สมาชิก

ระเริงไฟ

ตอนที่ 7

“นีแค่ขู่เท่านั้น นียังรักพี่คริตเหมือนเดิม...เหมือนพี่ชาย แต่พี่คริตไม่เคยรักนีเลยใช่ไหม นีเป็นแค่เด็กข้างถนนที่พี่เก็บมาเลี้ยง นีไม่ต่างกับหมาแมวจรจัดใช่ไหม”

ชาคริตสะเทือนใจแต่ต้องทำเป็นใจร้าย “ใช่! พี่เลี้ยงเธอมาก็เพราะสงสาร เราจะไม่มีวันเหมือนครอบครัวคนอื่น เธอจะไม่มีวันได้อะไรจากพี่นอกจากความเวทนา ไปได้แล้ว...ชญานี”

ชญานีช้ำใจมากเพราะถูกทำร้ายจิตใจ แต่ไม่มีใครให้โทร.หานอกจากไตรทศ...อดีตคู่ปรับที่กลายเป็นเพื่อนยามยาก สภาพของเธอทำให้ไตรทศถึงกับถอนใจยาว หงุดหงิดที่เธอเรียกหาเพราะเรื่องชาคริตแต่ก็สงสารจับใจ

“คุณต้องออกจากโลกแคบๆของคุณบ้าง...หัดคบเพื่อน หัดมีสัมพันธ์กับคนอื่นมากกว่านี้ ไม่งั้นทำงานเสร็จ คุณก็ไปนั่งเหงาคนเดียวอยู่ในบ้าน...ไม่เบื่อชีวิตตัวเองบ้างหรือไง”

“ฉันมีคุณเป็นเพื่อนแล้วไง”

“ถามผมหรือเปล่าว่าอยากเป็นเพื่อนกับคุณไหม”

“แล้วที่ตามฉันมาตลอดนี่...หมายความว่าไง”

“ผมอยากเป็นมากกว่าเพื่อน”

คำขอตรงๆของเขาทำให้ชญานีอึ้งไปอึดใจ แม้พอเดาได้แต่คิดว่ายังไม่พร้อม

ไตรทศเห็นเธอลังเลเลยเร่งรัด “ไม่ต้องคิดหรอก ชาตินี้ไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าถึงตัวคุณได้แน่ ผมจะพาคุณไปเจอโลกใหม่ๆ มีเงื่อนไขข้อเดียว...ไม่ต้องไปเจอพี่ชายจอมปลอมของคุณอีก”

“ฉันทำไม่ได้! พี่คริตเป็นครอบครัวของฉัน...ฉันไม่มีวันทิ้งเขา”

“แต่คุณกำลังทิ้งเพื่อนคนเดียวที่คุณมี...”

ระหว่างที่ชญานีคิดหนักเรื่องไตรทศ ญาดาวุ่นวายกับการเขียนบันทึกชีวิตตัวเองที่สวิตฯตามคำสั่งสามี ชาคริต กดเข้าไปอ่านเรื่องราวของภรรยาแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ ก่อนจะโทร.หาเมื่อเห็นคำศัพท์แปลกๆที่เขาไม่รู้ความหมาย

ญาดารับสายเซ็งๆ ชาคริตเป็นผู้ชายเรื่องมากและเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ แม้เธอจะหาโอกาสมาทำงานและนัดเจอทัศนะที่ออฟฟิศได้ แต่เขาก็โทร.เช็กตลอด

ชาคริตชอบอ่านบันทึกของภรรยามาก แต่คาใจเรื่องคำศัพท์แปลกๆของเธอ

“เอสโอแซดหมายถึงอะไร ผมรู้จักแต่เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอ...แปลว่ากอดแล้วจูบ”

ญาดาถอนใจหน่ายๆ ก่อนอธิบายว่าเอสโอแซดย่อมาจากคำว่าขอโทษหรือเสียใจ

“คุณคงไม่เคยพูดคำนี้กับใครสินะ ขอโทษ...เสียใจ... คุณเคยพูดคำนี้กับใครไหม”

“ขอโทษที่ต้องบอกว่าเสียใจด้วย เวลาที่คุณขอผมกำลังจะหมด กลับมาหาผมที่โรงแรมได้แล้ว”

