สมาชิก

ในรอยรัก

ตอนที่ 17

วันรุ่งขึ้น มธุรินตื่นมาพบว่าบัวบงกชออกจากบ้านไปแต่เช้า เธอทุกข์ใจมากจนต้องไปหากานนตามความเคยชิน และคราวนี้เธอก็ไประบายความเสียใจที่ตนอุตส่าห์วางแผนให้พ่อกลับบ้านไปง้อแม่ แต่ทั้งสองก็ทะเลาะกันอีก ตนไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองคนไม่รักกันแล้วไม่หย่ากันให้รู้แล้วรู้รอดไป ที่จริงไม่น่าแต่งงานกันด้วยซ้ำ ตนจะได้ไม่ต้องเกิดมา มธุรินสะอื้นออกมากานนแตะมือมธุรินปลอบ “อย่าคิดอย่างนั้น เท่าที่เห็น ผมแน่ใจว่าทั้งสองรักเดียร์มาก”

“เดียร์รู้สึกมานานแล้วว่า ระหว่างคุณพ่อคุณแม่ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างขวางกันอยู่แต่ก็ไม่ชัดเจน จนกระทั่งม่านมัสลินเข้ามา...กานนคิดว่าเรื่องที่เขาลือกันเป็นความจริงหรือเปล่า”

“ผมไม่กล้าออกความคิดเห็น แล้วก็ไม่อยากให้คุณไปหมกมุ่นจนหมดความสุข”

“ไม่หมกมุ่นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะมันเกี่ยวกับครอบครัวของเดียร์โดยตรง กานนเองก็สนิทสนมกับมัสลิน เขาเคยพูดเรื่องนี้กับคุณบ้างไหมคะ”

กานนตอบว่าไม่เคย เท่าที่เขารู้เธอรักแม่ของเธอมาก มธุรินรู้สึกตัวเองคิดผิดอีก กานนปลอบว่าไม่ใช่อย่างนั้น เขาแค่ไม่อยากให้เธอสนใจเรื่องนี้ มธุรินไม่พอใจสวนออกไปว่าตนทำไม่ได้และจะไม่ทำด้วย แล้วยังประชดว่า ขอโทษที่เอาเรื่องเหลวไหลมารบกวน ว่าแล้วก็กลับไป

ด้วยความเสียใจ มธุรินมาร้องไห้กับพินสุดา เป็นโอกาสให้โดนยุยง รับรู้เรื่องที่กำลังจะปล่อยคลิปโป๊ทำลายม่านมัสลินครั้งที่สอง และครั้งที่สามที่ตามมาอีก มธุรินชักเริ่มกังวลใจ...

เช้าวันต่อมา เกวลินโทร.ปลุกม่านมัสลินเพื่อบอกข่าวมีคลิปออกมาอีกแล้ว ม่านมัสลินตกใจแต่พยายามเข้มแข็งทำไม่สนใจ จิรดาเป็นเดือดเป็นแค้นโวยวาย ม่านมัสลินขอให้ตนจัดการเรื่องนี้เอง...พอออกมาหน้าบ้าน เจอกานนมาจอดรถรออยู่ก่อน เขามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน

ม่านมัสลินนั่งรถกานนมาเงียบๆ เขาถามว่าวันนี้มีถ่ายละครที่ไหน เธอตอบอย่างเหนื่อยใจว่า มีแต่ยกเลิกคิวตนเพราะมีนักข่าวไปรอเต็มกองถ่าย กานนจึงพาเธอไป

บ้านสวน...ม่านมุกดีใจสั่งปิ่นไปเอาขนมมาต้อนรับ กานนกับม่านมัสลินมีโอกาสคุยกันลำพัง ม่านมัสลินเชื่อว่าคลิปนี้เป็นทีมเดิมที่ทำครั้งก่อน กานนว่ายังไม่มีหลักฐานอยู่ดี ม่าน–มัสลินหงุดหงิดที่ต้องโดนรังแกอยู่อย่างนี้ กานนปลอบว่า ไม่มีใครเชื่อหรอก

“มันก็ไม่แน่หรอกค่ะ แม่ยังบอกเลยว่าป่านนี้คนที่ไม่เชื่ออาจจะเชื่อไปแล้ว”

“ก็อย่างที่บอก เรื่องอย่างนี้จับมือใครดมยาก ทั้งๆที่รู้ว่าใครเป็นคนทำ”

ม่านมัสลินเลียนคำพูดกานนอย่างฉุนๆ “ก็อย่างที่บอก คุณเกรงใจครอบครัวมธุริน”

“ฟังกันบ้างสิ ถ้าผมเกรงใจครอบครัวเดียร์ ก็คงไม่มาหาคุณแต่เช้า แล้วถ้ากลัวผมก็คงไม่เลิกกับเขา ของอย่างนี้ต้องใจเย็นๆค่อยๆคิด”

ม่านมัสลินสีหน้าอึดอัดใจ กานนนั่งลงข้างๆ เธอจึงถามถ้ามีธุระ...กานนสวนว่าจะไล่ตนกลับหรือ ม่านมัสลินกระแนะกระแหนจะมาอยู่กับตนตลอดทั้งวันได้อย่างไร

“ผมอยากอยู่กับคุณตลอดชีวิตด้วยซ้ำ”

“อย่าพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยค่ะ”

“มัสลิน...ถ้าผมจะเห็นแก่ตัวมากกว่านี้สักนิด ผมคง...” กานนหยุดพูด ทำให้ม่านมัสลินมองด้วยความแปลกใจ

ooooooo

เกวลินอุตส่าห์ไปอธิบายกับดุสิตว่า ศิธากับพี-ระพลตอนนี้เป็นแค่เพื่อนกัน และพีระพลกำลังจะบวชล้างบาป ไม่ทันไรก็มีข่าวคลิปม่านมัสลินออกมา เธอจึงโทร.ถามศิธาว่าเป็นฝีมือเขาหรือเปล่า ศิธาลงทุนสาบานและเป่าหูเกวลินว่า ม่านมัสลินสร้างข่าวให้ตัวเอง เกวลินอึ้ง

