ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในรอยรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ในรอยรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

บนเครื่องบินชั้นบิสิเนสคลาส ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง แอร์โฮสเตสเดินตรวจดูการรัดเข็มขัดของผู้โดยสาร ท่าทางทุกคนหงุดหงิดเพราะต้องรอผู้โดยสารมาช้าคนหนึ่งเครื่องถึงจะออกได้ ต่างบ่นไม่พอใจที่คนเดียวทำให้คนส่วนใหญ่เสียเวลา

กานนหรือปลิว นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ผู้สืบทอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสกุลรัตนรัช...ซึ่งเป็นตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ มีนิสัยสุขุม รอบคอบ เขานั่งริมนอกอ่านหนังสือพิมพ์ฝรั่งอย่างไม่สนใจ จนกระทั่งแอร์โฮสเตสเอ่ยขอประทานโทษ เขาจึงลดหนังสือพิมพ์ลงเห็นหญิงสาวสวมแว่นดำยืนข้างแอร์สาว เขารีบลุกขึ้นให้เธอเข้าไปนั่งข้างในและกล่าว “I’m sorry.”

“ไม่เป็นไรค่ะ”ม่านมัสลินตอบเป็นภาษาไทย

กานนประหลาดใจที่เธอเป็นคนไทย ตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่อง ม่านมัสลินยังคงสวมแว่นดำนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เธอคิดถึงเสียงสั่งที่ยังดังก้องในความคิด เสียงสั่งของจิรดาที่สั่งให้กลับเมืองไทยด่วน ทั้งที่เธอกำลังจะจบปริญญาโทในเทอมนี้

“หูแตกหรือยังไงฉันบอกให้รีบกลับเมืองไทย...รึอยากจะมาไม่ทันเผาพ่อแกก็ตามใจ”

น้ำตาร่วงจากกรอบแว่นม่านมัสลิน เธอหวนนึกถึงเมื่อหกปีก่อน ครั้งที่เธอกับพ่อภาษิตช่วยกันปลูกดอกบัว เธอถามพ่อว่าครั้งนี้มันจะรอดไหม ภาษิตโยกหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู

“หือ พูดซะเหมือนคนแก่เลย ตายอีกก็ปลูกอีก แค่นั้นแหละ”

“แต่ปีนี้เราลงบัวไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็น

ต้นไม้ที่พ่อชอบนะ มัสถอดใจไปนานแล้ว เอ๊ะ...มือพ่อเปื้อนนี่” ม่านมัสลินเห็นมือพ่อเปื้อนดินมาจับหัว

“เออ จริงด้วยแฮะ งั้นเอาอีกที...ฮ่าๆๆๆ”ภาษิตจับหัวม่านมัสลินโยกไปมา

ม่านมัสลินร้องลั่น สองพ่อลูกหัวเราะกันสนุกสนาน พลันจิรดาเข้ามากระชากกอบัวปาทิ้ง สองพ่อลูกตกใจถามทำไมทำแบบนี้ จิรดาจ้องภาษิตอย่างโกรธๆแล้วหันไปเหยียบกอบัวจนเละ ปากก็โวยวายว่าตนเกลียดดอกบัว

“ไม่เฉพาะดอกบัวหรอก คุณเกลียดดอกไม้ทุกอย่าง”

“แล้วมันแปลกด้วยเหรอ ฉันไม่ใช่นางเอกที่ต้องทำดัดจริตชอบดอกโน่นดอกนี่เหมือนนังนั่น...อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงอยากปลูกไอ้ดอกบัวดอกสวรรค์นี่นัก”

“พอได้แล้วจิรดา”ภาษิตปราม

จิรดาถามเยาะๆว่าไม่แปลกใจหรือทำไมถึงปลูกกันไม่สำเร็จ แล้วหันไปแหวใส่ม่านมัสลินให้ไสหัวไปปลูกที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตน ภาษิตโกรธมากตวาดจิรดาให้ขอโทษลูก แต่เธอเชิดหน้าเดินหนี ภาษิตตามไปอย่างไม่พอใจ ม่านมัสลินทรุดลงเก็บซากดอกบัวน้ำตาไหล พัดสาวใช้ซึ่งเลี้ยงดูม่านมัสลินมาแต่เล็กเข้ามาโอบไหล่อย่างเวทนา ปลอบอย่าไปใส่ใจ...

“คุณครับ...” เสียงกานนสะกิดให้เธอรู้สึกตัว เธอสะดุ้งเล็กน้อย

ม่านมัสลินหันมามองกานน เขายื่นถาดอาหารที่พนักงานเอามาเสิร์ฟให้ เธอเงอะงะนิดๆ ก่อนจะรับมาวางแล้วเบือนหน้ามองไปนอกหน้าต่างตามเดิม กานนรู้สึกเก้อที่ไม่มีคำขอบคุณ

ooooooo

วันนี้เป็นวันเผาศพภาษิต บัวบงกช อดีตนางเอกหนังชื่อดังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ยื่นมือจะรับดอกไม้จันทน์จากจิรดาที่ก้มหน้าก้มตาส่งให้แขก แต่พอเห็นแหวนเพชรบนมือขาวสวยจึงเงยหน้ามอง พอเห็นว่าเป็นบัวบงกชก็ชักสีหน้าถามว่าใครเชิญ บัวบงกชค้อมหัวให้แล้วขอ

“ให้ฉันได้ลาภาษิตเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะคะ”

“ลางั้นเหรอ...ทำไมไม่ตายไปซะด้วยกันเลยล่ะ” จิรดาตวาดไล่ให้กลับไปพร้อมปาดอกไม้ใส่หน้า พอเห็นบัวบงกชไม่หนีก็จะเขวี้ยงถาดในมือ

พัดวิ่งมาจับจิรดาไว้ “คุณดา ไม่เอาค่ะ จวนได้เวลา แล้วนะคะ”

“อยากได้ผัวฉันจนนาทีสุดท้ายเลยใช่มั้ย ปล่อยฉันนังพัด ฉันจะส่งมันเข้าเตาเผาไปด้วยกัน”

พัดกระชับมือแน่นเกือบกลายเป็นจิกจนจิรดาเจ็บ และพูดรอดไรฟันดุๆราวกับไม่ใช่คนรับใช้พูดกับเจ้านาย “คุณดาคะ...แขกตกใจใหญ่แล้วไม่เห็นเหรอคะ”

จิรดามองไปรอบๆเห็นทุกคนจ้องมองจึงบอกพัดว่า ตนกลับมาอย่าให้เห็นนังนี่อีก แล้วเดินไป บัวบงกชตามไปจับแขนจิรดาถามหาม่านมัสลิน จิรดาแหวใส่จะเอาเรื่อง

“ฉันแค่อยากเจอหน้าหนูมัสลิน เขาต้องกลับมางานพ่อเขาสิ ใช่มั้ยคะ แล้วเขาอยู่ไหน”

“ทำไมฉันต้องตอบเธอด้วย แล้วมันธุระอะไรของเธอถึงต้องอยากเจอมัสลิน...นอกซะจากว่ามันเป็นลูกในไส้ที่เธอไข่เรี่ยราดให้ผัวฉันเลี้ยง” จิรดาเห็นบัวบงกชนิ่งจึงสรุปเอง “ไม่ตอบ งั้นฉันจะคิดว่าเธอกับมัสลิน...”

