ตอนที่ 2
กลับเข้าบ้านเช่า จักรอธิบายเหตุผลที่ต้องบอกชาติกับมิ่งว่าเขากับนวลเป็นสามีภรรยาเพราะคนแถวนี้มีแต่คนแปลกหน้า ยังไว้ใจใครไม่ได้ จึงกลัวนวลจะไม่ปลอดภัย
นวลเข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึกแท้จริงที่จักรมีต่อเธอ แต่เธอไม่เคยคิดเกินเลยมากกว่าพี่น้อง จักรได้ฟังถึงกับหน้าจ๋อย แต่ไม่ยอมแพ้ หวังว่าวันหนึ่งนวลจะยอมรับหัวใจของเขา ไม่ว่านานแค่ไหนก็จะรอ
หลังจากนั้นไม่นาน จักรโดนนักเลงกลุ่มเดิมที่มีเรื่องชกต่อยกับมิ่งและชาติย้อนกลับมาเอาคืนด้วยคมมีด นวลตกใจมากวิ่งออกไปตามคนมาช่วยและเจอมิ่งกับชาติโดยบังเอิญ ทั้งหมดพากันกลับมาก็พบว่าจักรโดนแทงจมกองเลือดอยู่คนเดียว รีบพาเขาส่งโรงพยาบาล นวลกลัวเงินที่มีไม่พอค่ารักษาจึงฝากเข็มขัดนากให้ชาติเอาไปขาย...
ด้านเกรียงไกรเศรษฐีใหญ่แห่งนครปฐม ในเมื่อห้ามลูกสาวคบหากับภาสกรไม่ได้ เขาตัดสินใจติดต่อไปยังชายใหญ่เพื่อให้เขาแต่งงานล้างหนี้ โดยนัดดูตัวกันในวันพรุ่งนี้ที่วังเทวฉัตร แต่ภุมวารีซึ่งรักภาสกรสุดหัวใจไม่ยอมให้พ่อคลุมถุงชน เช่นเดียวกับหญิงเล็กที่พอรู้จากชายใหญ่ก็ไม่ยอมรับศัตรูคู่แค้นเป็นพี่สะใภ้อย่างแน่นอน
ท่านชายภานุดิษฐ์ทรงห่วงใยชายใหญ่ เตือนว่าการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่กว่าการกู้หนี้ยืมสิน หญิงเล็กเห็นด้วย โดยเฉพาะการแต่งงานกับผู้หญิงที่มีคู่รักอยู่แล้วไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่เรื่องนี้ชายใหญ่รู้จากเกรียงไกรหมดแล้ว ผู้ชายคนนั้นเป็นคนไม่ดีจะมาปอกลอกลูกสาว ถ้าภุมวารีแต่งงานกับตนเข้ามาอยู่ในสกุลเรา พ่อเธอก็หมดห่วง แม้เขายังไม่ได้รักเธอ แต่จะลองทำความรู้จักกับเธอก่อน
ภัทรยศรู้เรื่องนี้จากชายใหญ่ก็เสนอตัวช่วยเหลือเรื่องหนี้สินเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ชายใหญ่ปฏิเสธว่าไม่อยากกู้หนี้ใหม่ไปโปะหนี้เก่า เขาไม่ต้องการให้เทวฉัตรเป็นหนี้ใครอีก
ถึงวันนัดหมายภุมวารีไม่ยอมไปวังเทวฉัตร และถ้าโดนพ่อบีบบังคับมากๆ เธอประกาศจะหนีไปกับภาสกร
“เอาสิ แต่แกจะไปแต่ตัว แกจะไม่ได้อะไรจากพ่อแม้แต่บาทเดียว แล้วลองดูซิว่าถ้าคนอย่างภุมวารี พรรณภิรมย์ มีแต่ตัว ไอ้หม่อมนั่นมันยังอยากจะได้แกไหม”
ภุมวารีเจ็บใจ เพราะลึกๆรู้ว่าภาสกรต้องพึ่งพาเงินทองจากตนเองเพื่อไปรักษาน้องชาย พอกลับเข้าห้องและได้ยินสาวใช้บอกว่าบางทีคุณชายใหญ่อาจจะไม่สนใจเธอก็ได้ ถ้าทางเขาปฏิเสธ พ่อของเธอก็จะบังคับเธอไม่ได้อีก ภุมวารีจึงยอมไปวังเทวฉัตร