ด้วยความเป็นห่วง บัวบงกชโทร.นัดจิรดามาพบที่สตูดิโอของเธอ เพื่อถามว่าม่านมัสลินเป็นอย่างไรบ้าง จิรดา ยอกย้อน

“ก็ไม่เห็นจะเป็นยังไงนอกจากกระเหี้ยนกระหือรือ จะจับไอ้พวกวิปริตมือบอนให้ได้ แล้วคุณถามมธุรินหรือยังล่ะ ลูกสาวคุณอาจมีส่วนเกี่ยวข้องนะ” เห็นบัวบงกชนิ่ง จิรดาเยาะ “นึกแล้วว่าไม่กล้าถาม”

“มธุรินไม่มีนิสัยร้ายกาจแบบนั้น”

“แน่ใจเรอะ เวรกรรมน่ะมีจริง คุณตั้งใจจะทำลายความสงบสุขในครอบครัวฉัน โดยส่งนังม่านมัสลินเข้ามา เป็นยังไงล่ะ ครอบครัวคุณกลับแตกแยกไปคนละทาง แล้วที่ร้ายที่สุด ลูกของคุณกำลังจะทำร้าย ทำลายกันเอง”

บัวบงกชยืนยันว่ามธุรินไม่เกี่ยว จิรดาว่าถ้าคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจก็คิดไป พลันม่านมัสลินโทร.เข้ามาถามว่าแม่อยู่ที่ไหน บัวบงกชตื่นเต้นให้ถามไปว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง จิรดาจึงถาม ม่านมัสลินตอบว่าตนกำลังพยายามใช้สติอยู่ และไม่ลืมถามอีกว่าแม่อยู่ที่ไหนกับใคร

“คุณบัวบงกชไงล่ะ เขาพยายามแก้ตัวแทนลูกเขาว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องคลิปใหม่”

บัวบงกชตะโกนออกมาว่ามธุรินไม่เกี่ยวจริงๆ ม่านมัสลินบอกจิรดาว่าตนต้องวางสายแล้วเพราะม่านมุกเรียก จิรดาวางสายแล้วหันมาพูดยิ้มๆกับบัวบงกช

“เพื่อให้คุณสบายใจหายห่วง ฉันจะบอกให้ว่า คุณกานน

อยู่กับมัสลินด้วย เขาไปรับกันที่บ้านแต่เช้า เฮ้อ...สงสัยว่า ลูกคุณจะแย่งผู้ชายคนเดียวกันอีกแล้วล่ะ”

บัวบงกชสีหน้าเจ็บปวดอย่างมาก...

ม่านมัสลินเก็บมือถือ เห็นกานนเดินเข้ามา จึงบอกว่าแม่ตนอยู่กับแม่มธุริน เธอแก้ตัวว่าลูกสาวตัวเองไม่เกี่ยว กานนเห็นด้วยเพราะรู้นิสัยมธุริน ม่านมัสลินหมั่นไส้ประชดว่าตนเลวเอง

“คุณก็เป็นเสียอย่างนี้ ชอบประชดประชัน ลงโทษ ตัวเอง”

“ใช่ ใครที่ไหนจะดีเหมือนนางฟ้ามธุรินล่ะ”

กานนเคืองดึงแขนม่านมัสลินไว้จนเธอเซเข้ามาใน

อ้อมกอด เขาเอ็ดว่า “เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยแบบนี้ซักที”

“ไม่เลิก เลิกไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่นิสัย แต่กลายเป็นสันดานไปแล้ว ปล่อยฉันจะรีบไปหาคุณยาย” ม่านมัสลินผลักไสเขาออกแล้วเดินไปหาม่านมุกในบ้าน

ม่านมุกจะบอกว่าตนขอขึ้นไปเอนหลัง ให้กานน อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่ม่านมัสลินรีบพูดขึ้นว่า กานนกำลังจะกลับกานนสวนขึ้นว่า ถ้าคุณยายชวนแบบนี้ตนต้องอยู่ ม่านมุกจึงบอกให้ทั้งสองคุยกันฉันท์พี่น้องไปก่อน กานนยิ้มเย้ยไปทางม่านมัสลิน พลันมีเสียงกริ่งหน้าบ้าน กานนเดินออกมาชะเง้อมองเห็นเป็นพวกนักข่าว จึงให้ปิ่นออกไปรับหน้า ว่าม่านมัสลินไม่อยู่ ถ้าพวกเขาถามว่าทำไมรถตนจอดอยู่ก็ให้บอกไปว่า ตนมาเยี่ยมยาย กานนย้ำให้ปิ่นตั้งสติดีๆ

ม่านมุกซักถามม่านมัสลินว่ามีเรื่องอะไร ม่านมัสลินจึงต้องสารภาพว่ามีคนจ้องทำลายตน ม่านมุกปลอบว่า พวกนั้นจะต้องได้รับกรรม กานนมาบอกว่านักข่าวกลับไปแล้ว แต่ ตนเชื่อว่าเดี๋ยวจะต้องมีคนมาคอยเฝ้าบ้านแน่ ตนจะพาม่านมัสลินกลับไปก่อน

“คนเราหนีไม่ได้ตลอดไปหรอกค่ะ มัสจะให้สัมภาษณ์ จะได้หมดเรื่องหมดราวไปเสียที”