ไม่ทันที่จิรดาจะพูดจบ เสียงกริ่งสัญญาณได้เวลาเผาศพดังกลบเสียงเธอ...ม่านมัสลินวิ่งลงจากรถแท็กซี่เข้ามาที่ศาลา มองภาพผู้ตายไม่ใช่พ่อของเธอก็ร้องไห้วิ่งไปอีกศาลา ชนเข้ากับบัวบงกชที่ก้มหน้าก้มตาจ้ำเท้าออกมา บัวบงกชเห็นม่านมัสลินล้มก็รีบเข้าประคองขอโทษขอโพย แต่พอเห็นหน้าเธอก็ตะลึง ม่านมัสลินถามว่ามางานพ่อตนใช่ไหม ตอนนี้พ่อตนอยู่ไหน บัวบงกชไม่ได้ตอบแต่มองไปยังเมรุ ม่านมัสลินตกใจร้อง...ไม่นะ แล้ววิ่งพรวดพราดไป

“พ่อ...” ม่านมัสลินร้องไห้โฮจะขึ้นไปบนเมรุ พัดเข้ามากอดรั้งไว้ ม่านมัสลินดิ้นจะขึ้น

จิรดาเดินเข้ามาบอกให้ปล่อยให้ขึ้นไป ม่านมัสลินสงบลงหันมาฟูมฟายถาม “ทำไมแม่ไม่คอยมัส ทำไมไม่ให้มัสเห็นหน้าพ่อก่อน...แม่...ทำไมคะ”

“มันเป็นความผิดของแกเอง ฉันบอกแล้วว่าให้บินมาเลย ช่วยไม่ได้ รอเก็บกระดูกพ่อแกพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” จิรดาแกะมือม่านมัสลินที่จับตนออก แล้วเดินไป สวนกับม่านมุกที่เดินเข้ามา

“มัสลินไม่ทันเจอพ่อค่ะยาย มัสมาไม่ทัน...” ม่านมัสลินร้องไห้โฮเมื่อเห็นหน้าม่านมุก

“ไม่เป็นไรลูกไม่เป็นไร พ่อเขารู้ว่าหนูมา หนูทำดีที่สุดแล้วนะลูกนะ” ม่านมุกกอดปลอบ

ม่านมัสลินมองควันไฟที่พวยพุ่งออกจากปล่องไฟแล้วกระจายหายไปอย่างเศร้าเสียใจ

ooooooo

วันต่อมา ที่อาคารรัตนรัช กานนสั่งงานเลขาอยู่ในห้องทำงาน แล้วถามถึงตั๋วเครื่องบินที่ตนจะต้องไปซิดนีย์ แนนเลขาตอบว่ายังไม่ได้ออกตั๋วเพราะรอพาสปอร์ตเขาที่จะต้องต่อวีซ่าให้เรียบร้อยก่อน กานนหยิบตั๋วใบเก่ามาดู แววตาเขายิ้มๆ เพราะหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อน

ขณะที่กานนเข็นรถสัมภาระออกมาพร้อมกับม่านมัสลิน และกำลังจะแยกไปอีกทาง เธอก็เอ่ยขึ้น “คุณคะ... ขอบคุณนะคะ ที่คุณช่วยเทกแคร์ฉัน ตอนอยู่บนไฟลท์”

กานนคิดถึงทีไรก็ยิ้มอย่างมีความสุข พลันต้องสะดุ้งเมื่อเห็นหน้ามธุรินยืนอยู่ตรงหน้า

“ตกใจอะไรขนาดนั้นคะกานน เดียร์ก็อยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว” มธุรินยิ้มหวานอย่างน่ารัก

“แล้วทำไมไม่เรียกผมล่ะครับ”

“ทั้งเดียร์ทั้งเลขาคุณเลยนะคะ แทบจะประสานเสียง แต่เรียกยังไงกานนก็ไม่สนใจ”

กานนรีบเก็บตั๋วใส่ลิ้นชัก แล้วทักถามมธุรินว่ามีธุระอะไร เธอสีหน้าเศร้าลงแล้วตอบว่า ตั้งใจมาหาเขา เพราะอึดอัดที่พ่อกับแม่ตั้งท่าจะทะเลาะกันอีกแล้ว กานนเตือนว่าเธอคงว่างจึงคิดมาก มธุรินงอนที่หาว่าตนฟุ้งซ่าน จึงคว้ากระเป๋าจะกลับ กานนรีบขอโทษ มธุรินหัวเราะน่าเอ็นดู

“ล้อเล่นค่ะ เดียร์จะโกรธท่านประธานที่อุตส่าห์เสียเวลามาปลอบเด็กเมื่อวานซืนอย่างเดียร์ได้ยังไงกันคะ ขอบคุณนะคะที่หวังดีกับเดียร์”

“รอผมอีกไม่เกินชั่วโมง แล้วผมจะพาไปทานกลางวัน”

“เห็นทีเด็กเมื่อวานซืนจะต้องเชิดใส่ท่านประธานซะแล้วล่ะค่ะ เดียร์นัดยัยกิ๊บไว้ค่ะ”

กานนขมวดคิ้วถามว่าเธอไม่ได้อยู่อเมริกาหรือ มธุรินตอบว่า เพิ่งตามกุเทพกลับมานั่นแหละ กานนสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที...