เกรียงไกรมากับภุมวารีและสวาท ทางวังเทวฉัตรต้อนรับพร้อมหน้าทั้งท่านชายภานุดิษฐ์ ชายใหญ่ และหญิงเล็ก การสนทนาไม่ราบรื่นเพราะหญิงเล็กหวงพี่ชายคอยหาเรื่องภุมวารี ท่านชายจึงพยายามหาทางให้ชายใหญ่กับภุมวารีคุยกันตามลำพัง
ภุมวารีไม่ยินดียินร้ายกับชายรูปงามตรงหน้า กลับวางท่าเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ เธออยากกลับบ้านจึงวางแผนชวนเขาไปกราบพระปฐมเจดีย์แล้วค่อยหาทางหลบหนี แต่หญิงเล็กไม่ยอมให้ไปกันสองคน ทำตัวเป็นก้างขวางคอแถมยังคว้าดาริกาที่เพิ่งมาถึงไปด้วยอีกคน
ooooooo
วันเดียวกัน ภาสกรมาเยี่ยมน้องชายที่โรงพยาบาลเดียวกับที่นวลเฝ้าจักรอยู่ ภาสกรคิดว่านวลคือภุมวารีจึงเข้าไปทักทาย ทั้งที่มองสภาพการแต่งตัวของเธอแล้วฉงนอยู่ไม่น้อย
นวลแน่ใจว่าผู้ชายคนนี้ทักผิดคนจึงรีบเดินหนี ภาสกรอยากจะตามแต่ห่วงน้องชายมากกว่าเลยเปลี่ยนใจ ผ่านไปพักใหญ่พยาบาลมาตามภาสกรไปรับโทรศัพท์ตรงเคาน์เตอร์ ภุมวารีโทร.จากร้านอาหารที่มาพร้อมชายใหญ่ หญิงเล็ก และดาริกา อ้อนให้คู่รักมารับและเล่าเรื่องถูกพ่อบังคับให้ไปดูตัวพี่ชายของหญิงเล็ก ตอนนี้เธอหลอกพาเขามากินอาหารที่นครปฐม แต่ภาสกรอิดออดเพราะห่วงน้องชาย
“แต่วันนี้วันหยุด ผมต้องอยู่กับภานุโรจน์”
“ก็ให้พยาบาลเฝ้าไปก่อนสิคะ คุณภาสไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงที่ผึ้งอยู่กับผู้ชายคนอื่น”
“แล้วคุณผึ้งจะหนีเขามาดื้อๆเหรอครับ”
“ก็ช่วยไม่ได้ อยากโง่พาผึ้งกลับมาถึงนครปฐม คุณภาสรีบมาก็แล้วกัน ผึ้งไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกแม้แต่นาทีเดียว” ภุมวารีพูดเสร็จก็วางสายโดยไม่รอฟังคำปฏิเสธของอีกฝ่าย
แต่ไม่ทันที่ภาสกรจะมาถึง ภุมวารีกับหญิงเล็กเปิดศึกกันภายในห้องน้ำร้านอาหาร ต่างสาดน้ำลายใส่กันก่อนจะกลายเป็นฟ้อนเล็บ โดยมีดาริกาที่เข้ามาทีหลังเงอะงะผสมโรงเพราะโดนหญิงเล็กบังคับ
ชายใหญ่รีบมาหย่าศึกหลังจากพนักงานร้านอาหารไปบอกกล่าว แต่ภุมวารีฉวยโอกาสหลบหนีไปพร้อมภาสกรที่มาถึงหน้าร้านพอดี เมื่อภัทรยศฟังชายใหญ่เล่าเหตุการณ์วุ่นวายวันนี้ก็อดขำไม่ได้
“ดูตัววันแรกก็ยุ่งขนาดนี้เลยเหรอคุณชาย แสดงว่าคุณผึ้งอะไรนี่ก็แสบไม่ใช่เล่น”
“หญิงเล็กกับคุณผึ้งมีปัญหากันมาหลายครั้งแล้ว แต่ฉันก็รู้นิสัยน้องสาวตัวเองดี หญิงเล็กเป็นคนเอาแต่ใจ ชอบให้คนพะเน้าพะนอ คนอย่างคุณผึ้งคงไม่ยอมลงให้”
“มิน่า คุณหญิงเล็กถึงได้ตามไปขัดจังหวะ แถมยังหอบยัยดาริกาอะไรนั่นไปด้วย คงอยากจะจับคู่ให้คุณชายใหญ่”
“ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันเห็นดาริกามาตั้งแต่เด็กในฐานะน้องสาวคนหนึ่ง ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น ถ้าฉันจะแต่งงาน เจ้าสาวของฉันก็ควรจะเป็นคุณผึ้งคนนี้เท่านั้น”
ภัทรยศนิ่งไปเมื่อเห็นว่าชายใหญ่มุ่งมั่นเอาจริง ฝ่ายภุมวารีที่หนีออกมากับภาสกร ต้องมานั่งจับเจ่าอยู่กับเขาที่โรงพยาบาล นานเข้าก็ทนไม่ไหวชวนเขาออกไปที่อื่น ส่วนทางนี้ให้จ้างพยาบาลมาเฝ้าภานุโรจน์ โดยเธอจัดแจงเรื่องเงินค่าจ้างให้เอง
เหตุผลของภุมวารีที่บอกภาสกรว่าตนไม่ชอบมาโรงพยาบาล เห็นคนเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วหดหู่ ทำให้ภาสกรหลุดปากออกมาว่า “แสดงว่าเมื่อเช้าก็ไม่ใช่คุณผึ้งจริงๆ”
“คุณภาสพูดถึงอะไรคะ”
“ผู้หญิงคนที่คุณผึ้งพูดถึงว่าหน้าตาเหมือนกับคุณราวกับแกะ ผมคิดว่าผมเจอที่นี่เมื่อเช้า”
“คุณพบผู้หญิงคนนั้นเหรอ”
“หมายความว่ายังไงครับ”
“วันที่ผึ้งกับคุณภาสเจอกันที่ตลาด แล้วต้องหนีนังสวาท ผึ้งก็เจอผู้หญิงคนที่หน้าตาเหมือนผึ้งไม่มีผิดที่นั่น ผึ้งไม่ได้ตาฝาดจริงๆด้วย คุณภาสเห็นใช่ไหมว่าเขาหน้าเหมือนผึ้งมาก”
ภาสกรยอมรับว่าเหมือนจนตนคิดว่าเป็นคนคนเดียวกัน นั่นยิ่งทำให้ภุมวารีอยากรู้เหลือเกินว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?
ooooooo
กว่าภุมวารีจะกลับบ้านก็มืดค่ำ ภาสกรขับรถมาจอดส่งเธอหน้าบ้าน สองคนหน้าซีดเมื่อเห็นเกรียงไกรยืนจ้องตาวาวมาอย่างไม่พอใจ แล้วเดินนำเข้าไปในห้องทำงานเพื่อสะสางความผิด
“คุณชายใหญ่บอกพ่อว่าแกหนีออกมาจากร้านอาหาร ดีนะที่เขาไม่เห็นว่าแกไปกับใคร”
“ถ้าเห็นก็ดีสิคะ ผึ้งจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย”
“ผึ้ง!” เกรียงไกรตวาดดุลูกสาวก่อนมองไปยังภาสกรที่ก้มหน้านิ่ง “คุณภาสกร ครั้งก่อนผมพยายามรักษามารยาท แต่คราวนี้เห็นทีผมจะต้องพูดกับคุณอย่างตรงไปตรงมา ว่าผมไม่เต็มใจให้ผึ้งคบหากับคุณ ผมตั้งใจจะให้ลูกสาวผมแต่งงานกับคุณชายภักดีนพดล เพราะฉะนั้นกรุณาอย่ามายุ่งเกี่ยวกับลูกสาวผมอีก”
“ไม่นะคะคุณภาส ผึ้งไม่ยอมแต่งงานกับเขา ผึ้งรักคุณ บอกคุณพ่อไปสิคะว่าเรารักกัน”
“ผมกับคุณผึ้งรักกันมานานแล้วนะครับ”
“จะรักกันมากี่ปีผมไม่รับรู้ แต่ยังไงผึ้งต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมคู่ควรกันเท่านั้น ให้ผมพูดตรงๆเถอะนะ คุณเลี้ยงลูกสาวผมไม่ได้หรอก เพราะลำพังตัวคุณเองยังจะเอาไม่รอด ถ้าคุณรักผึ้งจริง ปล่อยให้แกมีความสุข อย่าถ่วงชีวิตลูกสาวผมให้ตกต่ำไปกว่านี้เลย”
ภาสกรหน้าชาเหมือนถูกตบหน้า ภุมวารีทนไม่ไหวโวยวายใส่พ่อว่าทำไมต้องพูดถึงขนาดนี้
“ก็พูดให้ยอมรับความจริง ทั้งแกทั้งคุณภาสกรนี่แหละ ความรักของแกสองคนไม่มีวันเป็นไปได้”
“ชีวิตนี้เป็นของผึ้ง ผึ้งมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง”
“พ่อไม่ยอมปล่อยให้แกเลือกไปลงนรกกับผู้ชายแบบนี้”
เกรียงไกรชี้กราดไปทางภาสกรที่ก้มหน้านิ่งด้วยความอดสู แล้วพยายามสงบสติอารมณ์เดินมาเปิดลิ้นชักโต๊ะหยิบเงินปึกใหญ่ออกมา
“ผมรู้ว่าคุณกำลังลำบาก หวังว่าเงินก้อนนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้ ผมยินดีช่วยเหลือแลกกับคำสัญญาว่าคุณกับผึ้งจะต้องไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
ภุมวารีตะลึง ภาสกรอึดอัดอดสูที่โดนเกรียงไกรใช้เงินตบหน้า
“ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมเข้าใจเหตุผลของท่านดี ท่านพูดถูกที่ว่าผมไม่คู่ควรกับคุณผึ้งเลยแม้แต่นิดเดียว ผมยินดีที่จะปล่อยเธอไปโดยไม่ขอรับสิ่งแลกเปลี่ยนใดๆ”
“ไม่นะคะคุณภาส”
“ก็นับว่าคุณยังมีความเป็นลูกผู้ชายพอ”
“ผมลาครับ” ภาสกรยกมือไหว้เกรียงไกรแล้วเดินตัวตรงออกไป ภุมวารีวิ่งตามพยายามรั้งไว้แต่ไม่สำเร็จ ทั้งที่เธอยืนยันรักเขาคนเดียว ต่อให้ถูกตัดพ่อตัดลูก เธอก็จะไม่ทิ้งเขา “อย่าทำให้ผมต้องเป็นคนเลวร้ายในสายตาของพ่อคุณมากไปกว่านี้เลยครับ แค่นี้ท่านก็ดูถูกดูหมิ่นผมจนเกินจะทน ถ้าคุณผึ้งคิดตัดขาดกับท่าน ผมก็จะยิ่งกลายเป็นไอ้คนสารเลว”
ภุมวารีร้องไห้อย่างช้ำใจ เพราะท่าทีภาสกรดูจะยอมแพ้ต่อคำสั่งของเกรียงไกร
“แต่ผึ้งรักคุณ ผึ้งยอมแลกทุกอย่างได้เพื่อคุณนะคะคุณภาส”
“คุณผึ้งเสียสละเพื่อผมมากแล้ว บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ผมต้องเสียสละเพื่อคุณบ้าง คุณควรจะมีชีวิตที่ดีกับคู่ครองที่เหมาะสม คุณผึ้งไม่ควรจะมาตกต่ำอยู่กับคนอย่างผม...ลาก่อนนะครับคุณผึ้ง ขอให้คุณโชคดี”
ภาสกรแกะมือภุมวารีออกแล้วขึ้นรถจากไป
ภุมวารีร้องไห้ซมซานกลับเข้าบ้าน ตวาดใส่พ่อว่าทำไมทำแบบนี้ พ่อกำลังฆ่าลูกทั้งเป็น
“พ่อมีเหตุผล”
“คุณพ่อไม่มีเหตุผล มีแต่ความเห็นแก่ตัว คุณพ่อไปคว้าผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นเมียได้ แต่กลับขัดขวางความรักของผึ้ง ผึ้งเกลียดคุณพ่อ”
ภุมวารีร้องไห้โฮวิ่งขึ้นบ้าน เกรียงไกรรู้สึกผิดทำท่าจะตามแต่สวาทออกมาขวาง
“ปล่อยคุณผึ้งไปก่อนเถอะค่ะคุณ เวลานี้เธอกำลังร้อน อธิบายอะไรไปก็คงไม่ฟัง สักวันหนึ่งเธอจะรู้ว่าคุณหวังดีกับเธอจากใจจริง”
เกรียงไกรสงบลง แต่สีหน้ายังเป็นทุกข์เพราะไม่อยากให้ลูกเกลียด...ภุมวารีเข้ามานอนร้องไห้สะอึกสะอื้นบนเตียง เอื้อยย่องตามมาดูด้วยความเป็นห่วง พยายามหว่านล้อมให้นายสาวเห็นความเหมาะสมอยู่เหนือความรัก
“แต่ชีวิตฉันต้องการความรัก ไม่ได้ต้องการความเหมาะสม” ภุมวารีตวาดแว้ดแล้วฟุบหน้าสะอื้น
“ทำใจเถอะค่ะคุณผึ้ง คิดซะว่าคุณผึ้งกับคุณภาสทำบุญกันมาแค่นี้นะคะ คุณผึ้งเศร้าวันนี้ อีกไม่นานก็จะทำใจได้ ดีกว่าต้องทุกข์ตรมไปตลอดชีวิตเพราะไม่เชื่อฟังคุณพ่อ”
ภุมวารีไม่พูดอะไรอีก แต่สายตาแข็งกร้าวดื้อดึงไม่ยอมง่ายๆ
ooooooo
เช้าวันถัดมา ภุมวารีรอให้พ่อออกไปทำงานก่อนที่เธอจะดึงดันไม่ฟังเอื้อยหนีออกจากบ้านไปจนได้ โดยที่สวาทรู้เห็นแต่ไม่คิดจะห้ามปรามเพราะอยากให้ภุมวารีหนีตามผู้ชายแล้วตัวเองจะได้ครองบ้านนี้สบายใจเฉิบ
ภุมวารีไปหาภาสกร เจอเขากำลังจะขายรถยนต์เพื่อนำเงินไปรักษาน้องชาย หญิงสาวขัดขวางและยังช่วยให้เขารอดพ้นเงื้อมมือนักเลงทวงหนี้ที่ทินกรพ่อของภาสกรไปสร้างไว้
“ขอบคุณนะครับคุณผึ้งสำหรับความช่วยเหลือ แล้วผมจะรีบหาเงินมาคืน”
“ผึ้งนึกว่าคุณภาสจะเห็นน้ำใจผึ้ง แล้วเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม”
“ผมเห็นน้ำใจคุณผึ้ง แต่ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับคุณ มันเป็นปัญหาของคุณพ่อผม ผมต้องไปตามตัวท่านมารับผิดชอบปัญหานี้”
“คุณภาสจะไปตามที่ไหนคะ”
“คุณพ่อเคยเขียนจดหมายมาบอกว่าไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่อยุธยา ผมจะลองไปที่นั่น”
“ผึ้งจะไปด้วยค่ะ”
“ไม่ได้นะครับ ถ้าคุณหายไปเป็นวันๆ คุณพ่อคุณต้องตามหา...คุณผึ้งกลับไปก่อนเถอะ ผมจะหาทางออกนี้เอง”
“คุณภาสอย่าผลักไสผึ้งสิคะ”
“อย่ามาเดือดร้อนเพราะผมเลยครับคุณผึ้ง ผมจะไปเรียกรถให้” ชายหนุ่มตัดบทและส่งเธอขึ้นรถไปจนได้
ระหว่างทางผ่านตลาดในเมือง ภุมวารีเห็นผู้หญิงหน้าเหมือนตนเดินขายพวงมาลัยจึงแอบตามไปเกือบถึงบ้านเช่าและแนะนำตัวต่อกัน
“ฉันมาดี...ฉันต้องการมาดูหน้าเธอให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด เธอเหมือนฉันมากจริงๆนะนวล เป็นไปได้ยังไงที่เราไม่ใช่พี่น้องกัน”
“ฉันเป็นลูกกำพร้า แต่ฉันไม่รู้จักใครที่นี่หรอกค่ะ”
“แล้วเธออยู่กับใคร”
“สามีค่ะ ตอนนี้เขานอนเจ็บอยู่โรงพยาบาล เราสองคนเพิ่งมาจากเมืองสุพรรณ ตั้งใจจะมาหางานทำที่นี่”
“ถึงว่าสิ ฉันเห็นเธอต้องไปขายพวงมาลัย ท่าทางลำบาก”
“คุณรู้แล้วว่าเราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ก็สบายใจได้แล้วนะคะ ฉันต้องรีบไปโรงพยาบาล”
“เดี๋ยวก่อน เธออยากได้งานทำใช่ไหม ฉันมีงานให้เธอทำ ฉันจะให้ค่าจ้างอย่างงามชนิดที่เธอจะไม่ต้องไปรับจ้างขายพวงมาลัยอีกเลยตลอดชีวิต”
“งานอะไรคะ”