ม่านมุกเห็นด้วย แต่ม่านมัสลินบอกว่าไม่ใช่ที่นี่เพราะจะกลายเป็นกานนรู้เห็นเป็นใจ จะลุกลามไปกันใหญ่ ตนจะไปให้สัมภาษณ์ที่กองถ่าย ให้กานนอยู่ที่นี่ ตนขึ้นแท็กซี่ไปเอง แต่เขาไม่ยอม ใครจะลืออะไรก็ช่างตนไม่สนใจ ม่านมุกให้ไปด้วยกันน่ะดีแล้ว สองคนจึงไหว้ลา

ooooooo

ให้เผอิญ กองถ่ายหยุด คุณแต้วไปอเมริกา ม่าน-มัสลินจึงไม่รู้จะไปใช้สถานที่ที่ไหนให้สัมภาษณ์ดี กานนคิดสักพักแล้วเสนอว่า เขาจัดการเอง กานนพาม่านมัสลินไปหาบัวบงกช

ม่านมัสลินลังเลไม่ยอมลงจากรถ แต่กานนยื้อจะอุ้มเธอไปให้ได้ ผู้คนแถวนั้นมองกัน ม่านมัสลินจำต้องลงจากรถและตามเข้าไปในสตูดิโอของบัวบงกช เธอดีใจเมื่อเห็นม่านมัสลินมา บัวบงกชรู้ความต้องการของกานนแล้ว จึงสั่งทีมงานจัดแจงแต่งหน้าทำผมให้แต่ม่านมัสลิน และเธอจะบรี๊ฟคำพูดให้แต่ ม่านมัสลินแย้งว่า ตนมีคำพูดอยู่แล้ว บัวบงกชหน้าเสียเล็กน้อย

ภาพรายการสดออกอากาศ เตชและมธุรินได้ดูอยู่ที่บริษัท ม่านมัสลินยืนยันว่าคลิปที่ออกมาไม่ใช่ตน และตนจะไม่พิสูจน์เหมือนครั้งก่อน บัวบงกชช่วยยืนยัน

“ดิฉันขอยืนยันอีกคนค่ะ ว่าม่านมัสลินไม่มีวันทำลายตัวเอง เขากำลังมีอนาคตที่ดีรออยู่ ครอบครัวเธอก็เป็นครอบ ครัวใหญ่ มีกิจการเป็นของตัวเอง คลิปนี้น่าจะเป็นการแก้แค้นของคนร้ายที่พยายามทำลายมัสลินในคลิปแรก แต่ไม่สำเร็จ”

นักข่าวถามว่า พอจะทราบไหมว่าเป็นใคร ม่านมัสลินตอบว่า ทราบ ตนกำลังรวบรวมหลักฐาน บัวบงกชย้ำว่าใครที่คิดร้ายจะต้องได้รับกรรมในเร็ววันนี้...เตชปิดทีวีด้วยความโกรธที่บัวบงกชเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ทำไม มธุรินเดินน้ำตานองหน้าเข้ามาหา เตชตกใจลุกขึ้นกอดปลอบลูก

“ทำไมคุณแม่ทำอย่างนั้น ทำไมถึงต้องคอยปกป้องมันยิ่งกว่าเดียร์อีก”

“แม่เขาเป็นคนยุติธรรม ขี้สงสารชอบช่วยเหลือคนกำลังทุกข์ เดียร์ก็รู้นี่ลูก” เตชปลอบทั้งที่ตนเองก็แค้นใจ

มธุรินถามว่าม่านมัสลินใช่ลูกของแม่กับแฟนเก่าใช่ไหม เตชผงะรีบปฏิเสธว่าไม่จริง แล้วเผลอขึ้นเสียงให้ไปถามกันเอง มธุรินสะอื้น เตชรีบขอโทษที่หงุดหงิดใส่ มธุรินร้องไห้โฮ

“เดียร์เกลียดมัน เกลียดนังมัสลิน มันแย่งทุกอย่างไปจากเดียร์ ทั้งกานน คุณแม่ เดียร์เหลือแค่คุณพ่อคนเดียวเท่านั้น...” เตชกอดลูกสาวอย่างเวทนา

เสร็จการสัมภาษณ์ กานนไหว้ขอบคุณบัวบงกช เธอบอกทั้งสองคนอย่าเพิ่งกลับเพราะนักข่าวยังอยู่ข้างนอก ให้มานั่งทานของว่างไปพลางก่อน ม่านมัสลินแสดงท่าทีหมางเมินจนกานนต้องท้วงว่าบัวบงกชอุตส่าห์ช่วยสุดตัวโดยไม่กลัวปัญหาที่จะตามมา ม่านมัสลินย้อนถาม

“ปัญหาเรื่องสามีกับลูกของเขาจะไม่พอใจน่ะหรือคะ”

“ใช่ ผมยืนยันได้เลยว่าคุณอาจริงใจกับคุณมาก ผมไม่อยากให้คุณเอาเรื่องที่คุณไม่พอใจคุณอาเตชกับเดียร์มาปนกับเรื่องที่คุณอาบัวช่วยคุณ มันไม่ยุติธรรม”

ม่านมัสลินจึงยอมไหว้ขอบคุณ บัวบงกชซึ้งใจโผกอด กานนมองภาพนั้นอย่างเอาใจช่วย พอกลับมาที่บริษัท กานนก็เจอปัญหาอีก เพราะกุเทพไม่พอใจที่เขาเจ้ากี้เจ้าการช่วยม่านมัสลิน

ooooooo

ooooooo

จิรดาไม่พอใจต่อว่าม่านมัสลินที่ไปออกรายการ

บัวบงกช แต่ม่านมัสลินนิ่งเฉย เดินเข้าห้องครุ่นคิดถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดของบัวบงกชที่ตนได้รับ... จิรดาเจ็บใจ มาด่าว่าบัวบงกชที่สตูดิโอ ว่าต้องการจะแย่งม่านมัสลินกลับไปใช่ไหม บัวบงกชโต้ว่าตนแค่ อยากช่วยจริงๆ

“อย่าล้ำเส้นอีกเด็ดขาด ไม่ยังงั้นฉันจะยุยงให้นังมัสมันเกลียดแก เกลียดมากกว่านี้อีกไม่รู้กี่เท่า อย่านึกว่าฉันทำไม่ได้นะ”

“ฉันหวังดีจริงๆ ไม่เชื่อถามคุณกานนดูก็ได้....”