มธุรินมาพบกับพินสุดา สองสาวเดินดูเสื้อผ้าในร้านหรู พินสุดาตำหนิมธุรินที่บอกกานนไปแล้วว่าตนมา เพราะมันจะทำให้กุเทพไหวตัวแล้วหนีตนไปอีก พินสุดาต่อว่า

“ใสซื่ออย่างนี้น่ะซี้ อาปลิวเขาถึงไม่คบแกเป็นจริงเป็นจังสักที”

“ฉันไม่ชอบเลยนะที่แกพูดอย่างนี้” มธุรินไม่สบายใจ

พินสุดายิ้มปลอบว่าที่พูดเพราะเป็นห่วง มธุรินย้อนว่าให้ห่วงตัวเองก่อน ตนไม่เห็นด้วยเลยที่ตามจิกกุเทพเรื่องไปติดพันรุ่นน้อง พินสุดาแค้นใจขึ้นมาทันที เข่นเขี้ยว...อีมัสลิน...

“แกกับคุณกุเลิกกันแล้วนะกิ๊บ เขาจะคบใครก็ช่างเขาเหอะ ไหนแกเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าแฟนน่ะเลิกแล้วก็หาใหม่ได้”

“ใครบอกแกว่ากุเป็นแฟนฉัน”

มธุรินร้องอ้าว...พินสุดาขยายความ “ฉันกับกุอยู่ด้วยกันที่โน่นมากี่ปีแล้ว อย่างกุน่ะฉันเรียกว่าสามี”

มธุรินฟังแล้วถึงกับผงะ ในขณะที่พินสุดาเคียดแค้นยิ่งขึ้น “นังมัสลิน อีนางแบบโลว์คลาสน่ะมันเหนือเมฆ ตอนมันย้ายมาเรียนยูเดียวกับกุมันทำเป็นเชิดใส่ไม่สนใจใคร สุดท้ายมันก็ฉกกุไปเนียนๆ กุเลิกกับฉันก็เพราะมัน”

“ทำไมแกไม่คิดบ้างว่า ที่คุณกุเขาเลิกกะแกน่ะมันอาจมาจากสาเหตุอื่น”

พินสุดาโวยวายว่าเป็นเพราะม่านมัสลิน และจะให้มธุรินช่วย มธุรินปฏิเสธพัลวัน...

เป็นอย่างที่คิด กานนรีบมาหากุเทพที่โรงแรม กุเทพมีศักดิ์เป็นหลานอาของกานน แต่อายุเท่ากัน อุษยาเลี้ยงมาด้วยกันเพราะต่างก็พ่อแม่ตายตั้งแต่เด็กๆ...กานนมารับกุเทพ แต่กุเทพกลับบอกว่าต้องไปธุระก่อน กานนจึงขู่ว่าถ้าไม่ไปด้วยกัน จะโทร.ฟ้องอุษยา...ระหว่างนั่งมาในรถกานนถามกุเทพว่าจะหลบอยู่โรงแรมไปถึงเมื่อไหร่ กุเทพตอบว่าจนกว่าจะเสร็จเรื่องม่านมัสลิน กานนกระเซ้าอย่างกับเขารู้จัก กุเทพยิ้มอีกไม่นานก็รู้จักเพราะคนนี้ตนรักจริงหวังแต่ง กานนมองหน้า

“ครับๆ ตอนผมคบกับกิ๊บก็เคยพูดอย่างนี้ แต่ครั้งนี้น่ะ ไม่เหมือนกัน เฮ้อ...พูดถึงกิ๊บแล้วผมเครียดขึ้นมาทันที เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่าครับ”

“แกยังไม่รู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้ยัยกิ๊บอยู่เมืองไทยน่ะ”

กุเทพตกใจ กานนจึงบอกว่าที่มาก็เพราะเรื่องนี้ เขาแนะนำให้รีบทำธุระแล้วกลับอเมริกาไป อย่าก่อเรื่องวุ่นวายเข้าหูคุณก๋งกับย่าอีกเลย กุเทพฟังแล้วเครียดเล่าให้กานนฟังว่าม่านมัสลินเป็นคนดีอย่างไรบ้าง กานนสงสัยเพราะที่ฟังจากพินสุดากับอุษยามันคนละเรื่องกันเลย

“อย่างกิ๊บเขาจะสนอะไรว่าใครจะเจ็บใครจะตาย อย่างมากก็คิดได้แค่ว่าผมกับมัสแอบบินมาเที่ยวด้วยกัน เดี๋ยวอาปลิวเจอมัสก็จะรู้ว่ามัสไม่ได้เป็นอย่างที่กิ๊บเอาไปฟ้องคุณย่าเลย”

กานนฟังผ่านๆยังไม่ปักใจเชื่อ

ooooooo

พ่อตายไปไม่ทันไร ขณะที่ม่านมัสลินเอาดอกบัวมาวางหน้ารูปภาษิต และกำลังคร่ำครวญเสียใจที่พ่อมาจากไป จิรดาท่าทางมึนเมาพาชายฉกรรจ์สามคนมาขนของในบ้าน อ้างว่าภาษิตสร้างหนี้ทิ้งไว้ ม่านมัสลินไม่เชื่อ รู้ว่าของทุกชิ้นพ่อหามาด้วยความรัก เธอไล่ตะเพิดชายสามคนให้ออกไปจากบ้าน ชายคนหนึ่งบ่นอย่างหงุดหงิดที่ไม่ตกลงกันเสียก่อน แล้วโทร.ฟ้องนาย จิรดาโวยใส่ม่านมัสลินว่าลูกเนรคุณ อยากเห็นตนต้องตายเพราะเจ้าหนี้ตามฆ่าหรือ

“ผีพนันมันเข้าสิงแม่จนลืมความผิดชอบชั่วดีไปแล้ว แม่รู้ตัวรึเปล่า”

“นี่แกด่าฉันนะอีมัส” จิรดาโกรธจนตัวสั่น ตบหน้าม่านมัสลินจนน้ำตาร่วง...

ในขณะเดียวกัน บัวบงกชนั่งมองรูปถ่ายเด็กหญิงวัยสองขวบที่ภาษิตอุ้ม และรูปอื่นๆของเด็กหญิงหลายๆวัย เธอร้องไห้เสียใจที่ยังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณภาษิตเลยก็มาด่วนจากไป หน้าห้อง มธุรินถือถุงขนมเดินมาหน้าห้องทำงาน เจอกับเตชเข้าพอดี

“ใจตรงกับเดียร์เลย มาหาคุณแม่เหมือนกันเหรอคะคุณพ่อ” พอเห็นพ่ออึกอักจะปฏิเสธก็รีบเกาะแขน “ไม่ต้องปิดเดียร์หรอกค่ะ เดียร์เห็นน้า...ที่คุณแม่งอนคุณพ่อเมื่อเช้าน่ะ”