ชาคริตสั่งแบบเผด็จการเหมือนเคย ญาดายังไม่ได้เจอทัศนะ ตัดสินใจลองอ้อนเป็นครั้งแรก

“ขอเคลียร์งานอีกครึ่งชั่วโมงนะคะ...นะคะ”

“ก็ได้...เดี๋ยว...คุณอยู่กับใคร”

น้ำเสียงกระเง้ากระงอดของสามีทำให้ญาดาต้องนิ่วหน้า แปลกใจนิดหน่อยแต่ไม่ได้รำคาญเหมือนเมื่อก่อน ทัศนะแวะมาหาตามนัดพอดี เธอเลยขอวางสายดื้อๆแล้วหันมาบ่นกับเพื่อนรักของเขา

“เพื่อนคุณนี่เอาแต่ใจจริงๆ”

“เอาแต่ใจกับคุณคนเดียวแหละครับ”

ทัศนะเย้าขำๆแต่ญาดาไม่ได้สนใจ เพราะมีเรื่องชาคริตที่ฮ่องกงมาปรึกษา โดยเฉพาะเรื่องสามีถูกมิสเตอร์หว่องพ่อบุญธรรมบีบบังคับให้ทำร้ายครอบครัวของเธอ

“ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคริตหลุดพ้นจากอิทธิพลมืดมาได้ เขาก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้”

“ผมชักงงแล้ว คุณทำเพื่อนายคริตหรือทำเพื่อครอบครัวคุณ”

“ทั้งสองฝ่ายค่ะ ถ้าคุณคริตไม่ต้องทำตามคำสั่งคุณป๋า เขาก็จะไม่ทำร้ายครอบครัวฉันอีก...วินวินทั้งสองฝ่าย”

“คุณป๋า...คุณไปเอาความคิดนี้มาจากไหน คุณคิดว่ามิสเตอร์หว่องเป็นต้นเหตุให้คุณบ้านแตกหรือครับ”

“คุณคริตไม่ได้ปฏิเสธ แล้วใครจะสั่งเขาได้นอกจากพ่อบุญธรรมมหาเศรษฐีของเขา ฉันจะหาแหล่งฟอกเงินของมิสเตอร์หว่อง งานนี้ถ้ากาสิโนที่ฮ่องกงล้มอาจกระทบถึงทีมาร์ทของคุณด้วย”

ญาดาหมายมั่นปั้นมือจะล้างมลทินให้ครอบครัวและช่วยชาคริต ทัศนะไม่เห็นด้วยเพราะเธอคิดอะไรเกินตัว แต่ญาดาไม่กลัว กดดันให้เขาช่วยและเตรียมตัวรับผลกระทบจากภารกิจนี้ได้เลย!

ooooooo

รับมือญาดาว่าปวดหัวแล้ว ทัศนะกลับบ้านมาพบความวุ่นวายของเขมิกากับเพ็ญขวัญอีก สองสาวกระตือรือร้นมากเรื่องเปิดบริษัทใหม่ ลงมือทำเครื่อง ประดับ เสื้อผ้าและของใช้หลายอย่างเพื่อทดลองขาย

ทัศนะเป็นต้นคิดเรื่องเปิดบริษัทนี้เอง โดยมีเขมิกากับเพ็ญขวัญเป็นหุ้นส่วน แม้จะดีใจที่สองสาวมีความตั้งใจดี แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ทั้งคู่คิดไม่ถึงเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

เขมิกากับเพ็ญขวัญหน้าเสียเมื่อถูกทัศนะดุเรื่องลงทุนทำตัวอย่างสินค้าโดยไม่คิดถึงต้นทุน แต่คนที่โดนหนักสุดคงหนีไม่พ้นคุณหนูคนสวยเพราะเป็นคนออกทุนและบงการให้พนักงานในบีสตาร์ช่วยออกแบบโลโก้

ทัศนะเห็นเขมิกาหน้าจ๋อยก็ใจอ่อน แต่ยังทำเสียงแข็งเพราะอยากให้เธอได้บทเรียน เพ็ญขวัญเห็นท่าไม่ดี พยายามช่วยไกล่เกลี่ย ทัศนะเลยยอมลงให้และเปลี่ยนเรื่องชวนเขมิกาไปฉลองวันเกิดให้เพ็ญขวัญ