จิรดาได้ยินยิ่งไม่พอใจ

ในขณะที่พินสุดาสะใจกับผลงานคลิป บีบบังคับมธุรินให้ออกมาเลี้ยงอาหารพวกตน  มธุรินออกตัวว่าตนไม่เกี่ยว แต่พินสุดาย้อนว่า คนที่ได้ประโยชน์คือเธอ ภายในร้านกุเทพนั่งทานอาหารกับเพื่อนได้ยินคำพูดทุกอย่างแกล้งตะโกนเรียกเช็กบิล มธุรินกับพินสุดาหน้าเสีย พินสุดาตามกุเทพออกมานอกร้าน ทำทีเป็นทักทายและพูดให้ร้ายมธุรินว่ามาเลี้ยงฉลองงานสำเร็จ

“เกี่ยวกับมัสลินหรือเปล่า” กุเทพถามตรงๆ

“กิ๊บบอกไม่ได้จริงๆค่ะ เดียร์เป็นเพื่อนกิ๊บ กิ๊บต้องปกป้องเพื่อน”

กุเทพระอาขอตัวกลับ...พินสุดากลับเข้ามาในร้าน รีบบอกมธุรินว่า ตนช่วยแก้ตัวให้แต่ดูเหมือนกุเทพจะรู้ระแคะระคาย มธุรินร้อนใจหยิบมือถือมาจะกดหากุเทพ

พินสุดารีบดึงมาแล้วบอกว่าอย่าร้อนตัวไป กุเทพอาจจะไม่คิดไปไกลขนาดนั้นก็ได้ มธุรินกลัดกลุ้ม

กลับบ้านเจอบัวบงกชรออยู่ จึงปรี๊ด “คุณแม่ทำอย่างนั้นทำไม คุณแม่อุตส่าห์จับมันยัดเยียดใส่รายการของตัวเอง ออกโรงปกป้องมัน โดยไม่นึกถึงคุณพ่อกับเดียร์เลย เดียร์ไม่เข้าใจ”

บัวบงกชตะล่อมว่าแค่เห็นเป็นผู้หญิงอายุไล่เลี่ยกับลูก มธุรินย้อน หรือว่าเป็นลูกกันแน่ บัวบงกชตกใจ มธุรินต่อว่า “คุณแม่ทำให้คุณพ่อกับเดียร์ทั้งเจ็บปวด ทั้งอับอาย โดยเฉพาะคุณพ่อ เดียร์รู้ว่าท่านรักคุณแม่มาก แต่คุณแม่กลับไม่สนใจท่านเลย คุณแม่ใจดำที่สุด หลังจากวันนี้ไป

หลังจากที่คุณแม่ออกมาปกป้องนังมัสลินยิ่งกว่าลูก คุณพ่อจะต้องเจอสายตาทุกสายตาที่มองเหมือนถามคุณพ่อว่า ภรรยาคุณมีชู้หรือเปล่า”

บัวบงกชถึงกับผงะด้วยความตกใจ มธุรินขึ้นห้องไป ไม่ทันไร เตชโทร.เข้ามาบอกบัวบงกช ว่าเขาพร้อมที่จะหย่าให้แล้ว เขาขอโทษสำหรับทุกสิ่ง เขารู้แล้วว่าการได้แต่ตัวแต่ไม่ได้หัวใจมันเจ็บปวดแค่ไหน บัวบงกชอึ้งพูดไม่ออก น้ำตาไหลพราก...เตชวางสายแล้วขบกรามแน่น สบถว่า...

ภาษิต แกได้เมียฉันไป ฉันก็ได้เมียแกมาเหมือนกัน...

ว่าแล้ว เตชก็โทร.นัดจิรดาออกมาพบกันที่ร้านอาหาร ด้วยเหตุผลที่ว่ามาปรับทุกข์ตามประสาคนถูกทิ้งด้วยกัน...

จิรดายิ้มกริ่ม ลุกขึ้นมาแต่งตัวเฉิดฉายจนม่านมัสลินกับพัดงง แถมเรียกคนขี่มอเตอร์ไซค์วินหน้าปากซอยมาเป็นโชเฟอร์ขับรถคันใหม่ให้

จิรดาเดินกรีดกรายเข้ามาหาเตชในบริษัท เตชตกใจเกรงมธุรินออกมาเห็นจึงรีบพาจิรดาออกไปเลยลืมมือถือไว้บนโต๊ะทำงาน จิรดาบอกเตชว่าจะกลับมาคบกันคราวนี้ต้องเปิดเผย เพราะตนไม่ได้อยู่ในสถานะเดิมแล้ว เตชแย้งไม่เกรงใจลูกบ้างหรือ

“ไม่ ฉันเลี้ยงลูกให้เป็นลูก ไม่ได้เลี้ยงให้เป็นแม่” จิรดาแขวะและย้ำว่าตนไม่ใช่ของตาย

เตชสั่งเลขาหน้าห้องให้บอกมธุรินว่าตนออกไปกับลูกค้า จิรดาให้เงินคนขับรถให้รออยู่ที่นี่ ตนจะไปรถเตช เตชถามทำไมไม่ให้กลับไปก่อน จิรดาย้อนถามว่าจะไปส่งตนหรือ เตชส่ายหน้าให้กลับแท็กซี่จะได้ไม่เอิกเกริก จิรดา ไม่เอาตนไม่นั่งแท็กซี่เหมือนแต่ก่อน เตชแขวะลืมไปว่าเป็นลูกเศรษฐีแล้ว จิรดาบอกตนไม่ได้ใช้เงินเศรษฐี ตนใช้แค่เงินลูกก็เหลือเฟือแล้ว และมื้อนี้ตนก็จะเป็นคนเลี้ยงเอง ระหว่างทานอาหาร เตชซักถามว่าม่านมัสลินเป็นลูกเธอจริงหรือเปล่า จิรดาตอบเยาะๆว่าจริง...หลังจากนั้น จิรดาก็โทร.เยาะเย้ยบัวบงกชว่าตนไปทานข้าวกับเตชมา บัวบงกชสะท้อนใจ เพราะอย่างนี้นี่เอง เตชถึงอยากหย่ากับตน