“แม่เขาคุยอะไรให้เดียร์ฟังรึเปล่า” เตชรีบถามลูกสาว

มธุรินดึงแขนเตชบอกว่า แม่ให้พ่อไปง้อเดี๋ยวนี้ แต่พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นบัวบงกชน้ำตาอาบแก้ม ในมือยังถือรูปภาษิตอุ้มลูก มธุรินตกใจแต่เตชสีหน้าโกรธขึ้ง บัวบงกชรีบเก็บรูปลงลิ้นชัก...พออยู่กันตามลำพัง เตชตัดพ้อบัวบงกชว่าเขาทนไม่ได้ที่เห็นเมียตัวเองฟูมฟายกับรูปแฟนเก่า บัวบงกชตอบโต้อย่างไม่เกรงกลัว

“มันก็พอกับการต้องทนอยู่กับสามีที่หวาดระแวง ไม่เชื่อใจกันนั่นล่ะค่ะ”

สองคนโต้เถียงกันเสียงดัง มธุรินยืนฟังอยู่หน้าห้อง น้ำตานอง แม่บ้านเข้ามาเชิญให้ลงไปข้างล่างไม่ควรฟังผู้ใหญ่คุยกัน ไม่ทันที่มธุรินจะเดินลงไปก็ได้ยินเสียงเตชโวยเสียงดัง

“นังเด็กในรูปนี่ก็เหมือนกัน กี่ครั้งแล้วที่ผมเข้ามาเจอคุณอยู่กับรูปมัน”

มธุรินชะงักหยุดฟัง แม่บ้านดันให้เธอเดินออกไปจากตรงนั้น...เตชถามตรงๆว่าเด็กในรูปเป็นลูกเธอกับภาษิตหรือ บัวบงกชตาลุกวาวด้วยความโกรธ

“หยุดนะคุณเตช สกปรกที่สุด แล้วคุณจะต้องเสียใจกับสิ่งที่คุณพูด”

เตชจะแย่งรูปเอาไปทำลาย บัวบงกชไม่ยอมต่อว่าอย่ามายุ่งของส่วนตัวของตน เตชพลั้งปากว่าที่นี่บ้านเขาแล้วรู้สึกผิดรีบขอโทษ บัวบงกชน้อยใจบอกว่าตนรู้้ตัวว่าเป็นคนอื่น ถึงไม่ค่อยอยู่บ้านนี้นานๆ เตชขอร้องอย่าไปเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น

“คุณสบายใจได้ ยังไงฉันก็ให้อภัยคุณค่ะ เพราะสิ่งที่คุณทำมันเล็กน้อยเหลือเกิน ถ้าเทียบกับความผิดครั้งนั้น...ที่ต่อให้ฉันตายฉันก็ไม่มีวันอภัยให้คุณ”

เตชฟังแล้วหน้าร้อนผ่าว เพราะรู้ตัวดีว่าได้ทำผิดต่อเธอไว้อย่างมากในอดีต

ooooooo

ในซอยที่กุเทพให้กานนขับรถเข้ามา กานนเห็นม่านมัสลินเดินข้างทางก็ตกใจเหลียวมอง กุเทพยื่นกระดาษให้ดูเลขที่บ้านแล้วถามมองอะไร กานนอ้อมแอ้มตอบว่าเหมือนคนรู้จัก กุเทพว่าคนที่กานนรู้จักคงไม่มาเดินแถวนี้...แต่พอมาถึงบ้านม่านมัสลิน   เธอไม่อยู่ ไม่ทันจะกลับก็ได้ยินเสียงจิรดาจิกด่าเรียกสาวใช้ กุเทพรู้สึกห่วงม่านมัสลินอย่างมาก

ม่านมัสลินเดินใจลอยไปตามทาง ในสมองมีแต่เสียงจิรดาที่บอกกับตนว่า เธอได้เซ็นยกบ้านนี้ให้เจ้าหนี้ไปแล้ว พรุ่งนี้ต้องย้ายออกไป ถ้ายังอยากอยู่เมืองไทยก็ให้ไปอยู่บ้านสวน ม่านมัสลินร้องไห้สะอึกสะอื้น จนมาถึงบ้านสวนของม่านมุก เธอร้องไห้ซบตักม่านมุกรำพันที่จิรดาขายของรักของพ่อหมด ม่านมุกปลอบให้อภัยให้แม่ เพราะรู้ดีว่าจิรดามีปมความเจ็บปวดในอดีต

ตอนที่ 2

คิมดั้นด้นมาหาม่านมัสลินถึงบ้าน เอาดอกไม้มาขอโทษแล้วอธิบายเรื่องเมื่อวาน ที่เขาให้เธอถอดเสื้อหมายถึงเสื้อแจ๊กเกต ม่านมัสลินนึกได้ว่าตนสวมเสื้อแจ๊กเกตอยู่จริงจึงเป็นฝ่ายขอโทษขอโพยคิมที่ตบหน้าเขา ทันใดเสียงจิรดาแหวเข้ามา จิกเรียกพัดกับแป้นสาวใช้ จิรดาเดินมาในสภาพเสื้อผ้าสวยงามแต่เมามายอย่างหนัก คิมถามว่าใคร

“ก็แม่นังมัสไง” จิรดาตอบเสียงอ้อแอ้ คิมจึงยกมือไหว้ จิรดาถามทันที “แฟนแกเหรอนังมัส อะ...อ๋อ คุณเองสินะที่ให้เงินนังมัสมาใช้หนี้”

ม่านมัสลินเม้มปากอย่างขมขื่น คิมพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ รู้สึกเห็นใจม่านมัสลิน...หลังจากคิมกลับไป ม่านมัสลินก็ออกจากบ้านไปหาม่านมุกที่บ้านสวน ปรับทุกข์ที่จิรดาพูดอะไรไม่ไว้หน้าตนบ้างเลย แต่ก็นับว่าดีเพราะทำให้คิมสงสารและให้งานตนทำหลายชิ้น

“ก็คงจะเวทนา ยายละเห็นใจเราจริงๆเลยยัยมัส หนูต้องอดทนนะลูกนะ ยายเข้าใจ เป็นใครก็ต้องอาย”

“มัสไม่มีอะไรต้องอายแล้วละค่ะ ความจริงก็คือความจริง ไม่ว่าแม่จะเป็นยังไง แม่ก็เป็นแม่มัสอยู่วันยังค่ำ แล้วมัสก็รักแม่ค่ะ...ได้โฉนดบ้านพ่อคืนเมื่อไหร่ มัสก็หายเหนื่อยเอง ยายไม่ต้องห่วงมัสหรอก”

