เรื่องย่อละคร
“นุ่ม เบา สบาย...ก่อนตายต้องได้ลอง”
นี่คือสโลแกนแบรนด์รองเท้าในฝันของ พริม (รณิดา เตชสิทธิ์) สาวสวยกำพร้าสู้ชีวิตวัย 23 ปีผู้มีความหลงใหลเรื่องรองเท้าชนิดเข้าเส้นเลือด พริมมุ่งมั่นตั้งใจว่าสักวันเธอจะมีแบรนด์รองเท้าเป็นของตัวเอง เพื่อสานฝันของพาพร (เปียเชอร์ คริสเตนเซ่น) แม่ซึ่งเป็นอดีตช่างเย็บรองเท้าให้สำเร็จ และเพื่อตามหา “เขา” ผู้ชายคนเดียวที่ได้ครอบครองหัวใจของเธอ แม้ว่าเขาจะทิ้งเธอกับแม่ไปตั้งแต่เธอยังไม่เกิดก็ตาม
พริมอาศัยอยู่กับแม่ตั้งแต่เกิด แม่หาเลี้ยงพริมด้วยอาชีพช่างเย็บรองเท้า ครอบครัวของแม่ทำอาชีพนี้มาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่าตายาย แม่จึงเป็นช่างเย็บรองเท้าที่มีฝีมือมาก แต่พวกเขาไม่มีโอกาสที่ดี พาพรจึงเป็นได้แค่เจ้าของร้านเย็บรองเท้าริมถนน..แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่พริมใช้ชีวิตกับแม่อย่างมีความสุขเหลือเกิน...
เมื่อแม่จากไปเมื่อตอนพริมอายุแค่สิบขวบ พริมย้ายไปอาศัยอยู่กับ ลุงรัก (จาตุรงค์ พลบูรณ์) กับ ป้ารำไพ (เจเน็ต เขียว) ญาติแท้ๆที่จังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย พริมกลับเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ พริมเลือกที่จะเรียนที่ ม.ราม เพื่อจะได้หางานทำไปด้วย พริมไม่เคยเกี่ยงงาน ขอให้เป็นงานที่สุจริตและเกี่ยวกับรองเท้า พริมทำได้หมด พริมเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับลงเรียนคอร์สออกแบบดีไซน์ เพื่อทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง และตอนนี้พริมได้มาทำงานเป็นพนักงานขายรองเท้าอยู่ที่ห้างดังกลางกรุง...
วันหนึ่งพริมทะเลาะกับ แองจี้ เพื่อนร่วมงานตัวแสบ เหตุเพราะนางมัวแต่ก้มแชทมือถือ จึงไม่ได้ดูแลลูกค้าที่มายืนรอนานแล้ว พริมก็เลยเข้าไปช่วยให้คำแนะนำแทนจนลูกค้าพอใจสั่งซื้อรองเท้ากับพริมไปหลายคู่ แองจี้หาว่าพริมตั้งใจแย่งลูกค้าก็เลยเรียกก๊วนเพื่อนมารุมพริม
งานนี้ร้อนถึง บุสกร (ฑาริกา อินสุวรรณ) และ ปริตา (ลลินา ชูเอ็ทท์) เพื่อนสนิทของพริมที่อยู่แผนกกีฬากับแผนกเสื้อผ้าสตรี ต้องรีบมาช่วยเสริมทัพให้พริม ทั้งสองฝ่ายทะเลาะตบตีกันจนวุ่นวายไปทั้งห้าง แต่พวกพริมกลับถูกหัวหน้าแผนกไล่ออกเพราะแองจี้เป็นคนของพัชรา (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) หญิงวัย 50 กว่าปีภรรยาของ บารมี (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) เจ้าของห้าง
พริมรู้สึกได้ตั้งแต่มาทำงานแรกๆ ว่าพัชราไม่ชอบขี้หน้าเธอ แต่พริมก็ไม่เคยรู้ตัวว่าเธอไปทำอะไรให้พัชรา ซึ่งพัชราเองก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกันว่า...ทำไมถึงไม่ชอบหน้าเด็กชื่อพริมตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า
อาจเป็นเพราะว่าหน้าตาของพริมมีส่วนละม้ายคล้าย “ใครบางคน” ที่เธอเกลียดฝังใจ
ทว่าความวุ่นวายของชีวิตพริมยังไม่หมดเพียงเท่านั้น...เพราะจู่ๆ ลุงรักโทรมาตามให้พริมรีบลงไปที่ภูเก็ต เพื่อช่วยเกลี่ยกล่อมให้ ป้ารำไพยอมลงจากต้นไม้ !
สาวๆ อาศัยช่วงว่างงานลงไปภูเก็ตกันด้วย เมื่อไปถึงสามสาวจึงรู้ว่าสาเหตุที่ป้ารำไพทำเช่นนั้นก็เพราะอยากจะประท้วงให้ลุงรักหยุดพูดเรื่องไปเที่ยวยุโรปสักที ก่อนหน้านั้นลุงรักกดมือถือส่งรหัสใต้ฝาเครื่องดื่มชาเขียว แล้วโชคดีได้รางวัลไปทัวร์ยุโรปนานกว่าสองอาทิตย์เป็นจำนวน 2 ที่ แต่ป้ารำไพยืนกรานไม่ยอมไปเพราะต้องทำหน้าที่คุณแม่บ้านดูแลคฤหาสน์ให้ คุณปรีชา (อนันต์ บุนนาค) เศรษฐีอารมณ์ดีวัย 60 ปีที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก แต่พริมไม่อยากให้ลุงกับป้าเสียโอกาสดีๆ ไป พริมกับเพื่อนอาสาจะดูแลคฤหาสน์ให้เอง ป้ารำไพถึงได้ยอม
การได้เข้าไปอยู่ในคฤหาสน์เป็นเสมือนความฝันของพริมและเพื่อนๆ บุสกรตื่นเต้นกับห้องออกกำลังกายที่มีเครื่องออกกำลังกายครบครันตามประสาสาวห้าวรักกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ บุสกรใฝ่ฝันอยากให้น้องๆ ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเติบโตมามีสุขภาพที่ดี และห้องเสื้อผ้าที่มีตู้เสื้อผ้าอลังการดาวล้านดวงก็สร้างความตื่นเต้นให้กับปริตา...สาวอ่อนหวานที่รักเรื่องเสื้อผ้า เพราะแม่ของเธอเป็นช่างตัดเสื้อผ้าอยู่ในสลัมบ้านของเธอ แต่สิ่งที่ทำให้พริมตื่นเต้นได้มากที่สุดก็คือ..การ์ดเชิญถึงคุณปรีชาให้ไปร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีที่ “P.Paul” บริษัทผลิตรองเท้าชื่อดังจากฝรั่งเศสจะจับมือกับบริษัทสิ่งทอของประเทศไทยผลิตรองเท้าเพื่อคนไทย ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นที่โรงแรมมุกทะเล..โรงแรมระดับห้าดาวที่อยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์
สาเหตุที่พริมตื่นเต้นเพราะ“P.Paul” มีนโยบายสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้ออกแบบรองเท้าให้กับแบรนด์ มีดีไซเนอร์หน้าใหม่แจ้งเกิดเพราะ“P.Paul” มาแล้วนับไม่ถ้วน พริมฝันไปไกลว่าอยากให้รองเท้าที่เธอออกแบบไว้ได้รับการสนับสนุนจาก “P.Paul” ดังนั้นสิ่งแรกที่พริมต้องทำคือ...ทำให้เจ้าของ
“P.Paul” เห็นผลงานออกแบบรองเท้าของเธอให้ได้ และแล้วแผนไปร่วมงานเลี้ยงในฐานะหลานสาว (กำมะลอ) ของคุณปรีชาจึงเกิดขึ้น
โดยที่พริมไม่รู้ว่า...ลูกชายตัวจริงของคุณปรีชาเป็นคนสำคัญของงานเลี้ยงนั้น !?!?
เขาคือ..ภูรี (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) หนุ่มหล่อบาดใจ ภูรีไม่ได้มีดีแค่ความหล่อแต่เขายังมีดีที่สมอง เป็นเฟอร์เฟ็คชั่นนิสต์ ทุกอย่างต้องดีต้องเนี้ยบ ถึงแม้ว่าครอบครัวของเขาที่ฝรั่งเศสจะร่ำรวยระดับเศรษฐี แต่ภูรีก็ไม่เคยหยุดที่จะทำอะไรด้วยตัวเองด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ซึ่งธุรกิจที่ภูรีเป็นเจ้าของก็คือ...แบรนด์รองเท้ายี่ห้อ P.Paul นั่นเอง
ภูรีร่วมธุรกิจผลิตรองเท้ากับบริษัทสิ่งทอซึ่งเป็นของครอบครัว อินทัช (ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์) เพื่อนสนิทของเขา และที่ภูรีเจาะจงมาเปิดงานที่โรงแรมมุกทะเลซึ่งเป็นของ ภควัต (พชร จิราธิวัฒน์) หนุ่มเพลย์บอยเพื่อนสนิทของเขา ที่ภูรีจงใจจัดงานที่ภูเก็ตก็เพราะเขาอยากจะเชิญปรีชาพ่อของเขามาร่วมงาน ภูรีตั้งใจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้พ่อเห็นว่า...พ่อไม่เคยมีอิทธิพลกับชีวิตของเขาแม้แต่น้อย ถึงไม่มีพ่อดูแล ชีวิตเขาก็ดีได้