เขมิกาตื่นเต้นมาก จัดแจงหาเค้กวันเกิดและจัดงานฉลองง่ายๆให้บนดาดฟ้า ทัศนะชอบใจที่คุณหนูคนสวยเข้ากับน้องสาวได้ดี และยิ่งปลื้มเมื่อเธอเปิดใจกับเขาตรงๆ

“เขมไม่อยากกลับบ้านเลย บ้านไม่เป็นบ้านอีกต่อไปแล้ว”

“ช่วงที่มีความสุขก็สุขให้เต็มที่ อย่าคิดเรื่องอื่น เราไม่รู้ว่าความทุกข์จะมาหาเราเมื่อไหร่”

“ขอแค่คุณดีกับเขม ไม่มีเรื่องให้ต้องผิดหวัง มีอะไรบอกกันตรงๆนะคะ...อย่าปิดบังกัน”

เขมิกาไม่สนใจคำสั่งพ่อให้เลิกยุ่งกับคนใกล้ชิดของชาคริต เดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์กับทัศนะ

เช่นเดียวกับปาริฉัตร ไม่ละความพยายามจะจับกสิณแต่งงาน กมลพรรณบากหน้าไปขอยืมเงินจากดิลกแต่ถูกเขาบอกปัดแบบไม่ไยดี ปาริฉัตรเลยเอาคืนด้วยการขโมยมือถือเขามาโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองกว่าครึ่งล้าน!

กว่าญาดาจะเคลียร์งานที่ออฟฟิศเสร็จก็กว่าสามชั่วโมง ชาคริตหงุดหงิดมากที่เธอกลับช้าและพาลจับผิดเมื่อรู้ว่าเธอไม่ยอมให้ปิงบอดี้การ์ดคนสนิทเฝ้าหน้าห้อง

ญาดากลัวความลับเรื่องนัดเจอทัศนะจะแตก บ่ายเบี่ยงและปั้นเรื่องโกหกจนเขาเลิกสงสัย แต่หญิงสาวก็ก่อเรื่องอีกครั้งด้วยการแอบล้วงข้อมูลบริษัทฟอกเงินจากคอมพิวเตอร์ของเขา

โชคดีที่ทำไม่สำเร็จและชาคริตไม่ทันเห็น ญาดาเลยรอดตัวหวุดหวิด แต่กระนั้นก็ถูกเขาลากตัวเข้าห้องไปนวดกดจุด...บรรยากาศดีๆทำให้สองสามีภรรยาตัดสินใจสงบศึกชั่วคราว

“คุณคริต...นี่เราแต่งงานเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆใช่ไหม”

“ใช่...ทำไมจะไม่ล่ะ”

“คุณเคยบอกว่าคุณแค่ต้องการตัวฉัน”

“ผมต้องการทั้งตัวและหัวใจของคุณ”

ชาคริตโน้มตัวจะจูบ ญาดาทำท่าเหมือนยอมแต่จู่ๆก็ถอยหนี

“คุณพร้อมแล้ว...แต่ฉันยังไม่พร้อมค่ะ!”

พูดจบก็ผละไปด้วยหัวใจเต้นแรง ทิ้งชาคริตให้มองตามยิ้มๆ...ขำตัวเองที่ถูกภรรยาหลอกให้เคลิ้ม

ooooooo

ช่วงเวลาดีๆเมื่อคืนทำให้ญาดาใจกล้าพอจะเผยตัวตนกับชาคริต อยากให้เขาสัมผัสถึงความเป็นบ้าน และอยากเปลี่ยนอะไรอีกหลายอย่างในห้องพัก ชาคริตไม่ขัดแต่ไม่วายดักคอกวนๆ

“แต่อย่าได้คิดมาเปลี่ยนผม”

“คุณไม่เปลี่ยน ฉันก็ไม่เปลี่ยน แล้วเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันได้ยังไง”

“เมื่อคืนแทบแย่เลยไม่ใช่เหรอ”

“แทบแย่อะไร”

“ฝืนใจแทบแย่ไง...ไม่รู้จะฝืนไปทำไม”

ชาคริตวกเข้าเรื่องเมื่อคืนจนได้ ญาดาทำหน้าไม่ถูก แต่ไม่ทันได้โต้ แจงเลขาของเธอก็โทร.มาแจ้งเรื่องดิลกเรียกประชุมยกเลิกสัญญากับทีมาร์ท!