ม่านมุกสะท้อนใจสงสารม่านมัสลิน พลันกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ม่านมุกมองไปแล้วตกใจที่เห็นย้งมาเกาะรั้วบ้าน...ย้งท่าทางอิดโรยเพราะป่วยหนัก เขาพาตัวมาหาม่านมุกด้วยรู้ตัวว่าใกล้ตาย ม่านมุกช่วยเหลือเขาไว้มาก เขาอยากพบเจ้าสัวทศ อธิบายความจริงในอดีต

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันสบายใจสบายกายดี ตาย้งก็เห็น อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย”

“แต่คุณหนูจิรดามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเจ้าสัวคือพ่อของเธอนะครับ”

ม่านมัสลินตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ม่านมุกน้ำตานองหน้า...พอย้งกลับไป ม่านมุกตัดสินใจเล่าความจริงให้ม่านมัสลินฟัง...ในอดีต ตนเป็นเมียที่สองของเจ้าสัวทศ ย้งเป็นเพื่อนเก่าที่เดือดร้อนเพราะป่วยไม่มีเงินรักษาตัว ตนจึงแอบให้เงินช่วยเหลือ คุณนายใหญ่รู้เข้าใส่ความว่าตนมีชู้และไล่ออกจากบ้าน ตนกำลังท้องไม่ทันได้บอกเจ้าสัว เกรงจะถูกหาว่าเป็นลูกชู้จึงอุ้มท้องลำพัง

ม่านมัสลินถามทำไมไม่บอกจิรดาว่าพ่อเป็นใคร ม่านมุกว่าไม่อยากดึงลูกมาเจ็บปวดถ้าทางนั้นเขาไม่ยอมรับ ม่านมัสลินเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ถึงชอบเกรี้ยวกราดใส่ยาย เพราะยายไม่ยอมบอกเรื่องพ่อ เธอสงสารทั้งแม่และยาย ปลอบใจว่ายายเคยสอนเอง เรื่องทุกเรื่องล้วนมีเหตุผลในตัวมัน วันหนึ่งแม่ก็จะเข้าใจเหตุผลของยาย ม่านมุกยิ้ม ถ้าจิรดารับฟังบ้างก็คงดี

ม่านมัสลินพูดขันๆว่าหิมะคงตก แล้วนึกได้ว่าม่านมุกลืมหรือเปล่าว่าต้องไปหาหมอ

ooooooo

ศักดาพ่อของศิธา อดีตเจ้าของค่ายหนังที่ผันตัวมาทำธุรกิจมืดหลายประเภท รวมทั้งผลิตหนังลามก ได้แวะมาหาเตชที่บริษัท เอารูปม่านมัสลินมาให้ดูว่าจะเป็นนางเอกใหม่ หนังที่ร่วมหุ้นสามชาติ ทางเกาหลีกับฮ่องกงโอเคแล้ว เตชงงที่ตนไม่รู้เรื่อง ศักดาบอกว่าแม็กกี้หุ้นส่วนใหญ่ฮ่องกงเป็นคนตัดสินใจ ให้คิมลูกชายส่งรูปมาให้ เตชไม่ค่อยพอใจหาว่ามัดมือชก

แต่ศักดาเห็นว่าคนนี้ก็สวยจึงว่า “เลิกทำตัวเป็นวัยรุ่นเอาแต่ใจเถอะครับคุณเตช ที่เขาสนใจค่ายหนังแก่ๆอย่างเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว ทำเรื่องมากเดี๋ยวค่ายเด็กๆมันก็เสียบซะฉิบ”

บัวบงกชเดินมาเห็นศักดาก็รีบหลบไม่อยากเสวนาด้วย แต่พอได้ยินชื่อม่านมัสลินก็ต้องชะงัก พอเตชกำลังถามถึงนามสกุล บัวบงกชเกรงเตชจะรู้ว่าใช้นามสกุลภาษิต จึงปรี่เข้าไปขัดจังหวะ ทักทายว่าคุยอะไรกันอยู่ ศักดางงเพราะรู้ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่เตชกลับดีใจที่เธอยอมพูดกับเขาแล้ว ชวนให้เธอมาดูรูปนางเอกใหม่ บัวบงกชดึงรูปมาดูเห็นชัดว่าเป็นม่านมัสลิน จึงถามว่าหนังของศักดาหรือ ศักดาตอบ จะว่าใช่ก็ใช่

“ไม่นะ เด็กคนนี้จะเล่นหนังประเภทนั้นของคุณไม่ได้” บัวบงกชหน้าซีดเผือด

“หนังประเภทไหนอะไรกันคุณ นี่มันหนังร่วมทุนสามประเทศ”

“แต่ยังไงก็มีเสี่ยศักดาเกี่ยวข้องอยู่ดี”

ศักดาหน้าตึง “บัวบงกช ถึงคุณจะไม่ชอบหน้าผมยังไง แต่เรื่องนี้ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับคุณ”

เตชรีบแก้ตัวแทนว่าบัวบงกชหวังดี แล้วหันไปบอกให้เธอไปอัดรายการกลับบ้านค่อยคุยกัน...วันนั้น บัวบงกชไม่มีสมาธิในการทำงานเอาเสียเลย...

กานนเห็นม่านมัสลินบนหนังสือนิตยสาร สงสัยว่าใช่คนเดียวกับที่ตนเจอบนเครื่องบินหรือเปล่า จึงให้เลขาไปสอบถามชื่อคนที่นั่งมากับเขาวันนั้น อ้างว่าเธอลืมของไว้...

กุเทพแวะมาชวนไปซื้อของขวัญให้อุษยาที่งานแสดงนาฬิกาศุกร์นี้ กานนแซวว่าทำไมต้องซื้อของแพงๆให้ กุเทพอ้างว่า อุษยาจะได้เลิกสนใจเรื่องของเขาและที่สำคัญงานนี้ม่านมัสลินเดินแบบด้วย...

