหลัง น้อยกลัวๆเกร็งๆแต่ก็หยิบสบู่ขึ้นมาจัดการตามที่เธอบอก พอสายใจตักน้ำล้างหน้าแล้วหันมาเห็นน้อยเข้าก็กรี๊ดกระจาย ตามด้วยกำหมัดชกเข้าเบ้าตาน้อยไปเต็มๆ

ส่วนที่ครัวบ้านก้อนยามนี้ ทองกวาวทำกับข้าวด้วยท่าทีซังกะตายเพราะยังเศร้าเรื่องที่เห็นคล้าวใกล้ชิดสายใจ บุปผาพอรู้สาเหตุก็อดรนทนไม่ไหวออกอุบายหลอกทั้งทับทิมและหมึกก่อนจะแอบไปพบคล้าวถึงท้องนา บุปผาต่อว่าคล้าวที่ไม่มาตามนัดทำให้ทองกวาวผิดหวังแล้วยังต้องเสียใจซ้ำอีกที่เห็นคล้าวอยู่กับสายใจ

คล้าวอธิบายเหตุผลว่าแม่ของตนไม่สบายนอนอยู่สุขศาลา จะให้ตนทิ้งแม่มาได้ยังไง แล้วแว่นก็พยายามจะไปส่งข่าวให้อยู่ เหมือนกัน แต่ดวงมันคงไม่ดี

"พี่ฝากบุปผาบอกทองกวาวด้วยแล้วกัน ว่าตัวพี่วาสนาก็มีแค่นี้ วันข้างหน้าจะเป็นยังไงก็อยู่ที่ทองกวาวจะเมตตาพี่"

"พอแล้วพอ...เก็บเอาไว้คุยกันเองก็แล้วกัน เรื่องป้าคอนไม่สบายฉันจะบอกทองกวาวมันให้ ส่วนเรื่องนังสายใจพี่ก็ต้องไปแก้ตัวเอาเอง ฉันน่ะยังเอาใจช่วยพี่อยู่นะ อย่ามามัวทดท้อกับวาสนาว่าเกิดมาจน ไม่งั้นไอ้เจิดมันคาบไปรับประทาน ฉันไม่รู้ด้วย"

พูดจบบุปผาก็รีบวิ่งกลับไปทันที แล้วไปเจอทับทิม

ยืนเท้าสะเอวแยกเขี้ยวรออยู่บนบ้าน แต่บุปผาก็เก่งกาจสามารถเอาตัวรอดไปได้ ก่อนจะไปกระซิบบอกข่าวดีแก่ทองกวาว

ooooooo

บรรยากาศในบ่อนไก่ชน ชาวบ้านต่างเชียร์ไก่

ของตนอย่างเมามัน มิ่งนำไก่ตัวเก่งมาเล่นพนันด้วย แต่ไก่ของมิ่งแพ้ไก่ของจอม มิ่งไม่มีเงินจ่ายจึงขอติดหนี้จอมเอาไว้ก่อน พออุ้มไก่กลับถึงบ้าน มิ่งก็เลยจะแกงกินให้หายเจ็บใจ แต่ดวงใจไม่เล่นด้วย บอกพ่อว่าเป็นตาย

ยังไงตนก็ไม่ยอมให้พ่อเชือดมันหรอก

"หนูไม่อยากเห็นพ่อทำบาป แค่เอามันไปสู้ไปตีกับเขามันก็บาปพอแล้วนะพ่อ มันแพ้เขามาพ่อถึงกับจะฆ่ามันทิ้ง สัตว์ตัวไหนมันก็รู้จักรักชีวิตมันนะจ๊ะพ่อ ถ้าพ่อเป็นมัน พ่อจะรู้สึกยังไง พ่อคิดดูบ้างไหม"

"ถ้าเป็นกู กูก็จะตีไม่ให้แพ้ชาวบ้านเขาโว้ย...นี่ยังดี พ่อเจิดเขาเมตตาให้กูติดหนี้แปะโป้งเอาไว้ก่อน ไม่งั้นป่านนี้..."