ญาดาตกใจมาก แต่ชาคริตกลับมีท่าทีสบายๆ เหมือนไม่ยี่หระการกระทำของดิลกแม้แต่น้อย ทัศนะเสียอีกพยายามไกล่เกลี่ย แต่ดิลกไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้น ประกาศกร้าวจะฉีกสัญญากับทีมาร์ทในทุกกรณี!

การยกเลิกสัญญากับทีมาร์ททำให้บีสตาร์สูญเสียรายได้ส่วนใหญ่ ญาดาคัดค้านเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัวและเพื่อสินค้าตัวใหม่ที่เธอลงทุนลงแรงควบคุมการทดลองด้วยตัวเองที่สวิตฯ แต่ดิลกไม่แคร์และไล่เธอออก

ไตรทศได้ยินไม่เห็นด้วย “คุณพ่อ! ไม่มีใครเก่งเท่าพี่ดาอีกแล้วนะครับ”

“ฉันไม่ต้องการคนเก่ง ฉันต้องการคนซื่อสัตย์ภักดีต่อบริษัท อย่าได้ไปเหยียบบริษัทฉันอีก!”

ชาคริตนิ่งฟังเหตุการณ์พ่อลูกตีกันด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจสงสัยว่าดิลกอาจมีแผนเพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยยอมปล่อยมือจากบีสตาร์...แม้ต้องแลกด้วยชีวิตล้มเหลวของลูกสาวทั้งสองก็ตาม

ญาดาร่ำไห้ด้วยความช้ำใจสุดขีด ไม่คิดมาก่อนว่าพ่อจะตัดพ่อตัดลูกและไล่เธอออกจากบริษัทได้ ชาคริตสงสารและเห็นใจ ดึงตัวมากอดปลอบ

“ไม่ต้องร้องไห้ คุณยังมีผมอยู่”

“ฉันไม่ได้ร้อง!”

“เดี๋ยวก็ร้อง...คุณรักครอบครัวยิ่งกว่าอะไร”

ชาคริตจงใจแหย่ให้ภรรยาผ่อนคลาย ชญานีได้แต่มองตามอึ้งๆเพราะไม่เคยเห็นพี่ชายกอดผู้หญิงด้วยความรู้สึกแบบนี้ แต่ไตรทศที่ผ่านมาเห็นอีกต่อกลับเข้าใจผิด คิดเองว่าชญานียังตัดใจจากชาคริตไม่ได้

เขมิกาไม่มีเวลาสังเกตรักสามเส้าของน้องชาย มัวยุ่งหาบริษัทคู่ค้าใหม่แทนทีมาร์ท ทัศนะยืนมองคุณหนูคนสวยหัวหมุนกับงานด้วยความเอ็นดู และอดไม่ได้จะบอกว่าเธอเหมือนญาดามากขึ้นทุกวัน

ชื่อของพี่สาวทำให้เขมิกาหุบยิ้ม สวนเสียงเรียบ “เขมเรียนรู้งานจากคุณ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่ดาเลย เขมอยากเก่งเพื่อช่วยงานคุณพ่อ ไม่ใช่เพราะอยากเป็นเหมือนใคร...เข้าใจนะคะ”

“เข้าใจครับ...แต่ผมไม่เชื่อว่านักธุรกิจระดับคุณดิลกจะไม่มีแผนสองเผื่อเกิดเรื่องฉุกเฉิน เศรษฐกิจผันผวนอย่างนี้ บริษัทไหนก็ต้องหาหลักประกันไว้ทั้งนั้น”

“ไม่มีหรอกค่ะ คุณพ่อตัดสินใจทุกอย่างด้วยอารมณ์ พี่ดา...เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด!”

เขมิกาเชื่อแบบนั้นจริงๆ ทัศนะอึดอัดใจมาก แต่อธิบายความจริงไม่ได้ว่าญาดายอมแต่งงานเพราะอะไร...

ooooooo

ระเริงไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด