ตอนที่ 2
ภุมวารีจัดฉากจ้างชายสองคนปล้นเงินขายพวงมาลัยจากนวลเพื่อให้นวลเดือดร้อนโดนเจ้าของแผงพวงมาลัยเอาเรื่อง แล้วตัวเองก็เข้าไปช่วยเหลือจ่ายเงินชดใช้ให้แทนน้องสาว
แม่ค้าเจ้าของแผงพวงมาลัยรับเงินและไม่ติดใจเพราะสองสาวหน้าตาเหมือนกันมาก นวลไม่รู้แผน
อันแยบยลของภุมวารีจึงตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอีกฝ่ายขึ้นมาทันที
“ฉันจะหาเงินมาใช้คืนคุณผึ้งให้เร็วที่สุดค่ะ”
“เธอจะไปทำอะไร งานรับจ้างแบบนั้นอีกหรือ เหนื่อยเปล่า ทำไมไม่ทำงานที่ฉันเสนอให้...ฉันกำลังเดือดร้อนนะนวล คนรักของฉันกำลังป่วยหนักอยู่ที่
ต่างจังหวัด ฉันต้องรีบไปดูใจเขา แต่คุณพ่อฉันไม่ยอม พรุ่งนี้เป็นโอกาสดีเพราะฉันจะต้องไปงานเลี้ยงในพระนคร ถ้าเธอไปแทน ฉันก็จะมีเวลาหลบไปหาคุณภาส”
“ให้ฉันตอบแทนทางอื่นไม่ได้หรือคะ”
“ฉันมีแค่เรื่องเดียวที่ต้องการความช่วยเหลือ
แต่ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากบังคับจิตใจเธอ เพราะถ้าไม่เต็มใจ เธอก็คงทำแผนการฉันพังอยู่ดี ฉันไม่รบกวนเธอแล้วล่ะ” ภุมวารีทำทีคว้ากระเป๋าเดินออกไป
“เดี๋ยวค่ะคุณผึ้ง ถ้าจะสวมรอยเป็นคุณ ฉันต้องทำยังไงบ้างคะ”
ภุมวารีหันกลับมาหานวลด้วยความดีใจ...หลังจากตกลงกันเรียบร้อย หญิงสาวจอมแผนการก็กลับเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่พอเห็นสวาทนั่งเลือกเครื่องเพชร
สวมใส่คอก็จำได้ว่าเป็นของแม่ตน เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทระหว่างลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยงทันที
สองฝ่ายร้ายกาจพอกัน ด่ากันไฟแลบขึ้นอีขึ้นมึงก่อนที่ภุมวารีจะตบตีและบีบคอสวาทที่พาดพิงถึงวิญญาณแม่ตน เอื้อยวิ่งเข้ามาห้ามก็ไม่มีใครฟัง จนกระทั่งเกรียงไกรต้องมาหย่าศึกด้วยตัวเอง
เกรียงไกรปกป้องสวาทด้วยการบอกลูกสาวว่าพ่ออนุญาตให้เธอเลือกเครื่องประดับพวกนี้เอง แต่ถ้าลูกไม่พอใจก็ไม่เอา จะซื้อใหม่ให้สวาท ภุมวารีโกรธมาก เก็บสมบัติของแม่ทุกชิ้นกลับไปใส่หีบล็อกกุญแจ พูดกับรูปถ่ายของแม่ด้วยอารมณ์หงุดหงิดและเจ็บปวดใจ
“คุณแม่คะ นับวันผึ้งยิ่งไม่มีความหมายสำหรับคุณพ่อ ผึ้งไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้อีกแล้ว คุณแม่อย่าโกรธผึ้งนะคะ ถ้าวันหนึ่งผึ้งจะหมดความอดทน”
ooooooo
นวลรวบรวมความกล้ามาบอกชาติกับมิ่ง
ที่เฝ้าจักรอยู่โรงพยาบาลว่าคืนพรุ่งนี้เธอต้องไป
ขายของที่งานวัดห่างไกลจากที่นี่ แต่งานเลิกดึกเลยอยากจะวานพี่สองคนมาอยู่เป็นเพื่อนพี่จักร
ชาติกับมิ่งมั่นใจว่าถ้าจักรรู้เข้าต้องไม่ยอมแน่ แต่เพราะนวลอ้อนวอนอยากหาเงินมาเป็นค่ารักษาจักร สองคนจึงยินยอมทั้งที่รู้สึกทะแม่งๆอยู่เหมือนกัน...