กานนมารอรับม่านมัสลินที่กองถ่ายแล้วพาไปบ้านตามคำสั่งเจ้าสัว อุษยาไม่พอใจแอบโทร.เรียกมธุริน เผอิญก่อนหน้านี้กุเทพโทร.บอกว่าจะมารับ โดยไม่ฟังคำปฏิเสธของเธอ มธุรินรับสายอุษยา กุเทพยืนตรงหน้าพอดี เธอจึงบอกอุษยาว่าเพื่อนมารับ อุษยาให้ชวนเพื่อนมาด้วย

“ถ้าเดียร์พาไปจริงๆคุณอาจะทานข้าวไม่ลงน่ะสิคะ เพราะเพื่อนคนนี้เป็นคนมูมมามทานข้าวไม่ใช้ช้อนกลาง แถมชอบคุยทั้งๆที่ข้าวเต็มปาก น้ำลายกระเด็นลงกับข้าว” มธุรินมองกุเทพ

“แหวะ ถ้ายังงั้นก็อย่าพามาเลย แล้วหนูก็ไม่ควรคบเพื่อนไร้อารยธรรมอย่างนั้นนะจ๊ะ”

มธุรินมองหน้ากุเทพยิ้มๆรับคำอุษยา กุเทพนิ่วหน้าฟัง พอเห็นเธอวางสายจึงถามว่าใครโทร.มา เธอตอบว่าญาติผู้ใหญ่ กุเทพว่าเพื่อนคนที่พูดถึงทุเรศมากเลย มธุรินสวนออกไปว่าหมายถึงเขา กุเทพร้องเฮ้ย...

อุษยาไม่ยอมแพ้ กดโทร.หาพินสุดาอีกคน แต่พอพินสุดารู้ว่ามธุรินไม่ว่างไปทานข้าวกับเพื่อนก็สังสัยว่าต้องเป็นกุเทพ จึงขอตัวเช่นกัน

เจ้าสัวให้กานนพาม่านมัสลินออกมาเดินชมกล้วยไม้ที่ตนปลูก เพื่อรอเวลาทานข้าว กานนทำทีชวนคุยว่าคลิปครั้งนี้ไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่ แล้วค่อนขอดถ้าเขาไม่ไปรอที่กองถ่ายก็คงไม่มีโอกาสได้พบเธอ ม่านมัสลินตอบนิ่งๆว่าเราไม่ควรพบกันบ่อย   

กานนสวน “เพราะจะทำให้เราผูกพันกัน”

“อย่าพูดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยค่ะ” ม่านมัสลินเมินหน้าหนี

“ถ้าผมเห็นแก่ตัวสักนิดแล้วรักคุณน้อยกว่านี้สักหน่อย อะไรมันก็คงง่ายขึ้น”

ม่านมัสลินบอกให้กานนกลับไปหามธุริน แต่เขาตอบว่า เขาคงไปหาใครไม่ได้อีกนอกจากหนีไปให้ไกลสักพัก ม่านมัสลินน้ำตารื้นขึ้นมาจนต้องเบือนหน้าไปทางอื่น... อุษยาเดินมาบอกให้กานนเข้าไปหาเจ้าสัวก่อน ตนขอคุยกับม่านมัสลิน

อุษยาเตือนม่านมัสลินว่า ตอนนี้เธอได้เข้ามาเป็นเครือญาติ ฉะนั้นไม่ควรทำตัวสนิทชิดเชื้อกับพี่น้องจนน่าเกลียด เงินทองก็ได้รับการแบ่งปันจากเจ้าสัวพอสมควรแล้ว น่าจะออกไปจากชีวิตกานนกับกุเทพเสียที

“เงินทองพวกนั้น ทั้งแม่ทั้งมัสไม่ได้แตะต้องเลยค่ะ เราใช้เฉพาะที่มัสหาได้ คุณอาคงต้องห้ามสองคนนั่นเอง ไม่ให้มาหามัสเพราะมัสไม่ได้ไปหาใครแน่นอน”

อุษยากับม่านมัสลินเดินกลับเข้ามาในบ้าน สีหน้าม่านมัสลินดูเศร้าลงจนกานนสังเกตได้

ด้านกุเทพขณะนั่งทานข้าวกับมธุริน เขาซักถามเธอว่าร่วมวางแผนทำลายม่านมัสลินใช่ไหม มธุรินตกใจมือไม้สั่น น้ำตารื้นปฏิเสธพัลวันแล้วลุกหนีกลับไปขึ้นรถ เธอฟุบหน้าร้องไห้กับพวงมาลัย กุเทพเปิดประตูเข้ามานั่งข้าง เธอสะดุ้ง กุเทพมาทวงคำตอบ มธุรินว่าพินสุดาโกหก

“ผมว่าพวกคุณโกหกทั้งสองคนนั่นแหละ ผมเห็นกับตาได้ยินกับหู พวกคุณมาเลี้ยงฉลองกันที่ทำงานสำเร็จ”

มธุรินตั้งสติได้ตอบว่าพวกตนไม่ได้พูดว่างานอะไร กุเทพว่าพวกเธอขี้อิจฉาเหมือนกันถึงได้คบกันได้ มธุรินโกรธไล่กุเทพลงจากรถ กุเทพโพล่งขึ้น มิน่ากานนถึงทิ้ง มธุรินร้องกรี๊ดๆ