ภุมวารีขยับเข้าไปใกล้ สองมือจับไหล่นวลเพื่อสร้างความไว้ใจ “ฉันอยากให้เธอปลอมตัวเป็นฉัน” นวลผงะตกใจ ภุมวารีรีบอธิบายต่อ “ฉันมีธุระที่จะต้องไปต่างจังหวัดกะทันหัน แต่ฉันไม่อยากให้พ่อรู้เรื่องนี้ จะดีมากถ้าเธอยอมช่วยสวมรอยเป็นตัวฉัน อยากได้ค่าจ้างเท่าไรก็บอกมา ฉันจะไม่ต่อรองแม้แต่สลึงเดียว”
“คุณพูดอะไรของคุณ”
“ฉันพูดจริงๆนะนวล ฉันต้องการความช่วยเหลือ ส่วนเธอก็ต้องการเงิน เราแลกเปลี่ยนกันได้ เธอไปอยู่ที่บ้านแทนฉันชั่วคราว พอครบกำหนดฉันจะกลับมาแล้วก็ให้เงินเธอเป็นค่าจ้าง”
“ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ”
“เธอทำได้สิ มันไม่ยากหรอก แค่จำให้ได้ว่าเธอคือคุณผึ้ง ภุมวารี พรรณภิรมย์ ลูกสาวของคุณเกรียงไกร”
“แต่ฉันไม่ใช่คุณ ยังไงคนอื่นก็ต้องรู้”
“คุณพ่อไม่เคยสนใจไยดีฉันอยู่แล้ว แค่เธอทำทุกอย่างตามที่เขาสั่ง เขาก็จะไม่รู้สึกว่าลูกสาวของเขาผิดปกติไปหรอก ส่วนพวกคนรับใช้ ถ้ามันจะสงสัยก็ช่าง ยังไงพวกมันก็ไม่กล้ากับฉัน”
นวลส่ายหน้าปฏิเสธ ภุมวารีพยายามกล่อมต่อด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
“มันไม่ยากหรอกนวล เป็นตัวฉันมันง่ายกว่างานที่เธอทำไม่รู้กี่เท่า วันๆก็ไม่ต้องทำอะไร มีคนคอยรับใช้ทุกอย่าง เธอจะสบายใจจนลืมบ้านโกโรโกโสนี่”
“แต่ฉันมีสามีต้องดูแล”
“เดี๋ยวเธอก็กลับมาดูแลเขาได้ เธอต้องการเงินไปจ่ายค่าโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ ฉันให้ล่วงหน้าเลยก้อนหนึ่ง ช่วยฉันนะนวล”
นวลมองเงินที่ภุมวารียัดใส่มืออย่างกลัวๆ ยิ่งรู้สึกไม่กล้ารับ เพราะข้อเสนอมันประหลาดเกินที่ตัวเองจะจินตนาการได้
“ไม่ค่ะ ฉันไม่รับ คุณเอาคืนไปเถอะ งานที่คุณต้องการให้ฉันทำมันเป็นไปไม่ได้ เราสองคนไม่ใช่คนเดียวกัน แล้วที่สำคัญมันไม่ถูกต้อง ฉันไม่อยากหลอกลวงคนอื่น กรุณากลับไปเถอะค่ะคุณภุมวารี ฉันต้องไปแล้ว”
นวลรีบร้อนหนีไป ภุมวารีขัดใจแต่ยังไม่ยอมแพ้...
ภุมวารีกลับบ้านด้วยความเซ็ง เพราะไปหาภาสกรแล้วโดนไล่ จะให้นวลช่วยเหลือก็ถูกปฏิเสธ พอเข้ามาในบ้านเจอเกรียงไกรอยู่กับชายใหญ่ แทนที่พ่อจะตีหน้ายักษ์ใส่กลับยิ้มแย้ม พูดจาไพเราะ
“กลับมาแล้วเหรอลูก คุณชายใหญ่เขามารอผึ้งอยู่แน่ะ”
“สวัสดีครับคุณผึ้ง” ชายใหญ่ส่งช่อดอกไม้ให้ ภุมวารีอยากเดินหนีแต่สายตาเข้มดุของพ่อทำให้เธอจำใจรับดอกไม้นั้นไว้
เกรียงไกรสนับสนุนให้ชายใหญ่พาภุมวารีออกไปเที่ยวนอกบ้านเพื่อทำความสนิทสนมคุ้นเคย ภุมวารีมีแผนจึงไม่ขัดใจพ่อ นัดหมายกันอย่างดีก่อนที่เธอจะแอบโทร.หาภาสกรในคืนนั้น บอกให้เขาเตรียมตัวไว้ วันมะรืนนี้เราจะไปอยุธยาด้วยกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องพ่อของตน ตนมีทางออกไว้แล้ว