และแล้วแผนสลับตัวระหว่างภุมวารีกับนวล
ก็เริ่มต้นในเช้าวันถัดมา ภุมวารีโกหกพ่อว่าต้องไปเอา
เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ร้านในตลาดเพื่อใส่ไปดูหนังกับชายใหญ่ เกรียงไกรหลงเชื่อให้จวนขับรถไปให้ พอถึงตลาด
ภุมวารีก็หลอกจวนให้รอที่รถ ส่วนตัวเองหิ้วถุงใบหนึ่งมุ่งหน้าไปบ้านเช่าของนวล จัดแจงทุกอย่างตามแผนและซักซ้อมความพร้อมของนวลโดยป้อนข้อมูลที่จำเป็นให้จนหมด
จวนเริ่มกระวนกระวายเมื่อภุมวารีหายไปนาน แต่แล้วนวลในคราบภุมวารีก็ปรากฏตัวทั้งที่ประหม่ากลัวโดนจับได้ คำพูดคำจาเรียบร้อยและกิริยานุ่มนวลอ่อนหวานของนวลชวนให้จวนประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
ขณะที่นวลนั่งรถมุ่งหน้าไปบ้านเกรียงไกร ภุมวารีรีบมาพบภาสกรเพื่อเดินทางไปอยุธยาตามที่นัดหมายกันไว้ แต่หญิงสาวไม่ได้บอกคู่รักเรื่องแผนการสลับตัว
เฟื้อกับเอื้อย สองแม่ลูกบ่าวคนสนิทของภุมวารีเอง
ก็ฉงนไม่น้อยกับการเปลี่ยนไปของนายสาว แต่ไม่ได้ติดใจถึงขนาดสงสัย แค่บ่นกันว่าคุณผึ้งท่าทางแปลกๆ เกรียงไกรเองก็จับไม่ได้ มัวดีใจที่ลูกสาวว่านอนสอนง่าย พอได้ยินสวาทบอกว่าวันนี้ภุมวารีดูหลุกหลิก เขาก็ยังคิดว่าลูกตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวกับชายใหญ่
นวลผ่านด่านแรกไปได้ทั้งที่ใจคอไม่ดีกลัวโดนจับได้ เมื่อถึงเวลาแต่งตัวแต่งหน้าเกิดปัญหาอีกเพราะนวลทำไม่เป็น ขอให้เอื้อยจัดการทุกอย่าง อ้างว่าจะได้รวดเร็วทันคุณชายใหญ่มารับ
ชายใหญ่มาตรงเวลานัดโดยไม่ยอมให้หญิงเล็กมาด้วย หญิงเล็กจึงไปหาดาริกาและใช้เส้นเจ้าสัวจนได้ไปดูหนังรอบปฐมทัศน์ที่ต้องมีบัตรเชิญ แต่ไม่รู้ว่าเจ้าของหนังเรื่องนี้คือครอบครัวของภัทรยศ
เมื่อเอื้อยพิถีพิถันแต่งตัวแต่งหน้าให้เจ้านายเสร็จเรียบร้อย นวลกลายเป็นสาวสวยไร้คราบของสาวชาวบ้านอย่างสิ้นเชิง ชายใหญ่ประทับใจถึงกับตกตะลึง เสื้อผ้าหน้าผมของเธอสวยไม่มีที่ติจริงๆ