วันนี้กานนต้องพาเจ้าสัวทศไปโรงพยาบาล ระหว่างนั่งรถออกจากบ้าน เจ้าสัวถามกานนว่าลืมเรื่องที่ตนขอให้ตามหาม่านมุกหรือเปล่า กานนตอบว่าไม่ลืม แต่การตามหาคนนี่มันยาก ขณะเดียวกัน ย้งมาดักรอหน้าบ้าน พอเห็นรถเจ้าสัวแล่นออกไปก็วิ่งตาม กว่าคนขับรถจะเห็นทางกระจกมองหลัง ย้งก็ล้มหมดสติไปแล้ว คนขับรถบอกเจ้าสัวว่ามีคนเป็นลม คนมุงกันเต็ม เจ้าสัวจึงบอกไม่ต้องไปยุ่ง เขาคงช่วยกันเอง

กานนเดินตามเจ้าสัวที่ไม่ยอมนั่งรถเข็นไปขึ้นลิฟต์ ม่านมัสลินประคองม่านมุกออกมาจากลิฟต์อีกตัว จึงไม่เห็นกัน แต่ก่อนลิฟต์จะปิด กานนเห็นม่านมัสลินเข้าพอดี พอส่งเจ้าสัวเข้าห้องตรวจ กานนก็รีบวิ่งลงมาที่หน้าโรงพยาบาล

ทันเห็นม่านมุกเรียกรถแท็กซี่ แต่รถคันนั้นไปไม่ได้จึงต้องรอคันใหม่ กานนสบโอกาสเข้าไปทักแล้วอาสาไปส่ง ประจวบกับมีคนโทร.มาบอกว่าย้งเข้าโรงพยาบาล ม่านมุกเป็นห่วงจะไปเยี่ยม จึงยอมให้กานนไปส่ง แต่ม่านมัสลินไม่ไว้ใจกานน บังเอิญมีแท็กซี่มาอีกคัน เธอจึงโบกแล้วบอกยายว่าไปกันเองดีกว่า กานนเจ็บใจลืมถามชื่อ

บัวบงกชทำงานเสร็จรีบกลับมาที่บริษัทหวังจะคุยกับเตช จึงชวนไปทานข้าวเย็น เตชดีใจชวนมธุรินไปด้วย บัวบงกชห้ามไม่ทัน จึงหมดโอกาสคุยตอนนั้น แต่พอกลับมาบ้าน  เตชกำลังมีความสุขที่พ่อแม่ลูกได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา บัวบงกชก็บอกว่ามีเรื่องอยากให้ช่วย

“ว่ามาเลย ผมทำให้คุณได้ทุกเรื่อง”

“อย่าให้มัสลินเป็นนางเอกหนังของพวกคุณ”

“อย่าบอกนะว่าที่หน้าคุณเครียดๆน่ะเป็นเพราะเรื่องนังเด็กคนนี้” เตชหงุดหงิดทันที

บัวบงกชเตือนว่าไม่ควรจิกเรียกแบบนั้น เตชยิ่งโมโหที่ดูเธอจะปกป้องเด็กนั่น

“ฉันไม่ไว้ใจเสี่ยศักดา เบื้องหลังของหุ้นส่วนคุณคนนี้มีแต่เรื่องชั่ว รึคุณจะเถียง” เตชเหน้าเจื่อน “คนที่ทำได้ขนาดมอมยาผู้หญิงให้เพื่อนข่มขืน เรื่องเลวๆอื่นๆมันก็ต้องทำได้”

เตชตาลุกโพลงมองไปข้างบนรีบปราม “ลูกอาจจะได้ยินนะบัว”

“ฉันเองก็ไม่เคยคิดอยากจะพูดเรื่องเลวร้ายที่คุณกับนายศักดาทำกับฉัน แต่ฉันจำเป็นเพราะฉันห่วงเด็กคนนี้ และก็เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องห่วงเขาเช่นกัน” บัวบงกชหลุดปาก

เตชงงว่าบัวบงกชพูดอะไร เธอรู้ตัวว่าพลั้งปากจึงกลบเกลื่อนให้เขาทำตามที่ตนบอกแล้วเดินหนีไป เตชมองตามอย่างโกรธแค้น เพราะเข้าใจว่าม่านมัสลินเป็นลูกเธอที่เกิดกับภาษิต

มธุรินกำลังมีความสุขที่พ่อแม่ไปทานข้าวด้วยกัน พอได้รับข้อความที่พินสุดาส่งมาให้เป็นข่าวแม่ของตน จึงไม่สนใจอีก แล้วลบทิ้งและส่งข้อความกลับไปบอกพินสุดาว่า ครอบครัวตนมีความสุขแล้ว ขอบคุณที่ช่วย...พินสุดาอ่านข้อความหมั่นไส้ หาว่ามธุรินโง่ พินสุดาจอดรถรออยู่หน้าร้านเกวลิน รอเด็กในร้านกลับหมดเพื่อเข้าไปพบเกวลิน พอเกวลินเห็นหน้าก็ถอนใจ

“น่าปลื้มใจจริงๆ ไม่เจอกันตั้งนาน จำกิ๊บได้ด้วย แต่ทำไมไม่ยักกะดีใจเลยล่ะ”

เกวลินบอกปัดถ้าจะมาดูเสื้อผ้าให้มาพรุ่งนี้ ตนมีธุระต้องไปทำ พินสุดาชักสีหน้า

“อย่ามาตีหน้าเซ่อทำไม่รู้เรื่องเลย พี่เก๋รู้ใช่มั้ยว่ากิ๊บมาเรื่องนังมัสลิน”

“กิ๊บ กุ มัสจะมีปัญหากันก็มีไป เกี่ยวอะไรกับพี่”

“เกี่ยวสิ เพราะพี่เก๋ทำตัวเป็นเจ๊ดัน ที่อีมัสมันดังเปรี้ยงขึ้นปกหนังสือทุกเล่ม อย่าบอกนะว่าพี่เก๋ไม่เกี่ยว”

เกวลินเอือมขอตัวกลับ พินสุดากระชากแขนแล้วขู่ให้อยู่ห่างๆ ห้ามให้งานอีกตนต้องการให้ม่านมัสลินมีชีวิตที่ตกต่ำโทษฐานยุ่งกับกุเทพ เกวลินย้อนถามทำไมตนต้องทำ พินสุดาเยาะ

“ก็ไม่ทำไมหรอก ฉันก็แค่จะบอกแฟนตัวจริงของศิธาให้มาแหกอกเหี่ยวๆของเธอน่ะสิ”

เกวลินงงพูดอะไร พินสุดาหัวเราะเยาะความโง่ “โอเคๆ ฉันจะปิดปากสงเคราะห์เธอแล้วกัน ก็แค่เลิกให้งานอีมัสลิน เธอก็จะไม่เดือดร้อน...เข้าใจมั้ย” พินสุดาตะโกนใส่หน้า

ooooooo

ไม่เพียงแค่นั้น พินสุดายังมาขู่ศิธาให้ร่วมมือกับตนทำลายม่านมัสลิน ไม่อย่างนั้นจะบอกให้พีระพลรู้เรื่องเขากับเกวลิน ศิธาถามทำแบบนั้นทำไม ยิ่งทำกุเทพก็ยิ่งหนีห่าง พินสุดาเข่นเขี้ยวว่า เมื่อตนไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้ ศิธาพูดตามความรู้สึกแต่แทงใจพินสุดาว่าเธอรักกุเทพ

“ไม่มีทาง ผู้ชายเลวๆ ฉันไม่ได้รักมัน บอกแล้วไงว่าฉันทำเพราะความสะใจ”

ศิธาหัวเราะไม่เชื่อ พินสุดาโวยแค่อยากแก้แค้น ขืนหัวเราะอีก ตนจะแฉเรื่องเขาให้น้องรู้

พีระพลถือถุงขนมเข้ามามากมาย ถามจะแฉอะไรกัน ศิธาหน้าซีด รีบเข้าประจบเอาใจพีระพล พินสุดายิ้มเยาะก่อนจะเดินไป...

เตชกลัดกลุ้มมานั่งดื่มปรับทุกข์กับศักดาที่คลับแห่งหนึ่ง ศักดาไม่เข้าใจ ผ่านมายี่สิบปีแล้ว บัวบงกชยังไม่รักเตชอีกหรือ เตชบ่นถ้าย้อนเวลาได้ เขาจะไม่ทำอย่างนั้น เตชหลับตาไม่อยากนึกถึงอดีตที่ตนเคยข่มขืนบัวบงกช โดยมีศักดาเป็นคนวางยาเธอ...จิรดาเดินผ่านมา ศักดาตีก้นเธออย่างหยอกล้อ จิรดาหันมาจะเล่นงาน พอเห็นเป็นศักดาก็ต่อว่าเล่นบ้าๆ แต่พอเห็นเตชก็ตาวาวเข้าตีสนิทถามถึงบัวบงกช เตชถามว่าเป็นเพื่อนกันหรือ

“สนิทกันดีเชียวล่ะค่ะ ดานี่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่รู้ใจบัวเขามากที่สุดเลยนะคะ”

“ผิดกับผม เป็นผัวเขาแท้ๆกลับไม่เคยรู้เรื่องอะไรของเขาเลย” เตชพูดอย่างขมขื่น

จิรดายิ้มมุมปากที่เตชตกหลุมตนเข้าอย่างจัง  ชวนชนแก้วดื่มจนเตชเมาหลวมตัวไปนอนค้างกับเธอ จิรดาเพียงแค่อยากให้บัวบงกชรู้สึกถึงการถูกแย่งสามีบ้าง...

เช้าวันรุ่งขึ้น ม่านมัสลินแปลกใจที่แม่ไม่กลับบ้านแต่เพราะต้องรีบไปทำงาน จึงฝากแป้นรอดูแลแม่ด้วย...ม่าน–มัสลินมาลองเสื้อที่ต้องใส่เดินแบบงานนาฬิกา เธอสงสัยที่ไม่มีคนอื่นเลย

“นัดฟิตติ้งวันเดียวกันไม่ได้หรอกค่ะ นางแบบแม่เหล็กทั้งนั้น เดี๋ยวชุดใครเริ่ดกว่าใครได้เป็นเรื่อง...งานครั้งนี้คุณมัสน่ะได้ขึ้นทำเนียบฟรีๆเลยนะคะเนี่ย” โอ๋ลูกน้องเกวลินจาระไน

เกวลินมายืนมองม่านมัสลินสีหน้าเครียด ม่านมัสลินหันมาเห็นก็สวัสดี แล้วถามไม่สบายหรือเปล่า เกวลินรีบกลบเกลื่อนว่า “อ้อ เปล่าจ้ะ มัสลองเสื้อกับโอ๋ไปก่อนนะ พี่มีธุระ”

ม่านมัสลินแปลกใจที่เกวลินเดินไปเลย ไม่ทันคุยอะไรกับตนบ้าง

ooooooo

ทุกครั้งที่กานนพาเจ้าสัวทศมาโรงพยาบาล เขาจะชะเง้อหาม่านมัสลิน แต่ไม่เห็นเธอมาเลย จนกระทั่ง ม่านมุกมาเยี่ยมย้งในห้องพักคนไข้ ย้งขอโทษม่านมุกที่เขาพยายามจะบอกความจริงเจ้าสัวก่อนที่ตนจะตาย ม่านมุกขอให้ลืมอดีตไปเสีย แล้วรักษาตัวให้หาย ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่าย ตนจัดการให้ ย้งยิ่งซาบซึ้งน้ำใจของม่านมุก

ม่านมุกเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำ พอเดินออกมาก็รู้สึกหน้ามืดจะล้ม กานนเข้ามาประคองแล้วหาน้ำมาให้ดื่ม กานนคุยว่าปู่ของเขามาตรวจที่นี่ประจำ ม่านมุกเข้าใจว่าปู่กานนเป็นหมอ จึงถามว่าชื่ออะไร เผื่อเป็นหมอที่รักษาตน กานนยิ้มแล้วบอกว่า ปู่ของเขาก็เป็นคนไข้เหมือนกัน

“เป็นอย่างนั้นไป คุยกับคนแก่ก็อย่างนี้แหละนะคะ สมองไม่ดีคิดไปคนละเรื่องเลย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกฮะ ผมต่างหากที่ใช้คำพูดผิดไป แล้วทำไมวันนี้มาคนเดียวล่ะครับ”

“ปกติก็จะมีคนมาด้วย แต่แม่ปิ่นขอไปธุระน่ะค่ะ”

กานนยิ้มเมื่อรู้ว่าชื่อปิ่น...ม่านมัสลินเดินตามมาถามทำไมมาอยู่ตรงนี้ ม่านมุกย้อนถามแล้วทำไมไม่ไปทำงาน ม่านมัสลินอยากทำเรื่องยายให้เสร็จก่อน แล้วบอกว่าคุณหมอรอตรวจอยู่ พอเห็นยายเข้าห้องตรวจ ม่านมัสลินก็หันมาขอบคุณกานนและขอโทษที่เข้าใจผิด

“...คุณช่วยยายฉันไว้แท้ๆแต่ฉันกลับคิดว่าคุณชวนยายฉันคุยโอ้เอ้จนลืมนัดหมด”

ม่านมัสลินดูนาฬิกาแล้วรีบขอตัว กานนถามแล้วยายล่ะ เธอบอกว่าจะกลับมารับอีกที ม่านมัสลินเดินไปเหมือนนึกได้หันกลับมาถามกานนว่า ทานข้าวหรือยัง กานนดีใจตั้งตัวไม่ติด

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีเต็นท์ขนาดกลาง ภายในตั้งโต๊ะตักอาหารที่มีอาสาสมัครคอยตักให้กับผู้ยากไร้ซึ่งต่อคิวยาวเป็นแถว บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเอง ม่านมัสลินผูกผ้ากันเปื้อน ผ้าโพกผมอย่างทะมัดทะแมง แล้วบอกกานนว่า ขอเวลาทำงานสักครู่ค่อยทานข้าวกัน รอไหวไหม กานนพยักหน้ามองไปรอบๆ ไม่นานเขาก็หยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกและโพกผม ลงมือช่วยเธอตักอาหารแจกผู้คนบ้าง ม่านมัสลินหันมามองขำๆ
เสร็จจากการทำงาน ม่านมัสลินกับกานนก็นั่งทานข้าวด้วยกันริมน้ำ เบื้องหลังเป็นโรงทานที่ผู้คนเริ่มซา อาสาสมัครจับกลุ่มนั่งทานข้าวกัน ม่านมัสลินรู้ว่ากานนคงสงสัยจึงเปรยๆ

“พ่อกับเพื่อนๆ ก่อตั้งโรงทานนี้มาตั้งแต่ฉันยังเด็กๆ ตอนที่ยังเรียนอยู่เมืองไทย ฉันมาช่วยพ่อประจำ แล้วก็อาศัยข้าวที่นี่แหละกิน”

“แล้ววันนี้คุณพ่อคุณมาด้วยรึเปล่า” กานนกวาดตามองไปรอบๆ

ม่านมัสลินยิ้มมองไปที่โรงทานแล้วบอกว่า พ่ออยู่ใกล้ๆตนเสมอ พ่อตนเสียไปแล้ว กานนเจื่อนลงขอโทษ ม่าน–มัสลินชวนให้ทานข้าวต่อ กานนจึงบอกว่า

“คุณปิ่นก็ทานเยอะๆนะครับ”

ม่านมัสลินชะงักถามว่าเรียกตนว่าอะไรนะ กานนตอบว่าปิ่น เธอขำแล้วถามว่าเอาชื่อนี้มาจากยายใช่ไหมกานน พยักหน้างงๆ

“โอเค ปิ่นก็ปิ่น แล้วคุณล่ะชื่ออะไร”

“เรียกผมว่าปลิวก็แล้วกัน”

ม่านมัสลินชมว่าชื่อไทยๆดี กานนบอกว่า “ชื่อคุณก็ไทย แถม ป.ปลาเหมือนกันอีกด้วย”

ม่านมัสลินกลั้นหัวเราะ กานนแปลกใจ เธอส่ายหน้าไม่มีอะไร

ooooooo

คิดทบทวนแล้ว เกวลินตัดสินใจสะกดรอยตามดูศิธา จนเห็นแน่ชัดว่าเขาขับรถออกจากบ้าน มีชายหนุ่มนั่งคู่ไปด้วย พอเธอลองโทร.ถามว่าอยู่ไหน เขาก็บอกว่าอยู่บ้าน เท่านั้นเกวลินก็รู้แล้วว่า ศิธาหลอกลวงตนมาตลอด

ตอนที่ 3

กุเทพขับรถไปเล่นบีบีไปด้วย พอมีสายเข้าอีกเครื่องที่กานนถืออยู่ กุเทพจึงให้ช่วยรับสายที กานน รับแล้วต้องใจหายวาบเพราะได้ยินเสียงคุ้นหู

“ขอโทษทีค่ะ มัสแต่งตัวอยู่เลยไม่ได้รับสาย พี่กุรู้มั้ยคะว่ามัสเจอใครก่อนเข้ามาทํางาน”

กานนบุ้ยใบ้ให้รู้ว่าทางนั้นคิดว่าตนคือกุเทพ ม่านมัสลินส่งเสียงถามว่าฟังอยู่หรือเปล่า

ตอนที่ 4

เมื่อได้ยินคำพูดหลุดจากปากจิรดาว่าตนไม่ใช่ลูก ม่านมัสลินเสียใจวิ่งออกจากบ้านมานอนอยู่ที่ศาลาบ้านสวน วันรุ่งขึ้น ปิ่นออกมาเจอตกใจมากที่เห็นใบหน้าม่านมัสลินมีคราบเลือดติดที่แก้ม ม่านมัสลินร้องไห้เล่าให้ฟังแต่ขอร้องอย่าบอกม่านมุก ปิ่นปลอบและบอกว่าม่านมุกแวบไปโรงพยาบาลไม่ยอมบอกตน

“หลังๆนี่ดื้อค่ะ คุณท่านบอกว่าเกรงใจปิ่นที่ทำงานบ้านแล้วยังต้องคอยตามรับตามส่งตามคอยคนแก่อีก”

ม่านมัสลินจึงคิดว่าตนจะตามไปรับยายเอง แต่ปิ่นห้ามไว้เพราะม่านมุกหาหมอเสร็จคงแวะเยี่ยมย้งอีก และคงอยากอยู่คุยกับย้งนานๆ ม่านมัสลินนิ่งคิด...จากนั้น ปิ่นก็โทร.บอกให้พัดรู้ว่าม่านมัสลินอยู่บ้านสวน พัดโล่งใจและสงสารเธอมาก พอจิรดาสร่างเมา ตื่นขึ้นมาก็เรียกหาม่านมัสลิน พัดรีบมารายงานว่า เธอไล่ม่านมัสลินออกจากบ้านไปแล้วจำไม่ได้หรือ จิรดาโมโหที่พัดพูดไม่ดี จึงโวยอย่าคิดว่าเป็นคนของแม่ตนแล้วตนจะไล่ออกไปไม่ได้ พัดรีบบอกว่าอยากกลับไปอยู่บ้านสวนนานแล้ว และถ้าตนออก แป้นก็คงตามไปด้วย ใครจะทนอยู่กับคนสติแตกได้ จิรดาฮึดฮัด เปลี่ยนเรื่องแผดเสียงสั่งให้ไปหาอาหารเช้ามาให้ พัดส่ายหน้าอย่างระอา...

บริเวณรับยาในโรงพยาบาล กานนเดินคุยโทรศัพท์สั่งงานลูกน้อง เผอิญได้ยินเสียงประกาศเรียกม่านมุกรับยา เขาสะดุดหูหันมอง ทีแรกไม่เห็น แต่พอเดินกลับก็เห็นม่านมุกเข้าพอดี เขารีบเข้าไปสวัสดีแล้วมองหาใครบางคน ม่านมุกรู้แกวยิ้มๆ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:46 น.