“คืนนั้น พวกคุณก็ช่วยกันวางแผนจะจับผมใช่ไหม แผนเดิมคงจะเป็นกิ๊บ แต่เกิดความผิดพลาด ถึงได้กลายเป็นคุณแทน คุณถึงไม่ยอมให้ผมรับผิดชอบ แต่ถ้าเป็นอาปลิว คุณคงรับแทบไม่ทัน” กุเทพรุก มธุรินปรี๊ดแตกทุบตีด่าว่าเขาเลว กุเทพโต้ “ยังเลวไม่เท่าคุณมั้ง ผมจะไปบอกอาปลิว”

“ฉันไม่ได้ทำ จะต้องให้พูดยังไงถึงจะเชื่อ” มธุรินร้องไห้โฮ

“ผมไม่มีวันเชื่อคุณอีกแล้ว ถ้ายังไม่หยุดทำร้ายมัสลิน ผมนี่แหละจะตอบแทนให้สาสม”

กุเทพลงจากรถไป ปล่อยมธุรินร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ลำพังในรถ

ooooooo

เมื่อคิดทบทวนจนแน่ใจว่าพินสุดาให้ร้ายตน มธุรินขับรถมาด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน พอพินสุดามาเปิดประตูบ้าน เธอก็ขับรถปราดเข้าเฉี่ยวจนพินสุดากระโดดหลบร้องโวยวาย เข้าไปเปิดประตูรถจะต่อว่า แต่มธุรินลงมาตบพินสุดาจนเซถลาร้องลั่น

“มันยังไม่ถึงครึ่งที่แกทำกับฉัน” มธุรินตวาดใส่

“คิดว่าแกมีมือมีตีนคนเดียวเรอะ” พินสุดาตกใจกราดเกรี้ยวเข้าตบตอบ

สองสาวกอดปล้ำตบกันนัว มธุรินสู้พินสุดาไม่ค่อยได้ พีระพลกลับมาเจอรีบเข้าไปห้ามแต่กลับโดนลูกหลงของสองสาวจนน่วมไปด้วยกว่าจะแยกสองสาวออกจากกันได้ มธุรินกลับไป พีระพลคุยกับพินสุดาอย่างกังวลว่า มธุรินบุกมาตบเป็นเรื่องไม่น่าเป็นไปได้ มันต้องมีอะไรแน่ สองพี่น้องสงสัยต้องเป็นกุเทพแน่

มธุรินกลับบ้าน บัวบงกชตกใจเมื่อเห็นหน้าลูกสาวบวมช้ำ แถมยังบอกว่าไปตบกับพินสุดามา ไม่ทันไร พินสุดาโทร.หา มธุรินกรอกเสียงอย่างโกรธแค้น

“อย่าโทร.มาอีก แกกับฉันเลิกคบกัน”

“แน่ใจนะเดียร์ เลิกคบกับฉันแล้วแกจะเหลือใคร จะหันไปหานังมัสลิน มันก็คงยอมเป็นเพื่อนแกหรอก ทำกับมันซะขนาดนั้น” พินสุดาเยาะ

“ฉันคบกับใครก็ไม่เกี่ยวกับแก” พูดจบมธุรินวางสาย

พินสุดาเจ็บใจ เคียดแค้นจะสั่งสอนให้รู้สึก...บัวบงกชเป็นห่วงลูกจนต้องโทร.ไปถามกุเทพว่ารู้ไหมว่ามธุรินกับพินสุดามีปัญหาอะไรกันถึงขั้นตบตี กุเทพพลอยตกใจไปด้วย

วันรุ่งขึ้น กุเทพไปหามธุรินที่ออฟฟิศ เห็นเธอสวมแว่นอันโตปกปิดใบหน้าจึงถามว่าตบตีกันไม่อายเทวดาฟ้าดินบ้างหรือ มธุรินโกรธเข้าใจว่าพินสุดาฟ้อง กุเทพว่าเขาอยากฟังจากเธอ

“ฉันไม่มีอะไรจะพูด เพราะถึงพูด คุณก็ไม่เชื่อ” กุเทพให้ลองเล่าดู แต่มธุรินย้อน “เสียน้ำลาย แถมยังเมื่อยปากอีก”

“ต้องเป็นอาปลิวถามใช่ไหม คุณถึงจะตอบ...งั้นก็ต้องขอโทษที่สะเออะมารบกวนคุณ” กุเทพไม่พอใจที่เห็นมธุรินนิ่ง เขาจึงกลับออกไป มธุรินทำท่าจะเรียกแต่เปลี่ยนใจ

กุเทพเดินมาหน้าลิฟต์ เลขามาตามบอกว่าเตชเชิญไปพบ พอกุเทพเข้ามา เตชก็พูดอย่างไม่เกรงใจว่า เขาไม่ต้องการทั้งอาและหลานมายุ่งกับลูกสาวเขา กุเทพกลืนน้ำลายไม่ตอบโต้ยกมือไหว้ลากลับทันที

ooooooo

ระหว่างที่ม่านมัสลินถ่ายละครอยู่ จิรดาโทร.บอกว่าม่านมุกหกล้ม ตนพาไป โรงพยาบาลและกลับบ้านแล้ว ม่านมัสลินโล่งอก เสร็จงานจะรีบไปให้แม่โทร.บอกเจ้าสัว แต่ม่านมุกดักคอไว้ก่อนว่าอย่าโทร.บอกเจ้าสัว เดี๋ยวจะวุ่นวายกันยกใหญ่

ถ่ายละครเสร็จ ม่านมัสลินกำลังจะขับรถไปบ้านสวน นึกได้โทร.บอกกานนว่ายายหกล้ม

“เอาอีกแล้ว ดูแลกันยังไง แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า” กานนตกใจ

“หัวไหล่หลุด เอ็นขาดน่ะค่ะ ไปหาหมอมาเรียบร้อยแล้ว มัสฝากช่วยบอกคุณตาด้วย”

กานนถามว่าเธออยู่ที่ไหน ม่านมัสลินบอกว่ากำลังจะไปบ้านสวน กานนจะไปรับเจ้าสัวแล้วตามไป...พอเจ้าสัวรับโทรศัพท์ จากกานนให้เตรียมตัวไว้ ก็ร้อนใจเป็นห่วงม่านมุก สั่งอุษยาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้ที ตนจะไปค้างดูแลม่านมุก อุษยาบ่นตามประสา

“โอ๊ย คุณพ่อถามเขาหรือเปล่าคะว่าจะให้ค้างมั้ย เดี๋ยวก็หน้าแตกกลับมาหร้อก”

“บ่นอะไรนังอุษ ตอนหนุ่มสาวไม่ได้ดูแล ก็ขอดูแลตอนแก่นี่แหละ อีกไม่เท่าไหร่ก็จะตายจากกันแล้ว” เจ้าสัวเอ็ด...