"พ่อ...ทุกวันนี้เงินเข้าบ้านแทบจะไม่มียังอุตส่าห์ขยันไปสร้างหนี้เขาอีกเหรอ"

"มันเป็นทางทำมาหากินของกูโว้ย กูแค่ดวงไม่ดีเท่านั้นเอง"

"พ่อไม่มีทางโชคดีหรอก เพราะยังไงทำมาหากินทางนี้มันก็ผิดศีล"

"มึงนี่เหมือนพี่มึงไม่มีผิด ชอบสอนกูจริง"

"พ่ออยากได้อะไรหนูให้พ่อได้ทุกอย่าง แลกกับชีวิตไก่ตัวนั้น"

"แหม...อีแม่พระ อีคนใจบุญ มึงอยากขึ้นสวรรค์เพราะไอ้ไก่ตัวนี้ มึงก็เอาเหล้ากลมนึงมาแลกกะกูสิโว้ย"

ดวงใจละเหี่ยหัวใจ สุดท้ายท้ายสุดยังไงพ่อก็หลุดไม่พ้นอบายมุขอยู่ดี...ขณะเดียวกันนั้นที่ร้านชำของเมี้ยน เชน หนุ่มพเนจรเดินมาหยุดที่หน้าร้าน เชนไม่มีที่ไปจึงเอ่ยปากของานทำ ค่าจ้างค่าแรงก็สุดแล้วแต่ป้าจะให้ แต่เชนกลับถูกเมี้ยนไล่ตะเพิดไปไกลๆ เพราะลำพังตัวเองคนเดียวก็หากินฝืดจะแย่อยู่แล้ว ขืนจ้างลูกจ้างแล้วจะเอาอะไรกิน...เชนโดนด่าโดนไล่แต่ก็ยังยิ้มและยกมือไหว้เมี้ยนก่อนเดินออกมา แล้วที่สุดเชนก็ต้องไปอาศัยศาลาวัดนอนเพราะเย็นย่ำใกล้ค่ำเข้ามาทุกที

ooooooo

ตอนที่ 4

คืนนี้คล้าวตั้งใจมาพบทองกวาว บุปผาซึ่งรู้กันพยายามเปิดทางให้คล้าวเต็มที่ โดยชวนทองกวาวลงไปเดินเล่นข้างล่าง แต่ขณะที่คู่รักกำลังง้องอนปรับความเข้าใจกันอยู่   ก็มีอันต้องเจออุปสรรคเข้าจนได้

เมื่อก้อนและทับทิมบ่นร้อนลงมานั่งรับลมที่แคร่ หน้าบ้าน บุปผาต้องคอยทำหน้าที่กางกั้นแทบแย่เพื่อไม่ให้ลุงกับป้าเห็นคล้าวอยู่กับทองกวาว

ในที่สุดบุปผาก็ต้อนลุงกับป้ากลับขึ้นบ้านไปได้ ส่วนทองกวาวก็ต้องขึ้นด้วยเหมือนกัน แต่คล้าวยังไม่ยอมไปไหน ปักหลักอยู่ใต้หน้าต่างห้องเพื่อความมั่นใจว่าทองกวาวไม่โกรธไม่งอนเรื่องสายใจที่ตัวเองไม่เคยคิดเป็นอื่น นอกจากน้องสาวเท่านั้น

เห็นทองกวาวยังงอนไม่หาย คล้าวบอกว่าจะยืนอยู่อย่างนี้จนเช้า บุปผาเสริมว่าพี่คล้าวพูดจริงทำจริง แล้วก็แซวทองกวาวว่าจะทำอะไรก็ทำเข้าซักอย่าง ไม่ต้องมัวเขินอยู่หรอก ทองกวาวจึงตัดสินใจโยนปลอกหมอนที่ปักไว้ลงไปให้คล้าว

"ทองกวาวจะเข้านอนแล้ว ดึกแล้ว...เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำบุญที่วัดไม่ทัน พี่คล้าวกลับบ้านไปเถอะ"

คล้าวยิ้มหน้าบาน สูดดมปลอกหมอนนั้นอย่างชื่นใจ ทองกวาวถึงกับอายสะท้าน เหมือนถูกจูบเข้าที่พวงแก้มยังไงยังงั้น

"คืนนี้พี่คงนอนหลับฝันดี ถ้าทองกวาวจะฝัน ขอให้ในฝันของทองกวาวมีพี่คล้าวอยู่ด้วยนะจ๊ะ"

ทองกวาวยิ้มเอียงอาย มองตามคล้าวที่ค่อยๆถอยหายออกไปในความมืด พอกลับถึงบ้านคล้าวก็สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนหนุนหมอนที่ใส่ปลอกหมอนใหม่เอี่ยมของทองกวาวหลับสบายทั้งคืน

เช้าวันใหม่ คล้าวกับแม่คอนนำข้าวปลาอาหารมาทำบุญที่วัดซึ่งเต็มไปด้วยญาติโยม เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระ สองแม่ลูกเจอหลวงพ่อตรงหน้าศาลา จึงหยุดทักทายกันประสาคนรู้จักมักคุ้น

"เป็นยังไงล่ะโยมคอน ได้ยินว่าไปนอนอยู่สุขศาลาซะหลายคืน"

"เจ้าค่ะท่าน ลำบากคล้าวมันต้องไปเฝ้าแทบไม่ได้ทำมาหากิน"

"อย่าไปคิดอะไรมาก ลูกมันเต็มใจทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณบุพการี บุญกุศลจะหนุนนำให้มันเจริญยิ่งๆขึ้นไป โยมเองก็หักโหมเกินไปนัก จะทำอะไรก็ให้พอดีตัว ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท"

"เจ้าค่ะท่าน" คอนกราบหลวงพ่อ จังหวะนี้เองคณะของก้อนเข้ามาพอดี ทุกคนหิ้วของทำบุญมาพะรุงพะรัง คล้าว หันไปเห็นทองกวาวจึงส่งยิ้มให้    แต่เพชรเห็นก็เลยมายืนกันท่าขวางทองกวาวไว้

"นมัสการครับหลวงพ่อ" ก้อนพนมมือแต้...ทับทิมขยับมายืนคู่สามี จีบปากอย่างสดชื่นว่า

"วันนี้อิฉันแกงเทโพหมูมาถวายด้วยเจ้าค่ะ ความจริงเมื่อวานว่าจะให้ไอ้เพชรมันวิ่งมาถามหลวงพ่อว่าอยากจะฉันอะไรเป็นพิเศษ อิฉันจะได้ทำมาถวายเจ้าค่ะ"

"เป็นพระจะบอกได้ยังไงล่ะโยม ว่าอยากฉันโน่นฉันนี่ มันผิดพระวินัย"

"แต่แหม...เผื่อทำอะไรมาถวายแล้วท่านไม่ฉัน โยมก็อดได้บุญสิครับท่าน" ก้อนก็เป็นไปด้วยกับเมีย

"บุญนะมันเกิดขึ้นตั้งแต่โยมมีจิตอันบริสุทธิ์ในการให้ คือให้อย่างไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนแล้วละโยม จะเป็นกับข้าวหรูหรา หรือแค่ผักสองสามต้น หรือข้าวแค่ช้อนเดียว ก็ได้บุญพอกัน"

"แต่ไม่รู้ละ ยังไงท่านก็ต้องฉันแกงเทโพหมูของอิฉันเยอะๆ แล้วก็ฉันก่อนกับข้าวคนอื่นๆด้วยนะเจ้าคะ"

หลวงพ่อนิ่งไปอย่างระอาสองผัวเมีย แว่นซึ่งมาถึงได้

สักครู่ยื่นหน้าทำน้ำลายสออยากกินแกงเทโพหมู เลยโดนทับทิมตวาดดุจนต้องกระโจนหลบไปหลังหลวงพ่อ พอก้อนเร่งเมียและลูกหลานขึ้นไปจองที่นั่งบนศาลา ทับทิมก็รีบเออออเพราะอยู่แถวนี้เหม็นสาบคนจน

ครั้นขึ้นมาเลือกที่นั่งได้เป็นที่พอใจแล้ว แถมยังกันที่ไว้ให้เศรษฐีจอมกับลูกชายที่มาทีหลัง จอมวางมาดอวดบารมีด้วยการควักเงินหนึ่งพันทำบุญต่อหน้าประชาชี นั่นยิ่งทำให้ก้อนและทับทิมเห่อความรวยของสองพ่อลูกถึงกับชื่นชมไม่ขาดปาก

สายใจกับดวงใจมาถึงแล้ว สายใจตรงดิ่งมาชวนคล้าว ไปกราบพระ แต่คล้าวบอกว่าตนไปมาแล้ว สายใจเลยหน้างอ แต่พอจะไปตักบาตรสายใจก็คะยั้นคะยอคล้าวไปด้วยจนได้ เธอให้เขาอุ้มขันข้าวเดินตามเพื่อจะตักบาตรด้วยกัน จังหวะนี้เองน้อยขยับเข้ามาใกล้คล้าว สองตามองสายใจตาละห้อย บ่นด้วยความน้อยใจกับคล้าวว่าชาตินี้ตนจะมีวาสนาได้ตักบาตรร่วมขันกับน้องสายใจบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ คล้าวเลยยื่นขันข้าวใส่มือน้อยแล้วรีบฉวยโอกาสแวบออกไปทันที

สายใจมัวเบียดกับพวกชาวบ้านโดยไม่ได้หันหลังมามองคนที่เดินตาม น้อยจึงได้ตักบาตรร่วมขันกับสายใจด้วยอาการตื่นเต้นจนมือไม้สั่น

เสร็จจากทำบุญ ชาวบ้านต่างทยอยลงจากศาลาแล้วเทเศษอาหารทิ้งลงถาดให้หมาวัด เชนซึ่งกำลังหิวโซได้แต่มองตาละห้อยด้วยความเสียดาย จนเมื่อดวงใจหิ้วป”่นโตลงมาเป็นคนสุดท้าย เชนตัดสินใจเอ่ยปากขอเศษอาหารเพื่อประทังความหิว พอดวงใจยื่นป”่นโตให้ เชนยกมือไหว้ปลกๆแล้วจัดการกับอาหารที่เหลือก้นป”่นโตอย่างตายอดตายอยากจนดวงใจกลัวเขาจะติดคอตายต้องไปหาน้ำมาให้ดื่ม

คล้าวกับแม่และแว่นยังอยู่บนศาลาเตรียมจะเก็บสำรับที่พระฉันเสร็จแล้วรวบรวมไปล้าง จู่ๆจอมก็เดินอาดๆเข้ามายืนค้ำหัวคอน ตามด้วยสมุนที่เข้ามาประกบประดับบารมี

"ขยันทำบุญหวังจะถูกหวยรวยเบอร์กะเขาเหรอวะ

นังคอน หรือจะสะสมบุญเอาไว้กินชาติหน้า" จอมเปิดฉากด้วยท่าทีเยาะหยัน ทำให้คล้าวชะงักไม่ค่อยพอใจนัก

"อาจอม...คนเราทำบุญอย่างไม่ได้หวังอะไรตอบแทนก็มี"

"มีด้วยเหรอวะ ข้าเห็นรายไหนรายนั้น ทำบุญแล้วก็ขอสารพัดจะขอ ข้าจะบอกอะไรให้ ถ้าเอ็งกับแม่จะขอ ก็ขอให้ยังไงก่อนตายก็ใช้หนี้ข้าให้หมดก่อนนะโว้ย เดี๋ยวติดหนี้ข้าต้องไปตามเก็บในนรก จะหาว่าข้าไม่เตือน"

พ่นแล้วจอมก็หัวเราะชอบใจไปกับสมุน...แว่นโกรธแทน กระซิบคล้าวว่าจะลุยเลยไหม ข้าจะช่วยเอ็งเต็มที่ แต่คล้าว ไม่อยากมีเรื่องจึงบอกแว่นให้เย็นไว้

"ข้าจะบอกให้เอาบุญนะนังคอน เอ็งจะมามัวก้มหน้า ก้มตาขายผักขายปลาได้วันละห้าบาทสิบบาทน่ะ ตายคากองผักก็ใช้หนี้ข้าไม่หมด ว่างๆก็ไปเสี่ยงบ่อนข้าสิ ดวงดีไม่ทันข้ามวันก็กลายเป็นเศรษฐีให้ใครๆเขาเรียกคุณคอนเชียวละ"

"ขอบใจอาจอมที่อุตส่าห์หวังดีแนะนำ แต่ฉันกับแม่คงไม่มีวันไปข้องแวะกับการพนันหรอกจ้ะ มันเป็นบาป ต่อให้สิ้นปัญญาทำมาหากิน ฉันกับแม่ก็มีศักดิ์ศรีพอจ้ะ"

"เออ เอ็งก็รักษาศักดิ์ศรีเอ็งไปให้ถึงพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ข้าจะคอยดูหน้าซีดๆของเอ็งว่าจะมีปัญญาใช้หนี้ข้าไหม" ว่าแล้วจอมก็เดินกร่างออกไปพร้อมสมุน คอนรู้สึกใจสั่นหวิวเหมือนจะเป็นลม ขณะที่แว่นบ่นกระปอดกระแปดไม่เข้าใจว่าคนขี้โกงทำไมมันรวยเอาๆ ส่วนคล้าวได้แต่นิ่งไปอย่างกังวลใจ

ที่ข้างศาลา ชาวบ้านกำลังช่วยกันล้างภาชนะถวายพระ ทับทิมเข้ามาขอน้ำและสบู่ล้างมือ ขณะล้างก็ถอดแหวนทองวางไว้ก่อน พอจะกลับมัวแต่ทักทายกับชาวบ้านก็เลยลืมแหวนเอาไว้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็กลับขึ้นไปบนศาลาแล้ว

เชนเก็บแหวนนั้นได้และเที่ยวตามหาเจ้าของ คณะของทับทิมที่มีจอมกับเจิดแห่ลงมาด้วยไปเจอเชนเข้า ทุกคนเห็นสภาพของเชนก็เข้าใจว่าเป็นหัวขโมยที่ซัดเซพเนจรมาจากถิ่นอื่น ยิ่งพอเห็นแหวนในมือเชน ทับทิมไม่ฟังอะไรทั้งสิ้นตบหน้าเชนเต็มแรง ตามด้วยหมัดของก้อน แล้วก็บาทาสมุนของจอมที่รุมกระทืบเชนอย่างเมามัน

ทองกวาวสงสารเขา ก้อนเองก็กลัวมันจะมาตายในวัดให้เป็นบาป ก็เลยบอกสองพ่อลูกว่าพอเถอะ เชนจึงแค่บอบช้ำไม่ถึงกับกระอักเลือด

"นี่ถ้าอาก้อนเขาไม่ขอไว้ เอ็งตายคาบาทาพวกข้าแน่ ไสหัวไปเลยไอ้คนพเนจร ไม่งั้นเอ็งเลี้ยงไม่โตแน่"

"ผมไม่ได้ขโมย...ผมไม่ได้ขโมย" เชนพูดความจริงแต่กลับถูกเจิดเตะซ้ำอีกดอกก่อนจะเดินออกมา เพชรเห็นแล้วชื่นชมพี่เจิดว่าโคตรเท่เลย

"ไปกันเถอะแม่ทับทิม น้องก้อน อย่าไปสนใจมันเลย" จอมก้าวนำ แต่ยังไม่ทันที่คนอื่นๆจะก้าวตามก็มีชาวบ้านคนหนึ่งเข้ามาถามทับทิมว่า

"ได้แหวนคืนแล้วใช่ไหมแม่ทับทิม เมื่อกี้ผู้ชายคนนึงเขามาถามหาเจ้าของแหวน ฉันเห็นแหวนแล้วฉันว่าฉันจำได้ว่าเป็นของแม่ทับทิมนะ"

ก้อนและทับทิมหน้าซีดกันทันที หันกลับไปมองชายแปลกหน้าที่ยังนอนตัวงออยู่กับพื้น

"นั่นปะไร เจ็บตัวฟรีๆแล้วไหมล่ะ เข้าไปดูเขาหน่อยเถอะจ้ะป้า เขาเป็นคนดีนะไม่ใช่ขโมยอย่างที่ป้าคิดซะหน่อย" ขาดคำของบุปผา จอมสวนทันควันว่า

"ช่างหัวมันปะไรวะ มันเสือกโง่ปากหนักเองนี่หว่า"

แล้วทุกคนก็พากันออกไป ทิ้งเชนเอาไว้ตรงนั้น เชนพยายามจะลุกขึ้น ดวงใจขยับเข้ามาถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม เชนบอกไม่เป็นไร พูดพลางก็กัดฟันแข็งใจลุกขึ้นจนได้ แล้วเดินโซเซออกไป ดวงใจมองตามด้วยความเวทนา

ooooooo

คณะของก้อนแวะไปที่กุฏิหลวงพ่อ ทับทิมยังกังวลใจเรื่องเมื่อสักครู่จึงถามหลวงพ่อว่าตนจะบาปรึเปล่า

"จะว่าบาปมันก็บาปแหละโยม ถือว่าลุแก่โทสะปล่อยให้อารมณ์โกรธนำทางจนทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน"

"แต่เราไม่รู้นี่ครับหลวงพ่อว่าใครมาร้ายมาดี ทางที่ดีเราก็ต้องระวังเอาไว้ก่อนไม่ถูกเหรอครับ"

"ระแวดระวังน่ะดี แต่ก็ต้องหัดมีสติด้วย แต่ทางที่ดีโยมก็น่าจะป้องกันเอาไว้ก่อน เพชรทองใส่ซะเต็มตัวมันก็ยั่วกิเลสคนชั่วได้นะโยมทับทิม"

"แต่แหม...หลวงพ่อเจ้าขา อิฉันออกจากบ้านอย่างคอแขนล่อนจ้อนไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ อิฉันไม่มีความมั่นใจ"

"ยึดมั่นในความดี คิดดี ทำสิ่งดีๆเท่านั้นก็พอแล้วมั้งโยม"

ทับทิมทำหน้าเซ็งไม่กระจ่างในคำสอน เจิดเองก็เบื่อ จึงขอคุยเรื่องอื่นที่เบาสมองดีกว่า จอมเลยพูดเรื่องจะสร้างโบสถ์ใหม่ ก้อนรับลูกทันทีว่าพี่จอมใจตรงกับตนเลย เรามาสร้างโบสถ์ใหม่ ให้ใหญ่จนลือกันไปทั้งบางเลยดีกว่า

"โบสถ์เก่าแก่ก็ยังดีอยู่ จะสร้างใหม่ทำไมล่ะโยม"

"โธ่หลวงพ่อ พอวัดเจริญคนจะได้มาทำบุญกันเยอะๆไงครับ หลวงพ่อไม่ชอบรึไง"

"ความเจริญมันดูกันตรงไหนเหรอโยม ต่อให้วัดใหญ่โตสวยงามด้วยโบสถ์ใหม่ แต่ญาติโยมไม่เข้าใจพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ มันก็เปล่าประโยชน์นะ"

ขณะพวกผู้ใหญ่สนทนากับหลวงพ่อ ทองกวาวกับบุปผาก็ค่อยๆแวบออกไปแถวโบสถ์ซึ่งนัดกับคล้าวและแว่นเอาไว้...

แว่นจีบบุปผาอย่างชื่นมื่นมีความสุข ส่วนทองกวาวตามคล้าว เข้าไปในโบสถ์ก่อนที่ทั้งคู่จะสาบานรักต่อหน้าองค์พระ คล้าว สาบานว่าชั่วชีวิตของตนจะขอรักทองกวาวคนเดียว จะไม่ยอมรับหญิงใดอีก ขณะที่ทองกวาวก็สาบานว่าเธอจะรักและไม่ปันใจให้ใครอื่น จะเชื่อใจและมอบชีวิตทั้งชีวิตของเธอให้พี่คล้าว คนเดียว

ที่ข้างโบสถ์ แว่นบ่นสงสารคล้าวที่ทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเงินมาใช้หนี้นายจอมหน้าเลือด บุปผาก็กลุ้มใจแทนจริงๆที่ลุงกับป้าดันเห็นเงินดีกว่าคนดีอย่างคล้าว...พูดขาดคำ บุปผาก็ตาเหลือกเมื่อมองไปเห็นกลุ่มของลุงป้าและสองพ่อลูกหน้าเลือดเดินดาหน้ากันมาทางนี้

บุปผารีบให้แว่นหลบซ่อนก่อน เธอจะเอาตัวรอดไปได้

ว่าเธอออกมาเดินเล่น ส่วนทองกวาวก็อยู่แถวนี้ เจิดคาดคั้นให้ระบุมาชัดๆว่าตรงไหน บุปผา อึกอักก่อนบอกว่าทองกวาวเข้าไปไหว้พระในโบสถ์  ก้อนแปลกใจ  ว่าลูกสาวนึกยังไงถึงเข้าไปไหว้พระ บุปผาเลยแต่งเรื่องว่า

"ได้ยินทองกวาวบ่นๆว่ากลุ้มใจ ถ้าปลงไม่ตก คิดอะไรไม่ออกก็อาจจะบวชชีไปตลอดชีวิตจ้ะ"

"บวชชี...คุณพระคุณเจ้าช่วย มันมีเรื่องกลุ้มใจอะไรนักหนา" ทับทิมท่าทีตกใจ

"หนูก็ไม่ค่อยรู้หรอกจ้ะ ได้ยินแต่ว่าถูกบังคับจิตใจจนเหลือจะทนแล้ว"