ขณะนั่งรถมาด้วยกัน นวลนิ่งเงียบรู้สึกเกร็งไปหมด ชายใหญ่ขับรถพลางเหลือบมองหญิงสาวอย่างแปลกใจ
“คุณผึ้งเป็นอะไรหรือเปล่าครับ นั่งเงียบตั้งแต่
ที่บ้านแล้ว”
“เปล่าค่ะคุณชาย...ผึ้งคิดอะไรเพลินๆน่ะค่ะ”
“ยังมีเวลาอีกเยอะกว่างานฉายภาพยนตร์จะเริ่ม คุณผึ้งจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะขอแวะไหว้พระก่อน”
“ที่ไหนคะ”
“คราวก่อนคุณผึ้งชวนผมมาไหว้พระที่องค์พระปฐมเจดีย์ แต่พลาดไป วันนี้คุณผึ้งพอจะเป็นมัคคุเทศก์แนะนำผมได้ไหมครับ”
นวลตกใจหน้าเหลอหลาเพราะตนเองไม่คุ้นสถานที่ ตั้งแต่มายังไม่เคยเข้าไปไหว้องค์พระ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ต้องตกกระไดพลอยโจน
ooooooo
เมื่อชายใหญ่จอดรถบริเวณลานรอบองค์พระ
นวลลงจากรถแต่ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ กระทั่งเดินตามกันเข้ามาในเขตอารามก็ยังไม่รู้ว่าจะเดินเข้าทางไหนถึงจะได้ไหว้พระ
เพราะไม่ใช่คนท้องที่แต่มาจากสุพรรณบุรีได้
ไม่กี่วัน นวลต้องหาตัวช่วยโดยเร็ว เธอบอกชายใหญ่ว่าไม่ได้มาไหว้พระเสียนาน จำไม่ค่อยได้ว่าต้องเข้าไปตรงไหน ขอไปถามคนแถวนี้ดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา ให้เขารออยู่ตรงนี้ก่อน
นวลเดินไปยังกลุ่มเด็กขายพวงมาลัย เด็กๆจำได้แต่สงสัยทำไมวันนี้เธอแต่งตัวดี นวลไม่พูดเยอะกลัวชายใหญ่มาได้ยิน รีบถามทางเข้าไหว้พระและขอซื้อพวงมาลัยจากเด็กทั้งหมด แถมยังกำชับเด็กว่าอย่าไปเดินขายริมถนนเพราะอันตราย
ชายใหญ่ยืนมองอยู่ห่างๆ เห็นหญิงสาวรับพวงมาลัยและส่งเงินให้เด็ก พอเธอเดินกลับมาจึงชื่นชมที่เธอช่วยเหมาพวงมาลัยจากเด็กเพราะสงสารไม่อยากให้ไปวิ่งขายริมถนน...นึกเปรียบเทียบกับคำพูดของหญิงเล็ก
ที่บอกว่าตัวตนแท้จริงของภุมวารีคือนางมารร้าย ทั้งหยาบคาย ก้าวร้าว ไม่ใช่นางฟ้านางสวรรค์ ชายใหญ่ยิ่งไม่เชื่อคำพูดน้องสาว
เมื่อเข้าไปไหว้พระด้วยกัน ชายใหญ่แอบมองเธอก้มกราบพระด้วยกิริยามารยาทเรียบร้อยสวยงาม ก็ยิ่งประทับใจผู้หญิงคนนี้...
ทางด้านภุมวารีตัวจริงกำลังขับรถมุ่งหน้าไปอยุธยา ภาสกรนั่งข้างๆ สีหน้าเป็นกังวล
“คุณผึ้งยังไม่บอกผมเลยว่าทำไมถึงหนีออกมาได้”
“ก็ผึ้งบอกแล้วว่าผึ้งไม่ได้หนี คุณพ่อแค่คิดว่าผึ้งออกไปเที่ยวกับอีตาคุณชายใหญ่หน้าโง่นั่น”
“แล้วถ้าคุณชายใหญ่ไปฟ้องว่าคุณผึ้งไม่ได้อยู่กับเขาล่ะ”
“ไม่มีทางหรอก คนทึ่มๆอย่างคุณชายใหญ่ไม่มีวันรู้ว่ากำลังตกเป็นเครื่องมือของผึ้ง” ภุมวารีสะใจ ยิ้มอมภูมิอยู่คนเดียว
ooooooo
บรรยากาศคึกคักในงานเปิดตัวภาพยนตร์ ผู้คนมากมายล้วนเป็นแขกผู้มีเกียรติ แต่งตัวสวยงามดูดีเดินกันขวักไขว่
ภัทรยศในฐานะเจ้าของภาพยนตร์ยืนเต๊ะท่าถ่ายรูปกับดารานำแสดง เมื่อเห็นชายใหญ่มากับภุมวารี ภัทรยศผละไปต้อนรับด้วยความยินดี
หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ภัทรยศขอตัวไปทักทายแขกคนอื่น ชายใหญ่ถามภุมวารีว่าเคยมางานอย่างนี้บ้างไหม
“ไม่เคยหรอกค่ะ แค่จะมาดูหนังในโรงใหญ่ๆแบบนี้ยังไม่เคยเลย อย่างดีก็ได้ดูหนังกลางแปลงตามงานวัด”
“คุณผึ้งน่ะเหรอครับเคยดูแต่หนังกลางแปลง ผมคิดว่าจะได้ชมหนังโรงบ่อยๆเสียอีก ช่วงที่เข้ามาเรียนในพระนคร”
นวลหน้าเสีย รู้ตัวว่าพลาดก็รีบยิ้มแก้เขิน ตอบเสียงแผ่วว่าไม่เคยมาเลย
“แสดงว่าคุณผึ้งเป็นเด็กดี ไม่เคยหนีโรงเรียน ผิดกับหญิงเล็ก”
นวลยิ้มน้อยๆ ไม่กล้าออกความเห็นเพราะไม่รู้ว่า ใครคือหญิงเล็ก...ระหว่างนี้เอง อีกด้านหนึ่งหญิงเล็กกับ
ดาริกาเพิ่งมาถึง สองสาวช่วยกันมองหาชายใหญ่ แต่เจอภัทรยศเข้าไปสอบถามในฐานะเจ้าของงาน ดาริกาจำฝังใจเพราะเคยโดนหนุ่มคนนี้กลั่นแกล้ง จึงพูดจายียวนกับเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรู้ว่าพ่อของเธอกับพ่อของภัทรยศรู้จักกันดี
หญิงเล็กดึงดาริกาไปหาชายใหญ่ที่กำลังโดนนักข่าวรุมถ่ายรูป หญิงเล็กคุยจ้อกับนักข่าวและพยายามเบียดนวลที่เข้าใจว่าเป็นภุมวารีให้ออกห่าง ครั้นสำเร็จสมใจก็ยังไม่วายยิ้มเย้ย พูดลอดไรฟันได้ยินกันสองคนว่า
“จำไว้นะ ถ้าแกยังไม่เลิกยุ่งกับพี่ชายฉัน ฉันก็ตามราวีแกแบบนี้ทุกงาน ฉันไม่กลัวแกหรอกนังผึ้ง”
จากนั้นหญิงเล็กก็เจ้ากี้เจ้าการให้ชายใหญ่กับ
ดาริกาถ่ายรูปคู่กันจนนวลหมดความสำคัญ แต่ก็ไม่คิดอะไร ค่อยๆเลี่ยงออกไปอย่างเจียมตัว
หญิงเล็กราวีภุมวารีไม่เลิกเดินตามมาเยาะเย้ยถึงหน้าห้องน้ำ “รีบหนีมาทำไมล่ะผึ้ง น่าจะออกไปดูให้เต็มตาว่าพี่ชายใหญ่กับดาริกาเหมาะสมกันแค่ไหนเวลายืนคู่กัน น้ำหน้าเธอเทียบไม่ติด มีแต่จะทำให้พี่ชายฉันแปดเปื้อน”
“ฉันมาที่นี่ตามคำเชิญ ไม่ได้อยากจะสร้างความแปดเปื้อนให้ใครค่ะ”
หญิงเล็กรู้สึกแปลกๆกับคำพูดคำจาเรียบร้อยของอีกฝ่าย แต่ยังไม่หายหมั่นไส้ เดินมาดักหน้า
“แกกำลังจะบอกว่าพี่ชายใหญ่เชิญแกมา เพราะให้ความสำคัญกับแกงั้นล่ะสิ”