ตกเย็น ม่านมุกเห็นทุกคนมานั่งหน้าสลอนก็ถอนใจส่ายหน้าเพราะตนไม่ได้เป็นอะไรมาก เจ้าสัวว่าอย่าทำเป็น อวดเก่งเลย ม่านมุกโต้

“ไม่ได้อวดค่ะ แต่เก่งจริงๆไม่งั้นอยู่ไม่ได้มาจนป่านนี้หรอก เลี้ยงทั้งลูก ทั้งหลาน เขาเรียกอะไรนะ”

“ซิงเกิ้ลมัมค่ะ” ม่านมัสลินตอบแทน

“หนูก็ซิงเกิ้ลมัมเหมือนกัน” จิรดารีบบอกบ้าง

เจ้าสัวชมเก่งทั้งนั้น กานนขำพยักเพยิดม่านมัสลินให้ออกไปเดินเล่นกัน ปล่อยเจ้าสัวกับม่านมุกตกลงกันเอง เจ้าสัวเห็นหลานๆออกไปจึงหันมาไล่ลูกๆ จิรดากับอุษยาให้ออกไปบ้าง ตนจะอยู่ดูแลม่านมุกเอง ม่านมุกจึงประกาศว่า ตนขอยืนยันประโยคเดิมว่า บ้านใครบ้านมัน...

กานนเดินคุยกับม่านมัสลินในสวน กานนบ่นว่าคนแก่นี่ทิฐิมาก ม่านมัสลินแย้งว่า

“ไม่ได้เถียงแทนคุณยายหรอกนะคะ คุณตาเองท่านก็เมตตามัสมาก แต่คนเราเจ็บแล้วต้องจำค่ะ” พอกานนถามแล้วเธอล่ะ ม่านมัสลินตอบว่า “มัสเป็นหลานคุณยาย เป็นลูกแม่ ก็คงไม่ต่างกันนักหรอกค่ะ” ทั้งสองนิ่งมองกันสักครู่

กานนนึกได้ว่าตอนบ่ายดุสิตโทร.มาบอกว่า คิมรู้สึกตัวแล้ว ม่านมัสลินดีใจน้ำตาคลอ กานนหึงประชดว่าไปเยี่ยมเลยสิ ม่าน–มัสลินลุกขึ้นจะไปทันที กานนดึงเธอไว้

“ไม่ต้องรีบร้อนนักหรอก นี่มันจะค่ำอยู่แล้ว”

“แล้วเมื่อกี้คุณบอกให้ไปทำไม” กานนพูดไม่ออก ม่านมัสลินสะบัดแขนและบอกว่า ถึงค่ำตนก็จะไปเพราะเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อตน

“คุณก็พูดอยู่แค่นี้แหละ” กานนไม่พอใจ

“ใช่ แล้วมัสก็จะพูดอยู่อย่างนี้ตลอดไป เพราะมันเป็นความจริง” ม่านมัสลินเดินเข้าบ้าน

ขออนุญาตม่านมุกกับเจ้าสัว กานนตามมา เจ้าสัวรีบบอกว่าค่ำแล้วให้กานนพาไป ม่านมัสลินจะไปคนเดียว ทั้งเจ้าสัวและม่านมุกพูดพร้อมกันว่า...ไม่ได้ กานนยิ้มกริ่ม

พอมาถึงสถานพักฟื้น ม่านมัสลินท่าทางกระตือรือร้นจนกานนหมั่นไส้ แขวะว่าไม่ต้องรีบขนาดนั้น ม่านมัสลินว่าตนดีใจและคิมเห็นตนก็ต้องดีใจเช่นกัน กานนประชดจะแต่งงานเลยหรือเปล่า เธอตอบว่าแน่นอนถ้าคิมพร้อม กานนยิ่งหงุดหงิด... แต่พอเข้ามาเห็นคิม ซึ่งนั่งเหม่อตาลอย จำใครไม่ได้เลย ดุสิตบอกว่าหมอบอกต้องใช้เวลาสักระยะกว่าความทรงจำจะกลับมา

ม่านมัสลินน้ำตาปริ่ม “ไม่เป็นไรค่ะ มัสจะพยายามช่วยฟื้นความทรงจำให้คุณเอง”

คิมขยับตัว ม่านมัสลินช่วยประคอง เขาสะดุ้งเฮือกท่าทางหวาดกลัว ดุสิตบอกว่าคิมยังไม่ไว้ใจใคร ม่านมัสลิน น้ำตาไหลด้วยความสงสาร กานนเห็นแล้วสลดใจไปด้วย...ขณะเดินกลับออกมา กานนบอกม่านมัสลินว่าเขาเสียใจด้วย เธอกลับหาว่าเขาน่าจะดีใจมากกว่า

“ผมไม่ใช่คนใจยักษ์ใจมารขนาดนั้น ถึงผมจะไม่อยากให้คุณแต่งงานกับเขาก็เถอะ”

“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมคุณคิมถึงจำมัสไม่ได้” ม่านมัสลินคร่ำครวญ

กานนปลอบว่า เรื่องของสมองต้องใช้เวลาและคิมรักเธอมากขนาดยอมเสี่ยงชีวิต เขาต้องจำเธอได้แน่นอน ม่านมัสลินยังคงซึมเศร้า...สองคนกลับมาเล่าให้เจ้าสัวกับม่านมุกฟัง ทั้งสองปลอบใจว่าคิมเป็นคนดี คุณพระคุณเจ้าต้องคุ้มครอง