"ใครเขาไปบังคับจิตใจมันเรื่องอะไรวะ"

"เรื่องไอ้คล้าวมั้งพ่อ" เพชรสู่รู้

"ฉันว่าเผลอๆ ทองกวาวอยู่ในนั้นกับไอ้คล้าวแหงๆเลยจ้ะอาก้อน"

คำพูดเจิดเล่นเอาก้อนถึงกับแยกเขี้ยวยิงฟัน ถ้าเข้าไปเจอคล้าวจริงจะเฉือนให้เป็นชิ้นๆ แต่โชคก็เข้าข้างคล้าวที่ทุกคนเข้ามาแล้วไม่เห็น เพราะทองกวาวให้คล้าวซ่อนตัวหลังองค์พระได้ทันเวลา

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทองกวาวยิ้มแย้มมีความสุข

ตลอดวันที่ได้สาบานรักกับคล้าว หมึกสังเกตท่าทีและสีหน้าทองกวาวก็รู้สึกได้ว่าผิดปกติ ทำงานไปยิ้มไป ยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ก้อนกับทับทิมได้ฟังจึงด่าหมึกเอ็ดอึง แล้วสองผัวเมียก็ลงความเห็นกันว่าทองกวาวกำลังมีความรักกับเจิดลูกพ่อจอม

ooooooo

คล้าวกำลังกลุ้มใจไม่รู้จะหาเงินที่ไหนจ่ายดอกเบี้ย ให้จอมวันพรุ่งนี้  แต่จู่ๆก็เหมือนพระมาโปรดเมื่อแว่น วิ่งมาบอกข่าวดีว่าคืนนี้ตนรับงานบวชเอาไว้  คล้าวดีใจ เหลือล้นรีบกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวหล่อ  แต่พอชาวคณะพากันไปถึงงานบวชเล่นเพลงได้ไม่เท่าไหร่  วัยรุ่นเกิดมีเรื่องชกต่อยกันจนงานพัง  เงินค่าจ้างก็ไม่ได้  แถมทุกคนยังต้องวิ่งหัวซุกหัวซุนหนีตายกันอลหม่าน

เช้าขึ้นถึงเวลาจอมมาเก็บดอกเบี้ยจากคอน แต่สองแม่ลูกไม่มีเงินให้ คล้าวขอผัดหนี้งวดนี้ออกไปอีก จอมไม่ยอมและบอกว่าจะยึดบ้านกับนา คอนตกใจมากวิงวอนขอร้องจอมทั้งน้ำตา และยอมกราบเท้าจอมเพื่อรักษามรดกที่ตั้งใจจะยกให้ ลูกชายคนเดียว แต่จอมก็ยังยักท่าว่าคล้าวต้องกราบด้วย

เจิดแยกจากพ่อไปบ้านก้อนและคุยฟุ้งว่าพ่อกำลังไปเก็บดอกจากคล้าว  ทองกวาวได้ยินก็หูผึ่งและนึกเป็นห่วงคล้าว  จึงรวบรวมเงิน  และทองหยองที่แม่เพิ่งให้มาเมื่อคืนวิ่งออกจากบ้าน ไป  โดยที่บุปผาคอยกรุยทางสะดวกให้  สายใจก็เพิ่งรู้จากน้อย เหมือนกันว่าจอมไปเก็บเงินคล้าว   เธอแตกตื่นเป็นห่วงคล้าว ขึ้นมาทันที

ที่สุดคล้าวก็ต้องยอมกราบเท้าจอมเพื่อรักษาบ้านและที่นาซึ่งเป็นมรดกตกทอดของปู่ย่าตาทวด แต่ถึงยังไงจอมก็ไม่ยอมกลับบ้านมือเปล่า สั่งสมุนไปลากควายสองตัวในคอกออกมา คล้าวขอร้องแทบตายจอมก็ไม่ฟัง แถมจอมยังโหดเหี้ยมจะเอาควายไปส่งโรงเชือดแลกเงิน ทำให้คอนถึงกับเป็นลมล้มพับอยู่ในอ้อมกอดของลูกชาย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิ๊ดสะก๊าดบ้านทุ่ง EP.7 เถ้าแก่เส็ง พยายามเสนอขายเครื่องจักรให้ ณกรกานดา
15 เม.ย. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 02:10 น.