“ฉันไม่ทราบหรอกค่ะ คุณต้องถามคุณชายใหญ่ ขอโทษนะคะ”
นวลเลี่ยงเดินเข้าห้องน้ำเพราะไม่อยากมีเรื่อง หญิงเล็กยิ้มกริ่มแกล้งลงกลอนประตูจากด้านนอก
แล้วเดินลอยนวลออกไปทำไม่รู้ไม่ชี้เมื่อได้ยินชายใหญ่ตามหาภุมวารี
ถึงเวลาต้องเข้าชมภาพยนตร์แล้ว แต่ภุมวารียังไม่กลับมา ชายใหญ่เป็นห่วงจะไปตามหาแต่หญิงเล็กไม่ยอม บอกให้ภัทรยศเจ้าของงานไปตามหาแขกเอง พอเข้าชมหญิงเล็กก็เลือกที่นั่งให้ดาริกานั่งติดกับพี่ชายของตน
นวลออกจากห้องน้ำไม่ได้ เธอทั้งทุบประตูทั้งร้องเรียกแต่ไม่มีใครผ่านมาพบเห็น จนกระทั่งชายใหญ่ทนรอไม่ไหวจึงออกมาหาด้วยตัวเอง แล้วเขากับภัทรยศก็พบภุมวารีหรือนวลติดอยู่ในห้องน้ำ ถึงเธอจะไม่พูดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ภัทรยศก็เดาได้ว่าเป็นฝีมือหญิงเล็ก
ชายใหญ่จำเป็นต้องพาหญิงสาวกลับมาส่งบ้าน
เพราะท่าทางเธออ่อนเพลีย นวลขอโทษที่ทำให้เขาหมดสนุก
“ไม่เป็นไรหรอกครับ โอกาสหน้ายังมี และถ้าคุณผึ้งยังไม่เบื่อผมเสียก่อน เราก็คงจะได้มาที่นี่กันอีก”
นวลสบตาชายใหญ่ ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตนเอง
คงไม่มีโอกาสหน้าอีกเพราะตั้งใจจะสวมรอยเป็นภุมวารีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น พอคิดมาถึงตรงนี้ก็หน้าเจื่อนแอบเสียดาย แต่รีบฝืนยิ้มกลบเกลื่อน
ooooooo
ชายใหญ่ขับรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้านหลังใหญ่ของเกรียงไกร เขาลงมาส่งหญิงสาวและเอ่ยอย่างสุภาพว่า
“คุณอาทั้งสองคงจะพักผ่อนแล้ว งั้นผมคงไม่เข้าไปรบกวน คุณผึ้งเองก็รีบเข้านอนนะครับ พรุ่งนี้จะได้หายเพลีย”
“คุณชายก็ขับรถดีๆนะคะ”
“ครับ” ชายใหญ่ส่งยิ้มให้อย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะยอมขึ้นรถขับออกไปในที่สุด
นวลสีหน้าขรึมลงเพราะตัวเองต้องเตรียมกลับสู่ชีวิตปกติ แต่ไม่ทันขยับก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก
ของเอื้อยกับเฟื้อที่ซุ่มแอบดู นวลเขินอายเมื่อถูกล้อเรื่องชายใหญ่ แต่เปลี่ยนเรื่องบอกให้สองแม่ลูกไปนอน ตนขอเดินตากลมอยู่แถวนี้ก่อน
ที่แท้นวลรอการกลับมาของภุมวารี แต่ดึกป่านนี้ยังไร้วี่แวว...เวลาเดียวกันภุมวารีกับภาสกรกลับจากอยุธยามาถึงบ้านเช่าของฝ่ายชายแล้ว ภาสกรหาพ่อไม่พบแต่จะพยายามต่อไป ภุมวารีอยากช่วยเหลือคู่รักทุกทาง ยัดเยียดเงินให้เขาไว้ใช้ แต่คืนนี้เธอขอค้างด้วยแล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ
นวลกระสับกระส่ายรอคอยจนถึงสองยาม ในที่สุดเธอตัดสินใจหนีออกจากบ้าน แต่สวาทตื่นมาเห็นโดยบังเอิญ เธอรีบปลุกเกรียงไกรบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!
ตอนแรกเกรียงไกรไม่เชื่อสวาท แต่พอไปที่ห้องลูกสาวแล้วไม่พบตัวก็โมโหหัวเสีย มาไล่บี้เอากับเอื้อยและเฟื้อ แต่สองแม่ลูกตอบไม่ได้ว่าคุณผึ้งไปไหน?
นวลกลับไปโรงพยาบาลเป็นเวลาที่จักรกำลังงุ่นง่านจะให้ชาติกับมิ่งไปตามหาเธอ
“นวลกลับมาแล้วจ้ะ ได้เงินค่าจ้างมาเยอะเลย พี่จักรดูสิ นวลหาเงินมาไถ่เข็มขัดได้แล้วด้วยจ้ะ พี่ชาติพี่มิ่ง เดี๋ยวนวลฝากไปเลยนะจ๊ะ”
มิ่งรับเงินพร้อมเขม้นมองหน้านวล “ทำไมวันนี้หน้าตาเอ็งดูสดๆวะนวล”
นวลชะงักนึกได้ว่ายังไม่ได้ลบหน้าที่แต่งไว้ จักรกับชาติเพิ่งสังเกตรู้สึกแปลกตาเหมือนกัน จักรถามนวลว่าไปทำงานอะไรมาทำไมต้องแต่งหน้า
“นวลไปช่วยรำแก้บนมาด้วยจ้ะ พอดีนางรำ
เขาขาด ก็เลยได้เงินพิเศษมาเพิ่มอีก ได้เงินมาขนาดนี้เราน่าจะสบาย นวลจะหยุดทำงานอย่างที่พี่จักรขอไว้ พี่จักรไม่ต้องห่วงแล้วนะจ๊ะ”
นวลพยายามกลบเกลื่อนเอาใจจักรให้คลาย
ความระแวง แต่มิ่งกับชาติก็ยังคลางแคลงใจอยู่ดี เดินบ่นกันขณะกลับออกจากโรงพยาบาลว่านวลแปลกๆ ทะแม่งตั้งแต่บอกว่าไปขายพวงมาลัยที่งานวัด ทั้งที่ไม่ได้ยินว่าแถวนี้มีงานหล่อพระที่วัดไหน แถมยังแต่งหน้าแต่งตาอ้างว่าไปรำแก้บน
สองคนบ่นเพราะเป็นห่วงจักรที่นับถือน้ำใจกันจนเป็นเพื่อนแท้ไปแล้ว กลัวจะโดนนวลหลอก...
ฝ่ายเกรียงไกรที่แน่ใจว่าลูกสาวหนีไปจากบ้านจริงๆอย่างที่สวาทบอก เขามุ่งหน้าไปบ้านภาสกร
พร้อมด้วยสวาทและลูกน้องอีกสองคน
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังลั่นทำให้ภุมวารีกับภาสกรที่กำลังบรรเลงบทรักชะงักงัน ภาสกรผละจากเธอไปคว้าเสื้อผ้ามาใส่ก่อนเดินไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง ภาสกรถอยกรูดพูดอะไรไม่ออกนอกจากอุทานชื่อผู้มาเยือน
“คุณเกรียงไกร...”
เกรียงไกรจ้องหน้าภาสกรเหมือนจะกินเลือด
กินเนื้อ ภุมวารีรีบใส่เสื้อผ้าวิ่งถลันออกมาแล้วหยุดกึก อุทานเสียงหลงอย่างตกใจสุดขีด
“คุณพ่อ!!”
ooooooo