อุษยาเริ่มเบื่อ ชวนเจ้าสัวกลับ กานนแปลกใจไม่ค้างแล้วหรือ เจ้าสัวตอบว่าม่านมุกไม่ยอมให้ค้าง ม่านมัสลินมองยายเชิงถาม ม่านมุกตอบว่าตนเคยชินกับการอยู่คนเดียวมานาน ถ้ามีใครนอกจากปิ่นกับพัด ตนก็อึดอัด ขอแค่คิดถึงแล้วมาหากันก็พอ ทุกคนฟังอย่างเข้าใจ

ooooooo

ศิธาโทร.บอกพีระพลกับพินสุดาว่าคิมรู้สึกตัวแล้ว คนของตนที่ให้คอยเฝ้าดูอยู่ เห็นคิมนั่งรถเข็นออกมาเปิดหูเปิดตา สองพี่น้องตกใจ พีระพลรีบไปหาศิธาเพื่อพากันไปขอให้ศักดาช่วย

ศักดาตบหัวทั้งสองคนด้วยความโกรธ “ไอ้พวกโง่ เห็นหรือยังว่าฆ่าคนไม่ตายแล้วมันเดือดร้อนขนาดไหน จะฆ่าต้องฆ่าให้ตาย ไม่ให้มันลุกขึ้นมาชี้ตัวพวกแกได้”

ศิธาอ้อนวอนขอให้พ่อช่วย ศักดาเรียกกำธรลูกชายคนโตมาปรึกษา เพราะแม็กกี้ต้องเอาตายแน่ กำธรหมั่นไส้พีระพลอยู่ก่อน พอพีระพลเสนอไอเดียให้ทำเหมือนเป็นอุบัติเหตุ กำธรถามจะทำอย่างไร เขาตอบไม่ได้ กำธรก็ตบหัวป้าบไม่รู้แล้วเสนอทำไม พีระพลจ๋อย...ไม่ทันไร เกวลิน โทร.มาชวนศิธาไปเยี่ยมคิม ศิธาดีใจอุทานออกมาเสียงดัง ทำให้พีระพลตกใจถามว่าอะไร เกวลินได้ยินเสียงรีบถามว่าเสียงใคร ศิธาแก้ตัวว่าเสียงพี่ชาย พ่อให้มาคุมแจ

พีระพลหมั่นไส้ ศิธาปลอบว่าเป็นโอกาสดีที่ตนจะได้ไปดูลาดเลา ว่าแล้วสองคนก็เดินโอบเอวกันไป ศักดากับกำธรเห็นมองอย่างเอาเรื่อง สองคนผละออกจากกัน

ศิธารับเกวลินแล้วพาไปที่สถานพักฟื้น ทำทีเป็นขอรอในรถเพราะเกรงเจอกับดุสิต แต่พอเกวลินบอกว่าวันนี้ไม่มีใครเฝ้าเพราะติดงานกันหมด ศิธาจึงรีบเข้าไป คิมมองศิธาด้วยสายตาประหลาดแวบหนึ่งก่อนจะเมินมองทางอื่น...ศิธากลับมาเล่าให้ศักดากับกำธรฟังถึงอาการของคิม ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะพูดและจำอะไรได้ ศักดาจึงสั่งกำธรให้ลงมือทำให้เหมือนอุบัติเหตุ อย่าให้ใครสงสัยพวกตน...

ดุสิตกับกานนมาคุยกับม่านมัสลินที่กองถ่ายระหว่างพัก ดุสิตบอกว่าแม็กกี้ออกจากวัดมาดูคิมแล้วต้องเดินทางกลับฮ่องกง เพราะพ่อของคิมเจ็บหนัก ม่านมัสลินสงสารครอบครัวคิม กานนปลอบไม่ต้องกังวล ดุสิตจะดูแลคิมเอง ม่านมัสลินจึงบอกดุสิตว่า อีกประมาณสองอาทิตย์ปิดกล้องแล้วตนจะไปดูแลแทน กานนแขวะว่าดุสิตเป็นเพื่อนดูแลกันดีกว่าอยู่แล้ว ม่านมัสลินแย้งว่าตนต้องรับผิดชอบ สองคนเริ่มเถียงกันอีก ดุสิตรีบห้ามทัพและบอกให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองกันไปดีกว่า ม่านมัสลินค้อนขวับกลับทำงานต่อ ดุสิตหันมาเตือนกานน

“คุณมัสเป็นห่วงคุณคิมมาก คุณไม่ควรไปขัดคอเธอ คนเป็นเนื้อคู่กัน ให้ยังไงก็ไม่มีใครมาแยกจากกันได้ คุณต้องทำใจ อะไรที่มันเป็นของเรา ก็ต้องเป็นของเราอยู่วันยันค่ำ แต่ถ้าไม่ใช่ก็คงมีอันเป็นไป” ดุสิตถอนใจก่อนจะเปรยว่า “ผมน่ะยิ่งกว่าคุณอีก”

กานนแปลกใจถามว่าจริงหรือ ดุสิตยิ้มแล้วจะเล่าให้ฟัง...พอม่านมัสลินรู้ว่าเกวลินพาศิธาไปเยี่ยมคิม ก็มาต่อว่าถึงร้าน ว่าทำไมเตือนแล้วไม่ฟัง ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกจะทำอย่างไร เกวลินโกรธไล่ม่านมัสลินกลับไป...ดุสิตรู้เรื่องรีบโทร.บอกกานนไปดูแลม่านมัสลินหน่อย ตนจะไปดูเกวลิน แต่พอดุสิตเตือนเกวลิน ก็ถูกเธอไล่ออกจากร้านเช่นกัน ดุสิตได้แต่หนักใจ

ooooooo

ในรอยรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด